บทความ !! แนะนำการเลือกซื้อจักรยานพับ อย่างละเอียด จัดเต็ม
โพสต์: 07 ก.ค. 2014, 11:51
ข้อแนะนำ การเลือกซื้อ จักรยานพับ
ณ ชั่วโมงนี้คงปฎิเสธไม่ได้ว่า จักรยาน เป็นกีฬาและการออกกำลังกายที่เติบโตแบบก้าวกระโดด หลายคนเริ่มหันมาใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักแทนรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ และยังมีคนอีกจำนวนมากที่ขี่จักรยานเพื่อการออกกำลังกายและการพักผ่อน ซึ่งจักรยานในตลาดที่มีให้เลือกซื้อก็มีอยู่มากมาย จักรยานพับก็เป็นจักรยานอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้จักรยานประเภทอื่นๆ ด้วยเหตุผลที่ผมมองหลักๆคือ
สวย ,กระทัดรัด, น่ารัก ,พกพาสะดวก ,ขี่ทำความเร็วได้ดี ไม่แพ้จักรยานอื่นๆ
ทำไมต้องจักรยานพับด้วยนะ?
สาเหตุของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนเมืองเลือกที่จะใช้จักรยานพับ เท่าที่ศึกษาข้อมูลมา พบว่าส่วนใหญ่ซื้อเพราะว่าเผื่อการเดินทางที่สะดวกเพราะมันพับได้ไม่เกะกะ นอกจากนั้นเรื่องของพื้นที่เก็บจักรยานก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้หลายคนเลือกจักรยานประเภทนี้ เพราะมันมีขนาดเล็ก แม้ไม่พับก็ยังมีขนาดที่เก็บในบ้านได้สะดวก และที่สำคัญ จักรยานประเภทนี้ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด จะเป็นจักรยานแบบ ไซด์เดียว คือขี่ได้ทั้งคนตัวสูงและคนตัวไม่สูงนัก ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ขี่ได้หมด เรียกได้ว่า ยิงปืนนัดเดียวได้ครบเลยครับ
จักรยานพับชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่ามันต้องพับได้เป็นคุณสมบัติหลักของจักรยานประเภทนี้ สิ่งที่ทำให้จักรยานพับนั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจาก รถจักรยานประเภทอื่นๆก็คือ
1 ลักษณะเฟรม ที่ค่อนข้างหนา มีจุดพับตั้งแต่หนึ่งจุดขึ้นไป
2 ขนาดของล้อที่เป็นล้อขนาดเล็กที่มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 14 นิ้วจนถึง 24 นิ้ว แต่บ้านเราส่วนใหญ่จะเลือกเล่นในขนาด 16 นิ้ว กับ 20 เป็นหลัก
ถ้าจะซื้อจักรยานพับจะเริ่มยังไงดีหละทีนี้ ?
สำหรับข้อพิจารณาในการเลือกซื้อจักรยานประเภทนี้ ผมขอแยกออกเป็นข้อๆก็แล้วกันจะได้เข้าใจง่ายมากขึ้นนะครับ
1 ระยะเวลาการพับ เป็นข้อแรกๆที่หลายคนมักจะถามเวลาเลือกซื้อ ว่ารุ่นนี้พับเร็วแค่ไหน ช้าแค่ไหน ซึ่งถ้าหากเอาแบบเร็วๆสะดวกๆเท่าที่ผมเจอและรู้จักมา สงสัยจะเสร็จ ยี่ห้อ บรอมตั้นก่อนเลย หรือไม่ก็พวก Bike Friday Tikit แต่มันก็ราคาเอาเรื่องเหมือนกัน ใช่ครับระยะเวลาการพับมักเป็นสิ่งที่คนถามมาก แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยว่าเราต้องทำเวลาให้เร็วขนาดนั้นเลยหรือ ? ช้าอีกนิดคงไม่เป็นไรมั๊งครับ เลือกรุ่นที่มันพับง่ายๆน่าจะดีกว่า และเรามีโอกาสพับบ่อยแค่ไหน ซึ่งอันนี้อยู่ที่พฤติกรรมการใช้งานแต่ละบุคคลนะครับ ต้องถามตัวเองให้แน่ชัดก่อนในข้อแรก บางคนซื้อรถพับมาเป็นปีแต่กลับไม่เคยพับมันเลย
2.ขนาดของรถหลังจากพับ เป็นข้อหลักที่ไม่ควรมองข้ามเพราะเหตุผลที่เราเลือกซื้อรถพับแทนที่จะเป็นรถธรรมดาก็เพื่อความสะดวกในการเดินทางหรือการเก็บจอดในบ้าน ในการเลือกเราก็ควรดูครับว่าหลังจากที่มันพับเรียบร้อยแล้วนอกจากเรื่องความยากง่ายในการพับแล้วเวลาพับเสร็จมันมีขนาดเหมาะอย่างที่เราต้องการไหม เพราะบางคนต้องการรถพับที่มีขนาดเล็กกะว่าพับเร็วกางเร็วมีขนาดเล็กยกไปไหนมาไหนง่ายเช่น ใช้เวลาขี่เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส หากชอบเล็กๆก็คงต้องหันมามองพวกล้อ 16 นิ้ว แต่คิดว่าขนาดเอาพอเหมาะแต่ขี่ได้ไกลๆสบายๆล้อ 20 นิ้วก็น่าจะเหมาะกว่า
3.น้ำหนัก ตัวรถ รถพับส่วนใหญ่อย่าไปคาดหวังเรื่องน้ำหนักมากเลยครับ เพราะยังไงมันก็หนักอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็สิบกว่ากิโลทั้งนั้น ด้วยการออกแบบที่จะต้องมีจุดหมุนเยอะ และแต่ละจุดต้องแข็งแรงเลยเป็นไปได้ยากที่จะให้มันเบา แต่ถ้าจะเอาให้เบาก็แลกด้วยราคาที่หนักสวนกระแสความเบา แต่รถพับที่มีน้ำหนักเบาไม่ใช่ว่าจะไม่มี มันก็มีครับแต่ราคามันก็สูงสวนกับน้ำหนักที่เบาลง
4.เฟรม รถพับส่วนใหญ่ในตลาดเวลานั้นเรียกได้ว่า 80-90 เปอร์เซ็นเป็น เฟรมแบบอลูมิเนียมทั้งสิ้น เนื่องจากต้องการความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่วนเฟรมแบบ โครโมลี่ก็มีบ้างและค่อนข้างจะนิยมเสียด้วยสิ ราคาขายต่อไม่ค่อยร่วงเท่าไรเลย เช่นพวก Dahon ที่เป็นเฟรมโครโมลี่ การเลือกซื้อก็ลองพิจารณาดูความแข็งแรงของจุดพับต่างๆด้วยนะครับว่า แข็งแรงแค่ไหน ถ้าพับบ่อยๆแล้วหลวมง่าย เวลาขี่รถมันก็มีเสียง อ๊อดแอ๊ด น่ารำคาญและรถก็ขี่แบบคลอนๆทั้งคัน
5.จุดปรับขนาดและระดับต่างๆ เนื่องจากรถประเภทนี้มันไม่มี ไซด์ รถขี่ได้หมดเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ผู้ชาย ผู้หญิง ดังนั้น การเลือกรถประเภทนี้ หากเราคิดว่าต้องใช้ขี่ร่วมกันหลายๆคนในบ้าน ก็เลือกรุ่นที่มันปรับได้หลายๆจุดก็ดีครับ ปรับความสูงเบาะ ปรับระยะ แฮนด์ ขึ้นลงได้ ปรับมุมองศาแฮนด์ และระยะต่างๆที่จำเป็น เวลาขี่จะได้สบายมากขึ้นไม่ต้องเอื้อม หรือก้มมาก
6.ส่วนประกอบของรถ คือสิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวกำหนดราคาของรถพับที่เราจะซื้อ เพราะหากรถที่ใช้อุปกรณ์ในเกรดที่สูง น้ำหนักตัวรถก็จะเบาตามไปด้วยเช่น ส่วนประกอบที่เป็นคาร์บอน หรืออลูมิเนียม และแน่นอนว่าราคาของรถก็จะแพงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้มองกันก็คือการใช้กับอุปกรณ์มาตราฐานทั่วไปได้ สิ่งนี้หลายคนมองข้ามไปคิดว่ารถซื้อมาแล้วให้มาครบไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่มแล้วให้มาอย่างไรก็ใช้ไปอย่างนั้น มันก็ถูกเพียงครึ่งเดียวนะครับ รถพับหลายยี่ห้อเลือกใช้อุปกรณ์ในรถบางอย่างที่ทำขึ้นเฉพาะไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์จักรยานทั่วไปได้ เวลาจะเปลี่ยนใหม่ หรือแต่งให้มันเท่ห์เพิ่มขึ้น อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ของค่ายเค้าเท่านั้น ซึ่งก็เหมือนโดนล๊อคคอ ต้องจ่ายไปแบบไม่มีทางเลือก
7 ขนาดล้อ และ ยาง ขนาดของล้นรถเล็กหรือรถพับที่บ้านเรานิยมก็คือขนาดล้อที่มีขนาด 20 นิ้ว เพราะเป็นขนาดแบบพิมพ์นิยม ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป แต่ก็มีบางยี่ห้ออย่าง บรอมตั้น หรือ โมลตั้น ที่เลือกใช้ล้อในขนาดที่เล็กลงกว่า 20 นิ้วเพื่อความกระทัดรัดในการพับ และในขนาดล้อ 20 นิ้วยังแบ่งออกเป็น สองแบบอีก ที่เรามักจะได้ยินเค้าเรียกกันว่าล้อ ขนาด 406 กับ 451 ซึ่งทั้งสองแบบก็คือล้อ ขนาด 20 นิ้วนั้นแหละครับ แต่แตกต่างกันตรงที่ ล้อ 451 มีขนาดใหญ่กว่า 406 เลขทั้งสองที่ว่าก็คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนั่นเอง
406 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อที่มีขนาด 406mm หรือ 40.6cm.
451 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อที่มีขนาด 451mm หรือ 45.1cm
ส่วนยางที่ใช้ก็จะแตกต่างกันด้วย ล้อ 406 จะใช้ยางเป็นจุดทศนิยม เช่น 20" 1.25 20" 1.50 20” 1.75
ส่วนยาง สำหรับล้อ 451 คือขนาดยางเป็นเศษส่วน เช่น20"1 1/8 20"1 3/8
8.แฮนด์ กับ เกียร์ รถพับในตลาดส่วนใหญ่ในเวลานี้จะเป็นรถพับแฮนด์ตรงกันเป็นส่วนใหญ่ เพื่อความสะดวกในการพับมากกว่าแฮนด์เสือหมอบ และการขับขี่ก็สบายมากกว่า เพราะจุดประสงค์รถพับออกแบบมาให้ขี่กันแบบสบายๆมากกว่าจะเอาประสิทธิภาพด้านความเร็ว แต่รถพับประเภทเน้นความเร็ว จริงๆมันก็มีหลายรุ่นนะครับ แต่ผมไม่ขอพูดถึงดีกว่า เพราะรถพับส่วนใหญ่ที่เราเห็นๆกันมักเน้นใช้งานทั่วๆไปเสียมากกว่า ส่วนเรื่องของเกียร์นั้น รถพับส่วนใหญ่มี สปีดกันไม่มาก อยู่ในช่วง แปดสปีด กับ สิบหกสปีดกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะเพียงแค่นี้ก็ใช้งานกันเพียงพอแล้ว และในส่วนของชิฟเตอร์ หรือระบบการเปลี่ยนเกียร์ก็มักจะใช้ในรูปแบบเดียวกับพวกเสือภูเขา หรือไม่ก็มือบิดกันเป็นส่วนใหญ่
สำหรับใครอยากได้รถพับขี่สนุกๆผมว่ามองหาแฮนด์ตรงน่าจะเหมาะกว่า ด้วยสาเหตุในเรื่องท่านั่งที่สบายกว่าไม่ต้องก้มและเอื้อมมาก
รถพับในบ้านเรา
ผมขอยกตัวอย่างและแนะนำรถพับบางยี่ห้อที่ผมคู้นเคยและมีประสบการณ์กับมันมามาแนะนำกันคร่าวๆก็แล้วกัน คงไม่สามารถยกมาทุกยี่ห้อนะครับเพราะมันเยอะ ถ้ารถใครไม่มีอยู่ในตัวอย่างที่ผมแนะนำก็อย่าเพิ่งน้อยใจเพราะผมบอกแล้วว่าเอาที่ผมคุ้นเคยและเคยใช้มา
Dahon ผมยกให้เป็นเจ้าพ่อในวงการรถพับเลยก็แล้วกัน ด้วยประสบการณ์การสร้างรถพับมากว่า 30ปี โดย Dr. David T Hon เป็นรถพับที่คนไทยรู้จักดี แม้ว่าเมื่อช่วงไม่กี่ปีที่แล้ว Dahon จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเป็น Dr.Hon สักพักใหญ่ด้วยปัญหา ป๊องแป๊ง น่าเขกหัวลูกชายตัวแสบ เรื่องลิขสิทธิ์ชื่อ แต่ในที่สุด Dahon ก็กลับมาขายอีกครั้ง รถยี่ห้อนี้คุณภาพกับราคาหลายคนยอมรับว่าเป็นที่พึงพอใจ มีรถให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา เป็นรถพับที่ถือว่าเป็นมาตราฐานสำหรับใครที่จะคิดเริ่มต้น หากเทียบกับรถยนต์ผมมองว่ามันคือ Toyota นั่นเอง
Tern เป็นแบรนด์ใหม่ในประสบการณ์เก่าของลูกชาย Dr.David Hon เป็นแบรนด์ที่มีมาไม่นานเท่าไร แต่หน้าตารถและโครงสร้างลักษณะเหมือน Dahon มาก เพราะสายเลือดเดียวกัน แต่เท่าที่สังเกตดู Tern จะเน้นคุณภาพการออกแบบและการผลิตที่สูงกว่า Dahon โดยเฉพาะจุดพับจะแข็งแรงกว่า อะไหล่จะเลือกใช้เกรดดูดีกว่า แต่รุ่นของรถจะไม่ค่อยมากเท่ากับ Dahon ดูแล้วเหมือนเป็นรถพับตลาดที่เหนือกว่า Dahon หน่อยในราคาที่แพงขึ้น เมื่อให้ Dahon เป็น Toyota แล้วขอยกให้ Tern เป็น Lexus ก็แล้วกันแม้ความจริงแล้ว Dahon กับ Tern คุณภาพหนีกันไม่เยอะก็ตาม
Java แบรนด์ อิตาลี ผลิตในเอเซีย ถือว่าประสบความสำเร็จในบ้านเรามากทีเดียว สังเกตจากการออกงานจักรยานที่เมืองทองที่ผ่านมา บูธของ Java มีคนให้ความสนใจมากทีเดียว Java ไม่ได้ผลิตแต่รถพับแต่มีรถทุกประเภท สำหรับตลาดรถพับของ Java หลายคนให้ความนิยมมาก ด้วยเหตุผลเรื่องของการออกแบบที่ดู ซิ่ง ปราดเปรียว อุปกรณ์ที่ให้ค่อนข้างคุ้ม เบรคที่ใช้เป็น ดิสก์เบรค เป็นส่วนใหญ่ ตัวเฟรมออกแบบมาแบบไม่จำกัดอุปกรณ์ ใช้อุปกรณ์ร่วมได้สารพัด เช่นเบรค ได้หลากหลายรูปแบบ ลักษณะการพับจะคล้ายๆกับพวก Dahon แต่รถของ Java ราคาจะค่อนข้างถูกกว่ามาก เมื่อเทียบกันตัวต่อตัว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Java ขึ้นมายืนในตลาดบ้านเราค่อนข้างเร็ว
Brompton ผมขอจัดอยู่ในรถพับเกรด พรีเมี่ยม ก็แล้วกันโดยมันต่างกันตั้งแต่แหล่งผลิตแล้ว Brompton เป็นรถพับที่ผลิตในประเทศอังกฤษแท้ๆ การอกกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และใช้เวลาพับค่อนข้างเร็วมาก และเมื่อพับเสร็จก็มีขนาดที่ค่อนข้างเล็กมาก จนมีคนบอกว่าถ้าขี่บรอมตั้นไปเที่ยวสามคน ขากลับพับรถขึ้น Taxi ยังกลับมาพร้อมกันในรถ Taxi คันเดียวกันได้ จุดเด่นของยี่ห้อนี้นอกจากเรื่อง คุณภาพและการพับทีเร็วแล้ว เรื่องของสีสรรก็เป็นจุดขายอย่างหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ดี้กลายเป็นรถที่หลายคนชอบ เพราะมีสีสรรและแฮนด์ให้เลือกใช้หลายแบบ ข้อจำกัดของยี่ห้อนี้คือเรื่องอุปกรณ์ต่างๆค่อนข้างเฉพาะทาง ราคาสูงมาก อุปกรณ์ตบแต่งก็แพงเช่นกัน จำนวนเกียร์มีไม่มากแต่ก็พอจะมันส์ไปได้ทุกที่ ล้อมีขนาด 16 นิ้ว แต่ก็ขี่สนุกไม่แพ้คันใหญ่
Bike Friday จักรยานวันศุกร์ เป็นรถพับเกรดพรีเมี่ยมอีกยี่ห้อที่ตลาดบนในบ้านเราให้ความสนใจ ตัวรถผลิตในอเมริกา ด้วยการผลิตแบบไม่รีบร้อนออกมาจำนวนไม่มากจุดเด่นยี่ห้อนี้นอกจากตัวรถที่ดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยี่ห้อนี้ยังมีบริการสั่งตัดรถตามขนาดตัวผู้ขี่อีกด้วย จัดว่าเป็นรถพับที่เรามักจะเห็นไม่มากนักบนท้องถนนบ้านเราส่วนเรื่องราคาก็จัดว่าสูงพอสมควร ตามคุณภาพมาตรฐานการผลิตในแถบอเมริกา
Alex Moulton จริงๆยี่ห้อนี้ไม่อยากจัดอยู่ในกลุ่มรถพับเลยครับ น่าจะเรียกว่ารถถอดเสียมากกว่าเพราะมันพับไม่ได้แต่ถอดแยกเป็นสองส่วนแทน ยี่ห้อนี้เป็นตำนานของรถพับเลยก็ว่าได้โดย Dr. Alex Moulton ผู้คิดค้นระบบช่วงล่างรถยนต์ Mini เป็นจักรยานที่มีตำนานและมีเรื่องราวมากว่า 50 ปี และทุกวันนี้ยี่ห้อนี้ยังคงผลิตในประเทศอังกฤษ โดยราคาค่าตัวเรียกได้ว่าระดับ ซุปเปอร์พรีเมี่ยม มีราคาเริ่มต้นหลักแสนบาท จนไปเฉียดล้านบ้าน แม้ว่าราคาจะสูงแต่ในบ้านเราก็มีรถยี่ห้อนี้จำนวนไม่น้อย ตัวเฟรมเป็นเอกลักษณ์คล้าย หอไอเฟิล ในปารีสเป็นโครงถักที่เรียกว่า สเปรซเฟรม หากถามผมว่ารถรุ่นนี้ขี่ดีไหม ตอบแบบไม่ลังเลว่าขี่ดีมากๆๆๆ มีระบบกันสะเทือนหน้าหลังครบ เป็นจักรยานล้อเล็กที่ทำความเร็วได้ไม่แพ้เสือหมอบ จนเคยเป็นตำนานจักรยานที่เร็วที่สุดในโลก ฉีกตำราข้อจำกัดขนาดวงล้อที่เล็กแต่ทำความเร็วได้แซงรถใหญ่ คุณภาพวัตถุดิบในการผลิตสุดยอด ขนาดผมมีรถ F Frame อายุ 50 ปีรุ่นแรกจับมาปัดฝุ่นทำใหม่ เหล็กตัวถังผ่านไป 50 ปีไม่มีรอยผุกัดกร่อนเลยสุดยอดครับ
Airnimal รถพับจากเมืองผู้ดี เกาะอังกฤษ เป็นรถพับที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เป็นที่นิยมมากในแถบยุโรป เนื่องด้วยการออกแบบที่เป็นแนวสไตล์อังกฤษ มีสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล และเกาะถนนมากที่สุดในบรรดารถพับทั้งหมด เป็นรถพับที่ให้อารมณ์แบบเดียวกับเสือหมอบ หรือเสือภูเขาขนาดมาตราฐาน แต่มีตัวรถในขนาดที่ยังพกพาสะดวก Airnimal สามารถทำความเร็วได้ดี และขี่ได้นานไม่เมื่อยด้วยองศาท่อนั่งที่คำนวนให้ปั่นได้สบาย และทำความเร็วได้ดี Airnimal สามารถเลือกประกอบได้หลากหลายแบบตามใจเจ้าของ โดยสามารถเลือกประกอบให้เป็นลักษณะรถ City Bike แฮนด์ตรง หรือจะประกอบในรูปแบบ Road bike สไตลืเสือหมอบที่ทำความเร็วได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวรถสามารถเลือกใช้ล้อได้หลากหลายขนาดตั้งแต่ 20 นิ้ว จนถึงขนาด 26 นิ้ว ส่วน กรุ๊ปขับเคลื่อน สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง กรุ๊ปแบบเสือภูเขา หรือ เสือหมอบ ที่เป็น กรุ๊ปมาตราฐานแบบเดียวกับรถทั่วไป
ข้อมูลทั้งหมดที่จัดทำขึ้นผมเชื่อว่าน่าจะพอเป็นแนวทางสำหรับมือใหม่ที่กำลังเริ่มจะหาจักรยานพับมาเริ่มขี่กัน ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าจักรยานที่ดีที่สุดคงไม่ใช่จักรยานที่แพงที่สุดแต่เป็นจักรยานที่เราขี่สบายที่สุดต่างหาก นั่นหมายถึงสบายตามงบประมาณที่เราตั้งไว้และขี่ใช้งาน
ขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิงจากหลายๆเว็บไซด์ทั้งในและต่างประเทศ เช่น thaimtb สำหรับเป็นพื้นฐานข้อมูลในการจัดทำบทความนี้
ป.ล ถ้าอ่านแล้วชอบใจบทความดีมีประโยชน์ ช่วยกด Like และแชร์ต่อด้วยนะครับบบบ ขอบคุณมากครับ
By. Mr Nat Gadget Bike
https://www.facebook.com/gadgetbikethailand
ณ ชั่วโมงนี้คงปฎิเสธไม่ได้ว่า จักรยาน เป็นกีฬาและการออกกำลังกายที่เติบโตแบบก้าวกระโดด หลายคนเริ่มหันมาใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักแทนรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ และยังมีคนอีกจำนวนมากที่ขี่จักรยานเพื่อการออกกำลังกายและการพักผ่อน ซึ่งจักรยานในตลาดที่มีให้เลือกซื้อก็มีอยู่มากมาย จักรยานพับก็เป็นจักรยานอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้จักรยานประเภทอื่นๆ ด้วยเหตุผลที่ผมมองหลักๆคือ
สวย ,กระทัดรัด, น่ารัก ,พกพาสะดวก ,ขี่ทำความเร็วได้ดี ไม่แพ้จักรยานอื่นๆ
ทำไมต้องจักรยานพับด้วยนะ?
สาเหตุของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนเมืองเลือกที่จะใช้จักรยานพับ เท่าที่ศึกษาข้อมูลมา พบว่าส่วนใหญ่ซื้อเพราะว่าเผื่อการเดินทางที่สะดวกเพราะมันพับได้ไม่เกะกะ นอกจากนั้นเรื่องของพื้นที่เก็บจักรยานก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้หลายคนเลือกจักรยานประเภทนี้ เพราะมันมีขนาดเล็ก แม้ไม่พับก็ยังมีขนาดที่เก็บในบ้านได้สะดวก และที่สำคัญ จักรยานประเภทนี้ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด จะเป็นจักรยานแบบ ไซด์เดียว คือขี่ได้ทั้งคนตัวสูงและคนตัวไม่สูงนัก ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ขี่ได้หมด เรียกได้ว่า ยิงปืนนัดเดียวได้ครบเลยครับ
จักรยานพับชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่ามันต้องพับได้เป็นคุณสมบัติหลักของจักรยานประเภทนี้ สิ่งที่ทำให้จักรยานพับนั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจาก รถจักรยานประเภทอื่นๆก็คือ
1 ลักษณะเฟรม ที่ค่อนข้างหนา มีจุดพับตั้งแต่หนึ่งจุดขึ้นไป
2 ขนาดของล้อที่เป็นล้อขนาดเล็กที่มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 14 นิ้วจนถึง 24 นิ้ว แต่บ้านเราส่วนใหญ่จะเลือกเล่นในขนาด 16 นิ้ว กับ 20 เป็นหลัก
ถ้าจะซื้อจักรยานพับจะเริ่มยังไงดีหละทีนี้ ?
สำหรับข้อพิจารณาในการเลือกซื้อจักรยานประเภทนี้ ผมขอแยกออกเป็นข้อๆก็แล้วกันจะได้เข้าใจง่ายมากขึ้นนะครับ
1 ระยะเวลาการพับ เป็นข้อแรกๆที่หลายคนมักจะถามเวลาเลือกซื้อ ว่ารุ่นนี้พับเร็วแค่ไหน ช้าแค่ไหน ซึ่งถ้าหากเอาแบบเร็วๆสะดวกๆเท่าที่ผมเจอและรู้จักมา สงสัยจะเสร็จ ยี่ห้อ บรอมตั้นก่อนเลย หรือไม่ก็พวก Bike Friday Tikit แต่มันก็ราคาเอาเรื่องเหมือนกัน ใช่ครับระยะเวลาการพับมักเป็นสิ่งที่คนถามมาก แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยว่าเราต้องทำเวลาให้เร็วขนาดนั้นเลยหรือ ? ช้าอีกนิดคงไม่เป็นไรมั๊งครับ เลือกรุ่นที่มันพับง่ายๆน่าจะดีกว่า และเรามีโอกาสพับบ่อยแค่ไหน ซึ่งอันนี้อยู่ที่พฤติกรรมการใช้งานแต่ละบุคคลนะครับ ต้องถามตัวเองให้แน่ชัดก่อนในข้อแรก บางคนซื้อรถพับมาเป็นปีแต่กลับไม่เคยพับมันเลย
2.ขนาดของรถหลังจากพับ เป็นข้อหลักที่ไม่ควรมองข้ามเพราะเหตุผลที่เราเลือกซื้อรถพับแทนที่จะเป็นรถธรรมดาก็เพื่อความสะดวกในการเดินทางหรือการเก็บจอดในบ้าน ในการเลือกเราก็ควรดูครับว่าหลังจากที่มันพับเรียบร้อยแล้วนอกจากเรื่องความยากง่ายในการพับแล้วเวลาพับเสร็จมันมีขนาดเหมาะอย่างที่เราต้องการไหม เพราะบางคนต้องการรถพับที่มีขนาดเล็กกะว่าพับเร็วกางเร็วมีขนาดเล็กยกไปไหนมาไหนง่ายเช่น ใช้เวลาขี่เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส หากชอบเล็กๆก็คงต้องหันมามองพวกล้อ 16 นิ้ว แต่คิดว่าขนาดเอาพอเหมาะแต่ขี่ได้ไกลๆสบายๆล้อ 20 นิ้วก็น่าจะเหมาะกว่า
3.น้ำหนัก ตัวรถ รถพับส่วนใหญ่อย่าไปคาดหวังเรื่องน้ำหนักมากเลยครับ เพราะยังไงมันก็หนักอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็สิบกว่ากิโลทั้งนั้น ด้วยการออกแบบที่จะต้องมีจุดหมุนเยอะ และแต่ละจุดต้องแข็งแรงเลยเป็นไปได้ยากที่จะให้มันเบา แต่ถ้าจะเอาให้เบาก็แลกด้วยราคาที่หนักสวนกระแสความเบา แต่รถพับที่มีน้ำหนักเบาไม่ใช่ว่าจะไม่มี มันก็มีครับแต่ราคามันก็สูงสวนกับน้ำหนักที่เบาลง
4.เฟรม รถพับส่วนใหญ่ในตลาดเวลานั้นเรียกได้ว่า 80-90 เปอร์เซ็นเป็น เฟรมแบบอลูมิเนียมทั้งสิ้น เนื่องจากต้องการความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่วนเฟรมแบบ โครโมลี่ก็มีบ้างและค่อนข้างจะนิยมเสียด้วยสิ ราคาขายต่อไม่ค่อยร่วงเท่าไรเลย เช่นพวก Dahon ที่เป็นเฟรมโครโมลี่ การเลือกซื้อก็ลองพิจารณาดูความแข็งแรงของจุดพับต่างๆด้วยนะครับว่า แข็งแรงแค่ไหน ถ้าพับบ่อยๆแล้วหลวมง่าย เวลาขี่รถมันก็มีเสียง อ๊อดแอ๊ด น่ารำคาญและรถก็ขี่แบบคลอนๆทั้งคัน
5.จุดปรับขนาดและระดับต่างๆ เนื่องจากรถประเภทนี้มันไม่มี ไซด์ รถขี่ได้หมดเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ผู้ชาย ผู้หญิง ดังนั้น การเลือกรถประเภทนี้ หากเราคิดว่าต้องใช้ขี่ร่วมกันหลายๆคนในบ้าน ก็เลือกรุ่นที่มันปรับได้หลายๆจุดก็ดีครับ ปรับความสูงเบาะ ปรับระยะ แฮนด์ ขึ้นลงได้ ปรับมุมองศาแฮนด์ และระยะต่างๆที่จำเป็น เวลาขี่จะได้สบายมากขึ้นไม่ต้องเอื้อม หรือก้มมาก
6.ส่วนประกอบของรถ คือสิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวกำหนดราคาของรถพับที่เราจะซื้อ เพราะหากรถที่ใช้อุปกรณ์ในเกรดที่สูง น้ำหนักตัวรถก็จะเบาตามไปด้วยเช่น ส่วนประกอบที่เป็นคาร์บอน หรืออลูมิเนียม และแน่นอนว่าราคาของรถก็จะแพงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้มองกันก็คือการใช้กับอุปกรณ์มาตราฐานทั่วไปได้ สิ่งนี้หลายคนมองข้ามไปคิดว่ารถซื้อมาแล้วให้มาครบไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่มแล้วให้มาอย่างไรก็ใช้ไปอย่างนั้น มันก็ถูกเพียงครึ่งเดียวนะครับ รถพับหลายยี่ห้อเลือกใช้อุปกรณ์ในรถบางอย่างที่ทำขึ้นเฉพาะไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์จักรยานทั่วไปได้ เวลาจะเปลี่ยนใหม่ หรือแต่งให้มันเท่ห์เพิ่มขึ้น อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ของค่ายเค้าเท่านั้น ซึ่งก็เหมือนโดนล๊อคคอ ต้องจ่ายไปแบบไม่มีทางเลือก
7 ขนาดล้อ และ ยาง ขนาดของล้นรถเล็กหรือรถพับที่บ้านเรานิยมก็คือขนาดล้อที่มีขนาด 20 นิ้ว เพราะเป็นขนาดแบบพิมพ์นิยม ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป แต่ก็มีบางยี่ห้ออย่าง บรอมตั้น หรือ โมลตั้น ที่เลือกใช้ล้อในขนาดที่เล็กลงกว่า 20 นิ้วเพื่อความกระทัดรัดในการพับ และในขนาดล้อ 20 นิ้วยังแบ่งออกเป็น สองแบบอีก ที่เรามักจะได้ยินเค้าเรียกกันว่าล้อ ขนาด 406 กับ 451 ซึ่งทั้งสองแบบก็คือล้อ ขนาด 20 นิ้วนั้นแหละครับ แต่แตกต่างกันตรงที่ ล้อ 451 มีขนาดใหญ่กว่า 406 เลขทั้งสองที่ว่าก็คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนั่นเอง
406 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อที่มีขนาด 406mm หรือ 40.6cm.
451 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อที่มีขนาด 451mm หรือ 45.1cm
ส่วนยางที่ใช้ก็จะแตกต่างกันด้วย ล้อ 406 จะใช้ยางเป็นจุดทศนิยม เช่น 20" 1.25 20" 1.50 20” 1.75
ส่วนยาง สำหรับล้อ 451 คือขนาดยางเป็นเศษส่วน เช่น20"1 1/8 20"1 3/8
8.แฮนด์ กับ เกียร์ รถพับในตลาดส่วนใหญ่ในเวลานี้จะเป็นรถพับแฮนด์ตรงกันเป็นส่วนใหญ่ เพื่อความสะดวกในการพับมากกว่าแฮนด์เสือหมอบ และการขับขี่ก็สบายมากกว่า เพราะจุดประสงค์รถพับออกแบบมาให้ขี่กันแบบสบายๆมากกว่าจะเอาประสิทธิภาพด้านความเร็ว แต่รถพับประเภทเน้นความเร็ว จริงๆมันก็มีหลายรุ่นนะครับ แต่ผมไม่ขอพูดถึงดีกว่า เพราะรถพับส่วนใหญ่ที่เราเห็นๆกันมักเน้นใช้งานทั่วๆไปเสียมากกว่า ส่วนเรื่องของเกียร์นั้น รถพับส่วนใหญ่มี สปีดกันไม่มาก อยู่ในช่วง แปดสปีด กับ สิบหกสปีดกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะเพียงแค่นี้ก็ใช้งานกันเพียงพอแล้ว และในส่วนของชิฟเตอร์ หรือระบบการเปลี่ยนเกียร์ก็มักจะใช้ในรูปแบบเดียวกับพวกเสือภูเขา หรือไม่ก็มือบิดกันเป็นส่วนใหญ่
สำหรับใครอยากได้รถพับขี่สนุกๆผมว่ามองหาแฮนด์ตรงน่าจะเหมาะกว่า ด้วยสาเหตุในเรื่องท่านั่งที่สบายกว่าไม่ต้องก้มและเอื้อมมาก
รถพับในบ้านเรา
ผมขอยกตัวอย่างและแนะนำรถพับบางยี่ห้อที่ผมคู้นเคยและมีประสบการณ์กับมันมามาแนะนำกันคร่าวๆก็แล้วกัน คงไม่สามารถยกมาทุกยี่ห้อนะครับเพราะมันเยอะ ถ้ารถใครไม่มีอยู่ในตัวอย่างที่ผมแนะนำก็อย่าเพิ่งน้อยใจเพราะผมบอกแล้วว่าเอาที่ผมคุ้นเคยและเคยใช้มา
Dahon ผมยกให้เป็นเจ้าพ่อในวงการรถพับเลยก็แล้วกัน ด้วยประสบการณ์การสร้างรถพับมากว่า 30ปี โดย Dr. David T Hon เป็นรถพับที่คนไทยรู้จักดี แม้ว่าเมื่อช่วงไม่กี่ปีที่แล้ว Dahon จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเป็น Dr.Hon สักพักใหญ่ด้วยปัญหา ป๊องแป๊ง น่าเขกหัวลูกชายตัวแสบ เรื่องลิขสิทธิ์ชื่อ แต่ในที่สุด Dahon ก็กลับมาขายอีกครั้ง รถยี่ห้อนี้คุณภาพกับราคาหลายคนยอมรับว่าเป็นที่พึงพอใจ มีรถให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา เป็นรถพับที่ถือว่าเป็นมาตราฐานสำหรับใครที่จะคิดเริ่มต้น หากเทียบกับรถยนต์ผมมองว่ามันคือ Toyota นั่นเอง
Tern เป็นแบรนด์ใหม่ในประสบการณ์เก่าของลูกชาย Dr.David Hon เป็นแบรนด์ที่มีมาไม่นานเท่าไร แต่หน้าตารถและโครงสร้างลักษณะเหมือน Dahon มาก เพราะสายเลือดเดียวกัน แต่เท่าที่สังเกตดู Tern จะเน้นคุณภาพการออกแบบและการผลิตที่สูงกว่า Dahon โดยเฉพาะจุดพับจะแข็งแรงกว่า อะไหล่จะเลือกใช้เกรดดูดีกว่า แต่รุ่นของรถจะไม่ค่อยมากเท่ากับ Dahon ดูแล้วเหมือนเป็นรถพับตลาดที่เหนือกว่า Dahon หน่อยในราคาที่แพงขึ้น เมื่อให้ Dahon เป็น Toyota แล้วขอยกให้ Tern เป็น Lexus ก็แล้วกันแม้ความจริงแล้ว Dahon กับ Tern คุณภาพหนีกันไม่เยอะก็ตาม
Java แบรนด์ อิตาลี ผลิตในเอเซีย ถือว่าประสบความสำเร็จในบ้านเรามากทีเดียว สังเกตจากการออกงานจักรยานที่เมืองทองที่ผ่านมา บูธของ Java มีคนให้ความสนใจมากทีเดียว Java ไม่ได้ผลิตแต่รถพับแต่มีรถทุกประเภท สำหรับตลาดรถพับของ Java หลายคนให้ความนิยมมาก ด้วยเหตุผลเรื่องของการออกแบบที่ดู ซิ่ง ปราดเปรียว อุปกรณ์ที่ให้ค่อนข้างคุ้ม เบรคที่ใช้เป็น ดิสก์เบรค เป็นส่วนใหญ่ ตัวเฟรมออกแบบมาแบบไม่จำกัดอุปกรณ์ ใช้อุปกรณ์ร่วมได้สารพัด เช่นเบรค ได้หลากหลายรูปแบบ ลักษณะการพับจะคล้ายๆกับพวก Dahon แต่รถของ Java ราคาจะค่อนข้างถูกกว่ามาก เมื่อเทียบกันตัวต่อตัว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Java ขึ้นมายืนในตลาดบ้านเราค่อนข้างเร็ว
Brompton ผมขอจัดอยู่ในรถพับเกรด พรีเมี่ยม ก็แล้วกันโดยมันต่างกันตั้งแต่แหล่งผลิตแล้ว Brompton เป็นรถพับที่ผลิตในประเทศอังกฤษแท้ๆ การอกกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และใช้เวลาพับค่อนข้างเร็วมาก และเมื่อพับเสร็จก็มีขนาดที่ค่อนข้างเล็กมาก จนมีคนบอกว่าถ้าขี่บรอมตั้นไปเที่ยวสามคน ขากลับพับรถขึ้น Taxi ยังกลับมาพร้อมกันในรถ Taxi คันเดียวกันได้ จุดเด่นของยี่ห้อนี้นอกจากเรื่อง คุณภาพและการพับทีเร็วแล้ว เรื่องของสีสรรก็เป็นจุดขายอย่างหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ดี้กลายเป็นรถที่หลายคนชอบ เพราะมีสีสรรและแฮนด์ให้เลือกใช้หลายแบบ ข้อจำกัดของยี่ห้อนี้คือเรื่องอุปกรณ์ต่างๆค่อนข้างเฉพาะทาง ราคาสูงมาก อุปกรณ์ตบแต่งก็แพงเช่นกัน จำนวนเกียร์มีไม่มากแต่ก็พอจะมันส์ไปได้ทุกที่ ล้อมีขนาด 16 นิ้ว แต่ก็ขี่สนุกไม่แพ้คันใหญ่
Bike Friday จักรยานวันศุกร์ เป็นรถพับเกรดพรีเมี่ยมอีกยี่ห้อที่ตลาดบนในบ้านเราให้ความสนใจ ตัวรถผลิตในอเมริกา ด้วยการผลิตแบบไม่รีบร้อนออกมาจำนวนไม่มากจุดเด่นยี่ห้อนี้นอกจากตัวรถที่ดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยี่ห้อนี้ยังมีบริการสั่งตัดรถตามขนาดตัวผู้ขี่อีกด้วย จัดว่าเป็นรถพับที่เรามักจะเห็นไม่มากนักบนท้องถนนบ้านเราส่วนเรื่องราคาก็จัดว่าสูงพอสมควร ตามคุณภาพมาตรฐานการผลิตในแถบอเมริกา
Alex Moulton จริงๆยี่ห้อนี้ไม่อยากจัดอยู่ในกลุ่มรถพับเลยครับ น่าจะเรียกว่ารถถอดเสียมากกว่าเพราะมันพับไม่ได้แต่ถอดแยกเป็นสองส่วนแทน ยี่ห้อนี้เป็นตำนานของรถพับเลยก็ว่าได้โดย Dr. Alex Moulton ผู้คิดค้นระบบช่วงล่างรถยนต์ Mini เป็นจักรยานที่มีตำนานและมีเรื่องราวมากว่า 50 ปี และทุกวันนี้ยี่ห้อนี้ยังคงผลิตในประเทศอังกฤษ โดยราคาค่าตัวเรียกได้ว่าระดับ ซุปเปอร์พรีเมี่ยม มีราคาเริ่มต้นหลักแสนบาท จนไปเฉียดล้านบ้าน แม้ว่าราคาจะสูงแต่ในบ้านเราก็มีรถยี่ห้อนี้จำนวนไม่น้อย ตัวเฟรมเป็นเอกลักษณ์คล้าย หอไอเฟิล ในปารีสเป็นโครงถักที่เรียกว่า สเปรซเฟรม หากถามผมว่ารถรุ่นนี้ขี่ดีไหม ตอบแบบไม่ลังเลว่าขี่ดีมากๆๆๆ มีระบบกันสะเทือนหน้าหลังครบ เป็นจักรยานล้อเล็กที่ทำความเร็วได้ไม่แพ้เสือหมอบ จนเคยเป็นตำนานจักรยานที่เร็วที่สุดในโลก ฉีกตำราข้อจำกัดขนาดวงล้อที่เล็กแต่ทำความเร็วได้แซงรถใหญ่ คุณภาพวัตถุดิบในการผลิตสุดยอด ขนาดผมมีรถ F Frame อายุ 50 ปีรุ่นแรกจับมาปัดฝุ่นทำใหม่ เหล็กตัวถังผ่านไป 50 ปีไม่มีรอยผุกัดกร่อนเลยสุดยอดครับ
Airnimal รถพับจากเมืองผู้ดี เกาะอังกฤษ เป็นรถพับที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เป็นที่นิยมมากในแถบยุโรป เนื่องด้วยการออกแบบที่เป็นแนวสไตล์อังกฤษ มีสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล และเกาะถนนมากที่สุดในบรรดารถพับทั้งหมด เป็นรถพับที่ให้อารมณ์แบบเดียวกับเสือหมอบ หรือเสือภูเขาขนาดมาตราฐาน แต่มีตัวรถในขนาดที่ยังพกพาสะดวก Airnimal สามารถทำความเร็วได้ดี และขี่ได้นานไม่เมื่อยด้วยองศาท่อนั่งที่คำนวนให้ปั่นได้สบาย และทำความเร็วได้ดี Airnimal สามารถเลือกประกอบได้หลากหลายแบบตามใจเจ้าของ โดยสามารถเลือกประกอบให้เป็นลักษณะรถ City Bike แฮนด์ตรง หรือจะประกอบในรูปแบบ Road bike สไตลืเสือหมอบที่ทำความเร็วได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวรถสามารถเลือกใช้ล้อได้หลากหลายขนาดตั้งแต่ 20 นิ้ว จนถึงขนาด 26 นิ้ว ส่วน กรุ๊ปขับเคลื่อน สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง กรุ๊ปแบบเสือภูเขา หรือ เสือหมอบ ที่เป็น กรุ๊ปมาตราฐานแบบเดียวกับรถทั่วไป
ข้อมูลทั้งหมดที่จัดทำขึ้นผมเชื่อว่าน่าจะพอเป็นแนวทางสำหรับมือใหม่ที่กำลังเริ่มจะหาจักรยานพับมาเริ่มขี่กัน ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าจักรยานที่ดีที่สุดคงไม่ใช่จักรยานที่แพงที่สุดแต่เป็นจักรยานที่เราขี่สบายที่สุดต่างหาก นั่นหมายถึงสบายตามงบประมาณที่เราตั้งไว้และขี่ใช้งาน
ขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิงจากหลายๆเว็บไซด์ทั้งในและต่างประเทศ เช่น thaimtb สำหรับเป็นพื้นฐานข้อมูลในการจัดทำบทความนี้
ป.ล ถ้าอ่านแล้วชอบใจบทความดีมีประโยชน์ ช่วยกด Like และแชร์ต่อด้วยนะครับบบบ ขอบคุณมากครับ
By. Mr Nat Gadget Bike
https://www.facebook.com/gadgetbikethailand