วันนี้ขอขยับจาก Mu P9 เมื่อกระทุ้ก่อน มาหาตัวเลือกอีกทาง อย่างบรอมตันบ้าง
โชคดีได้เข้าเวิร์คช็อปของสำนักริมบึงเมื่อวาน ขออนุญาตนำความรู้มาแชร์
ถ้าข้อมูลใดผิดพลาด กรุณาโห่ฮาโดยตรงมาที่ผมนะครับ เพราะแสดงว่าผมเข้าใจมาผิด เดี๋ยวมีรอบหน้าจะไปเรียนมาใหม่
เรื่องที่ผมสนใจเรื่องแรกเมื่อได้มีโอกาสขี่บรอมตัน คือเรื่องเกียร์ครับ
เพราะขี่เจ้า Mu P9 มีแต่จานหลัง ไล่จากเกี่ยวร์ต่ำไปเกียร์สูงง่ายมาก เพราะจานมีแต่จานหลัง
ชิฟท์เตอร์(แฮ่ เดี่ยวนี้เริ่มเรียกเป็นละ) ก็กดขึ้นกะกดลง
มาเจอเกียร์ หกเกียร์ของบรอมตัน งงครับ นับยังไงวุ้ย
ซ้ายมี 2 ระดับ
ขวามี 3 ระดับ
แล้วเกียร์อยู่ด้านหลังล้วนๆ
ท่านเจ้าสำนัก ถ่ายทอดมาว่า "อย่าไปนับสิ"
ดูตามนี้ครับ

มือขวา ปรับตามลักษณะการใช้งาน
ปรับออกทางปลายแฮนด์ขวา คือการใช้งานที่ต้องการความเบาในการกดเท้า เช่น ขึ้นเนิน หรือต้องการคอนโทรลรถให้วิ่งช้าๆในที่แคบๆ
ปรับมาตรงกลาง คือสภาพการใช้งานปกติ คิดซะว่า จักรยานเฟสสัน(ยังมีอยู่มั้ยครับ)มาสิงบรอมตัน
ปรับมาด้านในสุด เพื่อไล่กัดหมอบ!! ไม่ใช่ละ
มือซ้าย เป็นตัวปรับละเอียดให้มือขวา
ดึงออกมาทางซ้าย คือเบากว่า
ดันเข้าใน คือหนักกว่า
จะจำยังไง?!!
จากที่ทำความเข้าใจมา ทำให้การใช้งาน แบบผม ผมดีไซน์ไว้ว่า
ต่อไปนี้ เมืออยู่ในกทม. ผมจะเอาเฟสสันเข้าสิงบรอมตัน คือ ปรับเกียร์มือขวา มาอยู่ตรงกลาง คาเอาไว้เลย
แล้วอยากเบา หรือหนัก ก็ปรับแต่ฝั่งซ้าย
(ผมอิงกทม.ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มครับ ท่านใดอยู่บ้านใกล้เนิน ปรับเอานะครับ)

ถ้าไปเที่ยว ตามเขา ตามดอย หรือต้องปั่นขึ้นสะพาน ปรับเกียร์มือขวา มาอยู่นอกสุด
อยากจะเบา หรือเบาหวิว ก็ปรับด้วยมือซ้าย

เฉพาะขึ้นนะครับ ลงนี้ ใช้ตัวนี้จะทำให้คุมรถยาก
สนามเขียว แฮ่!!!
ไปลองมาแล้วครับ
พอความเร็วได้ประมาณนึง อยากจะไปวิ่งไล่ใครเค้าสักครึ่งนาที ก็ปรับด้านมือขวาเข้าในสุดเลย
แล้วก็เหมือนเดิมครับ เบา-หนัก ปรับมือซ้ายเอา

วิธีนี้ ทำให้ไม่ต้องนับตามลำดับตัวเลขของเกียร์
ปรับเกียร์ตามภูมิประเทศ ว่างั้น!!
ปล. มีกระทุ้ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ไปแล้วบ้าง แต่วันนี้ขออนุญาตเปิดกระทู้ใหม่ เพื่อนำเสนอเป็นรูปภาพนะครับ
ถ้าผิดกติกาการตั้งกระทู้ยังไง ต้องขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยครับ
