พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย
รูปประจำตัวสมาชิก
openroad
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: colnago
ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย openroad »

Frogman_twin เขียน:วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณ openroad ขอให้พบแต่สิ่งที่ดีงามในทุกๆที่ๆได้ไป และเป็นที่รักของคนรอบข้างแบบนี้ตลอดไปน๊ะครับ
ขอบคุณครับพี่
Believe?
bank_kop
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 119
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2011, 20:35
team: BANGMOD
ติดต่อ:

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย bank_kop »

ก่อนอื่นขอบคุณพี่เจ้าของกระทู้นะครับ สำหรับข้อมูลดีที่นำมาเผยแพร่ :D

ผมมีคำถามต่อไปนี้ครับ
1.ผมสูงประมาณ170 น้ำหนัก ประมาณ76 kg. รอบเอวประมาณ 34นิ้วครับ เพิ่งหัดปั่นจักรยานแบบจริงๆจังๆประมาณ 3 เดือนครับ
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาไปซ้อมครับ ไม่ได้กินข้าวเช้า แต่กินไมโลบาร์ก่อนออกปั่นครับ ปรากฎว่ากลับมาตะคริวกินขาทั้งสองข้างครับ
พี่ช่วยแนะนำหน่อยครับ ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ
2.ผมสังเกตจากการลองปั่นออกทริปดูนะครับ ผมคิดว่าผมจะเริ่มหมดแรงหลังจากมีการพักครั้งแรกไม่ว่าระยะทางจะมากหรือน้อยรู้สึกว่าพอออกไปปั่นต่อแรงมันหายไปครับ
ข้อนี้ควรแก้ไขอย่างไรดีครับ
เป็นมิตรกับทุกคน
รูปประจำตัวสมาชิก
openroad
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: colnago
ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย openroad »

bank_kop เขียน:ก่อนอื่นขอบคุณพี่เจ้าของกระทู้นะครับ สำหรับข้อมูลดีที่นำมาเผยแพร่ :D

ผมมีคำถามต่อไปนี้ครับ
1.ผมสูงประมาณ170 น้ำหนัก ประมาณ76 kg. รอบเอวประมาณ 34นิ้วครับ เพิ่งหัดปั่นจักรยานแบบจริงๆจังๆประมาณ 3 เดือนครับ
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาไปซ้อมครับ ไม่ได้กินข้าวเช้า แต่กินไมโลบาร์ก่อนออกปั่นครับ ปรากฎว่ากลับมาตะคริวกินขาทั้งสองข้างครับ
พี่ช่วยแนะนำหน่อยครับ ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ
2.ผมสังเกตจากการลองปั่นออกทริปดูนะครับ ผมคิดว่าผมจะเริ่มหมดแรงหลังจากมีการพักครั้งแรกไม่ว่าระยะทางจะมากหรือน้อยรู้สึกว่าพอออกไปปั่นต่อแรงมันหายไปครับ
ข้อนี้ควรแก้ไขอย่างไรดีครับ
ข้อแรก จากข้อมูลที่ให้มานะครับ ผมคิดว่าการเกิดตะคริวหลังจากปั่นกลับมาในช่วงเช้า น่าจะเป็นสาเหตุสองประการ คือ อย่างแรกอาจเกิดภาวะ การขาดน้ำตาลในเลือด เนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหารอย่างเพียงพอก่อนปั่น ทำให้ร่างกายขาดพลังงานจากอาหาร ทำให้ต้องไปดึงพลังงานมาจากน้ำตาลในเลิอดแทนนะครับ อย่างที่สองการเกิดตะคริวก็เป็นเพราะเราไม่มีแรงปั่นแต่ยังคงฝืนปั่นจนกล้ามเนื้อสะสมกรดแลกติกมากจนเกินไป จนทำให้เกิดภาวะตะคริวเนื่องจากการหดและเกร็งกล้ามเนื้อมากจนเกินไปครับ อย่างนี้เราเรียกว่า ใจสู้แต่ร่างกายไม่ไหวครับ แนะนำให้ทานอาหารอย่างพอเพียงก่อนการออกทริป โดยดูจากระยะเวลาในการปั่นและระยะทางที่จะปั่นแล้วคำนวนปริมาณอาหารที่ต้องกินว่าพอเพียงไหม ถ้ากลัวว่ากินมากไปจะจุก บางที่อาจต้องเตรียมน้ำเกลือแร่ใส่กระป๋องน้ำติดไปด้วย พร้อมกับไมโลบาร์หรือช็อกโกแลตบาร์ไว้เป็นพลังงานเสริมระหว่างทาง นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเสื้อปั่นจักรยานถึงต้องมีช่องด้านหลังให้ใส่ขวดน้ำหรือพาวเวอร์บาร์ครับ
ข้อสอง การปั่นจักรยานแบบสมัครเล่นจะใช้กล้ามเนื้อขาและสะโพกในการปั่นมากกว่าส่วนอื่นของร่างกาย ดังนั้นเมื่อขาและสะโพกหมดแรง หรือ กล้ามเนื้อขาและสะโพกหมดแรงจะทำให้การปั่นต้องใช้แรงมากกว่าปกติ สมองเริ่มทำงานหนัก พลังงานที่ปกติจะสะสมในกล้ามเนื้อขาใช้จนไม่เหลือ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมพอพักแล้วกลับมาปั่นอีกที แรงมันหายไปหมดเลย เวลาปั่นนะครับมันมีโมเมนตัมจากแรงที่ปั่นและอุปกรณืของจักรยานช่วยอยู่ เมื่อมาเริ่มปั่นใหม่ต้องสะสมโมเมนตัมใหม่ มันยากมากๆๆสำหรับมือใหม่ครับ จากที่บอกว่าปั่นมาประมาณ สามเดือน อาจจะยังซ้อมน้อยไปหรือป่าวครับ พึ่งเริ่มปั่นดีแล้วครับ อยากให้ฝึกปั่นด้วย ฝึกเสริมกล้ามเนื้อขาด้วย จะทำให้พัฒนารูปแบบการปั่น และความทนทานต่อการปั่นได้ดีมากขึ้นครับ โปรแกรมการฝึกปั่นผมเห็นในกระทู้มีไว้มากมายดีๆทั้งนั้นเลยครับ ลองฝึกดูนะครับ แต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าเวลาปั่นเราใช้กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อใช้พลังงาน พลังงานที่กล้ามเนื้อใช้คือไกลโคเจนที่มาจากคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ดังนั่นต้องกินก่อนปั่นด้วย ฝึกกล้ามเนื้อให้มีเยอะๆ ทำให้สามารถเก็บไกลโคเจนได้เยอะ ผลคือ ปั่นได้นาน ปั่นได้ทน และยังปั่นได้เร็วอีกด้วยครับ
Believe?
bank_kop
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 119
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2011, 20:35
team: BANGMOD
ติดต่อ:

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย bank_kop »

openroad เขียน:
bank_kop เขียน:ก่อนอื่นขอบคุณพี่เจ้าของกระทู้นะครับ สำหรับข้อมูลดีที่นำมาเผยแพร่ :D

ผมมีคำถามต่อไปนี้ครับ
1.ผมสูงประมาณ170 น้ำหนัก ประมาณ76 kg. รอบเอวประมาณ 34นิ้วครับ เพิ่งหัดปั่นจักรยานแบบจริงๆจังๆประมาณ 3 เดือนครับ
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาไปซ้อมครับ ไม่ได้กินข้าวเช้า แต่กินไมโลบาร์ก่อนออกปั่นครับ ปรากฎว่ากลับมาตะคริวกินขาทั้งสองข้างครับ
พี่ช่วยแนะนำหน่อยครับ ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ
2.ผมสังเกตจากการลองปั่นออกทริปดูนะครับ ผมคิดว่าผมจะเริ่มหมดแรงหลังจากมีการพักครั้งแรกไม่ว่าระยะทางจะมากหรือน้อยรู้สึกว่าพอออกไปปั่นต่อแรงมันหายไปครับ
ข้อนี้ควรแก้ไขอย่างไรดีครับ
ข้อแรก จากข้อมูลที่ให้มานะครับ ผมคิดว่าการเกิดตะคริวหลังจากปั่นกลับมาในช่วงเช้า น่าจะเป็นสาเหตุสองประการ คือ อย่างแรกอาจเกิดภาวะ การขาดน้ำตาลในเลือด เนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหารอย่างเพียงพอก่อนปั่น ทำให้ร่างกายขาดพลังงานจากอาหาร ทำให้ต้องไปดึงพลังงานมาจากน้ำตาลในเลิอดแทนนะครับ อย่างที่สองการเกิดตะคริวก็เป็นเพราะเราไม่มีแรงปั่นแต่ยังคงฝืนปั่นจนกล้ามเนื้อสะสมกรดแลกติกมากจนเกินไป จนทำให้เกิดภาวะตะคริวเนื่องจากการหดและเกร็งกล้ามเนื้อมากจนเกินไปครับ อย่างนี้เราเรียกว่า ใจสู้แต่ร่างกายไม่ไหวครับ แนะนำให้ทานอาหารอย่างพอเพียงก่อนการออกทริป โดยดูจากระยะเวลาในการปั่นและระยะทางที่จะปั่นแล้วคำนวนปริมาณอาหารที่ต้องกินว่าพอเพียงไหม ถ้ากลัวว่ากินมากไปจะจุก บางที่อาจต้องเตรียมน้ำเกลือแร่ใส่กระป๋องน้ำติดไปด้วย พร้อมกับไมโลบาร์หรือช็อกโกแลตบาร์ไว้เป็นพลังงานเสริมระหว่างทาง นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเสื้อปั่นจักรยานถึงต้องมีช่องด้านหลังให้ใส่ขวดน้ำหรือพาวเวอร์บาร์ครับ
ข้อสอง การปั่นจักรยานแบบสมัครเล่นจะใช้กล้ามเนื้อขาและสะโพกในการปั่นมากกว่าส่วนอื่นของร่างกาย ดังนั้นเมื่อขาและสะโพกหมดแรง หรือ กล้ามเนื้อขาและสะโพกหมดแรงจะทำให้การปั่นต้องใช้แรงมากกว่าปกติ สมองเริ่มทำงานหนัก พลังงานที่ปกติจะสะสมในกล้ามเนื้อขาใช้จนไม่เหลือ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมพอพักแล้วกลับมาปั่นอีกที แรงมันหายไปหมดเลย เวลาปั่นนะครับมันมีโมเมนตัมจากแรงที่ปั่นและอุปกรณืของจักรยานช่วยอยู่ เมื่อมาเริ่มปั่นใหม่ต้องสะสมโมเมนตัมใหม่ มันยากมากๆๆสำหรับมือใหม่ครับ จากที่บอกว่าปั่นมาประมาณ สามเดือน อาจจะยังซ้อมน้อยไปหรือป่าวครับ พึ่งเริ่มปั่นดีแล้วครับ อยากให้ฝึกปั่นด้วย ฝึกเสริมกล้ามเนื้อขาด้วย จะทำให้พัฒนารูปแบบการปั่น และความทนทานต่อการปั่นได้ดีมากขึ้นครับ โปรแกรมการฝึกปั่นผมเห็นในกระทู้มีไว้มากมายดีๆทั้งนั้นเลยครับ ลองฝึกดูนะครับ แต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าเวลาปั่นเราใช้กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อใช้พลังงาน พลังงานที่กล้ามเนื้อใช้คือไกลโคเจนที่มาจากคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ดังนั่นต้องกินก่อนปั่นด้วย ฝึกกล้ามเนื้อให้มีเยอะๆ ทำให้สามารถเก็บไกลโคเจนได้เยอะ ผลคือ ปั่นได้นาน ปั่นได้ทน และยังปั่นได้เร็วอีกด้วยครับ

งั้นอย่งนี้การทานอาหานก่อนออกไปซ้อมปั่นผมทานอาหารเหมือนปกติได้มั้ยครับ เช่นแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ออกไปทานข้าวแกงอะไรแบบนี้ได้มั้ยครับ
หรือว่าผมควรจะหาอาหารที่เหมาะสมมากกว่านี้ครับ แล้วเท่าที่อ่านผ่านมาจากท่านอื่นที่มาโพสต์ไว้การดื่มกลูโคสหรือเกลือแร่นี่เป็นแบบเดียวกับที่ดื่มตอนที่เราท้องเสียรึเปล่าครับ แล้วพวกสปอนเซอร์หรือ เอ็มสปอร์ตช่วยได้มั้ยครับ อีกอย่างผมเป็นคนเหงื่อออกมากครับ เลยคืดว่าร่างกายคงขาดน้ำมากกว่านักกีฬาคนอื่นด้วยรึเปล่าเพราะสังเกตจากคนอื่นที่ปั่นไปด้วยกัน น้ำในกระติกผมจะหมดก่อนประจำเพราะพอรู้สึกว่าปากแห้งผมก็ทานน้ำแล้วครับ อันนี้ต้องแก้ไขแบบไหนบ้างครับ
ขอบคุณนะครับสำหรับข้อแนะนำ :mrgreen:
เป็นมิตรกับทุกคน
เสือรถพ่วง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1332
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 21:20
Tel: 0819555673
team: SAHAKIJ JOHO..KORATBIKE... P.C.S.Clycling Team Korat
Bike: KONA KHS TREK GIANT SCOTT ANCHOR

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย เสือรถพ่วง »

ขออนุญาต HAPPY BIRTHDAY ย้อนหลังแล้วกันนะครับหมอไก่ ขอให้มีความสุขมากมากในวันเกิดนะครับ SOUND MILD IN SOUND BODY
bank_kop
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 119
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2011, 20:35
team: BANGMOD
ติดต่อ:

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย bank_kop »

หลังจากนำวิทยาศาสตร์การกีฬาตามที่เจ้าของกระทู้แนะนำเรียบร้อยแล้ว

ผมจากการซ้อมปั่นประมาณ 50 กิโลใช้เวลาประมาณไม่เกิน 2 ชั่วโมงน่าจะได้นะครับ ตะคริวไม่มีเลยครับ
แล้วพอเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่ขาเริ่มตึงก็จะใชเเกลือแร่ที่ติดตัวไปช่วยด้วยครับ
และเรื่องอาหาร ก็ลองทำตามที่แนะนำครับ ผลดีมาก แต่ยังสงสัยว่าต้องทานของที่ย่อยง่ายๆด้วยรึเปล่าครับ

ขอบคุณนะครับ แล้วผมจะนำผลการซ้อมมาโพสต์เอาไว้เรื่อยๆนะครับหลังจากซ้อมเสร็จ :P
เป็นมิตรกับทุกคน
รูปประจำตัวสมาชิก
Outback Phuket
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2011, 02:55
team: Team Outback , EnjoyFreak Phatthalung
Bike: Orbea ALMA OMG , Trek Fuel EX 8 2008
ตำแหน่ง: Phuket

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย Outback Phuket »

Happy Birthday ครับ

May all your wishes come true

ขอบคุณมากสำหรับบทความที่ยอดเยี่ยม
ชูศักดิ์ ทองสุข
Outback Hostel
10/14 ม.5 ซอย.ตาเอียด(ลูกจันทร์)ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83130
085-186-9570

http://www.facebook.com/OutbackPhuket

ประกอบรถใหม่
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9&t=271948
รูปประจำตัวสมาชิก
openroad
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: colnago
ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย openroad »

bank_kop เขียน:หลังจากนำวิทยาศาสตร์การกีฬาตามที่เจ้าของกระทู้แนะนำเรียบร้อยแล้ว

ผมจากการซ้อมปั่นประมาณ 50 กิโลใช้เวลาประมาณไม่เกิน 2 ชั่วโมงน่าจะได้นะครับ ตะคริวไม่มีเลยครับ
แล้วพอเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่ขาเริ่มตึงก็จะใชเเกลือแร่ที่ติดตัวไปช่วยด้วยครับ
และเรื่องอาหาร ก็ลองทำตามที่แนะนำครับ ผลดีมาก แต่ยังสงสัยว่าต้องทานของที่ย่อยง่ายๆด้วยรึเปล่าครับ

ขอบคุณนะครับ แล้วผมจะนำผลการซ้อมมาโพสต์เอาไว้เรื่อยๆนะครับหลังจากซ้อมเสร็จ :P
สภาวะ "stomach empties" หรือ การเกิดท้องว่างก่อนการฝึกซ้อมความเข้มข้นแบบกลางและแบบสูงทำให้ความสามารถในการซ้อมลดลงกว่า 80% ของสมรรถภาพร่างกายปกติ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบเลือด ระบบฮอร์โมนและระบบการสั่งการกระแสประสาท การกินอาหารก่อนการซ้อมควรเน้นอาหารจำพวกแป้งที่มีไฟเบอร์น้อย อาหารที่ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย อาหารที่มีรสหวานและมีน้ำตาลสูงเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว(คล้ายหัวเชื้อเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญอาหาร) ควรกินก่อนประมาณ 2-3 ชม. ก่อนการฝึกซ้อม และต้องไม่ลืมเรื่องของน้ำครับ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความรู้สึกกระหาย ทั้งหมดที่ว่ามาจะทำให้ลดโอกาสเกิดปัญหากับกระเพาะและระบบย่อยอาหารครับ ขอให้ซ้อมให้สนุกนะครับ และสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆได้ทุกวันที่ซ้อมครับ
Believe?
รูปประจำตัวสมาชิก
openroad
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: colnago
ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย openroad »

Outback Phuket เขียน:Happy Birthday ครับ

May all your wishes come true

ขอบคุณมากสำหรับบทความที่ยอดเยี่ยม
ขอบคุณครับพี่ outback
Believe?
รูปประจำตัวสมาชิก
LUFT_KUNG
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 669
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2008, 09:04
Tel: 0870264100
team: ไม่ีมีครับ
Bike: TOZZ

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย LUFT_KUNG »

การลดน้ำหนักร่างกาย กับ การซ้อมแบบเข้มข้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับร่างกาย สามารถทำควบคู่กันไปได้มั้ยครับ หรือควรจะแบ่งเป็นช่วงๆเวลาไป หรือ ถ้าจะทำควบคู่กันไปต้องมีการวางแผนการกินครับ :?: ขอบคุณคับ
รูปประจำตัวสมาชิก
openroad
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: colnago
ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย openroad »

