จักรยานทัวริ่งถ้าใช้เฟรมคาร์บอนด์ทั้งหมด มันดีหรือไม่ดีครับ
โพสต์: 26 ก.ย. 2014, 22:32
อยากรู้จริงๆ จะมีปัญหาในการเดินทางไกลอย่างไรครับ
irat เขียน:สมมุติว่าเราอยู่ที่อินเดียแล้วล้มตะเกียบคาร์บอนแตกคงเคว้งคว้างมาก
tidnajohnny เขียน:อยากรู้จริงๆ จะมีปัญหาในการเดินทางไกลอย่างไรครับ




คงไม่ถึงขนาดนั้นกระมังครับdemolisher เขียน:tidnajohnny เขียน:อยากรู้จริงๆ จะมีปัญหาในการเดินทางไกลอย่างไรครับ
เมื่อเลือกใช้อย่างเหมาะสมก็มีปัญหาน้อยกว่าหรือไม่ต่างจากวัสดุอื่นครับ และอีกไม่นาน น่าจะประมาณซัก 2 ปีมั้ง ผู้ผลิตจักรยานยี่ห้อใหญ่ๆ น่าจะพร้อมใจผลิตเฟรมโลหะน้อยรุ่นลงเรื่อยๆ พร้อมๆ กับผลิตเฟรมคาร์บอนเยอะรุ่นขึ้นเรื่อยๆ ครับ เหลือเฟรมโลหะเอาไว้ให้คนที่ช้าาาา+ล้าหลังซักหน่อยใช้ครับ เพราะนอกจากจะใส่ลูกเล่นพัฒนาได้ยากแล้วต้นทุนผลิตเฟรมโลหะไม่ได้ต่ำลงเมื่อเทียบต้นทุนผลิตเฟรมคาร์บอนที่ยืดหยุ่นคล่องตัวหลากหลายโดยมีคุณภาพและคุณสมบัติดีกว่ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้นทุนต่ำลงเรื่อยๆ ครับ
...น่าจะเหลือเฉพาะยี่ห้อระดับ SME ลงไปที่ยังผลิตแต่เฟรมโลหะหรือผลิตเฟรมโลหะมากกว่าเฟรมคาร์บอนครับ
ซาเล้งสีแดง เขียน:จักรยานทัวริ่งเฟรมคาร์บอน ในโลกตอนนี้ คศ.นี้ ยังไม่มีวางจำหน่ายนะครับพี่ tidnajohnny
เว้นแต่ผู้ที่ทำ เป็นมาเพื่อใช้งานเองเป็นสมบัติส่วนตัว
แต่หากเป็นเฟรมทัวริ่งโลหะ ที่น่าจะเบาใกล้เคียงกันกับคาร์บอน ก็มี เฟรมทัวริ่งที่เป็น " ไทเทเนียม " มีผลิตจำหน่ายหลายยี่ห้อ
ถามว่า " จักรยานทัวริ่งถ้าใช้เฟรมคาร์บอนด์ทั้งหมด ดีไหม"
หากตอบโจทย์การใช้งานเราได้ ได้เดินทางสำเร็จ ถือว่าดีครับ
แต่ต้องสำคัญที่นักปั่น เข้าใจจุดอ่อน จุดแข็ง จุดเปราะบาง เป็นอย่างดี
และรู้จักใช้งานม้าให้เป็น ให้ถูกงานกับ รูปแบบและ ทำการบ้านกับเส้นทาง ให้จบทริปโดยรถเฟรมคาร์บอน ไม่พังซะก่อน
อีกอย่าง การปั่นจักรยานทัวริ่งเป็นเรื่องของอารมณ์ทัวร์ และเรื่องราว การเดินทาง ผ่านอุปสรรคต่างๆ หาใช่สาระที่ " ความเร็วสูง "
เราคงได้ยิน ได้เห็นบ่อยๆ กับคำว่า " วิถีเดินทางที่เนินช้า ,slowlife และสัมผัสสองข้างทาง "
จักรยานทัวริ่งเป็นทั้งศาสตร์แห่งเทคโนโลยีของยุคสมัย และศิลปะของการเดินทางของมนุษย์
มนุษย์ทุกชาติพันธุ์ ไม่นิยมใช้พลาสติค หรือ คาร์บอน เป็นพาหนะที่บันทึก ตำนานและเรื่องราว
เพราะเมื่อแตก หัก ก็พังซ่อมไม่ได้ ไม่คงทน ไม่เป็นตำนาน เพราะอะไรที่พังง่าย มันไม่เป็นตำนาน มันตำแป๊บเดียว
แต่จะนิยมใช้โลหะ และตัวแทนแห่งโลหะของโลกคือเหล็ก เหล็กแท้ๆ มีสนิมนี่แหละ
เก่าก็ทำสีใหม่ได้ หักพัง ก็เชื่อม ซ่อมแซมได้
ยืนยงคงกระพัน ฝรั่งเรียก steel is real
แม้นเทคโนโลยีโลหะวิทยาของมนุษย์ไม่ว่าสูงเพียงใด ไม่มีใครมองข้ามโลหะชื่อ เหล็ก
จักรยานทัวริ่ง เป็นจักรยานเฉพาะทาง มิได้มีจุดประสงค์ให้ใช้กับนักปั่นทุกคน
และเทคโนโลยีเหล็กสำหรับจักรยานทัวริ่ง ยังคงพัฒนาไม่หยุด เพียงแต่ไม่เปิดเผยหมดเปลือก
มันเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ จึงเป็นความลับส่วนหนึ่ง เหมือนเหล็กตีดาบซามูไร ไม่มีใครยอมเปิดเผยหมดเปลือก
คำพูดไม่สามารถบอกอารมณ์รถไม่ได้ครบ คนที่จะรู้ฟิลลิ่งเฟรม คือผู้เป็นเจ้าของ และใช้งานมัน ก็เท่านั้นเอง
" คาร์บอนเฟรม " เกิดมาหลักๆ เพื่อ ตูร์เดอฟร็องส์ และรายการปั่นแข่งความเร็วทางเรียบทั้งหลาย
วิศวกรผู้ออกแบบ ไม่ว่าค่ายใด ต่างใช้มัน เพื่อเป็นเฟรม ที่แข็งแรง แต่รีดน้ำหนักจักรยานได้เบากว่าโลหะที่โลกนิยม
ไม่ว่า เหล็ก หรือ อลู เพื่อให้เป็นจักรยานที่รองรับการแข่งขันเพื่อความเร็ว เพื่อการทำลายสถิติเรื่องความเร็ว ที่เคยทำมาก่อน
จุดเด่น คือเบา แข็ง การตอบสนองความเร็ว แบบที่รถถนนต้องการ
จุดด้อยคือ เปราะ เมื่อกระทบแรงๆ ล้มเป็นร้าว ชนเป็นหัก
การกระแทก ล้ม ชน แทบจะเป็นภาวะปกติของ heavy duty touring bicycle
ที่ไม่ต้องการเฟรมใจเสาะ เอ้ยไม่ใช่ เฟรมกรอบเปราะ ทุกชนิด
ยังมีการใช้เฟรมคาร์บอน กับ MTB และ cyclocross ออกแบบให้เฟรม รองรับน้ำหนักนักปั่น
แต่การผลิตเพื่อรองรับ งานแบบทัวริ่ง บรรทุกสัมภาระรอนแรม ยังไม่มี
หากสอบถามไปที่ผู้ผลิต จะทราบเลยว่า เขาสร้างสร้างคาร์บอน มิได้เพื่อการอื่น
ตั้งแต่อดีตที่มีการผลิตจักรยานในโลกใบนี้ จนถึงปัจจุบัน 2014 แม้นเทคโนโลยีจักรยานก้าวไกล
แต่ยังไม่ปรากฎผู้ผลิต ยักษ์ใหญ่ รายใด แม้นรายเดียว ที่กล้าผลิตเฟรมคาร์บอนเพื่อรองรับงานทัวริ่งจักรยานและวางจำหน่าย
