Alex Moulton ผู้บุกเบิกรถล้อเล็กให้มีสมรรถนะดีกว่ารถล้อใหญ่แบบถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
เพราะพี่แกเป็นวิศวกรช่วงล่างรถยนต์ ผู้ออกแบบระบบช่วงล่างรถออสตินมินิโดยใช้ลูกยาง
คำว่า "รถล้อเล็กที่มีสมรรถนะดีกว่าล้อใหญ่"
ผมอ่านประโยคนี้ในหน้าเวบของ Moulton ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนซ้ำหลายรอบ
เพื่อถามตัวเองว่าไม่ได้อ่านผิดนะ แต่ในใจยังค้านเรื่องสมรรถนะของรถล้อเล็ก
จนต้องพยายามไปศึกษาประวัติศาสตร์จักรยาน
และไขว่คว้าหา Moulton มาลองขี่ดู ซึ่งนับว่ายากมาก เนื่องจากค่าตัวสูงลิบลิ่ว
แต่ก็โชคดีได้มีโอกาสสัมผัสครั้งแรกกับ Pashley Moulton APB สีแดง ของคุณ PoH ที่สวนลุมฯ เล่นเอาเคลิ้มไปพักใหญ่
ต่อมาคุณนิคได้แนะนำให้รุ้จักกับพี่แพท แฟนพันธุ์แท้ Moulton เมืองไทยที่มี Moulton ฝูงใหญ่ในครอบครองแทบทุกซีรีส์
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 55927&st=1
ทำให้ได้มีโอกาสสัมผัส เรียนรู้ และทดสอบ Moulton ตัวเป็นๆอยู่พักใหญ่
และเฝ้ารบเร้าจนพี่แพททนรำคาญไม่ไหว ตัดสินใจเปิดตัวแทน Moulton เมืองไทยในนาม The Spaceframe
http://www.thespaceframe.com ตัวแทน Moulton สายตรงจากอังกฤษ
แหล่งอะไหล่และข้อมูล Moulton ที่สมบูรณ์ถูกต้องที่สุดของเมืองไทย
...
คอนเซปต์ในการออกแบบจักรยานล้อเล็กของ Moulton ให้ความสำคัญกับเรื่องการลดแรงเสียดทานเป็นหลัก
เพื่อให้พลังงานที่ถ่ายทอดจากมนุษย์สู่ล้อลงถนนเกิดการสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด
รวมไปถึงหลักแอโร่ไดนามิค ซึ่งตัวต้นแบบยุคแรกๆพยายามที่จะใส่แฟริ่งให้กับจักรยาน
การออกแบบและวางตำแหน่งตะแกรงบรรทุกที่กระจายน้ำหนักสู่ล้อและหลบลม
...
วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดแรงเสียดทาน คือการออกแบบยางหน้าแคบ และยางแรงดันสูงเพื่อหน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนน้อยที่สุด
ผลกระทบคือการเกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ตอบกลับมายังเฟรม
Moulton จึงแก้ปัญหาด้วยการติดตั้งระบบกันสะเทือนให้กับรถจักรยานของเขา
ระบบกันสะเทือนที่ไม่เพิ่มน้ำหนักรถจนมากเกินไป และสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนแบบลงตัว
ยางรุ่นแรกๆของ Moulton คือยาง 16x1 3/8" ที่ Moulton เป็นผู้ออกแบบ
ต่อมาได้พัฒนามาเป็นยาง 17x1 1/4" และถือเป็นขนาดล้อที่มีอัตราการถ่ายทอดพลังงานที่ดีมาก
(ส่วนราคายางก็ไม่ได้แตกต่างกับยางขนาดอื่นมากนัก ในตระกูลหรือซีรีส์ยางยี่ห้อเดียวกัน)
...
จากการทดลองของ Moulton ในปี 1972
ที่อัตราเร่ง 8-24.1 กม/ชม (5-15 ไมล์/ชั่วโมง)
โดยจักรยาน และคนขี่น้ำหนักเท่ากัน
จักรยานหนัก 29 lb=13.15417873 กก
ผู้ขับขี่หนัก 180 lb=81.6466266 กก.
ในขนาดล้อ และแรงดันลมที่ต่างกัน
27x1 1/4" 70 psi
27x1 1/4" 100 psi
16x1 3/8" 50 psi
16x1 5/8" 50 psi
17x1 1/4" 70 psi
17x1 1/4" 100 psi
...
พลังงานที่ใช้ต่ำกว่า 0.2 แรงม้า คือล้อ 27" และ 17"
โดยล้อที่มีแรงเสียดทานต่ำสุดเป็นล้อ 17x1 1/4" 70 psi
ในขณะที่ ล้อ 27"-100 psi ต้องใช้พลังงานมากกว่าล้อ 17" ถึง 3%
และล้อ 27"-70 psi ใช้พลังงานมากกว่าล้อ 17" ถึง 6%
...
ส่วนล้อ 16" ใช้พลังงานเกินกว่า 0.2 แรงม้า
โดยล้อ 16x1 3/8" ใช้พลังงานมากกว่าล้อ 17" ถึง 30%
ส่วนล้อ 16x1 5/8" = 38%
...
