ทีนี้ผมรบกวนสอบถามเรื่องใกล้ตัวบ้างครับ อย่างนักปั่นสมัครเล่นบ้านเรา อยากจะลงแข่งรายการในบ้านเราเองที่จัดแข่งตามสนามต่างๆ เพื่อทดสอบตัวเองบ้าง จะต้องมีขั้นตอนอย่างไร แข่งได้ระดับไหนบ้าง แล้วต้องมีใบอนุญาตหรือเป็นสมาชิกอะไรหรือปล่าวครับผม
นักปั่นอาชีพ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- GTX
- ขาประจำ
- โพสต์: 520
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2010, 09:12
- team: 1 Sby Cycling Team
Re: นักปั่นอาชีพ
กระทู้เยี่ยมๆอีกกระทู้ครับ
ทีนี้ผมรบกวนสอบถามเรื่องใกล้ตัวบ้างครับ อย่างนักปั่นสมัครเล่นบ้านเรา อยากจะลงแข่งรายการในบ้านเราเองที่จัดแข่งตามสนามต่างๆ เพื่อทดสอบตัวเองบ้าง จะต้องมีขั้นตอนอย่างไร แข่งได้ระดับไหนบ้าง แล้วต้องมีใบอนุญาตหรือเป็นสมาชิกอะไรหรือปล่าวครับผม
ทีนี้ผมรบกวนสอบถามเรื่องใกล้ตัวบ้างครับ อย่างนักปั่นสมัครเล่นบ้านเรา อยากจะลงแข่งรายการในบ้านเราเองที่จัดแข่งตามสนามต่างๆ เพื่อทดสอบตัวเองบ้าง จะต้องมีขั้นตอนอย่างไร แข่งได้ระดับไหนบ้าง แล้วต้องมีใบอนุญาตหรือเป็นสมาชิกอะไรหรือปล่าวครับผม
-
Cycling B®y
- ขาประจำ
- โพสต์: 19808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
- team: RAWAI Criterium Team. Phuket.
Re: นักปั่นอาชีพ
สนามบ้านเราลงแข่งได้ทุกสนามครับ..ไม่ต้องมีใบอนุญาติ..เดินเข้าไปสมัครได้เลย ระดับตามอายุรุ่นที่เขาจัดไว้ ถ้าคุณพร้อม..GTX เขียน:กระทู้เยี่ยมๆอีกกระทู้ครับ![]()
ทีนี้ผมรบกวนสอบถามเรื่องใกล้ตัวบ้างครับ อย่างนักปั่นสมัครเล่นบ้านเรา อยากจะลงแข่งรายการในบ้านเราเองที่จัดแข่งตามสนามต่างๆ เพื่อทดสอบตัวเองบ้าง จะต้องมีขั้นตอนอย่างไร แข่งได้ระดับไหนบ้าง แล้วต้องมีใบอนุญาตหรือเป็นสมาชิกอะไรหรือปล่าวครับผม
(ที่เข้าแข่งไม่ได้ก็จะมีแค่ สนามทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ เพราะเป็นการแข่งที่เขาเชิญนักแข่งจากที่ต่างๆ)
แข่งสนามคิงส์คลับและควีนคลับของสมาคมต้องมีใบอนุญาตuciที่ออกโดยสมาคมครับ และต้องเปลี่ยนทุกปีด้วยตามกฎuci.....ข้อมูลจากคุณ HOON
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
- spinbike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2735
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 16:56
- Tel: 081-6558451
- team: Coach Tum
- Bike: FELT FR2
Re: นักปั่นอาชีพ
มาต่อกันอีกนิดครับ..
