หน้า 58 จากทั้งหมด 68
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 10 มิ.ย. 2010, 13:43
โดย JACK_GT1
เจ้าของบ้านไม่อยู่แล้วไปไหนหละ?
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 10 มิ.ย. 2010, 13:57
โดย s_da
JACK_GT1 เขียน:เจ้าของบ้านไม่อยู่แล้วไปไหนหละ?
มาแล้วจร้า
วันนี้ปั่นเส้นทางเดิม 75กิโล
แต่ทำเวลาดีกว่าเดิมนิดส์นึง55555
ลมทำงานอีกแล้ว ลมต้านลมปะทะมาทำงานเต็มที่เลย
ทำไมไม่มีลมส่งบ้างนะ ปั่นเหนื่อยจริงๆเลย
พรุ่งนี้เด็กๆหยุดว่าจะพาออกรอบซ้อมสักหน่อย
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 11 มิ.ย. 2010, 11:24
โดย s_da
วันนี้เด็กๆหยุดเพราะคุณครูไปสัมมนา
เลยได้มีโอกาสพาไปปั่นเลียบคลอง13
ได้ประมาณ20กม. ขากลับแวะร้านกาแฟลูกทุ่ง
เมนูสุดชอบของเด็กๆก้อ โอวัลตินภูเขาไฟ
เติมพลังเสร็จปั่นกลับถึงบ้านก่อน11โมงนิดนึง
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 15:45
โดย s_da
เดินคุยโทรศัพท์...เสี่ยงกล้ามเนื้อเสื่อม
หนุ่ม ๆ สาว ๆ มักนิยมสื่อสารกันทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าสะดวกสบายเพราะสามารถคุยกันได้ทุกที่ทุกเวลา หรือแม้กระทั่งการเดินคุยโทรศัพท์ที่หลายคนปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เคยกระทำกันอยู่บ่อย ๆ หากคุยไม่นานและไม่ประจำก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรแต่สำหรับใครที่คุยนาน ๆ และกระทำบ่อย ๆ ระวังให้ดี!..อาจจะมีอาการปวดหลังได้ง่ายและมีผลในระยะยาว คือ กล้ามเนื้อเสื่อมนั่นเอง
คพ.ดร.โอ๊ต บูรณะสมบัติ นายกสมาคมการแพทย์ ไคโรแพรคติกแห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า ปกติร่างกายของเราระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและการหายใจทำงานร่วมกันและ มีความสัมพันธ์กันอย่างสมดุล ยกตัวอย่าง การเล่นกีฬา เช่น รำมวยจีน โยคะ มีการใช้ระบบหายใจเข้ามามีส่วนร่วม คือใช้การหายใจเข้า-ออกในการเคลื่อนไหวในบางท่วงท่าเพื่อให้เหมาะสมกัน สำหรับในชีวิตประจำวันก็เช่นกันถ้าเราสังเกตจะพบว่าเวลาเรายกเท้าหรือก้าวเท้าขึ้นจะหายใจเข้า ในขณะเดียวกันถ้าเราเหยียบเท้าลงจะหายใจออก
