????...คุณลุงแดง- คุณป้าอ๋อย พา เที่ยว ...???

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุก ๆ ท่าน เป็นอย่างไรบ้างครับกับการไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงหวังใจว่าทุก ๆ ท่านจะไม่นอนหลับทับสิทธิ์นะครับ โลกมันเป็นของคู่กันกับความเลวร้าย ในความเลวร้ายก็มีความดีแฝงอยู่เป็นเหรียญสองด้าน ต่างกับธรรมะที่มีแต่ความดีเพียงอย่างเดียว สิ่งใดไม่ดีเราจะไม่เรียกว่าธรรมะ เมื่อผิดหวังอย่าไปเศร้าโศรกเสียใจเราได้ไปทำหน้าที่แล้วก็จบ ส่วนใครจะได้อย่างไรจะโกงหรือไม่โกง ปล่อยให้โลกเขาดำเนินการกันไป ให้เราหันหน้ามาปฏิบัติธรรมต่อเพื่อเสริมสร้างบุญบารมีของเราให้สูงขึ้น ๆ เชื่อเถอะครับ "ธรรมะย่อมชนะอธรรม" :( :(

เรามาเที่ยวกันต่อไปนะครับ เราสองคนออกจากพระธาตุฝุ่น ผมตั้งใจอยากจะต่อไปยังวัดหอสระไตรนุวัฒน์ไปชมหอไตรกลางน้ำ อยากจะรู้ว่าต่างกับหอไตรของวัดพระธาตุอานนท์ หรือเหมือนกันอย่างไร ซึ่งประวัติหอสระไตรนุวัฒน์นี่ไม่ธรรมดา เกี่ยวโยงไปถึงประวัติศาสตร์สมัย ร.๑ นับว่านานน่าสนใจ แต่ระยะทางห่างจากจุดที่เราอยู่ไปประมาณ ๒๕ กม.ไป - กลับ ๕๐ กม.ในสภาวะอากาศร้อนแบบ "ตับแลบ" คุณนายไม่สนใจแล้วเกรงว่าจะกลับไปยัง อ.กุดชุม มืดก่อนเป็นแน่

ไม่ขัดใจครับเอาตามที่คุณเธอคิดและประสงค์ เป็นอันว่าความตั้งใจของผมต้องล้มไป ในขณะที่เราปั่นเพื่อมุ่งไป อ.กุดชุมเราผ่านวัดป่า ซึ่งจากสภาพแล้วน่าสนใจตัดสินใจแวะเข้าเยี่ยมชมเป็นวัดสาขาหนองป่าพง หลวงพ่อชา สาขาที่ ๓๗ ซึ่งภายในวัดร่มเย็น สงบวิเวกเหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรมมาก เสียดายไม่เจอพระสักองค์ท่านคงเข้ากุฏิกันหมด ตามนิสสัยพระสายวัดป่า หลังฉันอาหารเช้าเสร็จโอกาสจะเจอพระ "ยาก" ครับ :) :D
ไฟล์แนบ
cat 125pg.JPG
cat 125pg.JPG (319.73 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 126pg.JPG
cat 126pg.JPG (781.42 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 127pg.JPG
cat 127pg.JPG (600.26 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 128pg.JPG
cat 128pg.JPG (616.31 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 129pg.JPG
cat 129pg.JPG (610.59 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
ในขณะที่เราพากันปั่นมุ่งหน้าไป อ.กุดชุม ข้างทางเราเห็นป้ายวัดล้านขวด เอ...น่าสนครับ ก่อนอื่นต้องสอบถามคุณนายก่อนนะครับเธอสนใจไหม ? ปรากฏว่าสนใจครับ เป็นอันว่าเรามุ่งหน้าเข้าไปยังวัดล้านขวดทันที จากปากทางเข้าไปไกลพอสมควร แต่ไม่ผิดหวังครับ
ในขณะที่เราพากันปั่นมุ่งหน้าไป อ.กุดชุม ข้างทางเราเห็นป้ายวัดล้านขวด เอ...น่าสนครับ ก่อนอื่นต้องสอบถามคุณนายก่อนนะครับเธอสนใจไหม ? ปรากฏว่าสนใจครับ เป็นอันว่าเรามุ่งหน้าเข้าไปยังวัดล้านขวดทันที จากปากทางเข้าไปไกลพอสมควร แต่ไม่ผิดหวังครับ
cat 130pg.JPG (235.78 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
ก่อนจะเข้าไปยังวัดที่บริเวณปากทาง เราพักร้อนกันก่อนครับดื่มน้ำดื่มท่าให้คลายร้อนผ่อนคลายสบาย ๆ โชคดีที่มีเก้าอี้ของชาวบ้านให้นั่งตรงบริเวณปากทางเข้าวัด ขออาศัญชั่วคราว สังเกตุคุณนายคงเหนื่อยน่าดู เนื่องจากอากาศร้อนสุด ๆ สิ่งต้องระมัดระวังคือ Heat Stroke ครับหรือที่ภาษาหมอเรียกว่า โรคลมแดด (ถึงตายได้ครับ) ขอให้ระวัดระวังกันนะครับอย่าประมาท
ก่อนจะเข้าไปยังวัดที่บริเวณปากทาง เราพักร้อนกันก่อนครับดื่มน้ำดื่มท่าให้คลายร้อนผ่อนคลายสบาย ๆ โชคดีที่มีเก้าอี้ของชาวบ้านให้นั่งตรงบริเวณปากทางเข้าวัด ขออาศัญชั่วคราว สังเกตุคุณนายคงเหนื่อยน่าดู เนื่องจากอากาศร้อนสุด ๆ สิ่งต้องระมัดระวังคือ Heat Stroke ครับหรือที่ภาษาหมอเรียกว่า โรคลมแดด (ถึงตายได้ครับ) ขอให้ระวัดระวังกันนะครับอย่าประมาท
cat 131pg.JPG (718.98 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 132pg.JPG
cat 132pg.JPG (778.98 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 133pg.JPG
cat 133pg.JPG (324.57 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 134pg.JPG
cat 134pg.JPG (905.12 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 135pg.JPG
cat 135pg.JPG (359.3 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 136pg.JPG
cat 136pg.JPG (343.75 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 137pg.JPG
cat 137pg.JPG (826.17 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 138pg.JPG
cat 138pg.JPG (203.06 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 139pg.JPG
cat 139pg.JPG (180.35 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 140pg.JPG
cat 140pg.JPG (135.08 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 141pg.JPG
cat 141pg.JPG (674.78 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 146pg.JPG
cat 146pg.JPG (69.33 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
cat 143pg.JPG
cat 143pg.JPG (240.44 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
ออกจากวัดล้านขวด มุ่งหน้าเข้า อ.กุดชุม คาดว่าต้องหาที่พักนอน เพื่อตอบแทนร่างกายที่ตากแดดตากลม มาทั้งวันนั่นคือต้องหารีสอร์ทหรือโรงแรมที่มีน้ำร้อนน้ำเย็น เพื่อการผ่อนคลาย เรื่องนี้ผมตามใจคุณนายครับอย่างไรก็ได้สำหรับตัวผมเรียกว่าถูกฝึกมาเคยชินเสียแล้ว เคยสังเกตุตัวเองว่า ถ้าตามใจคุณนายเราก็ยิ่งสบาย  &quot;ติดสุข&quot;  สิ่งนี้พึงเตือนตนเองเสมอ ๆ ว่าพึงสังวรณ์ไว้ให้ดี ก็คงต้องติดตามว่าสุดท้ายแล้วเราจะได้พักตามที่ปรารถนาหรือไม่อย่างไร ที่ อ.กุดชุม มีอะไรดี ๆ มากพอสมควรเรียกว่าถ้าจะให้จุใจคงต้องพักค้างสัก ๒ - ๓ วันกันทีเดียว<br /><br />ก่อนที่จะเข้า อ.กุดชุม เราเจอปั๊ม ปตท.ใจชื้นครับเพราะที่ปั๊มนี้แทบทุกปั๊มจะมีร้านสดวกซื้อ ๗ - ๑๑ ซึ่งมีสรรพสินค้าสำหรับบริโภคครบตามต้องการ แต่ก่อนเคยได้ยินมีการต่อต้านกันมากนัยว่ามาแย่งที่ทำมาหากินของชาวบ้าน สำหรับตัวผมนั้นไม่ร่วมในการต่อต้าน เพราะเป็นทางเลือกสำหรับคนเดินทางที่ดีที่สุด โชห่วยหรือร้านชาวบ้าน ย้อนคิดนะครับเคยสร้างพฤติกรรมขูดรีดมานานแล้ว ผลของการขูดรีด (ขาดคุณธรรม) บัดนี้วิบากกรรมให้ผลแล้วใช่ไหมครับ เคยทะเลาะกับร้านค้าแถว ๆ บ้าน และคิดในใจว่า &quot;สักวันหนึ่ง..เจ๊งแน่ ๆ &quot; วันนี้มาถึงจริง ๆ และอีกเช่นกันหาก ๗-๑๑ ขาดคุณธรรม ตั้งใจค้าขายแบบขูดรีด วัฏจักรก็จะเป็นเช่นโชห่วย เราประชาชนสิ่งไหนดี สดวกสบายถูกใจเรามีสิทธ์เลือกครับ ผิดถูกกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ความเห็นส่วนตัวครับ)
ออกจากวัดล้านขวด มุ่งหน้าเข้า อ.กุดชุม คาดว่าต้องหาที่พักนอน เพื่อตอบแทนร่างกายที่ตากแดดตากลม มาทั้งวันนั่นคือต้องหารีสอร์ทหรือโรงแรมที่มีน้ำร้อนน้ำเย็น เพื่อการผ่อนคลาย เรื่องนี้ผมตามใจคุณนายครับอย่างไรก็ได้สำหรับตัวผมเรียกว่าถูกฝึกมาเคยชินเสียแล้ว เคยสังเกตุตัวเองว่า ถ้าตามใจคุณนายเราก็ยิ่งสบาย "ติดสุข" สิ่งนี้พึงเตือนตนเองเสมอ ๆ ว่าพึงสังวรณ์ไว้ให้ดี ก็คงต้องติดตามว่าสุดท้ายแล้วเราจะได้พักตามที่ปรารถนาหรือไม่อย่างไร ที่ อ.กุดชุม มีอะไรดี ๆ มากพอสมควรเรียกว่าถ้าจะให้จุใจคงต้องพักค้างสัก ๒ - ๓ วันกันทีเดียว

ก่อนที่จะเข้า อ.กุดชุม เราเจอปั๊ม ปตท.ใจชื้นครับเพราะที่ปั๊มนี้แทบทุกปั๊มจะมีร้านสดวกซื้อ ๗ - ๑๑ ซึ่งมีสรรพสินค้าสำหรับบริโภคครบตามต้องการ แต่ก่อนเคยได้ยินมีการต่อต้านกันมากนัยว่ามาแย่งที่ทำมาหากินของชาวบ้าน สำหรับตัวผมนั้นไม่ร่วมในการต่อต้าน เพราะเป็นทางเลือกสำหรับคนเดินทางที่ดีที่สุด โชห่วยหรือร้านชาวบ้าน ย้อนคิดนะครับเคยสร้างพฤติกรรมขูดรีดมานานแล้ว ผลของการขูดรีด (ขาดคุณธรรม) บัดนี้วิบากกรรมให้ผลแล้วใช่ไหมครับ เคยทะเลาะกับร้านค้าแถว ๆ บ้าน และคิดในใจว่า "สักวันหนึ่ง..เจ๊งแน่ ๆ " วันนี้มาถึงจริง ๆ และอีกเช่นกันหาก ๗-๑๑ ขาดคุณธรรม ตั้งใจค้าขายแบบขูดรีด วัฏจักรก็จะเป็นเช่นโชห่วย เราประชาชนสิ่งไหนดี สดวกสบายถูกใจเรามีสิทธ์เลือกครับ ผิดถูกกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ความเห็นส่วนตัวครับ)
cat 144pg.JPG (658.46 KiB) เข้าดูแล้ว 983 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุก ๆ ท่านครับ ก่อนจะพาท่านเดินทางต่อขออนุญาตุเล่าเรื่อคาใจเกี่ยวกับคุณนายผมสักนิดครับ คือ เมื่อครั้งที่หลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป ท่านมีชีวิตอยู่ มีอยู่วันหนึ่งเราพากันไปทำบุญถวายอาหารหลวงพ่อช่วงที่ได้เวลาสนทนาธรรม หลวงพ่อท่านคุยอยู่กับคุณนายโดยไม่ให้โอกาสผมเลย ผมหงุดหงิดใจมากครับก็เลยพาลคิดในใจว่า "หลวงพ่อนี่เอาใจแต่พวกผู้หญิง" เป็นเรื่องครับ หลวงพ่อหันมาทางผมพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า "ผู้หญิงเป็นเพศอาภัพ น่าสงสารเราต้องให้ความเมตตา ผู้ชายนั้นวาสนาบารมีมากไม่ต้องไปช่วยอะไร ถ้าตั้งใจหันหน้าประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเอาจริงเอาจัง สามารถหลุดพ้นได้ไวกว่า อย่าไปอิจฉาเขาเลยให้เมตตาเขามาก ๆ น๊ะ" ผมตกใจหมดเลย..เฮ้ย..งานเข้าหลวงพ่อรู้ด้วยวาระจิต ผมรีบก้มกราบท่านก้มหน้านิ่ง ไม่กล้ามองท่าน คุณนายเล่าว่า หลวงพ่ออมยิ้มจ้องผมอยู่นาน นับแต่วันนั้นก่อนเข้ากราบนมัสการหลวงพ่อท่าน ทุกครั้งผมต้องสลัดหัวเพื่อทิ้งอคติต่าง ๆ ไม่ให้มีอะไรเหลืออยู่ในใจอีกเลย..เข็ดจนตาย เมื่อวันที่ไปปฏิบัติธรรม ชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตที่วัดห้วยส้มสุกที่ผ่านมา ผมได้ค้นคว้าตำราอ่านเจอสิ่งอาภัพของผู้หญิง ที่พระพุทธองค์ท่านตรัสไว้ เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่การเดินทางผมพยายามโอนอ่อนและตามใจคุณเธอ เอาเท่าที่ได้ใครก็ช่างที่คิดจะพาคู่ตัวเองออกผจญภัยท่านต้องคำนึงข้อนี้ไว้ให้มาก นะครับ พร้อมนี้ผมได้นำหลักฐานจากพระไตรปิฏกมายืนยันแล้วนะครับ :idea: :idea:

ขอให้สังเกตุนะครับทุกวันนี้เวลาไปวัดสร้างบุญบารมี เราจะเห็นว่าเหล่านางฟ้า (สตรี) มากกว่าเหล่าเทวดา (ผู้ชาย) เป็นแบบนี้ทุก ๆ วัดครับ เพราะผู้ชายเราประมาทถือว่าบุญบารมีมาก จึงไม่ค่อยให้ความสนใจ ขอเตือนนะครับว่า "อย่าประมาทกัน ชีวิตนี้สั้นนัก ความตายอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา แค่เพียงปลายจมูก" ผมเรียกร้องเหล่าเทวดาทั้งหลายเสียสละเวลาไปวัดประพฤติปฏิบัติธรรมอย่าให้อายเหล่านางฟ้าครับ อย่าเสียทีที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนา
:lol: :lol:


ไฟล์แนบ
S__3137561.jpg
S__3137561.jpg (134.85 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
S__3137560.jpg
S__3137560.jpg (137.56 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
เรานั่งพักดื่มน้ำเย็นกินของว่างที่ร้าน ๗-๑๑ ในปั๊ม ปตท.อยู่นานกว่าจะออกตัวได้ เรียกว่าเอาให้สบายใจหายเหนื่อย เมื่อเราออกเดินทางคิดว่าแดดจะร่มลมจะมา ไม่เลยแดดยังคงร้อนเหมือนเดิมเพียงแต่ลดองศาลงมาบ้าง เมื่อปั่นเข้าเขต อ.กุดชุม เราก็สอดส่ายสายตาหาที่พัก เจอ &quot;สบาย สบาย รีสอร์ท&quot; ถูกใจชื่อ ไม่รอช้าปั่นเข้าไปสอบถามและตรวจดูห้อง (กลัวจะเป็น โมเต็ล) สะอาดถูกใจคืนละ ๓๕๐ ตกลงทันที พูดถึงสนันราคาที่พัก ถ้ารัฐบาลหรือผู้ประกอบการจะหันมาให้ความสนใจ ปรับราคาให้เหมาะกับคนไทย (อย่าเอาราคาต่างชาติมาใช้กับคนไทยเลยครับ) ผมเชื่อว่าคนไทยจะเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น ทุกวันนี้อยากจะบอกว่า ไปเที่ยวเมืองนอกดีกว่าเพราะค่าโสหุ้ยพอ ๆ กัน ตัวแปรหลักก็คือค่าโรงแรมนี่แหละครับ <br /><br />เราได้ที่พักแล้วปลดสัมภาระ เตรียมออกเที่ยวในตัวอำเภอยามเย็น ตกลงกันว่ามื้อเย็นนี้เราหาอะไรมาทำกินกันให้อร่อย ๆ สักมื้อ เพราะไปอาศัยแต่ร้านอาหารก็ได้แต่ ผัดผัก ข้าวผัด น่าเบื่อมาก ๆ
เรานั่งพักดื่มน้ำเย็นกินของว่างที่ร้าน ๗-๑๑ ในปั๊ม ปตท.อยู่นานกว่าจะออกตัวได้ เรียกว่าเอาให้สบายใจหายเหนื่อย เมื่อเราออกเดินทางคิดว่าแดดจะร่มลมจะมา ไม่เลยแดดยังคงร้อนเหมือนเดิมเพียงแต่ลดองศาลงมาบ้าง เมื่อปั่นเข้าเขต อ.กุดชุม เราก็สอดส่ายสายตาหาที่พัก เจอ "สบาย สบาย รีสอร์ท" ถูกใจชื่อ ไม่รอช้าปั่นเข้าไปสอบถามและตรวจดูห้อง (กลัวจะเป็น โมเต็ล) สะอาดถูกใจคืนละ ๓๕๐ ตกลงทันที พูดถึงสนันราคาที่พัก ถ้ารัฐบาลหรือผู้ประกอบการจะหันมาให้ความสนใจ ปรับราคาให้เหมาะกับคนไทย (อย่าเอาราคาต่างชาติมาใช้กับคนไทยเลยครับ) ผมเชื่อว่าคนไทยจะเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น ทุกวันนี้อยากจะบอกว่า ไปเที่ยวเมืองนอกดีกว่าเพราะค่าโสหุ้ยพอ ๆ กัน ตัวแปรหลักก็คือค่าโรงแรมนี่แหละครับ

เราได้ที่พักแล้วปลดสัมภาระ เตรียมออกเที่ยวในตัวอำเภอยามเย็น ตกลงกันว่ามื้อเย็นนี้เราหาอะไรมาทำกินกันให้อร่อย ๆ สักมื้อ เพราะไปอาศัยแต่ร้านอาหารก็ได้แต่ ผัดผัก ข้าวผัด น่าเบื่อมาก ๆ
cat 145pg.JPG (247.25 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
cat 147pg.JPG
cat 147pg.JPG (611.5 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
cat 148pg.JPG
cat 148pg.JPG (661.78 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
แม่บ้านที่รีสอร์ท ได้แนะนำสถานที่ยามเย็นที่คนนิยมไปเที่ยวกัน ก็แถว ๆ ตัวอำเภอ สำหรับเย็นวันนั้นมีตลาดนัดด้วย ที่ตลาดนัดมีชาวบ้านมาเที่ยวซื้อหาจับจ่ายสิ่งของกัน นัยว่าเป็นวันที่สนุกวันหนึ่ง (แม่บ้านเล่าครับ) เราก็ไปตามคำบอก ที่ตัวอำเภอผมไปเห็นปราสาทรวงข้าว ทำให้นึกไปถึงที่กาฬสินธ์ ซึ่งพระท่านเล่าให้ฟังว่าจะมีหลาย ๆ จังหวัดมาว่าจ้างให้ไปสร้างให้ ท่านไปถึง จ.แม่ฮ่องสอน วันนั้นที่ อ.กุดชุม ได้เห็นปราสาทรวงข้าวทำให้นึกถึงท่าน สงสัยน่าจะเป็นฝีมือของทีมงานจาก กาฬสินธ์เสียเป็นแน่<br /><br />ประวัติอย่างย่อ ๆ ของ อ.กุดชุม เริ่มจากที่ ท่านพระครูปลัดปาเรสโก (ผั่น) เจ้าอาวาสวัดบ้านหนองหิน ตำบลหนองหิน อำเภอยโสธร เป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างวัดประชาชุมพลขึ้นมาพร้อมๆ กับการสร้างกิ่งอำเภอฯ และในระยะเวลาต่อมาหลังจากสร้างกิ่งอำเภอฯ แล้วเสร็จไม่นาน ท่านก็เป็นผู้ดำเนินการตั้งหลักเมืองให้เป็นศักดิ์ศรีแก่กิ่งอำเภอด้วย เมื่อสร้างกิ่งอำเภอฯ เสร็จแล้ว ร.ต.ท.พวง ศรีบุญลือ นายอำเภอยโสธร ก็รายงานผลไปยังกระทรวงมหาดไทย ขอแยกตำบลโนนเปือย ตำบลโพนงาม ตำบลกำแมด และตำบลไผ่ จากอำเภอยโสธร ตั้งขึ้นเป็นกิ่งอำเภอกุดชุม  ตามนามหมู่บ้านกุดชุม ซึ่งสถานที่ที่ตั้งกิ่งอำเภอฯ อยู่ใกล้ที่สุด <br /><br />ในที่สุดได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอกุดชุม เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2504 โดยทางราชการได้แต่งตั้งนายพิสุทธิ์ ฟังเสนาะ ปลัดอำเภอโทอำเภอยโสธรมาดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอโท ผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอกุดชุมคนแรก และเริ่มเปิดสถานที่ราชการติดต่อกับประชาชน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2504 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (นายกำจัด ผาติสุวัณณ) เป็นประธานกระทำพิธีเปิด กิ่งอำเภอกุดชุม ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อพุทธศักราช 2515 <br /><br />ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พุทธศักราช 2515 คณะปฏิวัติได้ประกาศยกฐานะอำเภอยโสธรขึ้นเป็นจังหวัดยโสธร อำเภอกุดชุมจึงเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นอยู่กับจังหวัดยโสธรตั้งแต่นั้นมา
แม่บ้านที่รีสอร์ท ได้แนะนำสถานที่ยามเย็นที่คนนิยมไปเที่ยวกัน ก็แถว ๆ ตัวอำเภอ สำหรับเย็นวันนั้นมีตลาดนัดด้วย ที่ตลาดนัดมีชาวบ้านมาเที่ยวซื้อหาจับจ่ายสิ่งของกัน นัยว่าเป็นวันที่สนุกวันหนึ่ง (แม่บ้านเล่าครับ) เราก็ไปตามคำบอก ที่ตัวอำเภอผมไปเห็นปราสาทรวงข้าว ทำให้นึกไปถึงที่กาฬสินธ์ ซึ่งพระท่านเล่าให้ฟังว่าจะมีหลาย ๆ จังหวัดมาว่าจ้างให้ไปสร้างให้ ท่านไปถึง จ.แม่ฮ่องสอน วันนั้นที่ อ.กุดชุม ได้เห็นปราสาทรวงข้าวทำให้นึกถึงท่าน สงสัยน่าจะเป็นฝีมือของทีมงานจาก กาฬสินธ์เสียเป็นแน่

ประวัติอย่างย่อ ๆ ของ อ.กุดชุม เริ่มจากที่ ท่านพระครูปลัดปาเรสโก (ผั่น) เจ้าอาวาสวัดบ้านหนองหิน ตำบลหนองหิน อำเภอยโสธร เป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างวัดประชาชุมพลขึ้นมาพร้อมๆ กับการสร้างกิ่งอำเภอฯ และในระยะเวลาต่อมาหลังจากสร้างกิ่งอำเภอฯ แล้วเสร็จไม่นาน ท่านก็เป็นผู้ดำเนินการตั้งหลักเมืองให้เป็นศักดิ์ศรีแก่กิ่งอำเภอด้วย เมื่อสร้างกิ่งอำเภอฯ เสร็จแล้ว ร.ต.ท.พวง ศรีบุญลือ นายอำเภอยโสธร ก็รายงานผลไปยังกระทรวงมหาดไทย ขอแยกตำบลโนนเปือย ตำบลโพนงาม ตำบลกำแมด และตำบลไผ่ จากอำเภอยโสธร ตั้งขึ้นเป็นกิ่งอำเภอกุดชุม ตามนามหมู่บ้านกุดชุม ซึ่งสถานที่ที่ตั้งกิ่งอำเภอฯ อยู่ใกล้ที่สุด

ในที่สุดได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอกุดชุม เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2504 โดยทางราชการได้แต่งตั้งนายพิสุทธิ์ ฟังเสนาะ ปลัดอำเภอโทอำเภอยโสธรมาดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอโท ผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอกุดชุมคนแรก และเริ่มเปิดสถานที่ราชการติดต่อกับประชาชน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2504 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (นายกำจัด ผาติสุวัณณ) เป็นประธานกระทำพิธีเปิด กิ่งอำเภอกุดชุม ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อพุทธศักราช 2515

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พุทธศักราช 2515 คณะปฏิวัติได้ประกาศยกฐานะอำเภอยโสธรขึ้นเป็นจังหวัดยโสธร อำเภอกุดชุมจึงเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นอยู่กับจังหวัดยโสธรตั้งแต่นั้นมา
cat 149pg.JPG (503.05 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
cat 150pg.JPG
cat 150pg.JPG (557.81 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
cat 152pg.JPG
cat 152pg.JPG (169.78 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
ปั่นเที่ยวชมเมืองจนจุใจตะวันตกดิน กลับรีสอร์ทที่พัก ประกอบอาหารมื้อเย็นทานกันเย็นวันนั้นมีต้มยำเต้าหู้ไข่ ผัดเห็ดรวม ข้าวร้อน ๆ อร่อยมาก ๆ ผมโชคดีอาหารมังสวิรัติ คุณนายถนัดมาก ๆ ทำอร่อยด้วยเวลาไปวัดทำถวายพระ พระท่านเอ่ยปากชมเสมอ ๆ <br /><br />รีสอร์ท สบาย สบาย หลังนี้สัปปายะ แยกส่วนเป็นเอกเทศ ก่อนนอนเราสองคนจึงทำวัตรเย็น (สวดมนต์) ภาวนาก่อนนอนได้อย่างไม่ต้องกังวล ๖๔ กม.เกือบ ๖๕ กม.ในสภาพอาการที่ร้อนระอุ เป็นสภาพที่หากร่างกายไม่พร้อมและไม่คุ้นเคยเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงมาก สภาวะลมแดดถึงตายต้องระมัดระวังครับ คืนนั้นหลับเป็นตายที่ภาษาฝรั่งเขาว่า Sleep like a log ก่อนจะนอนเราตกลงกันว่าตื่นเช้าเราจะไปทำบุญตักบาตรที่วัดกัน
ปั่นเที่ยวชมเมืองจนจุใจตะวันตกดิน กลับรีสอร์ทที่พัก ประกอบอาหารมื้อเย็นทานกันเย็นวันนั้นมีต้มยำเต้าหู้ไข่ ผัดเห็ดรวม ข้าวร้อน ๆ อร่อยมาก ๆ ผมโชคดีอาหารมังสวิรัติ คุณนายถนัดมาก ๆ ทำอร่อยด้วยเวลาไปวัดทำถวายพระ พระท่านเอ่ยปากชมเสมอ ๆ

รีสอร์ท สบาย สบาย หลังนี้สัปปายะ แยกส่วนเป็นเอกเทศ ก่อนนอนเราสองคนจึงทำวัตรเย็น (สวดมนต์) ภาวนาก่อนนอนได้อย่างไม่ต้องกังวล ๖๔ กม.เกือบ ๖๕ กม.ในสภาพอาการที่ร้อนระอุ เป็นสภาพที่หากร่างกายไม่พร้อมและไม่คุ้นเคยเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงมาก สภาวะลมแดดถึงตายต้องระมัดระวังครับ คืนนั้นหลับเป็นตายที่ภาษาฝรั่งเขาว่า Sleep like a log ก่อนจะนอนเราตกลงกันว่าตื่นเช้าเราจะไปทำบุญตักบาตรที่วัดกัน
cat 151pg.JPG (143.67 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
cat 153pg.JPG
cat 153pg.JPG (237.7 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
cat 154pg.JPG
cat 154pg.JPG (294.56 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
cat 157pg.JPG
cat 157pg.JPG (772.52 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
รุ่งเช้าเราปั่นออกไปที่ถนนใหญ่เพื่อหาพระใส่บาตร (คุณนายเตรียมอาหารแห้งไว้แต่ตอนเย็น) ปรากฏไม่พบพระเดินบิณฑบาตรครับ อาจจะสายไปหรือไม่ใช่เขตที่ท่านจะเดิน แต่โชคดียังเป็นของเราเราเห็นวัดป้ายบอกว่า &quot;วัดประชาชุมพล&quot; ไม่รอช้ารีบปั่นเข้าไปในวัด โชคดีมาก ๆ พระท่านกำลังจะออกไปโปรดญาติโยมที่มารับนิมนต์ไปฉันที่บ้าน เราจึงได้ใส่บาตรตามเจตนา ท่านเมตตาเรามากได้สอบถามและสนทนากับเรา ทราบว่าที่วัดมีท่านจำพรรษาอยู่องค์เดียว เคยมีพระหลาย ๆ องค์ที่มาขอร่วมจำพรรษาด้วย ท่านเล่าต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมาก ๆ เพราะพระเดี๋ยวนี้มันมีแต่ &quot;แพะ&quot; มาอาศัยวัดเพื่อทำมาหากิน บ้างก็ติดยา ที่ดี ๆ ก็บวชเพื่อแก้บน บวชตามประเพณี จะหาที่ศรัทธาบวชเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนายากไม่มีเลย <br /><br />ที่วัดนี้นอกจากจะเป็นวัดแล้วยังมีโรงเรียนที่มาอาศัยวัดอยู่ ไม่ใช่เป็นโรงเรียนของรัฐ หลวงพ่อท่านอุปถัมป์สร้างอาคารต่าง ๆ ให้ ครูได้เล่าให้ฟังทุกสิ่งทุกอย่างด้วยเมตตาของพระแทบทั้งสิ้น น่าทึ่งมาก ๆ คุณนายรู้สึกได้ว่าคุณเธอมีความสุขมาก ๆ วิญญาณครูที่สิงในร่างยังไม่จางหาย แม้จะลาออกมาแล้ว สนทนากับคุณครูและเดินชมอาคารสถานที่ เจอะเจอนักเรียนที่กำลังมาโรงเรียน ผู้ปกครองที่มาส่งนักเรียน สัมผัสได้ว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ได้รับความนิยมของคน อ.กุดชุม แน่นอน <br /><br />ใครท่านใดที่มีโอกาสผ่านไปขอเรียนเชิญแวะชมให้กำลังใจกันครับ ชีวิตผมทราบข่าวเรื่องที่พระให้ความอุปถัมป์ค้ำจุนการศึกษามานาน แต่ไม่เคยสัมผัสคราวนี้ได้มาเห็นกับตาได้มาพบความจริง &quot;อึ้ง&quot; ครับไม่น่าเชื่ออานุภาพแห่ง ศีล ยิ่งใหญ่จริง ๆ หลวงพ่อท่านหากไม่ใช่เพราะท่านมี ศีลอันบริสุทธิ์ท่านจะไม่มีทางที่อุปถัมป์ค้ำจุนให้โรงเรียนนี้อยู่ได้ดังเช่นที่เห็น เรื่องลึก ๆ ที่ไม่ควรเล่าให้เศร้าใจ ใครอยากรู้อยากทราบไปค้นหากันครับ &quot;สยามเมืองยิ้ม(กะลาแลนด์)&quot; มีอะไรแปลก ๆ ให้พบเห็นแทรกเป็นยาดำเสมอ ๆ กราบองค์หลวงพ่อปีนี้ท่าน ๘๐ กว่าแล้ว ยังแข็งแรง ท่านใดมีศรัทธาอยากจะไปช่วยท่านรีบไปครับ.
รุ่งเช้าเราปั่นออกไปที่ถนนใหญ่เพื่อหาพระใส่บาตร (คุณนายเตรียมอาหารแห้งไว้แต่ตอนเย็น) ปรากฏไม่พบพระเดินบิณฑบาตรครับ อาจจะสายไปหรือไม่ใช่เขตที่ท่านจะเดิน แต่โชคดียังเป็นของเราเราเห็นวัดป้ายบอกว่า "วัดประชาชุมพล" ไม่รอช้ารีบปั่นเข้าไปในวัด โชคดีมาก ๆ พระท่านกำลังจะออกไปโปรดญาติโยมที่มารับนิมนต์ไปฉันที่บ้าน เราจึงได้ใส่บาตรตามเจตนา ท่านเมตตาเรามากได้สอบถามและสนทนากับเรา ทราบว่าที่วัดมีท่านจำพรรษาอยู่องค์เดียว เคยมีพระหลาย ๆ องค์ที่มาขอร่วมจำพรรษาด้วย ท่านเล่าต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมาก ๆ เพราะพระเดี๋ยวนี้มันมีแต่ "แพะ" มาอาศัยวัดเพื่อทำมาหากิน บ้างก็ติดยา ที่ดี ๆ ก็บวชเพื่อแก้บน บวชตามประเพณี จะหาที่ศรัทธาบวชเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนายากไม่มีเลย

ที่วัดนี้นอกจากจะเป็นวัดแล้วยังมีโรงเรียนที่มาอาศัยวัดอยู่ ไม่ใช่เป็นโรงเรียนของรัฐ หลวงพ่อท่านอุปถัมป์สร้างอาคารต่าง ๆ ให้ ครูได้เล่าให้ฟังทุกสิ่งทุกอย่างด้วยเมตตาของพระแทบทั้งสิ้น น่าทึ่งมาก ๆ คุณนายรู้สึกได้ว่าคุณเธอมีความสุขมาก ๆ วิญญาณครูที่สิงในร่างยังไม่จางหาย แม้จะลาออกมาแล้ว สนทนากับคุณครูและเดินชมอาคารสถานที่ เจอะเจอนักเรียนที่กำลังมาโรงเรียน ผู้ปกครองที่มาส่งนักเรียน สัมผัสได้ว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ได้รับความนิยมของคน อ.กุดชุม แน่นอน

ใครท่านใดที่มีโอกาสผ่านไปขอเรียนเชิญแวะชมให้กำลังใจกันครับ ชีวิตผมทราบข่าวเรื่องที่พระให้ความอุปถัมป์ค้ำจุนการศึกษามานาน แต่ไม่เคยสัมผัสคราวนี้ได้มาเห็นกับตาได้มาพบความจริง "อึ้ง" ครับไม่น่าเชื่ออานุภาพแห่ง ศีล ยิ่งใหญ่จริง ๆ หลวงพ่อท่านหากไม่ใช่เพราะท่านมี ศีลอันบริสุทธิ์ท่านจะไม่มีทางที่อุปถัมป์ค้ำจุนให้โรงเรียนนี้อยู่ได้ดังเช่นที่เห็น เรื่องลึก ๆ ที่ไม่ควรเล่าให้เศร้าใจ ใครอยากรู้อยากทราบไปค้นหากันครับ "สยามเมืองยิ้ม(กะลาแลนด์)" มีอะไรแปลก ๆ ให้พบเห็นแทรกเป็นยาดำเสมอ ๆ กราบองค์หลวงพ่อปีนี้ท่าน ๘๐ กว่าแล้ว ยังแข็งแรง ท่านใดมีศรัทธาอยากจะไปช่วยท่านรีบไปครับ.
cat 158pg.JPG (712 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :) อรุณสวัสดิ์ท่านเคารพทุกท่าน เช้าวันนี้ผมภูมิใจที่จะนำเสนอชีวิตของนางฟ้าคนหนึ่ง ที่เธอไม่ได้ร่ำรวยหรืออยู่สุขสบายอะไรอย่างใด แต่เธอมีความคิดอยู่ในครรลองของคำสอนทางพุทธศาสนา คือ เห็นถูก คิดถูก พูดถูก ทำถูก เลี้ยงชีพถูก และเพียรถูก ชีวิตที่เกิดมาจึงดูมีคุณค่าน่ายกย่องสรรเสริญและนำมาเป็นแบบอย่าง ที่กล่าวมาเรียกว่าเธอกระทำตนเป็นกลาง ๆ ประคองชีวิตไม่ให้ตกต่ำ อาจจะกล่าวได้ว่าเดินสายกลางซึ่งพระพุทธองค์สอนไว้แล้วใน มรรคมีองค์ ๘

:idea: :idea: มรรคมีองค์แปด (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) มรรค (สันสกฤต: มรฺค; บาลี: มคฺค) คือ หนทางสู่ความดับทุกข์ เป็นหนึ่งในอริยสัจ ๔ จึงเรียกอีกอย่างว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา หรือการลงมือปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์ ประกอบด้วยองค์ประกอบ ๘ ประการ

ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เป็นทางสายกลาง คือเป็นข้อปฏิบัติอันพอดีที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้น

ตามวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าทรงอธิบายรายละเอียดไว้ดังนี้

๑.สัมมาทิฐิ (ความเห็นที่ถูกต้อง) หมายถึง ความรู้ในอริยสัจ ๔
๒.สัมมาสังกัปปะ (ความคิดที่ถูกต้อง) หมายถึง ความคิดในการออกจากกาม ความไม่พยาบาท และการไม่เบียดเบียน
๓.สัมมาวาจา (วาจาที่ถูกต้อง) หมายถึง การเว้นจากการพูดเท็จ หยาบคาย ส่อเสียด และเพ้อเจ้อ
๔.สัมมากัมมันตะ (การปฏิบัติที่ถูกต้อง) หมายถึง เจตนาละเว้นจากการฆ่า โจรกรรม และการประพฤติผิดในกาม
๕.สัมมาอาชีวะ (การหาเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง) หมายถึง การเว้นจากมิจฉาชีพ
๖.สัมมาวายามะ (ความเพียรที่ถูกต้อง) หมายถึง สัมมัปปธาน ๔ คือ ความพยายามป้องกันอกุศลที่ยังไม่เกิด ละอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ทำกุศลที่ยังไม่เกิด และดำรงรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว
๗.สัมมาสติ (การมีสติที่ถูกต้อง) หมายถึง สติปัฏฐาน ๔
๘.สัมมาสมาธิ (การมีสมาธิที่ถูกต้อง) หมายถึง ฌาน ๔

เมื่อเทียบกับหลักไตรสิกขา องค์มรรคข้อ ๑-๒ เป็นปัญญา ข้อ ๓-๔-๕ เป็นศีล และข้อ ๖-๗-๘ เป็นสมาธิ
:idea: :idea:
ไฟล์แนบ
S__36929556.jpg
S__36929556.jpg (50.48 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
หลังจากที่ใส่บาตรและเยี่ยมชมโรงเรียนได้สิ่งดี ๆ ประทับใจก็ถึงเวลาอำลาเพื่อกลับที่พัก ที่ปากทางเข้าวัดมองแต่ไกลจะเห็นล้อเข็นเล็ก ๆ มีป้ายอ่านได้ว่า &quot;ข้าวจี่&quot; มายโสธร คราวนี้บอกตรง ๆ ผมชอบทานข้าจี่มาก มันอร่อยไม่เหมือนที่ใดเลย (แปลกแต่จริง) เช่นกันเช้าวันนั้นผมตรงดิ่งไปที่ล้อเข็น มีโอกาสสนทนากับแม่ค้า โชคดีจริง ๆ ได้ทราบเกร็ดชีวิตที่สวยงามของเธอเลยขออนุญาตุเธอว่า &quot;จะนำไปเล่าให้คนอื่น ๆ ฟังเพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นกำลังใจน๊ะ&quot; เธอยิ้ม ๆ เหมือนจะถามว่า &quot;จริงเหรอ&quot; ประมาณนั้น ๕๕๕.
หลังจากที่ใส่บาตรและเยี่ยมชมโรงเรียนได้สิ่งดี ๆ ประทับใจก็ถึงเวลาอำลาเพื่อกลับที่พัก ที่ปากทางเข้าวัดมองแต่ไกลจะเห็นล้อเข็นเล็ก ๆ มีป้ายอ่านได้ว่า "ข้าวจี่" มายโสธร คราวนี้บอกตรง ๆ ผมชอบทานข้าจี่มาก มันอร่อยไม่เหมือนที่ใดเลย (แปลกแต่จริง) เช่นกันเช้าวันนั้นผมตรงดิ่งไปที่ล้อเข็น มีโอกาสสนทนากับแม่ค้า โชคดีจริง ๆ ได้ทราบเกร็ดชีวิตที่สวยงามของเธอเลยขออนุญาตุเธอว่า "จะนำไปเล่าให้คนอื่น ๆ ฟังเพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นกำลังใจน๊ะ" เธอยิ้ม ๆ เหมือนจะถามว่า "จริงเหรอ" ประมาณนั้น ๕๕๕.
cat 159pg.JPG (243.13 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
cat 155pg.JPG
cat 155pg.JPG (324.5 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
เอาอย่างย่อ ๆ นะครับ เธอแต่งงานและไปอยู่กับสามีที่ จ.นครพนม มีลูกชายสองคน สามีเป็นคนขี้เหล้าเมายาไม่ทำมาหากิน ชีวิตฝืดเคืองคับแค้นมาก ไม่รู้จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรหนีไปอยู่กรุงเทพ ไปได้อาชีพคือขายข้าวจี่ ด้วยความทรหดอดทนก็พอเอาชีวิตรอด สงสารลูกและสามีกลับมานครพนมและเริ่มขายข้าวจี่ ก็ขายดีมากชีวิตดีขึ้นแต่สามีและลูก ๆ ไม่เป็นใจ พากันติดเหล้าไม่ทำมาหากิน ในที่สุดตัดสินใจแยกทางกับสามีหอบลูกหนีมาอยู่ที่ กุดชุม ยโสธร ประคับประคองลูกสองคน คิดว่าจะนำพาชีวิตลูกกลับคืนมาได้อย่างไร สุดท้ายคิดได้เหลืออยู่ทางเดียวคือต้องหันหน้าเข้าพึ่งธรรมะ<br /><br />เธอปฏิบัติธรรม รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา เป็นจิตอาสาไปช่วยงานการกุศลต่าง ๆ จากจิตใจที่ร้อนรุ่มกลายมาเป็นเยือกเย็น รู้สึกได้ว่าผ่อนคลาย สำหรับลูกนั้นเมื่อเห็นแม่เดินทางเข้าวัด รักษาศีล ทำภาวนา และมีโอกาสไปส่งแม่ไปวัดได้เห็นสังคมที่เขาทำบุญ ทำกุศล เกิดมีพฤติกรรมที่เริ่มเปลี่ยนแปลง ลดการดื่มสุรา รู้จักหางานทำตั้งใจในการทำงานมากขึ้น <br /><br />เธอกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่าถ้าเราหันหน้าเข้าพึ่งธรรมะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นแต่ก่อนนั้นเมื่อทุกข์ใจเธอก็หันไปพึ่งสิ่งเร้าต่าง ๆ เช่น สุราบ้าง การพนันบ้าง ยิ่งเพิ่มทุกข์มากขึ้น สุขหรือสนุกก็ช่วงที่กำลังอยู่กับมัน พอหมดเวลาก็กลับมาทุกข์หนักกว่าเก่า เมื่อตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่สายธรรมแล้ว ฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง สวดมนต์ทำภาวนา อธิษฐานจิต แผ่เมตตา จิตใจก็เริ่มสบายคลายความทุกข์ได้ ทุกวันนี้อยู่ไปตามทำนองคลองธรรม ประคองชีวิตไม่ให้ตกต่ำ เช้าขายข้าวจี่ สาย ๆ ไปช่วยงานสาธารณะเป็นจิตอาสา งานบุญที่ไหนเอาแรงกายไปเป็นบุญ ปัจจัยที่มีทำตามกำลัง ลูกทุกวันนี้ดีขึ้นมาก รู้จักทำมาหากินลดเรื่องเลวร้ายไปได้ระดับหนึ่ง ก็ภูมิใจที่สามารถฟันฟ่าอุปสรรคชีวิตมาจนถึงวันนี้ <br /><br />ทุกวันนี้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ไม่ได้เป็นหนี้ใคร ขายข้าวจี่ไม่น่าเชือครับกำไรวันนึงไม่ต่ำ ๕-๖๐๐ บ.ผมคิดนะครับว่าเธอมีบุญมีวาสนาที่มาพบพระสัทธรรมเรียกว่ามีดวงตาเห็นธรรม จึงกลับตัวกลับใจเชื่อในคำสอนที่ว่า &quot;คิดดี ทำดี พูดดี&quot; ในช่วงที่สนทนากันไม่มีคำใดที่จะเป็นคำไม่ดีหลุดออกจากปากเธอเลย...สุดยอดครับขอชื่นชม
เอาอย่างย่อ ๆ นะครับ เธอแต่งงานและไปอยู่กับสามีที่ จ.นครพนม มีลูกชายสองคน สามีเป็นคนขี้เหล้าเมายาไม่ทำมาหากิน ชีวิตฝืดเคืองคับแค้นมาก ไม่รู้จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรหนีไปอยู่กรุงเทพ ไปได้อาชีพคือขายข้าวจี่ ด้วยความทรหดอดทนก็พอเอาชีวิตรอด สงสารลูกและสามีกลับมานครพนมและเริ่มขายข้าวจี่ ก็ขายดีมากชีวิตดีขึ้นแต่สามีและลูก ๆ ไม่เป็นใจ พากันติดเหล้าไม่ทำมาหากิน ในที่สุดตัดสินใจแยกทางกับสามีหอบลูกหนีมาอยู่ที่ กุดชุม ยโสธร ประคับประคองลูกสองคน คิดว่าจะนำพาชีวิตลูกกลับคืนมาได้อย่างไร สุดท้ายคิดได้เหลืออยู่ทางเดียวคือต้องหันหน้าเข้าพึ่งธรรมะ

เธอปฏิบัติธรรม รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา เป็นจิตอาสาไปช่วยงานการกุศลต่าง ๆ จากจิตใจที่ร้อนรุ่มกลายมาเป็นเยือกเย็น รู้สึกได้ว่าผ่อนคลาย สำหรับลูกนั้นเมื่อเห็นแม่เดินทางเข้าวัด รักษาศีล ทำภาวนา และมีโอกาสไปส่งแม่ไปวัดได้เห็นสังคมที่เขาทำบุญ ทำกุศล เกิดมีพฤติกรรมที่เริ่มเปลี่ยนแปลง ลดการดื่มสุรา รู้จักหางานทำตั้งใจในการทำงานมากขึ้น

เธอกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่าถ้าเราหันหน้าเข้าพึ่งธรรมะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นแต่ก่อนนั้นเมื่อทุกข์ใจเธอก็หันไปพึ่งสิ่งเร้าต่าง ๆ เช่น สุราบ้าง การพนันบ้าง ยิ่งเพิ่มทุกข์มากขึ้น สุขหรือสนุกก็ช่วงที่กำลังอยู่กับมัน พอหมดเวลาก็กลับมาทุกข์หนักกว่าเก่า เมื่อตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่สายธรรมแล้ว ฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง สวดมนต์ทำภาวนา อธิษฐานจิต แผ่เมตตา จิตใจก็เริ่มสบายคลายความทุกข์ได้ ทุกวันนี้อยู่ไปตามทำนองคลองธรรม ประคองชีวิตไม่ให้ตกต่ำ เช้าขายข้าวจี่ สาย ๆ ไปช่วยงานสาธารณะเป็นจิตอาสา งานบุญที่ไหนเอาแรงกายไปเป็นบุญ ปัจจัยที่มีทำตามกำลัง ลูกทุกวันนี้ดีขึ้นมาก รู้จักทำมาหากินลดเรื่องเลวร้ายไปได้ระดับหนึ่ง ก็ภูมิใจที่สามารถฟันฟ่าอุปสรรคชีวิตมาจนถึงวันนี้

ทุกวันนี้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ไม่ได้เป็นหนี้ใคร ขายข้าวจี่ไม่น่าเชือครับกำไรวันนึงไม่ต่ำ ๕-๖๐๐ บ.ผมคิดนะครับว่าเธอมีบุญมีวาสนาที่มาพบพระสัทธรรมเรียกว่ามีดวงตาเห็นธรรม จึงกลับตัวกลับใจเชื่อในคำสอนที่ว่า "คิดดี ทำดี พูดดี" ในช่วงที่สนทนากันไม่มีคำใดที่จะเป็นคำไม่ดีหลุดออกจากปากเธอเลย...สุดยอดครับขอชื่นชม
cat 156pg.JPG (720.7 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
cat 158pg.JPG
cat 158pg.JPG (722.14 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
cat 160pg.JPG
cat 160pg.JPG (710.65 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
cat 161pg.JPG
cat 161pg.JPG (858.82 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
cat 162pg.JPG
cat 162pg.JPG (634.83 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
คุยกับแม่ค้าข้าวจี่อยู่เป็นนานสองนาน ฟังเรื่องราวที่น่าประทับใจพร้อมทั้งกินข้าวจี่ไปด้วย กินขณะร้อน ๆ มันยิ่งอร่อยครับ สุดท้ายเมื่อถึงเวลาก็ต้องอำลาจากกัน เราต่างอวยพรให้กันและกัน และขอเป็นกำลังใจให้แม่ค้าพบแต่ความสุข ได้ดวงตาเห็นธรรมเจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น กลับมาถึงที่พักคุณนายก็ประกอบอาหารเล็กน้อย อาหารเช้าเสร็จก็เก็บสัมภาระเข้าที่เริ่มออกเดินทางกว่าจะออกได้ก็สายมากแล้ว<br /><br />เป้าหมายเช้าวันที่ ๕ ของการเดินทางคือวัดภูถ้ำพระครับ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่พอสมควร แต่ช่วงที่เราสองคนเข้าไปถึงแดดร้อนเปรี้ยง ไม่มีกะจิตกะใจที่จะเดินชมคงนั่งหลบร้อนอยู่ใต้ร่มไม้ชายคา
คุยกับแม่ค้าข้าวจี่อยู่เป็นนานสองนาน ฟังเรื่องราวที่น่าประทับใจพร้อมทั้งกินข้าวจี่ไปด้วย กินขณะร้อน ๆ มันยิ่งอร่อยครับ สุดท้ายเมื่อถึงเวลาก็ต้องอำลาจากกัน เราต่างอวยพรให้กันและกัน และขอเป็นกำลังใจให้แม่ค้าพบแต่ความสุข ได้ดวงตาเห็นธรรมเจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น กลับมาถึงที่พักคุณนายก็ประกอบอาหารเล็กน้อย อาหารเช้าเสร็จก็เก็บสัมภาระเข้าที่เริ่มออกเดินทางกว่าจะออกได้ก็สายมากแล้ว

เป้าหมายเช้าวันที่ ๕ ของการเดินทางคือวัดภูถ้ำพระครับ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่พอสมควร แต่ช่วงที่เราสองคนเข้าไปถึงแดดร้อนเปรี้ยง ไม่มีกะจิตกะใจที่จะเดินชมคงนั่งหลบร้อนอยู่ใต้ร่มไม้ชายคา
cat 163pg.JPG (808.54 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
ได้พบหลวงพ่อลายอดีตเจ้าอาวาส ปัจจุบันได้สละความเป็นเจ้าอาวาสให้พระลูกศิษย์มาทำหน้าที่ ส่วนองค์ท่านเร่งเจริญภาวนา จากการสังเกตุท่านมีฤทธิ์มีเดชพอสมควร ท่านมีเมตตากับเราสองคนมาก ท่านเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง จุดที่น่าสนใจคือ บริเวณถ้ำพระนี้เป็นบริเวณที่สัปปายะสำหรับองค์ท่าน ยามกลางวันแดดจะเผาหินผารอบบริเวณวัดช่วงกลางคืน จะคลายความร้อน ตรงนี้ท่านกล่าวว่า &quot;มันเป็นเหมือนโอสถที่มาเผารักษาโรค&quot; ตัวองค์ท่านมีอาการเท้าชา มือชา ปวดหัวปวดตัว ท่านรักษามาหลาย ๆ หมอก็ไม่หายตระเวณไปหาที่อยู่แทบทุกทิศทั่วไทย โรคที่ท่านเป็นก็ไม่หาย ตราบที่มาจำพรรษาที่วัดถ้ำภูพระแห่งนี้ ปรากฏว่าโรคต่าง ๆ ไม่เยี่ยมกรายมาเยือนอีกเลย และท่านได้แนะนำญาติโยมที่เป็นโรคประเภทเดียวกันนี้ ให้ขึ้นมาภาวนา รักษาศีล และรับไอร้อนจากหินศิลาของภูถ้ำพระ ปรากฏว่าได้ผลดี หายจากโรคภัยไข้เจ็บแทบจะทุกราย
ได้พบหลวงพ่อลายอดีตเจ้าอาวาส ปัจจุบันได้สละความเป็นเจ้าอาวาสให้พระลูกศิษย์มาทำหน้าที่ ส่วนองค์ท่านเร่งเจริญภาวนา จากการสังเกตุท่านมีฤทธิ์มีเดชพอสมควร ท่านมีเมตตากับเราสองคนมาก ท่านเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง จุดที่น่าสนใจคือ บริเวณถ้ำพระนี้เป็นบริเวณที่สัปปายะสำหรับองค์ท่าน ยามกลางวันแดดจะเผาหินผารอบบริเวณวัดช่วงกลางคืน จะคลายความร้อน ตรงนี้ท่านกล่าวว่า "มันเป็นเหมือนโอสถที่มาเผารักษาโรค" ตัวองค์ท่านมีอาการเท้าชา มือชา ปวดหัวปวดตัว ท่านรักษามาหลาย ๆ หมอก็ไม่หายตระเวณไปหาที่อยู่แทบทุกทิศทั่วไทย โรคที่ท่านเป็นก็ไม่หาย ตราบที่มาจำพรรษาที่วัดถ้ำภูพระแห่งนี้ ปรากฏว่าโรคต่าง ๆ ไม่เยี่ยมกรายมาเยือนอีกเลย และท่านได้แนะนำญาติโยมที่เป็นโรคประเภทเดียวกันนี้ ให้ขึ้นมาภาวนา รักษาศีล และรับไอร้อนจากหินศิลาของภูถ้ำพระ ปรากฏว่าได้ผลดี หายจากโรคภัยไข้เจ็บแทบจะทุกราย
cat 164pg.JPG (301.13 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
cat 165pg.JPG
cat 165pg.JPG (658.92 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
cat 166pg.JPG
cat 166pg.JPG (889.8 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
cat 167pg.JPG
cat 167pg.JPG (312.28 KiB) เข้าดูแล้ว 929 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน จากภูถ้ำพระแล้วเส้นทางสายนี้ยังมีคงมีสถานที่ ๆ อีกหลาย ๆ ที่ที่ควรแวะไปเยี่ยมชม แต่สถานที่ห่างกันพอสมควรประกอบกับอากาศที่ร้อนมาก ๆ เราจึงตัดความอยาก พิจารณาเอาจุดที่เป็น Highlight ที่ผมวางแผนคร่าว ๆ ไว้ และสำหรับค่ำคืนนี้คุณนายหมายตาที่จะให้ถึง อ.เลิงนกทา ก็คงต้องเป็นไปตามนั้น ช่วงที่เราอำลาจากภูถ้ำพระย้อนกลับมาถนนใหญ่ ปั่นผ่านวัดใหญ่ร่มรื่นมองเข้าไปเย็นตาเย็นใจ แต่เมื่อเราแวะเข้าไปสำหรับผมผิดหวังนิด ๆ เนื่องจากสายตาไปเจอเข้ากับ พระพิฆเนศ ฯ ซึ่งจิตที่มีหน้าที่คิดมันก็คิดปรุงแต่ง ทำให้เกิดอคติขาดสติตำหนิในใจ โชคดีที่เราฝึกมาดีจึงไม่ให้เกิดอกุศลทางกรรมวาจา คงให้ผ่านไปแต่มาเสียดายทำไมต้องเอามาผสมปนเปกัน หรือหวังดึงดูด "เงิน" โอ....?? อคติที่เกิดจึงทำให้พลาดอีกหลาย ๆ สิ่ง เราเข้าไปแค่อาศัยหลบร้อนเพื่อเติมพลังนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วก็ออกเดินทางต่อ :lol: :lol:

