มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของ"รถพับ" โดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
PrajNa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 430
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2012, 05:47
Tel: ---
Bike: Giant TCX1 - Swift folder
ตำแหน่ง: Chiangmai

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย PrajNa »

Pisit sirichote เขียน:
rain_mx2 เขียน:
Pisit sirichote เขียน:ขอบคุณมากครับ ข้อมูลดีมากเลยครับ
เคยคิดจะเปลี่ยนคัน Mu P24 เป็นยาง Big Apple แต่ยังเสียดายยางติดรถอยู่ครับ
พี่พิสิฐครับ พอดีผมไปตามอ่าน กระทู้ Mu P24 ของพี่ก็เลยเริ่มเข้าใจว่าทำไมพี่อยากจะใช้ Big Apple แล้วละครับ ถ้ายางปัจจุุบันพี่ต้อง ลงไปถีง 50 PSI ถีงจะรู้สีกสบายนี่
ฟังดูยังไงๆใช้ Big Apple น่าจะดีนะครับสำหรับแบบนี้เพราะคงจะนิ่มลงไปอีกแยะครับ ขอโทษที่แนะนำผิดครับ ผมแค่เสียดายยางเก่าแทนพี่ครับ เพราะของเก่าดีมากจริงๆ

จริงๆหลังอานโช้คมันก็ราคาพอๆกับยาง Marathon พี่สองเส้นเลยครับ ถ้าไม่งั้นอีกทางเลือกก็คือใช้ยางเดิมแล้วหาหลังอานโช้คมาลองครับ แต่ถ้าไม่อยากอัพรถแยะเปลี่ยนแค่ยางก็ได้ครับแล้วเอายางเก่าเป็นสำรองครับ

ขอบคุณมากครับ
ความจริงปัญหาไม่ได้เกิดจากรถและยางครับ เกิดจากถนนที่ผมปั่นประจำเป็นทางปูนที่ก่อสร้างไม่ดีครับ รอยต่อไม่เสมอ แถมยังมีลูกระนาดเยอะมากครับ
เวลาผมปั่นถนนราดยางก็ไม่มีปัญหาครับ ถ้าผมเปลี่ยนยาง Big Apple เท่ากับว่า ผมพยายามปรับรถให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ที่ผมปั่นออกกำลังกายเป็นประจำครับ
แต่ผมว่าจะไปปั่นถนนริมคลอง 2 ด้านในแล้วครับ ตรงนั้นทางดีครับ รถก็ไม่มากครับ
ที่เป็นห่วงมากที่สุดคือจุดพับกลางตัวรถครับ กลัวว่าจะสึกหรอมากครับ
สวัสดีครับพี่ Pisit ดีใจจังได้เจอกันอีกบนกระทู้นี้ ;) มีิีอีกวิธีนะครับพี่ที่จะรถกระเทือนลงได้ครับ พอดีวานนี้ผมแวะเข้าไปคุยกับน้องๆที่เล่น BMX น้องเค้าเล่นกันยางเบอร์เล็กสุดก็ 20-2.1(ใหญ่กว่า big apple ซะอีก) ใหญ่สุดนี่ 20-2.7กันเลย เด็กๆเค้าแนะนำว่าถ้าจะกันกระเทือนดีๆให้ใช้ลองใส่ยางหน้าใหญ่กว่ายางหลังก็ได้กระเทือนน้อยลงแต่ความหนืดจะเพิ่มไม่มากเท่าเปลี่ยนทั้งหน้า-หลัง ผมเลยไปหาอ่านดูก็มีคนใช้วิธีนี้เหมือนกันกับล้อ 20"เค้าว่าจะทำให้หน้าไวน้อยลงด้วย น่าลองนะครับ ;) พี่Pisit อาจลอง Big Apple หน้า Marathon หลังอาจจะเวริ์คนะครับ
คุณ Rain รีวิว big apple ได้เห็นภาพเลยครับ จริงๆผมก็เก็บ BA ไว้หนึ่งคู่สำหรับ swift เรียบร้อยแล้วครับ(เมืองไทย ตอนนี้เส้นละ 750฿) และจะหา Kojak ไว้อีกคู่เอาไว้ใช้หลังฤดูฝนเผื่ออยากปั่นทำความเร็วครับ ทีนี้ถามอีกครับเอาแบบความรู้สึกก็ได้ไม่ซีเรียสนะครับ ถ้าให้เลือกระหว่าง durano+ thudbuster กับ Big Apple+rigid seatpost บนถนนเมืองไทย(เรียบปานกลาง) ขี่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงขึ้นไปคู่ไหนน่าจะสบายกว่ากันครับ :?:
รูปประจำตัวสมาชิก
PrajNa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 430
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2012, 05:47
Tel: ---
Bike: Giant TCX1 - Swift folder
ตำแหน่ง: Chiangmai

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย PrajNa »

[quote="sammayan"]ตามอ่านคุณrain_mx2 อยู่สนุกดีครับ ชอบข้อมูลยาง 451 เขียนลงเรื่อยๆนะครับได้ความรู้ดีครับ :D

Xootr Swift ตัวนี้ทำนน.ได้ ราว9.6กก.ครับ คุณPrajNa ใช้ปั่นตามเฮียๆเสือหมอบพระราม3 ทุกเสาร์ ทีแรกใช้แฮนด์Bullhornไม่ค่อยถนัด เพราะมันก้มได้ไม่เยอะแอบบังลมตามคนอื่นไม่มิด :lol: แต่หลังๆเริ่มชิน
จานหน้า 55T กำลังดี ปลายๆพอให้มีช่วงให้อัดตามบ้าง แต่เคยใช้ 53T ปลายๆ ตอนลงสะพานก็หมดครับ ไปต่อไม่ได้
ปั่นปล่อยมือพอได้ครับ แต่บนถนนมีรถวิ่งด้วย อย่าทำเด็ดขาด ลมพัดแรงหน่อยมีเอียง


นำ้หนักกำลังดีเลยครับ :)เดิมผมก็ตั้งใจจะแต่งประมาณนี้เลย แต่ตอนนี้เปลี่ยนแผนนิดหน่อยไว้ทำเสร็จแล้วจะมานำเสนอครับ ;)
Bull horn เป็นอะไรที่ผมอยากลองเหมือนกันครับ แต่ที่กลัวคือเบรคจะไม่ถนัดน่ะครับ คุณ sammayan ใช้ชิฟเตอร์กะเบรคหมอบใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่าการควบคุมรถตอนเบรคเป็นไงบ้าง :?: แล้วที่ความเร็วเกิน35-40 เจ้า swift ยังนิ่งดีอยู่ไหมครับ :?:
รูปประจำตัวสมาชิก
Pisit sirichote
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4206
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2011, 09:28
Tel: 085 534 1078
team: ไม่มี
Bike: Trek 930 , Da Bike USA , Giant morph , Dahon Mu P24 , KHS F20t3f
ตำแหน่ง: เดอะนอร์ทเทิร์นทาร์วรังสิต

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย Pisit sirichote »

[/quote]
สวัสดีครับพี่ Pisit ดีใจจังได้เจอกันอีกบนกระทู้นี้ ;) มีิีอีกวิธีนะครับพี่ที่จะรถกระเทือนลงได้ครับ พอดีวานนี้ผมแวะเข้าไปคุยกับน้องๆที่เล่น BMX น้องเค้าเล่นกันยางเบอร์เล็กสุดก็ 20-2.1(ใหญ่กว่า big apple ซะอีก) ใหญ่สุดนี่ 20-2.7กันเลย เด็กๆเค้าแนะนำว่าถ้าจะกันกระเทือนดีๆให้ใช้ลองใส่ยางหน้าใหญ่กว่ายางหลังก็ได้กระเทือนน้อยลงแต่ความหนืดจะเพิ่มไม่มากเท่าเปลี่ยนทั้งหน้า-หลัง ผมเลยไปหาอ่านดูก็มีคนใช้วิธีนี้เหมือนกันกับล้อ 20"เค้าว่าจะทำให้หน้าไวน้อยลงด้วย น่าลองนะครับ ;) พี่Pisit อาจลอง Big Apple หน้า Marathon หลังอาจจะเวริ์คนะครับ
คุณ Rain รีวิว big apple ได้เห็นภาพเลยครับ จริงๆผมก็เก็บ BA ไว้หนึ่งคู่สำหรับ swift เรียบร้อยแล้วครับ(เมืองไทย ตอนนี้เส้นละ 750฿) และจะหา Kojak ไว้อีกคู่เอาไว้ใช้หลังฤดูฝนเผื่ออยากปั่นทำความเร็วครับ ทีนี้ถามอีกครับเอาแบบความรู้สึกก็ได้ไม่ซีเรียสนะครับ ถ้าให้เลือกระหว่าง durano+ thudbuster กับ Big Apple+rigid seatpost บนถนนเมืองไทย(เรียบปานกลาง) ขี่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงขึ้นไปคู่ไหนน่าจะสบายกว่ากันครับ :?:[/quote]


สวัสดีครับ กระทู้นี้ดีครับ มีทั้งความรู้ดีๆ พร้อมทั้งปฎิบัติจริงอีกครับ
อ่านคำแนะนำแล้ว ผมว่าไปซื้อ Big Apple มาทดลองใช้งานดีกว่าครับ
สำหรับการสะเทือน ตอนนี้ผมใช้เบาะ Brook ตัวที่มีสปริง ผมก็ขี่ได้นะครับ
ตอนนี้ที่เป็นห่วงคือจุดพับครับ เพราะบางทีเจอทางขรุขระ ผมเบรคไม่ทันครับ
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย rain_mx2 »

เล่าสู่กันฟัง ตอน เรื่องเบาะๆ (1)

อาตอนแรกว่าจะมาเล่าเรื่องเบาะ Brooks ให้ฟังกันแต่ผมว่าผมเห็นมีคนรีวิวเบาะ Brooks กันบ่อยพอควรนะครับในบอร์ด MTB วันนี้เลยจะมาเล่าถีงวิธีเลืิอกเบาะที่เคยอ่านๆมากันแทนก่อน

ตอนแรกผมเริ่มขี่จักรยานนี่ก็เริ่มง่ายๆครับ เดินไปซื้อมาคันหนี่งขี่ออกมาแล้วก็จบ เบาะโรงงานส่วนใหญ่ก็ใส่มาให้พอรู้สีกว่ามีเบาะละครับ ขี่ไปไม่ถีงกิโลก็ปวดแล้ว เรียกว่าต้องซื้อเบาะมาเปลี่ยนกันทุกคัน
แต่เนื่องจากผมเป็นคนตัวใหญ่ระดับหนี่งครับ นั่งเบาะตัวใหนๆ ก็ชอบนั่งไม่สบายเสียทุกที ก็เลยเปลี่ยนเบาะมาเรื่อยเลยครับ แต่จะเปลี่ยนยังไงก็นั่งไม่สบายเสียที จนกระทั่งความสงสัยถีงขีดสุด ก็เลยไปหาวิธีเลือกเบาะว่าต้องเลือกกันยังไง ปรากฎพบว่าเจ้าเบาะนี่เป็นส่วนสำคัญที่สุดอย่างหนี่งของการขี่จักรยานเลยนะครับ โดยการเลือกเบาะที่ดีเป็นส่วนสำคัญของการทำ Bike fitting ครับ ซี่งโดยปรกติ รูปร่างเบาะและตำแหน่งการติดตั้ง ก็เป็นปัจจัยหลักทีเดียวในเรื่องความสบายของการขับขี่จักรยานครับ

ในการเลือกเบาะนี่จริงๆ ความกว้างของเบาะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดปัจจัยหนี่งเลยครับ ทำไมหรือครับ สั้นๆคือเบาะต้องรับน้ำหนักคนขี่ได้พอดีครับ
แต่คำตอบถ้าจะลงละเอียดกันจริงๆแล้วมันก็ขี้นอยู่กับสรีระเราครับ คือคนเรามันจะมีกระดูกอยู่ที่ก้นทั้งสองข้างนะครับ เขาเรียกว่ากระดูก Sit Bone พูดง่ายๆก็คือกระดูกที่ทำหน้าที่นั่งนั่นเองดูตามรูปนะครับ เจ้ากระดูกนี้จะทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของเราเวลานั่ง สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า ร่างกายคนเราจะมีเส้นเลือดวิ่งลงมาจากหลังและขนานอยู่กับ Sit Bone ด้วยครับ ถ้ามุมของเบาะกดเส้นเลือดนี้ก็อาจจะทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือความชาขี้นมา ซี่งบางทีเหมือนอาการเลือดไม่เดินนั่นเองครับ
sitbones.jpg
sitbones.jpg (9.4 KiB) เข้าดูแล้ว 1327 ครั้ง
ดังนั้น กฎข้อแรกของการเลือกเบาะที่ดีสำหรับแต่ละคนก็คิือ เบาะที่ดีต้องกว้างพอที่จะทำให้ Sit Bone ทั้งสองข้างยังอยู่บนเบาะได้ครับ เพราะถ้า Sit Bone ข้างใดข้างหนี่งตกหรือเหลื่อมลงไปจากเบาะขณะกำลังปั่นแล้วละก็ เมื่อนั้นน้ำหนักของเราแทนที่จะลงไปที่ Sit Bone มันก็จะลงไปที่เนื้่อส่วนที่เหลือที่ยังสัมผัสกับเบาะแทนครับ ความเจ็บปวดก็จะตามมาอย่างแน่นอน

ถ้าดูตามรูปเปรียบเทียบรูปที่สอง เราจะเห็นว่า กระดูก Sit Bone ของผู้ชายนี่จะอยู่ใกล้กันมากกว่าของผุ้หญิงนะครับสาเหตุคือผู้หญิงจำเป็นจะต้องมี Sit Bone กว้างกว่าสำหรับช่องคลอดเวลาจะมีบุตรนั่นเองครับ นั่นก็หมายความว่าเบาะที่ผู้ชายนั่งสบาย ผู้หญิงอาจจะไม่สบายก็ได้นะครับอันนี้
Pelvic-anatomy-1.jpg
Pelvic-anatomy-1.jpg (32.06 KiB) เข้าดูแล้ว 1256 ครั้ง
อา สรุบว่าถ้าเรารู้ระยะ Sit Bone ของเรา เราก็ควรจะเลือกเบาะได้ง่ายขี้นมากครับ เรามาลองดูนะครับว่าจะวัดกันได้ยังไง มันมีวิธีหลายแบบนะครับ แต่วิธีที่ผมลองเองแล้วพอทำออกมาใด้ง่ายๆ นี่มีสองแบบนะครับ

แบบแรกหาเตียง หรือขั้นบั้นใดที่่มีพรมปูครับ แล้วไปซื้อกระดาษอลูมิเนียม Foil ห่ออาหารมา ตัดออกมาขนาดกว้างพอที่จะนั่งได้แล้วเหลือชายครับ วางบนเตียงหรือขั้นบันใด แล้วนั่งบนเตียงหรือขั้นบันใดนั้นๆ ตอนแรกนั่งราบๆก่อนนะครับ แล้วค่อยๆยกขาทั้งสองข้างขี้นพร้อมกัน ให้ก้นเรามันกดไปที่กระดาษครับ ตามตำราเขาบอกว่าให้ขาเราทำมุม ประมาณ 70 องศากับลำตัวจะดีที่สุด แต่ปรกติผมก็ลองแบบมั่วๆครับ หลังจากเสร็จแล้ววางขาลงแล้ว รีบหาคนอีกคนมาช่วงดีงขี้นครับโดยดีงสองมือพร้อมๆกัน แต่ถ้าจะพยายามลุกเองต้องเกร็งขาสองข้างขี้นมาพร้อมกันครับไม่งั้นรอยที่เราทำไว้มันจะเสียทรงได้ ถ้าเรานั่งและลุกได้โดยดีโดยกระดาษไม่ติดขี้นมาแล้ว เราจะได้รอยการนั่งของเราบนกระดาษฟอลย์ครับ จะเห็นเป็นวงกลมสองวงเห็นได้ชัดพอควร ให้วัดระยะจากจุดศูนย์กลางของวงกลมทั้งสองครับ อันนี้เราจะได้ระยะห่างของ Sit Bone มาแล้ว
ปรกติผมวัดขอบนอกถีงขอบนอก ด้วยครับจะได้รู้ว่า น้ำหนักเราลงกว้างแค่ใหน วิธีนี้วัดได้ง่ายพอสมควรนะครับ แต่บางทีรอยไม่ชัดก็ต้องลองทำใหม่โดยใช้กระดาษแผ่นใหม่ ผมวัดนี่ลองทำอยู่สามสี่ทีครับ หรือถ้าบ้านใครมีพวก memory foam นี่ยิ่งดีเลยครับ

อีกวิธีแบบลูกทุ่งๆ ที่ผมลองทำดูก็คือตอนก่อนอาบน้ำ เข้าห้องน้ำแบบมีโถครับแล้วปิดฝาโถ เอาครีมทาตัวปาดฝาโถนั่งให้เป็นชั้นครีมบางๆเสมอกันครับ แล้วนั่งดูทำท่าเดียวกันกับแบบแรก พอลุกขี้นมามันจะเป็นรอยเหมือนกันให้เราวัดได้เลยครับ ตอนแรกผมลองใช้แป้งฝุ่นแต่ตอนลุกบางทีขามันไปปัดรอยทำให้วัดลำบากครับ ระวังหน่อยนะครับวิธีนี้ ถ้าคนตัวหนักที่ปิดนั่งรองโถอาจจะเสียหายได้ครับ ทำเสร็จก็อาบน้ำต่อเลยครับ

สะดวกแบบใหนลองกันดูครับ เสร็จแล้วลองเทียบกับความกว้างของเบาะส่วนที่ตรงกับ Sit Bone เราดู ถ้า Sitbone ของเราออกมากว้างกว่า หรือขนาดพอๆกับความกว้างเบาะนี่ ก็เตรียมตัวเปลี่ยนเบาะกันเลย แต่ระวังนะครับ เบาะบางเบาะมีการออกแบบให้มันมีการเทลาดลงด้านข้าง แบบนั้นบางทีก็นั่งไม่สบายครับ เพราะฉนั้นก็ต้องวัดความกว้่างส่วนของเบาะที่เรียบที่มารอง Sit Bone เรา เป็นหลัก

เดี้่ยวมาต่อพรุ่งนี้นะครับ ว่าท่านั่ง แบบเสือหมอบ กับ แบบนั่งหลังตรง กับชนาดเบาะ และขนาด SitBone เกี่ยวข้องกันยังไงครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 22 ก.ค. 2013, 13:20, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
รูปประจำตัวสมาชิก
Pisit sirichote
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4206
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2011, 09:28
Tel: 085 534 1078
team: ไม่มี
Bike: Trek 930 , Da Bike USA , Giant morph , Dahon Mu P24 , KHS F20t3f
ตำแหน่ง: เดอะนอร์ทเทิร์นทาร์วรังสิต

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย Pisit sirichote »

ขอบคุณมากครับ ข้อมูลดีมากครับ
เบาะอันแรกที่ซื้อเพิ่มคือ Brook รุ่นที่มีสปริง ซึ่งผมใช้งานได้ดีแล้วครับ อันนี้ซื้อแบบเดาสุ่มครับ
กำลังจะซื้อเพิ่มอีก 1 ตอนแรกกะว่าจะซื้อ B17 รุ่นหมุดทองแดง
อ่านข้อมูลนี้ ต้องวัด Sitbones ของภรรยาครับ ทำตามตำรานี้เลยครับ
เป้าหมาย อยากซื้อเบาะที่เหมาะสมกับภรรยาให้มากที่สุดครับ แต่กำหนดยี่ห้อไว้ว่า ต้องเป็น Brook เท่านั้นครับ
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย rain_mx2 »

เล่าสู่กันฟัง ตอน เรื่องเบาะๆ (2)
อย่างที่เล่าไปคราวที่แล้วครับ ว่ากฏข้อแรกของเราคือเบาะอย่างน้อยต้องกว้างกว่า Sit Bone คราวนี้เรามาดูกฎข้อสองของเราบ้างครับ กฎข้อสองของเราก็คืออย่างนี้ครับ เบาะที่นั่งสบาย จุดลงน้ำหนักของ Sit Bone มันต้องมีความสูงหรือความเรียบเท่ากันและอยู่บนระนาบเดียวกัน

โดยปรกติพวกเราจะนั่งสบายที่สุดถ้า Sit Bone ของเราอยู่ขนาน กับเบาะกดลงตรงๆนะครับ ในบางกรณีที่เบาะอาจจะกว้างกว่า Sit Bone แต่ทำรูปร่างโค้งมนไม่ขนาน หรือไม่เรียบ มันก็จะไม่ค่อยดีครับเพราะน้ำหนักแทนที่จะลงตรงๆมันจะลงเป็นแนวเฉียงแทน ก็จะทำให้เกิดแรงเฉีอนขี้นในเนื้่อเยื่อของก้นเราซี่งแรงนี้ก็จะไปดันหรือ กดการเดินของกระแสเลือดในบริเวณนั้น เราก็เจ็บได้อีกครับ ลองดูจากรูปนะครับ ทางซ้ายคือเบาะโค้งมนที่ไม่เหมาะสม ทางขวาคือเบาะที่เหมาะกับการนั่ง
sit-fit-1-en.jpg
sit-fit-1-en.jpg (45.63 KiB) เข้าดูแล้ว 1310 ครั้ง
ก่อนจะไปต่อต้องคุยความเชื่อกันนิดหน่อยครับ ปรกติ Sit Bone แต่ละคนเราไม่เท่ากัน คนที่ตัวอ้วน (แบบผม) อาจจะมี Sit Bone แคบก็ได้ถ้ามาอ้วนในตอนหลัง คือถ้าไม่ใด้มีร่างกายตัวใหญ่ตั้งแต่เกิดมาเป็นกรรมพันธ์แล้วละก็ Sit Bone เราอาจจะแคบก็ได้ครับ ดังนั้นอย่าคิดว่า คนอ้วนจำเป็นต้องใช้เบาะใหญ่ๆ เสมอไปนะครับ ผู้หญิงตัวเล็กๆ อาจจะมี Sit Bone กว้างกว่าผู้ชายตัวใหญ่ๆได้ถีงสองเท่าเลยทีเดียว อีกอย่างครับถ้าจะวัด Sit Bone ให้วัดหลายๆที เพื่อความแม่นยำนะครับ วัดทีเดียวค่ามันอาจจะคลาดเคลื่อนได้

ในสมัยนี้จะเห็นว่าเบาะสมัยใหม่ มันจะมี ร่องกลางเบาะกันครับ (เขาเรียกกันว่า Cut Out นะครับ) เจ้าร่องนี้เขาทำขี้นมาสำหรับ หลบเส้นเลือดตรงกลางนั่นเองเพื่อให้กระแสเลือดยังใหลอยู่ได้ไม่ให้เราเกิดอาการชาในอวัยวะสุดถนอมของพวกเราครับ ซี่งอันนี้ไม่จำกัดเพศนะครับ มีโอกาศชาได้ด้วยกันทั้งคู่
cutout.JPG
cutout.JPG (24.16 KiB) เข้าดูแล้ว 1310 ครั้ง
บางคนก็จำเป็นจะต้องใช้เบาะแบบนี้นะครับ แต่บางคนก็ไม่จำเป็นขึ้นอยู่กับสรีระของแต่ละคนครับ วิธีการตรวจสอบง่ายๆว่าเราต้องการใช้เบาะที่มี Cut Out มั้ย ก็คือหาเก้าอี้พื้นเรียบๆแข็งๆนั่งครับโดยขาสองข้างหนีบเข้าหากันทำเหมือนเราอยู่บนจักรยานครับ แล้วลองก้มตัวมาข้างหน้า เอาเก้าอี้อีกสักตัววางอยู่ข้างหน้าเราให้เราจับพนักเก้าอี้สมมุติเป็นแฮนด์ได้ก็ดีครับ ถ้าเป็นคนขี่แบบเสือหมอบ มุมที่ลำตัวทำกับพื้นมันจะอยู่ระหว่าง 30-45 องศาครับ ถ้าคนขี่ mountain bike ก็จะอยู่ในระดับ 40-75 องศา ค้างไว้ในมุมที่ปรกติใช้ ท่านั้นสักแป้ปครับแล้วลองเปลี่ยนมุมไปมาดู จำลองสถานการณ์กำลังปั่น ถ้ารู้สีกเริ่มเจ็บหรือ รู้สีก ว่ามีพื้นแข็งๆมาโดน อวัยวะสุดสงวนของพวกเราแล้วละก็ ใช้เบาะมี cut out ก็น่าจะเหมาะสมนะครับ อันนี้อาจจะมียกเว้นในกรณีการใช้เบาะหนังเช่นเบาะ Brook ที่เบาะมีการให้ตัวตามน้ำหนักที่ลงตรงจุด Sit Bone เมื่อเทียบกับ เบาะแบบอื่น แต่ถ้าทดลองแบบที่ผมว่าแล้วเจ็บมากหรือแข็งมาก ก็อาจจะต้องลองพวก Brooks รุ่น imperial ที่มี cut out ครับ
brookimperial.jpg
brookimperial.jpg (4.19 KiB) เข้าดูแล้ว 1310 ครั้ง


คำถามที่น่าสงสัยอันถัดไปคือ แล้ว Cut Out นี่มันควรจะกว้างเท่าใหร่ มีหลายตำราครับ บางตำราบอกว่าอย่างน้อยควรกว้างไม่น้อยกว่า ความกว้างของ Sit Bone ลบไปสัก 20 mm บางตำราก็บอกว่า ครี่งหนี่งของความกว้าง Sit Bone ครับ ผมว่า ถ้าไม่มั่นใจกว้างไว้หน่อยก็ดีกว่านะครับ

คราวนี้เรามาดูท่านั่งกันบ้าง อย่างที่เมื่อกี้บอกครับ ท่านั่งของเสือหมอบกับ ท่านั่งแบบตั้งตรงๆ มันจะมีมุมต่างกัน ท่านั่งของ รถ TT นี่ยิ่งมีมุมลาดต่างออกไปนะครับ เรามาดูท่านั่งมาตรฐานกันก่อนครับ พอจะเขียนเป็นตารางคร่าวๆได้ประมาณนี้นะครับ ช่องแรกคือ ความกว้าง Sit Bone ครับ ตารางนี้ผมได้มาจากเอกสารของทาง Specialized นะครับ ลองเอามาดูเป็นแนวกันดู

Sit Bone กว้างตั้งแต่ 70-100 mm ถ้าใช้ท่า Aero Posture (30-40 Degree) ขนาดความกว้างเบาะควรจะเริ่มจาก 130 mm ที่ท่านั่ง aero ไปจนถีง 143 mm ที่ท่านั่ง Upright (75 degree)
Sit Bone กว้างตั้งแต่ 100-130 mm ถ้าใช้ท่า Aero Posture (30-40 Degree) ขนาดความกว้างเบาะควรจะเริ่มจาก 143 mm ที่ท่านั่ง aero ไปจนถีง 155 mm ที่ท่านั่ง Upright (75 degree)
Sit Bone กว้างตั้งแต่ 139-160 mm ถ้าใช้ท่า Aero Posture (30-40 Degree) ขนาดความกว้างเบาะควรจะเริ่มจาก 143 mm ที่ท่านั่ง aero ไปจนถีง 155 mm ที่ีมุมปานกลาง (40-50) หรือมากกว่าตามความกว้่าง Sit Bone ที่ท่านั่ง Upright (75 degree)

ถ้าเอาตามตำรา ของ Specialized นี่เบาะเล็กสุดที่ซื้อกันได้คือ 130 mm เลยนะครับ แต่ถ้าตำราอีกเจ้าหนี่งเขาบอกว่าให้อย่างน้อยที่สุดบวกไปข้างละสองเซ็นจากความกว้าง Sit Bone เช่นถ้ามี Sit Bone กว้าง 110 mm เบาะอย่างน้อยก็ควรจะ 150 mm ครับ เอาเป็นว่าอันนี้เป็นค่าน้อยที่สุดแล้วกันครับ

สำหรับตัวผม ผมพบว่านอกจากการวัดค่า Sit Bone แล้วผมยังวัดขอบนอกของวง Sit Bone ด้วยครับจะได้รู้ว่าตอนนั่งก้นผมสัมผ้สพื้นอย่างไรบ้างแล้วเอามาเทียบกับเบาะต่างๆดูครับ Sit Bone ไม่ใช่เรื่องแค่เรื่องเดียวของเบาะนั่งนะครับ แต่เป็นค่าแรกที่เราควรวัดเพื่อจะทำ เบาะ fitting

ฝากก่อนจากลากันสำหรับ วันนี้ครับ สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการวัด Sit Bone ยังมีอีกวิธีการวัดที่แม่นยำใช้ได้ครับ ก็คือเอาเชือกหรือ สายวัดมาครับแล้วก็เอามือเราคลำหากระดูก Sit Bone เองตอนนั่ง โดยอาจจะเริ่มจากข้างซ้ายพอเจอแล้วก็เอามือข้างซ้ายจัับเชือกหรือสายวัดเอาไว้ เอามือขวาดีงเชือก แล้วเอามือขวาคลำหา Sit Bone ด้านขวาครับ พอได้ตำแหน่งก็ดีงเชือกหรือสายวัดให้ตรงจับสายวัดด้วยมือขวาให้แน่นๆ แล้วดีงเอาออกมาเทียบดูครับ


เดี๋ยวผมมาเขียนต่อ เรื่อง รูปแบบของเบาะและค่าอื่นที่จำเป็นในการตัดสินใจเลือกเบาะนะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 22 ก.ค. 2013, 09:27, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย rain_mx2 »

Pisit sirichote เขียน:ขอบคุณมากครับ ข้อมูลดีมากครับ
เบาะอันแรกที่ซื้อเพิ่มคือ Brook รุ่นที่มีสปริง ซึ่งผมใช้งานได้ดีแล้วครับ อันนี้ซื้อแบบเดาสุ่มครับ
กำลังจะซื้อเพิ่มอีก 1 ตอนแรกกะว่าจะซื้อ B17 รุ่นหมุดทองแดง
อ่านข้อมูลนี้ ต้องวัด Sitbones ของภรรยาครับ ทำตามตำรานี้เลยครับ
เป้าหมาย อยากซื้อเบาะที่เหมาะสมกับภรรยาให้มากที่สุดครับ แต่กำหนดยี่ห้อไว้ว่า ต้องเป็น Brook เท่านั้นครับ
สมัยผมซื้อเบาะ Brooks ตัวแรกก็สุ่มเหมือนกันครับเห็นใครบอกว่ามันนั่งสบายก็เลยลองดู แต่พอตอนหลังเข้าใจหลักการวัด และ เลือกเบาะ แล้วปรากฎว่า Brooks นี่มันตรงหลักการเกืิอบหมดทุกอย่างเลยครับ ก็เลยถือว่าโชคดี

เบาะ Brooks มีรุ่นสำหรับผู้หญิงที่กว้่างพิเศษและจมูกเบาะสั้นด้วยนะครับพี่ แต่ยังไงๆ ลองวัด Sit Bone ของแฟนพี่พิสิฐดูก่อนดีกว่าครับ อาจจะใช้แค่รุ่นธรรมดาก็พอครับ คนไทยเราตัวเล็กครับ
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย rain_mx2 »

PrajNa เขียน: คุณ Rain รีวิว big apple ได้เห็นภาพเลยครับ จริงๆผมก็เก็บ BA ไว้หนึ่งคู่สำหรับ swift เรียบร้อยแล้วครับ(เมืองไทย ตอนนี้เส้นละ 750฿) และจะหา Kojak ไว้อีกคู่เอาไว้ใช้หลังฤดูฝนเผื่ออยากปั่นทำความเร็วครับ ทีนี้ถามอีกครับเอาแบบความรู้สึกก็ได้ไม่ซีเรียสนะครับ ถ้าให้เลือกระหว่าง durano+ thudbuster กับ Big Apple+rigid seatpost บนถนนเมืองไทย(เรียบปานกลาง) ขี่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงขึ้นไปคู่ไหนน่าจะสบายกว่ากันครับ :?:
อืม ถ้าถามผม นะครับ ผมเลือก Durano + Thudbuster ครับ เพราะจริงๆ ถีงไม่ใช่ขาแรงแต่ก็ชอบความรู้สีกเร็วๆของ Durano ระดับหนึ่งเลยทีเดียว (บอกผมว่าเรียบปานกลางใช่มั้ยครับ ฮ่าๆ) แต่ถ้าจะขี่แบบถีงใหนถีงกัน ผมคงเอาทั้ง Thudbuster + Big Apple ครับ