โดยเวลาเราหายใจเข้า-ออกจะมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อรวมถึงโครงสร้างของกระดูกสันหลัง เช่นกระดูกกะโหลกศีรษะ กระดูกก้นกบ ในการงอตัวหรือพับตัวจะมีการเกี่ยวข้องในการเคลื่อนไหวของร่างกายด้วย ฉะนั้นในเวลาที่เราต้องทำอะไรหลายอย่างในเวลาพร้อม ๆ กัน เช่น ยืนคุยโทรศัพท์หรือเดินคุยโทรศัพท์ไปด้วยหรือเดินแบบรีบ ๆ ไปด้วย ระบบการหายใจจะไม่ปกติ คือจะสั้นลงและถี่ขึ้น การทำงานของกล้ามเนื้อหรือการคลายตัวของกล้ามเนื้อจะทำได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมากขึ้นและทำงานไม่สัมพันธ์กันระหว่างการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบโครงสร้าง จึงทำให้การเกร็งตัวของ กล้ามเนื้อผิดปกติ
เมื่อการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อผิดปกติจะมีการดึงให้กระดูกสันหลังหรือกระดูกเชิงกรานเคลื่อนผิดตำแหน่งไป ทำให้เกร็งที่กล้ามเนื้อช่วงบ่า คอ และมีอาการปวดหลัง คอและศีรษะได้ หรือถ้ายืนคุยโทรศัพท์นาน ๆ จะทำให้ปวดข้อมือและข้อศอกเพิ่มด้วย เพราะแขนอยู่ในท่างอและพับนาน
วิธีป้องกันที่ต้องระวังอันดับแรกคือ การใช้โทรศัพท์ ถ้าหากเราคุยประมาณ 2-3 นาที ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าจำเป็นที่ต้องคุยระยะนานกว่านั้น ควรหาที่นั่งที่สะดวกหรือนั่งพิงพนักเก้าอี้เพื่อให้หลังมีการถ่ายเทน้ำหนักและมีการรับน้ำหนักอย่างถูกต้อง รวมทั้งทำให้มีสมาธิในการคุยโทรศัพท์ด้วย เพราะบางครั้งหากเดินคุยโทรศัพท์อาจทำให้เสียสมาธิและประสบอุบัติเหตุได้ เช่น สะดุดหกล้ม หรือถูกรถชน แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ ที่ต้องเดินคุยเราอาจจะใช้ สมอลล์ ทอล์ก หรือบลูทูธ ก็ได้ อย่างไรก็ตามบางทีถ้าเรายืนคุยโทรศัพท์นาน ๆ อยู่ในท่าเดิม ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากเกินไป และคลายตัวไม่ได้ ทำให้ค้าง เราเรียกว่า อาการ Muscle Spasm โดยมีอาการเจ็บปวดค่อนข้างรุนแรง ซึ่งต้องใช้ยาทาหรือทำกายภาพบำบัดซึ่งขึ้นอยู่กับอาการ หรือถ้าเจ็บมากไม่ควรฝืน ให้พยายามค่อย ๆ ยืดกล้ามเนื้อออกมาแล้วค้างไว้ 30 วินาที จากนั้นใช้น้ำร้อนประคบแล้วใช้ยาทา
ใครที่ยังมีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่อาจมีผลกระทบในระยะยาวกลายเป็นการบาดเจ็บจากพฤติกรรมซ้ำซ้อน โดยการที่เรายืนหรือเดินคุยโทรศัพท์นาน ๆ ในท่าเดิมทุกวัน ถือเป็นบุคลิกภาพที่ไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดความเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติของกระดูกหรือมีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซ้ำซ้อนจนเกิดเป็นพังผืด ไปยึดตามบริเวณของข้อทำให้เคลื่อนไหว หรือขยับตัวยากขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ไม่มีความสุขในอนาคต.
