อยากรู้ไหม ชาร์จไฟหน้า ไฟท้าย จักรยานอย่างไร ไม่ให้พัง อยู่ได้ทนทาน
โพสต์: 01 ก.ค. 2014, 21:30
ตำนานไฟหน้าจักรยานจริงๆแล้วมีมาเป็นสิบๆปี จำได้สมัยตอนเด็กๆเวลาขี่จักรยาน รถจักรยานแม่บ้านสมัยก่อนจะมีตัวปั่นไดนาโม เอามาถูกับล้อหน้ารถจักรยาน ปั่นปกติก็เหนื่อย แฮ่กๆ อยู่แล้ว รถสมัยก่อนมันเหล็กทั้งดุ้น แถมยังมีไดนาโมปั่นเพิ่มความหนืดเข้าไปอีก ไฟก็ริบหรี่อย่างกับหิ่งห้อย ถ้าอยากสว่างมากๆต้องปั่นเร็ววววววว บึ๊ด จั๊ม บึ๊ด แฮ่กๆๆ
มายุคปัจจุบันถึงยุคของหลอด LED ที่นอกจากจะมีขนาดเล็ก ไม่ร้อนแล้วแถมยังกินไฟน้อยลงอีก ทำให้ไฟหน้าจักรยานสมัยนี้เลยมีขนาดเล็กนิดเดียว แถมสว่างอีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างในโลกยังคงต้องพึ่งพาพลังงานอยู่ดี ทำให้ในปัจจุบัน ไฟหน้าและไฟท้าย จักรยานสมัยนี้เริ่มมีพัฒนามาใช้การชาร์จแบบ USB มากขึ้น เพราะช่วยประหยัดค่าแบตเตอรี่ได้มาก ไฟจักรยานส่วนใหญ่จะใช้ถ่านกระดุมเป็นหลักทำให้เปลืองมาก
ปัญหาคาใจอันดับต่อมาสำหรับใครที่ใช้ ไฟหน้า ไฟท้าย แบบชาร์จได้ เราจะชาร์จมันอย่างไรดีให้มันอยู่กับเรานานๆทนๆ ส่วนใหญ่แบตเตอรี่ที่ใช้ใน ชุดไฟหน้า ไฟท้าย จักรยานจะใช้แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม กันเป็นส่วนใหญ่
ข้อดีแบตเตอรี่พวกนี้ก็คือ ไม่มี Memory Effect แบบถ่านชาร์จ Ni Cd สมัยก่อนที่ต้องใช้ให้เกลี้ยงจึงจะชาร์จได้ แบตเตอรี่ ลิเธียม มีขนาดเบา ให้กำลังไฟทนทาน ปกติแบ่งเป็น เซล เซลละ 3.7 v เมื่อไฟเต็มจะให้กำลังไฟประมาณ 4.2 V ส่วนจะอยู่นานหรือไม่นานขึ้นอยู่กับปริมาณของ มิลลิแอมป์แบตเตอรี่อีกที
สำหรับลักษณะของแบตเตอรี่ ลิเธียม นั้นมันมีลักษณะอายุการใช้งานตามรอบการชาร์จไฟ อย่างที่เค้าเรียกๆกันว่า ไซเคิล นั่นแหละครับ ประสิทธิภาพตามสเปคบอกกันว่า ชาร์จได้มากถึง 1000 รอบ แต่เอาเข้าจริงๆก็น่าจะอยู่ประมาณ 500 รอบนั่นแหละครับ จึงจะเริ่มเสื่อม ที่ผมเรียกว่า 500 รอบ เพราะไม่ใช่หมายถึง 500 ครั้งนะครับอย่าเพิ่งสับสน หนึ่งไซเคิล = การชาร์จไฟนับจากไฟระดับต่ำสุด จนเต็มสุด
1 ไซเคิล หรือ 1 รอบ การชาร์จหมายถึงอย่างงี้ครับ สมมุติวันจันทร์ผมชาร์จไฟหน้าของผม 100% เต็มแล้วออกไปปั่นกลับบ้านมา เหลือไฟ 50% แล้วชาร์จไฟจนเต็ม 100% แล้ววันอังคารผมออกไปปั่นอีก ใช้ไฟไปอีก 50% แล้วกลับบ้านมาชาร์จไฟ จนเต็ม 100% หมายถึงว่าผมชาร์จไฟแล้ว 1 ไซเคิล ไม่ใช่ชาร์จสองครั้ง นับเป็น สองไซเคิลนะครับ
สำหรับการชาร์จไฟที่ดีเค้าแนะนำว่าให้ชาร์จแบบไม่ต้องรอให้เกือบหมดแล้วชาร์จจะดีกว่า ใช้ไม่หมดแล้วชาร์จ หรือชาร์จบ่อยๆ ก็ไม่ได้หมายถึงทำให้อายุแบตเตอรี่มันสั้นลง หรือรอบการชาร์จจะน้อยลงอย่างที่หลายๆคนเข้าใจกัน สำคัญที่สุดคือควรชาร์จด้วยที่ชาร์จที่ได้มาตราฐานน่าจะเป็นสิ่งที่น่าคำนึงถึงมากกว่านะครับ แต่บางข้อมูลก็บอกว่า นานๆควรจะทำ Fully Charge สักครั้ง หมายถึงว่าใช้ให้จนเกือบหมดแล้วชาร์จ ให้มันนับได้ 1 ไซเคิล จะได้เป็นการปรับสถานะแบตเตอรี่ กันมันเอ๋อ