LUFT_KUNG เขียน:การลดน้ำหนักร่างกาย กับ การซ้อมแบบเข้มข้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับร่างกาย สามารถทำควบคู่กันไปได้มั้ยครับ หรือควรจะแบ่งเป็นช่วงๆเวลาไป หรือ ถ้าจะทำควบคู่กันไปต้องมีการวางแผนการกินครับ :?: ขอบคุณคับ
สำหรับการวัดน้ำหนักของนักกีฬาเราจะทำการวัดแบบละเอียด โดยดู น้ำหนักของกล้ามเนื้อและกระดูก เราเรียกว่า musculoskeletal อีกอันคือน้ำหนักของไขมัน เราเรียกว่า % Fat อีกส่วนคือปริมาณของน้ำภายในร่างกาย ยกตัวอย่าง เช่น ผมมีน้ำหนัก 86 กิโลกรัม มีไขมันอยู่ 16% เท่ากับผมมีไขมันภายในร่างกายที่ 13.76 กิโลกรัม น้ำหนักที่เหลือ คือ กล้ามเนื้อ กระดูกและน้ำ แต่ถ้าผมมีไขมันอยู่ 25% เท่ากับ 21.50 กิโลกรัม เท่ากับมีความต่างของไขมันถึง 7.8 กิโลกรัม คนที่มีไขมันมากว่าก็จะรับภาระของน้ำหนักตัวที่มากกว่า คนที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าก็จะมีไกลโคเจนซึ่งเป็นพลังงานของกล้ามเนื้อมากกว่า ดังนั้น การลดน้ำหนักผมอยากให้โฟกัสที่การลดปริมาณของไขมันภายในร่างกาย และเพิ่มกล้ามเนื้อให้แก่ร่างกาย คนที่มีน้ำหนักตัวเท่ากันแต่อัตราส่วนของกล้ามเนื้อต่อไขมันไม่เท่ากันก็แตกต่างกันมากแล้วครับ เมื่อต้องเล่นกีฬาชนิดเดียวกัน ดังนั้นการฝึกซ้อมแบบเข้มข้นสามารถร่วมกันได้กับการลดน้ำหนักอย่างแน่นอน แต่ช่วงแรกของการฝึกอาจต้องเหนื่อยยากลำบากพอสมควร จนกว่าปริมาณของกล้ามเนื้อในร่างกายจะมีมากกว่าปริมาณของไขมัน
การวางโปรแกรมอาหาร อยากให้ดูที่ส่วนประกอบของอาหารที่กิน ควรมีสัดส่วนของ คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมันที่เหมาะสม ทั้งช่วงซ้อมและไม่ซ้อมครับ ก่อนซ้อมเน้นคาร์โบไฮเดรตเพื่อเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย หลังซ้อมเน้นโปรตีนเพื่อนำไปซ่อมแซมและสร้างเสริมกล้ามเนื้อ ไขมันควรหลีกเลี่ยงเพราะในอาหารจำพวกดปรตีน เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อปลาและในร่างกายก็มีไขมันเพียงพอต่อความต้องการ หรืออาจจะมากเกินกว่าความต้องการด้วยซ้ำครับ
Believe?
รูปประจำตัวสมาชิก
LUFT_KUNG
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 669
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2008, 09:04
Tel: 0870264100
team: ไม่ีมีครับ
Bike: TOZZ

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย LUFT_KUNG »

ขอบคุณมากครับพี่ได้ประโยชน์เยอะเลยคับ ผมหนัก 80-81 สูง 174 เล่นเวจมาซัก 2 ปี รู้สึกว่าท่อนบนจะใหญ่กว่าล่าง แล้วไปวัดอัตราส่วนต่างได้ที่ไหนบ้าง แล้วเค้าเรียกวัดอะไรครับ พอดีอยู่ต่างจังหวัดนะครับ ตามโรงเรียนกีฬา หรือ วิทยาลัยพละ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีรึเปล่า
รูปประจำตัวสมาชิก
openroad
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 23:30
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: colnago
ตำแหน่ง: กรุงเทพมหานคร

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย openroad »

LUFT_KUNG เขียน:ขอบคุณมากครับพี่ได้ประโยชน์เยอะเลยคับ ผมหนัก 80-81 สูง 174 เล่นเวจมาซัก 2 ปี รู้สึกว่าท่อนบนจะใหญ่กว่าล่าง แล้วไปวัดอัตราส่วนต่างได้ที่ไหนบ้าง แล้วเค้าเรียกวัดอะไรครับ พอดีอยู่ต่างจังหวัดนะครับ ตามโรงเรียนกีฬา หรือ วิทยาลัยพละ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีรึเปล่า
ส่วนใหญ่ที่โรงพยาบาลจะมีวัดนะครับ ส่วนวิทยาลัยพละผมไม่แน่ใจแต่อาจจะมีก้ได้นะครับ สูง 174 หนัก 80 ถ้าไม่ดูรูปร่างอาจคิดว่าอ้วน แต่ถ้าดุหุ่นแล้วอาจเป็นกล้ามมากกว่าไขมันก็ได้ครับ ผมสูง 181 หนัก 86 มีไขมันอยู่ 13 กิโลกรัม ก้ไม่อ้วนครับ แต่ถ้าหาค่า BMI เวลาไปหาหมอตรวจสุขภาพ หมอจะบอกว่าอ้วนครับ ต้องเปิดดพุงให้ดูถึงรู้ว่าเป็นกล้าม 555 ส่วนของคุณ luft kung มีค่า BMI 26.49 ถือว่าเกินกว่ามาตราฐานนะครับ ลดน้ำหนักไห้ควบคุมอาหาร ควบคุมส่วนประกอบในอาหาร ไม่ใช่อดอาหารนะครับ
Believe?
รูปประจำตัวสมาชิก
chettaburit
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1892
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2009, 08:30
Tel: 0816656531
Bike: เสือภูเขา,เสือหมอบ,ทัวร์ริ่ง