หลายๆ คำถามที่พอจะอธิบายได้ก็คือ ถ้าเทียบกันแล้วในระดับอาเซียน นักปั่นไทยอยู่ในระดับไหน ผมมองว่า ถ้าเมื่อในยุคปี 90 ถึง 2000 พวกเราไม่เป็นรองใครในอาเซี่ยนเลยครับ ถ้าในลู่เมื่อก่อน อินโดฯ เก่ง ถนนช่วงปี 2000 มาเลเซีย มีตัวที่ใช้งานได้อยู่หลายคน และส่งไปแข่งบ่อยมากๆ เรียกว่าเอเซียทัวร์แทบทุกรายการ เขาส่งไปตลอด คือการสร้างนักจักรยาน นอกจากทำให้แข็งแรงแล้ว สิ่งที่ต้องเติมเข้าไปอย่างมาก คือประสบการณ์ในการแข่งจริงครับ ยิ่งเจอของแข็งยิ่งเก่งเร็ว เมื่อก่อนผมเก็บตัวเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 11 แข่งที่ประเทศจีนปี 1990 ผมเก็บตัวในค่าย 9 เดือนเต็มๆ ซ้อมแบบไม่เคยอ่านนสพ.หรือดูทีวี ซ้อมหนักมาก เรียกได้ว่าขี่จากแพร่-พิษณุโลก-ชัยนาท-เวลโลโดรม แค่สามวัน ล่อกันวันละสองร้อยกว่ากิโล ไม่รู้จักเหนื่อยล้า แต่พอไปแข่งขี่ในกลุ่มเราคิดว่าเราแข็งแรงแต่ทำไม พวกมันขี่กันเร็วจัง..เลยลองเทียบเกียร์กับรอบขาดู ปรากฎว่าผมเหยียบหนัก แบบไม่มีรอบ เหมือนปั่นสามล้อเลยครับ พวกชาติอื่นๆ ควงขากันเนียนๆ เกียร์ก็เบากว่า แต่ไปได้เร็วกว่าเรามากนัก และก็ทำไมหายใจไม่เข้าเต็มปอด เหงื่อก็ไม่มีสักหยด เป็นคำถามที่สงสัย และหาคำตอบได้ว่า ผมไปแข่งอยู่ทางตอนเหนือของปักกิ่ง อากาศแห้ง และอยู่บนที่สูงเกือบสองพันเมตร หาออกซิเจนได้ยากและเบาบาง เลยมีอาการอย่างนั้น..ด้วยความเป็นเด็กใหม่ ถ้าไม่คิดเยอะ ก็คงคิดว่าตัวเองคงจะ โอเวอร์เทรน แต่จริงๆ แล้วมันเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม และที่เราซ้อมมาไม่เคยเน้นรอบขาเลย มีแต่ซ้อมเยอะเข้าไว้ หรืออีกอย่างคือ มีปริมาณมาก แต่คุณภาพต่ำนั่นเองครับ และประสบการณ์ขี่ในกลุ่มใหญ่ๆ อย่างนี้แทบไม่มีเลยครับ..
หลังจากนั้นผมมีโอกาสได้เดินทางไปทัวร์นั้นทัวร์นี้อีกอย่างต่อเนื่่อง ปี 93 ไปแข่งทัวร์ไต้หวัน โอ้โห..อันนี้งานใหญ่มาก มีนักแข่งเก่งๆ เยอะ ตอนนั้นวิโนฯ ยังเป็นเยาวชนอยู่เลย โชคดีที่ผมเป็นนักปีนเขาเลยหลุดไปกลุ่มหน้าเกือบทุกวัน ช่วงลงเขา ผมลงตามฝรั่งคนนึ่งมันลงเร็วมาก เบรคแต่ละทีกลิ่นยางเบรคไหม้เข้าจมูกเลย ดูแม๊กสปีดที่ผมลงตามมันแล้วตกใจ พวกล่อไป 92 km/h สมัยนั้นยังไม่มีล้อคาร์บอนนะครับ เกียร์ก็ยังสับถังอยู่ แต่ผมใช้เฟรม VITUS คาร์บอนแล้ว ของสมาคมฯ และประทับใจหมอนี่มากๆ เพราะมันขี่รถสวยการวางท่า การยืนทุกอย่างมันโปรจริงๆ หลังจากนั้นสองสามปี หมอนี่ ชื่อ Patrick Jonker เป็นนักปั่นออสเตรเลีย ก็ไปเทรินโปร กับหลายทีม และมาโด่งดังกับทีม US postel Service เป็นทีมเมทกับ แลนซ์ และตอนนี้เป็นผู้จัดการทีม Saving&Lones
นี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมตามดูรายการแข่งมาถึงทุกวันนี้ ดูความเคลื่อนไหวต่างๆ
