ถูกใจครับ......รวมทั้งความเห็นของลุงแดง (รออ่านต่อด้วยนะครับ)ArtKorat เขียน:เรียนคุณอาหมอ ผมเห็นว่าไม่ว่ากีฬาอะไรก็ตามถ้าเราเอ่ยปากยอมให้กับเพื่อนหรือคู่ต่อสู้ เกมส์ควรจะจบและเราเองต้องรู้ว่าเรายอมเค้าแล้ว ไม่ใช่เวลาเราฟื้นก็กลับมาชกคู่ต่อสู้ตอนหันหลังให้ทั้งที่ยอมไปแล้ว สิ่งแบบนี้ไม่ควรเกิดและไม่สมควรเกิดขึ้นในการแข่งกีฬาไม่ว่าชนิดใด มันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในระกว่างนั้น แต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างที่จะเสียสัตยจะที่ให้ไว้ได้เลย มันคนละเรื่องกัน เค้าอยากได้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นอย่างมาก พอมีคนมาจากข้างหลัแซงไปได้ ก็เลยทำทุกวิธีที่จะได้ตำแหน่งนั้น เสียคำพูดก็ทำได้กับแค่ตัวเลขที่เขียนคนละหมายเลขบนที่ทับกระดาษอันสวยงามนั้น ผมอยากรู้นักว่าถ้าเค้าตัดสินใจบอกว่าเค้าไม่เชื่อกระตุกยิงไม่หยุดหย่อน อยากจะถามว่าจะได้มายกหน้าเส้นอยู่อีกหรือเปล่าน้อ คนลากเค้าไม่เสียใจด้วยหรอกครับเค้าก็รับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ผมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่รับพฤติกรรมคนๆนั้นไม่ได้และขอตั้งเป็นเคสว่านี่คือพฤติกรรมต้องห้ามของทีมเรา ทีมเราต้องไม่ทำการลักทรัพย์ลักขโมยนะครับขอร้องเลยอย่ามีพฤติกรรมแบบนี้เลย ภาษาอังกฤษเค้าเขียนว่า Rob Other People Victory กับ อีกคำที่มีความหมายที่ดีคือTake Winning Opportunity นั้นต่าวกันนิดเดียวครับ ต่างกันตรงที่อันหนึ่งปล้นเค้ามา ส่วนอีกอันหาจังหวะและโอกาศที่หยิบจับได้ ใช้อันแรกนั้นเราเป็นโจรครับ ใช้อันที่สองเราเป็นพระเอก
ในความคิดของผมนะครับ กรณีต่างกันถ้าเค้าไม่พูดออกมามันก็คนละเรื่องกันผมจะยอมรับได้เพราะว่ามันเป็น Winning Opportunity แต่ถ้าพูดไปแล้วมากลับคำอันนี้เรียกว่า Rob other peopleอ่ะครับ แท๊กติกกับการปลิ้นปล้อนเส้นขีดแทบจะทับกันแต่ก็ไม่เหมือนกัน กรณีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากนิสัยทำได้ทุกอย่างเพียงเพื่ออะไร คนเหล่านี้จำพวกนี้ผมไม่คิดจะตีสองหน้าแต่บอกไปตรงๆเลยว่ารังเกรียจเพียงใด เรื่องที่เกิดขึ้นอื่นนั้นผมก็เห็นว่ากติกาว่าอย่างไรก็ตัดสินไปตามนั้นครับ จบกันที่เกมส์ เสียใจแทนทุกคนเพราะว่าไม่ว่ากรรมการตัดสินทาไหนก็มีคนชอบและไม่ชอบ แต่กรณีผมเอ่ยมานั้นมันไม่ใช่เกี่ยวกับการตัดสินแต่เกี่ยวกับการรักษาศักดิ์ศรีของตนในฐานะนักกีฬาสปิริตอยู่ตรงไหน
ส่วนเรื่องที่เป็นมุมมองของผมนั้นอย่าให้ทุกคนลองคิดตามดูนะครับ
ทุกคนซ้อมมาเพื่อชนะอันนั้นไม่มีใครปฏิเสธได้ กรรมวิธีชนะนั้นมีสองทางเท่านั้นแบบมีเกรียติกับแบบสกปรก บอกว่ายอมแล้วกลับมาชกด้านหลังแบบนี้ไม่สามารถมองว่าขาวสะอาดได้เลย เห็นคนเหล่านี้ต่อให้เป็นคนรู้จักกันผมก็จะพูดว่าไม่ควรทำ ยิ่งมีทีมมีสปอนเซอร์ยิ่งต้องคิดว่าไปทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่หน่ะครับ ลองคิดดูครับว่าเด็กน้อยได้เสื้อทีมมา ปั่นกวนส้นโอ้ยชาวบ้าน เวลาเค้าว่าเค้าว่าโดนไ่ปที่ทีม ชิ่งไปกระทบภาพลักษณ์ของสปอนเซอร์ด้วยหรือไม่ ในเมืองนอกไทเกอร์วูดจะมีเมียน้อยกี่คนทำไมไนกี้ต้องถอนสปอนเซอร์ สปอนเซอร์เค้าอยากได้ถ้วยน้ำพริกมาใส่ห้องแสดงสินค้าหรืออยากได้ลูกค้ามาซื้อสินค้าน้องนักกีฬาคงจะรู้คำตอบอยู่แล้ว
เรียนบอกน้องๆเลยครับว่าในฐานะผู้จัดการทีม ในฐานะผู้ประสานงานกับสปอนเซอร์ ถ้าเราอยากเห็นทีมแบบอาชีพในโคราชเราต้องรู้ว่าอะไรสะอาด อะไรสกปรก อะไรเป็นแท็กติก อะไรที่เหยีนบย่ำตัวเองและทีมให้ต่ำ ถ้าเราทำบ้านเราสกปรกสปอนเซอร์เค้าก็มีทางเลือกที่สวยงามกว่า ผมให้ดูตัวอย่างที่คอนทาดอร์ทำเอาไว้สปอนเซอร์เค้ามองคนละมุมมอง จนตัวคอนทาดอร์เองต้องสงบปากสร้างสมานฉันในหมู่เพื่อนนักกีฬาเหตุการณ์ถึงจะดีขึ้น
ขอให้เราเป็นโปรเสาร์อาทิตย์จริงๆ ทำในสิ่งที่จะทำให้คนในพื้นที่มีความภาคภูมิใจสร้างรอยยิ้มสร้างมิตรสำพันธ์ เป็นตัวอย่างที่ดีทั้งในและนอกสนาม จุดประกายให้น้องๆและเด็กๆ อย่าเอาแค่ถ้วยน้ำพริกหรือที่ทับกระดาษราคาร้อยกว่าบาทมารกบ้านแถมคนด่ากันไปทั่ว ถ้าเป็นแบบนี้ผมคงจะไม่เอาหน้าผมไปขอสปอนเซอร์ในปีต่อๆไปหรอกครับ ละอายใจตัวเองที่จะไปทำเค้าเสียหาย และบอกน้องๆไว้เลยครับว่าถ้ามีคนร้องเรียนว่าเราปั่นสกปรก ในฐานะผู้จัดการทีม่มจะปกป้องชื่อทีมและปกป้องผลประโยชน์ของสปอนเซอร์มาก่อนถ้วยน้ำพริกราคาไม่กี่บาท ผมจะตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงและถ้าผิดจริงก็จะมีกรรมการลงโทษทางวินัยทันทีครับ อยากให้น้องๆรับในจุดยืนถึงความขาวสะอาดของทีมในท้องถิ่นเล็กๆ เราเริ่มต้นด้วยผ้าที่ขาวสะอาด มาจากความจริงใจของคนในทีมและตามสต๊าฟที่มอบให้ อย่าทำให้มันกลายมาเป็นผ้าห่อศพที่เน่าเหม็น
ทีมโคราชเล็กๆนี้เรายังจะต้องทำงานเพื่อสังคมอีกมากอย่าเอาสิ่งปฏิกูลมาทำให้เรามัวหมองกันเลย ของร้องอีกครั้ง อย่าทำพฤติกรรมที่บังคับให้ผมต้องทำเพื่อรักษาส่วนรวม ส่วนพฤติกรรมน่ารังเกรียจบางอย่างที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ ผมอาจะเอาไปใช้พูดเป็นเคสตัวอย่างเวลาไปเป็นผู้บรรยายทางวิชาการ ไม่ได้ประจานชื่อเค้าหรอกครับแต่จะเอ่ยถึงพฤติกรรมแบบนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น และไม่สมควรที่จะเอาเป็นบรรทัดฐานใช้ในชีวิตประจำวัน ผมหน่ะอยากคนรุ่นหลังและน้องๆที่รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักให้อภัยเพื่อนักกีฬา อย่าเอาพฤติกรรมดังตัวอย่างที่ผมด่าแรงมากมาเป็นเครื่องมือให้ตัวเองเหยียบหัวคนอื่นไปสู่จุดสุดยอดในชีวิตครับ ถ้าเลือกทางนั้นผมก็ขอไม่มีส่วนร่วมด้วยครับ ขอลาขาดกับวงการการแข่งจักรยานกลับมาปั่นเพื่อสุขภาพอย่างเดิมที่ผมทำอยู่ดีกว่า มาอยู่ในที่ๆสะอาด ผมมีทางเลือกและจะเลือกในทางที่ถูกต้องครับ
ผมเคยบอกไว้ว่า อยากให้นักจักรยานโคราชเวลาไปไหน คนก็ "เกรงใจ" ก็ประมาณนี้แหละครับ เวลาชนะก็ต้องแฟร์ ให้คู่แข่งยอมรับได้ เราไม่ได้แข่งแค่ครั้งเดียว ยังจะต้องเจอกันอีกนาน สังคมนักจักรยานไทยก็เห็น ๆ หน้ากันอยู่เสมอ ผมขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ หวังให้แข็งแรงทั้งร่างกาย และจิตใจ ไปไหนก็เจอพรรคพวกที่คุยกันได้ ยิ้มแย้มแจ่มใสกัน สังคมก็จะเป็นสุข
ส่วนเกมส์ของรุ่น 50 ปี รออาจารย์สมชัยมาเล่าให้ฟังนะครับ..... ส่วนตัวแล้วคิดว่าการปั่นงวดนี้สนุกมาก เพราะคู่แข่งล้วนมีประสบการณ์เยอะแยะ ไม่ห่างกันมาก
จึงมีการชิงจังหวะ พยายามต่อสู้กันจนถึงเส้นชัย อย่างนี้นับว่าคุ้มค่าเหนื่อยที่อุตส่าห์ซ้อมกันมา ลองคิดดูว่าถ้าเจอแต่หมู เกมส์ก็คงจืดชืด ไม่สนุกแน่ ๆ
ส่วนผลงานของทีมโดยรวม ๆ นับว่าทำได้ดีทุกคนแล้วครับ ความแข็งแรงใช้ได้เลย แต่เกมส์อาจจะไม่เข้าทางบ้างก็เป็นธรรมดาของการแข่งขัน ไม่มีอะไรได้อย่างใจไปหมดหรอกครับ......