หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 29 ก.ย. 2014, 21:35
โดย ตู่ สัมมากรMTB
มีประโยชน์หรือข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างครับ จำเป็นต้องปั่นควงขาแบบนั่งปั่นหรือไม่ ส่วนตัวจะยืนปั่นแค่เพียงแป้บเดียวเมื่อเริ่มรู้สึกชาๆ แต่ก็แค่ประมาณไม่กี่เมตรแล้วก็นั่งปั่นต่อ แถมยังรู้สึกว่าตอนใกล้ๆหมดแรงจะยืนปั่นไม่ได้เลย ขามันสั่นแล้วก็กลัวเป็นตระคิว
แล้วการปั่นทางเรียบกับการปั่นขึ้นเขา การยืนปั่นจะมีข้อดีหรือข้อเสียต่างกันมั้ยครับ แล้วควรเลือกใช้จังหวะไหนเมื่อไหร่ อย่างขึ้นเขาใหญ่นี่ผมไม่กล้ายืนปั่นเลยครับ เพราะกลัวหมดแล้วหมดเลย แต่บางคนก็บอกว่าจะช่วยลดความล้าได้ แต่ผมรู้สึกว่ายิ่งทำให้ล้า เลยทำให้สงสัยว่า นั่งปั่นธรรมดาอย่างเรากับพี่ๆน้องๆที่ปั่นกันเก่งๆ มีวิธีในการยืนปั่นต่างกันตรงไหน
เลยเป็นที่มาของคำถามครับ ถ้ามีใครเคยถาม-ตอบกันไปก่อนแล้ว ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ แล้วก็ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคำแนะนำครับ
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 29 ก.ย. 2014, 22:23
โดย ballbeing
การยืนปั่นมีประโยชน์ครับ และเป็นเรื่องต้องฝึกซ้อมกันเลยครับ
การยืนปั่นจะทำให้เร่งความเร็วได้สูงกว่าขณะนั่ง ใช้เวลาสปรินท์ เช่น เร่งตามกลุ่ม ยิงหนีกลุ่ม หรือยิงหน้าเส้น
การยืนปั่นจะช่วยเปลี่ยนอริยาบทเวลาขี่ทางไกล ได้พักก้น ได้เปลี่ยนการใช้ชุดกล้ามเนื้อ ยืดเส้นยืดสาย
การยืนปั่นจะช่วยให้ขึ้นเขาในบางช่วงได้เร็วขึ้น ช่วยเปลี่ยนอริยาบทของกล้ามเนื้อ
การยืนปั่นจะต้องมีการซ้อมครับ ไม่งั้นการทรงตัว การโยกรถจะไม่สมดุล
ส่วนตัวผมจะซ้อมยืนปั่นสองเป้าหมายคือ ยืนโยกเพื่อเร่งความเร็วและสปรินท์แบบระเบิดพลัง กับสอง ยืนปั่นเพื่อซ้อมความแข็งแรงของขา ไว้ขึ้นเขา
แบบแรก ผมจะนั่งปั่นโดยเริ่มจากเกียร์ที่เบา พอรอบขาถึงร้อยรอบจะเปลี่ยนเกียร์หนักขึ้นพอตึงขาก็ยืนโยก แล้วก็เปลี่ยนเกียร์ขึ้นไปเรื่อยๆ จนสุดเกียร์และจนได้ max speeed
ผมเคยอ่านเจอบางท่านแนะนำว่าเวลายืนโยกสปรินทร์ให้ตบเกียร์หนักขึ้นรอไว้หนึ่งเกียร์แล้วยืนโยก ผมไม่แน่ใจเรื่องความผิดถูก แต่ผมดูจากธรรมชาติ เช่น เวลาขับรถแล้วเราคิกดาวห์เพื่อให้รถวิ่งเร็วขึ้น รถยนต์จะตบเกียร์ลงต่ำเพื่อให้รอบเครื่องยนต์สูง พอรอบสูงขึ้นจึงเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นตามก็จะได้ความเร็วขึ้นเช่นกัน ผมจึงใช้หลักการนี้เมื่อจะเร่งความเร็วทุกครั้ง ผมจะตบเกียร์ต่ำและเร่งรอบขาให้สูงขึ้น เมื่อรอบขาเกินร้อยรอบผมถึงจะตบเกียร์สูงขึ้นและยืนใส่ จากการทดสอบในทีมและงานแข่ง ผมว่ามันใช้ได้ดีครับ
แบบที่สองคือการยืนโยกเพื่อขึ้นเขา ผมจะซ้อมด้วยจานใหญ่สุดและเกียร์ที่หนักสุดแล้วก็ยืนโยกขึ้นสะพานไปเรื่อยๆ ครับ บริหารจังหวะการกดและดึงให้ดีครับ ยืนไปเลยครับตามความสามารถที่เราจะยืนได้ ดู hr ประกอบไว้ด้วย ผมก็จะยืนให้นานที่สุดเท่าที่จะทนไหวครับ
การยืนปั่นกับนั่งปั่น พลังงานที่ใช้ย่อมต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ออกก็ต่างกันเช่นกัน ใน tour of vuelta ปีนี้ เห็น ฟรูมซดกับคอนทาดอร์มั้ยครับ คนหนึ่งขึ้นเขาโดยเน้นรอบขาเป็นหลัก คนหนึ่งยืนโยกยิงเป็นระยะ มันอยู่ที่การฝึกจริงๆ ครับ นักปั่นที่ดีก็คงต้องฝึกทั้งสองอย่างและเลือกใช้ในเวลาที่เหมาะ
บนเส้นทางเขาถ้าเป็นเขาไม่คุ้นเคย ก็ใช้รอบขาขึ้นไปก่อนครับ แต่พอใกล้ยอดถ้าเหลือก็ยืนโยกใส่เพื่อทำความเร็วหนีกลุ่มครับ แต่ถ้าเป็นเขาที่ซ้อมกันประจำอย่างเขาใหญ่ เราจะรู้ช่วง ดังนั้นบางช่วงเราก็ซอยขาขึ้น บางช่วงอัดมันตั้งแต่ต้นเนินได้ครับ การปั่นมันก็คือการรู้เขาและรู้เราครับ รู้เส้นทางและรู้กำลังเรา และก็ไปบริหารกันเองครับ

Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 29 ก.ย. 2014, 22:39
โดย temuan
ขอเก็บความรู้คับผม ขอบคุณมากครับ
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 30 ก.ย. 2014, 08:24
โดย FinalB
ขึ้นเขาที่ชันมากๆ ไม่แนะนำเกียร์หนักมากๆนะครับ ระวังอันตรายไหลลงเขา
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 30 ก.ย. 2014, 10:18
โดย Tdf
ยืนปั่นข้อดีเร่งความเร็วได้มากเพราะใช้น้ำหนักตัวกดส่งแรงไปที่บันไดทั้งหมด ข้อเสียตอนยกขาขึ้นก็ต้องยกน้ำหนักทั้งตัวขึ้นด้วยทำให้ขาล้าเร็วหมดแรงเร็ว ขาไม่แข็งจริงไม่นานตะคริวก็มา
ยืนปั่นไม่สามารถควงขาหรือดึงขาได้นะครับ เน้นแรงกดอย่างเดียว
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 30 ก.ย. 2014, 17:27
โดย ballbeing
Tdf เขียน:ยืนปั่นข้อดีเร่งความเร็วได้มากเพราะใช้น้ำหนักตัวกดส่งแรงไปที่บันไดทั้งหมด ข้อเสียตอนยกขาขึ้นก็ต้องยกน้ำหนักทั้งตัวขึ้นด้วยทำให้ขาล้าเร็วหมดแรงเร็ว ขาไม่แข็งจริงไม่นานตะคริวก็มา
ยืนปั่นไม่สามารถควงขาหรือดึงขาได้นะครับ เน้นแรงกดอย่างเดียว
ขออนุญาติแลกเปลี่ยนนะครับ เวลายืนขึ้นเขา หรือยืนยิงบนยอดจะสามารถใช้การกดและดึงไปพร้อมกันได้ครับ ยิ่งชันมากการกดและดึงต้องไปด้วยกันและเป็นเรื่องต้องฝึกฝนครับ ผมยืนยันว่าผมและทั้งทีม รวมถึงเพื่อนที่รู้จักในทีมต่างจังหวัดที่ขึ้นเขากันเสมอจะใช้ยืนกดและดึงครับ การยืนกดอย่างเดียวจะใช้ตอนสปรินทร์ครับ อีกอย่างลองไปคุยกับชาวฟิกส์เกียร์ดูครับ ว่าการยืนปั่นจะต้องใช้การกดและดึงพร้อมกันแค่ไหน
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 30 ก.ย. 2014, 20:17
โดย golike
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 30 ก.ย. 2014, 21:13
โดย lucifer
Lance ศิษย์EPO เป็นคนแรกที่สาธิต การยืนควงบันไดขึ้นเขาด้วยรอบขา90-100rpm จนมีสมญาว่า Lance dance
ผมเองขาอ่อน ในบางครั้งเพื่อขึ้นให้ทันคันหน้า ผมก็ลุกขึ้นยืนควงบันไดได้เช่นกัน ขึ้นกับจังหวะ รอบขา ความเร็ว
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 30 ก.ย. 2014, 22:01
โดย giro
แก้ไขนะครับยืนปั่นใช้สโครคขามากกว่าแค่กดครับ ทั้งบนเขาและทางราบ
...ก่อนนี้ผมเคยอ่านเจอว่ามีจานที่เอาไว้ซ้อมปั่นควงขาโดยเฉพาะ ขาจานสองข้าหมุนเป็นอิสระจากกัน แกนกลางไม่เชื่อมกันดังนั้นขาสองข้างต้องควงบันไดกลมตอลดเวลาแม้แต่ยืนปั่น ไม่เคยเห็น
จนเพื่อนที่ขี่ด้วยกันเอามาปั่น บอกตามตรงว่าดูทรมาณมาก ขึ้นสะพาน ขึ้นเขาใหญ่
ผลที่ได้เมื่อกลับมาปั่นจานธรรมดา ผมทักเพื่อนผมทันทีเลยว่า
"เฮ้ย ท่าปั่นเหมือนแอนดี้ เชล็คตอนยืนโยกขึ้นเขาเลย" น้ำหนักลงไปที่บันไดทั้งหมดจริงแต่อีกข้างยกและดันบันไดไปด้านหน้าด้วย
ประกอบกับรุ่นลายครามสอนเอาไว้เวลากระชากเร่งยิงออกไป อย่ากดบันไดอย่างเดียว ให้กดและดึง เหมือนอารมณ์รถลู่แข่งสปรินท์ที่ต้องทั้งกด ดึง ดัน แล้วรถจะพุ่งกว่าแค่เอาน้ำหนักตัวกดมากครับ
ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องหัด มันเป็นเรื่องของ "เทคนิค" ไม่ใช่แค่อยากทำก็ทำได้เลย
โดยแนวคิดมันคือเอาน้ำหนักตัวมาลงบนบันไดถูกต้องแน่นอนครับ แต่อีกข้างต้องช่วยออกแรงขับเคลื่อนไปด้วย ไม่งั้นแรงที่ได้ไม่ได้ประสิทธภาพสูงสุดและจะเกิดการล้ากล้ามเนื้อต้นขาช่วงหน้าตกได้งา่ย ที่สำคัยจะเกิด dead spot ที่ตะแหน่ง 6 นาฬิกา ถ้าดูท่าดีๆจะไม่ไหลลื่นเหมือนพวกโปรทำ
ข้อเสียคือ มันกินพลังงานมากกว่าครับ
เสริมครับว่าการซ้อมยืนปั่นที่ได้ ให้ซ้อมทุกๆความหนัก ยืนปั่นโซน 2 ก็ได้ โซน 5 ก็ได้ และทำให้ร่างกายท่อนบน relax ด้วยครับ ฝรั่งบรรยายไว้ว่า "ปล่อยให้รถมันโยกไปเองเหมือนลูกตุ้มนาฬิกาที่เราไม่ต้องอัดแรงดันรถซ้ายขวา การออกแรงดันรถซ้ายขวาคือการเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์ สมดุลย์ของรถที่เอียงซ้ายขวาได้จากการถ่ายน้ำหนักและควงบันไดทั้ง 2 ข้าง"
ซึ่งภาพของการซ้อมยืนปั่นที่ติดตาผมคือ นักแข่ง cat 1 อเมริกาซ้อมยืนป่ั่นขึ้นเขา รถโยกไปมาออกแรงมหาศาล แต่มือวางเบาๆบนมือเบรคไม่ได้จับขยำเกร็ง แขนขยับสบายๆ ไหล่โยกย้ายพองาม
ส่วนสปรินท์ ผมว่านอกจากยืนอัดได้ รอบขาต้องได้ด้วย เหมือนพวกรถลู่สปรินท์ทีรอบขา 120-140 ไป 150 กันมั้งนั่น ......
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 01 ต.ค. 2014, 08:47
โดย Cycling B®y
ยืนปั่นในทางชันมากๆมันต้องดึงบันไดช่วยด้วยครับ ..เวลายืนปั่นทางชันเมื่อเราดึงบันได ต้องรักษาสมดุลของร่างกายให้ดีด้วยว่าควรทิ้งน้ำหนักไปหน้ารถมากแค่ไหน เพื่อให้หลังเบา.. แต่ถ้าทิ้ง นน.ไปหน้ามากเกิน เวลาดึงบันไดล้อหลังจะลอย ล้อฟรีทันที..
ผมอยู่ภูเก็ต หน้าบ้านเป็นเขา หลังบ้านเป็นเขา ลองยืนมาทุกแบบแล้ว..การหัดยืน มันอยู่ที่จังหวะ..ปล่อยตัวสบายๆ ไปตามจังหวะ ใช้เกียร์ให้เหมาะสม..ต้องผึกครับ..ใช้เวลาหน่อย พอทำได้จะสนุกมาก ยืนได้ยาวเป็นหลายๆกิโลเลย..

Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 01 ต.ค. 2014, 11:33
โดย Agera
ขอบคุณความรู้จากทุกท่านครับ
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 03 ต.ค. 2014, 10:31
โดย Mtb หน้าใหม่
ยืนโยก จำเป็นมากครับ ปั่นติดๆกัน แต่คนหน้ายืน ถ้าเราไม่ยืน ห่างชัดเจนครับ ต้องฝึก
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 03 ต.ค. 2014, 20:54
โดย ton_59
แต่เคยปั่นขึ้นเขาต่อเนื่อง 3 ชม. จนง่อย บางช่วงยืนปั่นสามารถช่วยอาการง่อยได้นะ
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 03 ต.ค. 2014, 23:33
โดย ตู่ สัมมากรMTB
สรุปว่าฝึกไว้ดีกว่า ขอบคุณทุกคำแนะนำนะครับ
Re: ว่าด้วยการยืนปั่น
โพสต์: 04 ต.ค. 2014, 09:47
โดย soonchai
ยืนโยกมีโอกาศคลีทหลุดจากบันใดไหมครับ ผมละกลัวจะหน้าทิ่มครับ ผมได้แต่ยืนโยกเพื่อผ่อนคล้ายเท่านั้น ไม่กล้าสปรินกลัวคลีทหลุดฟันจะหมดปากครับ