….การเดินทางทางของเราเป็นไปแบบช้าๆ เนิบๆ ....อยากจะเร่ง แต่กลัวไม่รอด จอดถ่ายภาพบ่อยครั้ง...
ทุกครั้งที่เหนื่อย และทุกครั้งที่เห็นภาพสวย บางครั้งผมกับบังสาครทิ้งช่วงห่างกันจนมองไม่เห็น .....
.....โค้งแล้วโค้งเล่า เลิกหวังไปนานแล้วว่าเมื่อผ่านโค้งนี้จะเจอป้ายลงเขา.....ก้มหน้าก้มตาปั่น
อย่าแหงนหน้ามองไกลนัก เพราะมันจะท้อ เพราะที่แหงนจนเมื่อยคอ เราก็ไม่เห็นยอดเขา
.... อย่าคิดถึงยอดเขาที่จะถึง เพราะมันไม่ใช่วันนี้ ....ผมชิดขอบทางเมื่อมีเสียงเครื่องยนต์ตามหลังใกล้เข้ามา
“Thailand Thailand” เสียงดังออกมาจากมินิแวนที่แซงผ่านผมไปไม่เร็วนัก ผมขนลุกซู่ รอบขาเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ต้ว
ยกมือโบกหยอยๆ สอง สามครั้ง มองตามมินิแวนคันนั้นจนลับหายไปกับสันเนินเบื้องหน้า.....
ผมจอดรอบังสาครที่ตามหลังมาห่างพอสมควร ทันทีที่บังสาครตามมาทันผมบอกเล่าเรื่องการทักทาย...
“Thailand Thailand” สำเนียงเหมือนเชียร์กีฬาทีมชาติไทยเลยว่ะ....เราปั่นคุยกันมาจนถึงยอดเนิน..
มินิแวน คันนั้นจอดข้างทาง มีชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ 6-7 คน ยืนอยู่สองข้างทาง....ทุกคนมีกล้องตัวโตๆ
บางคนมี GoPro พวกเขาเล็งมาและถ่าย ถ่าย ถ่าย...คนไทย...ความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ทันทีที่
รู้ว่าพวกเขาคือคนไทย.... "ดีใจจังที่เจอคนไทย" ผมบอกเขาไปตรงๆในความรู้สึก...
“ผมภูมิใจมากกว่า” คือคำพูดที่ใครบางคนตอบกลับมา....ผมหันไปมองธงชาติไทยผืนเล็กที่สะบัดพลิ้วไหว
อยู่บนปลายเสาเตนท์ ที่ดัดแปลงเป็นเสาธงติดอยู่ที่แร็คหลังจักรยานคู่ใจ ด้วยความภาคภูมิใจ
........เราพูดคุยสอบถามที่มาที่ไปกันพอสมควร....แล้วพวกเขาก็จากไป
ทิ้งความรู้สึกดีมากมาย ใว้ให้ผมแบกเดินทางต่อไป....ขอบคุณมิตรภาพ ขอบคุณกำลังใจที่หยิบยื่นมา
.....ขอบคุณ....