หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์: 24 ต.ค. 2014, 09:32
โดย mek777
เท่าที่ปั่นมาพอสมควร เจอปัญหาเรื่องร่างกายล้าเวลาปั่นทางไกลๆครับ แต่ก่อนใช้ Spe E5 Smartweld ใส่ล้อ Eurus เวลาปั่นทางยาวเกิน 200 โลรู้สึกล้ามาก ปั่นเสร็จ 3-4 วันถึงหายปวดเมื่อย ตอนนี้เปลี่ยนสายมาปั่นภูเขาทางเรียบอยู่ รู้สึกดีกว่าพอสมควร แต่มันไม่ตรงใจเท่าไหร่ มีโครงการว่าจะงอกหมอบมาอีกคันตอนโบนัสออก
อยากสอบถามครับ ถ้าเปรียบเทียบองศารถ 2 ประเภทคือ
- หมอบสาย Endurance พวก Infinito , Intenso หรืออื่นๆไม่เน้นยี่ห้อ
- Cyclocross อลูดิสเบรค เอามาใส่ยางซัก 28-33

2 แบบนี้แบบไหนปั่นยาวๆแล้วสบายตัวกว่ากันครับ ส่วนใหญ่ปั่นเดี่ยว ตอนนี้ปั่นภูเขาทางเรียบ AV 25-30 ระยะ 200 โลแบบไม่ล้าข้ามวันครับ
ขอบคุณครับ :oops: :oops:

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์: 24 ต.ค. 2014, 10:26
โดย tarin
สำหรับผม การล้าจะเกิดจากการหมอบและแรงกระแทก ปั่น MTB จะล้าน้อยเพราะมีโช๊คช่วยซับแรงกระแทกและองศาการนั่งปั่น แต่มันก็ต้องแลกกับน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นและความเร็วการปั่นที่สู้หมอบไม่ได้ด้วยแรงที่เท่ากัน

ถ้าอยากกลับไปหมอบ อย่างหนึ่งที่ต้องแนะนำคือ strength training ของช่วงลำตัวคือหน้าท้องและหลัง รวมถึงช่วงไหล่ด้วย ถ้ากล้ามเนื้อแข็งแรง อาการล้าจะน้อยลง ส่วนรถ สาย Eudurance ก็ช่วยได้ด้านองศาการปั่น เฟรมเป็นคาร์บอนก็ช่วยซับแรงกระแทกได้บ้าง แต่สุดท้ายการจะล้าไม่ล้ามันอยู่ที่คนปั่นครับ

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์: 24 ต.ค. 2014, 11:18
โดย lucifer
Spe E5 สายพันธุ์นี้มันกระด้างเป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ ความกระด้างทำให้ร่างกายต้องรับภาระหลายๆอย่าง โดยเฉพาะส่วนที่เป็น core muscle
ยังไม่นับระยะทางในระดับ 200 กม. ด้วย เพราะระยะทางระดับนี้ เฟรมคาร์บอนแบบซับแรงดีๆ ก็ยังล้าเนื้อเมื่อยตัวเลยเช่นกันครับ
ยังไม่นับเรื่องดินฟ้าอากาศ แดด ความร้อน อีกหลายๆอย่าง

แน่นอนครับ เสือหมอบแนว endurance มันย่อมปั่นสบายตัวกว่าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซับแรง และการออกแบบท่านั่ง ( แต่แปลก ซื้อมาแล้วก็ลดสเตมให้กลายเป็นแนวซิ่งอยู่ดี ฮ่า ฮ่า )
อยากขี่สบายๆไกลๆ ถ้าเป็นสาย Bianchi ก็เป็น Infinito อยู่แล้วครับ ปั่นสบายเนื้อสบายตัว , ถ้าเป็นสาย Trek ก็แนะนำ Series 5 ครับ เนื้อคาร์บอนเน้นการซับแรง ปั่นทางไกลสบายตัวกว่า Seriesสูงๆขึ้นไป , ถ้าเป็นสาย Canondale ก็หนีไม่พ้นพวก Synapse ครับ , ถ้าเป็นสาย Spe ก็คงต้องย้ายไปคบกับพวก Roubaix หละครับ

