http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=106331
เรื่องที่คุณควรรู้
ผู้ดูแล: เสือเพชรบูรณ์, V3 ป่าเลา
กฏการใช้บอร์ด
ที่อยู่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000
ที่อยู่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000
- เสือต๊อ..แต๊
- ขาประจำ
- โพสต์: 681
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:11
- Tel: 0897088089
- team: เพชรบูรณ์
- Bike: trek 4300 .....ไจแอนด์ hand made......cannadale f3
เรื่องที่คุณควรรู้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=106331
แก้ไขล่าสุดโดย เสือต๊อ..แต๊ เมื่อ 03 ต.ค. 2009, 16:11, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
สุขเป็น ....................... ก็ .........................เป็นสุข
- weeraphan
- ขาประจำ
- โพสต์: 554
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 เม.ย. 2009, 03:21
- team: เสือเพชรบูรณ์ เสือเพชรละคร
- Bike: รถกระป๋อง OPTIMO,TREK 8500
Re: เรื่องที่คุณควรรู้
อาการนี้ผมเป็นมาแล้วและวิธีนี้ผมก็ทำมาแล้ว ได้ผลครับ เลยได้มีโอกาสมาปั่นจักรยานและได้มีโอกาสอยู่ถึงวันนี้ครับ 
- ต้าหมิง
- ขาประจำ
- โพสต์: 345
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 18:47
- team: เพชรบูรณ์
- Bike: Mosso
Re: เรื่องที่คุณควรรู้
ดูจากเหตุการณ์ในหลายๆเวป พอประมวลได้ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นอาจารย์หนุ่ม
อายุแค่ 32 ปีเอง อัธยาศัยดีมาก ช่วงเกิดเรื่องขึ้นเนินยาวที่เขาใหญ่ ฮาร์ดเรท
ชีพจรขึ้นถึง 206 เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่หัวใจจะทนรับไหว หัวใจวายที่
เกิดจากการเป็นตระคิวของกล้ามเนื้อหัวใจ สู่สุขคติเถิดนะ
.........................
จากประสบการณ์ที่ผมได้เจอช่วงที่กำลังเรียนรู้ฝึกขึ้นเขาธงทอง และ เส้นทาง
ขึ้นน้ำตกตาดหมอกใหม่ๆ เมื่อยามเหนื่อยมากๆ ให้สังเกตุรู้สึกได้กับเสียงเต้นชีพจร
ตรงขมับเราดังตึบๆ แรงขึ้นๆ มีอาการหอบมาก จนมากขึ้นเรื่อยๆถึงระดับหนึ่ง
ร่างกายเราจะทนไม่ไหว มีอาการจะหายใจไม่ออก ต้องหยุดจอดไม่งั้นจะมีอาการ
หน้ามืดจะเป็นลม มาคิดได้ทีหลังว่า การหยุดจอดเลยก็จะเสี่ยงเป็นอันตรายต่อหัวใจ
มาก จึงคิดได้ว่า ต้องลองขี่แบบซิกแซก(เกียร์งู)ช้าๆวอร์มดาวน์ไปเรื่อยๆ
จนชีพจรคืนสู่สภาวะปกติ ต้องทดสอบอยู่หลายหน สุดท้ายก็ผ่านไปได้
ทุกวันนี้ผมจะเตือนตัวเองบ่อยๆว่า อย่าฝืน ๆ ๆ (สังขาร) เรามาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ
อายุแค่ 32 ปีเอง อัธยาศัยดีมาก ช่วงเกิดเรื่องขึ้นเนินยาวที่เขาใหญ่ ฮาร์ดเรท
ชีพจรขึ้นถึง 206 เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่หัวใจจะทนรับไหว หัวใจวายที่
เกิดจากการเป็นตระคิวของกล้ามเนื้อหัวใจ สู่สุขคติเถิดนะ
.........................
จากประสบการณ์ที่ผมได้เจอช่วงที่กำลังเรียนรู้ฝึกขึ้นเขาธงทอง และ เส้นทาง
ขึ้นน้ำตกตาดหมอกใหม่ๆ เมื่อยามเหนื่อยมากๆ ให้สังเกตุรู้สึกได้กับเสียงเต้นชีพจร
ตรงขมับเราดังตึบๆ แรงขึ้นๆ มีอาการหอบมาก จนมากขึ้นเรื่อยๆถึงระดับหนึ่ง
ร่างกายเราจะทนไม่ไหว มีอาการจะหายใจไม่ออก ต้องหยุดจอดไม่งั้นจะมีอาการ
หน้ามืดจะเป็นลม มาคิดได้ทีหลังว่า การหยุดจอดเลยก็จะเสี่ยงเป็นอันตรายต่อหัวใจ
มาก จึงคิดได้ว่า ต้องลองขี่แบบซิกแซก(เกียร์งู)ช้าๆวอร์มดาวน์ไปเรื่อยๆ
จนชีพจรคืนสู่สภาวะปกติ ต้องทดสอบอยู่หลายหน สุดท้ายก็ผ่านไปได้
ทุกวันนี้ผมจะเตือนตัวเองบ่อยๆว่า อย่าฝืน ๆ ๆ (สังขาร) เรามาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ
- potuy
- ขาประจำ
- โพสต์: 157
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 20:22
- Tel: 0925191524
- team: ชมรมจักรยานด่านช้าง
- Bike: schwinn moab schwinn mesa
Re: เรื่องที่คุณควรรู้
sutad3352 เขียน:
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณโต้งด้วยครับ ผมมีข้อมูลเผื่อเอาไว้ใช้สำหรับสมาชิก
หัวใจล้มเหลวเวลาอยู่คนเดียวจะทำอย่างไร??
คุณจะเอาชีวิตรอดอย่างไรเมื่อเกิดหัวใจล้มเหลวกระทันหันขณะกำลังอยู่คนเดียว??
คนหลายๆ คนอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันขณะอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครช่วยเหลือได้ และคนที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติเช่นนี้จะมีเวลาเพียงแค่ 10 วินาทีเท่านั้น ก่อนที่จะหน้ามืดและหมดสติ
คำตอบ:
อย่าตื่นตระหนก คุณสามารถช่วยเหลือตนเองได้ด้วยการไอแรงๆ หลายๆ ครั้งติดต่อกัน
สูดลมหายใจให้ลึกๆ ก่อนการไอแรงๆ แต่ละครั้ง การไอแต่ละครั้งต้องไอให้ยาวๆ ลึกๆ เหมือนตอนคุณพยายามขากเสมหะที่ติดอยู่ในลำคอลึกๆ ออกมานั่นแหละ
การหายใจลึกๆ และไอแรงๆ จะต้องกระทำต่อเนื่องทุก 2 วินาทีโดยไม่หยุด (ย้ำทุกๆ 2 วินาที) จนกว่าคุณจะได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ หรือจนกว่าคุณจะรู้สึกว่าหัวใจกลับสู่การเต้นที่เป็นปกติ
อีกครั้ง
