หน้า 1 จากทั้งหมด 5

ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 06:32
โดย น้าเป็ด...
Car Free Day จะไปทางไหน จะเอายังไง
1.พอแจกเสื้อ บอกว่ามีเต็มตู้ไปหมดแล้ว
2.จะทำแผนที่เพื่อสื่อบอกให้ทั่วโลกทั่วไทยรู้ ก็บอกว่าใช้งบใช้คนมากขึ้นทุกปี ใหญ่ขึ้นทุกปี....ทุกปีก็ร้อนมาก 3 ชั่วโมงกว่า...เจ็บขี้ปวดเยี่ยวก็ไปเข้าห้องน้ำไม่ได้ ฯลฯ
3.บ้างก็บอกผมว่าสิบปีที่แล้วใช้เงินระดับล้าน อีกสิบปีข้างหน้า 100 ล้านไม่ทราบจะพอหรือเปล่า...
4.หรือเคยได้ยินว่าองค์กร ชมรม ต่างต่างมีตั้งมากมาย แต่มีแข็งแข็งอยู่ไม่เกินสี่ห้าชมรมฯใน กทม. ต่างจังหวัดอีกมาก ทำไมไม่เคยทำอะไรได้เลย ถ้าไม่มี หน่วยงานใดส่งเสริมหรือให้การสนับสนุน...

อ้าว...ช่วยกันเสนอแนะครับ จะให้ทำอย่างไร แบบไหน รูปแบบอย่างไร.....ผมจะนำไปสเนอที่ประชุมวันนี้....เพื่อสรุปให้ท่านที่เกี่ยวข้องทราบครับ....ขอวันนี้วันเดียวถึง 5 โมงเย็นนะครับ

ขอบพระคุณครับ
น้าเป็ด...

อย่างไรก็ตามขอบคุณที่TCCและทุกท่านทั่วไทยที่สามารถมีกิจกรรมต่อเนื่องอย่างนี้ได้ดี สม่ำเสมอและเรียบร้อยอย่างไม่เคยเห็นใครจะทำได้เลย....

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 07:38
โดย น้าเป็ด...
ความเห็นของทุกท่านเหมือนกระจกบานใหญ่ ผมพร้อมรับฟังครับ...ขอบพระคุณครับ...ผมจะขออนุญาตพริ้นต์ทุกความเห็นเพื่อประกอบการประชุมนี้ในเย็นวันนี้...โดยไม่แสดงความเห็นใดใดในที่ประชุม แต่ผมจะส่งทุกความเห็นไปยังคณะกรรมการเพื่อขอให้เปิดใจรับฟังในความเห็นของแต่ละท่านต่อไป...

ขอบคุณครับ

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 07:44
โดย น้าเป็ด...
ใจเย็นเย็นนะครับ...ขอเป็นความเห็นที่ไม่ไปกระทบกระทั่งใครนะครับ...และโปรดใช้คำสุภาพ...
ขอบพระคุณครับ...


ผมจะเข้ามาอีกครั้งหลัง 5 โมงเย็นครับ
น้าเป็ด

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 08:52
โดย bad_attitude
สำหรับประเทศเรา ที่มีฟุตบาทไว้ให้มอไซล์วิ่งสวนทาง มีไว้วางของขาย
มีระบบรถไฟฟ้าที่คนเต็มตลอดแทบทั้งวัน โดยไม่คิดจะเพิ่มขบวนรถ หรือความถี่ในการให้บริการ
มีรถตู้ (เมื่อก่อนเถื่อนตอนนี้ไม่แล้ว) ที่คอยงัดข้ออยู่กับแท้กซี่ตามป้ายรถเมล์
มีคนขับรถส่วนตัว มอไซล์ส่วนตัวที่จ้องจะรำคาญคนปั่นขักรยาน

ทำกันได้แค่นี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วหล่ะครับ

ที่จัดๆ กันมานาน ดูเหมือนจะเป็นการจัดกันเองสำหรับนักปั่นจักรยาน
ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของ Car Free Days แท้ๆ ไปพอสมควร

