กว่า 15 ปี ที่ Markus Storck ใช้ proportion tube ในเฟรม Storck ทุกรุ่น วันนี้ proportion tube กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานในวงการจักรยานระดับพรีเมี่ยม
การออกแบบจักรยานที่ดี จะต้องสามารถ balance ระหว่าง stiffness, comfort, และ handling ของจักรยานให้ได้ และนอกจากนั้นแล้วจะต้องออกแบบจักรยานให้เข้ากับตัวของผู้ขี่ให้ได้ทั้งในแง่ของ geometry (เช่น ความยาวช่วงขา ช่วงตัว แขน ฯลฯ) และในแง่ของน้ำหนักตัวของผู้ขี่อีกด้วย
ซึ่งประเด็นเรื่องน้ำหนักตัวนี่เป็นประเด็นที่ถูกมองข้ามกันมาตลอด แต่ที่จริงกลับมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากสำหรับจักรยานแล้ว อัตราส่วนระหว่าง moved load (คนขี่) กับ moving load (จักรยาน) จะมีค่าสูงมากที่ประมาณ 1 ต่อ 10 กลับกับการออกแบบรถยนต์ ที่อัตราส่วนระหว่าง moved load (คนขับ) กับ moving load (รถยนต์) อยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 10 เท่านั้น การออกแบบรถยนต์ จึงไม่ต้องกังวลมากเรื่องของขนาดน้ำหนักตัวของผู้ขับขี่เมื่อเทียบกับการออกแบบเฟรมจักรยานที่เมื่อผู้ขี่ตัวใหญ่ขึ้นก็จะมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่ในขณะที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่เลือกที่จะมองข้ามประเด็นนี้ด้วยเหตุผลด้านต้นทุน แล้วออกแบบเฟรมที่ดีโดยยึดเฟรมขนาดกลางของตนในการออกแบบ จากนั้นก็เพียงตัดให้สั้นลงในขนาดเล็ก หรือทำให้ยาวขึ้นในขนาดใหญ่เพื่อให้ได้ geometry ตามที่ต้องการใน frame แต่ละขนาด แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเฟรมแต่ละขนาดไม่สามารถมีค่าความ stiffness ที่เหมือนกับเฟรมขนาดกลางที่ออกแบบ และที่แย่ไปกว่านั้นคือการควบคุมรถก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละขนาดอีกด้วย
ซึ่งหากว่าคุณโชคดี มี geometry ที่เหมาะสมกับเฟรมขนาดกลาง นั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับจากเฟรมรุ่นนั้นๆ แต่หากไม่แล้ว สิ่งที่คุณได้รับจะไม่สามารถคาดเดาได้เลย ทั้งนี้เนื่องจากท่อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากัน ความหนาเท่ากัน ทำจากวัสดุเดียวกัน จะมีความ stiff สูงกว่าเมื่อถูกตัดให้สั้นลง และกลับกันเมื่อถูกตัดให้ยาวขึ้น

Markus Storck ทราบดีถึงปัญหาเรื่องนี้ และออกแบบเฟรมของ Storck ทุกรุ่นโดยมีท่อที่แปรผันไปตามขนาดของเฟรม หรือเรียกว่า Proportion tube โดยที่เฟรมแต่ละขนาด จะมีท่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และการเรียงตัวและจำนวนขั้นของ carbon ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะสามารถได้ balance ระหว่าง stiffness, comfort, และ handling ที่เหมือนกันใน frame ทุกขนาดของ Storck
ถือได้ว่า Storck เป็นผู้ผลิตรายแรกที่ใช้วิธีการนี้มาตั้งแต่ปี คศ 1999 หรือกว่า 15 ปี มาแล้วในเฟรม Storck ทุกรุ่น ในขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นๆเลือกที่จะมองไม่เห็นประเด็นนี้ และยังคงผลิตเฟรมโดยการตัดให้สั้นหรือยาวขึ้นตาม geometry ตามปรกติ จนถึงปัจจุบันนี้เริ่มมีผู้ผลิตบางรายออกมายอมรับถึงความสำคัญในเรื่องนี้แล้ว และเท่ากับเป็นการตอกย้ำความล้ำหน้าในการออกแบบของ Markus Storck และทำให้ผู้ใช้ Storck มั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าเฟรมของตนจะไม่ล้าสมัยง่ายๆแน่นอน
ขอบคุณ Storck Club Thailand สำหรับบทความดีๆ

http://www.facebook.com/storckclubthailand