ปัญหามันอยู่ที่ Big Apple มันไม่มีบนล้อ 451 นะสิครับ ตอนนี้ถ้าจะใช้ 406 กับ 451 ผมคงเลือกเป็นตัว 451 นี่ละครับ มันใหญ่กว่าแค่ สองนิ้วถ้าจะวัดกันจริงๆ แต่รู้สีกได้ถีงความเร็วที่เพิ่มพอควรครับ
แต่ ถ้าบนล้อ 406 นี่ผมยังมี Marathon Plus เป็นยางอีกทางเลือกได้นะครับ เพราะ Marathon Plus นี่ ETRTO 42-406 ครับ หน้ายางก็ใหญ่พอสมควรก็น่าจะนิ่มขี้นแยะเมื่อเทียบกับ Durano และก็น่าจะให้ความรู้สีกเร็วกว่า เมื่อเทียบกับ Big Apple ครับ แถม Marathon Series นี่ยังเป็นยางทัวริ่งที่ทนที่สุดตัวหนึ่งเลยครับ
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
รูปประจำตัวสมาชิก
Pisit sirichote
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4206
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2011, 09:28
Tel: 085 534 1078
team: ไม่มี
Bike: Trek 930 , Da Bike USA , Giant morph , Dahon Mu P24 , KHS F20t3f
ตำแหน่ง: เดอะนอร์ทเทิร์นทาร์วรังสิต

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย Pisit sirichote »

rain_mx2 เขียน:
Pisit sirichote เขียน:ขอบคุณมากครับ ข้อมูลดีมากครับ
เบาะอันแรกที่ซื้อเพิ่มคือ Brook รุ่นที่มีสปริง ซึ่งผมใช้งานได้ดีแล้วครับ อันนี้ซื้อแบบเดาสุ่มครับ
กำลังจะซื้อเพิ่มอีก 1 ตอนแรกกะว่าจะซื้อ B17 รุ่นหมุดทองแดง
อ่านข้อมูลนี้ ต้องวัด Sitbones ของภรรยาครับ ทำตามตำรานี้เลยครับ
เป้าหมาย อยากซื้อเบาะที่เหมาะสมกับภรรยาให้มากที่สุดครับ แต่กำหนดยี่ห้อไว้ว่า ต้องเป็น Brook เท่านั้นครับ
สมัยผมซื้อเบาะ Brooks ตัวแรกก็สุ่มเหมือนกันครับเห็นใครบอกว่ามันนั่งสบายก็เลยลองดู แต่พอตอนหลังเข้าใจหลักการวัด และ เลือกเบาะ แล้วปรากฎว่า Brooks นี่มันตรงหลักการเกืิอบหมดทุกอย่างเลยครับ ก็เลยถือว่าโชคดี

เบาะ Brooks มีรุ่นสำหรับผู้หญิงที่กว้่างพิเศษและจมูกเบาะสั้นด้วยนะครับพี่ แต่ยังไงๆ ลองวัด Sit Bone ของแฟนพี่พิสิฐดูก่อนดีกว่าครับ อาจจะใช้แค่รุ่นธรรมดาก็พอครับ คนไทยเราตัวเล็กครับ

ขอบคุณครับ เดี๋ยวรออ่านให้จบก่อนครับ ค่อยสรุปว่าจะซื้อรุ่นไหนดีครับ
สำหรับผมโชคดีที่ นั่งเบาะที่มีอยู่ ไม่มีปัญหาชาครับ ร่างกายน่าจะอยู่ที่ขนาดกลางๆครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
PrajNa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 430
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2012, 05:47
Tel: ---
Bike: Giant TCX1 - Swift folder
ตำแหน่ง: Chiangmai

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย PrajNa »

rain_mx2 เขียน:
PrajNa เขียน: คุณ Rain รีวิว big apple ได้เห็นภาพเลยครับ จริงๆผมก็เก็บ BA ไว้หนึ่งคู่สำหรับ swift เรียบร้อยแล้วครับ(เมืองไทย ตอนนี้เส้นละ 750฿) และจะหา Kojak ไว้อีกคู่เอาไว้ใช้หลังฤดูฝนเผื่ออยากปั่นทำความเร็วครับ ทีนี้ถามอีกครับเอาแบบความรู้สึกก็ได้ไม่ซีเรียสนะครับ ถ้าให้เลือกระหว่าง durano+ thudbuster กับ Big Apple+rigid seatpost บนถนนเมืองไทย(เรียบปานกลาง) ขี่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงขึ้นไปคู่ไหนน่าจะสบายกว่ากันครับ :?:
อืม ถ้าถามผม นะครับ ผมเลือก Durano + Thudbuster ครับ เพราะจริงๆ ถีงไม่ใช่ขาแรงแต่ก็ชอบความรู้สีกเร็วๆของ Durano ระดับหนึ่งเลยทีเดียว (บอกผมว่าเรียบปานกลางใช่มั้ยครับ ฮ่าๆ) แต่ถ้าจะขี่แบบถีงใหนถีงกัน ผมคงเอาทั้ง Thudbuster + Big Apple ครับ

ปัญหามันอยู่ที่ Big Apple มันไม่มีบนล้อ 451 นะสิครับ ตอนนี้ถ้าจะใช้ 406 กับ 451 ผมคงเลือกเป็นตัว 451 นี่ละครับ มันใหญ่กว่าแค่ สองนิ้วถ้าจะวัดกันจริงๆ แต่รู้สีกได้ถีงความเร็วที่เพิ่มพอควรครับ
แต่ ถ้าบนล้อ 406 นี่ผมยังมี Marathon Plus เป็นยางอีกทางเลือกได้นะครับ เพราะ Marathon Plus นี่ ETRTO 42-406 ครับ หน้ายางก็ใหญ่พอสมควรก็น่าจะนิ่มขี้นแยะเมื่อเทียบกับ Durano และก็น่าจะให้ความรู้สีกเร็วกว่า เมื่อเทียบกับ Big Apple ครับ แถม Marathon Series นี่ยังเป็นยางทัวริ่งที่ทนที่สุดตัวหนึ่งเลยครับ
ขอบคุณครับ :D เด๋วคงจะลอง BA ไปก่อนดีกว่าครับ
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย rain_mx2 »

เล่าสู่กันฟัง ตอน เรื่องเบาะๆ (3)

ก่อนจะเล่าเรื่องเบาะต่อกลับมาคุยเรื่องร่องกลางเบาะ หรือ Cut out กันนิดครับ โดยปรกติ คนทั่วๆไปนี่ เจ้าความกว้าง Cut Out นี่ยิ่งกว้างยิ่งดีนะครับเพื่อที่จะเปิดทางให้กระแสเลือดใหลได้สะดวก แต่บางคนอาจจะมีปัญหาครับ ถ้าขอบของ Cut Out ไปกดเนื้อเยื่อเข้า แล้วเกิดอาการเจ็บขี้นมาอาจถีงขั้นสาบส่งเบาะแบบมี Cut Out ไปเลยทีเดียว ซึ่งบางทีก็ขึ้นกับความอ้วนผอมและสรีระของแต่ละคนพอสมควรครับ

ถ้าลองใช้ Cut Out แล้วเจ็บก็แสดงว่าความกว้างของ Cut Out อาจจะไม่ถูกต้องครับ ก็มีวิธีที่ยังจะพอวัดประมาณความกว้าง Cut Out ได้ก็คือ ตอนที่เราวัด Sit Bone ให้เราวัดระยะจากขอบในของวงกลมสองวงที่แทน Sit Bone ของเรามาด้วยครับ ได้ระยะนี้มาแล้ว ลบออก 20 mm จะได้ระยะของ Cut Out ที่น่าจะเหมาะสม ที่ผมพูดว่าน่าจะเหมาะสม เพราะมันอาจจะมีปัจจัยอื่นอีกเช่น ส่วนเกินของเนื้อเยื่อเราเอง ความนิ่ม แข็ง ของโครงสร้างตัวเบาะ หรือ วัสดุบุุนุ่ม เช่น foam หรือ เจล บนตัวเบาะ ข้อควรระวังในการซื้อเบาะหนังที่มี Cut Out คือถ้า Cut Out ใหญ่ ใช้ๆงานไปโครงสร้างของตัวเบาะก็อาจจะเสื่อมได้เร็วกว่าครับ

ถ้าเราเป็นคนที่มีเนื้อเยื่อมากกว่าปรกติ หรือ แก้มก้นสมบูรณ์กว่าปรกติ เวลาเรานั่ง เนื้อเยื่อของเราจะถูกบีบลงไปในร่องของ Cut Out ครับ ถ้าขอบ Cut Out คมหรือเป็นสันก็อาจจะทำให้เกิดความเจ็บปวดขี้นมาได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นระยะ Cut Out ก็ควรจะเพิ่มให้กว้างมากขี้น ถ้าเป็นเบาะที่ไม่มี Cut Out นี่ ผลมันจะกลับกันครับคือตัวเนื้อเยื่อก็จะดันขี้นมาตามร่องของก้นเรา ทำให้เกิดความกดดันกับเส้นเลือดได้เหมือนกัน เบาะที่ไม่มี Cut Out บางตัวเช่นของ Fizik ก็จะใช้วัสดุทำเบาะหลายๆชั้นโดยให้ชั้นตรงแนวร่องกลางเบาะสามารถยุบตัวลงไปได้บ้างบนความกดดัน ซี่งก็คล้ายๆกับการมี Cut Out นั่นเองครับ เพียงแต่มี ไม่มีร่อง Cut Out จริงๆ

เราก็อาจจะสรุบกฎในการเลือกเบาะข้อที่สามได้ว่า เราควรจะทดสอบว่าเราต้องใช้ Cut Out ทุกครั้งที่เราจะเลือกเบาะใหม่ แล้วถ้าผลออกมาว่าเราควรต้องใช้ Cut Out ก็ควรจะเลือก Cut Out ที่มีขนาดที่เหมาะสมครับ