ทีมวาไรตี้
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 15:51
โดย s_da
ช่วงนี้กระแสฟุตบอลโลกฟีเวอร์ คอบอลหลายคน เฝ้าหน้าจอเชียร์ทีมโปรดไม่ห่าง ไม่ว่าจะดึกดื่นสักแค่ไหน ทำให้ต้องอดหลับอดนอนในบางคู่ที่แข่งขันกันดึก ๆ ด้วยเหตุนี้จึงมีคำแนะนำในการดูแลสุขภาพมา ฝากกัน
นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุร วัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า ปกติชั่วโมงในการนอนไม่สำคัญเท่ากับการนอนให้หลับลึก โดยทั่วไปจะแบ่งกลุ่มคนนอนให้อิ่มเป็น 2 กลุ่ม คือ นอนน้อยและอิ่มอย่างน้อย 4 ชม. ขึ้นไป ส่วนอีกกลุ่มนอนไม่ค่อยอิ่ม กลุ่มนี้อาจจะต้องนอน 6-8 ชม. เป็นอย่างต่ำ ข้อสำคัญคือนอนแล้วจะต้องหลับลึก หมายความว่า ตื่นขึ้นมาจำไม่ได้ว่าเราฝันอะไร
ช่วงนาทีทองที่ควรเข้านอนคือ 4 ทุ่ม ตื่น 6 โมงเช้า อาจนอนดึก ได้แต่ไม่ควรเกินเที่ยงคืน เพราะว่าโกรธฮอร์โมนจะหลั่งตอนเที่ยงคืน ที่สำคัญเวลาในการนอนอย่าให้ห่างกันมาก ยกตัวอย่างเช่น วันนี้นอนเที่ยงคืน แต่พอวันถัดไปนอนตี 2 ตี 3 เพราะบางทีสมองจะงง และไม่หลั่งโกรธฮอร์โมนออกมา
ในกรณีที่อดนอน นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ผลที่จะตามมา คือ 1.การหลับใน 2.ความดันโลหิตพุ่งได้ โดยเฉพาะคนที่มีความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว ช่วงเช้าจะยิ่งน่ากลัวเพราะหัวใจอาจวาย หรือเส้นเลือดในสมองอาจแตกได้ 3.ทำให้อ้วน คนนอนน้อยจะทำให้อ้วนได้ เพราะร่างกายจะหลั่งธาตุที่เก็บไขมันออกมา ชื่อว่า คอติซอล 4.จะทำให้มีสนิมแก่ หรืออนุมูลอิสระออกมาเยอะ ผิวหมอง หน้าคล้ำ ตาช้ำเหมือนหมีแพนด้า 5. น้ำตาลขึ้น 6.กระตุ้นไมเกรน ชวนให้ปวดหัว ทำให้หงุดหงิดง่ายขึ้น 6.หิวเร็วขึ้น
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 15:52
โดย s_da
อาหารที่ไม่ควรรับประทานตอนดึก ๆ ระหว่างเชียร์บอล คือ ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรจะเปลี่ยนเป็นน้ำเต้าหู้แทน เพราะจะได้สารเปปไทด์ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของสมอง ส่วนของขบเคี้ยวก็ควรเป็นถั่วต่าง ๆ เพราะจะมีกลุ่มวิตามินอีช่วยเรื่องสมองเช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่าอย่าโรยเกลือ เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำและยิ่งอักเสบ
อยากให้แนะนำอาหารที่ควรรับประทานหลังจากตื่นนอนเพื่อให้เกิดความสดชื่น? นพ.กฤษดา กล่าวว่า ควรรับประทานอาหารจำพวกนมวัวจะช่วยกระตุ้นสมอง หรือรับประทานอาหารจำพวกไก่ หรือไข่ เช่น ไข่ตุ๋น หรือซุปไก่ เพราะจะมีซิสเทอีน ช่วยกระตุ้นสมอง หรือจะรับประทานธัญพืชช่วยสร้างสารสื่อประสาทในสมอง เช่น กระยาสารท งาดำ เป็นต้น
