........เพชรบูรณ์ คาร์ฟรีเดย์ 2552
โพสต์: 25 ก.ย. 2009, 16:46
สวัสดีครับพี่น้องชาวจักรยานทุกท่าน เพชรบูรณ์เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้เข้าร่วมรณรงค์ในการเชิญชวน สร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน จอดรถยนต์ไว้ที่บ้านแล้วออกมาปั่นจักรยานกันในวันคาร์ฟรีเดย์ หลาย ๆ แห่งจัดเป็นงานระดับจังหวัด ระดับประเทศ แต่สำหรับพวกเราชาวเสือเพชรบูรณ์จัดเพียงระดับอำเภอ แต่ผลที่ได้อาจจะมีประชาชนที่ไม่ได้ปั่นจักรยานรับรู้ถึงกิจกรรมนี้หลายพันคน เริ่มต้นจากการรวมตัวของนักปั่นในเขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ประมาณ 50 คัน ออกเดินทางเวลา 07.00 น.ปั่นรอบตัวเมือง 1 รอบ จากนั้นเดินทางต่อไปยังตำบลสามแยกวังชมภูมีน้อง ๆ นักปั่นตัวน้อยจากโรงเรียนแถว ๆ นั้นมาร่วมปั่นอีกประมาณ 30 คันและมอบเสื้อคาร์ฟรีเดย์ให้น้อง ๆ ใส่ ปั่นวนตลาด 1 รอบ แล้วต่อไปยังอำเภอหนองไผ่ ซึ่งมีเครือข่ายจักรยานทางหนองไผ่จัดทีมไว้ปั่นร่วมกันประมาณ 20 คัน นำโดยคุณถาวร และเสือโป้งหนองไผ่ พานำทางปั่นรณรงค์รอบตลาดอำเภอหนองไผ่ ประชาชนสองข้างถนนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เสร็จแล้วไปถ่ายภาพร่วมกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอหนองไผ่ จากนั้นมุ่งหน้าสู่อำเภอบึงสามพัน โดยมีเครื่อข่ายจักรยานทางอำเภอบึงสามพันนำโดยเฮียเฮี้ยง(ขออภัยไม่ทราบชื่อจริงของท่าน) แห่งร้านวังอะหลั่ยและคุณจีระศักดิ์ ครูประเสริฐวัฒนา จัดทีมมาสมทบร่วมกับทีมนักปั่นจากอำเภอวิเชียรบุรีนำโดยครูเสก หลังจากพักผ่อนและดื่มน้ำจากอำเภอบึงสามพันที่เตรียมไว้ต้อนรับ เสร็จเรียบร้อยเจ้าภาพนำทางออกเดินทางไปไหว้พระหลังจากนั้นปั่นรอบตลาดเขตย่านชุมชนอำเภอบึงสามพัน เช่นกันประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จากก็ปั่นกลับตัวเมืองเพชรบูรณ์โดยใช้เส้นทางเดิม สรุปแล้วคาร์ฟรีเดย์ของเพชรบูรณ์ในปีนี้ปั่น 1 วันผ่าน 3 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ตำบลสามแยกวังชมภู อำเภอหนองไผ่ อำเภอบึงสามพัน ด้วยระยะทางไปกลับ 200 กิโลเมตร รวมนักปั่นประมาณ 150 คน ประชาชนที่รับรู้ถึงกิจกรรมรวมโดยประมาณไม่น้อยกว่า 3000 คน ( โดยไม่ต้องเสียค่าน้ำมันรถขนส่งจักรยานไปตัวจังหวัด)
อนึ่งหลายท่านสงสัยว่าทำไมเราจัดแบบนี้ เราต้องการความเรียบง่าย ไม่ต้องการยิ่งใหญ่เวลาเปิด นัดมารวมที่จังหวัดอย่างไงก็ต้องใช้รถยนต์(หลายคันด้วย) เกิดปัญหารถติดอีกในตัวเมือง และผู้ที่จะมาร่วมงานก็จะเป็นกลุ่มที่รู้ถึงประโยชน์ของจักรยานเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการกระจายสู่ชุมชนให้รับรู้อย่างแท้จริง
อนึ่งหลายท่านสงสัยว่าทำไมเราจัดแบบนี้ เราต้องการความเรียบง่าย ไม่ต้องการยิ่งใหญ่เวลาเปิด นัดมารวมที่จังหวัดอย่างไงก็ต้องใช้รถยนต์(หลายคันด้วย) เกิดปัญหารถติดอีกในตัวเมือง และผู้ที่จะมาร่วมงานก็จะเป็นกลุ่มที่รู้ถึงประโยชน์ของจักรยานเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการกระจายสู่ชุมชนให้รับรู้อย่างแท้จริง