เต็มที่ก็แค่ทดลอง ทดสอบ และเลิกไป ด้วยข้อจำกัดทางคุณสมบัติวัสดุคาร์บอน ที่มิได้เกิดมาเพื่อการทัวริ่ง
กฏมีไว้แหก ตัวอย่าง ที่มีคนกล้าเสี่ยงนำเฟรมคาร์บอนด์ยกคัน ใช้งานปั่นรูปแบบทัวริ่งเบา ปั่นรอบโลกเลยทีเดียว
โดยคนปั่น เป็นผู้ยอมรับความเสี่ยงเองในเรื่องเฟรมพัง และเมื่อทำสำเร็จ ถือเป็นความท้าทาย เป็น Record
ไม่เน้นสุนทรีย์ เน้นงานไปที่สถิติโลก และชื่อเสียงด้านการทำเวลา เป็นหลัก
ใช้เฟรมคาร์บอนของ Dirty Disco carbon cyclocross frame from On-One
ไม่ใช่เฟรมเฟรมทัวริ่ง เป็นเฟรมคาร์บอนสำหรับแข่งไซโครครอส แต่นักปั่น นำมาแปลงร่างใช้เป็นทัวริ่งเอาเอง
นักปั่น Mike เขาได้ฉีกกฎข้อหนึ่ง ก้าวข้ามข้อจำกัดของคาร์บอน และ เฟรมทัวริ่ง
เขาลุยปั่นรอบโลกโดยเฟรมไม่พัง นอกจากปั่นสุดยอดแล้ว ยังถนอมเฟรม และเข้าใจใช้เฟรมได้เก่งมากๆ
http://road.cc/content/news/59716-inter ... record-kit
prateppmc17 เขียน:ของทุกอย่างมีเหตุผลในตัวของมัน...แนวทัวริ่งไม่ได้เน้นความเร็วแต่เน้นความไหลครับ....
คนขี่ทัวริ่งไม่ได้ซีเรียสเรื่องหนํ้าหนัก....แต่เน้นซ่อมง่ายอะไหล่เยอะเพื่อต้องการไปให้ถึงจุดหมายมากกว่า
เฟรมคาร์บอนขอดีคือเบาแต่ความความเบาต้องแลกมาด้วยความเปราะครับ
ขนาดล้อคาร์บอนดีๆบางรุ่นตกหลุมทียังมีแตกเลยครับ
แล้วยิ่งต้องเป็นเฟรมที่จะต้องแบกนํ้าหนักสัมภาระ 20 - 30 กิโลหรืออาจจะมากกว่านี้ต้องเดินทางผ่านเส้นทางเส้นทางหน้าทั้งทางเรียบ
หรืออาจจะเจอหลุม....มันจะมีปัญหาหรือเปล่าอันนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลนะครับ
ซาเล้งสีแดง เขียน:จักรยานทัวริ่งเฟรมคาร์บอน ในโลกตอนนี้ คศ.นี้ ยังไม่มีวางจำหน่ายนะครับพี่ tidnajohnny
เว้นแต่ผู้ที่ทำ เป็นมาเพื่อใช้งานเองเป็นสมบัติส่วนตัว
แต่หากเป็นเฟรมทัวริ่งโลหะ ที่น่าจะเบาใกล้เคียงกันกับคาร์บอน ก็มี เฟรมทัวริ่งที่เป็น " ไทเทเนียม " มีผลิตจำหน่ายหลายยี่ห้อ
ถามว่า " จักรยานทัวริ่งถ้าใช้เฟรมคาร์บอนด์ทั้งหมด ดีไหม"
หากตอบโจทย์การใช้งานเราได้ ได้เดินทางสำเร็จ ถือว่าดีครับ
แต่ต้องสำคัญที่นักปั่น เข้าใจจุดอ่อน จุดแข็ง จุดเปราะบาง เป็นอย่างดี
และรู้จักใช้งานม้าให้เป็น ให้ถูกงานกับ รูปแบบและ ทำการบ้านกับเส้นทาง ให้จบทริปโดยรถเฟรมคาร์บอน ไม่พังซะก่อน
อีกอย่าง การปั่นจักรยานทัวริ่งเป็นเรื่องของอารมณ์ทัวร์ และเรื่องราว การเดินทาง ผ่านอุปสรรคต่างๆ หาใช่สาระที่ " ความเร็วสูง "
เราคงได้ยิน ได้เห็นบ่อยๆ กับคำว่า " วิถีเดินทางที่เนินช้า ,slowlife และสัมผัสสองข้างทาง "
จักรยานทัวริ่งเป็นทั้งศาสตร์แห่งเทคโนโลยีของยุคสมัย และศิลปะของการเดินทางของมนุษย์
มนุษย์ทุกชาติพันธุ์ ไม่นิยมใช้พลาสติค หรือ คาร์บอน เป็นพาหนะที่บันทึก ตำนานและเรื่องราว
เพราะเมื่อแตก หัก ก็พังซ่อมไม่ได้ ไม่คงทน ไม่เป็นตำนาน เพราะอะไรที่พังง่าย มันไม่เป็นตำนาน มันตำแป๊บเดียว
แต่จะนิยมใช้โลหะ และตัวแทนแห่งโลหะของโลกคือเหล็ก เหล็กแท้ๆ มีสนิมนี่แหละ
เก่าก็ทำสีใหม่ได้ หักพัง ก็เชื่อม ซ่อมแซมได้
ยืนยงคงกระพัน ฝรั่งเรียก steel is real
แม้นเทคโนโลยีโลหะวิทยาของมนุษย์ไม่ว่าสูงเพียงใด ไม่มีใครมองข้ามโลหะชื่อ เหล็ก
จักรยานทัวริ่ง เป็นจักรยานเฉพาะทาง มิได้มีจุดประสงค์ให้ใช้กับนักปั่นทุกคน
และเทคโนโลยีเหล็กสำหรับจักรยานทัวริ่ง ยังคงพัฒนาไม่หยุด เพียงแต่ไม่เปิดเผยหมดเปลือก
มันเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ จึงเป็นความลับส่วนหนึ่ง เหมือนเหล็กตีดาบซามูไร ไม่มีใครยอมเปิดเผยหมดเปลือก
คำพูดไม่สามารถบอกอารมณ์รถไม่ได้ครบ คนที่จะรู้ฟิลลิ่งเฟรม คือผู้เป็นเจ้าของ และใช้งานมัน ก็เท่านั้นเอง
" คาร์บอนเฟรม " เกิดมาหลักๆ เพื่อ ตูร์เดอฟร็องส์ และรายการปั่นแข่งความเร็วทางเรียบทั้งหลาย
วิศวกรผู้ออกแบบ ไม่ว่าค่ายใด ต่างใช้มัน เพื่อเป็นเฟรม ที่แข็งแรง แต่รีดน้ำหนักจักรยานได้เบากว่าโลหะที่โลกนิยม
ไม่ว่า เหล็ก หรือ อลู เพื่อให้เป็นจักรยานที่รองรับการแข่งขันเพื่อความเร็ว เพื่อการทำลายสถิติเรื่องความเร็ว ที่เคยทำมาก่อน
จุดเด่น คือเบา แข็ง การตอบสนองความเร็ว แบบที่รถถนนต้องการ
จุดด้อยคือ เปราะ เมื่อกระทบแรงๆ ล้มเป็นร้าว ชนเป็นหัก
การกระแทก ล้ม ชน แทบจะเป็นภาวะปกติของ heavy duty touring bicycle
ที่ไม่ต้องการเฟรมใจเสาะ เอ้ยไม่ใช่ เฟรมกรอบเปราะ ทุกชนิด
ยังมีการใช้เฟรมคาร์บอน กับ MTB และ cyclocross ออกแบบให้เฟรม รองรับน้ำหนักนักปั่น
แต่การผลิตเพื่อรองรับ งานแบบทัวริ่ง บรรทุกสัมภาระรอนแรม ยังไม่มี
หากสอบถามไปที่ผู้ผลิต จะทราบเลยว่า เขาสร้างสร้างคาร์บอน มิได้เพื่อการอื่น
ตั้งแต่อดีตที่มีการผลิตจักรยานในโลกใบนี้ จนถึงปัจจุบัน 2014 แม้นเทคโนโลยีจักรยานก้าวไกล
แต่ยังไม่ปรากฎผู้ผลิต ยักษ์ใหญ่ รายใด แม้นรายเดียว ที่กล้าผลิตเฟรมคาร์บอนเพื่อรองรับงานทัวริ่งจักรยานและวางจำหน่าย
เต็มที่ก็แค่ทดลอง ทดสอบ และเลิกไป ด้วยข้อจำกัดทางคุณสมบัติวัสดุคาร์บอน ที่มิได้เกิดมาเพื่อการทัวริ่ง
กฏมีไว้แหก ตัวอย่าง ที่มีคนกล้าเสี่ยงนำเฟรมคาร์บอนด์ยกคัน ใช้งานปั่นรูปแบบทัวริ่งเบา ปั่นรอบโลกเลยทีเดียว
โดยคนปั่น เป็นผู้ยอมรับความเสี่ยงเองในเรื่องเฟรมพัง และเมื่อทำสำเร็จ ถือเป็นความท้าทาย เป็น Record
ไม่เน้นสุนทรีย์ เน้นงานไปที่สถิติโลก และชื่อเสียงด้านการทำเวลา เป็นหลัก
ใช้เฟรมคาร์บอนของ Dirty Disco carbon cyclocross frame from On-One
ไม่ใช่เฟรมเฟรมทัวริ่ง เป็นเฟรมคาร์บอนสำหรับแข่งไซโครครอส แต่นักปั่น นำมาแปลงร่างใช้เป็นทัวริ่งเอาเอง
นักปั่น Mike เขาได้ฉีกกฎข้อหนึ่ง ก้าวข้ามข้อจำกัดของคาร์บอน และ เฟรมทัวริ่ง
เขาลุยปั่นรอบโลกโดยเฟรมไม่พัง นอกจากปั่นสุดยอดแล้ว ยังถนอมเฟรม และเข้าใจใช้เฟรมได้เก่งมากๆ
http://road.cc/content/news/59716-inter ... record-kit
คือคาร์บอนมันก็ดีนะครับ ถ้าเรายังพอรับความเสี่ยงกับการไม่มีอะไหล่เปลี่ยนเวลาเกิดอุบัติเหตุ แต่ใครจะเอาไปลุยเขาก็คงสามารถรับความเสี่ยงตรงนี้ได้ ทัวริ่งเฟรมเหล็กยังพอดัดได้บ้างเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน ขี่ไปก่อนค่อยหาทางแก้ข้างหน้าdemolisher เขียน:irat เขียน:สมมุติว่าเราอยู่ที่อินเดียแล้วล้มตะเกียบคาร์บอนแตกคงเคว้งคว้างมาก
ถ้าตะเกียบแตก (หมายถึงของมาตรฐานดีนะครับ) วัสดุอื่นก็ชำรุดไปแล้วเหมือนกันหรือมากกว่า มันเคว้งคว้างน้อยกว่าเหรอครับ ?
ถ้าต้องเปลี่ยนตะเกียบ ก็แค่ซื้อใหม่ ซึ่งมันก็แค่พลิกแพลงตามสถานการณ์ มันยากง่ายกว่ากันตรงไหนครับ ?
ตั้งหลายปีมาแล้วที่เฟรมโลหะเยอะแยะใช้ตะเกียบคาร์บอนหางหลังคาร์บอน มันมีปัญหามากกว่าโลหะยังไงครับ ? ถ้ามันไม่ดีกว่าแถมราคาก็สูงกว่าเขาจะผลิตออกมาเป็นรุ่นบนกว่าทำไมครับ ?