ส่วนอาหารต้องห้ามหลังอดนอนมาเยอะ ๆ ที่ไม่ควรรับประทาน ได้แก่ อาหารร้อน ๆ อาหารทอด มัน ๆ เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย เนื่องจากเวลากลางคืนจะเป็นเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมการอักเสบ ถ้าอดนอนตื่นมาจะทำให้เจ็บคอ ร้อนใน เป็นสิวมากขึ้น เพราะเกิดการอักเสบที่ไม่ได้ถูกซ่อมตอนกลางคืน ดังนั้นไม่ควรกินอาหารที่ทำให้ร้อนขึ้นเพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะจะไปบีบหัวใจทำให้หัวใจทำงานหนัก ถ้ารู้ว่าคืนนี้จะมีบอลคู่โปรดต้องอยู่ดึกให้ดื่มน้ำตามเยอะ ๆ จะช่วยไม่ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย
ด้าน นพ.จุลินทร์ โอภานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสสาวะ กล่าวว่า หาก อดนอน 1-2 คืน จะทำให้การ ทำงานของร่างกายและสมองเสียสมดุลไป อาการที่ชัดเจน คือ จะมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวดและเวียนศีรษะระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ท้องผูก มักจะมีอารมณ์ไม่ดี ฉุนเฉียวง่าย
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 15:55
โดย s_da
สำหรับผู้อดนอนเป็นเวลานาน ๆ หลายชั่วโมงและหลายวัน อาจจะทำให้ประ สิทธิภาพการจดจำลดลง ทำให้มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย ๆ ภูมิต้านทานลดลง มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งบางอย่างสูงขึ้น ทำให้อ้วนขึ้น มีผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้เชื่องช้า และตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ไม่ดีเท่าที่ควร การตัดสินใจอย่างฉับพลันมีโอกาสผิดพลาดสูง และโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็น 2 เท่าของบุคคลที่นอนเพียงพอ
สำหรับการปฏิบัติตัวไม่ให้สุขภาพโทรม คือ 1.ต้องวางแผนการนอนให้ดี ให้มีช่วงหลับติดต่อกันได้นานถึง 4 ชั่วโมง 2.แม้นอนดึก ก็ควรตื่นเช้าเช่นเดิม หลายคนเข้าใจว่านอนดึก ตื่นสายเป็นสิ่งที่ดี เพราะถือเป็นการชดเชยกัน แท้ที่จริงแล้วส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะความสมดุลของนาฬิกาในร่างกายได้เปลี่ยนแปลงไป หากทำเช่นนั้นแล้วอาจก่อให้เกิดภาวะเซื่องซึม สมองล้า ดังนั้น ควรตั้งเวลาตื่นที่แน่นอน แม้จะนอนดึก อดนอน ก็ควรตื่นในเวลาเดิม 3.ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี และ ซีสูง เพื่อเป็นการชดเชยส่วนที่หายไป อาหารที่แนะนำคือ ข้าวกล้อง ผักหรือผลไม้สด ๆ น้ำส้มคั้นสด ๆ แต่ถ้าหาได้ลำบากเป็นวิตามินสำเร็จรูป เช่น วิตามินบีรวม วันละ 1-2 เม็ด และวิตามินซี วันละ 1,000 มก. โดยวิตามินบีและซี จะช่วยทำให้สมองลดความเครียดได้
ท้ายนี้ในการชมฟุตบอลโลกอย่างสนุกและสุขภาพดี อย่าหักโหมดูบอลจนเสียงาน เสียเงิน เสียแฟนและเสียสุขภาพ อาจจะเลือกดูให้เหมาะสมกับการทำงานของเรา หรือเลือกดูคู่ที่เป็นไฮไลต์เท่านั้น ถ้าอยากดูจริง ๆ อัดเทปไว้ก็ได้ แล้วค่อยมาดูช่วงกลางวันหรือตอนเย็น.
นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน
เดลินิวส์
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 15:59
โดย s_da
คงจะเป็นเพราะว่าชาเขียวในท้องตลาดหลากหลายยี่ห้อขายดิบขายดี ก็เลยมีการเขียนข้อความและส่งต่อกันทางอีเมล โดยอ้างชื่อหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่ง ให้ข้อมูลทำนองว่า “การดื่มชาเขียวที่แช่เย็น จะทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย กล่าวคือ นอกจากไม่ช่วยในการลดอนุมูลอิสระ หรือสารพิษออกจากร่างกายแล้ว ยังก่อให้เกิดการเกาะตัวแน่นของสารพิษอันเป็นสาเหตุของมะเร็งอีกด้วย นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ไขมันในร่างกายก่อตัวมากขึ้นตามผนังหลอดเลือด และอุดตันตามผนังลำไส้ ทำให้เกิดโรคร้ายตามมา เช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน มะเร็งลำไส้ เส้นเลือดตีบ” เป็นต้น
อีเมลดังกล่าวจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ มาฟังจากปาก นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ. สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
นพ.กฤษดา กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องอธิบาย เกี่ยวกับชาก่อน ชาแบ่งเป็นประเภทง่าย ๆ ตามปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ มีอยู่ 5 กลุ่ม คือ 1.ชาเขียว เป็นชาที่ไม่ได้ผ่านการหมัก 2.ชาดำ จะหมักนาน โดนอากาศ ทำให้สารต้านอนุมูลอิสระลดลง 3.ชาอูหลง เป็นชาที่หมักส่วนหนึ่ง ไม่ได้หมักส่วนหนึ่ง จะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่ากลุ่มที่ 2 แต่ น้อยกว่ากลุ่มแรก 4.ชาขาว มาจากส่วนยอดของใบชาที่ยังเป็นตุ่มอยู่เลย ยังไม่ผลิใบ ปีหนึ่งจะเก็บได้ 2 ครั้ง คุณสมบัติก็พอ ๆ กับชาเขียวเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ และ 5.ชาสมุนไพร เป็นชาแบบไม่ใช่ชา เช่น ชามะลิ ใบหม่อน เป็นต้น
สารต้านอนุมูลอิสระในชา คือ สารคาเทชิน และอีกตัวคือแทนนินซึ่งมีประโยชน์คือทำให้ลำไส้ปกติ ไม่แปรปรวน โดยแทนนินจะมีรสฝาด
ชาที่เป็นซองซอย หรือหั่นละเอียด จะดีกว่าชาที่กินเป็นใบตรงที่ว่า ชาหั่นละเอียดจะทำให้สารแทนนิน หรือสารฝาดออกมาเยอะ แต่บางคนอาจจะไม่ค่อยชอบรสฝาดเท่าไหร่ คือถ้าชอบรสอ่อนหน่อย ก็จะดื่มชาที่เป็นใบ ๆ
วิธีการเลือกชา คือ ไม่ควรเลือกชารสฝาดเกินไป เพราะถ้าชารสฝาดเกินไปอาจจะเป็นกากชาที่มันหักหรือทิ้งไว้นานก็ได้ ไม่เลือกชาที่มีรสจางอ่อนจนเกินไป เพราะเท่ากับว่าแทบจะไม่มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เลย ส่วนสีก็พอจะบอกได้ว่า ถ้าสีเข้มน่าจะมี สารแทนนินเยอะ แต่สีจางก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ดี เสมอไป
นพ.กฤษดา บอกว่า สารต้านอนุมูลอิสระคือ คาเทชินในชาจะหายไปถ้าโดนความร้อนจัดนานนับชั่วโมง โดยมีงานวิจัยระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระจะหายไปประมาณ 20% หากโดนความร้อนนาน ๆ แต่คนที่ดื่มชาส่วนใหญ่จะชงชาดื่ม ไม่ต้มชา ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไร
เพราะฉะนั้นที่อีเมลระบุว่า ชาที่แช่เย็น จะทำให้เกิดมะเร็งนั้น ไม่น่าจะเป็นความจริงแต่อย่างใด สิ่งที่น่าห่วงในชาเขียวที่เป็นขวด ๆ แช่เย็น คือพวกน้ำตาลมากกว่า เพราะถ้าดื่มในปริมาณมาก ๆ อาจทำให้อ้วนได้
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 16:01
โดย s_da
ใครที่ไม่ควรดื่มชา ? นพ.กฤษดา กล่าวว่า คนที่มีปัญหา ท้องอืดบ่อย ๆ เพราะชาจะทำให้ท้องอืด ลำไส้บีบตัวไม่ดีนัก เด็กก็ไม่ควรดื่ม และคนเป็นโรคหัวใจ ก็ไม่ควรดื่ม เพราะจะทำให้ใจเต้นเร็ว ทำงานหนักขึ้น หญิงตั้งครรภ์ก็เช่นกัน เพราะในชามีกาเฟอีน อาจจะส่งผลต่อการบีบตัวของมดลูก และไปกระตุ้นตัวอ่อนในครรภ์ได้ อาจส่งผลทำให้คลอดก่อนกำหนด รวมทั้งคนที่เป็นโรคไต เพราะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย
แล้วใครที่ควรจะดื่มชาบ้าง ? นพ. กฤษดา กล่าวว่า คนที่อยากจะคุมน้ำหนัก มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า สารแทนนินในชา ถ้ารวมกับ กาเฟอีน ซึ่งมันมีอยู่ในชาทั้ง 2 ชนิด จะช่วยในเรื่องการเผาผลาญในร่างกาย แต่ไม่ถึงกับช่วยลดน้ำหนัก ดังนั้นคนที่จะคุมน้ำหนักก็สามารถดื่มชาได้ร่วมกับการออกกำลังกาย และอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรดื่มชา คือ คนที่สูบบุหรี่จัด พวกนี้จะมีสารอนุมูลอิสระเยอะ ก็คงต้องการสารคาเทชินมากหน่อย ไปช่วยต่อต้านสาร อนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็ง รวมไปถึงคนที่ต้องใช้สมองเยอะ ๆ ขี้หลง ขี้ลืม คาเทชินจะช่วยล้างตะกรันแก่ในสมองได้
นพ.กฤษดา ยังแนะ เคล็ดลับง่าย ๆ ให้สารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียวยังคงอยู่ คือ ระหว่างชงชา ให้ใส่มะนาวลงไปด้วย คือ แทนที่จะกินชาเขียวร้อน ๆ อย่างเดียวก็กินชาผสมมะนาวไปด้วยแต่ถ้าไม่ชอบรสเปรี้ยวก็ไม่ต้องใส่มะนาวก็ได้
สรุปว่า ชาเขียวแช่เย็นไม่ได้เป็นอันตรายตามที่ข้อความในอีเมลระบุ แต่ข้อควรระวังก็คือปริมาณน้ำตาลในชาเขียวที่เป็นขวดมากกว่า เพราะหากดื่มมากจนเกินไป และไม่ออกกำลังกาย อาจทำให้อ้วนได้ ส่วนใครจะดื่มหรือไม่ดื่มชานั้น ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะใช้วิจารณญาณไตร่ตรองเอง เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครไปบังคับกันได้.
นวพรรษ บุญชาญ : สัมภาษณ์
เดลินิวส์
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 16:39
โดย JACK_GT1
ขอบคุณหมอ s-da ที่นำสาระดีๆมาฝากกัน
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 16:39
โดย JACK_GT1
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 16:49
โดย s_da
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 17:18
โดย s_da
ภาพเก่าเอามาเล่าใหม่...

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 13 มิ.ย. 2010, 20:51
โดย s_da
ฅน...ชานเมืองประชุมจร้า

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
โพสต์: 14 มิ.ย. 2010, 08:20
โดย s_da
อุตุฯเตือนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมส่งผลไทยฝนกระจายทั่วไทยอันดามันคลื่นปานกลาง
วันนี้ (14 มิ.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย มีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้ามาปกคลุมอ่าวไทย ซึ่งจะทำให้ไทยมีฝนเป็นแห่ง ๆ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันยังคงมีกำลังปานกลาง
สำหรับพยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ มีดังนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 37 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม อุบลราชธานี และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 36 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 38 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 36 องศา
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุงและสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 35 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 35 องศา
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศา สูงสุด 36 องศา
ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.เดลินิวส์