สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
เสืออ้วน1101
- ขาประจำ
- โพสต์: 109
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2013, 20:35
- Tel: 0841342523
- team: punpungkang
สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
อยากทราบว่าบันได speed play มันดีอย่างไงคับราคาถึงได้แพงราคาต่ำๆก็เห็นสี่พันกว่าแล้ว แล้วการใช้งานมันง่ายกว่ายี่ห้ออื่นอย่างไงคับ
- bluewish
- ขาประจำ
- โพสต์: 171
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2012, 22:09
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
1.ใส่ได้ทั้งสองหน้า
2.พอประกบกับรองเท้าแล้ว ระยะห่างจากบันไดกับรองเท้ามันน้อยกว่าแบบอื่น
3.ครีตรุ่น zero ปรับได้ในตัวเอง (จริงๆครีตรุ่น light ก็เอาไปโมให้เหมือนตัว zero ได้)
3.เบา ขนาดตัวต่ำสุดแกนเป็นโครโมลี่ ยังหนักแค่ 210 กรัม สแตนเลส หรือไทเท ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
4.ใส่รองเท้าแตะปั่นได้
5.จุ๋มจิ๋ม น่ารัก และหล่อ...มั้งงง
ตอนนี้นึกออกเท่านี้ครับ
2.พอประกบกับรองเท้าแล้ว ระยะห่างจากบันไดกับรองเท้ามันน้อยกว่าแบบอื่น
3.ครีตรุ่น zero ปรับได้ในตัวเอง (จริงๆครีตรุ่น light ก็เอาไปโมให้เหมือนตัว zero ได้)
3.เบา ขนาดตัวต่ำสุดแกนเป็นโครโมลี่ ยังหนักแค่ 210 กรัม สแตนเลส หรือไทเท ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
4.ใส่รองเท้าแตะปั่นได้
5.จุ๋มจิ๋ม น่ารัก และหล่อ...มั้งงง
ตอนนี้นึกออกเท่านี้ครับ
- Dynamic66
- ขาประจำ
- โพสต์: 385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2013, 15:38
- team: ECT , KiumHuayKK
- Bike: BMC SLR02
- ตำแหน่ง: Khon Kaen. Thailand.
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
ข้อ 4 นี้ผมว่ามันปั่นยากกว่าบันไดอื่นๆนะครับ - -"
จุดเหยียบมันน้อยนิดมาก แต่ชอบตรงใส่ได้ 2 ด้านเนียแหละ
จุดเหยียบมันน้อยนิดมาก แต่ชอบตรงใส่ได้ 2 ด้านเนียแหละ
-
pisitsrib
- ขาประจำ
- โพสต์: 273
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2011, 15:40
- ติดต่อ:
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
ลองดูข้อด้อยบางไหมครับที่ผมนึกออกนะ
1.คลีตราคาแพง แถมหายาก
2.บำรุงรักษาจุกจิกหน่อย ต้องหล่อลื่นตัวคลีตและอัดจารบีที่ตัวบันได
3.เดินลำบากมากถ้าไม่ใส่ตัวหุ้มคลีต
1.คลีตราคาแพง แถมหายาก
2.บำรุงรักษาจุกจิกหน่อย ต้องหล่อลื่นตัวคลีตและอัดจารบีที่ตัวบันได
3.เดินลำบากมากถ้าไม่ใส่ตัวหุ้มคลีต
- iN2
- ขาประจำ
- โพสต์: 2441
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มิ.ย. 2012, 00:12
- Bike: Trek
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
และเรื่องของ น้ำหนักตัวผู้ปั่นล่ะครับ มีข้อจำกัดหรือเปล่า ^^
แค่ออกปั่นให้สนุกก็พอ
- ฮุยเสนา
- ขาประจำ
- โพสต์: 232
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2011, 21:08
- team: แซ่โอ๊วเสนา,ทีมบ้านแพน,Turtle cycling
- Bike: Cannondale CAAD 9 Team Diaora - Nich Kem - Eddy Merkkx EMX-7 Black Edition - Lapierre Prorace 200
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
กดเป็นพุ่ง ส่งแรงได้สุดๆ ใช้แล้วหันไปใช้อย่างอื่นอาจจะบ่นว่าปั่นไม่ออกแรงไม่มีก็เป็นได้ ไม่ได้โม้.........................
- เสือสวาท
- สมาชิก
- โพสต์: 82
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2011, 16:02
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
สวยปรับตั้งได้เยอะดีแต่ตั้งยากโคตร
-
เสืออ้วน1101
- ขาประจำ
- โพสต์: 109
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2013, 20:35
- Tel: 0841342523
- team: punpungkang
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
ใช้แรกๆคงไม่เท่าไร แต่พอนานไปถึงเวลาต้อง service นี้ปัญหาเกิดค่าใช้จ่ายดูท่าทางจุกจิกนะคับ ดูยูทูปเห็นต้องหยอดน้ำมันอะไรไม่รู้ที่คลีต ต้องอัดน้ำยาอะไรไม่รู้ที่บันได มันอาจจะดีและโอเคสำหรับคนมีทุนในการซื้อในการจ่ายค่าบำรุงรักษาและค่าตกแต่งด้วยเห็นมีชุดแกนแต่งอีก โอ้!!เยอะจัง
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
เชื่อไหมครับ สุดท้ายอยู่ที่นานาจิตตังนั่นแหละ
ครั้งหนึ่งได้เสียเงินซื้อบันไดspeedplay มาทดลองใช้เอง พยายามทำใจให้ชอบมันอยู่เหมือนกัน หลังจากใช้งานได้ราวๆ200กม. ก็มีข้อสรุปดังนี้
1. ใส่ง่าย ปลดง่าย : สำหรับผมนะ ถูกแค่ข้อหลังคือ ปลดง่าย ง่ายจริงๆ ง่ายกว่า Dura Ace อีก ถ้ารู้จักตั้งสกรูดีๆ คุมมุม Float ให้เหมาะสมตามความถนัด ก็จะปลดได้ง่ายๆ แต่เรื่องใส่ง่ายนั้น เห็นด้วยในกรณีที่เป็นcleatรุ่นแรกทีใช้สปริงในลักษณะเส้นลวด แต่สำหรับ Cleat รุ่นใหม่ที่ใช้สปริงเป็นรูปตัว C แล้ว อืมมมมม ผมเองอาจจะยังไม่ชินกับมันนะครับ ขนาดถอดออกมาดูว่าอะไรทำให้มันเข้ายาก เอากระดาษทรายละเอียดมาขัดผิวตัว C โดยเฉพาะตรงสันขอบที่เป็นตัวการให้ฝืดหรือสะดุด หยอดน้ำมัน หยอดแวกซ์ ทำตามคู่มือ จนแล้วจนรอดก็ยังจับจังหวะไม่ได้สักทีว่าทำยังไงมันถึงจะเข้าง่ายๆ เพราะทุกครั้งจะต้องขยี้มันเข้าไป กว่าจะเข้านี่บางทีก็มีเซ็งๆอยู่ไม่น้อย แล้วก็ไม่เห็นมันจะเข้าง่ายๆแบบในคลิปที่เขาอวดอ้างสรรพคุณเลย
สงสัยมันยังใหม่เกินไป จึงยังไม่ลื่น
2. ใส่ได้ทั้งสองด้าน : อันนี้แหละที่ข้อดี เพราะว่ามันใส่ยังไงก็ไม่ยอมเข้าสักที ก็เลยต้องใช้มันแทนบันไดให้สามารถถีบรถออกไปจากที่ีหยุดนิ่งได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถีบมันผิดด้าน เพราะมันถีบได้ทั้ง 2 ด้าน ( เคยเจอตอนออกไฟแดง กว่าจะใส่ลง รถยนต์เกือบจะเฉี่ยวเอา 5555 )
3. การปรับคลีทให้ขยับ ซ้าย/ขวา ต้องเป็นอิสระจากการปรับมุมเอียง ตรงนี้มันก็เป็นข้อได้เปรียบของระบบการยึดcleat เข้ากับรองเท้า โดยเจ้าสกรูทั้ง 4 ตัว ซึ่งตัวแผ่นคลีตสามารถขยับ ปรับเข้าออกได้โดยไม่ต้องปรับแต่งมุมของคลีท เพราะโครงสร้างของการยึดcleat เข้ากับรองเท้า จะประกอบด้วยแผ่นพลาสติก ที่ทำหน้าที่เป็น adapterแปลงความโค้งของอุ้งพื้นรองเท้าให้เป็นแผ่นราบแบน สำหรับการยึดติดกับแผ่นcleatสี่เหลี่ยนแบนๆอีกที เจ้าแผ่นพลาสติกนี้จะสามารถปรับตำแหน่งยึดหน้าหลังได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องมุมในการบิดเอียง และเมื่อประกอบแผ่นคลีทสี่เหลี่ยนแบนๆเข้าไป แผ่นคลีทนี้จะยึดกับแผ่นพลาสติกด้วยสกรูหัวสี่แฉก 4 ตัว ทำให้สามารถขยับแผ่นคลีท เข้าออก นอกใน ได้อย่างอิสระ ดูเหมือนจะง่ายดีนะ ส่วนมุมเอียงนั้นไม่ต้องไปยุ่งอะไรมาก ไปปรับที่สกรูที่ที่คุมสปริงเกือกม้า ( ตัว C ) ทีหลัง , ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยจะได้ประโยชน์จากการออกแบบนี้เลย เพราะการปรับcleatนั้น หากเราให้คนที่เขาชำนาญช่วยปรับให้เราในขณะที่ทำ prefitting นั้น ไม่ว่าระบบการยึดcleat จะเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้ส่งผลกันมาก เพราะเราไม่ได้ปรับcleat กันทุกๆวัน พอลงตัวแล้วก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรกับมันอีก ยกเว้นคนที่หาตัวตนของตัวเองไม่พบ ต้องขยับcleat กันทุกๆวัน แบบนี้speedplayตอบโจทย์ได้ครับ
4. แกนบันไดมีหลายความยาวให้เลือก : จริงๆก็ไม่ได้มีมากขนาดนักหรอกครับ แล้วก็ใช่ว่าตัวแทนจำหน่ายจะสั่งมามากมายหลากหลายขนาดให้เลือก การมีแกนบันได้ให้เลือกหลายขนาดนั้นอาจจะมีข้อดีตรงที่ช่วยปรับระยะห่างของเท้าทั้ง 2 ข้างให้เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ประเด็นสำหรับทุกๆคน เพราะcleatทุกๆระบบ สามารถติดตั้งโดยขยับตำแหน่งของcleat ให้เข้าออก นอกใน ได้อยู่แล้ว ทำให้สามารถเซทระยะห่างระหว่างเท้าทั้งสองได้เช่นกัน