ส่วน Cyclocross อลู ยังไงๆก็เป็นอลูครับ กระด้างแน่นอน

ขี่ยาวๆขนาด 200 กม. ไม่ล้าข้ามวัน ก็ต้องขยันขี่บ่อยๆครับ ขี่กันแบบโปร เพราะมันเป็นระยะซ้อมของเขาอยู่แล้ว ซ้อมให้อยู่ตัว พอร่างกายแข็งแรงขึ้น พัฒนาcore muscle ดีขึ้น ก็ทนความเมื่อยล้าได้มากขึ้น

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์: 24 ต.ค. 2014, 12:06
โดย mek777
ขอบคุณครับ ตอนนี้ก็เอียงๆไปทางหมอบอยู่เหมือนกัน เพราะ cyclocross รู้สึกว่าในบ้านเรายังมีตัวเลือกน้อย ไหนๆก็มีภูเขาแล้วเอาหมอบไว้ปั่นยาวๆก็ท่าจะดี :P :P :P
แถมน้ำหนักน่าจะเบากว่า cyclocross อยู่พอควรในราคาใกล้เคียงกัน :mrgreen: :mrgreen:

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์: 24 ต.ค. 2014, 12:37
โดย bailey
lucifer เขียน:Spe E5 สายพันธุ์นี้มันกระด้างเป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ ความกระด้างทำให้ร่างกายต้องรับภาระหลายๆอย่าง โดยเฉพาะส่วนที่เป็น core muscle
ยังไม่นับระยะทางในระดับ 200 กม. ด้วย เพราะระยะทางระดับนี้ เฟรมคาร์บอนแบบซับแรงดีๆ ก็ยังล้าเนื้อเมื่อยตัวเลยเช่นกันครับ
ยังไม่นับเรื่องดินฟ้าอากาศ แดด ความร้อน อีกหลายๆอย่าง

แน่นอนครับ เสือหมอบแนว endurance มันย่อมปั่นสบายตัวกว่าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซับแรง และการออกแบบท่านั่ง ( แต่แปลก ซื้อมาแล้วก็ลดสเตมให้กลายเป็นแนวซิ่งอยู่ดี ฮ่า ฮ่า )
อยากขี่สบายๆไกลๆ ถ้าเป็นสาย Bianchi ก็เป็น Infinito อยู่แล้วครับ ปั่นสบายเนื้อสบายตัว , ถ้าเป็นสาย Trek ก็แนะนำ Series 5 ครับ เนื้อคาร์บอนเน้นการซับแรง ปั่นทางไกลสบายตัวกว่า Seriesสูงๆขึ้นไป , ถ้าเป็นสาย Canondale ก็หนีไม่พ้นพวก Synapse ครับ , ถ้าเป็นสาย Spe ก็คงต้องย้ายไปคบกับพวก Roubaix หละครับ

ส่วน Cyclocross อลู ยังไงๆก็เป็นอลูครับ กระด้างแน่นอน

ขี่ยาวๆขนาด 200 กม. ไม่ล้าข้ามวัน ก็ต้องขยันขี่บ่อยๆครับ ขี่กันแบบโปร เพราะมันเป็นระยะซ้อมของเขาอยู่แล้ว ซ้อมให้อยู่ตัว พอร่างกายแข็งแรงขึ้น พัฒนาcore muscle ดีขึ้น ก็ทนความเมื่อยล้าได้มากขึ้น
:lol: พี่หมอครับ เเล้ว BMC GF02 105 ตอบโจทย์ นี้ได้ไหมครับ :lol:

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์: 24 ต.ค. 2014, 12:49
โดย mek777
bailey เขียน: :lol: พี่หมอครับ เเล้ว BMC GF02 105 ตอบโจทย์ นี้ได้ไหมครับ :lol:
รอฟังต่อ มีเวลาเลือกรถอีก 2-3 เดือนต้องใจแข็งไว้ก่อน :mrgreen: :mrgreen:
เจอน่าสนใจตัวนึง พี่ท่านนีรีวิวไว้ ไม่แน่ใจว่าเป็นไงมั่ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1062578
พี่ๆท่านไหนมีประสบการณ์จากตัวไหน ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ.....ตอนกำลังวางแผนงอกนี่มันช่างมีความสุขจริงๆ :lol: :lol:

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์: 24 ต.ค. 2014, 13:19
โดย giro
Specialized Roubaix
จริงๆแล้วอยู๋ที่การเซ็ทรถด้วยครับ รถอะไรถ้าเซ็ทไม่เหมาะก็ไม่ส่งผล
จะขี่ 200 โล กับ 60 โลถ้าจะเอาให้ได้เรื่องได้ราวสุดๆ รถมันก็จะเซ็ทไม่เหมือนกันครับ
อีกอย่างนะครับ ปกติขี่กี่ ชม. ครับ? แล้วขี่ 200 โลบ่อยแค่ไหน
ถ้าปกตีขี่ 2-3 ชม. แล้วไปออก 200 โล 6 ชม. เดือนละครั้ง อย่างไรก็ล้าเมื่อยข้ามวันครับ
นอกจากท่านจะปั่น 5-6 ชม. สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งจนร่างกายท่านมีความทนทานที่ระยะทำการนั้น
คนเราไม่ใช่เครื่องยนต์ครับ มันมีล้า มีขีดจำกัด การฝึกซ้อมคือการขยายขีดจำกัดนั้น
เอาโปรที่แข่งกันวันละ 6 ชม. วันดีคืนร้ายจับมันไปแข่งพวกทรหดมุษย์ 12-18 ชม. เชื่อเถอะครับ โปรก็ห้อยตาย ล้าข้ามวันเหมือนกัน จะรถอะไรก็เถอ

เหตุผลที่ไปขี่เสือภูเขาแล้วล้าน้อยกว่าก็เพราะร่างกายท่านฝึกความทนทานบนเสือหมอบปกตินานเท่าไหร่แล้วไปปั่น 200 โล
ไม่ต้องไปมองหาวิธีเสียเงินแก้ปัญหาครับ แก้ปัญฆาที่ต้นเหตุร่างกายเราก่อน เซ็ทรถให้ตอบโจทย์ก่อน ถ้าทำทุกอย่างแล้ว ค่อยมากำเงินแก้ปัญฆาครับ

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์: 24 ต.ค. 2014, 14:15
โดย mek777
เรื่องซ้อมนี่ล่ะประเด็นหลักเลยครับ ด้วยงานประจำที่ทำมันบีบบังคับ :cry: :cry:
ปกติปั่นถนนจริงได้อาทิตย์ละวันเดียว แต่พยายามยืดระยะให้ได้เยอะๆอยู่ วันธรรมดาได้แค่ปั่นบนจักรยานฟิตเนสที่บ้าน ปรับโหมดไปๆมาๆเพื่อฝึกหลายๆความหนืดเป็นเซตๆไป ได้ซักอาทิตย์ละ 2-3 วัน วันละชั่วโมงได้ครับ
แต่ที่ประเด็นนี้แว่บเข้ามาในหัวเพราะหลังจากเปลี่ยนจากหมอบ มาปั่นภูเขาทางเรียบ (ใส่ตะเกียบ ยาง 1.5) ในเส้นทางเดียวกันกับอาทิตย์ก่อนที่ใช้หมอบ แล้วต้องยกก้นผ่านทางขรุขระเพราะนั่งไม่ไหว กลายเป็นนั่งปั่นผ่านได้สบายมากอ่ะครับ :oops: :oops:
เลยสงสัยว่า ถ้าเป็นหมอบหมอบคาร์บอนที่เค้าว่านุ่มๆจะดีกว่า E5 คันเดิมแค่ไหน แล้วเราจะปั่นยาวได้ขนาดไหนอ่ะครับ :oops: :oops:
:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: