ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย oldhippie »

tamee เขียน:ไปอินทนนท์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ตามชมต่อครับ พักเหนื่อยก่อนได้นะครับ :mrgreen:
เป็นอย่างนี้ครับ

รูปภาพ

แหะ แหะ ถ้วยยื้มเค้ามาถ่ายครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

""..เส้นทางในฝัน..ขอบคุณมากครับ..""
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย oldhippie »

ออกจากวัดก็ปั่นกลับทางเก่าขากลับสบายหน่อยไม่ต้องดันเนินมากมาย ไหลเรื่อยลงมาทะเลสาปแล้วก็อ้อมไปผ่าน Flower Gardens ก็เลี้ยวขวาดันเนินหน่อยหนึ่งจะไป Dalat University ว่าจะไปดูเสื้อขาวกระโปรงดำหน่อย แต่ไปเจอเสื้อหลากสีกางเกงดำแถมมีผ้าปิดปากปิดจมูกอีก อุตส่าห์ปั่นขึ้นเนินหอบแฮ่ก แฮ่ก มา :evil: :evil: :evil: ผิดหวังมากมายสงสัยจะมาผิดฤดูต้องมาหน้าร้อน แต่ที่โฮจิมินท์ซิตี้อากาศก็ร้อนก็ยังปิด แอบถ่ายมาบ้างเหมือนกันแต่ดูแล้วคงสื่ออะไรไม่ได้เลยลบทิ้งดีกว่าจะได้มีพื้นที่เก็บรูปเพิ่มเลยมหาวิทยาลัยมาหน่อยก็จะเจอสี่แยกจัดการเลี้ยวขวาไปเลย เมื่อวานตอนมาสวนดอกไม้เห็นมีพระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเขาหลังสวนดอกไม้เลยลองปั่นมั่วๆดูเผื่อจะเจอ ปั่นมาได้ประมาณ ๒ ก.ม. ก็เจอทางขึ้นวัด

ซุ้มประตูทางขึ้น

รูปภาพ


ทางขึ้นชันพอได้เรียกเหงื่อได้ทั้งๆที่อากาศค่อนข้างเย็น ขึ้นไปถึงไม่เห็นมีผู้คนก็คิดว่าวัดนี้คงไม่อยู่ในโปรแกรมทัวร์ก็เดินหามุมถ่ายรูป แต่ไม่นานก็มีทั้งรถเก๋งเช่า รถตู้ จักรยานยนต์กลุ่ม Easyrider-Dalat พานักท่องเที่ยวขึ้นมา เลยต้องนั่งรอจนคนบางตาถึงได้ถ่ายรูป

รูปภาพ


ขอถ่ายเงาตัวเองเก็บไว้เป็นหลักฐานหน่อย

รูปภาพ


ส่วนพระนอนองค์นี้แกะสลักจากไม้ เข้าใจว่าคงยังหาที่ประดิษฐานไม่ได้เลยต้องนิมนต์มาไว้ที่จุดนี้ชั่วคราว

รูปภาพ


ส่วนนี่คือตัววัดครับ

รูปภาพ


นี่เป็นภายใน

รูปภาพ



รูปภาพ



ออกจากวัดก็ปั่นจักรยานกลับโรงแรมเก็บของเพราะจะต้องเช็คเอาท์ตอนเที่ยง จ่ายค่าโรงแรมไป ๔๐๐,๐๐๐ ด่อง ฝากกระเป๋ากับจักรยานไว้ แล้วก็ออกเดินชมเมืองย่านเซ็นทรัลดาลัด ก็ย่านตลาดนั่นแหละครับ ในตลาดชั้นล่างมีแต่ร้านขายของฝากแล้วก็ขายเหมือนๆกันทุกร้าน แถมมีแต่คนแก่ๆ มาขายเหมือนกันทุกร้าน เลยไม่ซื้อดีกว่า สู้ตลาดเบ็นทั่นไม่ได้ ซื้อเสียเกือบหมดตัว :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

รูปภาพ


เดินไปเดินมาก็หลงเดินตามก้นสาวคนนี้มา :D :D ย่านนี้จะขายของมือสองเห็นสาวๆ มาเดินกันเยอะมาก เดินดูได้หน่อยก็ย้อนกลับ

รูปภาพ


แล้วก็เดินไปย่านถนนคนเดิน เดินไปเดินมาเจอร้านจักรยาน เห็นมีทั้ง Giant Merida ตั้งขาย นึกเสียดายว่าถ้าไม่รีบร้อนซ่อมจักรยานตอนวันแรกเอามาให้ร้านนี้ทำน่าจะดีกว่า เพราะร้านที่เอาจักรยานไปซ่อมนั้นขายจักรยานแม่บ้านเป็นหลัก เดินย้อนกลับมาย่านตลาดเจอร้านเบเกอรรี่กึ่งมินิมาร์ทลูกค้าแน่นร้านก็เลยเข้าไปดูๆ ได้บาแก็ตยัดใส้หมูยอ หมูตั้ง เบคอน มา๑ ชิ้นเก็บไว้กินคืนนี้ แล้วก็ Soft Cheese ของดาลัด มาหนึ่งกล่อง อร่อยมาก ใครที่ชอบรับประทานชีสรับรองไม่ผิดหวัง(ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกครับ)

รูปภาพ



เดินมาตั้งนานก็ยังไม่ห้าโมงเย็นสักที ชักเหนื่อยเลยเดินมานั่งทอดอารมณ์(ทอดเท่าไหร่ก็ไม่สุก) :lol: :lol: ริมทะเลสาป (อาศัยวางกล้องบนจักรยานยนต์ของใครก็ไม่รู้ ตั้งเวลาเลยได้มีรูปตัวเองติดมาด้วย)

รูปภาพ


วันนี้ที่ดาลัดลมแรงมาก สังเกตุได้จากคลื่นในทะเลสาป ขนาดจักรยานตั้งขาตั้งไว้ยังโดนลมพัดล้ม ไม่ใช่จักรยานของผมครับ ของวัยรุ่นที่เค้าเช่ามาขี่

รูปภาพ


ห้าโมงเย็นก็กลับมารอรถที่โรงแรม ก็มาจ๊ะเอ๋กับน้องดาวที่เพิ่งกลับจากเที่ยวทักทายกันสองสามคำเค้าก็เข้าห้องพัก รถมา ห้าโมงสิบห้านาที แต่...ปัญหามี มีปัญหาเสียแล้ว รถที่มารับและจะพาไปคอน ตุม เป็นรถตู้เอาจักรยานไปด้วยไม่ได้ เดือดร้อนน้องธิต้องวิ่งไปตามน้องดาวมาเป็นล่ามให้ สอบถามได้ความว่าก็เมื่อวานจองแต่คนไม่ได้จองจักรยาน (เอากะมัน) ก็บอก(เฮ้ย! ในใจ) บอกว่าแล้วว่าคนกับจักรยาน (เมิง)ยังบอกว่าค่ารถสำหรับคน ๒๘๐,๐๐๐ และ จักรยาน ๒๕๐,๐๐๐ ด่อง ทำไมพูดม้าๆ อย่างนี้ น้องดาวเค้าก็ขอให้ทางโรงแรมโทรไปเช็คสถานีขนส่ง ปรากฎว่ารถไปคอน ตุม หมดแล้ว น้องดาวกับน้องธิก็ช่วยกันโทรหารถให้ผมกันจ้าละหวั่น สุดท้ายก็ได้รถเที่ยวตีสี่ (ตีสี่ โอ้วพระผู้เป็นเจ้า อุณหภูมิต่ำสิบนี่น่ะ) ถ้าเลือกเที่ยวสายกว่าจะถึง บ่อ อี้ ด่านจะปิดเสียก่อน จำใจตีสี่ก็ตีสี่ :cry: :cry: ค่าคน+ค่ารถจักรยาน ๕๐๐,๐๐๐ ด่อง ถูกกว่า บริษัทเฮงซวยวันนี้ งานนี้อยากจะหอมแก้มสองสาวสักคนละฟอดแต่เกรงใจ อง อง บา บา ที่มาช่วยกันลุ้นให้ฝรั่งหารถกลับบ้านได้ ๕๕ ๕๕ สรุปคืนนี้ต้องนอนดาลัดอีกคืนโดนไปอีก ๒๐๐,๐๐๐ ด่องเกินงบไปอีก
แก้ไขล่าสุดโดย oldhippie เมื่อ 14 ก.ค. 2013, 20:57, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
น้านนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 772
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2010, 22:03
team: ยังไม่กล้าเข้ากลุ่ม กลัวปั่นไม่ทันครับ "เกรงว่าจะไปเป็นภาระ"
Bike: WHEELLER PRO320 "ม่วง+ดำ" 18/12/2555 >>> ขี่วันแรก 19/12/2555
ตำแหน่ง: ถนน345 จ.ปทุมธานี

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย น้านนท์ »

:mrgreen: :mrgreen: คุณน้า ยอดมากๆ ๆ ๆ ๆ :lol:
:oops: .. น้านนท์ .. Line id: cok.uz
:mrgreen: :lol: :lol: :lol: :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
pravit
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 129
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ย. 2011, 22:12
Tel: 08717567xx

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย pravit »

สุดยอดมากครับ :D

ung เขียน:ปลายปีนี้ขอ ตามรอย นะครับ
เกาะล้อไปด้วยนะครับ :mrgreen:
รัก "ในหลวง""ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป"
"แรงมีน้อย ค่อยๆปั่น"
"รถไม่แพง แรงไม่มี" ^^
mr.cool
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 670
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 14:58
Tel: 089155xxxx
team: อิสระ
Bike: Performer Recumbent 3 Wheel
ตำแหน่ง: 16110

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย mr.cool »

สุดยอดการเดินทาง ถ้าผมมีโอกาสจะเดินทางตามรอยท่านไม่เกินปีหน้าครับ ถ้างัยก่อนไปขอปรึกษาท่านก่อนครับ
"ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน"
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย oldhippie »

วัน ๑๒ (๑๙ ม.ค. ๕๖) ดาลัด - คอนตุม (๔๒๔ ก.ม.) รถตู้

ตื่นนอนตีสามกว่าจะเก็บของ กินกาแฟ ลงมารอรถก็เกือบตีสี่น้องธิจะมารอเป็นเพื่อน บอกไม่ต้องหรอกแล้วก็ไล่ให้ไปนอน แต่ก่อนจะไปนอนก็ไม่ลืมโทรฯไปยืนยันกับรถอีกทีว่าลูกค้ารออยู่แล้ว(เดาเอาครับ) ประมาณตีสี่กว่ารถก็มาแต่ว่าขับเลยโรงแรมไป สักพักน้องธิก็ออกมาบอกว่ารถกำลังวนกลับมารับแล้วก็ยืนรอเป็นเพื่อนจนรถมารับ น้องธิก็บอกให้มาเที่ยวอีกแล้วก็เซย์กู๊ดบาย รถออกจากดาลัดเกือบตีสี่ครึ่งแล้วก็ลงมาจอดที่ชุมทางรถตู้ตรงทางแยกไป Boun Ma Thuot รอจนกว่าคนเต็มถึงจะได้ฤกษ์ออก ออกก่อนหกโมงเช้านิดหน่อย พอรถออกก็หลับตลอดทางรู้สึกตัวบ้างก็ช่วงบนเขาที่รถเหวี่ยงไปมา ถึง Boun Ma Thuot ประมาณ ๑๐.๐๐ น. จอดให้ผู้โดยสารกินอาหารเช้า พอกินข้าวเสร็จก็เดินหารถปรากฏว่าจักรยานไปอยู่บนหลังคารถตู้อีกคันกำลังงงคนขับรถก็เดินมาบอกว่าต้องเปลี่ยนรถ(ภาษาใบ้) เพราะรถคันที่นั่งมานั้นได้รับอนุญาตให้วิ่งแค่เส้นทาง ดาลัด บวนมาโทธ เท่านั้น นี่แอบเห็นจ่ายส่วยไปตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ ด่อง จากบวนมาโทธ ก็มาเปลี่ยนรถที่ Gia Lai อีก พอดีเห็นป้ายหน้ารถเขียนว่า Kon Tum - Ngoc Hoi ดูเวลาแล้วเพิ่งจะบ่ายสองคำนวนระยะทาง เกียหลาย-คอนตุม ๕๐ ก.ม. คอนตุม-ง็อกหอย ๘๐ ก.ม. รวม ๑๓๐ ก.ม. คิดว่าน่าจะถึงง็อกหอยก่อนห้าโมงเย็น จากง็อกหอยไปด่าน บ่ออี้ เพิยง ๑๘ ก.ม. ใช้เวลาปั่นไม่น่าจะเกิน ๑ ช.ม. น่าจะเข้าลาวทันเลยถามคนขับว่าถ้าจะไปง็อกหอยจะต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่ ๑๐๐,๐๐๐ ด่อง เป็นคำตอบสุดท้าย คิดดูแล้วไปนอนด่านพูเกลือฝั่งลาวน่าจะดีกว่าอย่างน้อยค่าโรงแรมก็ถูกว่าเช้าก็ไหลลงอัดตะปือ เอาจริงๆไปไม่ทันเพราะถนนไม่ดีแถมรถตู้ยังหยุดรับคนตลอดทาง สี่โมงเย็นเพิ่งจะถึงคอนตุม ต้องเปลี่ยนรถอีกแล้ว เจ็บใจเพราะตอนจ่ายค่ารถคอนตุม-ง็อกหอยจ่ายไปหนึ่งแสนด่อง แต่คนขับรถเค้าจ่ายให้รถคันใหม่แค่เจ็ดหมื่นด่องชักค่าหัวไปตั้งสามหมื่นด่อง กว่ารถจะออกจากคอนตุมได้ก็สี่โมงครึ่งกว่าจะถึงง็อกหอยก็เกือบทุ่ม จำได้คลับคลายคลับคลาว่าด่านพรมแดนปิดสองทุ่มไม่แน่ใจว่าจะปั่นไปทันหรือเปล่าเพราะถ้าด่านปิดข้ามไม่ได้ฝั่งเวียดนามจะไม่มีที่ให้นอน เลยตัดสินใจนอนง็อกหอยจ่ายค่าโรงแรมไป ๑๓๐,๐๐๐ ด่องแผนผิดพลาดหมดพรุ่งนี้ต้องกดเอทีเอ็มอีกแล้ว
วันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก อ้อมีรูปหนึ่งถ่ายในรถตู้ดูเอาครับรถตู้ไฮเอซรุ่นโบราณหลังคาเตี้ยถ้าในเมืองไทยคงบรรทุกผู้โดยสารได้เต็มที่ไม่เกิน ๑๒ คน แต่ที่เวียดนามลองนับเองแล้วกันครับผมถ่ายจากแถวหลังสุดนั่งกันอยู่ห้าคน

รูปภาพ

หมายเหตุ ในเวียดนามตู้เอทีเอ็มของธนาคาร BIDV คิดค่าธรรมเนียมในการกดเงินสด ๒๐,๐๐๐ และ vat ๒,๐๐๐ ด่อง แต่ถ้าเป็นตู้ของ Sacombank คิดค่าธรรมเนียม ๓๐,๐๐๐ ด่อง แต่ไม่รู้มี vat หรือเปล่าเพราะพยายามกดสองครั้งเงินไม่ออกทั้งสองครั้ง ครั้งแรกกด ๗๐๐,๐๐๐ ด่องเครื่องแจ้งว่าไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนนี้ได้ให้เลือกจำนวนอื่นเอ้าลองอีกทีกด fast cash ๑,๐๐๐,๐๐๐ ด่อง ก็ไม่สามรถจ่ายเงินได้ แต่ตู้ของ BIDV กดไม่มีปัญหากดเท่าไหร่ก็ออก


วัน ๑๓ (๒๐ ม.ค. ๕๖) ง็อกหอย-อัดตะปือ (๑๒๐ ก.ม.) จักรยาน

เส้นทาง หลวงหมายเลข ๔๐
สภาพถนน ทางเรียบ จากง็อกหอยถึงด่านเป็นทางลงเขาส่วนมาก จากด่านถึงอัดตะปือมีทั้งขึ้นเขาและลงเขา
สภาพการจราจร เบาบาง ถึงน้อยมาก

วันนี้ลางไม่ดีแต่เช้าเลย

ตื่นนอนตีห้าล้างหน้าแปรงฟันจัดของเสร็จตีห้าครึ่ง หิ้วกระเป๋ามาเช็คเอาท์จัดการแขวนกระเป๋ากับจักรยาน ติดไฟหน้า ติดตาแมว(ไมล์จักรยานยี่ห้อ Cat Eye) เข็นจักรยานออกอ้าวไม่ไป อ้อลืมไขกุญแจโซ่ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจ เอ๊ะไม่มี เฮ้ย! กุญแจหายงานงอกแล้วสิค้นในกระเป๋าเสื้อกันหนาว กระเป๋ากางเกงไม่มี
เอาล่ะสิ ขอกุญแจห้องกลับไปดูที่ห้องเดินมาถึงกลางทางไฟดับมืดมากมองไม่เห็นทางนึกว่าทางโรงแรมดับไฟ เดินย้อนกลับมาบอกพนักงานให้เปิดไฟให้ เค้าบอกว่าการไฟฟ้าหยุดจ่ายไฟ เพราะที่นี่จะเปิดไฟช่วง ๑๘.๓๐-๒๑.๐๐ น. และ ๐๔.๐๐-๐๕.๓๐ น. ก็เลยต้องถอดไฟหน้าไปส่องหากุญแจก็ไม่เจอ เอากระเป๋าออกมารื้อกลางห้องโถงค้นทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจอ จัดกระเป๋าใหม่ ตั้งสตินั่งนึกดีๆก็มั่นใจว่ากูญแจต้องอยู่ในโรงแรมแน่ๆ เพราะตอนไปกินข้าวเย็นยังไม่ได้ล๊อคจักรยานกลับเข้ามาแล้วถึงได้ล๊อค ก็ไปส่งภาษามือกับพนักงานทำนองว่าเค้าเจอกุญแจบ้างไหม พนักงานก็บอกไม่มี ยุ่งแล้วที่นี้จะไปอย่างไรกำลังคิดว่าจะตัดโซ่ อ้าวแล้วจะเข้าคอนโดอย่างไรเพราะกุญแจพวงเดียวกัน เอากระเป๋ามารื้ออีกรอบคราวนี้ค้นกระเป๋ากางเกงกระเป๋าเสื้อทุกตัวก็ไม่เจอ กำลังกลุ้มใจคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดีแต่เพราะมั่นใจว่ากุญแจต้องอยู่ในโรงแรมแน่ๆ เลยขอกุญแจพนักงานกลับไปดูในห้องพักอีกทีคราวนี้ค่อยๆรื้อผ้าทุกผืนเอามาสะบัดในที่สุดก็เจออยู่ใต้ผ้าห่ม เฮ้อ โล่ง เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง ออกจากโรงแรมก็แวะร้านกาแฟข้างทางดื่มกาแฟแล้วซื้อบาแก็ตติดไปหนึ่งชิ้นเป็นเสบียง กว่าจะได้ออกจากง็อกหอยก็ประมาณ ๐๗.๐๐ น. ระหว่างทางผ่านบ้านชนเผ่าหลังหนึ่งดูจากลักษณะแล้วน่าจะไม่มีคนอยู่คงจะสร้างไว้ให้นักท่องเที่ยวดูเท่านั้น

รูปภาพ


เส้นทางง็อกหอย-บ่ออี้ เป็นทางราบสลับเนินเตี้ยๆ ทางค่อนข้างดีระยะทางประมาณ ๒๐ ก.ม.
ซ้ายไป Cambodia ขวาไป Laos


รูปภาพ

จากตรงนี้ ตรงไปผ่านหน้าปั๊มครับ

รูปภาพ


ใช้เวลาปั่น ๔๕ นาทีถึงด่านเวลา ๐๗.๔๕ น. วันนี้ไม่ค่อยมีผู้คนทั้งๆที่เป็นวันอาทิตย์มีแต่รถบรรทุกและคนขับ

ด่าน บ่ออี้ยามเช้ามีแต่รถบรรทุกมาจอดรอทำเรื่องผ่านแดน


รูปภาพ


ใช้เวลาแค่ ๕ นาทีก็ออกจากเวียดนามไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ปั่นข้าม No Man Land อีกเกือน ๑ ก.ม. ก็ถึงด่านลาว ก่อนจะเข้าด่านลาวก็ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย

หลักเขตฝั่งเวียดนาม

รูปภาพ


หลักเขตฝั่งลาว


รูปภาพ


ด่านฝั่งลาวตั้งอยู่ที่บ้านพูเกลือครับ


รูปภาพ


ใช้เวลาที่ด่านลาวอีกไม่ถึง ๕ นาที ไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน แล้วก็ทิ้งดิ่งลงเขาอย่างมีความสุขแอบเสียวเล็กน้อยเพราะชันมากและลงยาวมากขนาดบีบเบรคสลับปล่อยบ้างความเร็วสูงสุดยังขึ้นมาถึง ๕๔.๖ ก.ม./ช.ม. เจอหินก้อนเล็กๆสักก้อนได้พลิกตีลังกาแน่ (จักรยานล้อ ๗๐๐ นะครับ) ทางลงเขาเท่าที่ดูระยะทางจากตาแมวประมาณ ๑๕ ก.ม. จากนั้นก็เป็นเนินขึ้นๆลงๆ สลับกัน

แวะพักดื่มน้ำจากจุดนี้ไปสะหวันนะเขต ๖๕๘ หลักครับ(น่าจะใช่่ แต่ไม่แน่ใจ)


รูปภาพ


ประมาณเก้าโมงก็ลงมาถึงหมู่บ้านเล็กๆกลางป่า แวะกินอาหารเช้าเป็นเฝอชามขนาดบิ๊กเบิ้มมีไข่ต้มใส่มาด้วยหนึ่งฟองให้เยอะมากขนาดผมกินไม่หมด ซื้อน้ำอีกขวดเพราะมีติดมาจากเวียดนามแค่ขวดเดียว เพราะจากจุดนี้ไปนอกจากจะต้องไต่เขาแล้วยังจะไม่มีหมู่บ้านด้วยต้องเตรียมเสบียงให้พร้อม จากนั้นก็ปั่นไต่เขามาเรื่อยๆ ขึ้นบ้าง ลงบ้างสลับกันแต่จะขึ้นมากกว่า

เห็นภาพคนปั่นแล้วก็คงจะเชื่อว่าขึ้นเขามากกว่าลงเข้า ๕๕ ๕๕

รูปภาพ


นอนถ่ายรูปท้องฟ้าครับ วันนี้ฟ้าสวย อิ อิ


รูปภาพ


จนเที่ยงก็ถึงยอดเขาเจอศาลาข้างทางไม่รอช้าไสจักรยานเข้าไปถอดกระเป๋าออกยกจักรยานไปล๊อคไว้กับราวกันตกเอากระเป๋ามาหนุนหัว หลับไปด้วยความอ่อนเพลียชนิดว่าหัวพาดกระเป๋าปุ๊ปหลับปั๊ปเลยครับ


รูปภาพ


ทางที่ขึ้นมา


รูปภาพ


ตื่นมาอีกทีเที่ยงสี่สิบห้างัดข้าวจี่(ในลาวต้องเรียกข้าวจี่ ถ้าในเวียดนามต้องเรียกบาแก็ต ๕๕ ๕๕) ออกมากินอิ่มหนำสำราญก็ถึงเวลาเหนื่อยต่อ ช่วงนี้ทางลงไม่ยาวเหมือนช่วงแรกแถมทางดีแค่ครึ่งทางก็เจอช่วงทำทางทั้งฝุ่นทั้งหิน เค้าทำทางแปลกคือตัดพื้นถนนที่เสียออกลาดยางแล้วเอาหินคล้ายหินคลุกปูทับแล้วบดให้เรียบ แต่มันไม่เรียบครับสำหรับล้อ ๗๐๐ มันกระด้างมากต้องคอยหลบเลยทำความเร็วขาลงได้ไม่มาก ลงมาถึงข้างล่างก็เจอหมู่บ้านแวะร้านขายเครื่องย่อยได้โออิชิเย็นๆ สองขวดพอเรียกความสดชื่นกลับมาได้หน่อย ซื้อน้ำเพิ่มอีกหนึ่งขวด นั่งพักพอหายเหนื่อยก็ออกเดินทาง หมู่บ้านนี้รู้สึกว่าคนเวียดนามจะเยอะกว่าคนลาวยังสามารถใช้เงินเวียดนามเหลือติดตัวมาได้ ปั่นผ่านร้าน Cafe สาวๆเวียดนามโบกมือตะโกนทักทายเหมือนกับจะให้แวะ แต่ไม่ไหว หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลน้องเอ๋ย ไม่รู้ว่าชาวจักรยานรุ่นนี้เคยได้ยินเพลง Spinning Wheel ของวง Chicago ไหมครับ ที่บอกว่า What goes up, must comes down เหมือนกันเลยครับตอนนี้ Come down ลงมาแล้วก็ต้อง Go up มันเป็นสัจจธรรม ๕๕ ๕๕ เหนื่อยอีกแล้ว เจอเขาอีกแล้วครับแต่ช่วงนี้สาหัสสากรรจ์เพราะทางชันมว๊ากกกแถมถนนเต็มไปด้วยฝุ่นหนาและหินลอย

รูปภาพ


ถึงยอดแล้วขอถ่ายรูปหน่อย


รูปภาพ


รถยนต์วิ่งผ่านแต่ละทีฝุ่นคลุ้งมองไม่เห็นทางต้องลงจูงเท่านั้น กว่าจะผ่านจุดนี้ก็ใช้เวลาไปเป็นชั่วโมง ผ่านจุดนี้ไปแล้วก็เป็นทางราบตลอดยาวจนถึงอัดตะปือ ปั่นมาถึงเมืองไชยเชษฐาธิราชก็เกือบหกโมงเย็นแต่เนื่องจากเป็นหน้าหนาวทำให้มืดเร็วมากต้องเปิดไฟหน้าและไฟท้าย ระยะทางยังเหลืออีกประมาณ ๑๕ ก.ม. ก็รีบปั่นเพราะอากาศเริ่มเย็นและก็เริ่มหิวแล้วก็ปั่นด้วยความเร็วประมาณ ๒๕ ก.ม./ช.ม. ทางค่อนข้างเรียบดูเหมือนว่าเป็นทางที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ ปั่นมาจนเหลือระยะทางอีกไม่กี่ ก.ม. จะถึงอัดตะปือน่าจะประมาณสัก ๔ ก.ม. ก็มีรถยนต์วิ่งสวนมาจากอัดตะปือเปิดไฟสูงเข้าตาผมอย่างจังตาพร่าไปชั่วขณะแล้วก็ โครม! ทั้งรถทั้งคนลงไปกองกับถนนข้าวของกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง หลุมครับหลุมนรกมาอยู่กลางถนน โชคดีที่ไม่มีรถตามหลังมาไม่งั้นคงได้ไปเล่าทัวร์เวียดนามให้เทวดาฟังแล้ว (ผมคนดีครับ ตายไปก็ขึ้นสวรรค์ ๕๕ ๕๕) ตอนนั้นมืดมากแล้วแต่ยังเห็นไฟหน้ารถเปิดอยู่ สำรวจความเสียหาย ไมล์ยังอยู่กับรถ กระเป๋าข้างขวากระเด็นไปอยู่กลางถนนก็เข็นจักรยานไปจอดไว้ริมถนนเดินไปเก็บกระเป๋า ตอนที่เดินไปเก็บกระเป๋ารู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่หัวเข่าข้างขวาเอาไฟส่องดูอ้าวได้เลือดนี่ที่มือก็มีสำรวจรถคร่าวๆ ไม่มีอะไรเสียหายก็ขึ้นจักรยานปั่นต่อ แต่เข่าขวาทำพิษกดบันไดที่ไรเจ็บแปลบๆ ก็ฝืนปั่นไปกว่าจะถึงอัดตะปือก็ทุ่มกว่ารีบหาที่พักจัดการชำระล้างร่างกายแล้วก็เอายาเบตาดีนมาใส่แผล

มีหมูแดงนิดหน่อย


รูปภาพ


ที่มือ


รูปภาพ

รูปภาพ


แล้วก็เขยกออกไปกินอาหารเย็น พร้อมเตรียมแผนสองที่จะเดินทางวันพรุ่งนี้ สอบถามเจ้าของร้านอาหารได้ความว่ารถไปปากเซจะออกประมาณหกโมงเช้า และสถานีรถโดยสารอยู่ห่างตัวเมืองออกไปประมาณสี่หลัก(ก.ม.) โอ๊ย...ทำไมไปอยู่ไกลขนาดนั้นแล้วตรูจะไปอย่างไรถามเรื่องรถสองแถวจะช่วยขนจักรยานเจ้าของร้านก็ช่วยอะไรไม่ได้ เขยกกลับเฮือนพักเอายานวดแก้ปวดเมื่อยมานวดใต้ข้อพับและรอบๆหัวเข่า ตั้งนาฬิกาปลุกตีสี่

ระยะทางจากง็อกหอยถึงอัดตะปือ เวลาที่ทำได้ไม่รวมเวลาพักครับ

รูปภาพ



วัน ๑๔ (๒๑ ม.ค. ๕๖) อัดตะปือ - ปากเซ (๒๐๕ ก.ม.) รถโดยสาร


ตี่สี่ครึ่งออกจากเฮือนพักค่อยปั่นจักรยานไปสถานีรถโดยสาร ไปถึงประมาณตีห้าครึ่ง ผู้คนกำลังขนของขึ้นรถไปซื้อตั๋วค่าโดยสาร ๖๕,๐๐๐ กีบ เป็นรถธรรมดาครับแต่มีแอร์จอดทุกเมืองและทุกที่ที่มีคนโบก รถจักรยานไม่เสียค่าระวางครับ

ระหว่างทางเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในภูเขาเลยถ่ายรูปไว้เล่าให้ลูกหลานฟังหน่อย ๕๕ ๕๕


รูปภาพ


รถจอดที่เซกองให้ผู้โดยสารรับประทานอาหาร คันนี้ที่นั่งมาวิ่งยาวถึงเวียงจันทร์เลยครับ จากอัดตะปือ ปากเซ สะหวันนะเขต เวียงจันทร์

รูปภาพ

จักรยานอยู่ใต้ท้องรถครับ


รูปภาพ


แอบถ่ายสาวลาว เค้ารู้ตัวก่อนเลยได้มาแค่นี้


รูปภาพ


รถถึงปากเซ ๑๑.๐๐ น. โชคดีที่รถมาจอดตรงสถานีรถโดนสารไปช่องเม็ก อุบล พอดี เลยเข็นจักรยานเข้าไปดูเวลารถออกปรากฏว่ากว่าจะออกก็บ่ายสามโมงครึ่ง แล้วกี่โมงจะถึงอุบลแล้วจะเอารถที่ไหนเข้า กทม. ตัดสินใจระยะทางแค่ ๔๕ ก.ม. ปั่นอย่างไรก็ถึงก่อนรถทางนี้ออกแน่นอนคิดอย่างนั้นก็ปั่นกระแด็ก กระแด็กออกจากปากเซข้ามสะพานแขวนมุ่งหน้าวังเต่า - ช่องเม็ก เลยสะพานมาหน่อยก็แวะร้านอาหารข้างทางสั่งตำแตง ปิ้งสามไม้ ข้าวเหนียว เป๊ปซี่หนึ่งขวด น้ำแข็งหนึ่งขันหมดไปสามสิบพันกีบ แล้วก็ออกปั่น ปั่นมาได้ไม่ถึง ๑๐ หลักก็รู้สึกว่าอาตมาน่าจะคิดผิดน่าจะรอรถมากกว่าไม่ควรจะดันทุรังปั่นมาเลย เพราะไม่อยากใช้ขาข้างขวากดบันไดเลยแต่ไหนๆ ก็มาแล้วก็ทนปั่นต่อไปแล้วกันก็ก้มหน้าปั่นไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงด่านวังเต่าก็สี่โมงเกือบครึ่ง จำได้ว่าออกจากร้านอาหารแถวสะพานตอนเที่ยงครึ่ง ๔ ชั่วโมงกับระยะทาง ๔๕ หลัก รู้ถึงไหนขายขี้หน้าถึงนั่น ทำเรื่องผ่านแดนกลับประเทศไทยที่นี่ต้องเสียเงินอีกห้าสิบบาททั้งๆ ที่ยังไม่ถึงสี่โมงครึ่ง รู้สึกว่าแต่ละด่านจะมีมาตราฐานไม่เหมือนกันนั่งรถทัวร์จากช่องเม็กเข้าอุบล จ่ายค่าโดยสาร ๑๐๐ บาท ค่าระวางจักรยานอีก ๑๐๐ บาท ถึงอุบลได้ตั๋วรถ บขส. เที่ยวสองทุ่มเข้า กทม. พรุ่งนี้ถึงบ้านแล้ว

การเดินทางครั้งนี้ทำให้เห็นว่าการเดินทางถึงแม้จะมีการเตรียมตัวดีแค่ไหนก็อาจจะมีเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจากตัวเราเอง จากสภาพแวดล้อม จากการสื่อสาร ดังนั้นควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้ล่วงหน้าพร้อมแผนสำรอง อย่าลืมว่าคนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต

โดยส่วนตัวถือว่าครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จร้อยละ ๘๐ อีกร้อยละ ๒๐ เป็นอุปสรรค เวลาที่จำกัด
ทำให้ไม่สามรถแวะไปเที่ยวบางจุดที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่า Cao Dai Holy See ที่ Tay Ninh อุโมงค์ Cu Chi น้ำตก Dambri ที่ Bao Loc ภูเขา Lang Bian ที่ดาลัต เพราะก่อนไปได้สมัครปั่นขึ้นดอยอินทนนท์ไปแล้วพร้อมจองที่พักและตั๋วรถไฟเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นต้องกลับมาให้ถึง กทม. ก่อนวันที่ ๓๑ มกราคม เพื่อจะเดินทางไปเชียงใหม่ในวันที่ ๑ กุมภาพันธุ์ เลยทำให้ทริปนี้ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้

ขอบคุณครับที่ตามอ่านกันมาจนจบ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ เอ่อเวอร์ไปหน่อยเอาเป็นว่าออกทริปเมื่อไหร่แล้วจะมารายงานใหม่ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย oldhippie เมื่อ 14 ก.ค. 2013, 14:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือหงอย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3484
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
Tel: -
team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
Bike: surly lht,trek 520,spec.

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย เสือหงอย »

สุดยอด จะได้หาโอกาสทำตามบ้าง แต่คนเดียวคงไม่กล้า
รูปประจำตัวสมาชิก
โฟล์กฟาร์ม
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8209
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2010, 20:48
Tel: 096-8488820
team: ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกับรถเล็ก
Bike: จักรยานเก่า

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย โฟล์กฟาร์ม »

ติดตามจนจบทริป...ขอบคุณครับสำหรับประสพการณ์ต่างแดน ที่นำมาถ่ายทอด...เยี่ยมจริงๆ :D
didE1234
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1379
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ต.ค. 2009, 18:03
Tel: 0835302323
team: คนเดียว เที่ยวไปเรื่อย ๆ
ติดต่อ:

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย didE1234 »

สักวัน ข้างหน้าจะทำตามครับ :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
woodyvuth
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1876
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2012, 08:47
Bike: Trek 1.1,LG,X-Bike Mini

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย woodyvuth »

คารวะครับ จักรยานไม่แพง แต่แรง(ใจ)เหลือเฟือ !! :D
"LOVE WILL KEEP US A RIDE ..."
รูปประจำตัวสมาชิก
โลมาโด้
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2363
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2010, 08:19
team: เสืออำมฤตทีมลูกกรมหลวงชุมพรทางธรรมทีมโลกุตตระ
Bike: trek 4300 trek 1.9 khs ซอพเทล

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย โลมาโด้ »

เส้นทางที่กำลังคิดจะไปเลยครับ ครั้งเดียว 4 ประเทศคุ้มสุดๆ :D
จงรักษาศีล 5
ทริป เมื่อสองเป็ดน้อยหาญกล้าว่ายน้ำจากอ่าวไทยสู่หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=320281
ทริป แจกของขวัญวันเด็ก ณ โรงเรียนที่สูงที่สุด ภูที่สูงที่สุด(ภูเบี่ย)ในลาว เริ่มหน้า 55 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=590660

รูปประจำตัวสมาชิก
โบ้สศรีเชียงใหม่
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1214
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ธ.ค. 2008, 19:42
Tel: 0989714141,0810545007
team: ศรีเชียงใหม่
Bike: GIANT XTC FR 2013,FUJI roubaix 1.0

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย โบ้สศรีเชียงใหม่ »

4 แผ่นดิน
...............................................................
ไปเรื่อยๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
Gemini
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 300
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2010, 10:31
Tel: 087-784-9069
team: ไร้สังกัด
Bike: TREK 4500 / K2ZEED TEAM

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย Gemini »

สุดยอดมากครับ ...... :D
รูปประจำตัวสมาชิก
Tonywee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2009, 13:04
Tel: 08147657xx
team: ภูเก็ตหรอยเนิน ทัวร์ริ่ง,น่องปูด ไซค์คิ้ง คลับ
Bike: Surly LHT(น้องเขียว ปั๊ด),Trek 2.3 Ultagra group set. ก็หรอยแล้ว
ตำแหน่ง: ประเทศไทยของเรา

Re: ปั่นคนเดียว เที่ยวเวียดนาม (วงกลม กทม.-ตราด-เขมร-เวียดนาม-ลาว-อุบลฯ-กทม.)

โพสต์ โดย Tonywee »

เข้ามาติดตามชมครับ
สุดยอดครับ
หนึ่งใจ สองขา จะพาเราไป ไกลแสนไกล
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”