5. ปรับองศาการเอียงได้ : อันนี้เป็นข้อดีของเขาจริงๆ เพราะสามารถปรับ rotational float ได้อย่างอิสระ บางทีผมก็พบว่ามันมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า เพราะมันมากจนสามารถบิดเท้าจนรองเท้าเข้าไปทะเลาะกับขาจานได้เลยนะเนี่ย ทำให้คิดถึงcleat หัวเกียะของLookในยุคอดีตจริงๆ ที่มี rotation float แบบมากมาย มากขึ้นบิดเท้าเล่นไปมา แล้วจำไม่ได้ว่าcenterเดิมอยู่ตรงไหนเหมือนกัน 5555 (ตอนนั้นยังอ่อนมากครับ) แล้วความเห็นส่วนตัวของผมเกี่ยวกับมุมfloat นี้ cleatสีเหลืองของshimanoเองก็มีค่าrotation floatที่เหมาะสมอยู่แล้ว ขอแค่ตอนแรกติดตั้งcleatให้ได้ดีที่สุดเท่านั้น ที่เหลือไม่ใช่ปัญหาจริงๆ
ถามจริงๆ ใครรู้บ้างว่า Cleat ของShimanoเอง มี lateral float นิดหน่อยนะครับ หากเราบิดเท้าเข้าๆออกๆ พร้อมๆกับขยับเท้าเข้ากลาง หรือ ออกนอกรถ เราก็สามารถขยับตำแหน่งเท้าได้เช่นกัน เขาเรียกว่ามันมี lateral float
แต่cleat ของ Speedplay ไม่มี lateral float ครับ ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีนะเกี่ยวกับข้อดีของการมี lateral float แต่มันเป็นการช่วยกระจายความเครียดของข้อเท้า และข้อเข่าลงได้บ้าง ( สมัยก่อนที่ปั่นMTBนั้น Time ATAC โฆษณาทับถมSPDเรื่อง lateral float นี่แหละ ผมเองก็ใช้Time ATAC มาจนทุกวันนี้ โดยรวมแล้วผมว่ามันสบายข้อเท้ากว่าสมัยที่ใช้SPDมากเลย เพราะ SPDรุ่นแรกๆนั้น แทบจะไม่มีlateral float เลยครับ )
6. ปรับคลีทให้เดินหน้า/ถอยหลังได้ตามความต้องการ : ตรงนี้ต้องปรับกันที่ตอนวางแผ่นadapterเข้ากับพื้นรองเท้า ยี่ห้อไหนก็คงจะไม่แตกต่าง
7. ความสูงของ คลีท ไม่สูงเกินไป : ข้อนี้จริงครับ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้าเทียบกับ Shimanoแล้ว มันก็ไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญหรอกครับ ตัวเลขมันอาจจะดูน้อย แต่เมื่อเทียบส่วนต่างกับค่าstack กับ ค่าstackรวมๆแล้ว มันไม่ค่อยจะมีผลอะไรกันมากมายจนรู้สึกได้ แต่ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆ ครับ มันต่ำกว่าจริง
8. อันนี้มาจากโฆษณาของเขาเอง เขาบอกว่า เพราะพื้นที่ผิวของแผ่นคลีทของเขามากกว่าใคร ทำให้การถ่ายทอดแรงมีประสิทธิภาพมากกว่า ตรงนี้พาลจะมีคนเชื่อจริงๆด้วย ผมเองก็เคยเชื่อ แต่พอมานั่งวิเคราะห์ แยกแยะแล้ว อันที่จริงแล้ว แรงส่งไปมากน้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วแกนบันไดอันเล็กๆนั่นแหละครับ เป็นตัวรับแรงทั้งหมดถ่ายทอดไปยังขาจานอีกที แล้วพื้นรองเท้าเสือหมอบนั้นมันก็แข็งมาก แทบจะไม่ให้ตัวเลย ถึงพื้นที่cleatจะมากกว่าใคร ( จริงๆก็ไม่ได้มากกว่ากันเท่าไหร่ เพราะเมื่อเทียบกับ Shimano ดันคิดโดยตัดส่วนที่เป็นร่องของcleatของshimano ออกไปซะงั้นแหละ แต่ตัวแผ่นadapter หรือแผ่นรองชิม ที่ปรับพื้นรองเท้านั่นเสียอีก ก็มีส่วนที่เป็นร่องสำหรับslideขึ้นบนลงล่างเช่นกัน 555 ไม่ยอมเอามาคิดด้วย ) แต่เท้าทั้งเท้าที่กดลงบนพื้นรองเท้าที่ไม่มีการให้ตัวนั้น ก็ย่อมถ่ายแรงทั้งหมด(เกือบทั้งหมด)ลงไปยังแผ่นคลีท ลงไปยังบันได และส่งผ่านขาจานไปอยู่ดีแหละ ไม่ได้มีผลอะไรมากไปกว่ากันหรอก
แล้วจริงๆแล้วใครดีกว่ากัน เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมว่าไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย สิ่งที่ทำให้"รู้สึก"ว่าแตกต่าง ก็คือ "ความคุ้นเคย" เพราะผมมั่นใจในระบบ SPD-SL มากกว่า ออกไฟแดงก็ไม่ต้องก้มไปมอง เอาเท้าเกี่ยวเข้าไปแล้วก็กด มันก็ลอคทันที ไม่ต้องเหยียบแล้วบิดไปมา ( ก็ผมยังไม่ชินหนะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าจะให้ชินจนเหยียบแล้วเข้าเลยนั้น จะต้องรอให้อะไรต่อมิอะไรมันสึกหรอกไปอีกจนลื่นเลยไหม )
อ้อ ผมหยอดแวกซ์ตามที่เขาแนะนำทุกอย่าง แล้วก็ไม่ค่อยชอบนักเนื่องจากมันยุ่งยาก และกึ่งๆจะต้องระวังการเลอะเทอะเปรอะเปื้อนอยู่ไม่น้อย รวมๆแล้ว มันคงจะไม่ต้องจริตผมเท่าไหร่ สุดท้ายก็ยอมแพ้ครับ มีคนรับอุปการะไปเรียบร้อยแล้ว
ครับ เล่าสู่กันฟังครับ แลกเปลี่ยนมุมมองกัน
สุดท้ายเรื่องน้ำหนัก แหะ แหะ ชั่งจริงๆเลยนะครับ
Shimano Dura Ace PD-7900 บันได 1 คู่ 248.80 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 321.80 กรัม
SpeedPlay Zero แกน Chromo บันได 1 คู่ 221.60 กรัม ดูเหมือนเบาจริง แต่อย่าลืม ---> Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate อีก 119.00 กรัม น้ำหนักรวม 340.60 กรัม
Shimano 105 PD-5700 บันได 1 คู่ 320.80 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 393.80 กรัม
Shimano Ultrega PD-6700 บันได 1 คู่ 316.50 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 389.50 กรัม
มีเฉพาะบันไดอย่างเดียวมันปั่นไม่ได้ ต้องมีคลีทและอุปกรณ์ส่วนควบ สุดท้ายก็คือน้ำหนักมวลรวมระหว่างจักรยาน + คน + เสื้อผ้า + ส่วนควบต่างๆ
ครั้งหนึ่งได้เสียเงินซื้อบันไดspeedplay มาทดลองใช้เอง พยายามทำใจให้ชอบมันอยู่เหมือนกัน หลังจากใช้งานได้ราวๆ200กม. ก็มีข้อสรุปดังนี้
1. ใส่ง่าย ปลดง่าย : สำหรับผมนะ ถูกแค่ข้อหลังคือ ปลดง่าย ง่ายจริงๆ ง่ายกว่า Dura Ace อีก ถ้ารู้จักตั้งสกรูดีๆ คุมมุม Float ให้เหมาะสมตามความถนัด ก็จะปลดได้ง่ายๆ แต่เรื่องใส่ง่ายนั้น เห็นด้วยในกรณีที่เป็นcleatรุ่นแรกทีใช้สปริงในลักษณะเส้นลวด แต่สำหรับ Cleat รุ่นใหม่ที่ใช้สปริงเป็นรูปตัว C แล้ว อืมมมมม ผมเองอาจจะยังไม่ชินกับมันนะครับ ขนาดถอดออกมาดูว่าอะไรทำให้มันเข้ายาก เอากระดาษทรายละเอียดมาขัดผิวตัว C โดยเฉพาะตรงสันขอบที่เป็นตัวการให้ฝืดหรือสะดุด หยอดน้ำมัน หยอดแวกซ์ ทำตามคู่มือ จนแล้วจนรอดก็ยังจับจังหวะไม่ได้สักทีว่าทำยังไงมันถึงจะเข้าง่ายๆ เพราะทุกครั้งจะต้องขยี้มันเข้าไป กว่าจะเข้านี่บางทีก็มีเซ็งๆอยู่ไม่น้อย แล้วก็ไม่เห็นมันจะเข้าง่ายๆแบบในคลิปที่เขาอวดอ้างสรรพคุณเลย
2. ใส่ได้ทั้งสองด้าน : อันนี้แหละที่ข้อดี เพราะว่ามันใส่ยังไงก็ไม่ยอมเข้าสักที ก็เลยต้องใช้มันแทนบันไดให้สามารถถีบรถออกไปจากที่ีหยุดนิ่งได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถีบมันผิดด้าน เพราะมันถีบได้ทั้ง 2 ด้าน ( เคยเจอตอนออกไฟแดง กว่าจะใส่ลง รถยนต์เกือบจะเฉี่ยวเอา 5555 )
3. การปรับคลีทให้ขยับ ซ้าย/ขวา ต้องเป็นอิสระจากการปรับมุมเอียง ตรงนี้มันก็เป็นข้อได้เปรียบของระบบการยึดcleat เข้ากับรองเท้า โดยเจ้าสกรูทั้ง 4 ตัว ซึ่งตัวแผ่นคลีตสามารถขยับ ปรับเข้าออกได้โดยไม่ต้องปรับแต่งมุมของคลีท เพราะโครงสร้างของการยึดcleat เข้ากับรองเท้า จะประกอบด้วยแผ่นพลาสติก ที่ทำหน้าที่เป็น adapterแปลงความโค้งของอุ้งพื้นรองเท้าให้เป็นแผ่นราบแบน สำหรับการยึดติดกับแผ่นcleatสี่เหลี่ยนแบนๆอีกที เจ้าแผ่นพลาสติกนี้จะสามารถปรับตำแหน่งยึดหน้าหลังได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องมุมในการบิดเอียง และเมื่อประกอบแผ่นคลีทสี่เหลี่ยนแบนๆเข้าไป แผ่นคลีทนี้จะยึดกับแผ่นพลาสติกด้วยสกรูหัวสี่แฉก 4 ตัว ทำให้สามารถขยับแผ่นคลีท เข้าออก นอกใน ได้อย่างอิสระ ดูเหมือนจะง่ายดีนะ ส่วนมุมเอียงนั้นไม่ต้องไปยุ่งอะไรมาก ไปปรับที่สกรูที่ที่คุมสปริงเกือกม้า ( ตัว C ) ทีหลัง , ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยจะได้ประโยชน์จากการออกแบบนี้เลย เพราะการปรับcleatนั้น หากเราให้คนที่เขาชำนาญช่วยปรับให้เราในขณะที่ทำ prefitting นั้น ไม่ว่าระบบการยึดcleat จะเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้ส่งผลกันมาก เพราะเราไม่ได้ปรับcleat กันทุกๆวัน พอลงตัวแล้วก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรกับมันอีก ยกเว้นคนที่หาตัวตนของตัวเองไม่พบ ต้องขยับcleat กันทุกๆวัน แบบนี้speedplayตอบโจทย์ได้ครับ
4. แกนบันไดมีหลายความยาวให้เลือก : จริงๆก็ไม่ได้มีมากขนาดนักหรอกครับ แล้วก็ใช่ว่าตัวแทนจำหน่ายจะสั่งมามากมายหลากหลายขนาดให้เลือก การมีแกนบันได้ให้เลือกหลายขนาดนั้นอาจจะมีข้อดีตรงที่ช่วยปรับระยะห่างของเท้าทั้ง 2 ข้างให้เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ประเด็นสำหรับทุกๆคน เพราะcleatทุกๆระบบ สามารถติดตั้งโดยขยับตำแหน่งของcleat ให้เข้าออก นอกใน ได้อยู่แล้ว ทำให้สามารถเซทระยะห่างระหว่างเท้าทั้งสองได้เช่นกัน
5. ปรับองศาการเอียงได้ : อันนี้เป็นข้อดีของเขาจริงๆ เพราะสามารถปรับ rotational float ได้อย่างอิสระ บางทีผมก็พบว่ามันมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า เพราะมันมากจนสามารถบิดเท้าจนรองเท้าเข้าไปทะเลาะกับขาจานได้เลยนะเนี่ย ทำให้คิดถึงcleat หัวเกียะของLookในยุคอดีตจริงๆ ที่มี rotation float แบบมากมาย มากขึ้นบิดเท้าเล่นไปมา แล้วจำไม่ได้ว่าcenterเดิมอยู่ตรงไหนเหมือนกัน 5555 (ตอนนั้นยังอ่อนมากครับ) แล้วความเห็นส่วนตัวของผมเกี่ยวกับมุมfloat นี้ cleatสีเหลืองของshimanoเองก็มีค่าrotation floatที่เหมาะสมอยู่แล้ว ขอแค่ตอนแรกติดตั้งcleatให้ได้ดีที่สุดเท่านั้น ที่เหลือไม่ใช่ปัญหาจริงๆ
ถามจริงๆ ใครรู้บ้างว่า Cleat ของShimanoเอง มี lateral float นิดหน่อยนะครับ หากเราบิดเท้าเข้าๆออกๆ พร้อมๆกับขยับเท้าเข้ากลาง หรือ ออกนอกรถ เราก็สามารถขยับตำแหน่งเท้าได้เช่นกัน เขาเรียกว่ามันมี lateral float
แต่cleat ของ Speedplay ไม่มี lateral float ครับ ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีนะเกี่ยวกับข้อดีของการมี lateral float แต่มันเป็นการช่วยกระจายความเครียดของข้อเท้า และข้อเข่าลงได้บ้าง ( สมัยก่อนที่ปั่นMTBนั้น Time ATAC โฆษณาทับถมSPDเรื่อง lateral float นี่แหละ ผมเองก็ใช้Time ATAC มาจนทุกวันนี้ โดยรวมแล้วผมว่ามันสบายข้อเท้ากว่าสมัยที่ใช้SPDมากเลย เพราะ SPDรุ่นแรกๆนั้น แทบจะไม่มีlateral float เลยครับ )
6. ปรับคลีทให้เดินหน้า/ถอยหลังได้ตามความต้องการ : ตรงนี้ต้องปรับกันที่ตอนวางแผ่นadapterเข้ากับพื้นรองเท้า ยี่ห้อไหนก็คงจะไม่แตกต่าง
7. ความสูงของ คลีท ไม่สูงเกินไป : ข้อนี้จริงครับ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้าเทียบกับ Shimanoแล้ว มันก็ไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญหรอกครับ ตัวเลขมันอาจจะดูน้อย แต่เมื่อเทียบส่วนต่างกับค่าstack กับ ค่าstackรวมๆแล้ว มันไม่ค่อยจะมีผลอะไรกันมากมายจนรู้สึกได้ แต่ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆ ครับ มันต่ำกว่าจริง
8. อันนี้มาจากโฆษณาของเขาเอง เขาบอกว่า เพราะพื้นที่ผิวของแผ่นคลีทของเขามากกว่าใคร ทำให้การถ่ายทอดแรงมีประสิทธิภาพมากกว่า ตรงนี้พาลจะมีคนเชื่อจริงๆด้วย ผมเองก็เคยเชื่อ แต่พอมานั่งวิเคราะห์ แยกแยะแล้ว อันที่จริงแล้ว แรงส่งไปมากน้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วแกนบันไดอันเล็กๆนั่นแหละครับ เป็นตัวรับแรงทั้งหมดถ่ายทอดไปยังขาจานอีกที แล้วพื้นรองเท้าเสือหมอบนั้นมันก็แข็งมาก แทบจะไม่ให้ตัวเลย ถึงพื้นที่cleatจะมากกว่าใคร ( จริงๆก็ไม่ได้มากกว่ากันเท่าไหร่ เพราะเมื่อเทียบกับ Shimano ดันคิดโดยตัดส่วนที่เป็นร่องของcleatของshimano ออกไปซะงั้นแหละ แต่ตัวแผ่นadapter หรือแผ่นรองชิม ที่ปรับพื้นรองเท้านั่นเสียอีก ก็มีส่วนที่เป็นร่องสำหรับslideขึ้นบนลงล่างเช่นกัน 555 ไม่ยอมเอามาคิดด้วย ) แต่เท้าทั้งเท้าที่กดลงบนพื้นรองเท้าที่ไม่มีการให้ตัวนั้น ก็ย่อมถ่ายแรงทั้งหมด(เกือบทั้งหมด)ลงไปยังแผ่นคลีท ลงไปยังบันได และส่งผ่านขาจานไปอยู่ดีแหละ ไม่ได้มีผลอะไรมากไปกว่ากันหรอก
แล้วจริงๆแล้วใครดีกว่ากัน เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมว่าไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย สิ่งที่ทำให้"รู้สึก"ว่าแตกต่าง ก็คือ "ความคุ้นเคย" เพราะผมมั่นใจในระบบ SPD-SL มากกว่า ออกไฟแดงก็ไม่ต้องก้มไปมอง เอาเท้าเกี่ยวเข้าไปแล้วก็กด มันก็ลอคทันที ไม่ต้องเหยียบแล้วบิดไปมา ( ก็ผมยังไม่ชินหนะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าจะให้ชินจนเหยียบแล้วเข้าเลยนั้น จะต้องรอให้อะไรต่อมิอะไรมันสึกหรอกไปอีกจนลื่นเลยไหม )
อ้อ ผมหยอดแวกซ์ตามที่เขาแนะนำทุกอย่าง แล้วก็ไม่ค่อยชอบนักเนื่องจากมันยุ่งยาก และกึ่งๆจะต้องระวังการเลอะเทอะเปรอะเปื้อนอยู่ไม่น้อย รวมๆแล้ว มันคงจะไม่ต้องจริตผมเท่าไหร่ สุดท้ายก็ยอมแพ้ครับ มีคนรับอุปการะไปเรียบร้อยแล้ว
ครับ เล่าสู่กันฟังครับ แลกเปลี่ยนมุมมองกัน
สุดท้ายเรื่องน้ำหนัก แหะ แหะ ชั่งจริงๆเลยนะครับ
Shimano Dura Ace PD-7900 บันได 1 คู่ 248.80 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 321.80 กรัม
SpeedPlay Zero แกน Chromo บันได 1 คู่ 221.60 กรัม ดูเหมือนเบาจริง แต่อย่าลืม ---> Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate อีก 119.00 กรัม น้ำหนักรวม 340.60 กรัม
Shimano 105 PD-5700 บันได 1 คู่ 320.80 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 393.80 กรัม
Shimano Ultrega PD-6700 บันได 1 คู่ 316.50 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 389.50 กรัม
มีเฉพาะบันไดอย่างเดียวมันปั่นไม่ได้ ต้องมีคลีทและอุปกรณ์ส่วนควบ สุดท้ายก็คือน้ำหนักมวลรวมระหว่างจักรยาน + คน + เสื้อผ้า + ส่วนควบต่างๆ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
เสืออ้วน1101
- ขาประจำ
- โพสต์: 109
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2013, 20:35
- Tel: 0841342523
- team: punpungkang
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
ขอบคุณคับพี่ท่านี้ให้รายละเอียดได้เยอะจริงๆ แต่ก็อย่างที่บอกแล้วความชอบของแต่ละคนจะชอบแบบไหน ยี่ห้อไหน ที่มันถูกใจคนใช้มากที่สุด ผมว่าซื้อมาใช้กันปีนึงก็อยากเปลี่ยนของใหม่กันละ อุปกรณ์จักรยานมีออกมาให้เลือกซื้อกันเยอะจริงๆ แต่งจักรยานคันนึงไม่มีวันจบจริงๆ ที่ผมถามเรื่องบันไดยี่ห้อนี้ก็แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงแพงและดีอย่างไง แต่สุดท้ายผมคงไม่ซื้อหรอกยี่ห้อนี้ ด้วยงบประมาณและความในการประกอบคลีต ตั้งองศา ไม่เอาดีกว่า ผมสนใจยี่ห้อ Time รุ่น xpresso มากกว่าคับ
- iN2
- ขาประจำ
- โพสต์: 2441
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มิ.ย. 2012, 00:12
- Bike: Trek
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
เดี๋ยวถอด บันได DuraAce 7800 ออกมาชั่งมั่ง ^^lucifer เขียน:เชื่อไหมครับ สุดท้ายอยู่ที่นานาจิตตังนั่นแหละ
ครั้งหนึ่งได้เสียเงินซื้อบันไดspeedplay มาทดลองใช้เอง พยายามทำใจให้ชอบมันอยู่เหมือนกัน หลังจากใช้งานได้ราวๆ200กม. ก็มีข้อสรุปดังนี้
1. ใส่ง่าย ปลดง่าย : สำหรับผมนะ ถูกแค่ข้อหลังคือ ปลดง่าย ง่ายจริงๆ ง่ายกว่า Dura Ace อีก ถ้ารู้จักตั้งสกรูดีๆ คุมมุม Float ให้เหมาะสมตามความถนัด ก็จะปลดได้ง่ายๆ แต่เรื่องใส่ง่ายนั้น เห็นด้วยในกรณีที่เป็นcleatรุ่นแรกทีใช้สปริงในลักษณะเส้นลวด แต่สำหรับ Cleat รุ่นใหม่ที่ใช้สปริงเป็นรูปตัว C แล้ว อืมมมมม ผมเองอาจจะยังไม่ชินกับมันนะครับ ขนาดถอดออกมาดูว่าอะไรทำให้มันเข้ายาก เอากระดาษทรายละเอียดมาขัดผิวตัว C โดยเฉพาะตรงสันขอบที่เป็นตัวการให้ฝืดหรือสะดุด หยอดน้ำมัน หยอดแวกซ์ ทำตามคู่มือ จนแล้วจนรอดก็ยังจับจังหวะไม่ได้สักทีว่าทำยังไงมันถึงจะเข้าง่ายๆ เพราะทุกครั้งจะต้องขยี้มันเข้าไป กว่าจะเข้านี่บางทีก็มีเซ็งๆอยู่ไม่น้อย แล้วก็ไม่เห็นมันจะเข้าง่ายๆแบบในคลิปที่เขาอวดอ้างสรรพคุณเลยสงสัยมันยังใหม่เกินไป จึงยังไม่ลื่น
![]()
2. ใส่ได้ทั้งสองด้าน : อันนี้แหละที่ข้อดี เพราะว่ามันใส่ยังไงก็ไม่ยอมเข้าสักที ก็เลยต้องใช้มันแทนบันไดให้สามารถถีบรถออกไปจากที่ีหยุดนิ่งได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถีบมันผิดด้าน เพราะมันถีบได้ทั้ง 2 ด้าน ( เคยเจอตอนออกไฟแดง กว่าจะใส่ลง รถยนต์เกือบจะเฉี่ยวเอา 5555 )
3. การปรับคลีทให้ขยับ ซ้าย/ขวา ต้องเป็นอิสระจากการปรับมุมเอียง ตรงนี้มันก็เป็นข้อได้เปรียบของระบบการยึดcleat เข้ากับรองเท้า โดยเจ้าสกรูทั้ง 4 ตัว ซึ่งตัวแผ่นคลีตสามารถขยับ ปรับเข้าออกได้โดยไม่ต้องปรับแต่งมุมของคลีท เพราะโครงสร้างของการยึดcleat เข้ากับรองเท้า จะประกอบด้วยแผ่นพลาสติก ที่ทำหน้าที่เป็น adapterแปลงความโค้งของอุ้งพื้นรองเท้าให้เป็นแผ่นราบแบน สำหรับการยึดติดกับแผ่นcleatสี่เหลี่ยนแบนๆอีกที เจ้าแผ่นพลาสติกนี้จะสามารถปรับตำแหน่งยึดหน้าหลังได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องมุมในการบิดเอียง และเมื่อประกอบแผ่นคลีทสี่เหลี่ยนแบนๆเข้าไป แผ่นคลีทนี้จะยึดกับแผ่นพลาสติกด้วยสกรูหัวสี่แฉก 4 ตัว ทำให้สามารถขยับแผ่นคลีท เข้าออก นอกใน ได้อย่างอิสระ ดูเหมือนจะง่ายดีนะ ส่วนมุมเอียงนั้นไม่ต้องไปยุ่งอะไรมาก ไปปรับที่สกรูที่ที่คุมสปริงเกือกม้า ( ตัว C ) ทีหลัง , ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยจะได้ประโยชน์จากการออกแบบนี้เลย เพราะการปรับcleatนั้น หากเราให้คนที่เขาชำนาญช่วยปรับให้เราในขณะที่ทำ prefitting นั้น ไม่ว่าระบบการยึดcleat จะเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้ส่งผลกันมาก เพราะเราไม่ได้ปรับcleat กันทุกๆวัน พอลงตัวแล้วก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรกับมันอีก ยกเว้นคนที่หาตัวตนของตัวเองไม่พบ ต้องขยับcleat กันทุกๆวัน แบบนี้speedplayตอบโจทย์ได้ครับ
4. แกนบันไดมีหลายความยาวให้เลือก : จริงๆก็ไม่ได้มีมากขนาดนักหรอกครับ แล้วก็ใช่ว่าตัวแทนจำหน่ายจะสั่งมามากมายหลากหลายขนาดให้เลือก การมีแกนบันได้ให้เลือกหลายขนาดนั้นอาจจะมีข้อดีตรงที่ช่วยปรับระยะห่างของเท้าทั้ง 2 ข้างให้เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ประเด็นสำหรับทุกๆคน เพราะcleatทุกๆระบบ สามารถติดตั้งโดยขยับตำแหน่งของcleat ให้เข้าออก นอกใน ได้อยู่แล้ว ทำให้สามารถเซทระยะห่างระหว่างเท้าทั้งสองได้เช่นกัน
5. ปรับองศาการเอียงได้ : อันนี้เป็นข้อดีของเขาจริงๆ เพราะสามารถปรับ rotational float ได้อย่างอิสระ บางทีผมก็พบว่ามันมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า เพราะมันมากจนสามารถบิดเท้าจนรองเท้าเข้าไปทะเลาะกับขาจานได้เลยนะเนี่ย ทำให้คิดถึงcleat หัวเกียะของLookในยุคอดีตจริงๆ ที่มี rotation float แบบมากมาย มากขึ้นบิดเท้าเล่นไปมา แล้วจำไม่ได้ว่าcenterเดิมอยู่ตรงไหนเหมือนกัน 5555 (ตอนนั้นยังอ่อนมากครับ) แล้วความเห็นส่วนตัวของผมเกี่ยวกับมุมfloat นี้ cleatสีเหลืองของshimanoเองก็มีค่าrotation floatที่เหมาะสมอยู่แล้ว ขอแค่ตอนแรกติดตั้งcleatให้ได้ดีที่สุดเท่านั้น ที่เหลือไม่ใช่ปัญหาจริงๆ
ถามจริงๆ ใครรู้บ้างว่า Cleat ของShimanoเอง มี lateral float นิดหน่อยนะครับ หากเราบิดเท้าเข้าๆออกๆ พร้อมๆกับขยับเท้าเข้ากลาง หรือ ออกนอกรถ เราก็สามารถขยับตำแหน่งเท้าได้เช่นกัน เขาเรียกว่ามันมี lateral float
แต่cleat ของ Speedplay ไม่มี lateral float ครับ ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีนะเกี่ยวกับข้อดีของการมี lateral float แต่มันเป็นการช่วยกระจายความเครียดของข้อเท้า และข้อเข่าลงได้บ้าง ( สมัยก่อนที่ปั่นMTBนั้น Time ATAC โฆษณาทับถมSPDเรื่อง lateral float นี่แหละ ผมเองก็ใช้Time ATAC มาจนทุกวันนี้ โดยรวมแล้วผมว่ามันสบายข้อเท้ากว่าสมัยที่ใช้SPDมากเลย เพราะ SPDรุ่นแรกๆนั้น แทบจะไม่มีlateral float เลยครับ )
6. ปรับคลีทให้เดินหน้า/ถอยหลังได้ตามความต้องการ : ตรงนี้ต้องปรับกันที่ตอนวางแผ่นadapterเข้ากับพื้นรองเท้า ยี่ห้อไหนก็คงจะไม่แตกต่าง
7. ความสูงของ คลีท ไม่สูงเกินไป : ข้อนี้จริงครับ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้าเทียบกับ Shimanoแล้ว มันก็ไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญหรอกครับ ตัวเลขมันอาจจะดูน้อย แต่เมื่อเทียบส่วนต่างกับค่าstack กับ ค่าstackรวมๆแล้ว มันไม่ค่อยจะมีผลอะไรกันมากมายจนรู้สึกได้ แต่ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆ ครับ มันต่ำกว่าจริง
8. อันนี้มาจากโฆษณาของเขาเอง เขาบอกว่า เพราะพื้นที่ผิวของแผ่นคลีทของเขามากกว่าใคร ทำให้การถ่ายทอดแรงมีประสิทธิภาพมากกว่า ตรงนี้พาลจะมีคนเชื่อจริงๆด้วย ผมเองก็เคยเชื่อ แต่พอมานั่งวิเคราะห์ แยกแยะแล้ว อันที่จริงแล้ว แรงส่งไปมากน้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วแกนบันไดอันเล็กๆนั่นแหละครับ เป็นตัวรับแรงทั้งหมดถ่ายทอดไปยังขาจานอีกที แล้วพื้นรองเท้าเสือหมอบนั้นมันก็แข็งมาก แทบจะไม่ให้ตัวเลย ถึงพื้นที่cleatจะมากกว่าใคร ( จริงๆก็ไม่ได้มากกว่ากันเท่าไหร่ เพราะเมื่อเทียบกับ Shimano ดันคิดโดยตัดส่วนที่เป็นร่องของcleatของshimano ออกไปซะงั้นแหละ แต่ตัวแผ่นadapter หรือแผ่นรองชิม ที่ปรับพื้นรองเท้านั่นเสียอีก ก็มีส่วนที่เป็นร่องสำหรับslideขึ้นบนลงล่างเช่นกัน 555 ไม่ยอมเอามาคิดด้วย ) แต่เท้าทั้งเท้าที่กดลงบนพื้นรองเท้าที่ไม่มีการให้ตัวนั้น ก็ย่อมถ่ายแรงทั้งหมด(เกือบทั้งหมด)ลงไปยังแผ่นคลีท ลงไปยังบันได และส่งผ่านขาจานไปอยู่ดีแหละ ไม่ได้มีผลอะไรมากไปกว่ากันหรอก
แล้วจริงๆแล้วใครดีกว่ากัน เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมว่าไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย สิ่งที่ทำให้"รู้สึก"ว่าแตกต่าง ก็คือ "ความคุ้นเคย" เพราะผมมั่นใจในระบบ SPD-SL มากกว่า ออกไฟแดงก็ไม่ต้องก้มไปมอง เอาเท้าเกี่ยวเข้าไปแล้วก็กด มันก็ลอคทันที ไม่ต้องเหยียบแล้วบิดไปมา ( ก็ผมยังไม่ชินหนะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าจะให้ชินจนเหยียบแล้วเข้าเลยนั้น จะต้องรอให้อะไรต่อมิอะไรมันสึกหรอกไปอีกจนลื่นเลยไหม )
อ้อ ผมหยอดแวกซ์ตามที่เขาแนะนำทุกอย่าง แล้วก็ไม่ค่อยชอบนักเนื่องจากมันยุ่งยาก และกึ่งๆจะต้องระวังการเลอะเทอะเปรอะเปื้อนอยู่ไม่น้อย รวมๆแล้ว มันคงจะไม่ต้องจริตผมเท่าไหร่ สุดท้ายก็ยอมแพ้ครับ มีคนรับอุปการะไปเรียบร้อยแล้ว![]()
![]()
![]()
ครับ เล่าสู่กันฟังครับ แลกเปลี่ยนมุมมองกัน
สุดท้ายเรื่องน้ำหนัก แหะ แหะ ชั่งจริงๆเลยนะครับ
Shimano Dura Ace PD-7900 บันได 1 คู่ 248.80 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 321.80 กรัม
SpeedPlay Zero แกน Chromo บันได 1 คู่ 221.60 กรัม ดูเหมือนเบาจริง แต่อย่าลืม ---> Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate อีก 119.00 กรัม น้ำหนักรวม 340.60 กรัม
Shimano 105 PD-5700 บันได 1 คู่ 320.80 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 393.80 กรัม
Shimano Ultrega PD-6700 บันได 1 คู่ 316.50 กรัม , Cleat 1 คู่ รวมสกรู แผ่นplate 73.00 กรัม น้ำหนักรวม 389.50 กรัม
มีเฉพาะบันไดอย่างเดียวมันปั่นไม่ได้ ต้องมีคลีทและอุปกรณ์ส่วนควบ สุดท้ายก็คือน้ำหนักมวลรวมระหว่างจักรยาน + คน + เสื้อผ้า + ส่วนควบต่างๆ
แค่ออกปั่นให้สนุกก็พอ
- ArtZ
- สมาชิก
- โพสต์: 82
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2014, 06:49
- Bike: MAID BIKE,BIANCHI
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
ขอขอบคุณข้อมูลอย่างละเอียดยิบของ อ.ลูมากครับ โดยเฉพาะน้ำหนักของแต่ละรุ่น
Design Change Everything
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
- lokoong
- ขาประจำ
- โพสต์: 409
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 16:53
- Bike: Canyon Aeroad CF
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
ใช้ครั้งแรกใส่คลีทยากมากกกก
กดกันเหงื่อแตก กดไม่ลงซักที
แต่พอผ่านครั้งแรกไปได้ ก็จะสบายขึ้นครับ
ใช้มาสองปีล่ะ ไหลเข้าตลอด ไม่มีไม่เข้าครับ
ออกตัวไฟแดงนี่มั่นใจมากๆยังไงก็เข้า
เป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียว ที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ
แต่เฟรมเปลี่ยนไป 3 แล้วนะ อิอิ
กดกันเหงื่อแตก กดไม่ลงซักที
แต่พอผ่านครั้งแรกไปได้ ก็จะสบายขึ้นครับ
ใช้มาสองปีล่ะ ไหลเข้าตลอด ไม่มีไม่เข้าครับ
ออกตัวไฟแดงนี่มั่นใจมากๆยังไงก็เข้า
เป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียว ที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ
แต่เฟรมเปลี่ยนไป 3 แล้วนะ อิอิ
-
Number8
- ขาประจำ
- โพสต์: 402
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2013, 08:49
- Tel: 0898554137
- team: Dr.bike club/ Fang nopburi
- Bike: Schwinn/ specialized M2/ LOOK 675
- ตำแหน่ง: ฝาง เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: สอบถามเรื่องบันได speed play หน่อยคับ
จะ apple หรือ ซัมซุง ขอให้จับหนูได้ ก็ดีเหมือนกันหมด 
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อยอมแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่ไม่ยอมแพ้
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
