
น้องกับก๊วกมีถุงผ้าเล็กๆที่ก๊วกเอาติดมาด้วยไว้ใส่อาหาร
หรือใส่ของจุ๊กจิ๊กที่ที่เอามาแขวนหน้ารถพับคันเล็กเพื่อจะได้หยิบออกมาใช้ง่าย เราเอาเจ้าหมาน้อยใส่ในถุงผ้านั้น
ถุงขาวๆ แบบในภาพนั่นเลยคะ

เจ้าหมาน้อย ไม่ดิ้น สักนิดแม้จะปั่นไหลลงเนินด้วยความเร็วมันนิ่งอยู่ในถุงหน้าจักรยานของก๊วก
ฝนเม็ดเล็กๆ ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง
เราแวะสอบถามบ้านหลังแรกที่เราพบเจอ คุณป้าอยากเลี้ยงสุนัขเพิ่มไหม
คุณป้าที่นั่งอยู่บอกว่า คุณป้ามีหลายตัวแล้ว ว่าแต่เป็นตัวผู้หรือเปล่า
โชคร้ายลูกหมาน้อยเป็นตัวเมียก็เลยไม่ได้บ้าน

เรายังปั่นตะเวนถามบ้านที่อยู่ริมทางอีกหลายหลังได้รับการปฏิเสธ เหมือนกันทุกๆหลัง
ทุกๆความคาดหวัง มักทำให้เรารู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ
การโดน "ปฏิเสธ" ซ้ำๆ เหมือนเป็นบทเรียนใหม่
หนึ่งครั้งที่เราออกเดินทาง ช่างมีเรื่องให้เราเรียนรู้ และทดสอบหัวใจของเราได้ไม่ซ้ำกันเลย
เดินทางคนเดียว เดินทางเป็นคู่ เดินทางเป็นกลุ่ม ล้วนมีเรื่องราวที่แตกต่างเข้ามาทดสอบหัวใจของคนเดินทาง
เรามองตัวเราเองเป็นนักเดินทาง เราไม่มีทางรู้ว่าคนอื่นมองเหมือนเราหรือเปล่า
หรือเราเป็นเพียงคนแปลกหน้า เร่ร่อน ไร้บ้าน คนจร
หลายบ้านทักทายพูดจาดี บางบ้านดูระแวดระวัง เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาควรระวัง
เราตะเวนถามจนท้อ หาแผนสองเมื่อไหลลงพะโต๊ะ ค่อยไปหารุ่นพี่ก๊วกที่ระนอง เผื่อพี่เขาจะรับเลี้ยง
ถ้าไม่งั้นเจ้าหมาน้อยคงต้องไปอยู่วัดใดวัดหนึ่งในจังหวัดระนอง
หลังจากได้รับการปฏิเสธมาอย่างต่อเนื่อง เราท้อ แต่เราก็ยังจอดแวะถามบ้านทุกหลังที่เราผ่าน
"มันต้องมีสักหลัง ซินะ" คำนี้มันดังก้องอยู่ในหัวของเรา
ลุงป้าบ้านนี้ก็ปฏิเสธคะ น้องนำเสนอสุดฤทธิ์สุดเดช

แต่เด็กสาวเสื้อส้มที่นั่งอยู่เห็นแววตาหมาน้อย ขอแม่ หนูจะเลี้ยงเอง
เรารู้สึกขอบคุณสาวน้อย ที่รับอุปการะหมาน้อย
เราไม่มีอะไรจะตอบแทน เรามอบพระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ที่เรานิมนต์มาจากวัดช้างให้ ให้สาวน้อยไปหนึ่งองค์คะ
ขอบคุณที่ช่วยเหลือหนึ่งชีวิตน้อยๆ ให้ได้มีชีวิตที่ดี






































