:D :D เรามุ่งหน้าสู่ อ.เลิงนกทา โดยความตั้งใจจริงของผมเป้าหมายอยากจะมาที่ โบถส์คริสจักรไม้ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นสถานที่ Unseen ด้วย ช่วงที่ปั่นมุ่งหน้าเข้า อ.เลิงนกทา ผมลืมสนิทใจว่าจะแวะเยี่ยมชมโบถส์ แต่ท่านเชื่อหรือไม่ยังคงมีสิ่งที่มาสะกิดใจให้พบ ได้พบป้ายข้างทางบอกว่าใกล้ถึงโบถส์แล้ว เตือนสติให้ผมรำลึกถึงเป้าหมายของตนเอง รีบบอกคุณนายให้แวะด้วย แต่ก่อนสมัยเด็กผมได้ศึกษาพระคัมภีร์ จนเกือบจะได้รับศีลเข้าเป็นศาสนิกชนแล้ว คำสอนนั้นผมยังจำได้หลายบทหลายตอนถึงทุกวันนี้ เช้านี้ขอตอบแทนพระคุณด้วยการนำภาพยนต์เกี่ยวกับพระเยชูคริสต์มาให้ท่านผู้มีเกียรติที่สนใจได้เข้าศึกษาและชมฟังคำสอนของพระเยซูท่าน เรียนเชิญนะครับ มันจะยาวสักนิดแต่ถือว่าคุ้มค่าเราจะได้กว้างไกลเพิ่มเติมสติปัญญา ไม่คับแคบเรียกว่า "รู้เขารู้เรา" :idea: :idea:

ไฟล์แนบ
S__38453267.jpg
S__38453267.jpg (175.65 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
วัดอัครเทวดามีคาแอล ซ่งแย้ วัดอัครเทวดามีคาแอล ซ่งแย้ (ละติน: Ecclesia Sancti Michaelis; อังกฤษ: St. Michael's Church, Songyae) หรือ วัดซ่งแย้ เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งหนึ่งในจังหวัดยโสธร โบสถ์มีรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย และเป็นโบสถ์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายหลังได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนอินไทยแลนด์ประเภทมุมมองใหม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์<br /><br />ประวัติ  พ.ศ. ๒๔๕๑ มีชาวบ้านห้าครอบครัวถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบต่างคนต่างอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านหนองซ่งแย้ (แปลว่าที่อยู่ของแย้) พวกเขาถูกทำร้ายและถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน ชาวบ้านห้าครอบครัวจึงอับจนหนทาง และได้เดินทางไปหาบาทหลวงเดซาแวลและบาทหลวงออมโบรซีโอที่บ้านเซซ่ง ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร เพื่อให้บาทหลวงทั้งสองช่วยขับไล่ปอบ บาทหลวงทั้งสองจึงเดินทางมาช่วยเหลือชาวบ้านห้าครอบครัวในหมู่บ้านหนองซ่งแย้ด้วยความเต็มใจ เมื่อสถานการณ์สงบลงชาวบ้านห้าครอบครัวนี้จึงเข้ารีตโรมันคาทอลิก บาทหลวงเดซาแวลและบาทหลวงออมโบรซีโอจึงสร้างวัดซ่งแย้ในปี พ.ศ. ๒๔๕๒ โดยมีบาทหลวงเดซาแวลเป็นอธิการโบสถ์คนแรก<br /><br />เบื้องต้น อาคารหลักของโบสถ์มีสภาพเป็นกระต๊อบขนาดน้อย ไม้ฝาขัดแตะสำหรับให้บาทหลวงอยู่และใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ปัจจุบันโบสถ์ปัจจุบันเป็นโบสถ์หลังที่สามเพื่อรองรับศาสนิกชนที่เพิ่มจำนวนขึ้น สร้างในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ โดยมีชาวบ้านร่วมใจตัดไม้ที่อยู่ละแวกบ้าน อาทิ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้สัก ไม้จิก โดยมีช่างจากจังหวัดอุบลราชธานีคอยควบคุมงาน มีการปรับปรุงช่องแสงประดับกระจกสีสวยงามแปลกตา โดยโบสถ์มีสถาปัตยกรรมไทย กว้าง๑๖ เมตร ยาว ๕๗ เมตร ใช้แผ่นไม้มุงหลังคา ๘๐,๐๐ แผ่น มีเสารองรับ ๓๖๐ ต้น เสาในแถวกลางมี ๒๖๐ ต้น สูงจากพื้นดินกว่า ๑๐ เมตร พื้นแผ่นกระดานเป็นไม้แดงและไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ม้านั่งไม้จุคนได้กว่าพันคน และมีพิธีเสกโบสถ์ในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ส่วนหอระฆังสูงสร้างแบบวัดไทยพุทธทั่วไป เพราะแยกต่างหากจากโบสถ์ ส่วนระฆังโบสถ์มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ ฟุต นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เดซาแวล และโรงเรียนซ่งแย้พิทยาคม (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
วัดอัครเทวดามีคาแอล ซ่งแย้ วัดอัครเทวดามีคาแอล ซ่งแย้ (ละติน: Ecclesia Sancti Michaelis; อังกฤษ: St. Michael's Church, Songyae) หรือ วัดซ่งแย้ เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งหนึ่งในจังหวัดยโสธร โบสถ์มีรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย และเป็นโบสถ์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายหลังได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนอินไทยแลนด์ประเภทมุมมองใหม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ประวัติ พ.ศ. ๒๔๕๑ มีชาวบ้านห้าครอบครัวถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบต่างคนต่างอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านหนองซ่งแย้ (แปลว่าที่อยู่ของแย้) พวกเขาถูกทำร้ายและถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน ชาวบ้านห้าครอบครัวจึงอับจนหนทาง และได้เดินทางไปหาบาทหลวงเดซาแวลและบาทหลวงออมโบรซีโอที่บ้านเซซ่ง ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร เพื่อให้บาทหลวงทั้งสองช่วยขับไล่ปอบ บาทหลวงทั้งสองจึงเดินทางมาช่วยเหลือชาวบ้านห้าครอบครัวในหมู่บ้านหนองซ่งแย้ด้วยความเต็มใจ เมื่อสถานการณ์สงบลงชาวบ้านห้าครอบครัวนี้จึงเข้ารีตโรมันคาทอลิก บาทหลวงเดซาแวลและบาทหลวงออมโบรซีโอจึงสร้างวัดซ่งแย้ในปี พ.ศ. ๒๔๕๒ โดยมีบาทหลวงเดซาแวลเป็นอธิการโบสถ์คนแรก

เบื้องต้น อาคารหลักของโบสถ์มีสภาพเป็นกระต๊อบขนาดน้อย ไม้ฝาขัดแตะสำหรับให้บาทหลวงอยู่และใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ปัจจุบันโบสถ์ปัจจุบันเป็นโบสถ์หลังที่สามเพื่อรองรับศาสนิกชนที่เพิ่มจำนวนขึ้น สร้างในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ โดยมีชาวบ้านร่วมใจตัดไม้ที่อยู่ละแวกบ้าน อาทิ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้สัก ไม้จิก โดยมีช่างจากจังหวัดอุบลราชธานีคอยควบคุมงาน มีการปรับปรุงช่องแสงประดับกระจกสีสวยงามแปลกตา โดยโบสถ์มีสถาปัตยกรรมไทย กว้าง๑๖ เมตร ยาว ๕๗ เมตร ใช้แผ่นไม้มุงหลังคา ๘๐,๐๐ แผ่น มีเสารองรับ ๓๖๐ ต้น เสาในแถวกลางมี ๒๖๐ ต้น สูงจากพื้นดินกว่า ๑๐ เมตร พื้นแผ่นกระดานเป็นไม้แดงและไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ม้านั่งไม้จุคนได้กว่าพันคน และมีพิธีเสกโบสถ์ในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ส่วนหอระฆังสูงสร้างแบบวัดไทยพุทธทั่วไป เพราะแยกต่างหากจากโบสถ์ ส่วนระฆังโบสถ์มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ ฟุต นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เดซาแวล และโรงเรียนซ่งแย้พิทยาคม (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
cat 168pg.JPG (275.44 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
cat 169pg.JPG
cat 169pg.JPG (345.27 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
cat 170g.JPG
cat 170g.JPG (725.85 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
cat 171g.JPG
cat 171g.JPG (294.72 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (683).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (683).JPG (335.15 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (688).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (688).JPG (265.24 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (719).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (719).JPG (245.64 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (700).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (700).JPG (297.66 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (708).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (708).JPG (233.58 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
พูดถึงศาสนาคริสต์แล้วอยากจะเล่าให้ฟังครับ ผมติดหนี้บุญคุณกับพระเยซูคริสต์มาก เพราะสมัยเด็ก ๆ ที่ไปอาศัยโบถส์คริสต์เพื่อเรียนภาษาอังกฤต ผมก็ได้ซึมซับคำสอนของพระเยซูท่านด้วย บนไม้กางเขนที่ตรึงองค์ท่าน สมัยเด็ก ๆ ผมอยากจะให้ท่านนอนมากกว่าที่ให้ท่านถูกตรึงไว้แบบนั้น สอบถามหลาย ๆ อาจารย์ ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ถูกใจผม ผมยังคงยืนยันอยากจะให้ท่านนอนลงให้ได้ ๕๕๕. (เด็กนะครับ) ผมเรียนพระคัมภีร์อยู่ ๘ ปี จนเกือบจะได้รับศีลจุ่มแล้ว แต่สุดท้ายผมก็พลาดโอกาส นี่คงจะเป็นเพราะศรัทธาความเชื่อในพระเจ้ายังไม่มั่นคงพอ
พูดถึงศาสนาคริสต์แล้วอยากจะเล่าให้ฟังครับ ผมติดหนี้บุญคุณกับพระเยซูคริสต์มาก เพราะสมัยเด็ก ๆ ที่ไปอาศัยโบถส์คริสต์เพื่อเรียนภาษาอังกฤต ผมก็ได้ซึมซับคำสอนของพระเยซูท่านด้วย บนไม้กางเขนที่ตรึงองค์ท่าน สมัยเด็ก ๆ ผมอยากจะให้ท่านนอนมากกว่าที่ให้ท่านถูกตรึงไว้แบบนั้น สอบถามหลาย ๆ อาจารย์ ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ถูกใจผม ผมยังคงยืนยันอยากจะให้ท่านนอนลงให้ได้ ๕๕๕. (เด็กนะครับ) ผมเรียนพระคัมภีร์อยู่ ๘ ปี จนเกือบจะได้รับศีลจุ่มแล้ว แต่สุดท้ายผมก็พลาดโอกาส นี่คงจะเป็นเพราะศรัทธาความเชื่อในพระเจ้ายังไม่มั่นคงพอ
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (710).JPG (175.93 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (722).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (722).JPG (311.63 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (723).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (723).JPG (233.63 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (685).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (685).JPG (286.11 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (686).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (686).JPG (265.86 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (687).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (687).JPG (266.14 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (695).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (695).JPG (241.49 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (697).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (697).JPG (277.88 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (698).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (698).JPG (319.17 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (699).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (699).JPG (308.68 KiB) เข้าดูแล้ว 909 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านที่เคารพ เลือกตั้งผ่านพ้นไป ๗ วัน คนไทยยังไม่เห็นอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่หวังกันเหลือเกินว่าสิ่งแรกที่จะได้เห็นคือ ผลการเลือกตั้ง กกต.ท่านทำให้พวกเราผิดหวังมาก ๆ ครับ ความหวังของบ้านเมือง แสงสว่างแห่งความยุติธรรม ฯ ท่านคือผู้กำหนดชะตาชีวิต แต่บัดนี้ท่านมาดับฝันของปวงประชาอย่างสิ้นเชิง ตลอดห้วงเวลาเฝ้าติดตามข่าวสารรอบด้าน ไม่เข้าข้างฝ่ายใด พอจะสรุปได้ง่าย ๆ "ยุติธรรม" คือทุกสิ่งทุกอย่างถ้าจะให้ยุติ (จบ) ต้องใช้ธรรมะ เท่านั้น ธรรมะมี ๘๔,๐๐๐ ข้อนำมาใช้เพียง ๕ ข้อ แล้ว ๕ ข้อที่ว่านี้เป็นของสากลด้วยหมายความว่า ไม่ต้องมีพระพุทธเจ้าก็ได้แต่ ๕ ข้อนี้ถ้ามนุษย์ในโลกอยากอยู่ดีมีความสุข ให้ใช้กฏธรรมชาติ ๕ ข้อนี้มาประพฤติปฏิบัติ ทุกอย่างจะยุติแล้วยุติแบบ "ยุติธรรม" ด้วย พระพุทธเจ้าท่านทรงไปค้นพบแล้วนำมาประกาศให้โลกได้รับรู้ จนได้รับสมญานามว่า "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ๕ ข้อที่ว่านั้น ในทางพระพุทธศาสนารู้หรือเรียกกันว่า ศีล ๕ :( :(

ไฟล์แนบ
บ้านเมืองของเราห่างธรรมะ ไปทุกวัน ๆ ขอให้เชื่อผมนะครับเราต้องเตรียมตัวเตรียมใจกันให้ดีตั้งแต่บัดนี้ ความฉิบหายกำลังคืบคลานเข้ามา ความหายนะกำลังแผ่ขยายไม่ช้านานจะครอบคลุมทั้งประเทศ เราอาจจะต้องนองเลือดกันทั้งแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง เสียดายนะครับว่าประเทศเรามีศาสนาที่ดีที่สุดในโลก แต่เราไม่พากันประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยคำสอน พุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาที่อาภัพที่สุดของโลก<br /><br />ไม่มีอะไรจะมาช่วยได้ ไม่มีอะไรจะมายับยั้งเตือนสติให้ผู้ที่ &quot;หลงผิดทั้งหลาย&quot; หยุดการกระทำที่แย่ ๆ เหล่านั้นได้ จึงมีเพียงตั้งจิตอธิษฐานขอบุญบารมีที่ได้สั่งสมมาจงเป็นพลปัจจัยไปดลบรรดาลให้ท่านทั้งหลายที่กำลังหลงผิด ได้มีดวงตาเห็นธรรมเห็นแค่ &quot;ศีล ๕ ข้อ&quot; ให้ได้กลับเนื้อกลับตัวหันมายอมรับสิ่งผิด แก้ไขสิ่งผิด ไม่สร้างวาทกรรมต่าง ๆ มาหลอกลวงชาวประชาให้ศรัทธาและคล้อยตามความคิดผิด ๆ ของพวกตน อันจะเป็นผลให้บ้านเมืองสู่ &quot;เส้นทางมรณะ&quot;...สาธุ สาธุ สาธุ......?
บ้านเมืองของเราห่างธรรมะ ไปทุกวัน ๆ ขอให้เชื่อผมนะครับเราต้องเตรียมตัวเตรียมใจกันให้ดีตั้งแต่บัดนี้ ความฉิบหายกำลังคืบคลานเข้ามา ความหายนะกำลังแผ่ขยายไม่ช้านานจะครอบคลุมทั้งประเทศ เราอาจจะต้องนองเลือดกันทั้งแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง เสียดายนะครับว่าประเทศเรามีศาสนาที่ดีที่สุดในโลก แต่เราไม่พากันประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยคำสอน พุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาที่อาภัพที่สุดของโลก

ไม่มีอะไรจะมาช่วยได้ ไม่มีอะไรจะมายับยั้งเตือนสติให้ผู้ที่ "หลงผิดทั้งหลาย" หยุดการกระทำที่แย่ ๆ เหล่านั้นได้ จึงมีเพียงตั้งจิตอธิษฐานขอบุญบารมีที่ได้สั่งสมมาจงเป็นพลปัจจัยไปดลบรรดาลให้ท่านทั้งหลายที่กำลังหลงผิด ได้มีดวงตาเห็นธรรมเห็นแค่ "ศีล ๕ ข้อ" ให้ได้กลับเนื้อกลับตัวหันมายอมรับสิ่งผิด แก้ไขสิ่งผิด ไม่สร้างวาทกรรมต่าง ๆ มาหลอกลวงชาวประชาให้ศรัทธาและคล้อยตามความคิดผิด ๆ ของพวกตน อันจะเป็นผลให้บ้านเมืองสู่ "เส้นทางมรณะ"...สาธุ สาธุ สาธุ......?
S__3956739.jpg (70.8 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
ในสภาคงมีหลากหลายความเชื่อ (ศาสนา) สำหรับท่านที่นับถือคริสตศาสนาถ้าท่านเชื่อและปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้า ประชาชนย่อมอยู่ดีมีความสุขถ้วนหน้า พระเยซูทรงเสียสละพระวรกายเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์โลกแล้วท่านจะไม่ทำตามที่พระองค์ท่านก็เสียชาติเกิดครับ
ในสภาคงมีหลากหลายความเชื่อ (ศาสนา) สำหรับท่านที่นับถือคริสตศาสนาถ้าท่านเชื่อและปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้า ประชาชนย่อมอยู่ดีมีความสุขถ้วนหน้า พระเยซูทรงเสียสละพระวรกายเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์โลกแล้วท่านจะไม่ทำตามที่พระองค์ท่านก็เสียชาติเกิดครับ
cat 173g.JPG (200.06 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
เยื้องกับโบถส์ไม้สักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เจอสถานที่มีนามว่า &quot;พุทธสถาน&quot; เสียดายเวลาล่วงไปใกล้จะสนธยาคุณนายเร่งจะให้ถึง อ.เลิงนกทา เพื่อจะได้ผ่อนคลาย สถานที่แห่งนี้เราก็เลยพลาดโอกาสเข้าไปเยี่ยมชม เสียดาย ๕๕๕.
เยื้องกับโบถส์ไม้สักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เจอสถานที่มีนามว่า "พุทธสถาน" เสียดายเวลาล่วงไปใกล้จะสนธยาคุณนายเร่งจะให้ถึง อ.เลิงนกทา เพื่อจะได้ผ่อนคลาย สถานที่แห่งนี้เราก็เลยพลาดโอกาสเข้าไปเยี่ยมชม เสียดาย ๕๕๕.
cat 174g.JPG (646.51 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
๕๕๕ อย่าแปลกใจครับ ประเทศไทยแดนดินถิ่น กะลาแลนด์ สิ่งที่ชอบและแสวงหากันนักคือสิ่งที่นอกเหนือคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปั่นมาสักระยะเห็นแผ่นป้ายขนาดใหญ่มหึมาตั้งเด่นเป็นสง่า มองแต่ไกลตื่นตาตื่นใจ พอเข้าใกล้แทบเป็นลม เห็นหญิงสาวทั้งแก่เฒ่า สาวน้อยสาวใหญ่ นั่งจุดธูปเทียนอธิษฐานไหว้เจ้าพ่อ &quot;พญาแย้&quot; ๕๕๕ นี่ละครับพุทธศาสนา ศาสนาที่อาภัพที่สุด แต่ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ (นี่ ๆ ... วาทกรรม) เอาเป็นว่าผมขออภัยและขออโหสิกรรมและขอส่งดวงจิตที่เป็นบุญกุศลที่บำเพ็ญมาของผมส่งไปให้เธอทั้งหลายเหล่านั้นจงประสบผลสำเร็จด้วย...ละกัน สาธุ.
๕๕๕ อย่าแปลกใจครับ ประเทศไทยแดนดินถิ่น กะลาแลนด์ สิ่งที่ชอบและแสวงหากันนักคือสิ่งที่นอกเหนือคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปั่นมาสักระยะเห็นแผ่นป้ายขนาดใหญ่มหึมาตั้งเด่นเป็นสง่า มองแต่ไกลตื่นตาตื่นใจ พอเข้าใกล้แทบเป็นลม เห็นหญิงสาวทั้งแก่เฒ่า สาวน้อยสาวใหญ่ นั่งจุดธูปเทียนอธิษฐานไหว้เจ้าพ่อ "พญาแย้" ๕๕๕ นี่ละครับพุทธศาสนา ศาสนาที่อาภัพที่สุด แต่ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ (นี่ ๆ ... วาทกรรม) เอาเป็นว่าผมขออภัยและขออโหสิกรรมและขอส่งดวงจิตที่เป็นบุญกุศลที่บำเพ็ญมาของผมส่งไปให้เธอทั้งหลายเหล่านั้นจงประสบผลสำเร็จด้วย...ละกัน สาธุ.
cat 175g.JPG (688.93 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
ปั่นมาอีกนิดคุณนายเจอร้านขายอาหารมองเข้าไปแล้ว คุณนายคงน้ำลายสอ(หิวข้าว)เพราะมื้อเที่ยงที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ทานกันเลย ช่วงแวะที่วัดที่มีรูปปั้นพิฆเณศ ฯ เราก็เพียงแต่ทานเล็ก ๆ น้อย ๆ พอประทังเพราะหาร้านไม่มีเลย คุณนายสั่งส้มตำขอให้แม่ค้าทำแบบ เจ แม่ค้าเข้าใจและเคยทำ แต่เราขอเป็นแบบมังสวิรัติ คือใส่กระเทียมได้ ข้าวเหนียวร้อน ๆ คนละกระติ๊บ อร่อยมาก ๆ คุณนายชื่นชมแม่ค้า ฝีมือจริง ๆ (หรือว่าเราหิว..๕๕) แต่อร่อยครับ
ปั่นมาอีกนิดคุณนายเจอร้านขายอาหารมองเข้าไปแล้ว คุณนายคงน้ำลายสอ(หิวข้าว)เพราะมื้อเที่ยงที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ทานกันเลย ช่วงแวะที่วัดที่มีรูปปั้นพิฆเณศ ฯ เราก็เพียงแต่ทานเล็ก ๆ น้อย ๆ พอประทังเพราะหาร้านไม่มีเลย คุณนายสั่งส้มตำขอให้แม่ค้าทำแบบ เจ แม่ค้าเข้าใจและเคยทำ แต่เราขอเป็นแบบมังสวิรัติ คือใส่กระเทียมได้ ข้าวเหนียวร้อน ๆ คนละกระติ๊บ อร่อยมาก ๆ คุณนายชื่นชมแม่ค้า ฝีมือจริง ๆ (หรือว่าเราหิว..๕๕) แต่อร่อยครับ
cat 176g.JPG (776.34 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
cat 172g.JPG
cat 172g.JPG (294.63 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
cat 177g.JPG
cat 177g.JPG (242.38 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
cat 178g.JPG
cat 178g.JPG (654.93 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
cat 179g.JPG
cat 179g.JPG (743.48 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
cat 180g.JPG
cat 180g.JPG (670.43 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
S__3899398.jpg
S__3899398.jpg (113.25 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
S__3899399.jpg
S__3899399.jpg (83.28 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
S__3899401.jpg
S__3899401.jpg (174 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
ห้องพักก็สมราคาสะอาดสะอ้านมีทีวี ไวไฟ ให้ใช้ส่งข่าว น้ำอุ่นน้ำเย็นสมใจ คุณนายคลายเครียดด้วยการแช่น้ำอุ่น ให้ร่างกายผ่อนคลาย ปั่นกันมาท่ามกลางแสงแดดอันร้อนเผาผลาญทุกส่วนของร่างกาย ถ้าได้ผ่อนคลายด้วยน้ำอุ่น ความสุขใจปรากฏทันที (ถ้าไม่สำรวมระวัง อาการติดสุขจะตามมา เมื่อติดสุขบ่อยเข้า ๆ เห็นทุกข์ก็จะรังเกียจ ผู้ใดรังเกียจทุกข์โอกาสที่จะพบกับความสุขจะไม่มีเลยในชีวิตนี้ เพราะชีวิตนี้มีแต่ &quot;ทุกข์เท่านั้นเกิดและทุกข์เท่านั้นดับ&quot; เมื่อทกข์ดับความสุขก็เกิดแทน ฉะนั้นอย่าพากันรังเกียจทุกข์ เมื่อเจอทุกข์อีกไม่นานท่านก็จะเจอสุข ขอให้สร้างแต่สิ่งที่ดี พูดแต่คำดี ๆ คิดก็คิดแต่ดี ๆ แค่นี้ทุกข์จะไม่บังเกิดครับ)<br /><br />เมื่อเราอาบน้ำชำระร่างกายจนสบายหายทุกข์ได้เวลาที่จะออกชม อ.เลิงนกทา ในยามค่ำคืนไปดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านร้านตลาดว่า แตกต่างจากที่อื่นบ้างไหม ? เผื่อว่าอาจจะได้ข้อมูลดี ๆ มีประโยชน์จะได้นำมาเล่าให้เป็นวิทยาทานต่อไป ค่ำคืนของเลิงนกทาไม่มีอะไรที่ตื่นตาตื่นใจ เป็นพิเศษครับ ปั่นชมเมืองจนอิ่มใจก็กลับมาสวดมนต์ภาวนา พักผ่อนเตรียมตัวท่องเที่ยวในวันรุ่งขึ้นต่อไป
ห้องพักก็สมราคาสะอาดสะอ้านมีทีวี ไวไฟ ให้ใช้ส่งข่าว น้ำอุ่นน้ำเย็นสมใจ คุณนายคลายเครียดด้วยการแช่น้ำอุ่น ให้ร่างกายผ่อนคลาย ปั่นกันมาท่ามกลางแสงแดดอันร้อนเผาผลาญทุกส่วนของร่างกาย ถ้าได้ผ่อนคลายด้วยน้ำอุ่น ความสุขใจปรากฏทันที (ถ้าไม่สำรวมระวัง อาการติดสุขจะตามมา เมื่อติดสุขบ่อยเข้า ๆ เห็นทุกข์ก็จะรังเกียจ ผู้ใดรังเกียจทุกข์โอกาสที่จะพบกับความสุขจะไม่มีเลยในชีวิตนี้ เพราะชีวิตนี้มีแต่ "ทุกข์เท่านั้นเกิดและทุกข์เท่านั้นดับ" เมื่อทกข์ดับความสุขก็เกิดแทน ฉะนั้นอย่าพากันรังเกียจทุกข์ เมื่อเจอทุกข์อีกไม่นานท่านก็จะเจอสุข ขอให้สร้างแต่สิ่งที่ดี พูดแต่คำดี ๆ คิดก็คิดแต่ดี ๆ แค่นี้ทุกข์จะไม่บังเกิดครับ)

เมื่อเราอาบน้ำชำระร่างกายจนสบายหายทุกข์ได้เวลาที่จะออกชม อ.เลิงนกทา ในยามค่ำคืนไปดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านร้านตลาดว่า แตกต่างจากที่อื่นบ้างไหม ? เผื่อว่าอาจจะได้ข้อมูลดี ๆ มีประโยชน์จะได้นำมาเล่าให้เป็นวิทยาทานต่อไป ค่ำคืนของเลิงนกทาไม่มีอะไรที่ตื่นตาตื่นใจ เป็นพิเศษครับ ปั่นชมเมืองจนอิ่มใจก็กลับมาสวดมนต์ภาวนา พักผ่อนเตรียมตัวท่องเที่ยวในวันรุ่งขึ้นต่อไป
S__3899402.jpg (144.99 KiB) เข้าดูแล้ว 892 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุก ๆ ท่าน หายหน้าไปไม่ได้เล่าเรื่องต่อเพราะมัวแต่สาระวนอยู่กับการทำวีซ่าเข้าเมืองจีน ทำไมมันถึงทำยากจังไม่เหมือนทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา สุดท้ายต้องพึ่งผู้ชำนาญการ (เสียตังค์) จึงประสบผลสำเร็จ อีกไม่กี่วันผมก็จะต้องกราบลาท่านผู้มีเกียรติไปตระเวนเที่ยวเมืองจีน อีกสักครั้ง คราวนี้ต้องทำให้สำเร็จไว้ผมกลับมาผมจะนำมาเล่าสู่ฟัง

:( :( ช่วงนี้ภาวะบ้านเมืองของเราอยู่ในภาวะฝุ่นตลบ ความอดทนของคนในชาติมันหายไปจากใจ แต่ละคนมีความคิดความอ่านแล้วออกมาแถลงกันคนละทีสองที เกิดประเด็นขัดแย้งกันขึ้นที่สำคัญ คนใหญ่ ๆ โต ๆ นี่ตัวดี เพราะออกมาพูดแล้วมันมีผลทันที หรือว่านี่คือ..สัญญาณการเสียกรุงครั้งที่ ๓ น่ากลัวนะครับ ทุกครั้งเลือกตั้งเสร็จภายในไม่เกินวัน เราก็รู้ผลแล้วฝ่ายไหนชนะ นี่เข้าสัปดาห์ที่ ๒ แล้วยังไม่รู้อะไรเลย ได้ยินแต่คำแปลก ๆ ใหม่ สรุปง่ายมากครับ เพราะหลาย ๆ คน "เห็นผิด จึงคิดผิด จึงพูดผิด จึงทำผิด ฯ " แล้วมันจะยิ่งผิดไปเรื่อย ๆ

ไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ววันนี้พึงทำได้เพียงอย่างเดียว คือ ต้องช่วยกันสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรมให้กับประเทศไทย สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุดคือการนองเลือดอีกรอบ ซึ่งครั้งนี้มันจะรุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ผมเชื่อในพระสยามเทวาธิราชของเราท่านต้องปกป้องดูแลถ้า "คนดีในเมืองไทยมีเยอะ" แต่พวกเราทุก ๆ คนอย่าวิตกแต่ก็ต้องช่วยกันคือ สวดมนต์ เจริญภาวนาให้มาก ๆ นะครับ จะช่วยได้ ร้ายจะกลายเป็นดี ยืนยันฟันธงเพราะ ผู้ที่รู้จักการสวดมนต์ นั่งภาวนา ร้อยละ ๙๐ คือคนดีนั่นเอง :) :D
ไฟล์แนบ
S__38453282.jpg
S__38453282.jpg (23.14 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
อ่านตามคำทำนายตั้งแต่ต้น ตรองดูแล้วผมเชื่อว่า ทุกท่านก็เชื่อว่า แม่น มาก ใช่ไหมครับ.. &quot;ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง&quot;....ครั้งที่แล้วเรามีนายกยิ่งลักษณ์ซึ่งเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังไม่ถึงดวงดาว &quot;สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ&quot; ช่วงท้ายชีวิตท่านหวุดหวิดหวาดเสียวมากเลย ถ้าท่านไม่หนีไปผมคิดว่า........<br /><br />ท่อนสุดท้ายศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม...น่าจะเป็นช่วงนี้..ใช่เลย..ผมจึงใจชื้นใช่ไหมครับ ๕๕ ฉะนั้นผมจึงอยากเชิญชวนพวกเราทุกท่านทุกคน มาเป็นคนดี ช่วยกันเจริญภาวนา สวดมนต์ เพื่อนำพาบ้านเมืองของเราไปในแนวทางที่ ถูกต้อง แผ่เมตตาให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ได้ดวงตาเห็นธรรมให้เขาเหล่านั้น จง &quot;เห็นถูก คิดถูก พูดถูก ทำถูก &quot; .
อ่านตามคำทำนายตั้งแต่ต้น ตรองดูแล้วผมเชื่อว่า ทุกท่านก็เชื่อว่า แม่น มาก ใช่ไหมครับ.. "ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง"....ครั้งที่แล้วเรามีนายกยิ่งลักษณ์ซึ่งเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังไม่ถึงดวงดาว "สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ" ช่วงท้ายชีวิตท่านหวุดหวิดหวาดเสียวมากเลย ถ้าท่านไม่หนีไปผมคิดว่า........

ท่อนสุดท้ายศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม...น่าจะเป็นช่วงนี้..ใช่เลย..ผมจึงใจชื้นใช่ไหมครับ ๕๕ ฉะนั้นผมจึงอยากเชิญชวนพวกเราทุกท่านทุกคน มาเป็นคนดี ช่วยกันเจริญภาวนา สวดมนต์ เพื่อนำพาบ้านเมืองของเราไปในแนวทางที่ ถูกต้อง แผ่เมตตาให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ได้ดวงตาเห็นธรรมให้เขาเหล่านั้น จง "เห็นถูก คิดถูก พูดถูก ทำถูก " .
S__38453281.jpg (110.7 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
หลักฐานการขอวีซา ซึ่งกำหนดให้ไปรับในวันที่ ๙ เมษายน ส่วนกำหนดการเดินทางโดยแผนแรกเราจะออกเดินทางแต่ต้นเมษายนนี้ แต่ปรากฏว่าเพื่อนเราอีกคนคือคุณ ชัยวัฒน์ ฯ ยังไม่กลับมาจากยุโรป ขอให้รอด้วย แกพึ่งกลับมาถึงเมื่อ ๓๐ มีค.และรีบ EMS.พาสปอร์ตส่งให้ผมไปทำวีซา นั่นจึงเป็นเหตุให้เราต้องเลื่อนการเดินทาง จากนี้ไปเราต้องเตรียมตัว D-Day วันใดเรายังไม่ตกพลึกแต่ต้องเป็นเร็ว ๆ นี้อย่างช้าคงหลังสงกรานต์ ผมสัญญาจะพยายามเก็บรายละเอียดกลับมา Review เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนต่อ ๆ ไปที่เข้ามาอ่านกระทู้และคิดจะเดินทาง เส้นทางนี้ที่ผมจะไปถือได้ว่า Hit สุด ๆ นักปั่นทัวร์ริ่งทุกคนฝันและตั้งความหวังสักครั้งหนึ่งต้องไปให้ได้ ผมผิดหวังจากครั้งที่แล้วไปไม่ถึง คราวนี้เป็น Flight ล้างตาว่างั้นครับ ๕๕๕๕
หลักฐานการขอวีซา ซึ่งกำหนดให้ไปรับในวันที่ ๙ เมษายน ส่วนกำหนดการเดินทางโดยแผนแรกเราจะออกเดินทางแต่ต้นเมษายนนี้ แต่ปรากฏว่าเพื่อนเราอีกคนคือคุณ ชัยวัฒน์ ฯ ยังไม่กลับมาจากยุโรป ขอให้รอด้วย แกพึ่งกลับมาถึงเมื่อ ๓๐ มีค.และรีบ EMS.พาสปอร์ตส่งให้ผมไปทำวีซา นั่นจึงเป็นเหตุให้เราต้องเลื่อนการเดินทาง จากนี้ไปเราต้องเตรียมตัว D-Day วันใดเรายังไม่ตกพลึกแต่ต้องเป็นเร็ว ๆ นี้อย่างช้าคงหลังสงกรานต์ ผมสัญญาจะพยายามเก็บรายละเอียดกลับมา Review เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนต่อ ๆ ไปที่เข้ามาอ่านกระทู้และคิดจะเดินทาง เส้นทางนี้ที่ผมจะไปถือได้ว่า Hit สุด ๆ นักปั่นทัวร์ริ่งทุกคนฝันและตั้งความหวังสักครั้งหนึ่งต้องไปให้ได้ ผมผิดหวังจากครั้งที่แล้วไปไม่ถึง คราวนี้เป็น Flight ล้างตาว่างั้นครับ ๕๕๕๕
S__4415494.jpg (155.49 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
เลิงนกทา,,,,,, เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยโสธร ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของจังหวัด มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากอำเภอเมืองยโสธร และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากอำเภอเมืองยโสธร อีกทั้งมีสนามบินเก่าในช่วงสมัยสงครามเวียดนาม ก่อสร้างโดยกองทัพสหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลโคกสำราญ ขณะนี้อยู่ในช่วงกำลังปรับปรุงสนามบินเพื่อให้เป็นสนามบินพาณิชย์ และในอนาคตจะสามารถพัฒนาเป็นสนามบินนานาชาติได้ และโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม ซึ่งผ่านพื้นที่อำเภอเลิงนกทา โดยกำหนดสถานีรถไฟและป้ายหยุดรถไฟคือ สถานีรถไฟเลิงนกทา และป้ายหยุดรถไฟบ้านห้องแซง<br /><br />ประวัติ  เดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นอยู่ในความปกครองของอำเภอบุ่ง (อำนาจเจริญ) จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคืออำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ)  โดยรวมเอาตำบลกุดเชียงหมี ตำบลบุ่งค้า ของอำเภออำนาจเจริญ และตำบลส้มผ่อ (ปัจจุบันคือตำบลส้มผ่อ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร) ตำบลห้องแซง ของอำเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเลิงนกทา เมื่อวันที่ 1 กันยายน พุทธศักราช 2480 ตั้งที่ว่าการกิ่งอำเภอเลิงนกทา ที่บ้านเลิงนกทา ตำบลส้มผ่อ (ปัจจุบันเป็นบ้านเลิงนกทา หมู่ที่ 2 ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา) ต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2490 และเมื่อ พุทธศักราช 2506 ได้รับอนุมัติให้ย้ายสถานที่ราชการออกมาตั้งอยู่ติดถนนชยางกูร (อุบลราชธานี-นครพนม) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 116 บ้านสามแยก หมู่ที่ 18 ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา (ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ 11 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา) เนื่องจากบริเวณบ้านสามแยกมีการคมนาคมที่สะดวกและเป็นศูนย์กลางระหว่างตำบลต่างๆ เหมาะสมกว่าบ้านเลิงนกทา ต่อได้มีการจัดตั้งจังหวัดยโสธร ขึ้น เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2515 อำเภอเลิงนกทาจึงได้ย้ายมาขึ้นกับจังหวัดยโสธร จนถึงปัจจุบัน<br /><br />คำว่า &quot;เลิงนกทา&quot; มาจากคำว่า เลิง + นกทา เลิง หมายถึง ที่ลุ่มมีแอ่งน้ำ , นกทา หมายถึง นกชนิดหนึ่งคล้ายไก่ต๊อก เหตุที่เรียกที่นี่ว่า &quot;เลิงนกทา&quot; เพราะสมัยก่อนมีนกทาเป็นจำนวนมากอาศัยอยู่ตามที่ลุ่ม และหนองน้ำซึ่งมีกระจัดกระจายตามพื้นที่ (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี )
เลิงนกทา,,,,,, เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยโสธร ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของจังหวัด มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากอำเภอเมืองยโสธร และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากอำเภอเมืองยโสธร อีกทั้งมีสนามบินเก่าในช่วงสมัยสงครามเวียดนาม ก่อสร้างโดยกองทัพสหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลโคกสำราญ ขณะนี้อยู่ในช่วงกำลังปรับปรุงสนามบินเพื่อให้เป็นสนามบินพาณิชย์ และในอนาคตจะสามารถพัฒนาเป็นสนามบินนานาชาติได้ และโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม ซึ่งผ่านพื้นที่อำเภอเลิงนกทา โดยกำหนดสถานีรถไฟและป้ายหยุดรถไฟคือ สถานีรถไฟเลิงนกทา และป้ายหยุดรถไฟบ้านห้องแซง

ประวัติ เดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นอยู่ในความปกครองของอำเภอบุ่ง (อำนาจเจริญ) จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคืออำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ) โดยรวมเอาตำบลกุดเชียงหมี ตำบลบุ่งค้า ของอำเภออำนาจเจริญ และตำบลส้มผ่อ (ปัจจุบันคือตำบลส้มผ่อ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร) ตำบลห้องแซง ของอำเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งเป็นกิ่งอำเภอเลิงนกทา เมื่อวันที่ 1 กันยายน พุทธศักราช 2480 ตั้งที่ว่าการกิ่งอำเภอเลิงนกทา ที่บ้านเลิงนกทา ตำบลส้มผ่อ (ปัจจุบันเป็นบ้านเลิงนกทา หมู่ที่ 2 ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา) ต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2490 และเมื่อ พุทธศักราช 2506 ได้รับอนุมัติให้ย้ายสถานที่ราชการออกมาตั้งอยู่ติดถนนชยางกูร (อุบลราชธานี-นครพนม) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 116 บ้านสามแยก หมู่ที่ 18 ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา (ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ 11 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา) เนื่องจากบริเวณบ้านสามแยกมีการคมนาคมที่สะดวกและเป็นศูนย์กลางระหว่างตำบลต่างๆ เหมาะสมกว่าบ้านเลิงนกทา ต่อได้มีการจัดตั้งจังหวัดยโสธร ขึ้น เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2515 อำเภอเลิงนกทาจึงได้ย้ายมาขึ้นกับจังหวัดยโสธร จนถึงปัจจุบัน

คำว่า "เลิงนกทา" มาจากคำว่า เลิง + นกทา เลิง หมายถึง ที่ลุ่มมีแอ่งน้ำ , นกทา หมายถึง นกชนิดหนึ่งคล้ายไก่ต๊อก เหตุที่เรียกที่นี่ว่า "เลิงนกทา" เพราะสมัยก่อนมีนกทาเป็นจำนวนมากอาศัยอยู่ตามที่ลุ่ม และหนองน้ำซึ่งมีกระจัดกระจายตามพื้นที่ (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี )
cat 181g.JPG (241.71 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
เช้าวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นวันที่ ๖ ของการเดินทางมาเที่ยวเมืองยโสธร ถามผม...เที่ยวได้ไม่ตรงเป้าหมายมากเท่าใด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนมาก ๆ และสถานที่ที่ค่อนข้างจะห่างไกลกัน เช้าวันนั้นหลังจากที่ทำภารกิจเสร็จก็ออกเดินทางเป้าหมายหลักคือไปทำบุญกุศลก่อน ผ่านไปทาง บขส.คุณนายชะแวปเข้าไปสอบถามรถที่จะกลับเชียงใหม่ ผมเดาเอาว่าคุณนายคงไม่สนุกแล้ว ไม่เป็นไรอะไรก็ได้..ตามใจเธอครับ อย่าขัดใจมาใหม่ยังได้เลย
เช้าวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นวันที่ ๖ ของการเดินทางมาเที่ยวเมืองยโสธร ถามผม...เที่ยวได้ไม่ตรงเป้าหมายมากเท่าใด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนมาก ๆ และสถานที่ที่ค่อนข้างจะห่างไกลกัน เช้าวันนั้นหลังจากที่ทำภารกิจเสร็จก็ออกเดินทางเป้าหมายหลักคือไปทำบุญกุศลก่อน ผ่านไปทาง บขส.คุณนายชะแวปเข้าไปสอบถามรถที่จะกลับเชียงใหม่ ผมเดาเอาว่าคุณนายคงไม่สนุกแล้ว ไม่เป็นไรอะไรก็ได้..ตามใจเธอครับ อย่าขัดใจมาใหม่ยังได้เลย
cat 182g.JPG (764.36 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 183g.JPG
cat 183g.JPG (341.47 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
โชคดีมีร้าน เจ ให้เราไปฝากท้องได้ เจ้าของคนขายก็ใจดีพูดคุยสนทนาด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน น่ารักมาก แต่เสียดายหลังจากปิดร้านแล้วจะไปร่วมกิจกรรมสถานธรรมต้องปิดร้านหลายวัน...เอวังเรา.
โชคดีมีร้าน เจ ให้เราไปฝากท้องได้ เจ้าของคนขายก็ใจดีพูดคุยสนทนาด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน น่ารักมาก แต่เสียดายหลังจากปิดร้านแล้วจะไปร่วมกิจกรรมสถานธรรมต้องปิดร้านหลายวัน...เอวังเรา.
cat 189g.JPG (501.72 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 184g.JPG
cat 184g.JPG (427.83 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 185g.JPG
cat 185g.JPG (285.71 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 186g.JPG
cat 186g.JPG (627.01 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 187g.JPG
cat 187g.JPG (235.83 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 188g.JPG
cat 188g.JPG (765.28 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 190g.JPG
cat 190g.JPG (188.43 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 191g.JPG
cat 191g.JPG (719.08 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 194g.JPG
cat 194g.JPG (601.73 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
cat 195g.JPG
cat 195g.JPG (234.38 KiB) เข้าดูแล้ว 867 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ เช้านี้ตื่นขึ้นมาพบสิ่งที่ดีจิตใจแช่มชื่นเบิกบาน สิ่งที่ดีที่ว่าคือ คุณน้องแอ๋ว ผู้เป็นกัลญาณมิตรที่เคยทักทาย และร่วมกันในการตอบโต้ข้อธรรมในกระทู้ ซึ่งคุณน้องหายหน้าไปนานมาก คิดจะปรึกษาข้อธรรมผมก็ไม่มีเบอร์โทร เบอร์ที่เมมไว้ก็เปลี่ยนแปลงไม่มีการใช้ แต่เช้านี้ปรากฏคุณน้องเข้ามาโพสต์ในกระทู้คุณน้อง ก็เลยได้ทักทายไป ถ้าโชคดีอยากให้คุณน้องได้มาร่วมแสดงข้อธรรมในกระทู้นี้เพื่อเป็นวิทยาทานบ้าง :) :D

เราไปเที่ยวกันต่อนะครับ เมื่อวานนี้อยู่ที่วัดป่าสุนทรารามกับหลวงปู่ สิงห์ทอง องค์ท่านอายุ ๙๔ แก่กว่าคุณแม่ผม ๒ ปี คุณแม่ผม ๙๒ หลวงปู่ยังแข็งแรงตามวัย ก่อนฉันภัตราหารคณะลูกศิษย์ได้สวดมนต์บท "โพชฌังคปริตร" จำนวน ๓ จบถวายหลวงปู่ ขอให้หลวงปู่มีอายุยืนเป็นร่มโพธิร่มไทรของชาวพุทธบริษัทไปเรื่อย ๆ เป็น ๑๒๐ ปี (เอาแค่นี้ก่อน) ผมและคุณนายก็ได้มีบุญร่วมสวดกับคณะลูกศิษย์หลวงปู่ด้วย สำหรับบทสวด โพฌังคปริตรนี้ ผมและคุณนายเวลาทำวัตรเย็นก็นำมาสวดด้วยทุกครั้ง มีความรู้สึกว่าดีต่อร่างกาย มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ก่อนติดตามเรื่องราว ขอทุกท่านได้ฟังการสวดโพชฌังคปริตรที่ผมนำมาฝากสำหรับเช้าอันเป็นมงคลนี้ นะครับและขอให้ความเจ็บไข้ของท่านได้ผ่อนคลายมลายหายไป สาธุ :) :D


ไฟล์แนบ
cat 196g.JPG
cat 196g.JPG (182.73 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 197g.JPG
cat 197g.JPG (87.39 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 198g.JPG
cat 198g.JPG (86.76 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
การสวดมนต์ขจัดโรคร้ายทำอย่างไร โดย ธ.ธรรมรักษ์<br /><br />ผู้เขียนมีความเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่า เมื่อครั้งที่ตัวเราเองหรือคนใกล้ชิดเกิดอาการเจ็บป่วยมากๆ มักจะมีการสวดมนต์และอธิษฐานจิตการสวดมนต์ขจัดโรคร้ายทำอย่างไรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะเชื่อว่าการสวดมนต์และการอธิษฐานนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดกำลังใจ และบางรายก็มีความเชื่อมั่นว่าจะทำให้หายป่วยได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ก็ไม่ผิดแต่เราต้องทำความเข้าใจข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้<br /><br />ความเจ็บป่วยนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่กระตุ้นให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ถ้าป่วยเป็นก็เห็นธรรมได้ เราต้องพิจารณาตามความจริงข้อนี้อยู่เสมอ จะได้ไม่ต้องเชื่ออะไรอย่างงมงายไร้เหตุผล<br /><br />บทสวดมนต์ แท้ที่จริงแล้วก็คือบทที่ใช้สวดเพื่อระลึกถึง เช่น บทสวดบูชาพระรัตนตรัย ใช้สวดเพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ การสวดมนต์เป็นการทำจิตให้แน่วแน่แล้วจึงได้เจริญภาวนา<br /><br />การสวดมนต์หรือคาถาใดๆ นั้น ยังผลประโยชน์คือ ช่วยทำจิตใจให้เบิกบาน ที่ว่าป้องกันภัย หมายความว่า “ผู้ที่มีศีลดีแล้ว” แล้วเมื่อเจอปัญหาต่างๆ เวลาได้สวดมนต์หรือพระคาถาเพื่อให้จิตสงบ แล้วเจริญภาวนาจะทำให้ผู้ที่สวดนั้นได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหตุนี้จึงเป็นที่มาของการสวดมนต์หรือพระคาถาป้องกันภัย ผู้ที่ทุศีลหรือไม่รักษาศีลสวดไปก็อาจจะไม่เป็นผล<br /><br />การสวดมนต์คาถานั้น ที่เราได้ยินได้ฟังกันมาตั้งแต่เด็กจะนิยมสวดเป็น ภาษาบาลี ซึ่งหากแปลความหมายออกมาก็จะพบว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นคำสวดบูชาเพื่อรำลึกถึงพระคุณของ พระรัตนตรัย อันได้แก่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ แทบทั้งสิ้น<br /><br />ในพระพุทธศาสนา เน้นเรื่องการใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล คำว่า มนต์ หมายถึง “หลักธรรม บทสอนใจ” มากกว่า ถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าจะตีความไปถึงถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ให้ได้จริง ๆ ก็จะต้องอธิบายว่าขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ได้ “เมื่อนำไปสอนใจ นำไปเป็นข้อปฏิบัติ” ให้เกิดผลที่ปรารถนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนั้นการทำจิตให้สงบในบทสวดก็มีคุณค่าเป็นอย่างมาก<br /><br />การสวดมนต์จึงกลายเป็นอุบาย กลวิธี ที่จะทำให้จิตมีสมาธิในระดับหนึ่ง จดจ่ออยู่ที่ใดที่หนึ่งที่เดียวเมื่อใจสงบอาการของกายก็จะสงบระงับตามไปด้วยเข้าทำนอง “กายป่วยแต่ใจไม่ป่วย” ซึ่งบทสวดมนต์ทางพระพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และทรงพลานุภาพเกี่ยวกับเรื่องความเจ็บป่วยก็คือ บทสวดโพชฌงคปริตร<br /><br />สำหรับท่านใดที่อยากจะได้คัดลอกบทนี้ไว้ไปสวดบ้าง ผมขออนุโมทนาสาธุพร้อมนี้ก็นำตัวอย่างมาลงไว้ให้เรียบร้อยครับ
การสวดมนต์ขจัดโรคร้ายทำอย่างไร โดย ธ.ธรรมรักษ์

ผู้เขียนมีความเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่า เมื่อครั้งที่ตัวเราเองหรือคนใกล้ชิดเกิดอาการเจ็บป่วยมากๆ มักจะมีการสวดมนต์และอธิษฐานจิตการสวดมนต์ขจัดโรคร้ายทำอย่างไรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะเชื่อว่าการสวดมนต์และการอธิษฐานนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดกำลังใจ และบางรายก็มีความเชื่อมั่นว่าจะทำให้หายป่วยได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ก็ไม่ผิดแต่เราต้องทำความเข้าใจข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้

ความเจ็บป่วยนั้นถือว่าเป็นเครื่องที่กระตุ้นให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ถ้าป่วยเป็นก็เห็นธรรมได้ เราต้องพิจารณาตามความจริงข้อนี้อยู่เสมอ จะได้ไม่ต้องเชื่ออะไรอย่างงมงายไร้เหตุผล

บทสวดมนต์ แท้ที่จริงแล้วก็คือบทที่ใช้สวดเพื่อระลึกถึง เช่น บทสวดบูชาพระรัตนตรัย ใช้สวดเพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ การสวดมนต์เป็นการทำจิตให้แน่วแน่แล้วจึงได้เจริญภาวนา

การสวดมนต์หรือคาถาใดๆ นั้น ยังผลประโยชน์คือ ช่วยทำจิตใจให้เบิกบาน ที่ว่าป้องกันภัย หมายความว่า “ผู้ที่มีศีลดีแล้ว” แล้วเมื่อเจอปัญหาต่างๆ เวลาได้สวดมนต์หรือพระคาถาเพื่อให้จิตสงบ แล้วเจริญภาวนาจะทำให้ผู้ที่สวดนั้นได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหตุนี้จึงเป็นที่มาของการสวดมนต์หรือพระคาถาป้องกันภัย ผู้ที่ทุศีลหรือไม่รักษาศีลสวดไปก็อาจจะไม่เป็นผล

การสวดมนต์คาถานั้น ที่เราได้ยินได้ฟังกันมาตั้งแต่เด็กจะนิยมสวดเป็น ภาษาบาลี ซึ่งหากแปลความหมายออกมาก็จะพบว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นคำสวดบูชาเพื่อรำลึกถึงพระคุณของ พระรัตนตรัย อันได้แก่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ แทบทั้งสิ้น

ในพระพุทธศาสนา เน้นเรื่องการใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล คำว่า มนต์ หมายถึง “หลักธรรม บทสอนใจ” มากกว่า ถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าจะตีความไปถึงถ้อยคำที่ขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ให้ได้จริง ๆ ก็จะต้องอธิบายว่าขลังหรือศักดิ์สิทธิ์ได้ “เมื่อนำไปสอนใจ นำไปเป็นข้อปฏิบัติ” ให้เกิดผลที่ปรารถนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนั้นการทำจิตให้สงบในบทสวดก็มีคุณค่าเป็นอย่างมาก

การสวดมนต์จึงกลายเป็นอุบาย กลวิธี ที่จะทำให้จิตมีสมาธิในระดับหนึ่ง จดจ่ออยู่ที่ใดที่หนึ่งที่เดียวเมื่อใจสงบอาการของกายก็จะสงบระงับตามไปด้วยเข้าทำนอง “กายป่วยแต่ใจไม่ป่วย” ซึ่งบทสวดมนต์ทางพระพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และทรงพลานุภาพเกี่ยวกับเรื่องความเจ็บป่วยก็คือ บทสวดโพชฌงคปริตร