พอปี 1994 มีโอกาสได้ไปแข่งเอเชี่ยนเกมส์อีกครั้งที่เมือง ฮิโรชิม่า ประเทศ ญี่ปุ่นตอนนี้คิดว่าพัฒนาขึ้นมาเยอะ รอบขาดีขึ้นมีประสบการณ์มากขึ้นคิดว่าปั่นตามนั่กปั่นเอเซียด้วยกันพอสูสีแล้ว เพราะที่ไต้หวัน แข่งเซอร์กิตเรซ รอบละ2 กม.x 50 รอบ = 100 กม.ผมขี่อยู่ในกลุ่มแรกที่ทำเวลา 1.58 ชั่วโมงได้ความเร็วเฉลี่ยต้องเกิน 50 km/h แน่ๆ ครับ คือซัดไม่ได้ลืมหูลืมตา แป๊ปๆ อ้าวถึงโค้งรอบแรกๆ ก็ตัดเข้าใน พอออกโค้งต้องยก และโยกไต่ความเร็วอีก พอเริ่มจับจังหวะได้ ก็สอยด้านนอกง่ายกว่าเยอะเลยครับ มาเท่าไหร่ก็แบนเข้าไปเท่านั้น นี่ไงครับ ประสบการณ์สอนกันตรงนั้นเลย อยู่ที่จะหากันเจอหรือเปล่า
ผมเริ่มขี่ได้เร็วขึ้น ในทางราบ ส่วนขึ้นเขานั้นเป็นขนมอยู่แล้ว ชอบขึ้นเขายาวๆ แต่พอมาญี่ปุ่น มีพวกรัสเซียแตกทัพออกมาอีก 5-6 ประเทศ มาร่วมวงด้วย ปรากฎว่า คาซักสถาน+อุซเบกิสถาน เอาไปกินหมดครับ จีนที่ว่าเก่งทีม 100 กม.ยังแพ้แบบราบคาบ มันสู้กันยากจริงๆ ครับ สำหรับเผ่าพันธ์ มองโกลอยด์ กับ คอเคซอยท์ ทำให้เส้นทางการเป็นนักปั่นยากขึ้นไปอีก..อีกทั้งเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้แข่งเป็นเซอร์กิตรอบละ 12 กม.ไม่มีทางราบให้ปั่นนอกจากขึ้นเนินชันๆ และก็ลงเนินทางโค้ง ผลปรากฎว่าผมปั่นอยู่กับกลุ่มได้สัก 6-7 รอบ ก็หลุดกระเด็นเพราะต้านทานความเร็วแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ
ที่เล่ามาทั้งหมดนี่เป็นการเอาเรื่องราวที่ผ่านมาเองมา ให้พิจารณาเปรียบเทียบดูนะครับว่าการที่ก้าวขึ้นไปเป็นนักปั่นอาชีพ แบบหัวข้อกระทู้นั้นมันต้องผ่านอะไรบ้าง ความยากง่าย ความเป็นไปได้ แรงสนับสนุนต่างๆ และใช้วิจารณญานดูกันครับ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป..
ต่ออีกนิดครับ.. ผมเองเคยมีจังหวะชีวิตนึงไปแตะๆ ระดับนักปั่นอาชีพมาบ้างแต่ไม่ถึงขนาดเซนสัญญากันเป็นเรื่องเป็นราว ในช่วงปี 1999 ผมได้รับโอกาสจาก สมาคมจักรยาน ส่งผมไปเก็บตัวฝึกซ้อมและแข่งขันอยู่ที่เมือง อาดิเลส ประเทศออสเตรเลีย เพื่อมาแข่งซีเกมส์ที่ บรูไน ที่นั่นอากาศหนาวมาก แต่ได้ลงแข่งทุกสัปดาห์ เป็นการแข่งแบบแต้มต่อ หรือ แฮนดิแคป ซึ่งเร็วมากๆ ตั้งแต่ต้นยันเข้าเส้น เพราะทุกกลุ่มต้องช่วยกันลากหนีตาย และไล่กลุ่มหน้ากันอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก จะไม่มีเกมส์หนีหรือเกี่ยงกัน แต่จะเป็นการผลัดนำทำความเร็วไล่กันตลอดทาง พอครบกำหนดกลับมาแข่งเจออากาศร้อนๆ ที่บรูไน ผมทำได้ดีที่สุดแค่อันดับ 4 ในไครทีเรี่ยม ไม่ได้สักเหรียญกลับบ้าน ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมขี่ไม่ได้ แต่ในช่วงนั้น ทีม Mapei ในอิตาลี่กำลังรุ่งเรื่องสุดๆ บริษัทฯ นี้ทำธุระกิจ อินทีเรีย ภายในสนามบินทั่วโลก ตอนนั้นสนามบิน เซปัง ของมาเลเซียก็ใช้บริการ Mapei เช่นกัน ผมดันไปเข้าตา จูเซปเป้ ซึ่งเป็นบอสใหญ่ ที่บินไปดูแข่งซีเกมส์ที่บรูไนด้วย และแกก็มีไอเดีย บรรเจิด อยากสร้างทีม Mapei อาเซียนขึ้นมา และกะว่าจะยกระดับเป็น Mapei Asia ต่อไป ก็เลยขอที่อยู่ผมไว้ผมไม่คิดหรอกครับ ว่าแกจะเอาจริง โทรมาหาผมในอีกสองเดือนถัดมา บอกว่าจองตั๋วให้ผมบินไปที่มาเลเซีย เพื่อร่วมทีมกับ นักปั่น มาเลย์ ฟิลิปปินส์ อินโดฯ และสิงค์โปร์ เพื่อลงแข่ง ปุตตราจาย่า คัพ ที่แข่งในสนามแข่งรถยนต์ และเดินทางต่อไป ทัวร์ออฟสิงค์โปร แต่เป็นรายการแข่งวันเดียว ต่อด้วย เจลาจาห์ ทัวร์ออฟตรังกานู ผมเลยเดินทางไปลองดูกับการแข่งจักรยานเป็นอาชีพครั้งแรกในชีวิต กับเพื่อนร่วมทีมที่ต่างชาติต่างภาษาจะเป็นอย่างไรต่อไป ไว้ค่อยมาต่อครับ..
รูปภาพไปค้นเจอ ตอนที่ขี่ให้ Mapei อาเซียน และก็ ทีมไทม์ไทรอัล 100 กม. เอเชี่ยนเกมส์ที่ ญี่ปุ่น ครับ
หลายๆ คำถามที่พอจะอธิบายได้ก็คือ ถ้าเทียบกันแล้วในระดับอาเซียน นักปั่นไทยอยู่ในระดับไหน ผมมองว่า ถ้าเมื่อในยุคปี 90 ถึง 2000 พวกเราไม่เป็นรองใครในอาเซี่ยนเลยครับ ถ้าในลู่เมื่อก่อน อินโดฯ เก่ง ถนนช่วงปี 2000 มาเลเซีย มีตัวที่ใช้งานได้อยู่หลายคน และส่งไปแข่งบ่อยมากๆ เรียกว่าเอเซียทัวร์แทบทุกรายการ เขาส่งไปตลอด คือการสร้างนักจักรยาน นอกจากทำให้แข็งแรงแล้ว สิ่งที่ต้องเติมเข้าไปอย่างมาก คือประสบการณ์ในการแข่งจริงครับ ยิ่งเจอของแข็งยิ่งเก่งเร็ว เมื่อก่อนผมเก็บตัวเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 11 แข่งที่ประเทศจีนปี 1990 ผมเก็บตัวในค่าย 9 เดือนเต็มๆ ซ้อมแบบไม่เคยอ่านนสพ.หรือดูทีวี ซ้อมหนักมาก เรียกได้ว่าขี่จากแพร่-พิษณุโลก-ชัยนาท-เวลโลโดรม แค่สามวัน ล่อกันวันละสองร้อยกว่ากิโล ไม่รู้จักเหนื่อยล้า แต่พอไปแข่งขี่ในกลุ่มเราคิดว่าเราแข็งแรงแต่ทำไม พวกมันขี่กันเร็วจัง..เลยลองเทียบเกียร์กับรอบขาดู ปรากฎว่าผมเหยียบหนัก แบบไม่มีรอบ เหมือนปั่นสามล้อเลยครับ พวกชาติอื่นๆ ควงขากันเนียนๆ เกียร์ก็เบากว่า แต่ไปได้เร็วกว่าเรามากนัก และก็ทำไมหายใจไม่เข้าเต็มปอด เหงื่อก็ไม่มีสักหยด เป็นคำถามที่สงสัย และหาคำตอบได้ว่า ผมไปแข่งอยู่ทางตอนเหนือของปักกิ่ง อากาศแห้ง และอยู่บนที่สูงเกือบสองพันเมตร หาออกซิเจนได้ยากและเบาบาง เลยมีอาการอย่างนั้น..ด้วยความเป็นเด็กใหม่ ถ้าไม่คิดเยอะ ก็คงคิดว่าตัวเองคงจะ โอเวอร์เทรน แต่จริงๆ แล้วมันเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม และที่เราซ้อมมาไม่เคยเน้นรอบขาเลย มีแต่ซ้อมเยอะเข้าไว้ หรืออีกอย่างคือ มีปริมาณมาก แต่คุณภาพต่ำนั่นเองครับ และประสบการณ์ขี่ในกลุ่มใหญ่ๆ อย่างนี้แทบไม่มีเลยครับ..
หลังจากนั้นผมมีโอกาสได้เดินทางไปทัวร์นั้นทัวร์นี้อีกอย่างต่อเนื่่อง ปี 93 ไปแข่งทัวร์ไต้หวัน โอ้โห..อันนี้งานใหญ่มาก มีนักแข่งเก่งๆ เยอะ ตอนนั้นวิโนฯ ยังเป็นเยาวชนอยู่เลย โชคดีที่ผมเป็นนักปีนเขาเลยหลุดไปกลุ่มหน้าเกือบทุกวัน ช่วงลงเขา ผมลงตามฝรั่งคนนึ่งมันลงเร็วมาก เบรคแต่ละทีกลิ่นยางเบรคไหม้เข้าจมูกเลย ดูแม๊กสปีดที่ผมลงตามมันแล้วตกใจ พวกล่อไป 92 km/h สมัยนั้นยังไม่มีล้อคาร์บอนนะครับ เกียร์ก็ยังสับถังอยู่ แต่ผมใช้เฟรม VITUS คาร์บอนแล้ว ของสมาคมฯ และประทับใจหมอนี่มากๆ เพราะมันขี่รถสวยการวางท่า การยืนทุกอย่างมันโปรจริงๆ หลังจากนั้นสองสามปี หมอนี่ ชื่อ Patrick Jonker เป็นนักปั่นออสเตรเลีย ก็ไปเทรินโปร กับหลายทีม และมาโด่งดังกับทีม US postel Service เป็นทีมเมทกับ แลนซ์ และตอนนี้เป็นผู้จัดการทีม Saving&Lones
นี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมตามดูรายการแข่งมาถึงทุกวันนี้ ดูความเคลื่อนไหวต่างๆ
พอปี 1994 มีโอกาสได้ไปแข่งเอเชี่ยนเกมส์อีกครั้งที่เมือง ฮิโรชิม่า ประเทศ ญี่ปุ่นตอนนี้คิดว่าพัฒนาขึ้นมาเยอะ รอบขาดีขึ้นมีประสบการณ์มากขึ้นคิดว่าปั่นตามนั่กปั่นเอเซียด้วยกันพอสูสีแล้ว เพราะที่ไต้หวัน แข่งเซอร์กิตเรซ รอบละ2 กม.x 50 รอบ = 100 กม.ผมขี่อยู่ในกลุ่มแรกที่ทำเวลา 1.58 ชั่วโมงได้ความเร็วเฉลี่ยต้องเกิน 50 km/h แน่ๆ ครับ คือซัดไม่ได้ลืมหูลืมตา แป๊ปๆ อ้าวถึงโค้งรอบแรกๆ ก็ตัดเข้าใน พอออกโค้งต้องยก และโยกไต่ความเร็วอีก พอเริ่มจับจังหวะได้ ก็สอยด้านนอกง่ายกว่าเยอะเลยครับ มาเท่าไหร่ก็แบนเข้าไปเท่านั้น นี่ไงครับ ประสบการณ์สอนกันตรงนั้นเลย อยู่ที่จะหากันเจอหรือเปล่า
ผมเริ่มขี่ได้เร็วขึ้น ในทางราบ ส่วนขึ้นเขานั้นเป็นขนมอยู่แล้ว ชอบขึ้นเขายาวๆ แต่พอมาญี่ปุ่น มีพวกรัสเซียแตกทัพออกมาอีก 5-6 ประเทศ มาร่วมวงด้วย ปรากฎว่า คาซักสถาน+อุซเบกิสถาน เอาไปกินหมดครับ จีนที่ว่าเก่งทีม 100 กม.ยังแพ้แบบราบคาบ มันสู้กันยากจริงๆ ครับ สำหรับเผ่าพันธ์ มองโกลอยด์ กับ คอเคซอยท์ ทำให้เส้นทางการเป็นนักปั่นยากขึ้นไปอีก..อีกทั้งเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้แข่งเป็นเซอร์กิตรอบละ 12 กม.ไม่มีทางราบให้ปั่นนอกจากขึ้นเนินชันๆ และก็ลงเนินทางโค้ง ผลปรากฎว่าผมปั่นอยู่กับกลุ่มได้สัก 6-7 รอบ ก็หลุดกระเด็นเพราะต้านทานความเร็วแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ
ที่เล่ามาทั้งหมดนี่เป็นการเอาเรื่องราวที่ผ่านมาเองมา ให้พิจารณาเปรียบเทียบดูนะครับว่าการที่ก้าวขึ้นไปเป็นนักปั่นอาชีพ แบบหัวข้อกระทู้นั้นมันต้องผ่านอะไรบ้าง ความยากง่าย ความเป็นไปได้ แรงสนับสนุนต่างๆ และใช้วิจารณญานดูกันครับ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป..
ต่ออีกนิดครับ.. ผมเองเคยมีจังหวะชีวิตนึงไปแตะๆ ระดับนักปั่นอาชีพมาบ้างแต่ไม่ถึงขนาดเซนสัญญากันเป็นเรื่องเป็นราว ในช่วงปี 1999 ผมได้รับโอกาสจาก สมาคมจักรยาน ส่งผมไปเก็บตัวฝึกซ้อมและแข่งขันอยู่ที่เมือง อาดิเลส ประเทศออสเตรเลีย เพื่อมาแข่งซีเกมส์ที่ บรูไน ที่นั่นอากาศหนาวมาก แต่ได้ลงแข่งทุกสัปดาห์ เป็นการแข่งแบบแต้มต่อ หรือ แฮนดิแคป ซึ่งเร็วมากๆ ตั้งแต่ต้นยันเข้าเส้น เพราะทุกกลุ่มต้องช่วยกันลากหนีตาย และไล่กลุ่มหน้ากันอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก จะไม่มีเกมส์หนีหรือเกี่ยงกัน แต่จะเป็นการผลัดนำทำความเร็วไล่กันตลอดทาง พอครบกำหนดกลับมาแข่งเจออากาศร้อนๆ ที่บรูไน ผมทำได้ดีที่สุดแค่อันดับ 4 ในไครทีเรี่ยม ไม่ได้สักเหรียญกลับบ้าน ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมขี่ไม่ได้ แต่ในช่วงนั้น ทีม Mapei ในอิตาลี่กำลังรุ่งเรื่องสุดๆ บริษัทฯ นี้ทำธุระกิจ อินทีเรีย ภายในสนามบินทั่วโลก ตอนนั้นสนามบิน เซปัง ของมาเลเซียก็ใช้บริการ Mapei เช่นกัน ผมดันไปเข้าตา จูเซปเป้ ซึ่งเป็นบอสใหญ่ ที่บินไปดูแข่งซีเกมส์ที่บรูไนด้วย และแกก็มีไอเดีย บรรเจิด อยากสร้างทีม Mapei อาเซียนขึ้นมา และกะว่าจะยกระดับเป็น Mapei Asia ต่อไป ก็เลยขอที่อยู่ผมไว้ผมไม่คิดหรอกครับ ว่าแกจะเอาจริง โทรมาหาผมในอีกสองเดือนถัดมา บอกว่าจองตั๋วให้ผมบินไปที่มาเลเซีย เพื่อร่วมทีมกับ นักปั่น มาเลย์ ฟิลิปปินส์ อินโดฯ และสิงค์โปร์ เพื่อลงแข่ง ปุตตราจาย่า คัพ ที่แข่งในสนามแข่งรถยนต์ และเดินทางต่อไป ทัวร์ออฟสิงค์โปร แต่เป็นรายการแข่งวันเดียว ต่อด้วย เจลาจาห์ ทัวร์ออฟตรังกานู ผมเลยเดินทางไปลองดูกับการแข่งจักรยานเป็นอาชีพครั้งแรกในชีวิต กับเพื่อนร่วมทีมที่ต่างชาติต่างภาษาจะเป็นอย่างไรต่อไป ไว้ค่อยมาต่อครับ..