อัตราการสูญเสียพลังงานที่ต่ำกว่า นอกจากยางแรงดันสูงแล้ว
ขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ มีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของขาจาน ก็มีนัยทางกลศาสตร์ด้วยเหมือนกัน
ถ้าขาจานสั้นกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางจะใช้แรงกดมาก ถ้าขาจานยาวกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางจะใช้แรงกดน้อย
ขาจานที่ยาวเท่ารัศมีจะใช้แรงกดที่สมเหตุสมผลที่สุด
ในขณะที่ขาจาน 170 mm เป็นขนาดที่ลงตัวกับมนุษย์ผู้ใหญ่ทั่วไป
และสัมพันธ์กับขนาดล้อ 17" ที่ Alex Moulton ออกแบบ
บวกกับความแข็งของยางหน้าสัมผัสน้อย และระบบกันสะเทือน
ทั้งหมดเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบรถของ Moulton
...
Bike Friday กำเนิดในช่วงปี 1991 โดยกลุ่มนักจักรยานชาวอเมริกัน
จักรยานของ Bike Friday เน้นแนวทัวริ่ง ที่สามารถถอดล้อหน้า และสวิงล้อหลัง ถอดหลักอานและแฮนด์
สามารถบรรจุชิ้นส่วนต่างๆลงในกระเป๋าเดินทางของ Samsonite ได้
เพื่อสะดวกในการขนย้าย และปกป้องจักรยานของคุณในการขนถ่ายบนสายพานลำเลียงของสนามบิน
ชุดกระเป๋า Samsonite นั้น ยังสามารถประกอบชุดล้อลากสำหรับเป็นตัวพ่วงสัมภาระให้กับ Bike Friday ได้อีกด้วย
เมื่อมีการออกแบบสำหรับการเดินทางไกลไปในโลกกว้าง เฟรมโครโมลี่จึงเป็นวัสดุที่ทาง Bike Friday เลือกใช้
เพราะสามารถเชื่อมซ่อมบำรุงได้ง่ายกรณีเกิดปัญหาระหว่างทางในถิ่นทุระกันดาร และเทคโนโลยี่การเชื่อมโลหะชนิดอื่นยังเข้าไปไม่ถึง
และยาง Hi Preasure เองก็ใช้ได้ดีกับเฟรมของ Bike Friday ที่ดูดซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าเฟรมอลูมิเนี่ยม
...
ถ้าจะเทียบ Bridgestone Moulton กับ Bike Friday แนะนำให้มีไว้ทั้งสองยี่ห้อครับ
ถ้าเลือกตัวเดียว ผมเลือก Bridgestone Moulton ทริปยาวๆปั่นสบายกินแรงน้อยกว่ารถพับตัวอื่นครับ
ที่ความเร็ว 55 กม/ชม BSM S18 แตนๆนิ่งกิ๊กๆ ยังใช้เกียร์ไม่หมดเลยครับ (ถ้ามีแรงปั่นนะ-ผมใช้มอไซต์ดันตุ๊ดด 555)
จานหน้า 53/46 ชุดเฟือง Capreo 9 สปีด ใบเล็กสุด 9 ฟัน ค่า GI สูงสุด 100GI
...
ที่ไม่เหมาะกับ Moulton เห็นจะเป็นเรื่องถอดเข้าถอดออก เนื่องจากเป็นรถถอดสองท่อน Separable
จึงไม่สะดวกเหมือนรถพับแบบ Folding ทั่วไป
เรื่องจริงๆก็คือ ขี่ Moulton แล้ว ไม่ค่อยอยากถอด เพราะขี่มันส์ ถึงไหนถึงกันดีครับ
ตำแหน่งขากระติกก็เวิร์คครับ เปิดจุก-ยกดื่ม-เก็บกระติก-ระหว่างขี่ เนียนมากกก ขอบอก
ถ้าสนใจก็สั่งตัวแทนบ้านเราได้เลย
http://www.thespaceframe.com
ศูนย์ Moulton ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย(สายตรงจากอังกฤษ)
...
ส่วนเจ้า Bike Friday แนะนำตัว Tikit สำหรับภารกิจในเมือง+ทัวริ่ง
พับๆขี่ๆยกๆเข็นๆ พับเร็ว กางเร็ว สมรรถนะนุ่มนวล
แต่ที่ความเร็วเกิน 35 ก็ถอดใจแล้วครับ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องช่วงคอที่ยาวของรถพับ
จึงเหมาะสำหรับแนวในเมือง+ทัวริ่ง (แนวเดียวกับ Brompton)
ส่วน Bike Friday ซีรี่ส์อื่น พับๆกางๆ ก็ไม่สะดวกครับ เพราะเป็นรถแนวทัวริ่ง
มีแต่เจ้า Tikit เท่านั้นที่ออกแบบมาแนวพับเร็วกางเร็ว
และมีไซส์สำเร็จรูปให้เลือก S-M-L
...
..
.
ยาวไปมั้ยเนี่ย ?