ต้องเข้าใจกันก่อนว่า Car Free Days มันคือการชวนกันลดใช้รถส่วนตัว
ให้มาใช้ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ไม่ใช้ชวนกันมาปั่นจักรยาน
เพราะ Car-free zone หลายๆ ที่ เขาก็ห้ามจักรยาน
เพราะมองในมุมของคนมาเดินถนน จักรยานก็ไปเฉี่ยวชนเขาเหมือนที่จักรยานโดนรถกระทำมานะแหล่ะ

ซึ่งในความเป็นจริงก็เห็นๆ อยู่ ว่าการชวนกันไปปั่นจักรยาน มันก็ยังหนีรถส่วนตัวไม่พ้น
ยังต้องเอาจักรยานขึ้นรถเก๋ง ไปหาที่จอด แล้วก็ปั่นกันต่อ หมดแรงมาก็เอาขึ้นรถเก๋งขับกลับ
มีไม่ถึงครึ่งที่ปั่นกันออกจากบ้านไปจนจบแล้วปั่นกลับบ้าน พวกนี้น่าจะมีคนคอยให้รางวัล
สองรางวัลเลย นักปั่นดีเด่น กะ ผู้กล้าหาญเสี่ยงภัยชั้นเลิศ

เป็นผม ผมก็ต้องทำ ก็ความปลอดภัยมันต่ำซะ ใครจะเอาชีวิตลูกเมียมาเสี่ยงกะการจราจรบนท้องถนน
ยิ่งในประเทศที่คนสนใจแต่ตัวเอง ไม่รู้จักเคารพสิทธิของคนอื่น โดยเฉพาะมารยาทบนท้องถนน
ที่คิดกันไปเองว่า ถนน คือของรถเก๋ง ของมอไซล์ แม้กระทั่งทางม้าลาย มันยังไม่คิดจะจอดให้คนข้ามเลย
จะเอาอะไรกะจักรยานคันเล็กๆ ที่ปั่นช้าๆ ไม่วิ่งรี่มาบดให้ติดถนนไปก็ถือว่าบุญโขแล้ว

ชาวจักรยานเองก็มีล้ำเส้นอยู่บ่อยๆ ถือว่าพวกมาก เล่นไหลตามกันฝ่าไฟแดง หรือตีขลุมขึ้นสะพานลอยหน้าตาเฉย
ก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ อันนี้ก็ต้องว่ากันไปตามความเป็นจริง

หงุดหงิดก็แค่เวลาเห็นคนทำผิด แล้วอิจฉาเขา ฉันยังไม่ทำแล้วเธอมาทำ ฉันเห็นฉันอิจฉา
ประมาณเดินเล่นอยู่ในสวนที่เขาห้ามจักรยานเข้าไปปั่น แต่เห็นเจ้าหน้าที่ควบมอไซล์สนุกสนาน
ไม่ก็โดนจับความเร็วบนมอเตอร์เวย์แล้วเจอรถขบวนวิ่งผ่านไปเร็วกว่า ประมาณนั้น
อันนี้มันความเหลื่อมล้ำของกฏหมาย เชื่อว่าชาวไทยจะคุ้นเคยและชินชากันดี

จะทำอย่างไงหล่ะ จะมายืนตากแดดกันปีละสามสี่ชั่วโมง หรือจะใส่เสื้อรณรงค์กันไปเดินให้คนเห็นตามห้างหรือ
ผมว่ามันต้องเอาจักรยานมาปั่นเลย ปั่นมันไปทุกที่ ทุกเวลา เอาให้คนเห็นกันว่ามีจักรยานปั่นกันบนถนนทุกที่ ทั่วประเทศ
ไม่ใช่มีแต่ชุดทีมแข่งต่างชาติปั่นกันเสาร์อาทิตย์ หรือเล่นโดดไปโดดมาตามลานกว้างๆ ตอนเย็นๆ
ต้องแห่กันไปใช้รถไฟฟ้า เขาจะได้เห็นว่ามันมีมากันเยอะ ต้องเพิ่มขบวน ถ้าเขาฉลาด อาจจะเพิ่มขบวนที่ไม่มีที่นั่ง ให้เราไปยืนเกาะกัน
ไม่เกะกะชาวบ้านทั่วๆ ไป