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย chettaburit »

ขอบคุณครับ กับสาระดี ๆ ที่นำมาฝากกัน ทำเป็นหนังสือให้หน่อยครับ จะอุดหนุนเก็บไว้อ่านครับ
"FOR HEALTH >> FOR WORLD"

"รักเธอประเทศไทย"
รูปประจำตัวสมาชิก
LUFT_KUNG
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 669
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2008, 09:04
Tel: 0870264100
team: ไม่ีมีครับ
Bike: TOZZ

Re: พื้นฐานของโภชนาการอาหารสำหรับนักกีฬา (Sports Nutrition Fundamental)

โพสต์ โดย LUFT_KUNG »

วันนี้ผมไปวัดมาแล้วครับที่ โรงเรียนกีฬา เป็นเครื่องให้ขึ้นไปยืนบนแท่นแล้วจับๆกดๆนิดหน่อย[ตามรูปด้านล่างคับ] ค่าใช้เครื่องก็ 40 บาท แต่รู้สึกคนใช้งานได้แค่ทำการตรวจวัดอย่างเดียว
จะขอคำแนะนำเพิ่มก็เหมือนจะไม่ค่อยรู้มากเท่าไหร่ อ่านค่าตามเกณฑ์ไป แค่ขึ้นไปยืนบนแท่นมันวัดได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ ยัง งงๆ อยู่ หรือมันแค่วัดคร่าวๆ สรุปว่า น.น. ต้องไม่เกิน 71.9 ก.ก.
ส่วนสูงก็ปกติวัดอยู่ 174 มาวัดเครื่องนี่เหลือ 172.4 :lol: ไม่รู้ว่ายืนไม่นิ่งรึเปล่า ลดอีกตั้ง 10 โลเลยเชียวหรือ แล้วถ้าวัดกันจริงๆ มันไม่ต้องวัดรอบแขน ขา ตรวจเลือด วัดกระดูก หรืออะไรทำนองนี้นะครับ
ยัง งง ว่าจริงๆแล้ววัดกันจริงๆ เค้าวัดกันยังไงครับ
ตามข้อมมูลด้านล่างเลยครับพี่ :|

ผมถ่ายตารางผลตรวจมาด้วยคับ กับ รูปผม รูปอาจดูไม่ชัดเพราะใส่กางเกง ใส่ชุดจักรยาน น่าจะดูชัดกว่าค่อยมาเปลี่ยนใหม่ :oops:


ตัวย่อต่างในตาราง


LBM = น้ำหนักที่ไม่รวมไขมัน M.B.F. = น้ำหนักของส่วนที่เป็นไขมันในร่างกาย S.L.M. = น้ำหนักของร่างกายและโปรตีน

Mineral = กระดูกและสารเคมี T.B.W. = น้ำภายในเซลล์ P.B.F. = ไขมันในร่าง B.M.I ดรรชนีมวลกาย

FATNESS = ดัชนีความต้องการของพื้นฐาน Level = พื้นที่ของการสะสมไขมัน A.C. เส้นรอบวงบริเวณท้อง W.H.R = ขนาดรอบเอว STD.WT. = น้ำหนักเป้าหมาย

อันนี้ผลตรวจ
รูปภาพ

อันนี้รูปเครื่อง
รูปภาพ

อันนี้รูปผม
รูปภาพ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร”