หน้า 1 จากทั้งหมด 2
เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 16:44
โดย Paxxa
ถ้าอยากเพิ่มความเร็วทันทีทันใดให้แก่นักปั่นขาอ่อนคนเดิม(แต่มีเงิน) แต่มีเงินพอแค่อย่างเดียว จะอัพอะไรดีครับ ระหว่าง เฟรมแอโร่ หรือ ล้อคาร์บอน
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 17:01
โดย เสือกินปลาทู
เฟรมแอโร่กะล้อขอบสูงคาบอน.ผมว่าเป็นของคู่กันนะ แต่ถ้าต้องเลือก ลงล้อก่อนเลยเห็นผลชัดเจน..แต่ถ้าซ้อมน้อยขาไม่แข็งแรง.เฟรมเรือนแสนล้อคู่แพงก็ไม่ดีไปกว่าเฟรมและล้อราคาธรรมดาๆดูหล่อกว่าอันนี้ยอมรับ..แต่รับรองช้าเป็นเต่าเหมือนเดิม

ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา.จัดไป!
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 17:16
โดย ArtZ
ใช้เฟรมกับล้อเดิมอะไรครับ อยากทราบก่อนครับ ต้องดูว่าของเดิมที่มีอยู่ประสิทธิภาพขนาดไหน
แต่ถ้าเปลี่ยนไม่ยุ่งยากก็ล้อครับ เพราะเปลี่ยนเฟรมนี้ย้ายของกันวุ่นเลยครับ
แต่ล้อคาร์บอนขอบสูงถ้าไม่ได้ปั่นเร็วหรือกลุ่ม บางทีได้มาอาจจะไม่ตรงกับสไตลล์การปั่น
เพราะหลายๆท่านในก็ติดใจล้ออลูเทพๆกระชากเป็นมา
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 17:30
โดย luciana
อยากประสุดแนะนำลองเปลี่ยนท่าปั่นครับ
ถ้าปั่นทางตรงยาวใช้แอโร่บาร์ หรือไม่ใช้ก้ได้
ออกแรงเท่าเดิมแต่เร็วขึ้นนะครับ

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 17:30
โดย tarin
ใช้คลีทหรือยังครับ ถ้ายัง ใช้แล้วจะเร็วขึ้นทันที
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 17:45
โดย Ride Decorrate
เสือกินปลาทู เขียน:เฟรมแอโร่กะล้อขอบสูงคาบอน.ผมว่าเป็นของคู่กันนะ แต่ถ้าต้องเลือก ลงล้อก่อนเลยเห็นผลชัดเจน..แต่ถ้าซ้อมน้อยขาไม่แข็งแรง.เฟรมเรือนแสนล้อคู่แพงก็ไม่ดีไปกว่าเฟรมและล้อราคาธรรมดาๆดูหล่อกว่าอันนี้ยอมรับ..แต่รับรองช้าเป็นเต่าเหมือนเดิม

ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา.จัดไป!
เห็นด้วยครับ แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ ล้อครับ เห็นผลชัดสุด อย่าลืมอัพแรงด้วยนะครับ เด่วไปได้ล้อที่ "ต้องมีแรง" แล้วปั่นไม่ดีอย่างที่หวัง จะไปโทษล้อ
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 18:28
โดย peep_bmw
ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ก็อัพมันทั้งคันไปเลยครับ
แต่ถ้าแรงยังไม่ถึงล้อขอบสูงก็พยามหาขอบต่ำ ล้อเบาๆมาใช้ก่อน ออกตัว เร่งแซงจี๊ดจ๊าด
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 19:01
โดย iN2
อัพเป็น Ducati เลยคับทั้งคัน แรงแน่นอน ^^
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 20:16
โดย Acyclist
ถ้าให้เลือกจากสองอย่าง เฟรมแอโร่จะมีผลมากกว่าล้อขอบสูง 40-60 มม. แต่ต้องเลือกเฟรมที่แอโร่มาดหน่อย ดูจากพวกรีวิวต่างๆว่าเร็วจริงไหม เพราะเฟรมแอโร่เล็กๆน้อยๆก็มีเยอะ
ถ้างบน้อย ต้องการแอโร่มากขึ้น ปรับรถให้ก้มเพิ่ม, ติดแอโร่บาร์, โกนขนขา หรือใส่ปลอกขา, ใส่เสื้อผ้ารัดรูป แทนเสื้อผ้าหลวมๆ, หมวกแอโร่ ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน ส่วนมากต้องทำหลายอย่างรวมๆกันเพื่อจะให้ได้ผลเต็มที่
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 20:18
โดย neen8124
งบไม่ใช่ปัญหา ก็เปลี่ยนทั้งคันเลยสิครับ
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 20:20
โดย FinalB
จุดหมุนคือคำตอบครับ ถ้าอยากเพิ่มความเร็ว
สำหรับขาอ่อนเฟรมสำหรับผมมีผลแค่ 1%
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 20:21
โดย civil200
iN2 เขียน:อัพเป็น Ducati เลยคับทั้งคัน แรงแน่นอน ^^
แต่ Ducati นี่ ผลงานแข่งรายการใหญ่ห่วยมาหลายปีมากแล้วนะครับ เชียร์ไม่ขึ้นเลย
นับตั้งแต่ Bayliss กะ Stoner
(โต้ดก๊าบ ไม่เกี่ยวกะจักรยาน

)
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 21:29
โดย iN2
civil200 เขียน:iN2 เขียน:อัพเป็น Ducati เลยคับทั้งคัน แรงแน่นอน ^^
แต่ Ducati นี่ ผลงานแข่งรายการใหญ่ห่วยมาหลายปีมากแล้วนะครับ เชียร์ไม่ขึ้นเลย
นับตั้งแต่ Bayliss กะ Stoner
(โต้ดก๊าบ ไม่เกี่ยวกะจักรยาน

)
ฮ่าาาา อันนี้คนขับ กับทีมงานก็มีส่วน คล้ายๆจักรยานแหละ รถส่วนนึง คนปั่นเป็นหลัก+ทีมงานที่ดี
Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 20 ต.ค. 2014, 21:59
โดย Yoe
ไปผ่าตัดเอาขาและหัวใจนักกีฬาโปรทัวร์มาดีกว่าครับ

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน
โพสต์: 21 ต.ค. 2014, 15:04
โดย giro
งบไม่ใช่ปัญหางั้นผมเรียงตามตัวที่ได้ผลชัดเจนที่สุดนะครับ
1.power meter ครับ ไปหามาใช้ซะ เริ่มต้นก็ 30k ไปจน 150k แล้วแต่จะหาได้ แล้วเอาเงินไปจ้างคนมาช่วยเคลียร์งานเพิ่มอีกคน ให้ 12 สัปดาห์ครับ มาแน่นอน รับรองเพื่อนจะตามไม่ทัน
2.ถ้ากลัวยังไม่ทันใจหรือยังไม่สะใจ อีกซัก 50k ครับ จ้างโค้ชส่วนตัวออกแบบตารางการซ้อมให้เหมาะกับเวลาที่มีและเป้าหมาย มีทั้งไทยและเทศ ราคาไล่ไปยันเป็นแสนต่อคอร์สครับ รับรองได้ผลแน่นอน ที่เหลืออยู๋ที่ใจคุณครับ
แต่ถ้าอยากได้แบบตตื่นเช้ามาแล้วได้งานได้การเลย
1.ท่าปั่นครับ แรงต้านและแรงเสียดทานหลักๆมาจากท่าปั่นของคนปั่นนั่นเอง น่าเสียดายที่บ้านเราไม่มีอุโมงค์ลมที่น่าจะใหญ่พอที่จุทดสอบนักปั่นในนั้นได้ ไม่งั้นจะให้ลองติดต่อไปดู แต่สามารถทดลองได้ง่ายๆครับ ทำอย่างไรก็ได้ ให้ตัวท่านมีพื้นที่หน้าตัดเล็กที่สุด ก้มตัว เก็บคอ งอศอก เก็บศอก หลังแบนราบ ถ้าย้อนกลับไปข้อ 1 ท่านจะรู็ทันทีว่าแค่แขนตึงกับงอศอกลงมามากๆ ที่ความเร็วสูงๆหรือลมดุๆ วัตต์ต่างกันกว่า 15% ทันที ซึ่งไอ้ 15% นี้คือความต่างที่ได้จากการออกแรงเคลื่อนที่มวลทั้งก้อนของสารร่างท่านกับจักรยานไปนะครับไม่ใช่มานั่งพูดว่าลดแรงฉุดที่ท่อหน้าได้ 22% อีแบบนั้นมันเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ก็ไม่รู้ของทั้งหมด
2.อยากเร็วขึ้นทันทีเมื่อตื่นขึ้นมา เปลี่ยนและหรือทดสอบหา pedaling efficiancy หรือการออกแรงปั่นลูกบันไดให้ราบรื่น ถ้าไม่ได้จริงๆอันนี้อาจลงทุนหาจานเบี้ยวมาช่วยได้แต่พื้นฐานมันต้องมาจากการออกแรงให้กลมก่อนครับ ถ้าท่านออกได้กลมจุดบอดน้อยๆ ท่านจะสามารถไปได้เร็วขึ้นเยอะโดยเหนื่อยเท่าเดิม ซึ่งมันจะลามไปหาข้อ 3 ครับ
3.ไปทำฟิตติ้งให้มันสมบูรณ์เสียครับ การฟิตติ้งที่ดีจริงๆ จะสามารถหาจุดศักยภาพสูงสุดได้ ซึ่งถ้าเอาแบบโปรจริงๆ จะดูระยะเวลาที่ต้องการ พิกัดความเร็วไหน นานเท่าไหร่ จะอยู่ท่าไหน เพราะท่าทางบางที่หลบลมได้ดี แอโร่มากจริงแต่อยู่ได้ไม่นาน ต้องหาจุดสมดุลย์ที่สุดของท่าปั่นที่ออกแรงได้มากและส่งผลทางด้านความสบายไปด้วยแถมได้แอโร่อีกต่างหาก เสียเวลาทำแล้วนอนครับตื่นมาแรงขึ้นแน่
4.ถ้าทำทั้งยวงแล้วยังไม่แน่ใจว่าจะตื่นมาแรงขึ้นมั้ย ไปซื้อสกินสูทมาครับ มีหลายราคาให้เลือกสรร พันกว่าไปยันค่อนๆหมื่น ไปทะลุหมื่นก็มีครับ เสื้อผ้าที่แนบตัวไม่มีรอยย่นยับ ไม่มีกระเป๋าหลัง ไม่เปิดซิป มือที่เกลี้ยงเกลาหรือถุงมือที่รัดแน่นเรียบไม่ยับย่นมีสายคาด รวมไปถึงรองเท้าที่คุมด้วย shoes cover ดึงยาวขึ้นมา ถ้าท่านไม่ได้แข่ง uci ไม่แคร์กติกา ใส่แบบยาวยันเข่าหรือสกินสูทขายาวไปเลยครับ ว่ากันว่าได้มาอีกไม่น้อย
5.ถ้ายังไม่พอใจ นอนยังไม่หลับ ก่อนนอนไปหยิบหมวกมาแล้วเอาพลาสติคใสห่ออาหารจัดการห่อมันให้ดีครับอย่าให้มันมีรอยปุ่มป่ำ พวกแข่ง TT สมัครเล่นเมืองนอกนิยมทำแบบนี้แหละครับก่อนจะมียุคหมวกเสือหมอบแอโร่ ซึ่งพบว่าได้ผลเกินครึ่งของหมวกแอโร่แบบไทม์ไทรในราคาไม่กี่เศษเงิน แต่ถ้าเตรียมพร้อมอยากแรงจริงๆก็ไปจัดหมวกไทม์ไทรมาครับ ถ้านิ่งๆได้ก็จัดแบบยาวๆ ถ้าเป็นคนหลุกหลิกก้มๆเงยๆบ่อยๆก็พวกหางสั้นๆ ใบละค่อนหมื่นยันหมื่นกว่า แต่ได้ผลมากกว่าที่คิดนะครับ อย่าลืมว่าหัวเราเนี่ยอยู่ซะสูงสุดและแทบจะหน้าสุดเลย เจอลมจะๆครับ