สำหรับท่านใดที่อยากจะได้คัดลอกบทนี้ไว้ไปสวดบ้าง ผมขออนุโมทนาสาธุพร้อมนี้ก็นำตัวอย่างมาลงไว้ให้เรียบร้อยครับ
ดาวน์โหลด (1).jpg (44.25 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 199g.JPG
cat 199g.JPG (418.94 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
ในเช้าวันนั้นหลังจากที่ได้ร่วมสวดโพชฌังคปริตรถวายหลวงปู่แล้ว ผมและคุณนายก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกับบรรดาลูกศิษย์หลวงปู่ หลังจากหลวงปู่เสร็จจากภารกิจฉันภัตราหาร เป็นโอกาสดีที่คนสนิทของหลวงปู่ได้ให้โอกาสเราสองคนเข้ากราบหลวงปู่พร้อมแนะนำหลวงปู่ว่าเราสองคนปั่นจักรยานมาเยี่ยมกราบหลวงปู่ เราสนทนากับหลวงปู่ หลวงปู่ได้เมตตาให้พร &quot;ขอให้มีความสุขแข็งแรง ๆ นะ&quot; <br /><br />ออกจากวัดป่าสุนทราราม เป็นความตั้งใจจริง ๆ ที่จะไปเที่ยวภูถ้ำพระ อยากจะเห็นว่าแตกต่างกับ ภูถ้ำพระ อ.กุดชุมไหม ครั้งที่วางแผนไว้ก่อนเดินทาง เราสองเถียงกัน คุณนายสงสัย ทำไมไปภูถ้ำพระถึง ๒ รอบ คือ ลิมคิดว่าภูถ้ำพระมี ๒ ที่ชื่อเหมือนกัน ๕๕
ในเช้าวันนั้นหลังจากที่ได้ร่วมสวดโพชฌังคปริตรถวายหลวงปู่แล้ว ผมและคุณนายก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกับบรรดาลูกศิษย์หลวงปู่ หลังจากหลวงปู่เสร็จจากภารกิจฉันภัตราหาร เป็นโอกาสดีที่คนสนิทของหลวงปู่ได้ให้โอกาสเราสองคนเข้ากราบหลวงปู่พร้อมแนะนำหลวงปู่ว่าเราสองคนปั่นจักรยานมาเยี่ยมกราบหลวงปู่ เราสนทนากับหลวงปู่ หลวงปู่ได้เมตตาให้พร "ขอให้มีความสุขแข็งแรง ๆ นะ"

ออกจากวัดป่าสุนทราราม เป็นความตั้งใจจริง ๆ ที่จะไปเที่ยวภูถ้ำพระ อยากจะเห็นว่าแตกต่างกับ ภูถ้ำพระ อ.กุดชุมไหม ครั้งที่วางแผนไว้ก่อนเดินทาง เราสองเถียงกัน คุณนายสงสัย ทำไมไปภูถ้ำพระถึง ๒ รอบ คือ ลิมคิดว่าภูถ้ำพระมี ๒ ที่ชื่อเหมือนกัน ๕๕
cat 200g.JPG (252.43 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
ถ้ำพระเมื่อก่อนผู้คนเดินทางไปกราบหรือว่าพักผ่อนภายในถ้ำ จะพูดจาจะระวังทุกๆ คำพูด พูดคำหยาบคาย พูดตลกคะนอง ด่าฉันเสียดสีเป็นไม่ได้มีอันเป็นไปชั่วกระพริบตา มีครั้งหนึ่งนายท่อนไปเลี้ยงวัวควายตามประสาคนชนบท ไปจับเอากบในถ้ำพระ เพื่อเป็นอาหารกลางวันพอกลับมาถึงบ้านได้ป่วยกะทันหันตายในที่สุด ของคืนวันนั้น ต่อมาก็มีอีกคนหนึ่งชื่อเจ๊กใหญ่ มาทำการค้าขายอยู่ที่บ้านกุดแห่ มีโอกาสได้ขึ้นไปบนภูถ้ำพระ แล้วหยิบเอาพระทองคำในถ้ำ ๑ องค์ เพื่อจะไปบูชาเป็นการส่วนตัว พอกลับถึงบ้านแล้วนายส่อง ซึ่งเป็นลูกชายก็ล้มป่วยโดยกระทันหัน ตายในที่สุดของวันนั้น พ่อก็ได้ทำการฌาปนกิจศพตามประเพณี ผู้เป็นพ่อก็จึงนำพระพุทธรูปองค์นั้นไปส่งยังถ้ำเหมือนเดิม จากนั้นผู้คนต่างๆ ที่หยิบเอาพระพุทธรูปจากถ้ำพระก็มีความกลัวตาย จึงนำไปส่งทุกๆ คนสมัยนั้น ต่อมาอีกก็มีนายกว้าง บัวศรี ได้กระทำล้อเลียนเหมือนคนโฆษกขายยาเอาใบไม้มาทำเป็นไมค์ลำโพง แล้วก็พูดให้เพื่อนฟังว่าเราเป็นโฆษกขายยานะทุกๆ คน ให้มาซื้อที่เราได้ราคาเป็นกันเองนะ พอกลับถึงบ้านก่อนเข้านอน ปากรู้สึกคันๆ พอเอามือมาจับดูปากก็บิดทันทีไม่สมารถจะกลับคืนได้ พอวันรุ่งขึ้นพ่อแม่พี่น้องก็ได้นำนายกว้าง ไปขอขะมาลาโทษที่ล่วงเกิน ปากที่บิดก็กลับคืนเหมือนเดิม ความอัศจรรย์ความศักดิ์สิทธิ์ของภูถ้ำพระสมัยก่อนเป็นความจริงทุกประการ เล่าต่อกันว่าพ่อผู้ใหญ่บ้านชัยเสน ได้พาพรานไปล่าสัตว์บนภูเพ็กแห่งนี้ มีพรานแก้วดวงดี พรานหอมสมบัติ พรานไชยราช และพรานพรมบุตร พร้อมกับพักพวกอีกจำนวนหนึ่งได้ไปล่าสัตว์บนภูแห่งนี้ และได้ไปพบเห็นพระพุทธรูป ในถ้ำจำนวนมากมาย อาทิเช่น พระแก้ว พระงา พระทองแดง พระทองคำ พระไม้จันทร์ พระไม้อื่นๆ รวมทั้งเหล็กไหล ซึ่งนายพรานทั้งหมดขึ้นไปล่าสัตว์จะบอกเล่าว่าในถ้ำพระ จะมีผีมเหศักดิ์ และงูเหลือมยักษ์ เป็นผู้รักษาถ้ำแห่งนี้ ถ้ามีคนขึ้นไปบริเวณภ้ำพระและทำมิดีมิร้ายจะเกิดอาการเจ็บป่วยหรือตายไปก็มี ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งนายพรานบอกเล่าว่าเป็นภูเขาที่มีอาถรรพ์และเป็นสิ่งที่ศักด์สิทธ์มาก<br /><br /> ปัจจุบันนี้ป่าเพ็กยังพบเห็นอยู่แต่ไม่มากนัก ส่วนพระพุทธรูปจะมีพระพุทธรูปไม้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นพระพุทธรูปสมัยไหน ส่วนเหล็กไหลตามคำบอกเล่าของพระอาจารย์สมหมายฯ เจ้าอาวาสวัด ท่านบอกว่ายังมีอยู่ในบริเวณภูถ้ำพระแห่งนี้ ซึ่งพระอาจารย์บอกว่าได้สร้างพระนอนและพระสังกัจจาย ทับบริเวณนั้นไว้ ส่วนพระงานั้นชาวบ้านได้ถือครอบครอง ต่อมาพระอาจารย์สมหมายฯ ลูกศิษย์อาจารย์ดี ฉนฺโน ผู้ซึ่งได้มาปฏิบัติธรรมบริเวณภูถ้ำพระเป็นคนแรกได้พาญาติโยมมาตั้งวัดภูถ้ำพระขึ้นบริเวณทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงเรียกภูถ้ำพระ ซึ่งก่อนนั้นจะเรียกว่า “ ภูเพ็ก” โดยพระอาจารย์ดี ฉนฺโน พระลูกศิษย์อาจารย์ฝั่น ได้มาปฏิบัติธรรมและเดินธุดงค์บริเวณภูเพ็กแห่งนี้ จนกระทั่งพระอาจารย์ดี ฉนฺโน ได้มรณะภาพ เมื่อปี พ . ศ. ๒๕๐๒ พระอาจารย์สมหมายฯ และหลวงปู่สิงห์ทองฯ ได้สร้างเจดีย์พระอาจารย์ดี ฉนฺโน ขึ้นในปี พ . ศ. ๒๕๒๗ เพื่อเป็นที่สักการะ แต่เมื่อปี พ. ศ. ๒๕๔๐ ได้เกิดฟ้าผ่าเจดีย์พระอาจารย์ดี ฉนฺโน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่ได้บูรณะเจดีย์ เนื่องจากอาจารย์หงษ์ทอง ธนะกัญญา ผู้ที่จะบูรณะเจดีย์พระอาจารย์ดีฯ เกิดล้มป่วย อย่างหนักจนทุกวันนี้ไม่กล้าที่จะขึ้นไปบูรณะเจดีย์ บนภูแห่งนี้ เมื่อได้มีการค้นพบเป็นแหล่งท่องเที่ยว ภูถ้ำพระแห่งนี้มีจุดประทับใจและเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์และสำคัญมากมายในบริเวณภูเขาแห่งนี้ (คัดลอกมาจาก Amazing ไทยเท่ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ครับ)
ถ้ำพระเมื่อก่อนผู้คนเดินทางไปกราบหรือว่าพักผ่อนภายในถ้ำ จะพูดจาจะระวังทุกๆ คำพูด พูดคำหยาบคาย พูดตลกคะนอง ด่าฉันเสียดสีเป็นไม่ได้มีอันเป็นไปชั่วกระพริบตา มีครั้งหนึ่งนายท่อนไปเลี้ยงวัวควายตามประสาคนชนบท ไปจับเอากบในถ้ำพระ เพื่อเป็นอาหารกลางวันพอกลับมาถึงบ้านได้ป่วยกะทันหันตายในที่สุด ของคืนวันนั้น ต่อมาก็มีอีกคนหนึ่งชื่อเจ๊กใหญ่ มาทำการค้าขายอยู่ที่บ้านกุดแห่ มีโอกาสได้ขึ้นไปบนภูถ้ำพระ แล้วหยิบเอาพระทองคำในถ้ำ ๑ องค์ เพื่อจะไปบูชาเป็นการส่วนตัว พอกลับถึงบ้านแล้วนายส่อง ซึ่งเป็นลูกชายก็ล้มป่วยโดยกระทันหัน ตายในที่สุดของวันนั้น พ่อก็ได้ทำการฌาปนกิจศพตามประเพณี ผู้เป็นพ่อก็จึงนำพระพุทธรูปองค์นั้นไปส่งยังถ้ำเหมือนเดิม จากนั้นผู้คนต่างๆ ที่หยิบเอาพระพุทธรูปจากถ้ำพระก็มีความกลัวตาย จึงนำไปส่งทุกๆ คนสมัยนั้น ต่อมาอีกก็มีนายกว้าง บัวศรี ได้กระทำล้อเลียนเหมือนคนโฆษกขายยาเอาใบไม้มาทำเป็นไมค์ลำโพง แล้วก็พูดให้เพื่อนฟังว่าเราเป็นโฆษกขายยานะทุกๆ คน ให้มาซื้อที่เราได้ราคาเป็นกันเองนะ พอกลับถึงบ้านก่อนเข้านอน ปากรู้สึกคันๆ พอเอามือมาจับดูปากก็บิดทันทีไม่สมารถจะกลับคืนได้ พอวันรุ่งขึ้นพ่อแม่พี่น้องก็ได้นำนายกว้าง ไปขอขะมาลาโทษที่ล่วงเกิน ปากที่บิดก็กลับคืนเหมือนเดิม ความอัศจรรย์ความศักดิ์สิทธิ์ของภูถ้ำพระสมัยก่อนเป็นความจริงทุกประการ เล่าต่อกันว่าพ่อผู้ใหญ่บ้านชัยเสน ได้พาพรานไปล่าสัตว์บนภูเพ็กแห่งนี้ มีพรานแก้วดวงดี พรานหอมสมบัติ พรานไชยราช และพรานพรมบุตร พร้อมกับพักพวกอีกจำนวนหนึ่งได้ไปล่าสัตว์บนภูแห่งนี้ และได้ไปพบเห็นพระพุทธรูป ในถ้ำจำนวนมากมาย อาทิเช่น พระแก้ว พระงา พระทองแดง พระทองคำ พระไม้จันทร์ พระไม้อื่นๆ รวมทั้งเหล็กไหล ซึ่งนายพรานทั้งหมดขึ้นไปล่าสัตว์จะบอกเล่าว่าในถ้ำพระ จะมีผีมเหศักดิ์ และงูเหลือมยักษ์ เป็นผู้รักษาถ้ำแห่งนี้ ถ้ามีคนขึ้นไปบริเวณภ้ำพระและทำมิดีมิร้ายจะเกิดอาการเจ็บป่วยหรือตายไปก็มี ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งนายพรานบอกเล่าว่าเป็นภูเขาที่มีอาถรรพ์และเป็นสิ่งที่ศักด์สิทธ์มาก

ปัจจุบันนี้ป่าเพ็กยังพบเห็นอยู่แต่ไม่มากนัก ส่วนพระพุทธรูปจะมีพระพุทธรูปไม้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นพระพุทธรูปสมัยไหน ส่วนเหล็กไหลตามคำบอกเล่าของพระอาจารย์สมหมายฯ เจ้าอาวาสวัด ท่านบอกว่ายังมีอยู่ในบริเวณภูถ้ำพระแห่งนี้ ซึ่งพระอาจารย์บอกว่าได้สร้างพระนอนและพระสังกัจจาย ทับบริเวณนั้นไว้ ส่วนพระงานั้นชาวบ้านได้ถือครอบครอง ต่อมาพระอาจารย์สมหมายฯ ลูกศิษย์อาจารย์ดี ฉนฺโน ผู้ซึ่งได้มาปฏิบัติธรรมบริเวณภูถ้ำพระเป็นคนแรกได้พาญาติโยมมาตั้งวัดภูถ้ำพระขึ้นบริเวณทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงเรียกภูถ้ำพระ ซึ่งก่อนนั้นจะเรียกว่า “ ภูเพ็ก” โดยพระอาจารย์ดี ฉนฺโน พระลูกศิษย์อาจารย์ฝั่น ได้มาปฏิบัติธรรมและเดินธุดงค์บริเวณภูเพ็กแห่งนี้ จนกระทั่งพระอาจารย์ดี ฉนฺโน ได้มรณะภาพ เมื่อปี พ . ศ. ๒๕๐๒ พระอาจารย์สมหมายฯ และหลวงปู่สิงห์ทองฯ ได้สร้างเจดีย์พระอาจารย์ดี ฉนฺโน ขึ้นในปี พ . ศ. ๒๕๒๗ เพื่อเป็นที่สักการะ แต่เมื่อปี พ. ศ. ๒๕๔๐ ได้เกิดฟ้าผ่าเจดีย์พระอาจารย์ดี ฉนฺโน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่ได้บูรณะเจดีย์ เนื่องจากอาจารย์หงษ์ทอง ธนะกัญญา ผู้ที่จะบูรณะเจดีย์พระอาจารย์ดีฯ เกิดล้มป่วย อย่างหนักจนทุกวันนี้ไม่กล้าที่จะขึ้นไปบูรณะเจดีย์ บนภูแห่งนี้ เมื่อได้มีการค้นพบเป็นแหล่งท่องเที่ยว ภูถ้ำพระแห่งนี้มีจุดประทับใจและเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์และสำคัญมากมายในบริเวณภูเขาแห่งนี้ (คัดลอกมาจาก Amazing ไทยเท่ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ครับ)
cat 201g.JPG (818.96 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 202g.JPG
cat 202g.JPG (877.61 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 203g.JPG
cat 203g.JPG (988.29 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 204g.JPG
cat 204g.JPG (351.06 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 205g.JPG
cat 205g.JPG (855 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 206g.JPG
cat 206g.JPG (986.13 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 208g.JPG
cat 208g.JPG (849.92 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 209g.JPG
cat 209g.JPG (733.06 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
หลวงพี่สมชาติ ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เปลี่ยน ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าอรัญญวิเวก อ.แม่แตง ร่วมกับหลวงปู่หลายปี เราสนทนากันนานเป็นชั่วโมงเพราะเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกัน ได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากหลวงพี่ โดยเฉพาะเรื่องอภินิหารหลวงปู่ ท่านเล่าว่าพระแต่ก่อนที่ไปอยู่กับหลวงปู่ใครที่ไปบวชเล่น ๆ ถูกตะเพิดทุกองค์ ท่านเข้มงวดกวดขันมาก ที่สำคัญท่านมีเจโต สามารถส่องดูลูกศิษย์พระทุกองค์แบบไม่รอดสายตาองค์ท่าน ทุุกเช้า เย็น เมื่อรวมสงฆ์ท่านจะจี้ไปตรงที่องค์ที่ทำผิด ทำให้พระทุกองค์ศรัทธาในองค์หลวงปู่มาก และไม่มีใครกล้าที่จะไม่ปฏิบัติธรรมให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้น เพราะอิทธิฤทธิ์ที่ท่านสามารถตรวจสอบโดยที่ไม่ต้องมีใครมาฟ้อง พระสมัยนั้นกลัวหลวงปู่กันมาก จึงทำให้พระในยุคนั้นตั้งใจปฏิบัติและเกิดมรรคเกิดผล มีพระดี ๆ เกิดขึ้นหลายรูปและได้แยกย้ายกันไปสร้างบารมีเผยแพร่พระพุทธศาสนาในที่ต่าง ๆ ตามบุญวาสนาบารมีของตน ๆ<br /><br />สำหรับหลวงพี่หลังจากที่อยู่กับหลวงปู่ได้ระยะหนึ่งก็ได้ขออนุญาตุหลวงปู่ออกจาริกธุดงค์ไปยังที่ต่าง ๆ จนกระทั่งรอนแรมและกลับมาอีสาน ได้มีวาสนาบารมีมาจำพรรษาที่วัดภูถ้ำพระแห่งนี้ แรก ๆ ไม่คิดจะอยู่แต่อยู่ไป ๆ ศึกษาความเป็นมาตลอดจนศรัทธาญาติโยมได้นิมนต์ให้อยู่ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พ่อ แม่ครูบาอาจารย์ ตั้งแต่องค์ หลวงปู่ มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ขาว ปู่แหวน ปู่ชอบ ฯ ล้วนแต่เคยมา ณ ถ้ำแห่งนี้ ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจที่จะจำพรรษาอยู่ที่นี่ เพื่อรักษาและดูแลให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ปัจจุบันมีพระจำพรรษาแค่ ๓ หรือ ๔ องค์เท่านั้น วันที่สนทนากันหลวงพี่พึ่งกลับมาจากงานฌาปนกิจสรีระหลวงปู่ หลวงพี่บอกเสียดายที่เราไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กันสมัยที่อยู่ที่วัดอรัญญวิเวก ช่วงนั้นไม่สนใจใครนอกจากตั้งปฏิบัติอย่างจริงจัง
หลวงพี่สมชาติ ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เปลี่ยน ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าอรัญญวิเวก อ.แม่แตง ร่วมกับหลวงปู่หลายปี เราสนทนากันนานเป็นชั่วโมงเพราะเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกัน ได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากหลวงพี่ โดยเฉพาะเรื่องอภินิหารหลวงปู่ ท่านเล่าว่าพระแต่ก่อนที่ไปอยู่กับหลวงปู่ใครที่ไปบวชเล่น ๆ ถูกตะเพิดทุกองค์ ท่านเข้มงวดกวดขันมาก ที่สำคัญท่านมีเจโต สามารถส่องดูลูกศิษย์พระทุกองค์แบบไม่รอดสายตาองค์ท่าน ทุุกเช้า เย็น เมื่อรวมสงฆ์ท่านจะจี้ไปตรงที่องค์ที่ทำผิด ทำให้พระทุกองค์ศรัทธาในองค์หลวงปู่มาก และไม่มีใครกล้าที่จะไม่ปฏิบัติธรรมให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้น เพราะอิทธิฤทธิ์ที่ท่านสามารถตรวจสอบโดยที่ไม่ต้องมีใครมาฟ้อง พระสมัยนั้นกลัวหลวงปู่กันมาก จึงทำให้พระในยุคนั้นตั้งใจปฏิบัติและเกิดมรรคเกิดผล มีพระดี ๆ เกิดขึ้นหลายรูปและได้แยกย้ายกันไปสร้างบารมีเผยแพร่พระพุทธศาสนาในที่ต่าง ๆ ตามบุญวาสนาบารมีของตน ๆ

สำหรับหลวงพี่หลังจากที่อยู่กับหลวงปู่ได้ระยะหนึ่งก็ได้ขออนุญาตุหลวงปู่ออกจาริกธุดงค์ไปยังที่ต่าง ๆ จนกระทั่งรอนแรมและกลับมาอีสาน ได้มีวาสนาบารมีมาจำพรรษาที่วัดภูถ้ำพระแห่งนี้ แรก ๆ ไม่คิดจะอยู่แต่อยู่ไป ๆ ศึกษาความเป็นมาตลอดจนศรัทธาญาติโยมได้นิมนต์ให้อยู่ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พ่อ แม่ครูบาอาจารย์ ตั้งแต่องค์ หลวงปู่ มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ขาว ปู่แหวน ปู่ชอบ ฯ ล้วนแต่เคยมา ณ ถ้ำแห่งนี้ ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจที่จะจำพรรษาอยู่ที่นี่ เพื่อรักษาและดูแลให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ปัจจุบันมีพระจำพรรษาแค่ ๓ หรือ ๔ องค์เท่านั้น วันที่สนทนากันหลวงพี่พึ่งกลับมาจากงานฌาปนกิจสรีระหลวงปู่ หลวงพี่บอกเสียดายที่เราไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กันสมัยที่อยู่ที่วัดอรัญญวิเวก ช่วงนั้นไม่สนใจใครนอกจากตั้งปฏิบัติอย่างจริงจัง
cat 210g.JPG (267.74 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 211g.JPG
cat 211g.JPG (507.53 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
cat 207g.JPG
cat 207g.JPG (293.73 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

"..สวัสดีครับน้องแดง เช้านี้เปิดคอมฯบ้านตั้งแต่ตีห้า เข้ากระทู้ตัวเองเห็นน้องแดงเข้าไปโพสท์ โพสท์ตอบแล้วก็เข้ามาในกระทู้ของน้องแดงบ้าง ก็พบแต่สิ่งดี ๆ มากมาย ทั้งสถานที่ดี ๆ ธรรมะดี ๆ ความคิดดี ๆ สถานที่สวย ๆ ขอขอบคุณที่สละเวลาสรรสร้างให้ทราบเป็นวิทยาทาน จึงขอชื่นชมและยืนยันว่า "กระทู้นี้มีดี ๑๐๐๐ เปอร์เซนต์" ควรค่าแก่การเสียเวลาติดตามแน่นอน..ขอรับครับกระผม.."
ไฟล์แนบ
20170710_164033.jpg
20170710_164033.jpg (100.62 KiB) เข้าดูแล้ว 841 ครั้ง
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

ลุงเนตร เขียน:"..สวัสดีครับน้องแดง เช้านี้เปิดคอมฯบ้านตั้งแต่ตีห้า เข้ากระทู้ตัวเองเห็นน้องแดงเข้าไปโพสท์ โพสท์ตอบแล้วก็เข้ามาในกระทู้ของน้องแดงบ้าง ก็พบแต่สิ่งดี ๆ มากมาย ทั้งสถานที่ดี ๆ ธรรมะดี ๆ ความคิดดี ๆ สถานที่สวย ๆ ขอขอบคุณที่สละเวลาสรรสร้างให้ทราบเป็นวิทยาทาน จึงขอชื่นชมและยืนยันว่า "กระทู้นี้มีดี ๑๐๐๐ เปอร์เซนต์" ควรค่าแก่การเสียเวลาติดตามแน่นอน..ขอรับครับกระผม.."
:) :D อรุณสวัสดิ์ครับคุณพี่เนตรที่เคารพ กลับมาจากการไปสร้างบุญบารมีถึงนิวาสถานโดยสวัสดิ์ภาพ ขอแสดงความยินดีและอนุโมทนาในมหากุศลที่คุณพี่ไปสร้างไว้เป็นเสบียงบุญในครั้งนี้ รายละเอียดต่าง ๆ พี่คงนำไปเล่าไว้ในกระทู้ของคุณพี่นะครับ จึงขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าไปเสพบุญกัน และในโอกาสนี้ผมก็ขอแสดงความเสียใจกับพี่ที่ต้องพลัดพรากจากคนที่รักด้วยครับ

คำชมของคุณพี่คือกำลังใจและแรงใจอย่างดี กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ผมจะพยายามทำต่อไปอย่างน้อย ๆ ก็ได้สร้างบุญ ไว้เป็นเสบียงบุญของตนเองเพราะไม่สามารถกระทำได้เท่ากับท่านพี่ เช่นกันสิ่งที่คุณพี่ได้กระทำเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมและเยาวชนรุ่นหลัง ที่สมควรลอกเลียนแบบอย่างยิ่ง ก็ขอชื่นชมและปรบมือรัว ๆ ให้กับคุณพี่เช่นกันครับ :) :D






เรามาเดินทางกันต่อนะครับ ช่วงเวลาที่เดินทางเข้า อ.เลิงนกทาเมื่อ ๒๘ มีค. เราปั่นผ่านเมืองเลิงนกทาเก่า เห็นวัดตรงหัวมุมถนนเป็นวัดที่ดูอลังการงานสร้าง ช่วงนั้นเป็นตอนเย็นด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าถึงตัวอำเภอแล้ว สอบถามชาวบ้านปรากฏว่าต้องไปอีกยังไม่ถึง วัดพรหมวิหารที่เห็นจึงไม่ได้แวะเข้าไปชมเรียกว่าคาใจ หลังจากออกจาภูถ้ำพระกลับที่พัก พอมีเวลาเหลือเราจึงกลับไปเยี่ยมชมและเก็บภาพอีกครั้งครับ :) :D
ไฟล์แนบ
สร้างบุญบารมีอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่ายากที่จะลอกเลียน เพราะถ้าไม่มีจิตที่เสียสละ จิตอาสา เห็นทุกข์ของผู้อื่นเป็นทุกข์ของตน ออกแสวงหาปัจจัยด้วยลำแข้ง เหนื่อย เสี่ยง (ทั้งอุบัติเหตุ คำติฉิน ฯ) พี่เนตรท่านอาจหาญกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง จิตเมตตา อยากให้สรรพสัตว์อื่น ๆ ได้ร่วมอนุโทนาบุญและร่วมบุญไปพร้อม ๆ กับคุณพี่การกระทำแบบนี้ความคิดผมจึงเรียกว่า &quot;มหากุศล&quot; กุศลที่ยิ่งใหญ่เพราะตัวผมเองยังทำไม่ได้ ชื่นชมด้วยใจจริงครับ.
สร้างบุญบารมีอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่ายากที่จะลอกเลียน เพราะถ้าไม่มีจิตที่เสียสละ จิตอาสา เห็นทุกข์ของผู้อื่นเป็นทุกข์ของตน ออกแสวงหาปัจจัยด้วยลำแข้ง เหนื่อย เสี่ยง (ทั้งอุบัติเหตุ คำติฉิน ฯ) พี่เนตรท่านอาจหาญกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง จิตเมตตา อยากให้สรรพสัตว์อื่น ๆ ได้ร่วมอนุโทนาบุญและร่วมบุญไปพร้อม ๆ กับคุณพี่การกระทำแบบนี้ความคิดผมจึงเรียกว่า "มหากุศล" กุศลที่ยิ่งใหญ่เพราะตัวผมเองยังทำไม่ได้ ชื่นชมด้วยใจจริงครับ.
S__4874273.jpg (179.48 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4874253.jpg
S__4874253.jpg (186.47 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4874259.jpg
S__4874259.jpg (144.2 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4874252.jpg
S__4874252.jpg (167.23 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
วันที่ ๔ เมษายน ๖๒ หลวงพี่บัณฑิต องค์อุปฐากหลวงตามหาบัวสมัยที่องค์หลวงตายังมีชีวิต แห่งวัดบ้านตาด ท่านได้มาสร้างบุญบารมีด้วยการนำญาติโยมของท่านไปแจกสิ่งของ เป็นเครื่องอุปโภคและบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้ตามรอยองค์หลวงตามหาบัว จำนวนหลายคันรถที่ จ.แม่ฮ่องสอน ขากลับหลวงพี่เมตตาแวะมาพักที่บ้าน ๑ คืน เป็นบุญแลวาสนาของเราที่ได้ทำบุญกับอริยะสงฆ์ วันที่ ๕ หวังใจจะพาหลวงพี่ท่องเมืองเชียงใหม่ - ลำพูน แต่หลวงพี่ไม่ประสงค์ เปลี่ยนเป็นสนทนาธรรมปัญหาข้องใจต่าง ๆ ท่านเมตตาไขข้อข้องใจหลายอย่าง หมดบุญหลวงตาเราก็ยังมีศิษย์หลวงตา บุญของพุทธศาสนาที่ยังมีเนื้อนาบุญไว้สืบทอดพระศาสนา <br /><br />เย็นวันที่ ๕ ส่งท่านขึ้นเครื่องบินกลับ อุดรธานีเพื่อกลับสำนักที่วัดป่าอุดมสมพร สกลนครต่อไป บุญทั้งหลายที่ได้กระทำในหมู่อริยะสงฆ์ส่งผลถึงญาติธรรม เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้นี้ จงได้รับผลบุญนี้ด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ...สาธุ.
วันที่ ๔ เมษายน ๖๒ หลวงพี่บัณฑิต องค์อุปฐากหลวงตามหาบัวสมัยที่องค์หลวงตายังมีชีวิต แห่งวัดบ้านตาด ท่านได้มาสร้างบุญบารมีด้วยการนำญาติโยมของท่านไปแจกสิ่งของ เป็นเครื่องอุปโภคและบริโภคให้แก่ผู้ยากไร้ตามรอยองค์หลวงตามหาบัว จำนวนหลายคันรถที่ จ.แม่ฮ่องสอน ขากลับหลวงพี่เมตตาแวะมาพักที่บ้าน ๑ คืน เป็นบุญแลวาสนาของเราที่ได้ทำบุญกับอริยะสงฆ์ วันที่ ๕ หวังใจจะพาหลวงพี่ท่องเมืองเชียงใหม่ - ลำพูน แต่หลวงพี่ไม่ประสงค์ เปลี่ยนเป็นสนทนาธรรมปัญหาข้องใจต่าง ๆ ท่านเมตตาไขข้อข้องใจหลายอย่าง หมดบุญหลวงตาเราก็ยังมีศิษย์หลวงตา บุญของพุทธศาสนาที่ยังมีเนื้อนาบุญไว้สืบทอดพระศาสนา

เย็นวันที่ ๕ ส่งท่านขึ้นเครื่องบินกลับ อุดรธานีเพื่อกลับสำนักที่วัดป่าอุดมสมพร สกลนครต่อไป บุญทั้งหลายที่ได้กระทำในหมู่อริยะสงฆ์ส่งผลถึงญาติธรรม เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้นี้ จงได้รับผลบุญนี้ด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ...สาธุ.
S__4874244.jpg (123.75 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
สนทนาธรรมกับหลวงพี่สมชาติ เจ้าอาวาสวัดภูถ้ำพระ ศิษย์อาจารย์สำนักเดียวกัน เรียกว่าออกรสออกชาดจนเวลาล่วงเลยไปนาน อำลาจากภูถ้ำพระบ่ายแก่ ๆ มุ่งกลับ อ.เลิงนกทา
สนทนาธรรมกับหลวงพี่สมชาติ เจ้าอาวาสวัดภูถ้ำพระ ศิษย์อาจารย์สำนักเดียวกัน เรียกว่าออกรสออกชาดจนเวลาล่วงเลยไปนาน อำลาจากภูถ้ำพระบ่ายแก่ ๆ มุ่งกลับ อ.เลิงนกทา
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (837).JPG (289.54 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (838).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (838).JPG (275.67 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4554780.jpg
S__4554780.jpg (273.79 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4554781.jpg
S__4554781.jpg (204.57 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4554782.jpg
S__4554782.jpg (148.86 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4554783.jpg
S__4554783.jpg (200.53 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (841).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (841).JPG (196.68 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (843).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (843).JPG (234.39 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4554784.jpg
S__4554784.jpg (192.2 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4554786.jpg
S__4554786.jpg (37.55 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (848).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (848).JPG (229.89 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (850).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (850).JPG (296.44 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4554788.jpg
S__4554788.jpg (213.96 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
S__4554789.jpg
S__4554789.jpg (221.89 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
เวลาเหลือเราเห็นป้ายบอกทางไปวัดป่าวังน้ำทิพย์ ชื่อนี้น่าสนใจมองจาก GPS.เราสามารถที่จะวนกลับที่พักของเราโดยไม่ต้องย้อนกลับทางเดิมได้ ผมบอกคุณนายให้เดินหน้าไปเที่ยววัดป่าแห่งนี้ โดยเราจะกลับที่พักไม่ซ้ำทางเดิมคุณนายเห็นดีด้วย (ใจสู้) ปั่นไปอีกไกลพอสมควรแต่ถือว่ากำไร เพราะเราได้เจอสิ่งต่าง ๆ ในวิถีชีวิตยามใกล้ค่ำของคนที่ต่างทยอยกันกลับบ้าน เป็นภาพที่แสนประทับใจ ถึงวัดป่าวังน้ำทิพย์เย็นพอสมควร เราเจอพระท่านกวาดลานวัดอยู่องค์หนึ่งเข้าไปสนทนา จึงทราบว่าวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของอำเภอ จะมีคอร์สสำหรับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนที่สนใจ มาเข้าปฏิบัติธรรมเป็นประจำ วัดสวยงามสะอาดเราแวะนั่งข้างสระน้ำใหญ่เติม Power Bar เตรียมพลังเพราะขากลับน่ากลัวคงมืดแน่นอนกว่าจะถึงที่พัก อนาคตกับเส้นทางที่เราไม่รู้จักเรียกว่าเกินการประมาณได้ ต้องเตรียมร่างกายไว้ก่อน อย่าให้อ่อนเพลียหรือหิวครับ.
เวลาเหลือเราเห็นป้ายบอกทางไปวัดป่าวังน้ำทิพย์ ชื่อนี้น่าสนใจมองจาก GPS.เราสามารถที่จะวนกลับที่พักของเราโดยไม่ต้องย้อนกลับทางเดิมได้ ผมบอกคุณนายให้เดินหน้าไปเที่ยววัดป่าแห่งนี้ โดยเราจะกลับที่พักไม่ซ้ำทางเดิมคุณนายเห็นดีด้วย (ใจสู้) ปั่นไปอีกไกลพอสมควรแต่ถือว่ากำไร เพราะเราได้เจอสิ่งต่าง ๆ ในวิถีชีวิตยามใกล้ค่ำของคนที่ต่างทยอยกันกลับบ้าน เป็นภาพที่แสนประทับใจ ถึงวัดป่าวังน้ำทิพย์เย็นพอสมควร เราเจอพระท่านกวาดลานวัดอยู่องค์หนึ่งเข้าไปสนทนา จึงทราบว่าวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของอำเภอ จะมีคอร์สสำหรับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนที่สนใจ มาเข้าปฏิบัติธรรมเป็นประจำ วัดสวยงามสะอาดเราแวะนั่งข้างสระน้ำใหญ่เติม Power Bar เตรียมพลังเพราะขากลับน่ากลัวคงมืดแน่นอนกว่าจะถึงที่พัก อนาคตกับเส้นทางที่เราไม่รู้จักเรียกว่าเกินการประมาณได้ ต้องเตรียมร่างกายไว้ก่อน อย่าให้อ่อนเพลียหรือหิวครับ.
S__4554790.jpg (295.61 KiB) เข้าดูแล้ว 828 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

"..เวลาเหลือไม่มาก เราต่างสั่งสมสร้างบุญตามถนัดไว้เป็นทุน ชื่นชมน้องทั้งสองอยู่เช่นกัน ขอบคุณมากสำหรับข้อเขียนที่สุดวิเศษสำหรับพี่.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

ลุงเนตร เขียน:"..เวลาเหลือไม่มาก เราต่างสั่งสมสร้างบุญตามถนัดไว้เป็นทุน ชื่นชมน้องทั้งสองอยู่เช่นกัน ขอบคุณมากสำหรับข้อเขียนที่สุดวิเศษสำหรับพี่.."
:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านและคุณพี่เนตรที่นับถือยิ่ง "เวลาและวารีไม่เคยที่จะคอยใคร เรือเมล์และรถไฟมันก็ไปตามเวลา โอ้เอ้และอืดอาดก็จะพลาดปรารถนา ชวดแล้วจะโสกาอนิจจา....เรา...ช้าไป" ถูกต้องที่สุดครับพี่ ชีวิตนี้น้อยนัก..สั้นนัก...เราอยู่กันมาจนถึง ๕๐-๖๐-๗๐ ปีเราคิดว่านานนะ แต่พอเราย้อนคิดภาพที่ปรากฏในห้วงนึก มันเหมือนพึ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันนี้นี่เอง แล้วเมื่อนำมาเทียบกับวัฏสงสาร(วัฏวน)...โอ..เราเวียนว่ายตายเกิดกันมากี่ชาติ/กี่ชาติ นับไม่หวาดไม่ไหว แล้วเราจะต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดกันต่อไปอีก อีกกี่ภพกี่ชาติ...มีใครตอบได้บ้าง พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ตลอดจนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงกล่าวไว้ไม่มีผิดว่า "ชีวิตนี้สั้นนัก" :) :D

ครับ..เมื่อรู้และตระหนักว่าชีวิตนั้มันสั้นนักน้อยนิดหน่อย แล้วเราจะมามัวชักช้ากันอยู่ใย รีบทำปัจจุบันให้ดีที่สุดด้วยการ "เห็นถูก คิดถูก ทำถูก พูดถูก เลี้ยงชีพถูก เพียรถูก สติถูก และสมาธิถูก" หรือที่เราคุ้น ๆ กันว่า มรรคมีองค์ ๘ :idea: :idea:


ไฟล์แนบ
S__4874270.jpg
S__4874270.jpg (85.06 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
มองภาพในการ์ตูนที่นำมาให้ชมนี้...มีความรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ?...ผมมีเพื่อนต่างชาติเยอะมาก เขาเหล่านั้นแม้จะไม่นับถือพระพุทธศาสนาแต่ เขา คิดถูก เห็นถูก พูดถูก..ผมยอมรับ..ผมอายเขามาก ๆ แต่ก่อนประเทศของเราถือเป็นอันดับหนึ่งของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อน ๆ ต่างชาติชอบและรักที่จะมาเที่ยวปัจจุบันนี้ เขาไม่กล้ามา..เขากลัว.กลัวถูกลูกหลง เขาพูดว่า &quot;คนไทยเวลามีเรื่องเล่นกันแรง&quot; <br /><br />วันนี้เวลานี้รอบ ๆ บ้านเราเขาคงมองเรา สมเพชเรา ยิ่งช่วงนี้ UN ถึง ๑๒ ประเทศเข้ามาสังเกตุการณ์ในบ้านเมืองเรา ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนส่อแสดงว่าบ้านเมืองของเรา ห่างไกลจากความศิวิไลซ์โดยสิ้นเชิงกระนั้นหรือ ? เป็นไปได้ไงใช่ไหมครับ เราเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือ? เมืองที่ได้ชื่อว่า &quot;พระพุทธศาสานาเป็นศาสนาประจำชาติ&quot; กลายมาเป็นแบบนี้ได้ไง...ใครตอบได้บ้าง<br /><br />เพราะความโลภ ความโกรธ ความหลง เข้าครอบงำจิตใจใช่ไหม ถึงเวลาแล้วครับที่ต้องหันมาทบทวน ใส่ใจในคำสอนของพระพุทธองค์ ให้น้อมนำไปปฏิบัติอย่าให้ปรากฏเพียงแค่ชื่อว่า &quot;ศิษย์ตถาคต&quot; เสียชาติเกิดครับ โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองท่านต้องเห็นถูก เห็นว่าประชาชนเป็นลูกเป็นหลานของท่าน ท่านอย่าเอาความโลภ ความโกรธ ความหลง ของท่านมานำพาประเทศไปสู่ความล่มจม ประชาชนเดือดร้อนเพราะเอาแต่พรรคพวก รายได้ อำนาจวาสนาแต่ของตัวและพวกพ้อง แบบนี้ไม่ดีเลย เราเสียกรุงมา ๒ ครั้งเพราะมีผู้นำที่อ่อนแอ เราจะมาเสียกรุงครั้งที่ ๓ เพราะผู้นำมีแต่ความโลภโมโทสัน เอาแต่ได้ไร้คุณธรรมไม่เห็นหัวประชาชน สงครามเศรษฐกิจมันรุนแรงยิ่งกว่าอาวุธนิวเคลียร์ ประชาชนอดหยากหิวโหยไม่ใช่เรื่องล้อเล่น <br /><br />พวกเราเป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน เรียกว่ามามีกรรมร่วมเราต้องร่วมด้วยช่วยกันด้วยการ หันหน้ามาประพฤติปฏิบัติธรรมแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนาย เพื่อให้ประเทศของเราผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ไปได้ ขอให้เชื่อถ้าคนในบ้านเมืองมีศีลธรรมจรรยามากกว่าคนเลวระยำ พระสยามเทวาธิราชตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นท่านต้องช่วยเพื่อไม่ให้คนดีต้องเดือดร้อน ในโลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์อีกเยอะที่มนุษย์ไม่มีทางมองเห็น ฉะนั้น &quot;ไม่เชื่ออย่าลบหลู่&quot; จงรีบหันหน้ามาร่วมกันปฏิบัติตามแนวทางแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัสสอนไว้ เพื่อให้ร้ายจะได้กลายเป็นดีครับ.
มองภาพในการ์ตูนที่นำมาให้ชมนี้...มีความรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ?...ผมมีเพื่อนต่างชาติเยอะมาก เขาเหล่านั้นแม้จะไม่นับถือพระพุทธศาสนาแต่ เขา คิดถูก เห็นถูก พูดถูก..ผมยอมรับ..ผมอายเขามาก ๆ แต่ก่อนประเทศของเราถือเป็นอันดับหนึ่งของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อน ๆ ต่างชาติชอบและรักที่จะมาเที่ยวปัจจุบันนี้ เขาไม่กล้ามา..เขากลัว.กลัวถูกลูกหลง เขาพูดว่า "คนไทยเวลามีเรื่องเล่นกันแรง"

วันนี้เวลานี้รอบ ๆ บ้านเราเขาคงมองเรา สมเพชเรา ยิ่งช่วงนี้ UN ถึง ๑๒ ประเทศเข้ามาสังเกตุการณ์ในบ้านเมืองเรา ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนส่อแสดงว่าบ้านเมืองของเรา ห่างไกลจากความศิวิไลซ์โดยสิ้นเชิงกระนั้นหรือ ? เป็นไปได้ไงใช่ไหมครับ เราเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือ? เมืองที่ได้ชื่อว่า "พระพุทธศาสานาเป็นศาสนาประจำชาติ" กลายมาเป็นแบบนี้ได้ไง...ใครตอบได้บ้าง

เพราะความโลภ ความโกรธ ความหลง เข้าครอบงำจิตใจใช่ไหม ถึงเวลาแล้วครับที่ต้องหันมาทบทวน ใส่ใจในคำสอนของพระพุทธองค์ ให้น้อมนำไปปฏิบัติอย่าให้ปรากฏเพียงแค่ชื่อว่า "ศิษย์ตถาคต" เสียชาติเกิดครับ โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองท่านต้องเห็นถูก เห็นว่าประชาชนเป็นลูกเป็นหลานของท่าน ท่านอย่าเอาความโลภ ความโกรธ ความหลง ของท่านมานำพาประเทศไปสู่ความล่มจม ประชาชนเดือดร้อนเพราะเอาแต่พรรคพวก รายได้ อำนาจวาสนาแต่ของตัวและพวกพ้อง แบบนี้ไม่ดีเลย เราเสียกรุงมา ๒ ครั้งเพราะมีผู้นำที่อ่อนแอ เราจะมาเสียกรุงครั้งที่ ๓ เพราะผู้นำมีแต่ความโลภโมโทสัน เอาแต่ได้ไร้คุณธรรมไม่เห็นหัวประชาชน สงครามเศรษฐกิจมันรุนแรงยิ่งกว่าอาวุธนิวเคลียร์ ประชาชนอดหยากหิวโหยไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

พวกเราเป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน เรียกว่ามามีกรรมร่วมเราต้องร่วมด้วยช่วยกันด้วยการ หันหน้ามาประพฤติปฏิบัติธรรมแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนาย เพื่อให้ประเทศของเราผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ไปได้ ขอให้เชื่อถ้าคนในบ้านเมืองมีศีลธรรมจรรยามากกว่าคนเลวระยำ พระสยามเทวาธิราชตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นท่านต้องช่วยเพื่อไม่ให้คนดีต้องเดือดร้อน ในโลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์อีกเยอะที่มนุษย์ไม่มีทางมองเห็น ฉะนั้น "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" จงรีบหันหน้ามาร่วมกันปฏิบัติตามแนวทางแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัสสอนไว้ เพื่อให้ร้ายจะได้กลายเป็นดีครับ.
S__4874276.jpg (101.28 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
ออกจากวัดป่าวังน้ำทิพย์เย็นแล้วครับ เจตนาคือจะไม่กลับทางเดิม ผมตั้ง GPS ขอเส้นทางกลับที่พัก เมื่อเครื่องแสดงเส้นทางผมยกมือจบศรีษะ อธิษฐานจิตขออย่าให้เจ้าเครื่องนี้มันพาเข้าป่าอีก ต้องยอมรับว่ากับเครื่องนำทางนี้เคยพาพวกเราหลงทางบ่อยครั้ง จนคุณนายเข็ด (ไม่อยากเชื่อ คุณนายจะแหย่เสมอ ๆ ว่า แพ้ จีพี ถาม) <br /><br />ผมนำทางไปตามที่เครื่องบอก ผมประมาณระยะทางแล้วคาดว่าไม่ต่ำกว่า ๒๐ กม.เราคงถึงที่พักมืดแน่นอน จึงเตรียมไฟติดหน้ารถพร้อม เมื่อเริ่มออกเดินทางไปตามที่เครื่องนำทาง สุดยอดจริง ๆ ไม่น่าเชื่อถึงที่พักแบบไม่ทันได้ใช้ไฟที่เตรียมไว้เลย เครื่องพาลัดเลาะเข้าไปตามหมู่บ้าน ทางเล็กทางน้อยวกไปวนมา จิตใจตุ้ม ๆ ต้อม ๆ กลัวจะเข้าป่าไปเรื่อย ๆ แต่พลังจิตผมเชื่อมั่นไม่หวั่นไหว ปั่นพาคุณนายไปเรื่อย ๆ ไม่พูดไม่คุย ก้มหน้าก้มตาปั่นไปตามที่เครื่องชี้นำ ถึงที่พักโดยสวัสดิภาพใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ไม่ถึง ๓๐ นาที ผิดคาดเป็นไปได้ไงช่วงใกล้ถึงที่พักคุณนายยังนึกไม่ออก เมื่อผมชี้ให้ดูว่า &quot;นั่นไง รีสอร์ทของเรา&quot; คุณนายยังไม่เชื่อต่อเมืองพาเลี้ยวเข้าซอยจึงจำได้  คุณนายยิ้มถึงกับยกหัวแม่มือนับถือเจ้าเครื่องนำทางว่า &quot;ครั้งนี้สุดยอด จริง ๆ &quot;..๕๕๕๕.
ออกจากวัดป่าวังน้ำทิพย์เย็นแล้วครับ เจตนาคือจะไม่กลับทางเดิม ผมตั้ง GPS ขอเส้นทางกลับที่พัก เมื่อเครื่องแสดงเส้นทางผมยกมือจบศรีษะ อธิษฐานจิตขออย่าให้เจ้าเครื่องนี้มันพาเข้าป่าอีก ต้องยอมรับว่ากับเครื่องนำทางนี้เคยพาพวกเราหลงทางบ่อยครั้ง จนคุณนายเข็ด (ไม่อยากเชื่อ คุณนายจะแหย่เสมอ ๆ ว่า แพ้ จีพี ถาม)

ผมนำทางไปตามที่เครื่องบอก ผมประมาณระยะทางแล้วคาดว่าไม่ต่ำกว่า ๒๐ กม.เราคงถึงที่พักมืดแน่นอน จึงเตรียมไฟติดหน้ารถพร้อม เมื่อเริ่มออกเดินทางไปตามที่เครื่องนำทาง สุดยอดจริง ๆ ไม่น่าเชื่อถึงที่พักแบบไม่ทันได้ใช้ไฟที่เตรียมไว้เลย เครื่องพาลัดเลาะเข้าไปตามหมู่บ้าน ทางเล็กทางน้อยวกไปวนมา จิตใจตุ้ม ๆ ต้อม ๆ กลัวจะเข้าป่าไปเรื่อย ๆ แต่พลังจิตผมเชื่อมั่นไม่หวั่นไหว ปั่นพาคุณนายไปเรื่อย ๆ ไม่พูดไม่คุย ก้มหน้าก้มตาปั่นไปตามที่เครื่องชี้นำ ถึงที่พักโดยสวัสดิภาพใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ไม่ถึง ๓๐ นาที ผิดคาดเป็นไปได้ไงช่วงใกล้ถึงที่พักคุณนายยังนึกไม่ออก เมื่อผมชี้ให้ดูว่า "นั่นไง รีสอร์ทของเรา" คุณนายยังไม่เชื่อต่อเมืองพาเลี้ยวเข้าซอยจึงจำได้ คุณนายยิ้มถึงกับยกหัวแม่มือนับถือเจ้าเครื่องนำทางว่า "ครั้งนี้สุดยอด จริง ๆ "..๕๕๕๕.
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (868).JPG (204.68 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
S__3899403.jpg
S__3899403.jpg (155.36 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
S__3899404.jpg
S__3899404.jpg (151.79 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
เมื่อถึงที่พักเรียบร้อยชำระร่างกายพักผ่อนหายคลายกังวล เราพากันออกไปตลาด ไปร้านน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าที่ร้านนี้จากการพูดคุย นับถือน้ำใจคนขายสองสามีภรรยา ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน สิ่งของที่นำมาขายจะสดใหม่เสมอ ๆ เหลือก็จะไม่นำมาขายอีก นึกถึงคนที่เขามาซื้อเป็นหลัก ปรากฏว่าเจ้านี้ขายดีมาก เขาเล่าว่าของไม่บ่อยนักที่จะเหลือส่วนใหญ่จะขายหมด แต่มาระยะหลัง ๓ - ๔ ปีมานี้ เขาต้องลดปริมาณการขายลง เนื่องจากลูกค้ากำลังซื้อไม่มี เศรษฐกิจเรียกว่าแย่ ฝืดเคืองมาก ๆ ไม่เหมือนยุคหนึ่งที่การค้ารุ่งเรืองมากขายดิบขายดี เขาเรียกร้องอยากกลับเป็นเหมือนวันวานที่ผ่านมา ผมก็ได้แต่ปลอบใจอดทนหน่อย ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน มันต้องมีสักวันที่ต้องกลับมาดีเหมือนเดิม ขอให้พวกเราช่วยกันเป็นคนดี ของบ้านเมืองคือเริ่มจากตัวเราทุกคน นี่แหละเมื่อรวม ๆ กันแล้วหากคนดีมีเยอะ บ้านเมืองก็จะไปรอดเศรษฐกิจก็จะกลับมารุ่งเรืองเหมือนเดิม มันไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ฟุบแฟบเดี๋ยวก็พองโต อย่าหวั่นไหว &quot;ทำดีต่อไป&quot;
เมื่อถึงที่พักเรียบร้อยชำระร่างกายพักผ่อนหายคลายกังวล เราพากันออกไปตลาด ไปร้านน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าที่ร้านนี้จากการพูดคุย นับถือน้ำใจคนขายสองสามีภรรยา ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน สิ่งของที่นำมาขายจะสดใหม่เสมอ ๆ เหลือก็จะไม่นำมาขายอีก นึกถึงคนที่เขามาซื้อเป็นหลัก ปรากฏว่าเจ้านี้ขายดีมาก เขาเล่าว่าของไม่บ่อยนักที่จะเหลือส่วนใหญ่จะขายหมด แต่มาระยะหลัง ๓ - ๔ ปีมานี้ เขาต้องลดปริมาณการขายลง เนื่องจากลูกค้ากำลังซื้อไม่มี เศรษฐกิจเรียกว่าแย่ ฝืดเคืองมาก ๆ ไม่เหมือนยุคหนึ่งที่การค้ารุ่งเรืองมากขายดิบขายดี เขาเรียกร้องอยากกลับเป็นเหมือนวันวานที่ผ่านมา ผมก็ได้แต่ปลอบใจอดทนหน่อย ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน มันต้องมีสักวันที่ต้องกลับมาดีเหมือนเดิม ขอให้พวกเราช่วยกันเป็นคนดี ของบ้านเมืองคือเริ่มจากตัวเราทุกคน นี่แหละเมื่อรวม ๆ กันแล้วหากคนดีมีเยอะ บ้านเมืองก็จะไปรอดเศรษฐกิจก็จะกลับมารุ่งเรืองเหมือนเดิม มันไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ฟุบแฟบเดี๋ยวก็พองโต อย่าหวั่นไหว "ทำดีต่อไป"
S__3899405.jpg (144.09 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
725528.jpg
725528.jpg (27.1 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (869).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (869).JPG (227.33 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (870).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (870).JPG (193.88 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (871).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (871).JPG (301.82 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (872).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (872).JPG (246.89 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (873).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (873).JPG (217.87 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (874).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (874).JPG (296.04 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (875).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (875).JPG (168.51 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
รุ่งเช้าเป็นวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ช่วงที่ผมกำลังต้มกาแฟเตรียมอาหารเช้าเบา ๆ ในที่พัก คุณนายได้รับโทรศัพท์ ทราบว่าทาง บขส.ได้โทรมาหาให้รีบออกไปเพราะรถที่สามารถโหลดจักรยานได้จะมาจากมุกดาหารและจะออกจาก อ.เลิงนกทาอีกในเวลา ๐๙.๓๐ น.นี้ เป็นอันว่าแผนการณ์ที่จะเที่ยวต่อต้องจบลงเพราะคุณนายตัดสินใจกลับแล้ว ช่วงเมื่อวานที่คุณนายแวะไปถามที่ บขส.ผมนึกว่าไปถามแค่รถจะไปยโสธรมีไหมแค่นั้น ไม่คิดว่าคุณนายจะติดต่อรถกลับเชียงใหม่เลย<br /><br />ผมบอกแล้วรักที่จะอยู่ด้วยกันอย่าขัดใจโอนอ่อนผ่อนได้ก็ทำ เราเดินทางออกจากบ้านเมื่อ ๒๔ กพ.๖๒ ถึงวันที่ ๒ มีค.ครบ ๗ วันพอดิบพอดี อากาศที่ร้อนมาก ๆ น่าจะเป็นอุปสรรคสำหรับผู้หญิงเราต้องเห็นใจ ที่เที่ยวมันคงตั้งอยู่ และจะไม่ดับไปในช่วงชีวิตของเรา ไว้อยากมาค่อยมาใหม่ไม่เห็นเป็นไร เราสองคนรีบเก็บข้าวของ และไม่ลืมที่จะอำลาคุณน้องเจ้าของรีสอร์ทที่ใจดี นั่งหน้าห้องอวยพรให้เราเดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ไม่ลืมจะบอกว่าโอกาสหน้ามานอนที่นี่อีกนะ
รุ่งเช้าเป็นวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ช่วงที่ผมกำลังต้มกาแฟเตรียมอาหารเช้าเบา ๆ ในที่พัก คุณนายได้รับโทรศัพท์ ทราบว่าทาง บขส.ได้โทรมาหาให้รีบออกไปเพราะรถที่สามารถโหลดจักรยานได้จะมาจากมุกดาหารและจะออกจาก อ.เลิงนกทาอีกในเวลา ๐๙.๓๐ น.นี้ เป็นอันว่าแผนการณ์ที่จะเที่ยวต่อต้องจบลงเพราะคุณนายตัดสินใจกลับแล้ว ช่วงเมื่อวานที่คุณนายแวะไปถามที่ บขส.ผมนึกว่าไปถามแค่รถจะไปยโสธรมีไหมแค่นั้น ไม่คิดว่าคุณนายจะติดต่อรถกลับเชียงใหม่เลย