พูดไปก็เหมือนฝัน จะเอาอะไรมาก รถยนต์ส่วนตัว แซงขวาแล้วเข้าซ้ายกันยังแทบไม่เป็น บางคนขับขวามันตลอดทางตั้งแต่บ้านยันที่หมาย
เข้าซ้ายก็ตอนจะเลี้ยวซ้าย ไฟสัญญาณไม่เคยจะเปิด เปลี่ยนเลนไม่เคยดูกระจกหลัง ถ้ามีจักรยานอยูใกล้ๆ ก็ระวังกันเองหล่ะ พลาดมาทีเป็นผีเฝ้าถนนแน่

ถ้าไม่เริ่มทำกันวันนี้ ก็รอให้รุ่นลูกรุ่นหลานมาทำกัน
แต่เวลาลูกหลานมันด่าก็อย่าไปว่ามันถอนหงอกหล่ะ

ด้วยความเคารพ

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 09:35
โดย kutoto
:mrgreen: เห็นด้วยกับพี่ข้อความด้านบนครับ

มันต้องทำให้เห็นเป็นกิจวัตรประจำวัน เห็นบ่อยๆ ทุกวันๆ ทุกที่ เห็นบ่อยๆเข้า คนทั่วไปก็จะให้พื้นที่สำหรับจักรยาน
ไม่อยากให้เป็นแค่ CAR FREE DAY เพียงวันเดียวก็หมดไป

แต่สำหรับความคิดของผมนั้นชาวจักรยานก็เพิ่มขึ้นมามากมายพอสมควร อาจเป็นเพราะช่วงนี้เป็นหน้าฝนคนเลยประชากรชาวจักรยานเลยบางตา คาดว่าหน้าหนาวได้เห็นกันเยอะขึ้นบ้างนะครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

อีกอย่างสำหรับพี่ๆเพื่อนๆ บางท่านอยากให้ขี่จักรยานตามกฎระเบียบบนท้องถนนสักนิด ไม่อยากให้คิดว่าปั่นยังไงก็ไม่โดนจับ
ย้อนศร ปั่นบนทางเท้าที่มีคนแยะ(เข็นเอาจะดีกว่า) ปาดซ้ายขวา ฯ มาช่วยๆกันครับให้สังคมน่าอยู่และค่อยๆดีขึ้น :twisted: อย่างไรก็คงต้องขอบคุณน้าเป็ดและเพื่อนๆชาวจักรยานที่ทำให้จักรยานเป็นส่วนหนึ่งในท้องถนนโดยมีความสำคัญไม่แพ้รถยนต์และัจักรยานยนต์ครับ

เจอกันบนท้องถนนครับ :mrgreen:

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 09:48
โดย อ้น เฟสสัน
กริ๊ง กริ๊ง... ปันจักรยานไปซื้อเตี๋ยวก่อนนะคับ พี่น้อง ThaiMtb :D

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 10:08
โดย veenono
รณรงค์ก็คือรณรงค์ครับ ไม่ใช่การบังคับให้เห็นด้วยหรือเห็นตามด้วยกระแสต่างๆ
การที่จะมีกลุ่มจักรยานมากหรือน้อยไม่ใชประเด็น แต่การที่เราใช้รถยนต์ให้น้อยที่สุดเท่า
ที่จำเป็น(ไม่ได้หมายถึงไม่ใช้)กลับรู้สึกว่าการรณรงค์สัมฤทธิผล


การรณรงค์ก็คือการชี้ทางชี้ประโยชน์ชี้โทษส่วนท่านจะเห็นตามหรือไม่ก็สุดแท้แต่
การลดการใช้รถยนต์มีหลายทางแล้วแต่ว่าใครจะหาวิธีกันออกมา หนึ่งในนั้นคือชาวจักรยาน
ซึ่งก็มีทั้งสาระพัดการปั่น ปั่นตามกระแส ปั่นเพราะจำเป็น ปั่นเพราะเห็นประโยชน์
-ปั่นไปเรียน-ซื้อของ-กิจวัตรประจำวัน
-ปั่นไปทำงานปั่นทำธุระเป็นเรื่องเป็นราว
-ปั่นเพื่อออกกำลังกายหรือสันทนาการวันเสาร์-อาทิตย์
-ปั่นเพื่อไหนๆก็ปั่นก็เลยร่วมงานสังคมต่างๆช่วยเหลือกิจกรรมอาสา
-หลายๆคนหลายๆกลุ่มที่ปั่นสิ่งที่คุณได้ทำโดยไม่รู้ตัวก็คือการช่วยลดมลพิษ การช่วยลดพลังงานโลก
แต่จะให้มาปั่นแบบเดียวกันทั้งหมดคงยากและไม่น่าชักชวนแต่ขอความร่วมมือให้ร่วมมือได้


สังคมจักรยานเราเท่าที่เห็นที่รู้ใครไม่ใช่พวกก็จะกลายเป็นศัตรูโดยไม่มีจุดที่ให้เค้า
(คนปั่นจักรยาน)ยืนอยู่ในจุดของตัวเองของเค้า ผมมีความเห็นว่าเราควรลงไปให้ความสำคัญ
กับคนที่ช่วยลดมลพิษและพลังงานโลกอย่างแท้จริงคือคนที่ใช้จักรยานระดับล่างจริงๆ(ไม่ได้หมายถึงต้อยต่ำนะครับ)
รถไม่ต้องแพงแต่ใช้จริงจำเป็นจริง เริ่มตั้งแต่หมู่บ้าน,โรงเรียนเหมือนโครงการสอนปั่นที่น้าเป็ดทำครับ


ส่วนท่านที่จะใช้รถยนต์บรรทุกจักรยานก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับเพราะส่วนมากก็บรรทุกทีหลายคัน
และถ้าเวลาจำกัดหากจะไปลุยแทรคกันที่สระบุรีหรือโคราช คงไม่มีใครปั่นไปหรอกนะครับ แม้แต่
ตัวจักรยานเองก็ใช้ทรัพยากรโลกมาทำเหมือนกัน ต้องขนส่งบรรทุก ยังไงก็ค้านกันที่แนวทางไม่ชวนทะเลาะนะครับ


รูปภาพ

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 10:33
โดย s4535065
ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องไหมนะครับ
แต่ผมอยากได้ราืยชื่อห้างที่สามารถเอารถจักรยานเข้าไปจอดได้
แม้จะไปจอดกับรถจักรยานยนต์ก็ได้ โดยไม่โดนไล่และปลอดภัยครับ
ทุกวันนี้ผมขี่หมอบไปทำงาน+ไปแบงค์มีบางที่ต้อนรับดีบางที่ก็ไม่ครับ
ถ้ามีListมาเลยก็จะทำให้ง่ายขึ้นมาก เพราะผมว่าหลายๆท่านก็อาจจะอยากปั่นไำปห้าง
แต่ไม่รู้ว่ามีที่จอดไหม+ปลอดภัยหรือเปล่า+จะโดนไล่ไหม เพราะบางที่เขาอาจจะไม่สนับสนุนครับ
ถ้าท่านใดทราบรบกวนแจ้งผมซักนิด จะขอบพระคุณมากครับ

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 11:08
โดย ธิติวรรณตอน
เมื่อก่อนทำงานในตัวเมือง ขับรถยนต์ไปส่งลูกที่โรงเรียน เสร็จแล้วก็มาจอดแถวใกล้ ๆ ที่ทำงาน
กลางวันก็ปั่นจักรยานที่จอดไว้ที่ที่ทำงานออกไปทานข้าวกลางวัน หรือปั่นไปหาลูกที่โรงเรียนช่วงพักเที่ยง
หรือออกไปซื้อของใช้ต่าง ๆ เพราะในตัวเมืองหาที่จอดรถยากเหลือเกิน
ถูกค่อนแคะว่าจะประหยัดอะไรนักหนา งกบ้าง จะเอาเงินไปไว้ไหนบ้าง บางคนก็มองด้วยสายตาเหยียด ๆ (กระจอกจน )
บางทีก็ถูกรถยนต์บีบแตรไล่แบบว่าเกะกะ
เราก็ตอบว่า จักรยานสะดวกในการหาที่จอด ไปเร็วกลับเร็วกว่ารถยนต์ ได้ออกแรงได้เหงื่อได้สุขภาพ
ลูกเราไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ ก็เพราะจักรยานนี่หละ
ขอบคุณทุกชมรมทุกท่านที่ช่วยกันสานต่อให้ชาวจักรยานมีกิจกรรมดี ๆ ร่วมกัน

