ทักษะการปั่น: จะลากและถูกลากอย่างไรถึงจะดี
โพสต์: 18 ก.ค. 2014, 10:22
ทักษะการปั่น: จะลากและถูกลากอย่างไรถึงจะดี
ปกติถ้าคุณขี่จักรยานคนเดียวเป็นประจำ คุณคงไม่สนใจเรื่องการขี่แบบเรียงเดี่ยว (paceline) ซึ่งนักปั่นแต่ละคนจะผลัดกันลาก เมื่อหัวลากเหนื่อยก็ผลัดออกไปปิดท้ายขบวนแล้วให้คนที่อยู่ถัดมาลากแทน การขี่เรียงเดี่ยวแบบนี้จะทำให้คุณประหยัดพลังงานในการปั่นได้มากพอสมควร และถ้าทำอย่างถูกวิธีอาจจะทำให้ลดแรงต้านอากาศที่กระทำต่อคุณได้มากถึง 27% เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามคนที่จะขี่เรียงเดี่ยวประจำอาจจะยังไม่ทราบถึงวิธีการที่ขี่ให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการขี่แบบเรียงเดี่ยว นักวิจัยในเนเธอแลนด์ทำการวิจัยเรื่องดังกล่าวจากข้อมูลจากการทดลองในอุโมงค์ลมเพื่อหาข้อมูลที่แม่นยำจากการถูกลากสำหรับทุกคนในกลุ่ม และผลวิจัยที่พบคือ
โบนัสของหัวลาก
หัวลากไม่ได้เสียสละอย่างเดียวแต่ก็ได้ประโยชน์จากการลากเพื่อนๆ ในกลุ่มด้วย โดยหัวลากจะมีแรงต้านอากาศลดลงได้มากถึง 3.1% ซึ่งเกิดจากกลุ่มแรงกดอากาศต่ำ (low-pressure air bubble) ระหว่างหัวลากกับคนตามซึ่งผลักหัวลากขณะปั่นไปด้วย ดร. เบิร์ท บล๊อกเก็น หัวหน้าทีมวิจัย และเป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่ง Eindhoven ในเนเธอแลนด์กล่าว และแนะนำอีกว่าหัวลากควรขี่ในอัตราความเร็วสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้หลุดจากแรงดันของกลุ่มหรือทำให้กลุ่มแตก
ชิดกันหน่อย
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการขี่แบบเรียงเดี่ยว จะต้องขี่ให้ล้อหน้าเราชิดกับล้อหลังคันข้างหน้าเท่าที่จะเป็นไปได้ ในอุดมคติควรจะขี่ให้ล้อหน้าของเราซ้อนกันล้อหลังของคนหน้าเล็กน้อย (มีคำเตือนเรื่องการที่ไม่ควรขี่ให้ล้อเราไปซ้อนกับคนข้างหน้าเพราะจะทำให้เกิดการชนกันได้ง่ายๆ) ถ้าคุณไม่อยากเสี่ยงคุณสามารถทิ้งระยะได้ไกลถึงประมาณ 3/4 ของระยะล้อซึ่งก็ยังประหยัดพลังงานได้เช่นกัน
สวีทสปอต
ประโยชน์ของการลากจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากคนที่สองไปถึงคนที่ห้า ก่อนที่จะให้ประโยชน์คงที่สำหรับคนที่เหลือ ในกลุ่มห้าคน คนที่ได้ประโยชน์ด้านแอโร่ไดนามิคมากที่สุด บล๊อกเก็นกล่าว แต่ในกลุ่มหกถึงแปดคน (จำนวนคนประมาณจำนวนของนักปั่นทีมไทม์ไทรอัล) คนรองสุดท้ายจะรู้สึกถึงแรงต้านลมน้อยที่สุด สำหรับในกลุ่มใหญ่ขาแรงตำแหน่งที่ดีที่สุดอยู่ระหว่างคนที่ห้าและคนที่แปดซึ่งจะได้ประโยชน์อย่างมากด้านแอโร่ไดนามิค บล๊อกเก็นกล่าว และมีโอกาสที่เกิดการชนกันไม่มากนัก
บันจี้เอฟเฟ็ก
ด้านท้ายๆ ของกลุ่มอาจจะกระจัดกระจายเพราะนักปั่นด้านหลังๆ ต้องเร่งบ้างผ่อนบ้างเพื่อเกาะให้อยู่ บล๊อกเก็นกล่าว เพราะว่าไม่มีใครขี่ตามท้ายคันหลังสุดเพื่อจะดันกลุ่มแรงกดอากาศต่ำ ทำให้เหมือนกับว่าการขี่คนสุดท้ายรู้สึกยากที่จะเกาะกลุ่ม สำหรับหัวลากที่จะไปปิดท้ายแนะนำให้ปั่นเร็วขึ้นสักหน่อยเมื่อมาถึงคนที่สองก่อนสุดท้ายจะได้ไม่ต้องเร่งปั่นตามให้ทันคันหลังสุดเมื่อเข้าไปปิดท้าย
ขนาดก็มีผล
ยิ่งนักปั่นใหญ่ก็ยิ่งบังลมได้มากซึ่งก็มีประโยชน์มากขึ้นสำหรับคนขี่ตาม แอบแนะนำให้ขี่ตามพี่ยักษ์ในกลุ่ม
By Gadgetbike
https://www.facebook.com/gadgetbikethailand