ผมบอกแล้วรักที่จะอยู่ด้วยกันอย่าขัดใจโอนอ่อนผ่อนได้ก็ทำ เราเดินทางออกจากบ้านเมื่อ ๒๔ กพ.๖๒ ถึงวันที่ ๒ มีค.ครบ ๗ วันพอดิบพอดี อากาศที่ร้อนมาก ๆ น่าจะเป็นอุปสรรคสำหรับผู้หญิงเราต้องเห็นใจ ที่เที่ยวมันคงตั้งอยู่ และจะไม่ดับไปในช่วงชีวิตของเรา ไว้อยากมาค่อยมาใหม่ไม่เห็นเป็นไร เราสองคนรีบเก็บข้าวของ และไม่ลืมที่จะอำลาคุณน้องเจ้าของรีสอร์ทที่ใจดี นั่งหน้าห้องอวยพรให้เราเดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ไม่ลืมจะบอกว่าโอกาสหน้ามานอนที่นี่อีกนะ
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (876).JPG (227.63 KiB) เข้าดูแล้ว 812 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

..สวัสดี ขอบคุณมากครับ สละเวลาพิมพ์ให้เป็นวิทยาทาน
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

ลุงเนตร เขียน:..สวัสดี ขอบคุณมากครับ สละเวลาพิมพ์ให้เป็นวิทยาทาน
:) :D อรุณสวัสดิ์ท่านที่เคารพและคุณพี่เนตรที่นับถือ ผมตื่นขึ้นมาเพื่อสวดมนต์ทำภาวนาและสร้างบุญบารมี เห็นคุณพี่จุดประเด็นคำว่า "สละ" ผมนั่งตรึกนึกคิดเป็นนานจนตกผลึกนึกถึงคำสอนของ ร.๙ ที่ได้กล่าวไว้น่าสนใจและไม่ควรผ่านไป บทความที่ในหลวงท่านทรงพระราชทานแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เพื่อปลูกฝังและเป็นรากฐานของประเทศต่อไป ความว่า :

"เสียสละนั้นหากจะแปลความหมายได้ตรงตัวนั้นก็คือ การที่ยอมละทิ้ง หรือสละประโยชน์ที่เป็นของตนเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นต่อไป โดยยินยอมอย่างเต็มใจซึ่งอาจจะว่าได้ว่า คำว่า “เสียสละ” คำนี้มีความหมายในทิศทางเดียวกับคำว่า “ทาน” ตามหลักพระพุทธศาสนา สำหรับผู้ที่ยอมเสียสละสิ่งต่างต่างที่เป็นประโยชน์กับตนเอง เพื่อนำไปสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ นับว่าเป็นผู้ที่ประเสริฐยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเสียสละอะไรก็ตามก็นับว่า “เสียสละ” โดยไม่ใช่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องเงิน เรื่องทอง เสมอไป

การที่นายทหารเสียสละเวลา เสียสละความสุขที่จะได้อยู่กับครอบครัว กับคนที่รักไปประจำการอยู่ตามชายแดนห่างไกลจากคนที่ตนรักนั้น หรือเพียงแม้แต่การสละเงินทองอันน้อยนิดเพื่อประโยชน์ต่อคนอื่น ต่อผู้ยากไร้ก็นับว่าเป็นการเสียสละเช่นกัน “เสียสละ” หรือการให้ทานนั้นไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นกับผู้มั่งคั่ง ผู้ร่ำรวยแต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในสังคม ทุกโอกาส หากลองมาคิดภาพตามกันดูว่าหากทุกคนในสังคมยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพียงคนละเล็กน้อย สังคมนั้นก็คงจะมีความสุข และอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบเรียบร้อย การที่คนรวยยอมเสียสละทรัพย์ช่วยเหลือคุณภาพชีวิตคนที่อัตคัดขัดสน การที่คนอัตคัดยอมเสียสละเวลาเพื่อเก็บกวาดถนนชุมชน หรือแม้กระทั่งการที่พระสงฆ์ หรือนักบวชยอมเสียสละเวลาศึกษาพระธรรมคำสอนเพื่อโปรดสัตว์โลก ถ่ายทอดความเป็นจริงของโลกให้ทุกคนรู้

กลับมามองที่จุดที่เล็กที่สุดของสังคม นั้นก็คือ “ครอบครัว” การปลูกฝังให้เด็กเล็กในครอบครัวของตนมีจิตใจที่เสียสละต่อผู้อื่นนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อการสร้างรากฐานที่ดีของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการชวนเด็กเด็กไปทำบุญ ช่วยเหลือตามสถานที่ต่างๆ หรือแม้จะเป็นการสอนให้รู้จักการเสียสละ สิ่งเล็กๆน้อยๆอย่างขนม ของเล่นให้แก่เพื่อน เพียงเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆเหล่านี้จะเป็นการปลูกฝังให้สังคมนั้นนั้นลดการเห็นแก่ตัวเห็นแก่ประโยชน์ของตน แล้วหันมามองประโยชน์ของเพื่อมนุษย์คนอื่น ดังเช่นที่พระบรมราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนกได้ดำรัชไว้ว่า

ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน เป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ตัวท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมแห่งอาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์
:idea: :idea:
ไฟล์แนบ
เมื่อสมัยที่เป็นหนุ่มยังห้าวหาญ ไม่รู้จักดี-ชั่ว เอาแต่ความพึงพอใจกับความสุขสนุกสนาน เมื่อรู้สึกตัว (เกือบจะสาย) กลับเนื้อกลับตัวและรำลึกนึกถึงคำสอนของ พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ ที่แต่ละองค์ท่านสั่งไว้เสมอ ๆ ว่า &quot;ให้ไปนำพาศีลธรรมกลับมาก่อนที่โลกาจะวินาศ&quot; แต่ก่อนตัวเรายังไม่เดียงสาในเรื่องธรรมก็ไม่ได้เก็บมาคิด ต่อเมื่อได้ปฏิบัติธรรมหนักขึ้น ๆ รู้สึกได้ว่า ความสุข ความสงบ ที่เกิดจากผลของการปฏิบัติธรรม เป็นความสุขความสงบที่หาที่เปรียบไม่ได้ จิตหวลคิดถึงคำสั่งเสีย ประกอบกับได้ปั่นจักรยานไปปฏิบัติธรรมในที่ต่าง ๆ และมีช่องทางที่ Thai Mtb.เปิดโอกาสให้นักปั่นได้นำเสนอเรื่องราว จึงเห็นเป็นช่องทางที่จะยัง &quot;สัจจะ&quot; ที่ให้ไว้กับพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ เป็นจริงขึ้นมา <br /><br />ขอฝากข้อคิด ข้อธรรมะ ที่ผมพยายามจะไปค้นไปคว้านำมาเผยแผ่ให้กับบรรดาท่านที่เข้ามาเยี่ยมมาอ่านกระทู้นี้ ขอให้ทุกท่านทุกคนจงได้อานิสงค์ผลบุญ ขอให้เจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น และหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ผิดพลาด อย่ารอช้าโปรด &quot; เสียสละ ช่วยทักท้วง แก้ไข&quot; เพื่อยังธรรมให้ถูกต้องและผมจะได้ปรับปรุงแก้ไข อันจะยังประโยชน์กับท่านผู้อ่านผู้ชมท่านอื่น ๆ ต่อ ๆ ไป ขอบพระคุณมากครับ.
เมื่อสมัยที่เป็นหนุ่มยังห้าวหาญ ไม่รู้จักดี-ชั่ว เอาแต่ความพึงพอใจกับความสุขสนุกสนาน เมื่อรู้สึกตัว (เกือบจะสาย) กลับเนื้อกลับตัวและรำลึกนึกถึงคำสอนของ พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ ที่แต่ละองค์ท่านสั่งไว้เสมอ ๆ ว่า "ให้ไปนำพาศีลธรรมกลับมาก่อนที่โลกาจะวินาศ" แต่ก่อนตัวเรายังไม่เดียงสาในเรื่องธรรมก็ไม่ได้เก็บมาคิด ต่อเมื่อได้ปฏิบัติธรรมหนักขึ้น ๆ รู้สึกได้ว่า ความสุข ความสงบ ที่เกิดจากผลของการปฏิบัติธรรม เป็นความสุขความสงบที่หาที่เปรียบไม่ได้ จิตหวลคิดถึงคำสั่งเสีย ประกอบกับได้ปั่นจักรยานไปปฏิบัติธรรมในที่ต่าง ๆ และมีช่องทางที่ Thai Mtb.เปิดโอกาสให้นักปั่นได้นำเสนอเรื่องราว จึงเห็นเป็นช่องทางที่จะยัง "สัจจะ" ที่ให้ไว้กับพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ เป็นจริงขึ้นมา

ขอฝากข้อคิด ข้อธรรมะ ที่ผมพยายามจะไปค้นไปคว้านำมาเผยแผ่ให้กับบรรดาท่านที่เข้ามาเยี่ยมมาอ่านกระทู้นี้ ขอให้ทุกท่านทุกคนจงได้อานิสงค์ผลบุญ ขอให้เจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น และหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ผิดพลาด อย่ารอช้าโปรด " เสียสละ ช่วยทักท้วง แก้ไข" เพื่อยังธรรมให้ถูกต้องและผมจะได้ปรับปรุงแก้ไข อันจะยังประโยชน์กับท่านผู้อ่านผู้ชมท่านอื่น ๆ ต่อ ๆ ไป ขอบพระคุณมากครับ.
S__4874279.jpg (206.2 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__36814876.jpg
S__36814876.jpg (223.2 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__36814877.jpg
S__36814877.jpg (273.73 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__36814878.jpg
S__36814878.jpg (187.74 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__36814879.jpg
S__36814879.jpg (218.01 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__36823042.jpg
S__36823042.jpg (123.2 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__36823043.jpg
S__36823043.jpg (124.87 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__5054467.jpg
S__5054467.jpg (150.9 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__5054468.jpg
S__5054468.jpg (162.03 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__5054469.jpg
S__5054469.jpg (268.77 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__5054470.jpg
S__5054470.jpg (247.11 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
S__5054471.jpg
S__5054471.jpg (214.44 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
การท่องเที่ยวทั่วไทยเริ่มจาก กำแพงเพชร กาฬสินธ์ และยโสธร ซึ่ง จ.ยโสธร เป็นจังหวัดที่ไม่ได้วางแผนอะไรมากนัก เพียงแค่ตรวจสอบคร่าว ๆ ว่าต้องไปไหนก่อนประมาณนั้น นอกนั้นให้เป็นไปตามธรรมชาติของการเดินทางคือ ไปแก้ปัญหาเอาข้างหน้า ซึ่งได้อารมณ์และความรู้สึกไปอีกแบบหนึ่ง ที่สำคัญเราได้ฝึกใจของเรา ให้รู้ว่า &quot;ธาตุแท้ของใจเป็นเช่นไร&quot; แล้วเราก็ค่อยแก้ค่อยเกลาจิตใจของเรา ให้อยู่ในร่องในรอยแห่งธรรม อารมณ์เป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำคัญมาก ใครที่ควบคุมอารมณ์ของตนได้ขอแสดงความนับถือ พระหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.มหาธนะชัย ผมตั้งใจที่ต้องไปชมให้ได้ ปรากฏว่าคุณนายไม่ยอมไป เพราะสภาพอากาศที่ร้อนมาก ประกอบกับเวลาไปและกลับต้องมืดก่อนกลับถึงที่พักแน่นอน &quot;อารมณ์ผมขุ่นมาก ๆ &quot; สุดท้ายก็สามารถข่มอารมณ์ควบคุมจิตใจได้ ถือเป็นชัยชนะอีกขั้นหนึ่ง<br /><br />การตรัสรู้หมายถึง ตรัสรู้ /ตฺรัดสะ-/ คำกริยา<br />1.รู้แจ้ง, ใช้เฉพาะพระพุทธเจ้า.<br />2.รู้เอาเองว่าเป็นเช่นนั้นเช่นนี้, ทำเป็นรู้ดี, มักใช้เชิงเหน็บแนม.&quot;อย่าทำเป็นตรัสรู้หน่อยเลย&quot; <br /><br />การเดินทางที่มีกำหนดการมันเป็นการเดินทางที่เครียด ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกยาก เพราะต้องไปตามกำหนดการที่วางไว้ ตรงข้ามกับการเดินทางที่เราเพียงวางโครงร่างไว้คร่าว ๆ ไปแก้ไขปัญหาตามสถานการณ์ข้างหน้า การเดินทางครั้งนั้นจะมีความสุข สนุกไปกับการเดินทาง ผมได้ตรัสรู้เรื่องของการเดินทางมาบ่อยครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ย้ำว่า สิ่งที่ผมตรัสรู้ เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว สรุปว่า เดินทางท่องเที่ยวอย่าวางแผนให้ตายตัวดีที่สุด &quot;ไม่ต้องวางแผนอะไรเลย&quot; อยากไปก็ไปเลย สนุก เร้าใจ ได้ Feeling ทดลองพิสูจน์กันเองนะครับ<br /><br />จ.ยโสธร ก็ถึงกาลอวสานแต่เพียงนี้ โอกาสหน้าเดินทางไปแห่งหนตำบลใดอีกและเมื่อกลับมา ผมก็จะนำมาเล่าสู่ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพให้ได้อ่านได้ติดตามกันต่อไป หวังใจว่าเรื่องที่ดำเนินมาคงก่อเกิดประโยชน์ให้กับท่านที่เคารพทุกท่าน สิ่งใดที่ดีมีประโยชน์ก็นำไปใช้ สิ่งใดไร้สาระก็ ละ ก็ทิ้ง หรือถ้าอยากร่วมบุญกุศล ก็เมตตาบอกกล่าวเล่าสู่ฟัง เพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้เกิดสาระ อันจะยังประโยชน์แก่สาธุชนต่อ ๆ ไป ครั้งต่อไปจะเปลี่ยนบรรยากาศไปเมืองนอกกันส่วนจะเป็นที่ใดก็โปรดติดตามนะครับ...ขอบพระคุณและสวัสดีมีโชคมีชัยครับ.
การท่องเที่ยวทั่วไทยเริ่มจาก กำแพงเพชร กาฬสินธ์ และยโสธร ซึ่ง จ.ยโสธร เป็นจังหวัดที่ไม่ได้วางแผนอะไรมากนัก เพียงแค่ตรวจสอบคร่าว ๆ ว่าต้องไปไหนก่อนประมาณนั้น นอกนั้นให้เป็นไปตามธรรมชาติของการเดินทางคือ ไปแก้ปัญหาเอาข้างหน้า ซึ่งได้อารมณ์และความรู้สึกไปอีกแบบหนึ่ง ที่สำคัญเราได้ฝึกใจของเรา ให้รู้ว่า "ธาตุแท้ของใจเป็นเช่นไร" แล้วเราก็ค่อยแก้ค่อยเกลาจิตใจของเรา ให้อยู่ในร่องในรอยแห่งธรรม อารมณ์เป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำคัญมาก ใครที่ควบคุมอารมณ์ของตนได้ขอแสดงความนับถือ พระหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.มหาธนะชัย ผมตั้งใจที่ต้องไปชมให้ได้ ปรากฏว่าคุณนายไม่ยอมไป เพราะสภาพอากาศที่ร้อนมาก ประกอบกับเวลาไปและกลับต้องมืดก่อนกลับถึงที่พักแน่นอน "อารมณ์ผมขุ่นมาก ๆ " สุดท้ายก็สามารถข่มอารมณ์ควบคุมจิตใจได้ ถือเป็นชัยชนะอีกขั้นหนึ่ง

การตรัสรู้หมายถึง ตรัสรู้ /ตฺรัดสะ-/ คำกริยา
1.รู้แจ้ง, ใช้เฉพาะพระพุทธเจ้า.
2.รู้เอาเองว่าเป็นเช่นนั้นเช่นนี้, ทำเป็นรู้ดี, มักใช้เชิงเหน็บแนม."อย่าทำเป็นตรัสรู้หน่อยเลย"

การเดินทางที่มีกำหนดการมันเป็นการเดินทางที่เครียด ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกยาก เพราะต้องไปตามกำหนดการที่วางไว้ ตรงข้ามกับการเดินทางที่เราเพียงวางโครงร่างไว้คร่าว ๆ ไปแก้ไขปัญหาตามสถานการณ์ข้างหน้า การเดินทางครั้งนั้นจะมีความสุข สนุกไปกับการเดินทาง ผมได้ตรัสรู้เรื่องของการเดินทางมาบ่อยครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ย้ำว่า สิ่งที่ผมตรัสรู้ เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว สรุปว่า เดินทางท่องเที่ยวอย่าวางแผนให้ตายตัวดีที่สุด "ไม่ต้องวางแผนอะไรเลย" อยากไปก็ไปเลย สนุก เร้าใจ ได้ Feeling ทดลองพิสูจน์กันเองนะครับ

จ.ยโสธร ก็ถึงกาลอวสานแต่เพียงนี้ โอกาสหน้าเดินทางไปแห่งหนตำบลใดอีกและเมื่อกลับมา ผมก็จะนำมาเล่าสู่ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพให้ได้อ่านได้ติดตามกันต่อไป หวังใจว่าเรื่องที่ดำเนินมาคงก่อเกิดประโยชน์ให้กับท่านที่เคารพทุกท่าน สิ่งใดที่ดีมีประโยชน์ก็นำไปใช้ สิ่งใดไร้สาระก็ ละ ก็ทิ้ง หรือถ้าอยากร่วมบุญกุศล ก็เมตตาบอกกล่าวเล่าสู่ฟัง เพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้เกิดสาระ อันจะยังประโยชน์แก่สาธุชนต่อ ๆ ไป ครั้งต่อไปจะเปลี่ยนบรรยากาศไปเมืองนอกกันส่วนจะเป็นที่ใดก็โปรดติดตามนะครับ...ขอบพระคุณและสวัสดีมีโชคมีชัยครับ.
S__5054472.jpg (158.71 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (6).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (6).JPG (315.26 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (9).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (9).JPG (356.47 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (908).JPG
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (908).JPG (146.25 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
จากวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒  -  ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ รวม ๗ วัน ๗ คืนเต็ม ๆ ได้ให้สาระกับตนเองมากมาย &quot;ชีวิตคือการเดินทาง&quot; ร่างกายจะแข็งแรงต้องเคลื่อนไหว จิตใจจะเข้มแข็งต้อง สงบนิ่ง ปั่นจักรยานนั้นดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต คือร่างกายได้เคลื่อนไหว จิตใจได้ฝึก สงบ นิ่ง อยากจะเชิญชวนทุกท่านทุกคนให้หันมาสนใจจักรยาน ใช้จักรยานในการดำเนินชีวิตประจำวันไปไหนมาไหน ใกล้ ๆ แถว ๆ ระแวกบ้านชุมชน ให้ใช้จักรยานแทนมอไซด์ จะเป็นการดีต่อ กายและจิตใจ และช่วยโลกในการประหยัดพลังงานด้วย และหากมีเวลามาก ๆ เชิญชวนท่องเที่ยวไทยไปกับจักรยาน ครั้งละ ๓ วัน ๗ วัน เอาตามสะดวก ดีกว่านั่ง นอน รอ...............?
จากวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ - ๓ มีนาคม ๒๕๖๒ รวม ๗ วัน ๗ คืนเต็ม ๆ ได้ให้สาระกับตนเองมากมาย "ชีวิตคือการเดินทาง" ร่างกายจะแข็งแรงต้องเคลื่อนไหว จิตใจจะเข้มแข็งต้อง สงบนิ่ง ปั่นจักรยานนั้นดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต คือร่างกายได้เคลื่อนไหว จิตใจได้ฝึก สงบ นิ่ง อยากจะเชิญชวนทุกท่านทุกคนให้หันมาสนใจจักรยาน ใช้จักรยานในการดำเนินชีวิตประจำวันไปไหนมาไหน ใกล้ ๆ แถว ๆ ระแวกบ้านชุมชน ให้ใช้จักรยานแทนมอไซด์ จะเป็นการดีต่อ กายและจิตใจ และช่วยโลกในการประหยัดพลังงานด้วย และหากมีเวลามาก ๆ เชิญชวนท่องเที่ยวไทยไปกับจักรยาน ครั้งละ ๓ วัน ๗ วัน เอาตามสะดวก ดีกว่านั่ง นอน รอ...............?
ลุงกะป้าพาเที่ยว ยโสธร ๒๔ กพ.-๒ มีค.๖๒ (909).JPG (135.49 KiB) เข้าดูแล้ว 781 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ท่านผู้ชมที่เคารพรักทุก ๆ ท่าน เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๒ ช่วงที่รอรับ Passport จากกงสุลจีน ซึ่งนัดรับวันที่ ๙ เมย.เวลา ๑๕.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.ผมพร้อมคุณนายและลุงป๊อก ได้เดินทางไปสร้างบุญบารมีกับพระสายวัดป่า ที่ท่านพากันไปจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำสีนิล ในเขต อ.แม่แตง ซึ่งถ้ำนี้ไม่เคยได้ยินชื่อและไม่เคยไป เมื่อได้ไปเห็นรู้สึกได้ว่า "สถานที่นี้เหมาะมากกับการมาปลีกวิเวก ทำสมาธิภาวนา"

เมื่อสมัยเป็นเด็กอยู่บ้านนอกเมื่อยามออกพรรษา พระธุดงค์จะพากันไปปักกลดนอนในหมู่บ้าน ผมและพี่สาวชอบที่จะไปรับใช้พระท่าน และมีบ่อยครั้งที่ผมมักจะขาดโรงเรียน ไปส่งพระเที่ยวถ้ำมีอยู่ครั้งหนึ่งพระท่านพาหลง กว่าจะออกจากถ้ำได้ เสียเวลาเป็นนาน ผมได้เห็นพระท่านปักธูปและสวดมนต์ ไม่นานก็ออกจากถ้ำได้ เป็นภาพติดตาและเชื่อว่าโลกนี้มีอะไรแปลก ๆ เสมอ(จนถึงทุกวันนี้) ถ้ำสีนิลเป็นอีกหนึ่งที่หมายที่ต้องหาเวลาและโอกาส มาปฏิบัติธรรมเผื่อว่าจะได้ธรรมะเพิ่มพูนบารมี :lol: :lol:
ไฟล์แนบ
28๑.gif8.jpg
28๑.gif8.jpg (58.97 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
S__4874281.jpg
S__4874281.jpg (99.51 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
52972.jpg
52972.jpg (315.73 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
กว่าจะเข้าไปถึงต้องผ่านอุปสรรคต้นไม้ล้มขวางทาง โชคดีต้นเล็กพอช่วยกันหักกิ่งทีละน้อยแต่กว่าจะได้ก็กินเวลาพอสมควร
กว่าจะเข้าไปถึงต้องผ่านอุปสรรคต้นไม้ล้มขวางทาง โชคดีต้นเล็กพอช่วยกันหักกิ่งทีละน้อยแต่กว่าจะได้ก็กินเวลาพอสมควร
52973.jpg (340.3 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
52975.jpg
52975.jpg (402.76 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
ดูตามสภาพแต่ก่อนคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่เนื่องจากน้ำน้อย ปัจจุบันจึงเหลือแต่ร่องรอย
ดูตามสภาพแต่ก่อนคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่เนื่องจากน้ำน้อย ปัจจุบันจึงเหลือแต่ร่องรอย
52977.jpg (374.24 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
52982.jpg
52982.jpg (103.79 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
52988.jpg
52988.jpg (204.79 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53005.jpg
53005.jpg (262.62 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53008.jpg
53008.jpg (189.85 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53010.jpg
53010.jpg (195.08 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53012.jpg
53012.jpg (189.8 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53014.jpg
53014.jpg (98.66 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53018.jpg
53018.jpg (170.88 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53023.jpg
53023.jpg (352.22 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53025.jpg
53025.jpg (267.3 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53026.jpg
53026.jpg (322.49 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53030.jpg
53030.jpg (317.72 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
53032.jpg
53032.jpg (140.6 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
อัฐิธาตุของหลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป ได้รับการแบ่งปันให้ไปรักษาไว้ที่ถ้ำสีนิลแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันมีพระจำอยู่ ๖ รูป แต่ละรูปองค์ต่างเร่งบำเพ็ญเพียรกันอย่างเอาจริงเอาจัง อนุโมทนากับเนื้อนาบุญของพุทธสานุศิษย์ที่แท้จริง
อัฐิธาตุของหลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป ได้รับการแบ่งปันให้ไปรักษาไว้ที่ถ้ำสีนิลแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันมีพระจำอยู่ ๖ รูป แต่ละรูปองค์ต่างเร่งบำเพ็ญเพียรกันอย่างเอาจริงเอาจัง อนุโมทนากับเนื้อนาบุญของพุทธสานุศิษย์ที่แท้จริง
53035.jpg (118.93 KiB) เข้าดูแล้ว 753 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D สวัสดียามบ่าย ๆ ท่านผู้มีเกียรตืที่เคารพทุกท่าน เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๖๒ เวลา ๑๕.๐๐ น.ผมและคุณนายเดินทางไปรับ Passport ที่ไปทำที่กงสุลจีนรู้สึกเสียใจพอสมควรแต่ก็จำใจรับ ที่เสียใจเพราะทางกงสุล (ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น) เราขอไป ๓๐ วัน แต่เขาอนุญาตุเราแค่ ๑๕ วัน ผมและคุณนายไปเมืองจีนหลายครั้ง แต่ละครั้งขอเท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น เวลาไปปั่นจักรยานเราจะขอ ๓๐ วัน ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง แต่หนนี้.......เซ็ง !!!!!!! ต้องเปลี่ยนแปลงแผนการปั่นให้สอดคล้องกับวันเวลา ไว้กลับมาผมค่อยมารีวิวให้ได้ชมได้อ่านกัน อย่าลืมติดตามให้กำลังใจต่อไป..นะครับ

:( :( ตั้งแต่เลือกตั้งมาคนไทยใน "กะลาแลนด์" หาความเป็นสุขกันไม่ได้ นั่งลุ้น นอนลุ้น จนถึงวันนี้ผลการเลือกตั้งก็ ยังไม่ยุติ ต้องรอกันต่อไป ในขณะที่รอก็เกิดเหตุการณ์ที่แทบไม่น่าเชื่อเช่น การฟ้องร้อง การทุจริต การกลั่นแกล้ง ฯ แต่เหตุที่ช็อคผมที่สุดก็คือเรื่องของตำรวจ มันเป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมาย แต่ก็ไม่สมควรเกิดขึ้น ผมทบทวนความรู้ความเข้าใจ คิดอย่างไรก็ไม่ออก เอาเป็นว่ามันเรื่องของกรรมก็แล้วกัน


:idea: :idea: "กัมมุนา วัตตติ โลโก" สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม

ททมาโน ปิโยโหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก

อุทฺเทส กมฺมปจฺจโย เพราะมีเจตนาตั้งใจเป็นปัจจัย

กัมมปัจจัย หมายถึงการกระทำของจิตใจที่เป็นเหตุให้เกิดผล หรือให้สำเร็จกิจในหน้าที่ของตนเรียกว่า "กรรม"

ดังพุทธภาษิตกล่าวไว้ในอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาตว่า...

"เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ เจตยิตฺวา กมฺมํ กาเยน วาจาย มนสา"

ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า เจตนาคือตัวกรรม สัตว์ทั้งหลายที่ทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจก็ดี ย่อมมีการปรุงแต่ง คือคิดนึกก่อนแล้วจึงทำ

ดังจะเห็นได้ว่าการกระทำด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ จะเป็นกุศล หรืออกุศลก็ตาม ต้องอาศัยเจตนาเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้าในการกระทำนั้นๆ ฉะนั้น เจตนาจึงเป็นตัวกรรม หรือเป็นหัวหน้าของสังขารขันธ์ทั้งหลาย

กัมมปัจจัยที่กล่าวว่า เป็นปัจจัยให้เกิดผล ก็เพราะทำหน้าที่เพาะพืชพันธุ์ให้เกิดผลในอนาคต เรียกว่า พีชนิธานกิจ คือ ทำกิจสั่งสมพืชเชื้อเพื่อให้งอกต่อไปในอนาคต เป็นนานักขณิกกัมมปัจจัย

พุทธศาสนา เป็นศาสนาที่ถือการกระทำเป็นใหญ่ เป็นกรรมนิยม ซึ่งผิดกับศาสนาอื่นที่ถือเทวนิยม เป็นต้น เพราะเข้าใจว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นด้วยการบันดาลของเทพเจ้า

แต่ส่วนของพระพุทธศาสนาถือว่า สัตว์ทั้งหลายจะดีหรือชั่วย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับผู้อื่น หรือขึ้นอยู่กับวงศ์ตระกูล เพราะการทำดีทำชั่วต้องทำด้วยตนเอง ไม่ใช่มีผู้อื่นมาทำให้ได้ เหตุนี้สัตว์ทั้งหลายจึงมีกรรมเป็นของตน เรียกว่า...

กมฺมสฺสโกมฺหิ เมื่อทำกรรมไว้อย่างไร ก็ต้องรับผลของกรรมนั้นตามที่ทำไว้

กมฺมทายาโท คือเป็นทายาทของกรรมที่ทำแล้ว จึงจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในที่ต่างๆกัน

กมฺมโยนิ คือมีกรรมเป็นกำเนิด และกรรมที่ทำแล้วยังจะติดตามไปทุกหนทุกแห่ง จะไม่สูญหายไปใหน

กมฺมพนฺธู คือมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ แม้พ่อ-แม่ญาติพี่น้อง ก็ไม่ชื่อว่าเป็นเผ่าพันธุ์วงศ์ญาติที่แท้จริง คือชาตินี้เป็นญาติกัน แต่พอตายแล้วก็แยกย้ายกันไป แต่ส่วนกรรมที่ทำแล้วย่อมจะติดตามตนไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพาน.

ถ้าทำกรรมดีก็เหมือนมีวงศ์ญาติที่ดี ญาติดีก็จะอุปถัมภ์ค้ำชูให้มีความสุข ความเจริญ แต่ถ้าทำกรรมชั่ว ก็เหมือนมีวงศ์ญาติที่ชั่ว ญาติชั่วก็จะติดตามล้างผลาญให้เป็นทุกข์เดือดร้อนเรื่อยไป กรรมจึงเป็นที่พึ่งอาศัยของสัตว์โลก

กมฺมปฏิสรโณ เพราะเมื่อกรรมชั่วให้ผลอยู่ แม้ญาติพ่อ-แม่พี่น้องตลอดจนผู้มีอำนาจราชศักดิ์ ก็ไม่อาจช่วยให้พ้นจากทุกข์ได้ แต่ถ้ากรรมดีให้ผลอยู่ แม้ใครจะคิดร้ายทำลายชีวิตก็ไม่อาจถูกทำลายได้เลย.

อีกนัยหนึ่ง ท่านเปรียบกรรมคือการทำกุศล อกุศล ส่วนผลคือวิบาก เปรียบเหมือนเงา เมื่อมีคนที่ใหนก็ต้องมีเงาที่นั่น คือมีกรรมก็ต้องมีวิบากรับผล.
:( :(

ในฐานะที่เป็นอดีต ตร. ขอเรียนว่า กฏแห่งกรรมซื่อสัตย์เสมอ อย่าล้อเล่นกับ "กรรม" ถ้าจะทำต้องเลือกทำแต่ "กรรมดี" เท่านั้น เรื่องแบบนี้สมัยที่รับราชการถูกกระทำทุกรูปแบบ อยากจะบอกว่าหากไม่ดีจริง ไม่สามารถเอาตัวรอดมาได้ "ดีทางโลก เทียบกับ ดีทางธรรม" ต่างกันมากครับ ดีทางธรรมครอบคลุมไปถึงทางโลก ดีแต่ทางโลกไม่ได้ครอบคลุมไปถึงทางธรรม ฉะนั้นขอให้ดีทางธรรมเข้าไว้รับรองปลอดภัยครับ
:idea: :idea:
ไฟล์แนบ
S__5865490.jpg
S__5865490.jpg (279.43 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
เฮียใหญ่ท่าน ประเสริฐ กิตินา นักธุรกิจ อ.เชียงแสน เป็นคนตั้งชื่อทีมว่า &quot; ๕ เสือ ตลุยจีน&quot; ไม่ทราบว่าพอวีซาให้แค่ ๑๕ แกจะเปลี่ยนชื่ออีกหรือไม่คอยฟังแกครับ
เฮียใหญ่ท่าน ประเสริฐ กิตินา นักธุรกิจ อ.เชียงแสน เป็นคนตั้งชื่อทีมว่า " ๕ เสือ ตลุยจีน" ไม่ทราบว่าพอวีซาให้แค่ ๑๕ แกจะเปลี่ยนชื่ออีกหรือไม่คอยฟังแกครับ
S__5865491.jpg (262.32 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
S__5054466.jpg
S__5054466.jpg (43.05 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
เรื่องนี้ความจริงผมก็ไม่อยากจะนำเสนอ แต่พิจารณาแล้วคนทั้งประเทศเขารู้กันหมด และคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดหรือผิดอะไร เป็นเรื่องที่ทุกคนที่สนใจ ติดตามข่าวสารก็จะทราบเช่นเดียวกัน &quot;ดัง จนเด่น สุดท้ายย่อมเป็นภัย&quot; เป็นสัจธรรมจริง ๆ ถ้าดังขาดคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม เวรกรรมทุกวันนี้ &quot;ติดจรวด&quot; ครับไม่ต้องรอชาติหน้า
เรื่องนี้ความจริงผมก็ไม่อยากจะนำเสนอ แต่พิจารณาแล้วคนทั้งประเทศเขารู้กันหมด และคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดหรือผิดอะไร เป็นเรื่องที่ทุกคนที่สนใจ ติดตามข่าวสารก็จะทราบเช่นเดียวกัน "ดัง จนเด่น สุดท้ายย่อมเป็นภัย" เป็นสัจธรรมจริง ๆ ถ้าดังขาดคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม เวรกรรมทุกวันนี้ "ติดจรวด" ครับไม่ต้องรอชาติหน้า
S__5865481.jpg (44.7 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
S__5865487.jpg
S__5865487.jpg (49.89 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
S__5865484.jpg
S__5865484.jpg (160.87 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
S__5865482.jpg
S__5865482.jpg (179.34 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่ ตร.ทุกคนข้องใจ บ้านนี้เมืองนี้มันเกิดอะไรขึ้น &quot; คางคกขึ้นวอ ? &quot; ใครเป็นนายกันแน่แต่ที่รู้กันคนนี้เด็กนาย ๕๕๕.
ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่ ตร.ทุกคนข้องใจ บ้านนี้เมืองนี้มันเกิดอะไรขึ้น " คางคกขึ้นวอ ? " ใครเป็นนายกันแน่แต่ที่รู้กันคนนี้เด็กนาย ๕๕๕.
S__5865486.jpg (41.15 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
S__5865488.jpg
S__5865488.jpg (101.34 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
S__5865489.jpg
S__5865489.jpg (86.01 KiB) เข้าดูแล้ว 734 ครั้ง
4725.jpg
4725.jpg (119.73 KiB) เข้าดูแล้ว 732 ครั้ง
ก้าวแรกของการล้างแผ่นดิน...?  เผยแพร่: 8 เม.ย. 2562 16:14   โดย: โสภณ องค์การณ์<br /><br />ขณะที่ภาคการเมืองกำลังวุ่นอยู่กับการแย่งชิงอำนาจรัฐ หาทางออก หาทางลงไม่ได้ ยังไม่รู้ว่าจะไปอย่างไรสำหรับอนาคตประเทศไทย ก็มีเรื่อง “ชามโจ๊กแตก” ที่ฟังแล้วไม่ใช่เรื่องโจ๊กคลายเครียดเด็ดขาด แต่ทำให้ผู้ใหญ่ผู้โตรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แน่นอน<br /><br />เสมือนดัง “ฟ้ามีตา สวรรค์เป็นใจ” ได้จังหวะเปิดให้เห็นยอดภูเขาน้ำแข็งแห่งความผิดปกติในระบบราชการสีกากี และลามไปถึงเครือข่ายอำนาจอิทธิพลนอกระบบที่อยู่เหนือกฎหมาย เป็นช่องทางกอบโกยผลประโยชน์อย่างมหาศาล<br /><br />การดับเครื่องนายตำรวจคนดัง ผลงานเยอะ กำลังนำไปสู่การเปิดให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญ การขุดคุ้ย การให้ปากคำโดยผู้อยู่ในวงการ รวมทั้งเหยื่อของการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ผิดกฎหมาย โดย “เด็กเส้น” ของคนระดับซูเปอร์บิ๊ก<br /><br />บรรดาบิ๊กและอภิมหาบิ๊กมีอำนาจคับประเทศ เป็นต้นตอของความชั่วร้าย!<br /><br />เป็นอำนาจเอื้ออวยต่อกลุ่มธุรกิจมีเส้นสาย ได้เปรียบผู้อื่น เป็นระบบที่สร้างมหาเศรษฐีหน้าใหม่ทรงอิทธิพล โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงาน ว่ากันว่าถึงขั้นมีพลังส่งคนมาอยู่ในตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล หรือเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ ก็ยังได้<br /><br />การใช้เส้นสายเพื่อให้ได้โอกาสสร้างธุรกิจ สร้างฐานอำนาจเงิน แล้วใช้เงินเสริมฐานอำนาจต่อเนื่องเชื่อมโยงกับอำนาจการเมือง ความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ แล้วร่วมกันแสวงหาผลประโยชน์ จึงเป็นภัยต่อชาติ และประชาชนเป็นผู้สูญเสีย<br /><br />เห็นได้ชัดในวงการธุรกิจพลังงาน งานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ มีเงินสะพัดเป็นฐานสำหรับพรรคการเมืองเพื่อรักษาผลประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ โดยที่ประเทศเสียหายจากสัมปทานผูกขาดโดยเฉพาะในการลงทุนพลังงาน<br /><br />รัฐวิสาหกิจยังมีระบบปิดกั้นในการแสวงหาอิทธิพล แต่ภาคเอกชนสามารถใช้จ่ายไม่จำกัดในการต่อยอด ขยายเครือข่าย ดังที่ได้เห็นในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่มีเสียงร่ำลือว่าคนจ่ายเงินได้สิทธิเสนอชื่อรัฐมนตรีได้ด้วย<br /><br />การที่นายตำรวจคนดังประสบชะตากรรมพลิกผันแบบเฉียบพลัน ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เพียงว่าจะเกิดขึ้น “เมื่อไหร่” เท่านั้น ถ้าคนในประเทศนี้ ทนกับระบบพิสดารนี้ได้ แสดงว่าประเทศนี้ไร้หลักของงานบริหารราชการที่ถูกต้อง<br /><br />ว่าแต่จากนี้จะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงจริงจังในแผ่นดินหรือไม่?<br /><br />ถ้าการทุบชามโจ๊กเป็นก้าวแรกของปรากฏการณ์ “ฟ้ามีตา สวรรค์เป็นใจ” เป็นปฏิบัติการ “ช็อก” วงการอิทธิพล ก็น่าจะตามมาด้วย “อาฟเตอร์ช็อก” นำไปสู่การขุดรากถอนโคนของกลุ่มอำนาจอิทธิพลเถื่อนที่ได้ครอบงำประเทศทำบ้านเมืองเสียหาย<br /><br />จะเป็นการรื้อระบบโครงสร้างที่เต็มไปด้วยการทุจริต คอร์รัปชัน คนทำดีไม่ได้ดี คนวิ่งเต้นมีเส้นสายเท่านั้นที่จะได้ดี ข้ามหัวคนอื่นๆ เป็นระบบไม่เอื้อต่อการบริหารราชการโดยคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งทำให้บ้านเมืองก้าวหน้าน่าอยู่อาศัย<br /><br />ขณะที่ยังรอผลของการสอบสวน เสียงร่ำลือวงในต่างๆ ก็เริ่มปูดในโซเชียลมีเดีย ซึ่งคนในวงการรู้ๆ กันอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร เพียงแต่ไม่กล้าพูดอย่างเปิดเผยเพราะอิทธิพล และอำนาจทางกฎหมายและนอกระบบ ได้แต่ซุบซิบในพวกเดียวกัน<br /><br />จะเปรียบเป็นเหมือนการปลิดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวก็ได้ ถ้ากระบวนการ “ฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ” เดินหน้าต่อไปเพื่อความสุข ปลดทุกข์ให้บ้านเมือง จะเป็นจังหวะเหมาะในการวางรากฐานสังคมไทยให้พ้นจากระบบเครือข่ายอิทธิพลกังฉิน<br /><br />งานนี้น่าจะทำให้บรรดาผู้ใหญ่ผู้โตรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ บ้าง พวก “เด็กนาย” อาจต้องหลบหน้าหลบตา ดูว่าจะมีอาฟเตอร์ช็อกแล้วส่งผลกระทบต่อ “นาย” และระบบเครือข่ายอิทธิพลหรือไม่ ภารกิจสูงส่งเช่นนี้นับว่าเป็นคุณต่อบ้านเมืองอย่างยิ่ง<br /><br />ถ้าการสอบสวนมีอย่างจริงจัง ประชาชนจะได้รับรู้การใช้อำนาจอิทธิพลของนายตำรวจในตำแหน่งสูงที่ต้องรับโทษเพราะการทุจริต ประพฤติมิชอบ จะเป็นการชะล้าง ทำความสะอาดระบบที่ประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูป แต่ไม่มีใครยอมทำ<br /><br />การไม่ปฏิรูป มุ่งรักษาระบบอิทธิพล ย่อมฟ้องให้เห็นว่ามีผู้ได้รับประโยชน์!ชามโจ๊กแตกน่าจะส่งสัญญาณไปยังกลุ่มอำนาจที่กำลังหลงระเริง เหลิงลำพองกับการครองอำนาจในขณะนี้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ “เทวดาก็ตกสวรรค์ โดนอัปเปหิ” ได้ ถ้าทำอะไรให้สวรรค์เสื่อมเสีย สิ้นสภาพของความน่าเคารพศรัทธา<br /><br />ความฝันหวานว่าจะไม่มีอุปสรรคใหญ่หลวงในการได้กุมอำนาจนั้นน่าจะส่อแววความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นฝันร้าย ถ้าการขุดรากถอนโคนเกิดขึ้นเป็นระบบ จะทำให้ความเสื่อมสลายเกิดขึ้นได้ และ “อะไรก็เกิดขึ้นได้” สำหรับอำนาจที่ไม่ชอบธรรม<br /><br />จากนี้ไปต้องมีคำถามดังๆ “ทำไมตำรวจนายเดียวมีอำนาจ พลังอิทธิพลคับประเทศ” ถึงขั้นมีเสียงเปรียบเปรยเจ็บแสบว่า “นายพลตำรวจตรีมีอำนาจกว่าพลตำรวจเอก” ระบบอะไรทำให้เป็นไปถึงขั้นนี้ และมีใครอุปถัมภ์ สนับสนุนอุ้มชู”<br /><br />แน่นอนต้องมีคำถามว่า “ใคร” ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการคงอยู่ของระบบที่ว่านั้น! และมีใครได้ประโยชน์อะไรบ้าง? เริ่มมีเสียงร่ำลือถึงการแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ มีเครือข่ายอิทธิพลกว้างขวางในระบบอุปถัมภ์มุ่งเน้นสร้างความมั่งคั่ง <br /><br />ใครจะรู้ การดับเครื่องคนดังอาจส่งผลกระทบต่อการเมืองที่กำลังแย่งอำนาจกันอยู่ อะไรๆ ที่ว่าแน่ ก็อาจไม่แน่ และ ส.ว.ที่ยังไม่เลือก อาจจะไม่เป็นอะไรที่ “ไขลาน” สั่งได้ ตามที่ฝันหวาน หรือถึงคราที่กลุ่มผยองอำนาจจะหมดบุญสิ้นวาสนา?<br /><br />ชาวบ้านภาวนาขอให้ “สวรรค์มีตา ฟ้าเป็นใจ” ช่วยปลดทุกข์ให้บ้านเมืองเถิด!  (1.2 หมื่น URL  231,679).........สาธุ สาธุ สาธู ขอให้เป็นความจริง เพี้ยง !!!!!!
ก้าวแรกของการล้างแผ่นดิน...? เผยแพร่: 8 เม.ย. 2562 16:14 โดย: โสภณ องค์การณ์

ขณะที่ภาคการเมืองกำลังวุ่นอยู่กับการแย่งชิงอำนาจรัฐ หาทางออก หาทางลงไม่ได้ ยังไม่รู้ว่าจะไปอย่างไรสำหรับอนาคตประเทศไทย ก็มีเรื่อง “ชามโจ๊กแตก” ที่ฟังแล้วไม่ใช่เรื่องโจ๊กคลายเครียดเด็ดขาด แต่ทำให้ผู้ใหญ่ผู้โตรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แน่นอน

เสมือนดัง “ฟ้ามีตา สวรรค์เป็นใจ” ได้จังหวะเปิดให้เห็นยอดภูเขาน้ำแข็งแห่งความผิดปกติในระบบราชการสีกากี และลามไปถึงเครือข่ายอำนาจอิทธิพลนอกระบบที่อยู่เหนือกฎหมาย เป็นช่องทางกอบโกยผลประโยชน์อย่างมหาศาล

การดับเครื่องนายตำรวจคนดัง ผลงานเยอะ กำลังนำไปสู่การเปิดให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญ การขุดคุ้ย การให้ปากคำโดยผู้อยู่ในวงการ รวมทั้งเหยื่อของการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ผิดกฎหมาย โดย “เด็กเส้น” ของคนระดับซูเปอร์บิ๊ก

บรรดาบิ๊กและอภิมหาบิ๊กมีอำนาจคับประเทศ เป็นต้นตอของความชั่วร้าย!

เป็นอำนาจเอื้ออวยต่อกลุ่มธุรกิจมีเส้นสาย ได้เปรียบผู้อื่น เป็นระบบที่สร้างมหาเศรษฐีหน้าใหม่ทรงอิทธิพล โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงาน ว่ากันว่าถึงขั้นมีพลังส่งคนมาอยู่ในตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล หรือเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ ก็ยังได้

การใช้เส้นสายเพื่อให้ได้โอกาสสร้างธุรกิจ สร้างฐานอำนาจเงิน แล้วใช้เงินเสริมฐานอำนาจต่อเนื่องเชื่อมโยงกับอำนาจการเมือง ความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ แล้วร่วมกันแสวงหาผลประโยชน์ จึงเป็นภัยต่อชาติ และประชาชนเป็นผู้สูญเสีย

เห็นได้ชัดในวงการธุรกิจพลังงาน งานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ มีเงินสะพัดเป็นฐานสำหรับพรรคการเมืองเพื่อรักษาผลประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ โดยที่ประเทศเสียหายจากสัมปทานผูกขาดโดยเฉพาะในการลงทุนพลังงาน

รัฐวิสาหกิจยังมีระบบปิดกั้นในการแสวงหาอิทธิพล แต่ภาคเอกชนสามารถใช้จ่ายไม่จำกัดในการต่อยอด ขยายเครือข่าย ดังที่ได้เห็นในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่มีเสียงร่ำลือว่าคนจ่ายเงินได้สิทธิเสนอชื่อรัฐมนตรีได้ด้วย

การที่นายตำรวจคนดังประสบชะตากรรมพลิกผันแบบเฉียบพลัน ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เพียงว่าจะเกิดขึ้น “เมื่อไหร่” เท่านั้น ถ้าคนในประเทศนี้ ทนกับระบบพิสดารนี้ได้ แสดงว่าประเทศนี้ไร้หลักของงานบริหารราชการที่ถูกต้อง

ว่าแต่จากนี้จะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงจริงจังในแผ่นดินหรือไม่?

ถ้าการทุบชามโจ๊กเป็นก้าวแรกของปรากฏการณ์ “ฟ้ามีตา สวรรค์เป็นใจ” เป็นปฏิบัติการ “ช็อก” วงการอิทธิพล ก็น่าจะตามมาด้วย “อาฟเตอร์ช็อก” นำไปสู่การขุดรากถอนโคนของกลุ่มอำนาจอิทธิพลเถื่อนที่ได้ครอบงำประเทศทำบ้านเมืองเสียหาย

จะเป็นการรื้อระบบโครงสร้างที่เต็มไปด้วยการทุจริต คอร์รัปชัน คนทำดีไม่ได้ดี คนวิ่งเต้นมีเส้นสายเท่านั้นที่จะได้ดี ข้ามหัวคนอื่นๆ เป็นระบบไม่เอื้อต่อการบริหารราชการโดยคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งทำให้บ้านเมืองก้าวหน้าน่าอยู่อาศัย

ขณะที่ยังรอผลของการสอบสวน เสียงร่ำลือวงในต่างๆ ก็เริ่มปูดในโซเชียลมีเดีย ซึ่งคนในวงการรู้ๆ กันอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร เพียงแต่ไม่กล้าพูดอย่างเปิดเผยเพราะอิทธิพล และอำนาจทางกฎหมายและนอกระบบ ได้แต่ซุบซิบในพวกเดียวกัน

จะเปรียบเป็นเหมือนการปลิดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวก็ได้ ถ้ากระบวนการ “ฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ” เดินหน้าต่อไปเพื่อความสุข ปลดทุกข์ให้บ้านเมือง จะเป็นจังหวะเหมาะในการวางรากฐานสังคมไทยให้พ้นจากระบบเครือข่ายอิทธิพลกังฉิน

งานนี้น่าจะทำให้บรรดาผู้ใหญ่ผู้โตรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ บ้าง พวก “เด็กนาย” อาจต้องหลบหน้าหลบตา ดูว่าจะมีอาฟเตอร์ช็อกแล้วส่งผลกระทบต่อ “นาย” และระบบเครือข่ายอิทธิพลหรือไม่ ภารกิจสูงส่งเช่นนี้นับว่าเป็นคุณต่อบ้านเมืองอย่างยิ่ง

ถ้าการสอบสวนมีอย่างจริงจัง ประชาชนจะได้รับรู้การใช้อำนาจอิทธิพลของนายตำรวจในตำแหน่งสูงที่ต้องรับโทษเพราะการทุจริต ประพฤติมิชอบ จะเป็นการชะล้าง ทำความสะอาดระบบที่ประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูป แต่ไม่มีใครยอมทำ

การไม่ปฏิรูป มุ่งรักษาระบบอิทธิพล ย่อมฟ้องให้เห็นว่ามีผู้ได้รับประโยชน์!ชามโจ๊กแตกน่าจะส่งสัญญาณไปยังกลุ่มอำนาจที่กำลังหลงระเริง เหลิงลำพองกับการครองอำนาจในขณะนี้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ “เทวดาก็ตกสวรรค์ โดนอัปเปหิ” ได้ ถ้าทำอะไรให้สวรรค์เสื่อมเสีย สิ้นสภาพของความน่าเคารพศรัทธา

ความฝันหวานว่าจะไม่มีอุปสรรคใหญ่หลวงในการได้กุมอำนาจนั้นน่าจะส่อแววความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นฝันร้าย ถ้าการขุดรากถอนโคนเกิดขึ้นเป็นระบบ จะทำให้ความเสื่อมสลายเกิดขึ้นได้ และ “อะไรก็เกิดขึ้นได้” สำหรับอำนาจที่ไม่ชอบธรรม

จากนี้ไปต้องมีคำถามดังๆ “ทำไมตำรวจนายเดียวมีอำนาจ พลังอิทธิพลคับประเทศ” ถึงขั้นมีเสียงเปรียบเปรยเจ็บแสบว่า “นายพลตำรวจตรีมีอำนาจกว่าพลตำรวจเอก” ระบบอะไรทำให้เป็นไปถึงขั้นนี้ และมีใครอุปถัมภ์ สนับสนุนอุ้มชู”

แน่นอนต้องมีคำถามว่า “ใคร” ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการคงอยู่ของระบบที่ว่านั้น! และมีใครได้ประโยชน์อะไรบ้าง? เริ่มมีเสียงร่ำลือถึงการแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ มีเครือข่ายอิทธิพลกว้างขวางในระบบอุปถัมภ์มุ่งเน้นสร้างความมั่งคั่ง

ใครจะรู้ การดับเครื่องคนดังอาจส่งผลกระทบต่อการเมืองที่กำลังแย่งอำนาจกันอยู่ อะไรๆ ที่ว่าแน่ ก็อาจไม่แน่ และ ส.ว.ที่ยังไม่เลือก อาจจะไม่เป็นอะไรที่ “ไขลาน” สั่งได้ ตามที่ฝันหวาน หรือถึงคราที่กลุ่มผยองอำนาจจะหมดบุญสิ้นวาสนา?

ชาวบ้านภาวนาขอให้ “สวรรค์มีตา ฟ้าเป็นใจ” ช่วยปลดทุกข์ให้บ้านเมืองเถิด! (1.2 หมื่น URL 231,679).........สาธุ สาธุ สาธู ขอให้เป็นความจริง เพี้ยง !!!!!!
9CDB75B7-4847-44DD-8842-27984CC4F5BE.jpeg (115.51 KiB) เข้าดูแล้ว 727 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ทัวร์ริ่ง (Touring)”