รูปภาพไปค้นเจอ ตอนที่ขี่ให้ Mapei อาเซียน และก็ ทีมไทม์ไทรอัล 100 กม. เอเชี่ยนเกมส์ที่ ญี่ปุ่น ครับ
- ไฟล์แนบ
-
- SDC15820 (Small).JPG (43.51 KiB) เข้าดูแล้ว 502 ครั้ง
-
- SDC15817 (Small).JPG (45.84 KiB) เข้าดูแล้ว 502 ครั้ง
-
- SDC15816 (Small).JPG (41.21 KiB) เข้าดูแล้ว 502 ครั้ง
-
- SDC15818 (Small).JPG (36.18 KiB) เข้าดูแล้ว 502 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย spinbike เมื่อ 07 มิ.ย. 2011, 12:23, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
Coach Tum
- Anakee99
- ขาประจำ
- โพสต์: 1454
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 16:09
- Tel: 089-XXXXXXX
- Bike: ลืมหวะ555
-
lop023
- ขาประจำ
- โพสต์: 6760
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2009, 18:47
- Tel: 0994294292
- team: อิสระชล , เทศบาลเมืองบ้านบึง
- Bike: Bianchi , Madone
- ติดต่อ:
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: นักปั่นอาชีพ
พี่ต้ำเคยบอกว่า
อยากจะปั่นเก่งกว่าคนอื่น ใจมันต้องเหี้ยม ฆ่าคนได้
ผมชอบคำนี้มากๆครับ
จะรอติดตามตอนต่อไปครับ
ปล รูปโดนมากๆครับพี่ต้ำ
ปล ผมมีรูปพี่ต้ำตอนที่พี่ต้ำยังวัยรุ่น ใส่หมวกหนัง ขี่สับถัง ด้วยครับ
อยากจะปั่นเก่งกว่าคนอื่น ใจมันต้องเหี้ยม ฆ่าคนได้
ผมชอบคำนี้มากๆครับ
จะรอติดตามตอนต่อไปครับ
ปล รูปโดนมากๆครับพี่ต้ำ
ปล ผมมีรูปพี่ต้ำตอนที่พี่ต้ำยังวัยรุ่น ใส่หมวกหนัง ขี่สับถัง ด้วยครับ
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
- powerich
- ขาประจำ
- โพสต์: 346
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ย. 2008, 14:43
- Tel: 099 151 4169
- Bike: โลหะต่างๆ
Re: นักปั่นอาชีพ
สนุกสุดๆ ขอบคุณพี่ spinbike ครับ 
- rote2128
- ขาประจำ
- โพสต์: 1374
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2008, 10:41
- CAVOK
- ขาประจำ
- โพสต์: 1668
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2008, 11:23
- Tel: 081-684-9900
- team: N/A
- Bike: Cervelo P2, Giant Anthem X
- ตำแหน่ง: บางแสน ชลบุรี + รัชโยธิน กรุงเทพฯ
Re: นักปั่นอาชีพ
รอฟังต่อนะครับ
สนุก ได้ความรู้ดีครับ
สนุก ได้ความรู้ดีครับ
"Everyone dies, but not everyone LIVES"
ขายครับ ชุดล้อเสือหมอบ Token T50SL เบาหวิว พร้อมยาง TUFO S33Pro/Special อุปกรณ์ครบ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1174026
ขายครับ ชุดล้อเสือหมอบ Token T50SL เบาหวิว พร้อมยาง TUFO S33Pro/Special อุปกรณ์ครบ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1174026
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: นักปั่นอาชีพ
เหมือนพี่ใหญ่เคยบอกเลยครับว่าขี่จักรยานต้องเหี้ยมและโหด เห็นท่าไม่ดีถ้าหลีกไม่ได้ก็เล่นมันก่อนเลย ผลักได้ผลัก
ซึ่งเห็นท่าจะจริงว่าเวลาแข่งกันจากปากคำของนักกีฬาก็ฟังแล้วรู้สึกชื้นใจที่ไม่ได้ฮาร์ดคอร์ขนาดนั้น ทั้งเบียด กระแทก ดัน แถมมีไม่พอใจซัดมวยกันเลยก็ยังมี