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 11:11
โดย สพท.
;) หวัดดีน้าเป็ด...ไม่ขอออกความเห็นใดๆ(เห็นด้วยกับทุกความเห็นของคนจักรยานอยู่แล้ว)แต่มีภาพมาฝาก(ขอภาพเดียว)ครับ :lol: :lol:

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 11:20
โดย เสือเชน
SWOT
S :
1. น้ำมันแพงขึ้น คนเลยแค่รู้สึกอยากปั่นจักรยานไปทำงาน
2. การเข้าถึงจักรยานดีขึ้น มีร้านเปิดตามชุมชนมากขึ้น
3. ผู้บริหารท้องถิ่นรุ่นใหม่มีวิสัยทัศน์ดีกว่าเดิม ไม่เหมือนรุ่นเก่าๆที่ ม.ร.ว. (ไม่รู้ว่ะ)
4. จักรยานในประเทศ เริ่มพัฒนารูปแบบสวยขึ้น


W :
1. การจราจรในประเทศ โดยเฉพาะเมืองหลักแย่ มากๆ
2. การขนส่งทางราง กำลังจะ .... มีเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีแผนรองรับจักรยาน
(แต่ถึงให้มี มันก็ไม่ทำ ยกตัวอย่างก็ลิฟท์ คนพิการไงครับ)
3. ไม่มีสถานที่รับจอดจักรยานที่ปลอดภัย การจอดผูกรั้วไว้ข้างถนน ผมก็ไม่กล้าเสี่ยงครับ
อย่าคิดแต่ว่าจักรยานคือเศษเหล็กติดล้อ เพราะถ้าท้องถิ่นคิดแบบนั้น การใช้งานจะไม่มากนะครับ
แค่บ้านถึงปากซอยเท่านั้น
4. ขอใช้คำว่า สันดาน ของคนขับยานพาหนะ ส่วนใหญ่ แย่มาก มีเพียงส่วนน้อยที่เข้าใจจักรยาน
ถ้าต้องจอดกว่าจะออกตัวแต่ละที กับการเหยียบคันเร่ง เหนื่อยต่างกันครับ
ขอย้ำโดยเฉพาะรถขนส่งสาธารณะทั้งหลาย กับ บรรดารถแต่งซิ่ง (แต่ไม่กล้าไปแข่งในสนามแข่งจริงๆ)
เพราะเจอมาเยอะครับ ประเภท เบียด ปาดหน้าแล้วเบรค


O:
1. จักรยานย้ายไปทำที่จีน ราคาน่าจะถูกลง สำหรับการใช้ประจำวัน+ออกทริปยาวๆ
2.

T :
1. อากาศร้อน บางครั้งฝนตก ไม่สะดวกในการใช้งาน
2. นักการเมืองถือหุ้นในบริษัทน้ำมัน การบิน และ อุตสาหกรรมรถยนต์ จึงทำให้มีแต่แผนผลาญน้ำมันกันมากๆ
เช่นถมคลองทำถนน ถมหนองทำสนามบิน
(จริงๆ แล้ว กรุงเทพ - เชียงใหม่ โดยรถไฟ เราสามารถทำได้ด้วยเวลา ไม่ถึง 4 ชั่วโมง และจักรยานก็สามารถขึ้นได้)
แต่ถ้าทำไปสายการบินก็ ....เฮ้ออออ

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 12:42
โดย น้าเป็ด...
รูปภาพ
ภาพจากฐานเศรษฐกิจ เช้านี้ครับ...