6.ถ้าสนใจสายนี้จรีิงๆ สุดท้ายจะหนีไม่พ้นแอโร่บาร์ครับ ไอ้สองก้านมันไม่ทำให้รถท่านเร็วชขึ้นหรือทำให้ท่านออกแรงได้มากขึ้นหรอกครับ แต่มันบังคับให้ท่านต้องเก็บร่างกายอยู่ท่านั้น แหวกอากาศออกไป ทว่าจะได้ผลดีเลวคุ้มหรือไม่ก็อยู๋ที่การปรับระยะฟิตติ้งกันด้วยครับ แต่ถ้านับว่าเป็นการลงทุนไม่กี่พันบาทแล้วทำให้รถท่านสามารถแทบจะกลายเป็นรถแอโร่ได้ก็นับว่าคุ้มมากๆ
มาถึงตรงนี้ผมขอพักนะครับ มีการทดสอบของพวกบ้าแอโร่พบว่า
เสือหมอบธรรมดาแฮนด์ธรรมดาช้าสุด ต่อมาคือเสือหมอบแอโร่แฮนด์ธรรมดาเร็วกว่า แต่แพ้เสือหมอบธรรมดาใส่แอโร่บาร์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องแพ้เสือหมอบแอโร่ใส่แอโร่บาร์
แถมเสือหมอบแอโร่ และเสือหมอบธรรมดาที่ใส่แอโร่บาร์ เร็วกว่า *รถไทม์ไทร และ รถไตรที่ไม่จับแอโร่บาร์
....ผมว่าตรงนี้คงเข้าใจแล้วล่ะครับว่า"เฟรม"ส่งผลขนาดไหน
ส่วนล้อ จริงๆความเร็วไม่เกี่ยวอะไรหรอกครับที่ว่าสูงมากจะหนืดขา จริงๆคือความเร็วครับ ถ้าเอาขอบต่ำแข็งๆลากมอไซไปถึง 50 ได้ แล้วกระชากต่อก็เบากว่าเอาขอบ 60 กระชากที่ความเร็วนั้นเหมือนกันครับ และถ้าปั่น 30 เป๊ะๆคงที่นิ่งๆสวยๆจะขอบสูงเท่าชามข้าวหรือต่ำติดยางก็ไม่ได้หนืดต่างกันครับ ในทางกลับกันถ้าปั่นได้นิ่งจริงๆจะแค่ 25 ขอบ 50 ก็จะวิ่งได้สบายกว่าขอบ 23 และขอบสูงมันช่วยนให้ถนอมแรงไว้ได้ไม่น้อย ดังนั้นเมื่อเหลือแรงไว้ไอ้ที่มันหนักกระชากยากก็จะมีแรงมากระชากมันได้เองครับ
ทั้งนี้อยู่ที่"แนว"การปั่น คงหาสูตรสำเร็จให้แก่กันไม่ได้ครับ
ตอบกระทู็นี้ผมขอตอบว่า ไปทำอย่างอื่นให้หมดก่อนครับ นอกจากว่าทำได้หมดแล้ว ล้อง่ายกว่าครับ ได้ผลในระดับน่าพอใจแค่ไหนอยู่ที่แนวการปั่นครับ
เฟรม ลงทุนเยอะ ได้ผลแตกต่างกันแน่ แต่จะจับต้องได้และคุ้มกับมันแค่ไหนต้องถามตัวเองครับ ยิ่งออกแรงน้อย ยิ่งไปไม่เร็ส ไอ้เปอร์เซ็นต์ที่ต่างกันรวมแล้ว 1-2% ของเฟรม มันยิ่งส่งผลน้อยลงเรื่อยๆ
ขี่กันเป็นชั่วโมง เค้าทดสอบกันว่าเฟรมแอโร่ส่งผลได้แค่หลักสิบวินาทีครับ
คณพร้อมจะลงทุนเรือนแสนแล้วสามารถไปได้เร็วขึ้นอีก 30 วินาทีที่ระยะทาง 60 กม. มั้ยล่ะครับ??
ถ้ามันเป็นทางสุดท้ายเพราะทำมาหมดแล้วก็คุ้มครับแต่ถ้ายังมีทางออกอื่นๆผมว่าท่านเร็วขึ้นได้มากกว่า 1 นาทีโดยที่ใช้เงินน้อยกว่าค่าเฟรม