ในกรณีนี้ถ้าเราใช้เบาะที่มีโครงสร้างให้ตัวได้ เช่นเบาะแบบ Carbon หรือ เบาะหนังก็อาจช่วยได้ครับเพราะเบาะมีการให้ตัวและทำให้เนื้อเยื่อไม่ดันขี้นมาจนกดทับเส้นเลือดมากเกินไปโดยอาจไม่จำเป็นต้องมี Cut Out ก็ได้ เบาะที่มีโครงสร้างให้ตัวได้ยังสามารถช่วยรองรับและกระจายน้ำหนักจาก Sit Bone ได้ดี และถ้าเป็นเบาะแบบหนังก็จะเข้าตัวหรือเปลี่ยนรูปแบบให้รองรับกับสรีระของคนขี่ได้หลังจากผ่านระยะเวลาในการขับขี่ไปประมาณหนี่ง หรือที่เราเรียกว่าเบาะ ผ่านการเข้ารูปหรืออยู่ตัวแล้ว (Break in period) แปะรูปเบาะแบบ Carbon ครับ
sanmarco_carbon.jpg
sanmarco_carbon.jpg (26.83 KiB) เข้าดูแล้ว 1251 ครั้ง
วัสดุหุ้มเบาะ เช่นโฟม หรือ เจล ก็มีความสำคัญเช่นกันครับถ้าวัสดุบุมีมากเกินไป เวลานั่งน้ำหนักของเราก็จะไปกดวัสดุบุพวกนี้แล้วทำให้มันปลิ้นขี้นมากดดันเส้นเลือดหรือเนื้อเยื่ออ่อนของเราได้ ดังนั้นเบาะที่ไม่มีการบุเลย เช่นเบาะคาร์บอน อาจจะนั่งสบายกว่าเบาะที่มีเจลบุดูนุ่มสบายก็ได้ มุมในการขับขี่ หรือบางทีเขาก็วัดมุมของกระดูกเชิงกรานเทียบกับพื้นราบ (Pelvic tilt/rotation) ก็มีความสำคัญต่อการเลือกโครงสร้างและวัสดุหุ้มเบาะครับ ถ้ามุมนี้เกือบจะราบกับพื้นเช่นคนที่ขี่จักรยานแบบ TT โครงสร้างของเบาะก็ควรจะแข็งและมีวัสดุหุ้มน้อยหรือไม่มีเลย ในทางกลับกันถ้า เป็นแบบนั่งตัวตรงโครงสร้างเบาะก็ควรจะให้ตัวได้มากกว่าและมีวัสดุหุ้มได้แยะหรือนุ่มกว่า พวกเบาะที่นิ่มๆตรงขอบเบาะนี่ก็จะมีความเสียดทานสูงเป็นปรกติครับ ดังนั้นก็มักจะเกิิดเป็นแผลจากแรงเสียดทานได้ง่าย

น้ำหนักตัวของเรามีผลอย่างมากต่อความสบายของเบาะครับ สาเหตุคือน้ำหนักตัวที่มากจะสามารถกดเบาะให้เข้ารูปกับจุดลงน้ำหนัก Sit Bone ได้ดีทำให้ตอนนั่งเบาะยุบตัวลงรับกับรูปร่างได้มากกว่า โดยเฉพาะถ้าเบาะมีโครงสร้างให้ตัวได้เช่น คาร์บอน หรือ หนัง ก็จะนั่งสบายขี้นมากครับ ในเวลาเดียวกันถ้านั่งเบาะที่นิ่มๆมีวัสดุบุแยะ น้ำหนักที่แยะก็จะดันวัสดุบุปลิ้นขี้นมากดดันเนื้อเยื้อของตัวเองเป็นรอยเจ็บหรือไปกดเส้นเลือดทำให้เกิดอาการชาได้ ดังนั้นคนที่มีน้ำหนักมาก ควรจะใช้เบาะที่มีโครงสร้างที่ให้ตัวได้ เช่น คาร์บอนหรือ หนัง แต่ไม่ควรมีวัสดุบุแยะหรือนุ่มเกินไป

ในคนที่มีน้ำหนักน้อย แรงกดลงที่เบาะก็จะน้อยตาม โครงสร้างเบาะก็จะปรับตัวน้อยตามไปด้วยทำให้คนที่มีน้ำหนักน้อย นั่งเบาะหนังแล้วอาจจะบ่นว่าแข็งไม่สบาย (จนกว่าเบาะหนังจะ break in ถึงจะสบายขึ้น) ขณะที่คนน้ำหนักมากๆมานั่งปุ้ปอาจจะสบายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เบาะอยู่ตัว หรือ break in ด้วยซ้ำ ดังนั้นคนที่มีน้ำหนักน้อยก็อาจจะควรเลือกเบาะที่มีนุ่มและมีวัสดุบุพอสมควร เพื่อจะได้มีชั้นรับการสะเทือนให้กับร่างกาย และน้ำหนักที่น้อยก็ไม่ทำให้วัสดุบุปลิ้นขี้นมากดทับแยะ ไม่ต้องกังวลกับอาการเจ็บปวดจากวัสดุกดดันครับ

น้ำหนักที่ถือว่ามากและทำให้เกิดผลต่อเบาะสำหรับผมนี่คือ เกิน 55-60 kg ขี้นไปครับ ส่วนตัวผมเองอยู่ในกลุ่มน้ำหนักมากนี้ด้วย ตอนนั่งเบาะหนังแบบ Brooks นี่สบายตั้งแต่วันแรกเลยครับไม่ต้องรอให้เบาะ break in เลย

จากที่คุยๆกันมา เราอาจะสรุบกฎข้อสี่ได้สั้นๆก็คือว่า ถ้าคนมีน้ำหนักตัวหนัก ควรเลือกเบาะที่โครงสร้างแข็ง แต่ให้ตัวได้ มากกว่าเบาะที่นุ่มและมีวัสดุนิ่มๆบุแยะครับ ถ้าคนตัวเบาก็ควรจะลองแบบตรงกันข้าม

แต่ยังไงๆ กฏข้อนี้ก็ไม่ตายตัวมากนะครับ คนน้ำหนักน้อยๆบางคนก็อาจจะชอบเบาะที่แข็งๆก็ได้ ถีงแม้ว่าจะนั่งไม่สบายเท่าเบาะนิ่มๆก็ตาม อันนั้นก็คงเป็นความชอบของแต่ละคนครับ แต่ถ้าคนมีน้ำหนักแยะ นี่พยายามหลีกเลี่ยงเบาะนิ่มๆดีที่สุดครับ

เบาะจริงๆมันมีหลายแบบนะครับ แต่รูปร่างหลักๆก็จะมีอยู่สองแบบ คือแบบที่จมูกผอมๆแล้วส่วนหลังอานแคบๆ หน้าตาผอมๆคล้ายๆตัว T เขาเลยเรียกกันว่าเบาะแบบตัวที ครับ อีกแบบที่เห็นกันได้ทั่วไปก็คือจะมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมมากกว่า ฝรั่งเขาเรียกว่า Pear shape ก็คือหน้าตาเหมือนลูกแพร์ นั่นเอง ทางซ้ายเป็นเบาะรูปตัวที นะครับ
tee_pear_saddle.jpg
tee_pear_saddle.jpg (4.79 KiB) เข้าดูแล้ว 1251 ครั้ง
เบาะแบบตัวที นี่เหมาะกับคนที่มีสะโพกและช่วงขาท่อนบนใหญ่ครับ เพราะว่าจะได้มีส่วนของเบาะที่จะมาเสียดสีกับขาด้านในน้อยลง (ลดการเสียดสี หรือ Chafing นั่นเอง) ถ้าคนที่นั่งก้มแบบเสือหมอบ เบาะแบบตัวทีจะยิ่งเหมาะมาก เพราะโดยปรกติมุมเบาะเทียบกับขาจะเหมาะสมกว่า ในทางกลับกันถ้าคนที่ไม่มีสะโพกและท่อนขาใหญ่มาก หรือเป็นคนนั่งขี่ตัวตรงแทบตลอดเวลา เบาะแบบลูกแพร์ก็ไม่เลวร้ายครับ เพราะจะช่วยกระจายแรงกดได้มากกว่า

คำถามคือจะรู้ได้ยังไงว่าท่อนขาใหญ่เกินไปหรือเปล่า มันก็มีวิธีวัดครับ วิธีวัดก็ไม่ยากอะไรครับ เอาสายวัดตัวหรือ เชือกมาวัดเส้นรอบวงต้นขาของเราตรงจุดที่ิติดกับขาอ่อนเลยครับ หามาได้เอามาหาร 6.28 ครับ (มาจากสูตรเส้นรอบวงนั่นละครับ) เราจะได้ค่ารัศมีต้นขามา ถ้า รัศมีต้นขา มากกว่า 60-65% ของ ความกว้างเบาะที่ได้มาจากการวัด Sit Bone และเป็นคนขี่แบบก้มเหมือนเสือหมอบ ก็น่าจะเลือกเบาะรูปตัวทีครับ

ความยาวเบาะก็มีความสำคัญครับ เพราะในการขับขี่ทางใกลๆพวกเราบางคนก็มักชอบจะขยับตัวขี้นๆลงๆในเบาะเพื่อเปลื่ยนท่าคลายความเมื่อยล้า ในกรณีนั้นเบาะที่มีความยาวมากกว่าก็จะทำให้สามารถขยับตัวขี้นลงได้ง่าย แต่ที่สำคัญคือในการขยับตัวนั้น ทุกมุม และตำแหน่งที่นั่งจะต้องมีจุดรองรับ Sit Bone เสมอครับ ดังนั้นในคนที่ชอบขี่จักรยานโดยขยับตัวขี้นลงในเบาะบ่อยๆ ก็ควรจะใช้เบาะขนาดยาวที่มีรูปร่างเป็นลูกแพร์มากกว่านะครับ เพราะมีพื้นที่เพียงพอนั่นเอง แต่ถ้าเบาะมีความยาวเกินไป และเราปรับมุมติิดตั้งเบาะให้หน้าเชิดแล้ว ตัวจมูกเบาะก็อาจจะมากดทับอวัยวะส่วนอ่อนนุ่มของเราได้ง่ายครับ ในทางกลับกันถ้าเราปรับเบาะให้เอียงไปข้างหน้า น้ำหนักก็จะลงที่ Sit Bone ของเราน้อยลง แต่ก็จะทำให้น้ำหนักส่วนนี้ไปลงที่มิือแทน ถ้ามุมมากเกินไปก็จะกลายเป็นปวดมือและใหล่ครับ

ตัวจมูกเบาะควรจะแข็งแรงและกว้างนิดหน่อย เพราะบางทีในจังหวะที่เราต้องยืนปั่นเพื่อขี้นทางชัน เราอาจจะยกตัวไปข้างหน้ากี่งๆยืน ในกรณีนั้นบางจังหวะขาของเราก็อาจจะต้องกดด้านข้างของเบาะไว้ครับ ถ้าจมูกเบาะมันแข็งแรงมันก็จะช่วยหนุนขาของเราในจังหวะออกแรงได้

เบาะที่มีรูปร่างเป็นลูกแพร์ที่ออกมาใหม่ๆบางเบาะก็จะมีการออกแบบชายเบาะให้มีแรงเสียดทานน้อย หรือให้ วัสดุขอบเบาะสามารถให้ตัวหรือ flex ได้ ทำให้ไม่เกิดการเสียดสีกับขาด้านในมากเกินไป ตัวอย่างเบาะที่น่าสนใจที่อยุ่ในกลุ่มนี้ก็เช่น Fizik Arione Kium อย่างในรูปครับ
fizik_arione_kium.jpg
fizik_arione_kium.jpg (3.73 KiB) เข้าดูแล้ว 1251 ครั้ง
ทั้งหมดที่เขียนมาเล่าให้ฟังได้มาจากตอนที่ผมอ่านๆ ค้นคว้าวิธีเลือกเบาะของตัวเอง รวมกับประสพการณ์การใช้เบาะมาหลายตัวพอสมควร ก็มีทั้งดี และแย่ ยังไงๆ มีข้อผิดพลาดอะไรช่วยบอกหน่อยนะครับ

เดี๋ยวตอนหน้ามาวิเคราะห์เบาะ Brooks และทางเลือกของเบาะรถพับที่ผมเคยดูและกำลังดูกันครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 23 ก.ค. 2013, 14:32, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
รูปประจำตัวสมาชิก
Pisit sirichote
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4206
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2011, 09:28
Tel: 085 534 1078
team: ไม่มี
Bike: Trek 930 , Da Bike USA , Giant morph , Dahon Mu P24 , KHS F20t3f
ตำแหน่ง: เดอะนอร์ทเทิร์นทาร์วรังสิต

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย Pisit sirichote »

ขอบคุณครับ
รอติดตามต่อไปครับ
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย rain_mx2 »

เล่าสู่กันฟัง ตอน เบาะ Brooks และทางเลือกอื่นๆ (1)

มาถีงตอนเลือกเบาะแล้วครับผมคงไม่พูดเบาะทุกตัวหรอกนะครับเพราะบางตัวก็ไม่ใด้อยู่ในเป้าหมายก็เลยไม่ใด้ค้นคว้าเอาไว้ เอากันแบบสั้นๆง่ายๆเลยแล้วกัน

การเลือกเบาะอันนี้เทียบกับตัวผมนะครับ ผมวัด Sit Bone ตัวเองออกมาได้ที่ 11 cm ถ้าตามตารางของ Specialized นี่คือผม ต้องใช้เบาะประมาณ 140-155 mm ถ้าคำนวณด้วยสูตร + 2cm ผมก็ควรจะใช้เบาะกว้างไม่น้อยกว่า 150 mm

ผมลองทดสอบว่าผมควรจะต้องใช้ cut out หรือร่องกลางเบาะหรือไม่ ผลสรุบออกมาว่าควรใช้นะครับโดยมีระยะ cut out จากการวัดและคำนวณประมาณ 15 mm

ระยะรัศมีของต้นขาผมอยู่ที่ประมาณ 105 mm ซี่งอยู่ที่ประมาณ 70% ของระยะความกว้างเบาะที่ได้จากการคำนวณจาก Sit Bone ซี่งเกิน 65% ไป ซี่งแสดงว่าผมน่าจะเหมาะกับเบาะรูปตัว T มากกว่าเบาะแบบลูกแพร์ แต่ปรกติผมขี่จักรยานไม่ใด้นั่งตัวตรงมาก แต่ก็ไม่ใด้ก้มระดับ เสือหมอบ ถ้าผมจะใช้เบาะรูปลูกแพร์ จริงๆก็ควรจะเกือบๆใช้ได้ แต่ก็ควรมีแถบข้างๆเบาะที่ช่วยลดแรงเสียดทานได้ด้วยก็น่าจะดี

ผมหนักกว่าเกณท์ที่ถือว่าหนักของในการเลือกเบาะ ที่ 60 kg ไปพอสมควรครับ อันนี้ขอไม่บอกน้ำหนักจริงละกัน ความลับฟ้าห้ามแพร่งพราย ฮ่าๆ ดังนั้นผมควรจะใช้เบาะที่โครงแข็ง (Firm) แต่มีการให้ตัวได้แบบคาร์บอน หรือหนัง และไม่ควรมี padding หรือวัสดุนิ่มๆมากเกินไป

มาดูตัวเลือกจาก Brooks ก่อนเลยครับ

ตัวแรกที่อยากจะพูดถีงก็คือ Brooks B17 รุ่น standard ตัวนี้เป็นตัวที่ผมเคยซื้อแบบหลับตาซื้อมาแล้วครับ เห็นใครๆก็ว่าดีกันก็เลยลองดูเสียหน่อย และตอนนี้ก็ยังใช้อยุ่บน Swift คันนี้ครับ ผมกำลังคันมืออยากจะหาเบาะใหม่อยู่ ถีงแม้ว่า B17 ตัวนี้จะนั่งสบายก็ตามแต่มันก็ดูหนักไปหน่อย และที่สำคัญคือห้ามเปียก แต่ถ้าหาที่ดีกว่าไม่ใด้ก็คงต้องยังใช้ต่อไปอยู่ครับ

มาดู Spec เบาะ ตัวนี้กัน

width 175
length 275
weight 520 g
ราคา ประมาณ $110 เมืองไทยผมเคยเจอคนขายอยู่ 4000 นิดๆครับ ไม่รู้จะมีถูกกว่านี้มั้ย

ตายๆ หนักเกือบๆ ครี่งกิโลเลยครับ และก็กว้างมากๆสำหรับความต้องการของผมเองจากสูตรที่วัดได้มา ตัวโครงสร้างเบาะทำจากหนัง โดยไม่มีวัสดุบุใดๆเพิ่มเติม เราสามารถใช้ประแจไขเบาะที่ Brooks แถมมาให้ในกล่องขันให้เบาะตีงขี้นหรือหย่อนลงได้ครับ ถ้าขันให้หย่อนลงนิดหน่อยมันจะดูเหมือนจะสบายขี้นนะครับในความรุ้สีกผม อาจจะคิดไปเองก็ได้ (หมุน 4 รอบ ครับ) Brooks แนะนำว่าต้องขี่ให้ Break In เสียก่อนแล้วจะสบายขี้น และก็มีคำขู่มากมายว่ามันจะไม่สบายตอนเริ่มใช้งาน แต่สำหรับผมนี่สงสัยจะตัวหนักครับ เพราะใช้แล้วไม่มีปัญหาใดๆ เลยเรียกว่าสบายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งานเลยทีเดียว
brooks_side_way.jpg
brooks_side_way.jpg (57.99 KiB) เข้าดูแล้ว 1232 ครั้ง
ถ้าเรามาดูทรงของ B17 กันครับ B17 จะยกท้ายขี้นนิดหน่อยซี่งผมพบว่าถ้าผมนั่งตรงจุดที่กว้างที่สุดแล้วผมจะแทบไม่รุ้สีกในความเจ็บอะไรเลย ทาง Brooks เขาบอกว่าเจตนาการออกแบบให้เบาะข้างหลังสูงก็เพื่อให้มีระยะนิดหน่อยระหว่างเบาะตรงกลางกับ อวัยวะสุดถนอมของพวกเรา ก็ดูเหมือนออกแบบมาดีครับและก็ทำสำเร็จด้วย B17 เป็นเบาะรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Brooks เลยทีเดียว B17 รูปร่างออกจะไปทางลูกแพร์มากกว่าแต่ ผมก็พบว่าไม่มีการเสียดสีใดๆครับ ตัวเบาะมันลื่นมากพอสมควรทำให้เวลาขี่ในบางจังหวะ ก็จะเลื่อนไปมาได้ ตัวเบาะหนังจะรู้สีกเหมือนแข็งๆแต่ก็จะมีการให้ตัวพอสมควรครับ เรียกว่านิ่มอยู่ในความแข็งเลยทีเดียว



B17 มีหลายรุ่นนะครับแต่ถ้าไม่อยากรอให้เบาะ break in ละก็มีรุ่น Age ที่ผ่านกระบวนการทำให้เบาะนิ่มพร้อมใช้มาก่อนครับมาถีงนั่งแป้ปเดียวก็จะเข้ารูปกับ Sit Bone เราได้พอดี นอกจากนี้ยังมีรุ่น B17 ไททาเนี่ยมที่ลงไปเป็น 410 g ด้วยนะครับ

ข้อดี: นั่งสบายมากๆ ไม่รู้สีกเจ็บหรือชาใดๆ ตอน break in แล้วยิ่งรู้สีกสบาย
ข้อเสีย: หนัก มาก, กว้างไปมั้ยนะสำหรับตัวผมเอง, ลื่นไถลเป็นบางครั้งตอนใช้งาน, ห้ามเปียก
b17_narrow_imperial_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg
b17_narrow_imperial_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg (17.11 KiB) เข้าดูแล้ว 1232 ครั้ง
Brooks B17 รุ่น Narrow Imperial

Width 151 mm
Length 279 mm
Weight 530 g
ราคา $120-135

ตัวนี้คงไม่ต่างกับตัวทีผมใช้อยุ่มาก แต่มันแคบกว่าและลงมาอยู่ในขนาดที่น่าจะใช้งานได้ดีครับ ตัวนี้มี Cut Out ตรงกลาง ซี่งจะทำให้ structure ของเบาะเสีย เราเลยจำเป็นต้องผูกเชือกตัวเบาะคล้ายๆกับผูกร้องเท้าเพื่อให้มันแข็งแรงกลับขี้นมาใหม่ครับ แต่น้ำหนักสิครับหนักกว่ารุ่น standard เสียอีก อ้ากๆ มันน่าจะเบาลงนะ ไม่ใช่หรือ

ข้อดี: เหมือน B17 มาตรฐาน, มี Cut Out, เบาะแคบลงเหมาะกับขนาดตัว
ข้อเสีย: หนักกว่า B17 standard, น่าจะยังลื่นอยู่, ห้ามเปียก

Brooks B17 Flyers

Width 175 mm
Length 275 mm
Weight 860 g
ราคา $120

ตัวนี้คือ B17 ที่ติดสปริงครับ ตัวสปริงถูกทาง Brooks จูนไว้ให้เริ่มทำงานถ้าคนใช้มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 175-180 lb ซี่งก็ประมาณ 80 kg ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขี้นแบบเกือบสองเท่าจากรุ่น B17 ปรกติ และถ้าน้ำหนักตัวไม่เกิน 80 kg แล้วบางทีผมว่าใช้รุ่น B17 อาจจะน่าสนใจกว่า ข้อดีข้อเสียอย่างอื่นก็ตาม B17 ครับ

Brooks Team Pro
Width 160 mm
Length 272 mm
Weight 430 g (titanium), 530 g (classic), 540 g (รุ่นอื่นๆที่เหลือ)

Team Pro จริงๆเป็นเบาะรุ่น B17 Competition ครับ เนื่องจากเริ่มทำมาจาก B17 นอกจากขนาดความกว้างที่ลดลงมา 15 mm แล้ว อย่างอื่นแทบจะเหมือนกันหมด Team Pro น่าจะต้องการจับตลาดคนที่ใช้ Brooks B17 ที่ต้องการขี่จักรยานเร็วขี้นในท่าการขี่ที่หมอบมากขี้นครับ รุ่น Titanium ของทีมโปรมีการเฉียนผิวขอบเบาะส่วนที่เป็นหนังอกให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นหนังกลับตรงขอบ ซี่งผมคิดว่าออกแบบมาสำหรับให้หนังส่วนนั้นมีความอ่อนมากขี้นเพื่อลดการเสียดสีของต้นขากับด้านข้างของเบาะ เบาะทีเป็นแบบนี้มีแค่ Team Pro กับ Swift เท่านั้นครับ Team Pro ยังมีรุ่น Classic ที่เบากว่า Team Pro รุ่นธรรมดาอื่นๆอยู่ 10 g แต่รุ่น Classic จะไม่มีการเฉือนหนังด้านข้างครับ
b_15_swallow_select_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg
b_15_swallow_select_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg (15.88 KiB) เข้าดูแล้ว 1232 ครั้ง
Brooks B15 Swallow

Width 153 mm
Length 285 mm
Weight 370 g (titanium), 490 (chrome), 590 (steel)
ราคา $200-359

ตัวนี้มีจมูกเบาะยาวพิเศษออกแบบมาสำหรับเป็นเบาะแข่งโดยเฉพาะครับ น้ำหนักถ้าใช้ frame ไททาเนียมนี่ก็ลดลงไปแยะ แต่ก็ยังสู้พวกเบาะสมัยใหม่ไม่ใด้
ครับ แทนที่จะทิ้งชายหนังลงมาตรงข้างๆเบาะ ตัว Swallow จะตัดหนังด้านข้างที่มีใน B17 ทิ้งเพื่อลดน้ำหนักแล้วก็ดีงหนังที่เหลือเข้าไปใต้เบาะแล้วเอาไปล้อกกันไว้ด้วยตัวหมุดยีดสี่จุด

ถ้าจะหาเบาะที่เบาที่สุดของ Brooks ก็ต้องตัวนี้เท่านั้นครับ ปัญหาใหญ่ของ Swallow คือจะถูกปรับความตีงของหนังไว้สูงเพื่อชดเชยกับโครงสร้างที่เสียไปทำให้ นั่งแล้วเจ็บกว่า และก็เสียเวลา break in นานกว่าด้วย

ข้อดี: จมูกยาว, น้ำหนักเบาที่สุดของ Brooks ในรุ่นไททาเนี่ยม,
ข้อเสีย: break in นานกว่ารุ่นอื่นๆ
swift_honey1_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg
swift_honey1_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg (17.79 KiB) เข้าดูแล้ว 1232 ครั้ง
Brooks Swift
Width 150 mm
Length 272 mm
Weight 390 g (titanium), 510 g (chrome)
ราคา $199-300

Swift นี่มีจุดที่น่าสนใจที่ต่างจากเบาะตัวอื่นของ Brooks ตรงที่ Swift จะมีการเฉีอนผิวของขอบเบาะส่วนที่เป็นหนังออกให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นหนังกลับตรงขอบ เหมือนๆกับ Team Pro ทำให้เหมาะกับงานของ Swift ที่น่าจะใช้ต่อเนื่องหลายๆชั่วโมงในการแข่งขัน ถือว่าเป็นเบาะที่น่าสนใจมากๆตัวหนี่งของ Brooks ครับ รีวิวเมืองนอกก็ออกมาดีมากๆ

ข้้อดี: น้ำหนักเบาในรุ่นไททาเนี่ยม, นั่งสบายมาก (จากรีวิวเมืองนอก), มีการออกแบบข้างเบาะเพื่อลดแรงเสียดสีที่น่าสนใจ
ข้อเสีย: ยังมีข้อมูลไม่พอครับ ใครเคยใช้ช่วยมาบอกด้วย
b67_honey_1_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg
b67_honey_1_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg (27.11 KiB) เข้าดูแล้ว 1232 ครั้ง
Brooks B67
Width 205 mm
Length 260 mm
Weight 850 g

Brooks B67 นี่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้กับรถในเมือง ขี่เล่นเป็นส่วนใหญ่ครับ ตัว B17 Flyer ที่มีสปริงเหมือนกัน จริงๆน่าสนใจกว่าสำหรับผมเพราะขนาดเบาะเล็กกว่า แต่ถีงแม้ B67 จะมีขนาดเบาะใหญ่กว่าแต่น้ำหนักตัวยังเบากว่าถีง 10 g ครับ น่าแปลกใจมาก มีคนใช้บ่นว่ารุ่นนี้มีเสียงดังจากสปริง และมีเหตุการณ์ที่ใช้ๆไปแล้ว ตัวสปริงล้อก แต่ก็คงไม่ใด้เกิดกับทุกคน เนื่องจากตัวหนังที่เป็นตัวเบาะมีขนาดใหญ่กว่าเบาะตัวอื่นของ Brooks ก็จะทำให้หนังเสื่อมง่ายกว่าตัวอื่นครับ ต้องมีการขันการปรับบ่อยกว่าพอสมควรจากรีวิวที่อ่านมา ตัวสปริงก็จะไม่ทำงานจนกว่าคนขี่จะน้ำหนักเกิน 80 kg เหมือนกับ B17 flyer ครับ

สำหรับของบรุ้ครุ่นที่น่าสนใจตอนนี้หมดแล้วครับ ทุกรุ่นที่พูดมาจะมีรุ่น S สำหรับผู้หญิงนะครับที่แค่มีขนาดจมูกเบาะสั้นกว่าเฉยๆ ซี่งตามที่อ่านมาคือออกแบบมาให้หลบกระโปรงง่ายขี้นเท่านั้น ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆที่เป็นหญิงคนใหนอยากใช้ผมว่ารุ่นธรรมดาก็น่าจะใช้ใด้ครับ

ถ้าอยากจะใช้เบาะ Brooks ต่อไปผมคิดว่าตัวที่ผมอยากจะลองก็คงเป็น Swift ละครับ เพราะน่าจะตรงกับความต้องการ แต่ก็ไม่รู้ว่า profile ของ เบาะเป็นอย่างไรบ้าง แต่เนื่องจากวิธีการขี้นรูปเบาะเป็นแบบเดียวกัน หลังจากใช้งานไปจนกระทั่ง break in แล้วก็น่าจะสบายเท่าๆกับ B17 ที่ใช้อยู่ตอนนี้ครับ มีข้อสงสัยหน่อยเดียวว่าจะเจ็บหรือเปล่่าเพราะเบาะแคบลงและก็ไม่มี cut out

ตัวที่จริงๆน่าจะเหมาะกับผมที่สุดใน line up ของ Brooks ก็คือ B17 รุ่น narrow imperial ที่มีขนาดสูสีกับ Swift แต่มี Cut Out สวยงามเรียบร้อยครับ รีวิวหลายๆเจ้าก็ให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นเบาะที่นั่งสบายที่สุดของ Brooks ตัวหนึ่งเลยทีเดียวครับ

ข้อมูลในส่วนนี้ส่วนใหญ่มาจากรีวิวเมืองนอกนะครับ สรุบมาให้อ่านอีกที มีตัวที่ผมใช้จริงๆอยู่ก็แค่ B17 ครับตอนนี้ที่ให้ข้อมูลจริงจังได้

ตอนหน้าจะมาพูดถีงเบาะทางเลือก ที่ไม่ใช่ Brooks บ้างครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 23 ก.ค. 2013, 14:14, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย rain_mx2 »

เล่าสู่กันฟัง ตอน เบาะรถพับ ทางเลือกอื่นๆ นอกจาก Brooks (2)

นอกจาก Brooks แล้วก็ยังมีเบาะยุคใหม่ที่น่าสนใจอยู่อีกมากมายครับ แต่ที่วันนี้จะเล่าสู่กันฟังคือเบาะที่ผมเคยดูแล้วน่าสนใจสำหรับตัวผมเอง บางตัวก็น่าสนใจมากถีงขั้นสั่งไปแล้วก็มีครับ นอกจากเป็นเบาะที่น่าใช้บนรถพับก็ยังถือว่าน่าใช้สำหรับรถทั่วๆไปด้วยครับ

เริ่มที่เจ้าแรกก่อนครับ Specialized ครับ ปรกติเวลาพูดถีง Specialized นี่ผมจะเฉยๆนะครับ ก็คิดว่าเป็นแค่จักรยานแบรนด์ธรรมดาอีกเจ้า เหมือน Giant หรือ Cannondale แต่ในตอนที่ผมค้นคว้าเรื่องเบาะนี่ ผมค้นพบว่า Specialized นี่เป็นเจ้าที่สนใจเรื่องการออกแบบ และมีการค้นคว้าอย่างจริงจังเต็มที่ครับ เรียกว่าเปลี่ยนภาพพจน์ที่มองไปเลย หลักการหลายๆอย่างที่ผมเจอในการวัดเบาะ ก็ได้มาจาก Specialized นี่ละครับ บางอย่างเขาก็ถีงขั้นกับจดสิทธิบัตรกันไว้เลยทีเดียว เบาะจาก Specialized แบบรุ่นธรรมดาๆก็ยังดูเต็มไปด้วยเทคโนโลยี่ครับ และก็นั่งสบายมากๆด้วย จากที่เคยลองของเพื่อนมา

ผมสงสัยนิดหน่อยว่าจะสั่งซื้อ Specialized เมืองไทยได้ที่ใหน ลองได้หรือเปล่า และไม่ทราบว่าตัวแทนของ Specialized มีเบาะพวกนี้หรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่ผมสั่ง e-bay เอาครับ แต่ถ้าสั่ง Specialized ที่เมืองนอกนี่ลองได้ 30 วันเลยนะครับ ถ้านั่งไม่สบายสามารถคืนหรือเปลี่ยนรุ่นใด้ด้วย ดีจัง ในเมืองไทยผมเห็นแต่ร้าน online สั่งมาขายกัน

ตัวแรกของ Specialized ที่ผมคิดว่าเป็น สุดยอดทั้งในเชิงการออกแบบ คุณภาพและก็ราคาก็คือตัวนี้ครับ
Romin_evo_expert.jpg
Romin_evo_expert.jpg (6.66 KiB) เข้าดูแล้ว 1222 ครั้ง
Specialized Romin Evo Expert

เจ้าเบาะตัวนี้ใช้โครงเป็น carbon ครับที่ให้ตัวได้ดีมากๆ แล้วหุ้มชั้น carbon ด้วย Memory Foam บางๆ ทำให้เบามากๆด้วย เบาะของ Specialized ทุกเบาะจะมี Cut Out ครับ ตัวนี้ใช้โครงรางเบาะเป็นไททาเนี่ยมอีกต่างหาก ตัววัสดุหุ้มเบาะก็กันน้ำ และมีแถบกันลื่นอยู่บนขอบสองข้างของร่อง Cut Out ด้วยครับ เบาะ Specialized ทุกรุ่นจะมีขนาดให้เลือกครับ ราคาแบบนี้ได้ เบาะ คาร์บอน กับ ขารางไททาเนี่ยม นี่ บางทีก็รู้สีกว่า Brooks ขายของแอบแพงนะครับ ฮ่าๆ ถ้าเพิ่มอีก $25 นี่จะได้ เบาะรุ่นเดียวกันที่มีขารางเป็น คาร์บอนที่ทำให้น้ำหนักน้อยลงไปอีกประมาณ 30g ครับ

width 130, 143, 155 mm
weight 199, 205, 212 g
ราคา $120
toupe_pro.jpg
toupe_pro.jpg (9.02 KiB) เข้าดูแล้ว 1222 ครั้ง
Specialized Toupe Pro
เบาะตัวนี้ก็โครงเป็น carbon อีกเช่นกันครับ ออกแบบเป็นเบาะแบบ มี Cut Out ที่มี จุดรองรับ Sit Bone ที่เรียบและกว้างพอควรครับ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยี่ที่ Specialized เรียกว่า Adaptive Edge ซี่งจากที่อ่านมาทำตัวคล้ายๆการให้ตัวของหนัง ของเบาะ Brooks ครับ คือใช้ไปแล้วสักพักตัวเบาะมันจะปรับรูปร่างด้านข้างให้เข้ากับผู้ใช้เอง ตัวรางเบาะตัวนี้เป็น คาร์บอนนะครับ Adaptive Edge มีอยู่ในเบาะแค่สองรุ่นของ Specialized ก็คือตัวนี้แล้วก็อีกตัวที่ชื่อ Ruby Pro ซี่งเป็นเบาะเฉพาะของผู้หญิงครับ
เบาะ Specialized ที่มีขารางเป็นคาร์บอนทุกรุ่นจะมีขารางหน้าตัดเป็นรูปวงรีซี่งมีขนาดใหญ่กว่าปรกติ ซี่งจะใช้กับ หลังอานที่มีที่หนีบรางเบาะข้างๆไม่ใด้นะครับ จะใช้ได้แต่กับหลังอานที่มีที่หนีบจากด้านบนเท่านั้น (ตัว Thudbuster ใช้ได้ครับ) ตัว Toupe Pro นี่ก็เหมือนกันครับ

width 130, 143, 155 mm
weight 154, 159, 165 g
ราคา $145
henge_expert.jpg
henge_expert.jpg (5.66 KiB) เข้าดูแล้ว 1222 ครั้ง
Specialized Henge Expert
อีกเช่นเคยครับ Henge เป็นเบาะที่โครงสร้างทำจาก Carbon (จริงๆแล้วเท่าที่ดูมาผมยังไม่เจอ เบาะตัวใหนของ Specialized ที่ไม่ใช้ Carbon เลยครับ แต่ไม่ใด้ดูหมดทุกรุ่น) Henge เป็นเบาะที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับเสือภูเขา แบบ XC ครับ เลยแทนที่จะมี Cut Out ทะลุลงไปเหมือนเบาะสองตัวแรก Henge จะแค่เป็นช่องเว้าลงไปในเบาะเท่านั้นครับเพื่อกันโคลนหรือสิ่งสกปรกกระเด็นขี้นมา หน้าตาเบาะตัวนี้ดูไม่ Hightech เท่าพี่น้องในตระกูล Specialized ด้วยกัน แต่จากรีวิวทุกอันที่อ่านมายังไม่มีใครบอกว่านั่งไม่สบายเลยครับ Henge Expert รางเป็นไททาเนี่ยมเหมือนกัน นอกจาก ตัว Expert ยังมี Henge Pro อีกรุ่นที่เพิ่มแค่ $15 ได้รางคาร์บอนแล้วน้ำหนักลดไป อีก 40 g ครับ ตัวนี้เป็นตัวที่ผมหมายตาไว้ เพราะน่าจะดีสำหรับเวลาฝนตกที่เมืองไทยพอสมควร

Width 130, 143, 155 mm
Length 267 mm
Weight 212, 221, 230 g
ราคา $130

นอกจากสามรุ่นนี้ยังมีรุ่น Phenom อีกรุ่นนีงนะครับที่ถูกออกแบบให้ใช้กับการแข่ง MTB XC แต่จากรีวิวเกือบทุกคนจะบอกว่า Toupe Pro นั่งสบายกว่าครับ เบาะ Specialized ยังมีอีกมากมายครับ แต่ตัวที่ผมดูๆว่าน่าสนใจก็มีสามตัวนี้เท่านั้น

เจ้าถัดมานี่น่าสนใจนะครับ ผมจะพูดสองแบรนต์พร้อมๆกัน แบรนด์นี้ก็คือ Sella Royal นั่นเอง Sella Royal นี่เป็น แบรนด์ของ อิตาลี่ที่ตั้งมาตั้งแต่ 1956 ครับ แต่ก็สู้กับอีกสองเจ้าคือ Sella Italia และก็ San Marco ไม่ใด้ในช่วงแรกๆในตลาดอิตาลี่ ผลสุดท้าย Sella Royal ก็เลยตั้งบริษัทลูกขี้นมาอีกบริษัทที่ชื่อ Fizik เข้ามาแข่งกับสองเจ้านั้นครับ น่าสนใจมากในเชิงกลยุทธ์นะครับ พอตั้งขี้นมาบริษัทก็เริ่มเจริญรุ่งเรืองครับ สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือในปี 2002 Sella Royal ก็ซื้อ Brooks เข้ามารวมด้วย ใช่แล้วครับ Fizik กับ Brooks จริงๆตอนนี้มีเจ้าของเดียวกัน มันเลยเกิดที่มาที่น่าสนใจครับ ลองมาดู เบาะจาก Fizik และ Sella Royal กันครับ มีน่าสนใจหลายตัวทีเดียว
sedlo-fizik-kurve-bull_4c73bfa39e49885fc314f4517469583b.jpg
sedlo-fizik-kurve-bull_4c73bfa39e49885fc314f4517469583b.jpg (29.33 KiB) เข้าดูแล้ว 1222 ครั้ง
Fizik ตัวแรกที่อยากพูดถีง ก็คือ Kurve series ครับ สิ่งที่น่าสนใจคือ Fizik ทำการ research เบาะ series นี้ร่วมกับทีม R&D ของ Brooks ซึ่งอาจจะพูดได้ว่า นี่คือ เบาะแบบ Brooks ที่สร้างด้วยเทคโนโลยี่ใหม่ก็ว่าได้ครับ ถ้าเราพลิกเบาะดูข้างหลังก็จะเห็นว่าหน้าตามันละม้ายคล้าย Brooks ครับ เจ้าตัว Kurve ทุกรุ่นจะมี โครงรางอลูมิเนียมที่ไปวนเป็นวงกลมอยู่ข้างหลังเพื่อหนุนโครงเบาะด้านหลังทำหน้าที่เทียบเท่ากับ suspension ในการดูดซับแรงสั่นสะเทือนซี่งถือว่าออกแบบมาเพื่อเสริมความสามารถในการให้ตัวของโครงสร้าง ส่วนตัววัสดุเบาะแทนที่จะใช้หนังเหมือนกับ Brooks เจ้า Kurve นี่จะใช้แผ่นไฟเบอร์ของตัวเองที่ชื่อ TwinFlex Shell ซ้อนเป็นชั้นๆโดยมีชั้นนอกเป็น carbon ส่วนชั้นในเป็น Kevlar ผสมคาร์บอน และมีการวางชั้นบางกว่าปรกติตรงจุดรองรับ Sit Bone และ ร่องที่เกือบจะเหมือน Cut Out ตามรูปครับ
kurve_under.jpg
kurve_under.jpg (20.6 KiB) เข้าดูแล้ว 1222 ครั้ง
ถ้าดูเบาะ Kurve รุ่น Bull ในรูปแรกจากด้านข้างแล้วลองเลื่อนขี้นไปดูโพสต์เก่าของผมตอน Brooks B17 ก็คงต้องตกใจละครับว่ามันช่างเหมือนกันเสียจริงๆในเชิงของมุมของเบาะด้านข้าง แต่สิ่งที่ Kurve แตกต่างก็คือตัวเบาะจะเป็นรูปโดมมากกว่าซี่งก็จะทำตัวเหมือนเป็นสปริงรองรับการนั่งอยู่ เมื่อรวมกับวัสดุ TwinFlex ที่ใช้ สิ่งที่ได้จากวิธีออกแบบก็คือ เวลาเรานั่งส่วนที่ให้ตัวได้ของเบาะก็จะยุบตัวมารับกับสรีระของคนนั่งแต่ละคนโดยไม่ต้องรอ Break In เหมือนของ Brooks ครับ ตัวเบาะเองก็ยังสามารถปรับอ่อนแข็งได้โดยการเปลี่ยนชิ้นส่วนของจมูกเบาะอีกด้วย

ด้านข้างของ Kurve มีแถบยางที่มีการกรีดให้มีแรงเสียดทานต่ำซี่งเป็นเทคโนโลยี่ที่ชื่อ WingFlex ที่ใช้กันอยู่ในหลายๆรุ่นของเบาะ Fizik ด้วยครับทำให้ปั่นสบายไม่มีความเจ็บปวดจากการเสียดสีกับบริเวณข้างเบาะ

เบาะ Kurve มีสามรุ่น คือ Snake, Chameleon และ Bull เจ้า Snake นี่สำหรับเสือหมอบ ส่วน Chamelon ก็สำหรับคนที่มีท่าการขี่แบบกลางๆในขณะที่ Bull จะเป็นเบาะสำหรับคนที่ขี่นั่งตัวตรงครับ ในความเห็นผม Bull มี Profile คล้ายๆ Swift กับ B17 รวมกันแต่เบากว่าแยะ และมีข้อดีตรงกันน้ำและไม่ต้องรอ break in ด้วย น่าใช้ชนาดนี้ราคาก็เลยขี้นไปพอๆกับ Brooks Swift ครับ ก็ถือได้ว่าเกือบๆจะเป็นเบาะที่ perfect เลยทีเดียวสำหรับใช้แทน Brooks สำหรับผมนี่ไม่รู้ว่า 146 mm นี่เล็กเกินไปหรือเปล่าสำหรับตัวเอง :-) แต่เป็นเบาะตัวหนี่งที่อยากลองมากทีเดียวครับ แต่นี่มันก็แค่อ่านๆมานะครับ ของจริงคงต้องลอง

Width 135, 144, 146 mm (snake, chameleon, Bull)
Length 294, 278, 265 mm
Weight 220 g
ราคา $230

ข้อดี: เบา, นั่งสบาย (จากรีวิวต่างประเทศ), ให้ feeling น่าจะคล้ายๆ Brooks จากโครงสร้างและเจตนาการทำ , มี Wingflex, ปรับความนุ่มแข็งได้, กันน้ำ, ไม่ต้องรอ break in
ข้อเสีย: ราคาสูงพอสมควรครับ

แหะๆ เล่าไม่หมดในตอนเดียวครับ จะมาเขียนตอนสามให้อีกที เล่าเรื่องเบาะ Fizik กับตัวอื่นต่อตอนมีเวลานะครับเนื้อหามันเริ่มดูแตกๆ ออกจาก Swift มากขี้นเรื่อยๆ ยังไงมีอะไรถามมาได้ครับ ช่วงนี้งานเริ่มยุ่งๆครับอาจจะหายๆไปสักพักนะครับ
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
รูปประจำตัวสมาชิก
PrajNa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 430
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2012, 05:47
Tel: ---
Bike: Giant TCX1 - Swift folder
ตำแหน่ง: Chiangmai

Re: มีเพื่อนท่านใดใช้ xootr swift อยู่หรือเปล่าครับ

โพสต์ โดย PrajNa »

:D :D :D รอฟัง fizik ต่อครับใช้อยู่เหมือนกัน แต่แค่เลือกแบบ bull bull กิ่งก่า snake snake อ่ะ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “รถพับ”