ผมว่าจักรยานเป็นกีฬาที่ดูแล้วสวยงาม แต่ด้วยความเหนื่อยและชิงจังหวะเวลาเพียงวินาทีบางครั้งด้านมืดของมันก็น่าตกใจ
เพิ่งดูจิโร่เสตจ 5 อย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นมช็อตเข้าโค้งปาดกันตอนหนีกลุ่มด้วย ปาดจนอีกคนต้องเบรคตัวโก่งเบียดซะเกือบตกถนน พอหมอนี่ปาดได้ก็ยกกระชากออกไป ได้ยินไอ้ตัวด้านหลังตะโกนด่าไล่มาโหวกๆ ภาพช้าซ้ำจังๆครับว่าแกจงใจปาดเข้าโค้งแบนออกไปบัง เพราะหมอแกหันไปมองก่อน
หมวดกุ๊กเปิดมาแบบนี้ ถ้าไม่เป็นการรบกวน ว่างๆพี่ตั้มเอาด้านมืดพวกนี้มาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ
เป็นอุทาเห่าหอนสอนใจ ว่าในระดับอาชีพเรื่องพวกนี้มีมากน้อยยังไงบ้าง
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- มาดมะขาม
- ขาประจำ
- โพสต์: 3305
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2010, 10:32
- Tel: 081-836-6885
- team: PN MAP
- Bike: Thorn Raven Tour,Schwinn,Gios Spazio, Rit(Coming soon)
Re: นักปั่นอาชีพ
ว่าแต่ลงเขาด้วยความเร็ว 92 นี่นึกภาพไม่ออกเลยครับ ถ้าพลาดแขนสั่นนิดเดียวนี่จะต้องเจ็บหนักแน่ๆเลย 
-
Cycling B®y
- ขาประจำ
- โพสต์: 19808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
- team: RAWAI Criterium Team. Phuket.
Re: นักปั่นอาชีพ
บอกแล้วไงว่าคุณตั้มคุยสนุก ไม่ถือตัว..ประสพการณ์ล้วนๆ..ของจริงแน่นอน..
รอติดตามต่อไป..
รอติดตามต่อไป..
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
-
Democrazy
- ขาประจำ
- โพสต์: 1702
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 12:29
- Tel: 0846605533
- team: Cycle Square Rama 3
- Bike: Bianchi Oltre XR2
- ติดต่อ:
Re: นักปั่นอาชีพ
Fignon VS Lemond - World Championship 1989 มันส์มาก
เฟรมเหล็กลงเขา 90 km/hr ตอนถนนเปียกๆ
เฟรมเหล็กลงเขา 90 km/hr ตอนถนนเปียกๆ
"เทคนิคการปั่นเสือหมอบ"
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=129&t=6760
"Prowut Bike Fitting"
https://www.facebook.com/prowut.bikefitting
"Power tends to corrupt and Absolute Power corrupts absolutely". Lord Acton
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=129&t=6760
"Prowut Bike Fitting"
https://www.facebook.com/prowut.bikefitting
"Power tends to corrupt and Absolute Power corrupts absolutely". Lord Acton
- numvitamilkchiangmai
- ขาประจำ
- โพสต์: 1671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2010, 18:42
- Tel: 0801266977
- team: ไวตามิ้ลค์ เชียงใหม่
- Bike: Specialized Chisel 29er
Re: นักปั่นอาชีพ
เริ่มอยากจะแข่งเสือหมอบขึ้นมาแล้วครับ 
- Mr.John
- ขาประจำ
- โพสต์: 634
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 มิ.ย. 2009, 22:58
- team: แม่สายไบค์คลับ
- Bike: Klein/Specialize Tamac SL 2
- ตำแหน่ง: ถ.พหลโยธิน กม.890
Re: นักปั่นอาชีพ
อ่านสนุกมากครับ
ประสบการณ์ของคุณตั้มล้วนๆ
ที่น้อยคนจะได้สัมผัส ขอบคุณครับ

ประสบการณ์ของคุณตั้มล้วนๆ
ที่น้อยคนจะได้สัมผัส ขอบคุณครับ
จักรยานไม่เคยทำร้ายใคร ยกเว้นกระเป๋าสตางค์