สำหรับเวลาปั่นแล้วเปิดไฟหน้า เปิดไฟท้าย อยากให้ประหยัดไฟเปิดได้นานๆ ก็ต้องลองเปิดแบบ โหมดไฟกระพริบ ก็จะช่วยได้ และยังทำให้รถที่ขับสวนมา หรือขับตามมาสังเกตุได้อย่างชัดเจนอีกด้วยครับ
By Gadget Bike
https://www.facebook.com/gadgetbikethailand
มายุคปัจจุบันถึงยุคของหลอด LED ที่นอกจากจะมีขนาดเล็ก ไม่ร้อนแล้วแถมยังกินไฟน้อยลงอีก ทำให้ไฟหน้าจักรยานสมัยนี้เลยมีขนาดเล็กนิดเดียว แถมสว่างอีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างในโลกยังคงต้องพึ่งพาพลังงานอยู่ดี ทำให้ในปัจจุบัน ไฟหน้าและไฟท้าย จักรยานสมัยนี้เริ่มมีพัฒนามาใช้การชาร์จแบบ USB มากขึ้น เพราะช่วยประหยัดค่าแบตเตอรี่ได้มาก ไฟจักรยานส่วนใหญ่จะใช้ถ่านกระดุมเป็นหลักทำให้เปลืองมาก
ปัญหาคาใจอันดับต่อมาสำหรับใครที่ใช้ ไฟหน้า ไฟท้าย แบบชาร์จได้ เราจะชาร์จมันอย่างไรดีให้มันอยู่กับเรานานๆทนๆ ส่วนใหญ่แบตเตอรี่ที่ใช้ใน ชุดไฟหน้า ไฟท้าย จักรยานจะใช้แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม กันเป็นส่วนใหญ่
ข้อดีแบตเตอรี่พวกนี้ก็คือ ไม่มี Memory Effect แบบถ่านชาร์จ Ni Cd สมัยก่อนที่ต้องใช้ให้เกลี้ยงจึงจะชาร์จได้ แบตเตอรี่ ลิเธียม มีขนาดเบา ให้กำลังไฟทนทาน ปกติแบ่งเป็น เซล เซลละ 3.7 v เมื่อไฟเต็มจะให้กำลังไฟประมาณ 4.2 V ส่วนจะอยู่นานหรือไม่นานขึ้นอยู่กับปริมาณของ มิลลิแอมป์แบตเตอรี่อีกที
สำหรับลักษณะของแบตเตอรี่ ลิเธียม นั้นมันมีลักษณะอายุการใช้งานตามรอบการชาร์จไฟ อย่างที่เค้าเรียกๆกันว่า ไซเคิล นั่นแหละครับ ประสิทธิภาพตามสเปคบอกกันว่า ชาร์จได้มากถึง 1000 รอบ แต่เอาเข้าจริงๆก็น่าจะอยู่ประมาณ 500 รอบนั่นแหละครับ จึงจะเริ่มเสื่อม ที่ผมเรียกว่า 500 รอบ เพราะไม่ใช่หมายถึง 500 ครั้งนะครับอย่าเพิ่งสับสน หนึ่งไซเคิล = การชาร์จไฟนับจากไฟระดับต่ำสุด จนเต็มสุด
1 ไซเคิล หรือ 1 รอบ การชาร์จหมายถึงอย่างงี้ครับ สมมุติวันจันทร์ผมชาร์จไฟหน้าของผม 100% เต็มแล้วออกไปปั่นกลับบ้านมา เหลือไฟ 50% แล้วชาร์จไฟจนเต็ม 100% แล้ววันอังคารผมออกไปปั่นอีก ใช้ไฟไปอีก 50% แล้วกลับบ้านมาชาร์จไฟ จนเต็ม 100% หมายถึงว่าผมชาร์จไฟแล้ว 1 ไซเคิล ไม่ใช่ชาร์จสองครั้ง นับเป็น สองไซเคิลนะครับ
สำหรับการชาร์จไฟที่ดีเค้าแนะนำว่าให้ชาร์จแบบไม่ต้องรอให้เกือบหมดแล้วชาร์จจะดีกว่า ใช้ไม่หมดแล้วชาร์จ หรือชาร์จบ่อยๆ ก็ไม่ได้หมายถึงทำให้อายุแบตเตอรี่มันสั้นลง หรือรอบการชาร์จจะน้อยลงอย่างที่หลายๆคนเข้าใจกัน สำคัญที่สุดคือควรชาร์จด้วยที่ชาร์จที่ได้มาตราฐานน่าจะเป็นสิ่งที่น่าคำนึงถึงมากกว่านะครับ แต่บางข้อมูลก็บอกว่า นานๆควรจะทำ Fully Charge สักครั้ง หมายถึงว่าใช้ให้จนเกือบหมดแล้วชาร์จ ให้มันนับได้ 1 ไซเคิล จะได้เป็นการปรับสถานะแบตเตอรี่ กันมันเอ๋อ
สำหรับเวลาปั่นแล้วเปิดไฟหน้า เปิดไฟท้าย อยากให้ประหยัดไฟเปิดได้นานๆ ก็ต้องลองเปิดแบบ โหมดไฟกระพริบ ก็จะช่วยได้ และยังทำให้รถที่ขับสวนมา หรือขับตามมาสังเกตุได้อย่างชัดเจนอีกด้วยครับ
By Gadget Bike
https://www.facebook.com/gadgetbikethailand