ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
โพสต์: 27 ส.ค. 2014, 09:55
จะได้ความเร็วเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ถ้า ถ้าเพิ่มwatt ให้เท่าเดิม
งงครับ ไม่ทราบว่าได้ตัวเลขมาจากไหน ในเมื่อไม่ทราบน้ำหนักirat เขียน:ประหยัด 8 W หมายถึง คุณขี่ av 40 km/h (ระยะทาง 40 km ภายใน 1 ชั่วโมง นั่นแหล่ะ)
ถ้าคุณขี่เร็วกว่านั้นคุณก็ประหยัดได้มากขึ้น ขี่ช้ากว่านั้นก็ประหยัดไม่ถึง
ทีนี้ประหยัด 1 W ก็ประหยัดเวลาไปประมาณ 4.8 วินาที = 38.4 วินาที
av ก็เพิ่มเป็น 40.431 km/h
ประมาณนี้แหล่ะครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปไม่ขี่สี่สิบแล้ว เปลืองแรงBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ อยู่ที่ท่าปั่น รถ ถนน ยาง เสื้อผ้า และที่สำคัญเลยคือ วิธีการออกแรงของคนปั่นBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับlucifer เขียน:ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ อยู่ที่ท่าปั่น รถ ถนน ยาง เสื้อผ้า และที่สำคัญเลยคือ วิธีการออกแรงของคนปั่นBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
ความเร็วเท่าๆกัน ผมใช้วัตต์น้อยกว่าเพื่อนผมอยู่บ่อยๆ
######################################
อย่าไปคิดถึงที่มาที่ไปต่างๆนานาเลยครับ ปวดตับกันป่าวๆ
ค่าวัตต์ที่พูดกันในวงการจักรยาน มีค่าเท่ากับ แรงบิด ( แรงที่กระทำกับบันไดxความยาวขาจาน ) แล้วคูณ กับ รอบขา
อย่าเอาฟิสิกส์มาคำนวณให้ยุ่งยากเลยครับ เพราะค่าวัตต์ที่ได้จาก power meter นั้น เป็น power ที่เราออกแรงกระทำกับจักรยาน เป็นค่าที่วัดออกมา
อย่าเอาความเร็วไปเทียบกับวัตต์ครับ เพราะความเร็วมีปัจจัยมากมายมาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่กระแสอากาศ ความหนาแน่นของอากาศ พื้นที่หน้าตัดที่ต้องฝ่าอากาศ แรงต้านการหมุนของล้ออันมาจากพื้นทางและหน้ายาง
สิ่งที่พอจะเอามาเทียบเคียงกับวัตต์ได้บ้าง ก็คือ อัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งพอจะสอดคล้องกับค่าpower ได้บ้าง ( เคยเอา powercal มาใช้งานอยู่พักหนึ่ง และดูความสัมพันธ์กับ HR) มันมีความเป็นไปได้ระดับหนึ่ง แค่คร่าวๆ แต่ไม่ถึงกับละเอียดนัก และมีข้อจำกัดในการใช้พอสมควร
คราวนี้ถามว่าเฉลี่ยแล้วลดลง 5-10 วัตต์มีผลเยอะไหม ?
ขึ้นกับว่า คนคนนั้นมีค่า FTP เท่าไหร่ อันนี้สำคัญมาก สมมติว่าโปรมีค่า FTP 400 W แล้ววัตต์ลดลง 5-10W ก็จะเท่ากับลดลงไป 1.25 - 2.5 % FTP ก็ดูอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นมือสมัครเล่น FTP 200W มันจะมีค่าลดลงถึง 2.5 -5 %FTP ซึ่งเยอนะครับ เพราะเดิมถ้าออกแรงอยู่แถวๆ 95%FTP ซึ่งมันล้ำเข้าไปอยู่ในZone ของ Lactate Threshold แต่พอลดลงมาเหลือ 90%FTP มันก็จะอยู่ในเพดานสูงสุดของ Tempo ซึ่งหมายถึงว่า ยังยืดระยะเวลาในการแช่ที่powerเท่านี้ได้อีกนานกว่าครับ
การปั่นให้ประหยัดวัตต์ง่ายที่สุดคือ "หมก" บางคนหมกจนได้ KOM ฮ่า ฮ่า ( แฟน Strava คงจะคุ้นกับคำนี้ดี , ผมเรียกพวกนี้ว่า "KOM by หมก" ไม่เห็นน่าภูมิใจตรงไหน แต่ก็ชอบเอามาโม้กันจังงงงงง )
การลดวัตต์ลงมาโดยไม่ต้องเกรงขี้ปากใคร ก็คือ การจัดท่าปั่น การเลือกเสื้อผ้า หมวก โกนขนหน้าแข้ง เลือกรถAero ล้อขอบสูง เลือกยางที่มี rolling resistantต่ำๆ
ใครอยากทราบว่า แค่ลดลงมา 5-10วัตต์นี่มันมากนักหรือ? ก็ลองมาทดลองปั่นทดสอบหา FTP หรือ นรก 20 นาทีดูสักรอบ จากที่คิดว่าจะปั่นไม่ครบ 20 นาที แค่ออกแรงน้อยลงนิดให้วัตต์ลดลงมาสัก 10Watt ก็เปลี่ยนจากไม่จบ มาเป็นจบได้เช่นกัน
( นับจากปีที่แล้ว ผมยังไม่เคยวัด FTP ใหม่อีกเลย รู้สึกมันเป็นนรกที่ไม่อยากเจอเลย )
ผมว่าคุณ Lucifer น่าจะเข้าใจความหมายที่ผมถ่ายทอดคลาดเคลื่อนไปหน่อยlucifer เขียน:ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ อยู่ที่ท่าปั่น รถ ถนน ยาง เสื้อผ้า และที่สำคัญเลยคือ วิธีการออกแรงของคนปั่นBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
ความเร็วเท่าๆกัน ผมใช้วัตต์น้อยกว่าเพื่อนผมอยู่บ่อยๆ
######################################
อย่าไปคิดถึงที่มาที่ไปต่างๆนานาเลยครับ ปวดตับกันป่าวๆ
ค่าวัตต์ที่พูดกันในวงการจักรยาน มีค่าเท่ากับ แรงบิด ( แรงที่กระทำกับบันไดxความยาวขาจาน ) แล้วคูณ กับ รอบขา
อย่าเอาฟิสิกส์มาคำนวณให้ยุ่งยากเลยครับ เพราะค่าวัตต์ที่ได้จาก power meter นั้น เป็น power ที่เราออกแรงกระทำกับจักรยาน เป็นค่าที่วัดออกมา
อย่าเอาความเร็วไปเทียบกับวัตต์ครับ เพราะความเร็วมีปัจจัยมากมายมาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่กระแสอากาศ ความหนาแน่นของอากาศ พื้นที่หน้าตัดที่ต้องฝ่าอากาศ แรงต้านการหมุนของล้ออันมาจากพื้นทางและหน้ายาง
สิ่งที่พอจะเอามาเทียบเคียงกับวัตต์ได้บ้าง ก็คือ อัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งพอจะสอดคล้องกับค่าpower ได้บ้าง ( เคยเอา powercal มาใช้งานอยู่พักหนึ่ง และดูความสัมพันธ์กับ HR) มันมีความเป็นไปได้ระดับหนึ่ง แค่คร่าวๆ แต่ไม่ถึงกับละเอียดนัก และมีข้อจำกัดในการใช้พอสมควร
คราวนี้ถามว่าเฉลี่ยแล้วลดลง 5-10 วัตต์มีผลเยอะไหม ?
ขึ้นกับว่า คนคนนั้นมีค่า FTP เท่าไหร่ อันนี้สำคัญมาก สมมติว่าโปรมีค่า FTP 400 W แล้ววัตต์ลดลง 5-10W ก็จะเท่ากับลดลงไป 1.25 - 2.5 % FTP ก็ดูอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นมือสมัครเล่น FTP 200W มันจะมีค่าลดลงถึง 2.5 -5 %FTP ซึ่งเยอนะครับ เพราะเดิมถ้าออกแรงอยู่แถวๆ 95%FTP ซึ่งมันล้ำเข้าไปอยู่ในZone ของ Lactate Threshold แต่พอลดลงมาเหลือ 90%FTP มันก็จะอยู่ในเพดานสูงสุดของ Tempo ซึ่งหมายถึงว่า ยังยืดระยะเวลาในการแช่ที่powerเท่านี้ได้อีกนานกว่าครับ
การปั่นให้ประหยัดวัตต์ง่ายที่สุดคือ "หมก" บางคนหมกจนได้ KOM ฮ่า ฮ่า ( แฟน Strava คงจะคุ้นกับคำนี้ดี , ผมเรียกพวกนี้ว่า "KOM by หมก" ไม่เห็นน่าภูมิใจตรงไหน แต่ก็ชอบเอามาโม้กันจังงงงงง )
การลดวัตต์ลงมาโดยไม่ต้องเกรงขี้ปากใคร ก็คือ การจัดท่าปั่น การเลือกเสื้อผ้า หมวก โกนขนหน้าแข้ง เลือกรถAero ล้อขอบสูง เลือกยางที่มี rolling resistantต่ำๆ