แปลจากบทความของหนังสือ Bicycling พฤษภาคม 2014 โดย Jon Marcus
ปกติถ้าคุณขี่จักรยานคนเดียวเป็นประจำ คุณคงไม่สนใจเรื่องการขี่แบบเรียงเดี่ยว (paceline) ซึ่งนักปั่นแต่ละคนจะผลัดกันลาก เมื่อหัวลากเหนื่อยก็ผลัดออกไปปิดท้ายขบวนแล้วให้คนที่อยู่ถัดมาลากแทน การขี่เรียงเดี่ยวแบบนี้จะทำให้คุณประหยัดพลังงานในการปั่นได้มากพอสมควร และถ้าทำอย่างถูกวิธีอาจจะทำให้ลดแรงต้านอากาศที่กระทำต่อคุณได้มากถึง 27% เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามคนที่จะขี่เรียงเดี่ยวประจำอาจจะยังไม่ทราบถึงวิธีการที่ขี่ให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการขี่แบบเรียงเดี่ยว นักวิจัยในเนเธอแลนด์ทำการวิจัยเรื่องดังกล่าวจากข้อมูลจากการทดลองในอุโมงค์ลมเพื่อหาข้อมูลที่แม่นยำจากการถูกลากสำหรับทุกคนในกลุ่ม และผลวิจัยที่พบคือ
โบนัสของหัวลาก
หัวลากไม่ได้เสียสละอย่างเดียวแต่ก็ได้ประโยชน์จากการลากเพื่อนๆ ในกลุ่มด้วย โดยหัวลากจะมีแรงต้านอากาศลดลงได้มากถึง 3.1% ซึ่งเกิดจากกลุ่มแรงกดอากาศต่ำ (low-pressure air bubble) ระหว่างหัวลากกับคนตามซึ่งผลักหัวลากขณะปั่นไปด้วย ดร. เบิร์ท บล๊อกเก็น หัวหน้าทีมวิจัย และเป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่ง Eindhoven ในเนเธอแลนด์กล่าว และแนะนำอีกว่าหัวลากควรขี่ในอัตราความเร็วสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้หลุดจากแรงดันของกลุ่มหรือทำให้กลุ่มแตก
ชิดกันหน่อย
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการขี่แบบเรียงเดี่ยว จะต้องขี่ให้ล้อหน้าเราชิดกับล้อหลังคันข้างหน้าเท่าที่จะเป็นไปได้ ในอุดมคติควรจะขี่ให้ล้อหน้าของเราซ้อนกันล้อหลังของคนหน้าเล็กน้อย (มีคำเตือนเรื่องการที่ไม่ควรขี่ให้ล้อเราไปซ้อนกับคนข้างหน้าเพราะจะทำให้เกิดการชนกันได้ง่ายๆ) ถ้าคุณไม่อยากเสี่ยงคุณสามารถทิ้งระยะได้ไกลถึงประมาณ 3/4 ของระยะล้อซึ่งก็ยังประหยัดพลังงานได้เช่นกัน
สวีทสปอต
ประโยชน์ของการลากจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากคนที่สองไปถึงคนที่ห้า ก่อนที่จะให้ประโยชน์คงที่สำหรับคนที่เหลือ ในกลุ่มห้าคน คนที่ได้ประโยชน์ด้านแอโร่ไดนามิคมากที่สุด บล๊อกเก็นกล่าว แต่ในกลุ่มหกถึงแปดคน (จำนวนคนประมาณจำนวนของนักปั่นทีมไทม์ไทรอัล) คนรองสุดท้ายจะรู้สึกถึงแรงต้านลมน้อยที่สุด สำหรับในกลุ่มใหญ่ขาแรงตำแหน่งที่ดีที่สุดอยู่ระหว่างคนที่ห้าและคนที่แปดซึ่งจะได้ประโยชน์อย่างมากด้านแอโร่ไดนามิค บล๊อกเก็นกล่าว และมีโอกาสที่เกิดการชนกันไม่มากนัก
บันจี้เอฟเฟ็ก
ด้านท้ายๆ ของกลุ่มอาจจะกระจัดกระจายเพราะนักปั่นด้านหลังๆ ต้องเร่งบ้างผ่อนบ้างเพื่อเกาะให้อยู่ บล๊อกเก็นกล่าว เพราะว่าไม่มีใครขี่ตามท้ายคันหลังสุดเพื่อจะดันกลุ่มแรงกดอากาศต่ำ ทำให้เหมือนกับว่าการขี่คนสุดท้ายรู้สึกยากที่จะเกาะกลุ่ม สำหรับหัวลากที่จะไปปิดท้ายแนะนำให้ปั่นเร็วขึ้นสักหน่อยเมื่อมาถึงคนที่สองก่อนสุดท้ายจะได้ไม่ต้องเร่งปั่นตามให้ทันคันหลังสุดเมื่อเข้าไปปิดท้าย
ขนาดก็มีผล
ยิ่งนักปั่นใหญ่ก็ยิ่งบังลมได้มากซึ่งก็มีประโยชน์มากขึ้นสำหรับคนขี่ตาม แอบแนะนำให้ขี่ตามพี่ยักษ์ในกลุ่ม
By Gadgetbike
https://www.facebook.com/gadgetbikethailand
แปลจากบทความของหนังสือ Bicycling พฤษภาคม 2014 โดย Jon Marcus