ท่านคิดว่าการจัดงานวันCar Free Days ของบ้านเรา เพื่อก่อให้เกิดควาดคิดในการมุ่งประเด็นให้คนเห็นความสำคัญในการไม่ใช้รถยนต์หรือยัง....?????

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 13:14
โดย veenono
สวัสดีครับน้าเป็ดใจดี ขออนุญาตตอบอีกรอบนะครับ

ผมว่ายังไม่ใช่ทางที่เห็นได้ชัดส่วนหนึ่งเท่าที่สำรวจยังไม่มีใครรู้เรื่อง
เพราะการประชาสัมพันธ์ยังน้อยครับ งาน Car Free Day ยังเป็นงาน
เฉพาะหรืองานนัดรวมตัวชาวจักรยานอยู่ครับ แต่ถ้าใช้จำนวนคนทั้งหมด
เท่าที่มา จัดแผนประชาสัมพันธ์รณรงค์ ลงพื้นทีแทนการจัดธงชาติน่าจะ
ได้ผลมากว่านี้ครับ ความคิดเห็นเล็กๆอาจไม่ตรงกับชาวบ้านนะครับ..อิอิ

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 13:24
โดย ปั่นละมัยจ้า
:D เรามาปั่นทุกวันเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคมกันนะครับ :D

แถวๆบ้านผม สาธุฯตัดใหม่ ผมปั่นตอนแรกๆ ใครๆก็หาว่าผมบ้า แต่ตอนนี้ มีแต่คนยกย่องครับเพราะ
ปั่นจักรยาน ประหยัด สุขภาพดี หุ่นดี
ไอ้หุ่นดีนี่หล่ะครับทีีผมทำให้คนในชุมชนแถวบ้านเห็น ก่อนปั่นผมอ้วนมาก แต่หลังจากปั่นได้ซักระยะเห็นผลเลยครับ
ทำให้แถวๆบ้านผมหันมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น ไม่ใช่ปั่นจักรยานอย่างเดียว หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้นด้วย เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง

ผมจึงเห็นว่า หากพวกเราเราปั่นจักรยานทุกวัน และใช้จักรยานในชีวิตประจำวันโดยไม่เน้นปั่นเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์(หากทำได้นะครับ :D ) จะทำให้คนทั่วไปเล็งเห็นประโยชน์และหันมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น ถึงจะไม่ทันทีทันใด แต่ก็ค่อยเป็นค่อยไป อย่างนี้ก็ดีนะครับ

ส่วนเรื่องที่ว่าจุดจอดจักรยาน หรือเส้นทางจักรยาน ที่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชน จะให้การสนับสนุนหรือไม่นั้น ผมว่าอยู่ที่ตัวเรา และทุกคน หากเรามีการร่วมมือกัน ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น มากขึ้น ก็จะเป็นการกระตุ้นการส่งเสริมในด้านจุดจอด เส้นทางจักรยาน ที่เหมาะสม จากหน่วยงานดังกล่าว สิ่งเหล่านี้ ย่อมส่งผลตามมาแน่นอน ไม่แพ้ รถเมล์รถไฟฟรี แน่ๆครับ :D

Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days

โพสต์: 23 ก.ย. 2009, 13:29
โดย น้าเป็ด...
ขอบคุณทุกความเห็นครับ ผมชวนออกแสดงความเห็นในเรื่องที่หนักสมองหน่อยนะครับ...
ขอบคุณทุกความเห็นครับ แต่เห็นว่าหลายความเห็นที่กำลังจะหลงประเด็น...ผมจึงอยากดึงเข้ามาให้อยู่ในเรื่องคาร์ฟรีเดย์ต่อครับ...

กรุณาอ่านดีดี คุณจะเห็นความตั้งใจของผม ของคนที่อยากจะทำงานเพื่อสังคมและส่งเสริมกิจกรรมดีดีอย่างนี้ให้คงต่อเนื่อง

ผมคนหนึ่งที่เห็นว่าการรับฟังความเห็นเป็นเรื่องสำคัญ แต่ขณะเดียวกันต้องเรียนชี้แจงให้ท่านทราบในมุมมองของบางเรื่องที่ท่านอาจจะไม่ทราบ เช่น กว่างานชิ้นนี้จะผ่านมาจนกระทั่งวันสุดท้ายและเสร็จด้วยความเรียบร้อยสมบูรณ์นั้น เหล่าคณะผู้ดำเนินงานและท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงกับไม่ได้กินไม่ได้นอนตรงเวลาที่เคยปฏิบัติในแต่ละวันของท่านนั้นนั้นกันเลย ลำพังผมเองเห็นว่าถ้าไม่ได้ระดับ TCC แล้วคงจะยากกว่านี้ทั้งงบประมาณและกำลังคน และคงจะไม่สำเร็จได้ดั่งที่ท่านเห็น ถ้าลองพิจารณาด้วยความเป็นธรรมแล้ว พบความบกพร่องน้อยมาก คือยังมีบ้างเป็นธรรมดาของงานใหญ่ระดับชาติ....แต่น้อยมากครับ
ต้องบอกว่าความสำเร็จของงานนอกจากTCCและสมาชิกTCCแล้ว ยังมาจากการที่ทุกท่านให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมาด้วยอย่างมากนั่นเอง


Car Free Day จะไปทางไหน จะเอายังไง
1.พอแจกเสื้อ บอกว่ามีเต็มตู้ไปหมดแล้ว คืออย่างนี้ครับ...
1.1 ในปีแรกที่เริ่มจัดงาน เรามองภาพว่าจะทำอย่างไรให้แยกออกจากกันระหว่างคนที่มาร่วมกิจกรรมกับคนทั่วไป
1.2 ต่อมาเราจะสื่ออะไรออกไปให้คนทั่วไปเห็นว่ากิจกรรมนี้ต้องการอะไร จึงเอาเสื้อยืดมาพิมพ์คำพูดคำขวัญหรือสโลแกนออกไป เขาจะได้ทราบ
1.3 ต่อมาอีกเหตุผลคือว่าสมัยก่อนนั้นมีคนปั่นจักรยานกันน้อยมาก จากการคิดที่จะระดมคนออกมา จึงต้องใช้อุบายแจกเสื้อ
1.4 ต่อมาเดี๋ยวนี้ต้องแจกเสื้อออกเป็นสองแบบหรือสองกลุ่ม คือสต๊าฟกับไม่ใช่สต๊าฟ...
1.5 ทีนี้พอปีต่อต่อมาจึงต้องทำเสื้อแจกกันมาโดยไม่มีใครกล้าคัดค้าน....

ขออนุญาตเรียนถามตรงตรงครับ พอออกจากสนามมหาวิทยาลัยเกษตรฯผมลองตามไปดูในถนนต่างต่างจนกระทั่งถึงถนนลาดพร้าว ผมเห็นว่ามีการถอดเสื้อที่รับแจกออกมาใส่เป้ข้างหลังที่สะพายอยู่....มีอีกส่วนหนึ่งที่เห็นยังคงใส่อยู่.....จำนวนครึ่งครึ่งครับ...

เรียนถามว่า ถ้าไม่มีเสื้อแจกแล้ว ท่านจะคงยินดีให้ความร่วมมือออกมารณรงค์ด้วยหรือไม่.....ถ้าไม่มีการตอบรับใดใดในความเห็นนี้หรือโต้แย้งแสดงความเห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าสมาชิกกระดานข่าวนี้ส่วนใหญ่คงชอบในวิธีที่ต้องการรับแจกเสื้ออยู่เหมือนเดิม....นะครับ

แต่ถ้าเราสามารถประหยัดงบค่าเสื้อลงไปได้ตัวละ65บาท(สมมุตินะครับ)คูณ(สมมุตินะครับ 76 จังหวัดจังหวัดละ 300ตัว)ตกเป็นเงิน1,482,000.00 บาท
ถามว่าคุณต้องการให้เอาเงินจำนวนนี้ไปใช้ทำอะไรในงานวันคาร์ฟรีเดย์ปีหน้าครับ.....