การหายใจลึกๆ จะช่วยให้ปอดได้รับออกซิเจน ส่วนการไอแรงๆ นั้นจะทำให้เกิดแรงกระเทือนที่ไปช่วยบีบหัวใจและช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ และแรงบีบหัวใจจากการไอนี้จะช่วยให้หัวใจกลับสู่การเต้นปกติได้
การทำเช่นนี้จึงทำให้ผู้ประสบอาการหัวใจล้มเหลวสามารถพาตัวเองไปถึงโรงพยาบาลได้
บทความนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร JOURNAL OF GENERAL HOSPITAL ROCHESTER
** ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พี่ sutad 3352 ก่อนเลยครับที่แนะนำสิ่งดีๆมาให้พวกเรา่ แต่ผมขอชี้แจงสำหรับฟอร์เวิร์ดเมลฉบับนี้ นิดนึงครับ ซึ่งครั้งนึงผมเคยได้รับมาแล้ว แต่โดยส่วนตัวผมมีข้อสงสัยเล็กๆน้อยๆ เลยนำฟอร์เวิร์ดเมลฉบับนั้นซึ่งมีเนื้อหาเหมือนในกระทู้นี้ทุกข้อความ ส่งไปให้ป๋าลูซึ่งเป็นอาจารย์หมอและเป็นเวบมาสเตอร์ของ เวบ bikeloves ซึ่งคุณหมอ หรือป๋าลู ได้ชี้แจงมาว่า ไม่สามารถใช้่ได้จริงๆครับ จึงอยากรบกวนพี่ sutad ช่วยแจ้งให้เพื่อนสมาชิกท่านอื่นที่ได้รับฟอร์เวิร์ดเมลฉบับได้ทราบด้วย ต้องขอขอบคุณพี่สุทัศน์มากๆครับ สำหรับน้ำใจและความหวังดีที่ยื่นให้มาครับ นี่คือลิงค์ที่ผมเคยถามป๋าลูไว้นานมากแล้วครับ
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=6165
ก่อนต้องขอโทษก่อนนะบทความข้างบนผมไม่รู้ว่าใช้ได้ป่าวแต่ที่แน่ๆไม่ได้ใช้ เพราะผมเคยเป็นลมแล้วหมดสติไปเลยไม่ทันได้ทำอย่างอื่นเลยครับ แต่ว่ายังดีที่ได้กลับมาครับ อาจารย์ไม่กลับมาเขาไปเลย วิธีแก้มีทางเดียวครับตอนนี้ผมใช้อยู่ อย่าฝืนครับเพราะว่าตอนผมเป็นลมผมอัดขึ้นเขาเหลืออีกหน่อยเดียวก็ถึงแต่.....ไม่ถึง
เมื่อไม่กี่วันนี้ก็มีสมาชิคในกลุ่มก็เป็นลมเหมือนผมที่เดียวกับผมอาการเดียวกันครับจะเอาให้ถึงแต่...ไม่ถึงน็อคก่อนครับ บางวันเราแรงดีขี่สบายแต่บางวันมันหมดๆ ที่เดิมที่เราทำได้จะเอาให้เหมือนเดิมบางครั้งมันก็ไม่เหมือนเดิม ตอนนี้ผมไม่ฝืนอีกแล้วครับปล่อยไปตามแรงครับพอทำท่าไม่ไหวก็ปล่อยไปเรื่อยใครจะว่ายังไงก็ช่างเถอะเพราะว่าไม่ไหวแล้ว
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณโต้งด้วยครับ ผมมีข้อมูลเผื่อเอาไว้ใช้สำหรับสมาชิก
หัวใจล้มเหลวเวลาอยู่คนเดียวจะทำอย่างไร??
คุณจะเอาชีวิตรอดอย่างไรเมื่อเกิดหัวใจล้มเหลวกระทันหันขณะกำลังอยู่คนเดียว??
คนหลายๆ คนอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันขณะอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครช่วยเหลือได้ และคนที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติเช่นนี้จะมีเวลาเพียงแค่ 10 วินาทีเท่านั้น ก่อนที่จะหน้ามืดและหมดสติ
คำตอบ:
อย่าตื่นตระหนก คุณสามารถช่วยเหลือตนเองได้ด้วยการไอแรงๆ หลายๆ ครั้งติดต่อกัน
สูดลมหายใจให้ลึกๆ ก่อนการไอแรงๆ แต่ละครั้ง การไอแต่ละครั้งต้องไอให้ยาวๆ ลึกๆ เหมือนตอนคุณพยายามขากเสมหะที่ติดอยู่ในลำคอลึกๆ ออกมานั่นแหละ
การหายใจลึกๆ และไอแรงๆ จะต้องกระทำต่อเนื่องทุก 2 วินาทีโดยไม่หยุด (ย้ำทุกๆ 2 วินาที) จนกว่าคุณจะได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ หรือจนกว่าคุณจะรู้สึกว่าหัวใจกลับสู่การเต้นที่เป็นปกติ
อีกครั้ง
การหายใจลึกๆ จะช่วยให้ปอดได้รับออกซิเจน ส่วนการไอแรงๆ นั้นจะทำให้เกิดแรงกระเทือนที่ไปช่วยบีบหัวใจและช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ และแรงบีบหัวใจจากการไอนี้จะช่วยให้หัวใจกลับสู่การเต้นปกติได้
การทำเช่นนี้จึงทำให้ผู้ประสบอาการหัวใจล้มเหลวสามารถพาตัวเองไปถึงโรงพยาบาลได้
บทความนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร JOURNAL OF GENERAL HOSPITAL ROCHESTER
** ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พี่ sutad 3352 ก่อนเลยครับที่แนะนำสิ่งดีๆมาให้พวกเรา่ แต่ผมขอชี้แจงสำหรับฟอร์เวิร์ดเมลฉบับนี้ นิดนึงครับ ซึ่งครั้งนึงผมเคยได้รับมาแล้ว แต่โดยส่วนตัวผมมีข้อสงสัยเล็กๆน้อยๆ เลยนำฟอร์เวิร์ดเมลฉบับนั้นซึ่งมีเนื้อหาเหมือนในกระทู้นี้ทุกข้อความ ส่งไปให้ป๋าลูซึ่งเป็นอาจารย์หมอและเป็นเวบมาสเตอร์ของ เวบ bikeloves ซึ่งคุณหมอ หรือป๋าลู ได้ชี้แจงมาว่า ไม่สามารถใช้่ได้จริงๆครับ จึงอยากรบกวนพี่ sutad ช่วยแจ้งให้เพื่อนสมาชิกท่านอื่นที่ได้รับฟอร์เวิร์ดเมลฉบับได้ทราบด้วย ต้องขอขอบคุณพี่สุทัศน์มากๆครับ สำหรับน้ำใจและความหวังดีที่ยื่นให้มาครับ นี่คือลิงค์ที่ผมเคยถามป๋าลูไว้นานมากแล้วครับ
http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=6165
ก่อนต้องขอโทษก่อนนะบทความข้างบนผมไม่รู้ว่าใช้ได้ป่าวแต่ที่แน่ๆไม่ได้ใช้ เพราะผมเคยเป็นลมแล้วหมดสติไปเลยไม่ทันได้ทำอย่างอื่นเลยครับ แต่ว่ายังดีที่ได้กลับมาครับ อาจารย์ไม่กลับมาเขาไปเลย วิธีแก้มีทางเดียวครับตอนนี้ผมใช้อยู่ อย่าฝืนครับเพราะว่าตอนผมเป็นลมผมอัดขึ้นเขาเหลืออีกหน่อยเดียวก็ถึงแต่.....ไม่ถึง
เมื่อไม่กี่วันนี้ก็มีสมาชิคในกลุ่มก็เป็นลมเหมือนผมที่เดียวกับผมอาการเดียวกันครับจะเอาให้ถึงแต่...ไม่ถึงน็อคก่อนครับ บางวันเราแรงดีขี่สบายแต่บางวันมันหมดๆ ที่เดิมที่เราทำได้จะเอาให้เหมือนเดิมบางครั้งมันก็ไม่เหมือนเดิม ตอนนี้ผมไม่ฝืนอีกแล้วครับปล่อยไปตามแรงครับพอทำท่าไม่ไหวก็ปล่อยไปเรื่อยใครจะว่ายังไงก็ช่างเถอะเพราะว่าไม่ไหวแล้ว