ใครอยากทราบว่า แค่ลดลงมา 5-10วัตต์นี่มันมากนักหรือ? ก็ลองมาทดลองปั่นทดสอบหา FTP หรือ นรก 20 นาทีดูสักรอบ จากที่คิดว่าจะปั่นไม่ครบ 20 นาที แค่ออกแรงน้อยลงนิดให้วัตต์ลดลงมาสัก 10Watt ก็เปลี่ยนจากไม่จบ มาเป็นจบได้เช่นกัน
( นับจากปีที่แล้ว ผมยังไม่เคยวัด FTP ใหม่อีกเลย รู้สึกมันเป็นนรกที่ไม่อยากเจอเลย )
ยิ่งความเร็วสูงยิ่งกินแรงมากเป็นทวีคูณครับ ยิ่งความเร็วสูงแรงต้านอากาศยิ่งมาก เวลาพวกสปินเตอร์จะแข่งกันยิงเข้าเส้นถึงต้องหมกมาใกล้เส้น อาศัยคนหน้าลดแรงต้านอากาศOSK 97 เขียน:ขอบคุณครับ ต่อไปไม่ขี่สี่สิบแล้ว เปลืองแรงBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt![]()
ผมทราบครับว่า power มันแปรผันตามความเร็วยกกำลังสาม แต่ความเร็ว 30 กม/ชม.นี่ ทำไมใช้วัตต์ได้มากมายแบบนี้ครับ ตามทฤษฎีก็อาจจะคำนวณกันง่ายๆจาก มวล ความเร็ว มวลแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
เคยใช้ กับ ใช้เป็นเรื่องเป็นราว มันก็อีกกรณีหนึ่งเช่นกันครับBkkbikelove เขียน:ก็ผมบอกแล้วมันเป็นการคำนวณทางทฤษฎี
ทฤษฎีกับของจริงมันก็ไม่เป๊ะกันอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างที่บอกว่าประหยีัดโดยเฉลี่ย 5-10 วัตต์ ส่วนใหญ่มันก็มาจาก lab ที่ควบคุมตัวแปรได้ มันก็ต่างจากถนนจริงอยู่แล้ว
ผมว่าคุณ lucifer น่าจะกำลังหลงประเด็นของจขกทนะครับ เขาแค่ถามเองว่า 5-10 วัตต์เนี่ยมันแค่ไหน ผมก็เอาตัวเลขหยาบๆให้ดู ให้เห็นภาพก็แค่นั้น
ปอลอ ถึงผมจะไม่มี powermeter แต่ก็ผ่านหูผ่านตาตำราพวกนี้มา เทส FTP นรก 20 นาทีก็เคยมาแล้ว
แล้วก็ซ้ำที่เดิมอีกlucifer เขียน:
คราวนี้ถามว่าเฉลี่ยแล้วลดลง 5-10 วัตต์มีผลเยอะไหม ?
ขึ้นกับว่า คนคนนั้นมีค่า FTP เท่าไหร่ อันนี้สำคัญมาก สมมติว่าโปรมีค่า FTP 400 W แล้ววัตต์ลดลง 5-10W ก็จะเท่ากับลดลงไป 1.25 - 2.5 % FTP ก็ดูอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นมือสมัครเล่น FTP 200W มันจะมีค่าลดลงถึง 2.5 -5 %FTP ซึ่งเยอนะครับ เพราะเดิมถ้าออกแรงอยู่แถวๆ 95%FTP ซึ่งมันล้ำเข้าไปอยู่ในZone ของ Lactate Threshold แต่พอลดลงมาเหลือ 90%FTP มันก็จะอยู่ในเพดานสูงสุดของ Tempo ซึ่งหมายถึงว่า ยังยืดระยะเวลาในการแช่ที่powerเท่านี้ได้อีกนานกว่าครับ
การปั่นให้ประหยัดวัตต์ง่ายที่สุดคือ "หมก" บางคนหมกจนได้ KOM ฮ่า ฮ่า ( แฟน Strava คงจะคุ้นกับคำนี้ดี , ผมเรียกพวกนี้ว่า "KOM by หมก" ไม่เห็นน่าภูมิใจตรงไหน แต่ก็ชอบเอามาโม้กันจังงงงงง )
การลดวัตต์ลงมาโดยไม่ต้องเกรงขี้ปากใคร ก็คือ การจัดท่าปั่น การเลือกเสื้อผ้า หมวก โกนขนหน้าแข้ง เลือกรถAero ล้อขอบสูง เลือกยางที่มี rolling resistantต่ำๆ
ใครอยากทราบว่า แค่ลดลงมา 5-10วัตต์นี่มันมากนักหรือ? ก็ลองมาทดลองปั่นทดสอบหา FTP หรือ นรก 20 นาทีดูสักรอบ จากที่คิดว่าจะปั่นไม่ครบ 20 นาที แค่ออกแรงน้อยลงนิดให้วัตต์ลดลงมาสัก 10Watt ก็เปลี่ยนจากไม่จบ มาเป็นจบได้เช่นกัน
( นับจากปีที่แล้ว ผมยังไม่เคยวัด FTP ใหม่อีกเลย รู้สึกมันเป็นนรกที่ไม่อยากเจอเลย )
แปลว่าประหยัด 5-10 วัตต์โดยเฉลี่ย ก็แทบจะไม่มีผลเลยสิครับ ต้องการวัตต์อีก 15 วัตต์ถึงจะขึ้นไปแตะ 31 กม/ชม. ครับความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt