ลงเขาใหญ่ด้านปากช่องครั้งแรกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง 10 ตุลาคม 2557
โพสต์: 21 ต.ค. 2014, 23:27
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกท่าน ขออนุญาตมาแบ่งปันประสบการณ์การปั่นขึ้นเขาใหญ่คนเดียวครั้งล่าสุดเมื่อ วันที่ ๑๐ ตุลาคม ที่ผ่านมาให้ฟังนะครับ เผื่อจะเป็นข้อมูลของเพื่อน ๆ ที่อยากจะปั่นขึ้นไปคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม แต่ยังหาข้อมูลอยู่นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ และสนับสนุนเร่งให้ขึ้นเขาเร็ว ๆ นะครับ การปั่นขึ้นครั้งแรกของผมคือขึ้นจากทางด่านเนินหอม ปราจีนหลังจากซื้อเสือหมอบมาแค่สี่เดือน ส่วน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ (ในรอบ 18 เดือน) ที่ปั่นขึ้นไปครับ ไม่รู้เพื่อน ๆ ที่เคยขึ้นเขาใหญ่แล้วเป็นอย่างผมไหม พอขึ้นได้ครั้งแรกแล้วไม่รู้เป็นอะไรติดอกติดใจเป็นพิเศษหลงเสน่ห์ของเขาใหญ่เข้าอย่างจัง (ใครที่ยังไม่ขึ้น ขึ้นเถอะครับแล้วอาจจะเป็นอย่างผม)
แต่ครั้งนี้เป็นครั้งพิเศษที่กว่าครั้งที่ผ่านมาเพราะซ่าไปลงทางด้านปากช่องที่ใคร ๆ ก็เตือนว่ามือใหม่อย่างผมต้องใช้สติให้มาก ๆ ซึ่งทุกครั้งที่ปั่นขึ้นเขาใหญ่นั้นก็จะเตรียมตัวดังนี้ครับ
๑. บอกตัวเองตลอดว่าให้ดูร่างกายตัวเอง อย่าฝืน เครื่องวัด HeartRate สำหรับผมนั้นถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นเพราะจะได้ไม่หัวใจวายหรือเป็นอะไรไปก่อน เพราะผมไม่รู้ว่าอาการหัวใจใกล้วายนั้นเป็นอย่างไร (และคนที่วายไปแล้วก็ไม่เคยกลับมาเล่าให้ฟัง) ฉะนั้นจะเตือนตัวเองไว้ตลอดว่าให้ฟัง zone ของตัวเองอย่าฝืน เหนื่อยก็พักลงเข็น อย่าไปแข่งกับใคร เราแค่อยากขี่สู้เนินเท่านั้น
๒. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ผมเอาน้ำไปสองกระบอกใหญ่ ยางใน ๑ เส้น ที่สูบลมพกพา และที่ขาดไม่ได้คือ
๓. แฮมเบอร์เกอร์ ๑ ชิ้นใส่กระเป๋าหลังไปด้วย (แวะซื้อที่แมคฯตรงประมาณคลอง ๔ ) อาหารเพิ่มพลังงานระหว่างปั่นสำคัญมาก ๆ ครับ (เคยเอากล้วยหอมไปในครั้งก่อน ๆ ปรากฏว่ากว่าจะได้ทาน กล้วยมันงอม ช้ำ ไม่น่าทานไปซะแล้วทั้ง ๆ ที่ก่อนปั่นขึ้นยังผิวสวยน่าทานอยู่เลย)
๔. นอนให้ได้อย่างน้อย ๗ ชั่วโมง
สำหรับผมถ้ามีคนถามว่าต้องฟิตแค่ไหนถึงจะปั่นขึ้นได้ (จากด่านเนินหอมนะครับ) ถ้าเอาตัวเองเป็นตัววัดก็ขอตอบว่า ถ้าสามารถปั่นแบบไม่หยุดได้ที่เลนเขียวหนึ่งรอบ ก็น่าจะขึ้นเขาใหญ่ได้แล้วครับ จะขึ้นไหวไม่ไหวขอตอบว่า ใจล้วน ๆ ครับ ใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนรถที่ผมใช้ก็เดิม ๆ ไม่มีการแต่งอะไรเพิ่มเติม
เริ่มกันเลยนะครับ ทริปของผมเริ่มจากแฟนขับรถไปทิ้งผมไว้ที่ด่านเนินหอมตอน ๘.๔๕ น. ก่อนเธอจะเลยไปทำธุระต่อที่ด้านปากช่อง กว่าผมจะประกอบรถเสร็จ ยืดเส้นยืดสาย ยืนไหว้พระ ขอพรเจ้าพ่อเขาใหญ่ให้แคล้วคลาด ไม่เจอช้าง และให้มีสติไม่ประมาท ก็ ๙.๐๐ น.
๙.๐๐ น. ก็ปั่นขึ้นเลยครับ ปั่นไปเรื่อย ๆ บอกตัวเองว่ามาฝึกฝนใจตัวเอง ขี่ซิกแซกใช้เกียร์เบาตลอดทาง หููคอยฟังเสียงรถ ตลอดเวลา เมื่อได้ยินก็ขี่ชิดซ้ายให้ท่าน ๆ ผ่านไป ก่อน อากาศเย็นสบายมากครับมีแนวว่าฝนจะตกแน่ ๆ ส่วนที่ยากที่สุดคือช่วง ๕-๗ ก.ม.แรกครับ สำหรับผมถ้าชนะใจตัวเองช่วงนี้ไปได้ ก็ปั่นถึงแน่นอนครับ พอถึงน้ำตกเหวนรกแล้วที่เหลือก็ง่ายแล้วครับ
ระหว่างทางเจอลิง เจอชะนีสองสามตัว บรรยากาศเงียบกริบ นาน ๆ จะมีรถผ่านมาสักคันหนึ่ง (วันที่ผมปั่นส่วนใหญ่เป็นวันธรรมดาครับ ลางานไปปั่นครับ) อากาศสบาย ไม่ร้อน แดดน้อยมาก เหนื่อยมาก ๆ ก็ตะโกนออกมาว่า "เหนื่อย โว๊ย ๆ" ดัง ๆ ไม่ต้องเกรงใจใคร สนุกดีครับ ปั่น ๆ ไปแล้วได้ยินเสียงอะไรเคลื่อนไหวข้าง ๆ ทางแล้วทำให้รู้สึกกลัวก็ตะโกนว่า "กลัว โว๊ย ๆ" ดัง ๆ ไม่ต้องเกรงใจใครอีกเช่นเคย สนุกดีครับ
พออีกห้ากิโลจะถึงจุดหมาย (ทั้งหมด ๓๐ ก.ม. จากด่านเนินหอมถึงบนเขา) ฝนก็เทลงมาครับ ก็ขี่ต่อไปไม่สนใจฟ้าฝน (ตะโกนว่า "เปียก โว้ย" ไปเรื่อย ๆ ตามประสาคนบ้า ผมว่าการได้ตะโกนเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่งแถมทำให้อารมณ์ดีนะครับ ถ้ายังไม่เคยแนะนำให้ลองครับ)
ประมาณ ๑๑.๓๐ น. ก็ถึงข้างบน (ครั้งนี้ขาไม่ได้แตะพื้นหรือลงเข็นแม้แต่ครั้งเดียว แอบแปลกใจตัวเองเหมือนกัน) แฮมเบอร์เกอร์หมดไป 3/4 ก้อนพอดี (ผมกัดเบอร์เกอร์หนึ่งคำทุก ๆ ประมาณ ๔๕ นาทีครับ) พอถึงข้างบน ฝนก็เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา (แต่ไม่สามารถตะโกนว่า "ตกหนักจัง โว๊ย" ได้แล้ว เพราะมานั่งอยู่ที่โรงอาหารพร้อมกับนักท่องเที่ยวท่านอื่น ๆ อีกหลายท่าน ถ้าทำเดี๋ยวท่านอื่น ๆ จะตะโกนว่า "ไอ้บ้า โว๊ย" ออกมา)
นั่งรอฝนอยู่ ๒ ชั่วโมงก็ขี่ออกมา ใจก็นึกว่านี่จะเป็นการลงเขาฝั่งปากช่องครั้งแรก แถมฝนยังพึ่งหยุดตก ถนนเปียกลื่น คิดไตร่ตรองแล้ว "เอาก็เอาวะ" บอกตัวเอง ยิ่งรอก็ยิ่งนาน (ไม่ได้กลัวเสียเวลานะครับ เวลาผมมีทั้งวัน แต่นั่งรอที่โรงอาหารจนเบื่อแล้ว) บอกตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าห้ามเร็ว ห้ามเร็ว พูดเสร็จก็ขี่ออกจากโรงอาหารมุ่งหน้าไปทางปากช่องทันที ปลายทางคือ โรงแรม Escape เขาใหญ่ซึ่งจะต้องเลยด่านฝั่งปากช่องไปอีกประมาณ 12-13 ก.ม.
ผลสรุปการลงเขาคือ "เครียดครับ" เพราะนอกจากทางลงจะชันมากแล้ว โค้งก็เยอะ รถยนต์ก็เยอะทั้งสองด้าน มิหน่ำซ้ำถนนก็เปียกแถมยังมีละอองฝนลงมาตลอดทาง ตอนลงพูดกับจักรยานตัวเองตลอดว่า "เบรคให้อยู่นะลูก" ตลอดทาง กำเบรคจนเมื่อยมือ จนกลัวว่าเบรคมันจะแตกเหมือนรถทัวร์ที่เลียเบรคตลอดเวลาที่ลงเขาหรือเปล่า พอมาถึงตีนเขา วิ่งถลาไปกราบเจ้าพ่อเขาใหญ่โดยทันที ลงทางปราจีนสนุกกว่ามาก ไม่เครียดแถมสนุกกว่าเยอะมาก ๆ ครับ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เคยลงทางด้านปากช่องนี้บ่อยแล้ว น่าจะมีความรู้สึกตรงกันข้ามกับผมโดยสิ้นเชิง
หลังจากนั้นก็ขี่ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงสามแยกกุดคล้า (ไม่รู้ว่าจำชื่อถูกหรือเปล่า) แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกสิบกว่าโล (ที่จริงผมว่าเส้นกุดคล้านี้ขี่สนุกครับ มีเนินซึม ๆ และลงเขายาว ๆ ไปตลอด) ก็ถึงที่โรงแรม Escape เขาใหญ่และที่นัดกับแฟนและลูกไว้ครับ สนุก ผ่อนคลายเป็นที่สุด เลยอยากเรียนเชิญเพื่อน ๆ มาสู้เขาด้วยกันครับ จะรู้ว่าทำไมใคร ๆ ก็ติดใจ He Big กันทั้งนั้น
สรุปข้อมูลจาก Garmin ครับ
๑. จากด่านเนินหอม ถึงเขาใหญ่ ใช้เวลา 2.32 hours at 12.54km/h, Max speed 64km/h, Avg. heart Rate 157 bpm.
๒. จากเขาใหญ่ลงไปถึงด่านปากช่อง ใช้เวลา 44.52 นาที at 19.11km/h, Max speed 48.31km/h (นี่ขนาดกำเบรคมาตลอดทางแล้วนะครับ ยังรู้สึกว่าเร็วไปอยู่เลย อันตรายครับโค้งมันเยอะและชันมากครับ), Avg. heart Rate 136 bpm.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการปั่นจักรยานและมีสุขภาพที่แข็งแรงนะครับ
แต่ครั้งนี้เป็นครั้งพิเศษที่กว่าครั้งที่ผ่านมาเพราะซ่าไปลงทางด้านปากช่องที่ใคร ๆ ก็เตือนว่ามือใหม่อย่างผมต้องใช้สติให้มาก ๆ ซึ่งทุกครั้งที่ปั่นขึ้นเขาใหญ่นั้นก็จะเตรียมตัวดังนี้ครับ
๑. บอกตัวเองตลอดว่าให้ดูร่างกายตัวเอง อย่าฝืน เครื่องวัด HeartRate สำหรับผมนั้นถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นเพราะจะได้ไม่หัวใจวายหรือเป็นอะไรไปก่อน เพราะผมไม่รู้ว่าอาการหัวใจใกล้วายนั้นเป็นอย่างไร (และคนที่วายไปแล้วก็ไม่เคยกลับมาเล่าให้ฟัง) ฉะนั้นจะเตือนตัวเองไว้ตลอดว่าให้ฟัง zone ของตัวเองอย่าฝืน เหนื่อยก็พักลงเข็น อย่าไปแข่งกับใคร เราแค่อยากขี่สู้เนินเท่านั้น
๒. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ผมเอาน้ำไปสองกระบอกใหญ่ ยางใน ๑ เส้น ที่สูบลมพกพา และที่ขาดไม่ได้คือ
๓. แฮมเบอร์เกอร์ ๑ ชิ้นใส่กระเป๋าหลังไปด้วย (แวะซื้อที่แมคฯตรงประมาณคลอง ๔ ) อาหารเพิ่มพลังงานระหว่างปั่นสำคัญมาก ๆ ครับ (เคยเอากล้วยหอมไปในครั้งก่อน ๆ ปรากฏว่ากว่าจะได้ทาน กล้วยมันงอม ช้ำ ไม่น่าทานไปซะแล้วทั้ง ๆ ที่ก่อนปั่นขึ้นยังผิวสวยน่าทานอยู่เลย)
๔. นอนให้ได้อย่างน้อย ๗ ชั่วโมง
สำหรับผมถ้ามีคนถามว่าต้องฟิตแค่ไหนถึงจะปั่นขึ้นได้ (จากด่านเนินหอมนะครับ) ถ้าเอาตัวเองเป็นตัววัดก็ขอตอบว่า ถ้าสามารถปั่นแบบไม่หยุดได้ที่เลนเขียวหนึ่งรอบ ก็น่าจะขึ้นเขาใหญ่ได้แล้วครับ จะขึ้นไหวไม่ไหวขอตอบว่า ใจล้วน ๆ ครับ ใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนรถที่ผมใช้ก็เดิม ๆ ไม่มีการแต่งอะไรเพิ่มเติม
เริ่มกันเลยนะครับ ทริปของผมเริ่มจากแฟนขับรถไปทิ้งผมไว้ที่ด่านเนินหอมตอน ๘.๔๕ น. ก่อนเธอจะเลยไปทำธุระต่อที่ด้านปากช่อง กว่าผมจะประกอบรถเสร็จ ยืดเส้นยืดสาย ยืนไหว้พระ ขอพรเจ้าพ่อเขาใหญ่ให้แคล้วคลาด ไม่เจอช้าง และให้มีสติไม่ประมาท ก็ ๙.๐๐ น.
๙.๐๐ น. ก็ปั่นขึ้นเลยครับ ปั่นไปเรื่อย ๆ บอกตัวเองว่ามาฝึกฝนใจตัวเอง ขี่ซิกแซกใช้เกียร์เบาตลอดทาง หููคอยฟังเสียงรถ ตลอดเวลา เมื่อได้ยินก็ขี่ชิดซ้ายให้ท่าน ๆ ผ่านไป ก่อน อากาศเย็นสบายมากครับมีแนวว่าฝนจะตกแน่ ๆ ส่วนที่ยากที่สุดคือช่วง ๕-๗ ก.ม.แรกครับ สำหรับผมถ้าชนะใจตัวเองช่วงนี้ไปได้ ก็ปั่นถึงแน่นอนครับ พอถึงน้ำตกเหวนรกแล้วที่เหลือก็ง่ายแล้วครับ
ระหว่างทางเจอลิง เจอชะนีสองสามตัว บรรยากาศเงียบกริบ นาน ๆ จะมีรถผ่านมาสักคันหนึ่ง (วันที่ผมปั่นส่วนใหญ่เป็นวันธรรมดาครับ ลางานไปปั่นครับ) อากาศสบาย ไม่ร้อน แดดน้อยมาก เหนื่อยมาก ๆ ก็ตะโกนออกมาว่า "เหนื่อย โว๊ย ๆ" ดัง ๆ ไม่ต้องเกรงใจใคร สนุกดีครับ ปั่น ๆ ไปแล้วได้ยินเสียงอะไรเคลื่อนไหวข้าง ๆ ทางแล้วทำให้รู้สึกกลัวก็ตะโกนว่า "กลัว โว๊ย ๆ" ดัง ๆ ไม่ต้องเกรงใจใครอีกเช่นเคย สนุกดีครับ
พออีกห้ากิโลจะถึงจุดหมาย (ทั้งหมด ๓๐ ก.ม. จากด่านเนินหอมถึงบนเขา) ฝนก็เทลงมาครับ ก็ขี่ต่อไปไม่สนใจฟ้าฝน (ตะโกนว่า "เปียก โว้ย" ไปเรื่อย ๆ ตามประสาคนบ้า ผมว่าการได้ตะโกนเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่งแถมทำให้อารมณ์ดีนะครับ ถ้ายังไม่เคยแนะนำให้ลองครับ)
ประมาณ ๑๑.๓๐ น. ก็ถึงข้างบน (ครั้งนี้ขาไม่ได้แตะพื้นหรือลงเข็นแม้แต่ครั้งเดียว แอบแปลกใจตัวเองเหมือนกัน) แฮมเบอร์เกอร์หมดไป 3/4 ก้อนพอดี (ผมกัดเบอร์เกอร์หนึ่งคำทุก ๆ ประมาณ ๔๕ นาทีครับ) พอถึงข้างบน ฝนก็เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา (แต่ไม่สามารถตะโกนว่า "ตกหนักจัง โว๊ย" ได้แล้ว เพราะมานั่งอยู่ที่โรงอาหารพร้อมกับนักท่องเที่ยวท่านอื่น ๆ อีกหลายท่าน ถ้าทำเดี๋ยวท่านอื่น ๆ จะตะโกนว่า "ไอ้บ้า โว๊ย" ออกมา)
นั่งรอฝนอยู่ ๒ ชั่วโมงก็ขี่ออกมา ใจก็นึกว่านี่จะเป็นการลงเขาฝั่งปากช่องครั้งแรก แถมฝนยังพึ่งหยุดตก ถนนเปียกลื่น คิดไตร่ตรองแล้ว "เอาก็เอาวะ" บอกตัวเอง ยิ่งรอก็ยิ่งนาน (ไม่ได้กลัวเสียเวลานะครับ เวลาผมมีทั้งวัน แต่นั่งรอที่โรงอาหารจนเบื่อแล้ว) บอกตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าห้ามเร็ว ห้ามเร็ว พูดเสร็จก็ขี่ออกจากโรงอาหารมุ่งหน้าไปทางปากช่องทันที ปลายทางคือ โรงแรม Escape เขาใหญ่ซึ่งจะต้องเลยด่านฝั่งปากช่องไปอีกประมาณ 12-13 ก.ม.
ผลสรุปการลงเขาคือ "เครียดครับ" เพราะนอกจากทางลงจะชันมากแล้ว โค้งก็เยอะ รถยนต์ก็เยอะทั้งสองด้าน มิหน่ำซ้ำถนนก็เปียกแถมยังมีละอองฝนลงมาตลอดทาง ตอนลงพูดกับจักรยานตัวเองตลอดว่า "เบรคให้อยู่นะลูก" ตลอดทาง กำเบรคจนเมื่อยมือ จนกลัวว่าเบรคมันจะแตกเหมือนรถทัวร์ที่เลียเบรคตลอดเวลาที่ลงเขาหรือเปล่า พอมาถึงตีนเขา วิ่งถลาไปกราบเจ้าพ่อเขาใหญ่โดยทันที ลงทางปราจีนสนุกกว่ามาก ไม่เครียดแถมสนุกกว่าเยอะมาก ๆ ครับ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เคยลงทางด้านปากช่องนี้บ่อยแล้ว น่าจะมีความรู้สึกตรงกันข้ามกับผมโดยสิ้นเชิง
หลังจากนั้นก็ขี่ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงสามแยกกุดคล้า (ไม่รู้ว่าจำชื่อถูกหรือเปล่า) แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกสิบกว่าโล (ที่จริงผมว่าเส้นกุดคล้านี้ขี่สนุกครับ มีเนินซึม ๆ และลงเขายาว ๆ ไปตลอด) ก็ถึงที่โรงแรม Escape เขาใหญ่และที่นัดกับแฟนและลูกไว้ครับ สนุก ผ่อนคลายเป็นที่สุด เลยอยากเรียนเชิญเพื่อน ๆ มาสู้เขาด้วยกันครับ จะรู้ว่าทำไมใคร ๆ ก็ติดใจ He Big กันทั้งนั้น
สรุปข้อมูลจาก Garmin ครับ
๑. จากด่านเนินหอม ถึงเขาใหญ่ ใช้เวลา 2.32 hours at 12.54km/h, Max speed 64km/h, Avg. heart Rate 157 bpm.
๒. จากเขาใหญ่ลงไปถึงด่านปากช่อง ใช้เวลา 44.52 นาที at 19.11km/h, Max speed 48.31km/h (นี่ขนาดกำเบรคมาตลอดทางแล้วนะครับ ยังรู้สึกว่าเร็วไปอยู่เลย อันตรายครับโค้งมันเยอะและชันมากครับ), Avg. heart Rate 136 bpm.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการปั่นจักรยานและมีสุขภาพที่แข็งแรงนะครับ
