หน้า 1 จากทั้งหมด 1

แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 01 ก.ค. 2014, 10:59
โดย oiltrips
:o ฉันได้อ่านหนังสือพิมพ์คมชัดลึกเมื่อวานนี้ นึกได้ว่า เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นในเว็บพันทิพและเฟซบุ๊กนั้น เลยเอามาให้อ่านตามเนื้อหาหนังสือพิมพ์ตรงนี้ค่ะ

แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

.. เหตุการณ์นักปั่นสองล้อที่เข้าร่วมขี่จักรยานในทริป "ออแดกซ์ แรลลี่จักรยาน" 300 กิโลเมตร ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะขี่ลงเขา เหตุเกิดที่ถนนโค้งหักศอก บ้านหนองจอก หมู่ 1 ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางมาจาก อ.วังน้ำเขียว มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลเป็นวงกว้างว่า เพราะเหตุใดคณะผู้จัดการแข่งขันจึงไม่วางจุดรักษาความปลอดภัยให้แก่นักปั่น จนเกิดเหตุสลดขึ้น

.. การแข่งขันเริ่มขึ้นเมื่อเวลาตีห้าของวันที่ 28 มิถุนายน มีเวลา 20 ชั่วโมงให้เข้าเส้นชัย ภายในเวลาตีหนึ่งของอีกวันหนึ่ง ระยะทาง 307 กิโลเมตร วนรอบเข้าใหญ่ จุดเริ่มต้นและเส้นชัยอยู่ที่เดียวกันคือ ตลาดอุดมสุข อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ปั่นไปที่ อ.วังน้ำเขียว อ.ปากช่อง มุ่งหน้าไปสู่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี อ.บ้านนา จ.นครนายก และมาจบที่เดิมใน อ.กบินทร์บุรี เส้นทางเป็นภูเขาสูงชัน สลับกับเนินขึ้นลงรอบเขาใหญ่ระยะทาง 130 กิโลเมตร ที่เหลือเป็นทางราบสลับเนิน มีครบทุกรส ที่สำคัญตลอด 20 ชั่วโมง ผ่านเช้า แดดร้อนบ่าย ไปจนถึงขี่จักรยานท่ามกลางความมืดของราตรี ทั้งเหนื่อย หิว ง่วง ผู้กล้าทั้ง 500 คน ที่เข้าร่วมครั้งนี้เข้าเส้นชัยไม่ครบทุกคน

.. หลังปั่นจักรยานไปได้ประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ ผ่านเส้นทางหฤโหดของแข้งเหล็กด้วยการขึ้นเขา ตลอดระยะทางยาวไกล แต่เมื่อหลุดมาได้ก็เป็นเส้นทางลงเขาที่แม้จะสบายขา แต่ก็มีความเสี่ยงสูง หากปล่อยให้จักรยานไหลลงเอง ความเร็วของรถหากเกิดลมวูบปะทะ ไหล่ทางที่มีกรวดทราย ผนวกกับน้ำหนักของจักรยานเบาไม่มีความหน่วง โอกาสที่จะล้มจึงเกิดขึ้นสูงมาก ครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้ผู้เสียชีวิตครั้งนี้มีประสบการณ์การปั่นจักรยานแรลลี่มาแล้วมากมาย เป็นหนึ่งในผู้ร่วมบุกเบิกการแข่งขันแรลลี่ Audax Randonneurs Thailand แต่ก็ยังเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

.. ร.ต.อ.สายันต์ จันทปัญญา ร้อยเวร สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ให้ข้อมูลว่า ที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางถนน 2 เลน โค้งหักศอกและลาดชันมาก เพราะลงจากเขา จึงทำให้ผู้ปั่นจักรยานเสียหลัก ล้มลงไปเลนถนนฝั่งตรงข้าม ขณะนั้นมีรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีเลือดหมู ไม่ทราบทะเบียน วิ่งมาพอดี นักปั่นกระเด็นเข้าไปใต้ท้องรถ ทำให้ถูกล้อหลังเหยียบอย่างจัง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนรถกระบะคู่กรณี หลังเกิดเหตุได้ขับรถหนีไปทาง อ.วังน้ำเขียว อย่างรวดเร็ว ไม่มีใครทันสังเกตเลขป้ายทะเบียน ซึ่งบริเวณนี้เป็นโค้งอันตราย มีผู้ประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุด

.. "นี่เป็นการแข่งจักรยานแบบแรลลี่ ทุกคนต้องดูแลตัวเอง นักปั่นต้องศึกษาเส้นทางเอง ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล มีเพียงจุดเช็กเป็นระยะเท่านั้น เป็นการแข่งแบบวัดใจ วัดกำลังตัวเอง ไม่มีรางวัลให้คนชนะที่ 1 ที่ 2 มีเพียงสถิติของใครของมันเท่านั้น หากเข้าเส้นตามกำหนดเวลาก็จะได้เหรียญที่ระลึก ซึ่งก็ต้องจ่ายเงินด้วย" ชัยวัฒน์ สุวัฒนะรัตน์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมทริปนี้ให้คำจำกัดความ

.. เสน่ห์ของการแข่งขันแบบแรลลี่ "ชัยวัฒน์" บอกว่า อยู่ที่การเอาชนะใจตัวเอง สู้กับตัวเอง เมื่อร่างกายเริ่มฟ้องว่าเหนื่อย หิว ง่วง ท้อแล้ว ไม่ไหวแล้ว ถ้าใจทำตามก็จบ แต่ถ้าใจยังมุ่งมั่น เมื่อเข้าเส้นชัย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ได้แต่ร้องตะโกนในใจว่า "ทำได้แล้ว" เป็นความภูมิใจของนักกีฬาทุกคน

.. ต่างกับการแข่งขันแบบชิงเงินรางวัล ค่าสมัครหลักพันบาท แต่ต้องสู้กับมืออาชีพ การแข่งขันก็ต้องมีการโปรโมท มีสปอนเซอร์ มีพิธีเปิด ต้องแวะทำกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทางและมีเงินรางวัลสำหรับคนชนะ ส่วนตัว "ชัยวัฒน์" มองว่า ไม่ท้าทาย

.. "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมมองว่าเป็นอุบัติเหตุเป็นทางลงเขา นักปั่นจะระวังมากเวลาขี่ลงเขา เพราะรถเร็วขณะที่จักรยานเบา และยังมีรถอื่นบนถนนด้วย ถามว่าทำไมไม่ให้เจ้าหน้าที่ปิดถนน ปิดไม่ได้ ปิดเขาด่าตายเลย จะเช่าเขาใหญ่แล้วปิดเป็นเส้นทางแข่งก็คงไม่ไหว ค่าสมัครแค่คนละ 300 บาทเท่านั้น ต้องคิดว่า ในชีวิตจริงเวลาเราขี่จักรยานบนถนน ไปตลาด ไปทำงาน หรือปั่นเล่น เราก็ต้องระวัง งานนี้ก็เหมือนกัน" ชัยวัฒน์ บอก

.. กว่าที่นักปั่นทุกคนจะเข้าร่วมแข่งในระยะ 300 กิโลเมตรได้ ทุกคนต้องมีประสบการณ์ส่วนตัวมามากพอ และต้องผ่านการแข่งขันระยะ 200 กิโลเมตร มาก่อน จึงจะได้รับสิทธิ์ข้ามขึ้นมาขี่ในระยะยาวขึ้น เพียงแต่ที่ผ่านมามีเพียงเส้นทางราบเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ขี่ขึ้นเขา ร่างกายของนักปั่นแต่ละคนจึงผ่านการฟิตซ้อมมาพอสมควร แต่นั่นก็แค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เหลือต้องวัดดวงในวันแข่ง ทั้งเรื่องร่างกาย อย่าให้เป็นตะคริวระหว่างแข่ง รถต้องพร้อม ยางแตกต้องเปลี่ยน สภาพอากาศ สภาพถนนและผู้ใช้ถนน ณ เวลานั้น ทั้งหมดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีโอกาสประสบอุบัติเหตุได้มาก

.. วันนั้นเมื่อเข้าเส้นชัย ทุกคนเสียใจกับข่าวร้ายที่เกิดขึ้น มีการถามกันว่า "ครั้งหน้าจะไปหรือเปล่า" ซึ่งทุกคนต่างบอกว่า ไม่กลัวหรือตกใจ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อเราขับขี่ยานพาหนะนั่นคือเรามีความเสี่ยงกันอยู่แล้ว จึงต้องพยายามมี "สติ" ทุกนาที

.. ข้อมูลจากกระทู้ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=836099

.. กติกาการขี่จักรยานแรลลี่ ออแดกซ์ (แบบย่อ) เป็นการขี่จักรยานที่ต้องพึ่งการใช้แผนที่ และทำความเข้าใจเส้นทางเอง
- เส้นทางการขี่เป็นวงกลมย้อนกลับมาจุดเริ่มต้น
- เป็นการขี่แบบกึ่งพึ่งตนเอง ต้องพาตัวเองไปยังจุดประทับตราให้ได้ ระหว่างทางไม่มีการให้น้ำให้อาหาร ไม่มีการบำรุงรักษา ห้ามไม่ให้มีรถตามโดยเด็ดขาด รถของทีม หรือรถส่วนตัวสามารถให้การสนับสนุนน้ำและอาหารตามจุดควบคุมได้เท่านั้น
- เป็นการขี่แบบไม่จำกัดรูปแบบ ใครจะใช้เสือภูเขา รถ Tandem รถนอน เสือหมอบ รถพับ ขี่เดี่ยว ขี่กลุ่ม (ในกรณีที่ขี่กลุ่มห้ามมีการติดป้ายหรือทำสัญลักษณ์ว่าเป็นหัวหน้ากลุ่ม) ตราบใดที่ใช้แรงคนถีบ ได้หมด
- ระหว่างทางใครใคร่พัก พัก, ใครอยากหยุดกินข้าวข้างทางเชิญ, หยุดนวดเท้าก็ได้ หยุดช่วยเพื่อนที่ยางแตกก็ได้ ทำได้ทุกอย่าง แต่ห้ามรับการช่วยเหลือจัดตั้งที่เตรียมมาเป็นอันขาด
- ความปลอดภัย และการเคารพกฎจราจรเป็นเรื่องสำคัญมาก ห้ามขี่สวนเลนจราจร ต้องมีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน
- การขี่ตอนกลางคืน ระบบไฟส่องสว่างสำคัญมาก ถ้าอุปกรณ์ไม่ครบ ผู้จัดมีสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ลงแข่ง
- ผลการแข่งขันจะบันทึกเวลาที่เข้าเส้นชัยด้วย แต่จะไม่ประกาศผลตามเวลา ประกาศผลตามลำดับอักษร

* โดย เสาวลักษ์ คงภัคพูน - ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
** ที่มาจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2557

... ฉันขอกล่าวไว้ว่า "ขอแสดงความเสียใจสำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยค่ะ"

Re: แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 01 ก.ค. 2014, 16:29
โดย วิวัฒน์
ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตครับ อุบัติเหตุและความรุนแรงเกิดขึ้นง่ายจริงๆกับการปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะระยะทางสั้น ระยะทางยาว ทางเรียบ ทางขรุขระ ทางขึ้นเขา หรือทางลงเขา ในเมือง หรือนอกเมือง ฯลฯ มันเกิดขึ้นไ้ด้ทั้งนั้น แม้จะระวังแล้วก็ตาม

ผมเองก็มีประสบการณ์มาแล้ว แต่ยังไม่หนักหนา แค่แขนหัก แต่ก็ให้บทเรียน ...จึงอยากเตือนๆเพื่อนนักปั่นทั้งหลายให้ระมัดระวังกันด้วย และอย่าได้ประมาทเป็นอันขาดครับ เวลามันเกิดเรามักจะคาดไม่ถึงจริงๆ

Re: แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 01 ก.ค. 2014, 16:35
โดย arthome
ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยครับ... :geek:

Re: แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 01 ก.ค. 2014, 16:36
โดย TT_GOVERNMENT
อยากทราบว่าผู้ประสบเหตุเป็นใครครับ

:(

โพสต์: 01 ก.ค. 2014, 23:58
โดย Dhandranunda
คนที่ไม่มีประสบการณ์ปั่นขึ้นเขา ลงเขาเลยจะทำยังไงครับ แบบว่าปั่นแต่ทางราบมาตลอด อย่างมากก็แค่ปั่นขึ้นสะพานลงสะพานเอง

Sent from my ST27i using Tapatalk

Re: แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 02 ก.ค. 2014, 08:09
โดย Tdf
เป็นอีกเหตุผลนึงที่ผมไม่เคยไปแข่งงานไหนๆเลย เพราะคนใช้รถใช้ถนนเมืองไทยยังไม่พร้อมที่จะใช้ถนนร่วมกับจักรยานครับ

Re: แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 02 ก.ค. 2014, 08:18
โดย pskorat
Tdf เขียน:เป็นอีกเหตุผลนึงที่ผมไม่เคยไปแข่งงานไหนๆเลย เพราะคนใช้รถใช้ถนนเมืองไทยยังไม่พร้อมที่จะใช้ถนนร่วมกับจักรยานครับ

...แต่ของผมที่ไม่ไปร่วมกิจกรรมใดๆของจักรยานในช่วงหลังกลับตรงกันข้าม...

...ในฐานะคนที่เคยร่วมจัดกิจกรรมจักรยานหลายครั้งที่.. โคราช ...ครับ

Re: แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 02 ก.ค. 2014, 13:17
โดย บุญศรี
ขอแสดงความเสียใจครับ

Re: แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 02 ก.ค. 2014, 22:17
โดย ปรานพิสุทธิ์
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ

Re: แรลลี่จักรยาน '300 กม.' อุทาหรณ์อุบัติเหตุเตือนใจนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ค. 2014, 09:51
โดย woodyvuth
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยครับ