ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
keanetona
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 830
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2011, 00:50
Bike: Pinarello Dogma F8 , Trek Madone 9

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย keanetona »

พูดถึงเรื่องของปลอมแล้ว ผมก็นึกถึงสายแลน ... Local Area Network .... ไม่ใช่ตัวแลนที่มันอยู่ในป่า ตอนนี้บริษัทผมใช้แต่สาย Link ครับ จริงๆแล้ว AMP มันดีกว่า แต่ปลอมโคตรเยอะ เยอะจนผมไม่กล้าซื้อ

ส่วนขากระติก ผมซื้อของถูกครับ ไม่ใช่อะไร แค่ผมอยากจะได้สีที่มันเข้ากับรถ เพราะตัวแพงมีแต่ดำ

แล้วเรื่อง R&D คนออกแบบเขาก็คนนะครับ เขาต้องกินข้าว ต้นทุนสินค้าแต่ละอย่างไปทาง R&D กันหมดน่ะแหละครับ ส่วนโฆษณานี่ของดีจริงๆแทบไม่ต้องโฆษณา ถ้าของดีจริงคนจะไปหาเอง

ผมยังยืนยันครับ ของปลอม น่าอาย เงินน้อยซื้อแบรนด์รองดีกว่า
อย่าถามผมว่ารถผมคันละเท่าไหร่
อย่าถามผมว่าปั่นรถแพงแล้วได้อะไร

แต่เอาเป็นว่า ผมปั่นเพื่อสุขภาพ เป็นหมูที่แข็งแรงดีกว่าเป็นหมูขี้โรคนะ
รูปประจำตัวสมาชิก
tauhoo
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2015, 17:35

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย tauhoo »

tum13 เขียน:กะทู้แบบนี้ ท่าผมมีเหตุผลสวนกระแส จะโดนว่า เป็นพวกนิยมใช้ของปลอม แต่ อยากให้ฉุดคิดแบบมีเหตุผลหน่อย เฟรมจักรยาน แพงเกินไปคือต้นเหตุให้มีคนทำปลอม คุณอาจจะบอกว่าต้นทุนการออกแบบ สูง แต่ถ้าคุณมีเหตุผลฉุดคิดซักนิดนึง การคิดค้นออกแบบจักรยาน กับการแบบมอเตอร์ไซด์ คุณคิดว่า จักรยานใช้ความรู้ทางด้านวิศวะกรรมชั้นสูงแล้วหรือ อีกอย่าง ความรู้ทางด้านฟิสิกส์ ระบบแมคคานิคมันเป็นศาสตร์ที่เราค้นคว้าจนถึงทางตันแล้ว ทุกวันนี้มนุษย์ในโลกที่ยังต้องศีกษาอีกก็คือเรื่องวัสดุศาสตร์ ซึ่งตอนนีงัยที่เราได้พัฒนาเฟรมมาเป็นพวกคาร์บอน ที่แข็งและเบา แต่ค่ายจักรยานก็พยายามจะสร้างเฟรมให้เบาและแข็งแรง แต่จะสร้างออกแบบยังงัย ก็ไม่หนีการออกแบบที่ใช้ศาสตร์ทางฟิสิกส์ ทีจะต้องทำเฟรมรูปทรงมุม3เหลี่ยมอยู่ดี แล้วมุมนี่เองระยะต่างนี่หาจุดที่ทำให้รถพุ่งมันก็มีที่สุดแค่จุดเดียวกัน แล้วเพราะฉะนัน จะแต่ละค่ายจักรยานท่าจะออกแบบให้มันเป็นที่สุด ก็คงจะต้องเหมือนหรือคล้ายกัน โธ่แค่เหตุผลตรงนี้ จะไปยึดว่าค่ายนั้นออกแบบดีรถพุ่งไม่พุ่ง กว่ากัน ผมก็หนุมานว่า ความหมายว่า "แค่เฟรมจักรยาน มันไม่ได้ใช้ทรัพยากรทางปัญญามากนักหรอกครับ" คุณอาจจะเห็นว่า โฆษณาโชว์อุโมงลม โชว์เฟรมแอโร่มีตัวเลขออกมา แต่คุณรู้มั้ย ตัวเลขนั่นมันน้อยนักแทบจะไม่มีผล จากการปั่นของร่างกายมนุยษ์เลย เพราะในแต่ละวันร่างกายเราก็มีออกแรงไม่เท่ากัน มีค่าwattที่แตกต่างกันมาก แทบจะไม่มีผลเลย ว่าเฟรมนี้จะดีกว่าเฟรมนี้ แต่มันเป็นการสร้างภาพลักษ์สร้างคุณค่าทางการตลาดนั่นแหละ สรุปแล้วแต่ละค่ายก็ต้องการสร้างเฟรมให้เบา แต่พอเบาก็ขาดความแข็งแรง เราก็เห็นกันอยู่ เฟรมคันเป็นแสนพอปั่นล้มทีขาด2ท่อน คุณภูมิใจนักเหรอกับของมีแบรน มันก็ไม่ได้ต่างกันกับของไม่มีแบรนหรือของปลอม สิ่งที่ผมอยากให้ฉุดคิด เราคือผู้ใช้ ผมเขียนในฐานะผู้ใช้ต้องการของดีราคาเป็นธรรม แต่ก็ไม่อยากให้มองว่าของมีแบรนต้องสุดยอดแล้วต้องแพง เราปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ เราไม่ได้ปั่นเพืออวดความร่ำรวย ของปลอมถ้ามันไม่ดี คนก็เลิกใช้ไปเอง ไม่จำเป็นต้องต่อต้าน มันก็จะเป็นกลไกลทางธรรมชาติไปเอง ของไม่ดี ก็จะไม่มีคนใช้
ข้ออ้างครับ ของแท้หลักพัน มันก็ของแท้ ของปลอมของก๊อปหลักหมื่นยังไงก็ของก๊อป มันไม่เกี่ยวว่าเฟรมราคาแพง หรือเฟรมถูก ถ้าคุณปั่นเพื่อสุขภาพไม่ได้ปั่นเพื่ออวดใคร คุณจะไม่มาตอบแบบนี้ มันเกี่ยวว่าของก๊อป มันก๊อปมาจากเฟรมราคาแพงที่ขายดีจนนิยม แล้วไอ้คนที่ใช้ของก๊อปน่ะ มันคือพวกวัตถุนิยม ที่เงินไม่ถึง ไม่มีปัญญาซื้อของแท้ แต่อยากอวดฐานะว่าใช้ของแบรนด์ แบบนี้เหรอครับไม่ได้ปั่นเพื่ออวดรวย ที่มันต้องต่อต้านเพราะค่านิยมแย่ๆงี้ไงครับ เข้าใจตรงกันนะครับ
NEMOK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 117
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2015, 11:16
Tel: 0983937217
Bike: cinelli experience
ตำแหน่ง: แม่สา แม่ริม เชียงใหม่

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย NEMOK »

วันนึงก้อต้องโหยหาของแท้อยู่ดี
คนผลิตของเทียมไม่ได้เลว เขามีเหตุผลในการผลิต เขามีความรู้ในการผลิตระดับนึง ด้วยต้นทุนไม่มาก และการตลาดแบบกองโจร
คนใช้ก้อไม่ได้เลว เขามีเหตุผลในการเลือกใช้ครับ ด้วยรายได้ ด้วยภาระค่าใช้จ่าย
อย่าลืมว่าจักรยานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
รูปประจำตัวสมาชิก
idonat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 01:17
Tel: 088-104-8098
team: ชมรมจักรยานจังหวัดอำนาจเจริญ Amnatcharoen Cycling Club
Bike: Cannondale Flash F3 Merida reacto 5000
ตำแหน่ง: อำนาจเจริญ, กำแพงเพชร

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย idonat »

ผมมองว่าเจ้าของกระทู้เจตนาแค่จะบอกว่า การขยายตัวของสังคมจักรยานขยายใหญ่โตขึ้นมาก การบริโภค(ของแท้ เพราะแต่ก่อนของปลอมคงไม่มีหรือมีน้อย) ก็เป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้มีการนำเข้าจักรยานและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ราคาโดยรวมถูกลงกว่าแต่ก่อน การเข้ามาของของปลอมอาจทำให้การขยายตัวดังกล่าวถดถอยหรือเป็นการไม่ส่งเสริมให้คนที่นำเข้าของแท้มาถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าคนที่ใช้หรือสนับสนุนของปลอมจะมีเหตุผลอย่างไร มันก็คือการสนับสนุนให้คนอื่นทำสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่อย่างนั้น และการที่เจ้าของกระทู้บอกว่าน่าอาย ผมมองว่า เจ้าของกระทู้แค่ใช้ถ้อยคำในลักษณะสร้างค่านิยมใหม่ให้คนในสังคมจักรยาน รังเกียจการใช้ของปลอมเท่านั้น ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
tum13
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3567
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 08:10
Tel: 0819095957
team: รวมมิตร , ดอนเมือง , รามอินทรา, 347 Cycling Team
ติดต่อ:

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย tum13 »

ว่าแล้ว เดี๋ยวผมก็ถูกหวย เอาละครับ อย่างจิงจังกันนักเลย คนใช้ของปลอมของก็อปน่ะ อย่าไปประนามว่าน่าอายเลย คุณควรประนามคนที่หลอกขายเอาของปลอมมาหลอกขายเขาดีกว่าว่าน่าอาย แต่คนที่เขาบอกของก็อป เออมันก็ยังบอกกันตรงๆๆ คนใช้ เขายินยอมต้องการมันก็จบ ค่าความคิดผมก็ขี้เกียจพูดแล้ว ทุกอย่างในโลกมีคนคิดคนแรกเท่านั้น แต่ก็ลอกเลียนแบบกันมาคล้ายกันนั่นแหละ เพียงแต่ใครสปิลิต ไม่ไปก็อปชื่อแบรน เค้ามาด้วย กระทู้นี้แบบนี้ มันก็จะมีคนออกมาเถียงเหมือนอย่างผมนั่นแหละ ใครจะว่าผมต่างๆๆนาเชิญครับผมไม่ถือสา
aiir
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 54
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 เม.ย. 2015, 15:54

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย aiir »

tum13 เขียน:กะทู้แบบนี้ ท่าผมมีเหตุผลสวนกระแส จะโดนว่า เป็นพวกนิยมใช้ของปลอม แต่ อยากให้ฉุดคิดแบบมีเหตุผลหน่อย เฟรมจักรยาน แพงเกินไปคือต้นเหตุให้มีคนทำปลอม คุณอาจจะบอกว่าต้นทุนการออกแบบ สูง แต่ถ้าคุณมีเหตุผลฉุดคิดซักนิดนึง การคิดค้นออกแบบจักรยาน กับการแบบมอเตอร์ไซด์ คุณคิดว่า จักรยานใช้ความรู้ทางด้านวิศวะกรรมชั้นสูงแล้วหรือ อีกอย่าง ความรู้ทางด้านฟิสิกส์ ระบบแมคคานิคมันเป็นศาสตร์ที่เราค้นคว้าจนถึงทางตันแล้ว ทุกวันนี้มนุษย์ในโลกที่ยังต้องศีกษาอีกก็คือเรื่องวัสดุศาสตร์ ซึ่งตอนนีงัยที่เราได้พัฒนาเฟรมมาเป็นพวกคาร์บอน ที่แข็งและเบา แต่ค่ายจักรยานก็พยายามจะสร้างเฟรมให้เบาและแข็งแรง แต่จะสร้างออกแบบยังงัย ก็ไม่หนีการออกแบบที่ใช้ศาสตร์ทางฟิสิกส์ ทีจะต้องทำเฟรมรูปทรงมุม3เหลี่ยมอยู่ดี แล้วมุมนี่เองระยะต่างนี่หาจุดที่ทำให้รถพุ่งมันก็มีที่สุดแค่จุดเดียวกัน แล้วเพราะฉะนัน จะแต่ละค่ายจักรยานท่าจะออกแบบให้มันเป็นที่สุด ก็คงจะต้องเหมือนหรือคล้ายกัน โธ่แค่เหตุผลตรงนี้ จะไปยึดว่าค่ายนั้นออกแบบดีรถพุ่งไม่พุ่ง กว่ากัน ผมก็หนุมานว่า ความหมายว่า "แค่เฟรมจักรยาน มันไม่ได้ใช้ทรัพยากรทางปัญญามากนักหรอกครับ" คุณอาจจะเห็นว่า โฆษณาโชว์อุโมงลม โชว์เฟรมแอโร่มีตัวเลขออกมา แต่คุณรู้มั้ย ตัวเลขนั่นมันน้อยนักแทบจะไม่มีผล จากการปั่นของร่างกายมนุยษ์เลย เพราะในแต่ละวันร่างกายเราก็มีออกแรงไม่เท่ากัน มีค่าwattที่แตกต่างกันมาก แทบจะไม่มีผลเลย ว่าเฟรมนี้จะดีกว่าเฟรมนี้ แต่มันเป็นการสร้างภาพลักษ์สร้างคุณค่าทางการตลาดนั่นแหละ สรุปแล้วแต่ละค่ายก็ต้องการสร้างเฟรมให้เบา แต่พอเบาก็ขาดความแข็งแรง เราก็เห็นกันอยู่ เฟรมคันเป็นแสนพอปั่นล้มทีขาด2ท่อน คุณภูมิใจนักเหรอกับของมีแบรน มันก็ไม่ได้ต่างกันกับของไม่มีแบรนหรือของปลอม สิ่งที่ผมอยากให้ฉุดคิด เราคือผู้ใช้ ผมเขียนในฐานะผู้ใช้ต้องการของดีราคาเป็นธรรม แต่ก็ไม่อยากให้มองว่าของมีแบรนต้องสุดยอดแล้วต้องแพง เราปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ เราไม่ได้ปั่นเพืออวดความร่ำรวย ของปลอมถ้ามันไม่ดี คนก็เลิกใช้ไปเอง ไม่จำเป็นต้องต่อต้าน มันก็จะเป็นกลไกลทางธรรมชาติไปเอง ของไม่ดี ก็จะไม่มีคนใช้
มีเหตุมีผลดีครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
kai9121
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 357
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2014, 21:15

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย kai9121 »

โอ้ว ขากระติกราคาเกือบซื้อสมาร์ทโฟนได้
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย แมวทอง »

ดูการทดสอบ หมวกกันน็อค แท้ VS ปลอม กันครับ
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
tauhoo
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2015, 17:35

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย tauhoo »

tum13 เขียน:ว่าแล้ว เดี๋ยวผมก็ถูกหวย เอาละครับ อย่างจิงจังกันนักเลย คนใช้ของปลอมของก็อปน่ะ อย่าไปประนามว่าน่าอายเลย คุณควรประนามคนที่หลอกขายเอาของปลอมมาหลอกขายเขาดีกว่าว่าน่าอาย แต่คนที่เขาบอกของก็อป เออมันก็ยังบอกกันตรงๆๆ คนใช้ เขายินยอมต้องการมันก็จบ ค่าความคิดผมก็ขี้เกียจพูดแล้ว ทุกอย่างในโลกมีคนคิดคนแรกเท่านั้น แต่ก็ลอกเลียนแบบกันมาคล้ายกันนั่นแหละ เพียงแต่ใครสปิลิต ไม่ไปก็อปชื่อแบรน เค้ามาด้วย กระทู้นี้แบบนี้ มันก็จะมีคนออกมาเถียงเหมือนอย่างผมนั่นแหละ ใครจะว่าผมต่างๆๆนาเชิญครับผมไม่ถือสา
ครับ แต่ตรรกะที่พี่พิมพ์มามันเพี้ยนไง

พี่บอกเฟรมจักรยานแพงเกินไป คือต้นเหตุของการมีของปลอม <<<< อันนี้เรื่องจริงเพราะเฟรมแพง สวย เบา แล้วได้รับความนิยม มันเลยทีคนทำของปลอมออกมา แล้วคนที่ซื้อใช้มันก็พวกบ้าแบรนด์นิยมที่ไม่มีทุนพอซื้อของแท้นั่นแหละ อยากมี อยากหล่อกะเค้าบ้าง หรือไม่จริง ไม่เกี่ยวไรกะค่าความคิด ค่าต้นทุน ค่าบลาๆๆเลย มันเป็นค่านิยมล้วนๆ

มันน่าชื่นชม น่าสนับสนุนตรงไหนครับคนพวกนี้ที่ยืดอกรับว่า ใช่ครับผมใช้ของก๊อป ผมอยากใช้ของแพงแต่ไม่มีตังค์ครับเลยยินดีใช้ของก๊อป งง? แบบนี้มันพวกดูถูกตัวเองแล้วครับ รายได้ต่ำ รสนิยมสูงโดยไม่เคารพตัวเองแบบนี้ มันคนละเรื่องกับการปั่นเพื่อออกกำลังกายแล้วแบบนี้

ผมขอเลือกชื่นชมคนที่ขี่รถแบรนด์ถูกๆแต่เลือกใช้ของแท้มากกว่าครับไม่ว่าจะปั่นยี่ห้ออะไรแต่เขาก็เลือกใช้ของแท้ แบบนี้ยังเป็นคนที่เคารพตัวเองมากกว่า น่าชื่นชม คนกลุ่มนี้ต่างหากที่ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ เพื่อออกกำลังกาย เพื่อแข่งขัน หรือเพื่ออะไรจริงๆ โดยที่ไม่ได้เลือกปั่นเพื่อหน้าตา

ขอโทษด้วยนะครับที่แย้ง ผมไม่รู้หรอกว่าใครใช้ของแท้ ของเก๊ ผมมองตามมุมมองของผม ใครอยากจะใช้ของปลอมก็ใช้ไป แต่ผมคนนึงไม่ชื่นชม และไม่คิดจะเคารพการตัดสินใจด้วย ถ้าเห็นที่ไหนเมื่อไหร่คงได้แต่ยิ้มอ่อนๆให้
inugami
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 158
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ย. 2013, 09:31
Tel: 0894530511
Bike: Ridley Noah RS

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย inugami »

tum13 เขียน:ว่าแล้ว เดี๋ยวผมก็ถูกหวย เอาละครับ อย่างจิงจังกันนักเลย คนใช้ของปลอมของก็อปน่ะ อย่าไปประนามว่าน่าอายเลย คุณควรประนามคนที่หลอกขายเอาของปลอมมาหลอกขายเขาดีกว่าว่าน่าอาย แต่คนที่เขาบอกของก็อป เออมันก็ยังบอกกันตรงๆๆ คนใช้ เขายินยอมต้องการมันก็จบ ค่าความคิดผมก็ขี้เกียจพูดแล้ว ทุกอย่างในโลกมีคนคิดคนแรกเท่านั้น แต่ก็ลอกเลียนแบบกันมาคล้ายกันนั่นแหละ เพียงแต่ใครสปิลิต ไม่ไปก็อปชื่อแบรน เค้ามาด้วย กระทู้นี้แบบนี้ มันก็จะมีคนออกมาเถียงเหมือนอย่างผมนั่นแหละ ใครจะว่าผมต่างๆๆนาเชิญครับผมไม่ถือสา
ทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์มันเป็นเรื่องของกฏหมายหรือสปิริทกันแน่?

แน่นอนคุณจะคิดว่าคนที่มีสิทธิ์อยู่ในมือนั้นเอาเปรียบด้วยการ Overprice เทคโนโลยีของพวกเขา แต่ทางกฏหมายมันก็มีช่องว่างมากพอให้คุณผลิตอะไหล่จักรยานที่มีรูปแบบเหมือนกันแทบจะทุกประการออกมาขายได้โดยมีข้อแม้ว่าต้องไม่ตีตราสินค้าของเจ้าของสิทธิ์ลงไป ฉะนั้นตรรกะของคุณมันใช้ได้กับเฉพาะสินค้า Unbranded OEM open mould หรือพวกยี่ห้อจีน ไต้หวัน ซึ่งไม่ถือว่าเป็นของก๊อปอยู่แล้ว แต่จะใช้กับของก๊อป แบบตีตรา 3T Speciallized ไม่ได้ มันย้อนแย้งกับตรรกะที่คุณเขียนเองว่าพวกใช้ของปลอมมันไม่ได้บ้าแบรนด์ คนไม่บ้าแบรนด์จะเลือกใช้ของไม่ตีตราหรือตรายี่ห้อไม่ดัง ไม่ใช่อ้างว่าตนไม่สนใจแบรนด์แต่พยายามหาของที่ก๊อปเหมือนที่สุด

แน่นอนว่าเรื่องเจตนาก็มีส่วนและตรงนี้มันวัดกันไม่ได้ทางกายภาพ ใจแต่ละคนจะบอกด้วยตัวเองว่าเราจัดอยู่ในประเภทไหน คนที่ไม่เลือกจะใช้ของก๊อป(ไม่จำเป็นว่าต้องใช้ของแบรนด์เจ้าตลาดนะ ผมหมายรวมที่ใช้พวกของไม่ตียี่ห้อและOEMด้วย)ถือว่าคุณให้เกียรติผู้อื่น ไม่ไปขโมยของเขา(ผมพูดเฉพาะเรื่องจักรยานนะ) ส่วนคนที่ใช้ของก๊อปก็ใช่ว่าจะไม่ดีไปซะหมด แน่นอนคนที่ใช้โดยไม่รู้ย่อมไม่ผิด ส่วนคนที่รู้แต่ก็เลือกใช้ด้วยว่าราคาถูกเท่านั้น ไม่ใช่ว่าอยากเห่อแบรนด์แต่เพราะมันเข้าไม่ถึงของถูกที่ไม่ตียี่ห้อ ถ้าแบบนี้ก็ถือว่าเจตนามันยังพอเข้าใจได้บ้างแต่มันก็ยังมีความผิดอยู่ดี ส่วนพวกสุดท้ายคือรู้ว่าปลอมและอยากใช้เพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเราใช้ของแท้ อันนี้ก็ไม่ต้องพูดอะไรมากกับคนพวกนี้ครับ เห็นแก่ตัวและไม่สนใจความถูกต้องใดๆ เอาแต่ประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้งและกลายเป็นขโมยโดยเจตนาครับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย giro »

เหยื่อของข้อมูลที่ถูกบิดเบือนคือ
ของแท้ของปลอมทุนมาพอกัน
สองหมื่นบินไปจีนหาที่พักได้ถูกกว่าเฟรมก็อปอีก ไปหาดูกับตาครับว่าการผลิตของโรงงานดีๆกับเลวๆมันต่างกันขนาดไหน

แล้วหาเงินอีกซัก 5 ล้านนำเข้าจักรยานหรือสร้างแบรนด์มาเองแล้วจะรู้ว่าทุนที่บอกว่าไม่ต่างกัน เอากำไรเกินควรมันเป็นอย่างไร

เห็นคนแคะขนมครกก็บอกว่าง่ายคิดเองว่าตนเข้าใจแต่ก็แคะได้ด้วยปากพูด เห็นละเลงขนมเบื้องก็คิดว่าไม่มีอะไรทำได้ง่ายก็เอาปากสาธยายการละเลง

แต่ขาดความแตกฉานและพยายามยืนยัน
อย่าเชื่อผมครับไปดูด้วยตาเลย แล้วจะเปลี่ยนความคิด การเป็นเหยื่อมันง่ายเพราะเราพร้อมจะฮุบเอาสิ่งที่จริตเราต้องการแล้วลืมไปว่าปลายเบ็ดมีขอเงี่ยงอยู่ ถ้ารู้ตัวกเทได้แต่สลัดต่อสู้ ที่น่าสมเพชคือยังหวานอยู่กับรสเหยื่อปลอมหารู้ไม่ว่าได้โดนเบ็ดเกี่ยวเข้าแล้วและเชื่อว่านี่คือรสที่ช่างต้องใจนัก

ผมบอกให้เปชี่ยนรสนิยมไม่ได้แต่บทความนี้ชี้ให้เห็นผลกระทบและเปรียบเทียบประโยชน์ที่สังคมได้หรือเสียเท่านั้น

เลิกเอาถูกแพงมาเถียงครับของถูกแล้วดีไม่ลอกใครก็มี คนมันบ้าอยากเอาตรามาติดให้โก้เก๋เองคนขายก็เห็นแก่ตัวเอง หลงใหลกับกิเลสไร้ปัญญาไตร่ตรอง แต่พยายามหาความชอบธรรม
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
Meow-Meow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1244
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ต.ค. 2011, 22:17
Bike: Cinelli Xperiance;Giant Yukon ปี2000

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย Meow-Meow »

keanetona เขียน:พูดถึงเรื่องของปลอมแล้ว ผมก็นึกถึงสายแลน ... Local Area Network .... ไม่ใช่ตัวแลนที่มันอยู่ในป่า ตอนนี้บริษัทผมใช้แต่สาย Link ครับ จริงๆแล้ว AMP มันดีกว่า แต่ปลอมโคตรเยอะ เยอะจนผมไม่กล้าซื้อ

ส่วนขากระติก ผมซื้อของถูกครับ ไม่ใช่อะไร แค่ผมอยากจะได้สีที่มันเข้ากับรถ เพราะตัวแพงมีแต่ดำ

แล้วเรื่อง R&D คนออกแบบเขาก็คนนะครับ เขาต้องกินข้าว ต้นทุนสินค้าแต่ละอย่างไปทาง R&D กันหมดน่ะแหละครับ ส่วนโฆษณานี่ของดีจริงๆแทบไม่ต้องโฆษณา ถ้าของดีจริงคนจะไปหาเอง

ผมยังยืนยันครับ ของปลอม น่าอาย เงินน้อยซื้อแบรนด์รองดีกว่า
สาย Amp ปลอมใช้ได้ไม่ถึงปีหน้า contact เสื่อม oxide เกาะหัวเสีย เสียบไม่ติด
รูปประจำตัวสมาชิก
wheeler 168
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 467
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:10
team: ไม่แน่นอน
Bike: Trek Emonda SL

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย wheeler 168 »

ตรรกะเพี้ยนๆ ของผมสำหรับคนที่บอกว่าของแท้เอาเปรียบ ของแท้ราคาแพงเกินไปนั่นเพราะว่า
คุณไม่เคยทำอะไรที่เริ่มต้นด้วยตัวเองอย่างแท้จริง จึงไม่เข้าใจความยากลำบากกว่าจะได้มา
ทำให้คุณคิดแค่ราคาที่มันควรขาย แต่มองข้ามราคาที่มันควรเป็น

อย่าลืมว่า ค่าออกแบบ ค่าดีไซน์ ค่าวิจัย ค่าขนส่ง รวมถึง economy of scale ค่าโฆษณา ค่าการตลาด
มีผลต่อราคาทั้งนั้น ลองคิดดูว่าถ้าเขาไม่ขายในราคาที่ทำให้เขาอยู่ได้ หรือที่คนชอบเรียกว่ากำไรเกินควร
มาพัฒนาสินค้านั้น การพัฒนาจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งรวมถึงการก๊อปปี้ก็ต้องจบลง
เพราะไม่มีทางที่ของก๊อปจะมาเสียเงินส่วนนี้เพื่อขายในราคาต่ำๆ นอกจากจะคิดสร้างแบรนด์ตัวเอง

ถ้าไม่เชื่อ ลองเริ่มทำอะไรสักอย่างขึ้นมาขายดูก็ได้ เอาเป็นหมูย่างละกัน
กว่าคุณจะหาสูตร หาวัตถุดิบ หาวิธีเสียบ วิธีย่างจนมาขายมาไม้ละ10 บาทที่คนเริ่มชอบได้
ก็คงกินเวลาน่าจะเกือบเดือน แล้วลองคิดว่าถ้ามีคนมาก๊อบหมูย่างของคุณแล้วขายไม้ละ 5 บาท
โดยเน้นที่คล้ายของคุณที่สุด รสชาติไม่สน แถมคนซื้อก็ยังบอกว่า ก็ของคุณมันแพงเกินไป
หรือง่ายกว่านั้นก็งานที่เราทำกันเนี่ยแหละ คิดมาก่อน เตรียมมาดิบดี แต่พอเราขายไปแล้ว
มีคนมาก๊อบไอเดียไปขายลูกค้าเราด้วยราคาไม่ถึงครึ่งที่วางไว้ และลูกค้าก็เห็นดีด้วย
คงจะมาบอกว่าเพราะราคาเราแพงไปผมว่ามันก็ไม่ถูกนะครับ

สรุปง่ายๆ ถ้าเราไม่ให้ค่าของความคิด เราจะไม่เข้าใจในมูลค่าความคิดเท่าที่มันควรจะเป็นครับ

ผมมองแบบนี้ ใครคิดไม่ตรงกัน ไม่ว่ากันครับ 8-)
แก้ไขล่าสุดโดย wheeler 168 เมื่อ 01 ก.ค. 2016, 13:57, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
Haven't you got talent ?


Name plate ultegra 6700 ข้างซ้าย
สนใจติดต่อได้ครับ
popozz
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 51
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2011, 00:43
ติดต่อ:

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย popozz »

พวกผลิตของปลอม(ไม่ใช่พวกไม่มียี่ฮ้อ)คือพวกทำนาบนหลังคนครับ เค้าคิดมาเค้าสร้างแบรนมาแทบตายสุดท้ายโดนคนมาทำเหมือน ขายถูกๆฟันกำไร
คุณคิดว่าง่ายเหรอครับที่จะคิดอะไรที่มันเป็นตัวเองที่มันแตกต่าง จะมาบอกว่าจักรยานไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรคิด ถามคำเดียว แค่ลายหรือโลโก้ที่ใช้แค่มือกับดินสอสี เรามีปัญญาออกแบบให้คนชอบมั๊ยครับ?
และการที่เราใช้ของปลอมมันทำให้ประเทศเราด้อยพัฒนา เพราะแทนที่เราจะใช้หัวคิดทำของดีๆถูกๆมาใช้แทนยี่ฮ้อแพงๆ สร้างแบรนขึ้นมาเอง กลายเป็นใช้ของก๊อปซะสวยเท่สบายกระเป๋า
อย่าเอารายได้มาเป็นข้ออ้างในการทำผิดเลยครับ จริงๆคุณไม่ได้อยากใช้ของดีราคาถูกหรอกเพราะถ้าแบบนั้นคุณสามารถใช้ของไม่มียี่ฮ้อได้ แต่คุณใช้ของปลอมเพราะคุณอยากดูหรูดูแพงโดยที่ไม่อยากจ่ายตังมากกว่า
ความเห็นส่วนตัวครับผม^^
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ใช้ของปลอม น่าอายกว่าไม่มีใช้

โพสต์ โดย giro »

ขอต่อนะครับ สำหรับคนที่บอกว่า
"ตอนนี้จักรยาน ก็ไม่มีอะไรออกแบบมาใหม่ จบลงที่ทรงสามเหลี่ยนนั่นแหละดีที่สุด"
และประโยคที่บอกว่า "มันก็มาสิ้นสุดตรงคาร์บอนเป็นวัสดุ"

ลองอ่านจากนี้ไปนะครับแล้วจะสว่างขึ้น
การที่จักรยานต้องเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมสองอันนั้น มาจากข้อบังคับของ UCI ครับ เพราะในอดีตมีการทำจักรยานทรงอื่นๆมาแข่งขันและถูกมองว่าเป็นการออกแบบที่ได้เรปียบเกินไปจึงมีการกำหนดรูปทรงของจักรยานที่เป็นมาตรฐานเอาไว้ รูปทรงนี้จึงกลายเป็นบรรทัดฐาน และกรอบ(design factor) ของการออกแบบไปในที่สุด ถ้าจะให้นักออกแบบทำจักรยานรูปทรงอื่นมา มีมากมายครับ Lotus, Pinarello ก็เคยออกมา เคยมีลงแข่งก่อนจะโดนแบนออกไป ลองศึกษาดูให้ถ่องแท้ก่อนจะเหมานะครับ

ดังนั้นความท้าทายของ designeer คือ "ทำอย่างไรให้โครงสร้างนี้ประสบจุดสูงสุดทางสมรรถนะได้" ก็เปลี่ยนวัสดุมาเรื่อย จากเหล็กมาโครโมลี่ (เมืองนอกก็นับว่ามันก็คือเหล็กนั่นแหละ) มาเป็นอลูมินั่มอัลลอย ในยุคหนึ่งยังคงมีเฟรมอลูฯหางสตีล สำหรับแข่งขัน ต่อมาต้องการความสบายและน้ำหนักที่เบา จึงไปใช้ไทเทเนียม แต่ก็มีผลกับความสติฟ และจุดต่อมาก็กลับมาดันกันต่อที่อลูมินั่ม พัฒนาเกรดวัสดุต่อไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นการขึ้นรูปทรงท่อแบบต่างๆด้วยไฮโดรฟอร์มมิ่ง ที่สามารถทำรูปทรงที่รับแรงได้ดี ทั้งหมดนี้ อยู๋บนฐานของสามเหลี่ยนล้วนๆครับ แต่ยังสามารถพัฒนาออกมาได้อีกไกลมาก

เฟรมคาร์บอน ไม่ใช่ของใหม่บ้าบออะไรอย่างที่คิด มันมีมาจะครึ่งศตวรรษแล้วมั้งครับสำหรับการเริ่มสร้าง และมีการผลิตออกมาเรื่อยๆ แต่เฟรมคาร์บอนที่ทำขายจริงๆในยุคแรกๆ ผลิตขายรีเทลและใช้แข่งออกมาตั้งแต่ยุค 80s โน่น หลักการก็เอาท่อคาร์บอนมาต่อๆกันให้ได้สามเหลี่ยมสองอัน เดิมทีใช้เป็นจักรยานแบบพิเศษ เฉพาะทาง ส่วนมากใช้บนเขา และไทม์ไทรอัลเพราะทำรูปทรงได้พิเศษกว่า แต่คุณรู็ไหมว่าจักรยานคาร์บอนคันแรกจริงๆ ที่ใช้แข่งขันเป็นรถเสือหมอบปกติ ใช้ทุกเส้นทาง ทุกรูปแบบ ทุกเสตจ จนแข่ง TDF ทุกเสตจมันมีมาเมื่อไหร่?

เพิ่งมีมาเมื่อยุคแลนซ์ อาร์มสตรองนี่เอง ปลายทศวรรษ 90s โน่นเลยกับมาโดนในตำนาน ใช้เวลาพัฒนากันเกือบยี่สิบปีกว่าที่คุณบอกว่ามาเป็นคาร์บอนแล้วถึงทางตัน! จากยุคนั้นเป็นการขึ้นรูปคาร์บอนเป็นส่วนๆ นำมาต่อประกอบกันด้วยข้อต่อ เป็นหลัก ก็ตามมาด้วยยุคต่อไปที่เกิดมาเป็นเฟรมแบบขึ้นรูปชิ้นเดียวหรือ "โมโนค็อก" ซึ่งบางยี่ห้อที่โด่งดัง เพิ่งมีเฟรมโมโนค็อกจริงๆโผล่มาช่วงสิบปีก่อนนี้เอง อย่าง เบียงคี่ 928 โมโนค็อก ถ้าจำไม่ผิดประมาณปี 2008 ครับ ก่อนหน้านั้นเป็นระบบลัก(รอยต่อ) และระบบ "ทิวป์ทูทิวป์" ซึ่งในระยะนั้นเฟรมคาร์บอนโมโนค็อกคือมาตรฐานของเฟรมคาร์บอน ใช้เวลาอีกสิบปีหลังจากแลนซ์ขี่มาโดนคันเดียวเที่ยวทั่วตูร์

รูปทรงจักรยานก็เช่นกันที่เปลี่ยนแปลงไป จากเฟรมรูปทรงปกติ ก็ปรับมาเป็นทรง"ค็อมแพ็คจีโอเมทรี่" พลิกวงการออกแบบจักรยาน นำมาโดยไจแอ็นท์ นำเสนอ "ทีซีอาร์" ยอดรถในตำนานที่เล่นกันโลกตะลึงกับการออกแบบที่ได้ผลทั้งสมรรถนะและการตลาด สุดท้ายรูปทรงที่ฝรั่งตราหน้าว่า "อั๊กลี่" ก็กลายเป็นของปกติ แถมยังพัฒนาต่อกันไปอีกมากมาย เสปเชียลไลซ์ ทำรูปทรงโค้งคันธนูด้านบน เพื่อลดแรงสะเทือนจากถนนที่ส่งตรงมายังท่อนั่ง ครึ่งบนเป็นคาร์บอน ครึ่งล่างเป็นอลูมินั่ม

มาว่ากันด้วยเรื่องการผสม คุณรู็บ้างมั้ย เฟรมอลูมินั่มใช้แข่ง TDF มาจนถึงปีไหน? เฟรมอลูฯตัวสุดท้ายในเปโลตองตูร์ฯ ได้แก่ ลาเปียร์ ครับ ก่อนหน้านั้นครึ่งปี "เอฟจีไลท์" เพิ่งปลดระวางออกไปหลังจาก "เอสเวิร์ค อีไฟว์" ติดๆกันมาเลย ทั้งหมดนี้เกิดในช่วงปี 2005-2006 เท่านั้นเอง (สิบปีก่อน) เพราะคาร์บอนในช่วงนั้ยังไม่สามารถทำให้ส่งแรงได้ดีพอ แต่ก็สะท้านมาก ดังนั้นทั้ง "เอสเวิร์ค" และ "เอฟจี" ต่างมีรุ่นที่เป็นหางคาร์บอนให้นักแข่งได้ใช้เพื่อลดความสะเทือนของถนนลงไป

และแล้วการพัฒนาคาร์บอนก็ไม่หยุดยั้งเพราะนักออกแบบค้นพบว่าอุปสรรคของการผลิตไม่ได้อยู่ที่เนื้อวัสดุ เกรดวัสดุจะเป็น T อะไรก็ตาม ไม่ใช่โจทย์ทั้งหมด ที่ต้องตี แต่มันอยู๋ที่จะเลือกใช้อย่างไร ผสมอย่างไร ส่นไหน ทิศทางไหน และควบคุมการผลิตอย่างไรมากกว่า จนทำให้เกิดเทคโนโลยีเฉพาะของแต่ละค่ายที่เรียกต่างกันไปเช่น OCLV ของเทร็ค หรือ FACT ของเสปฯ ซึ่งหลักๆคือการเลือกผสมผสานใช้คาร์บอนแต่ละรูปแบบ ในทิศทาง จังหวะการวาง จำนวนชิ้นแผ่น และคุมการผลิตให้มีช่องว่างในระหว่างชั้นน้อยที่สุด มีรอยยับน้อยที่สุด

ทางด้านไจแอ็นท์เอง เนื่องจากำเป็นผู้ผลิตเองตั้งแต่คาร์บอน ไปจนวิจัยและขึ้นรูปทำให้มั่นใจในกระบวนการรักษาคุณภาพเฟรมเป็นอย่างดี เฟรมที่มีฟองอากาศหรือช่องว่างภายในมากกว่าที่กำหนดจะถูกทำลายทิ้งทันที มีการตรวจสอบ "ทุกเฟรม" ด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง ก่อนจะทำการสำเร็จผิวงาน เฟรมที่ย่อยก็จะถูกนำไปเข้ากระบวนการย้อนกลับมาเป็นวัสดุใหม่อีกครั้ง และในหนึ่งเฟรมระดับท็ฮปของทุกๆแบรนด์ มีจำนวนแผ่นคาร์บอนเล็ก ใหญ่ ประกอบกันขึ้นมาตามจังหวะของรูปทรงเฟรม จำนวนมากถึง 500+ แผ่น ที่ต้องใช้แรงงานฝีมือสูงในการประกอบเรียงเข้าด้วยกัน ให้มีความผิดพลาดน้อยที่สุด มีฟองอากาศหรือรอยยับของชิ้นคาร์บอนน้อยที่สุด (ไม่มีเลย)

การผิลิตและการออกแบบเช่นนี้เพิ่งมีในอุตสาหกรรมจักรยาน ไม่ถึงสิบปี! เป็นคลื่นที่ต่อมาจาก"โมโนค็อก" นักออกแบบพบว่ายิ่งซอยจำนวนแผ่นออกมาเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะออกแบบให้มีสมรรถนะละเอียดเฉพาะจุดมากขึ้นเท่านั้น จนปัจจุบันนี้ คาร์บอนมีความสติฟเฉพาะจุดสุงกว่าอลูมินั่มไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่สามารถขี่ได้สบายรับแรงได้ดีขึ้นด้วย เอาเฉพาะของยี่ห้อโทเรย์ มีคาร์บอนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับจักรยานมากกว่า 5 รหัสสินค้า ถูกใช้ในส่วนต่างๆผสมกันไป หากเป็นการรับแรงได้ดีจะเป็นรหัส T ส่วนถ้าเป็นการซับและกระจายแรงก็จะเป็นรหัส M ยังมีเรื่องของทิศทางในการวางที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลที่แตกต่างกัน

ความท้าทายของนักออกแบบในตอนนี้คือ ทำอย่างไรให้วัสดุที่เหมือนกัน ส่งผลกับสมรรถนะที่ต่างกัน ด้วยการออกแบบที่เข้าถึงในทุกๆจุดอย่างแท้จริง การวิจัยพบว่าเปลี่ยนลำดับการเรียงตัวก็มีผลแล้ว ดังนั้น ทุกวันนี้เรายังต้องออกแบบต่อไปอีกมาก ยังไม่ถึงแม้แต่ทางที่จะเห็นกำแพงที่เรียกว่า "ทางตัน" อะไรคือความท้าทายต่อไปข้างหน้า?

ย้อนกลับไปสั้นๆเอาแค่ 5 ปีก่อน เมื่อโลกต้องการความได้เปรียบทุกอย่างก็กำเนิดยี่ห้อจักรยานที่ทำเรื่องแอโร่ไดนามิคส์ออกมาเป็นกระแสหลัก คำว่า"แอโร่ฯ" มีมาเป็นชาติแล้วครับ เฟรมเหล็กยุค 70s ก็มีการพยายามทำท่อรูปวงรีเพื่อเพิ่มความแอโร่ฯมาจะครึ่งศตวรรษ เฟรมทรงอวกาศจากไฟเบอร์กลาสก็มีมาตั้งแต่สมัย "เดอะ บีทเทิลส์" ยังแสดงสดกันอยู่ แต่ทำไมกระแสแอโร่ฯเพิ่งมาขยับเอาช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้?

เซอร์เวโล เป็นเจ้าแรกๆที่นำเอาไอเดียนี้มายึดจนเป็นแนวทางของตน จากที่มาของจักรยาน 3 คันแรกไร้ชื่อถูกสร้างมาให้ขี่ได้เร็วที่สุด ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนและการออกแบบพัฒนาในยุคนั้น ในเวลาต่อมาไม่นานก็มีจักรยานอีกหลายๆค่ายที่ขยับไปในทิศทางเดียวกันเช่น "เฟลท์" และ "ไทม์" แต่โลกมาถูกกระตุกด้วยเจ้าตลาดใหญ่อย่าง "เอส เวิร์ค เว็นจ์" ที่ทำให้กระแสเฟรมหน้าตาน่าเกลียดในความคิดของยุคนั้นกลายเป็นแฟชั่นสุดสวยไปได้ ตอนนี้คงไม่ต้องบอกนะครับ เพราะน่าจะเหลือยี่ห้อหลักๆอีก 2-3 ยี่ห้อเท่านั้นที่ไม่ส่งเฟรมแอโร่ฯออกมา (และได้ยินว่าปีนี้ยอมแพ้กำลังจะส่งเฟรมแอโร่ฯออกมาแล้ว) ทำไมมันึถึงยากเย็น?

รูปทรงของเฟรมแอโร่ฯขัดกับความต้องการของสมรรถนะที่นักแข่งต้องการ มันบอบบาง รับแรงไม่ดี หากจะทำให้รับแรงได้ดีก็หนาและหนัก ที่สำคัญมันส่งแรงสะเทือนจากถนนมาเยอะมาก ทำให้เฟรมแอโร่ฯเหล่านี้มีน้ำหนักมาก ขี่ไม่สบาย เป็นยุค(เจ็นเนอเรชั่น)แรกๆ และใช้เวลาต่อมาอีก 2-3 ปีเริ่มมีเฟรมแอโร่ฯ ยุคสองกำเนิดมาด้ววยกลุ่มน้ำหนักต่ำกว่ากิโลกรัมได้สำเร็จ หรือบางค่ายไม่ได้เบามากแต่ขี่สบายเหลือเชื่อในขณะที่ยังสติฟดีอยู่ และตอนนี้กำลังก้าวสู่ยุคที่สามของเฟรมแอโร่ฯแล้วครับ เพราะมันต่อยอดไปสู่การที่เฟรมแอโร่ฯ สามารถใช้งานทดแทนเฟรมทั่วไปได้อย่างเต็มตัว หรือแม้แต่เฟรมทั่วไปบางตัวเช่น "ทีซีอาร์" และ "อัลติเมท ซีเอฟ เอสแอลเอ็กซ์" ก็ใส่เอาความแอโร่ฯเข้ามาในตัว ลามไปถึงเฟรมเน้นขี่สบายอย่าง "วิลเลียร์ จีทีอาร์" กับ "เทร็ค โดมานี่" ก็ยังพ่วงเอาทรงแอโร่ฯมาผสมผสานด้วยได้สำเร็จ

ความท้าทายต่อไปอีกในยุคที่กำลังเข้ามาใกล้ มันคืยุคของ "อินทิเกรท" ที่จะซ่อนสายทั้งหมดเข้าไว้ในเฟรม คำว่า"ซ่อนสาย" ไม่ใช่ของใหม่เพราะมันมีมานานมากแล้วกับจักรยานไทม์ไทรอัล สิบกว่าปีที่แล้ว เฟรมไทม์ไทรฯก็ซ่อนสายแล้ว แต่เฟรมหมอบเพิ่งมาซ่อนสายเป็นจริงเป็นจังเอาเมื่อราวๆ 5-6 ปีมานี้เอง เพราะอะไร? เพราะทุกรูที่เจาะลงไปบนเฟรมส่งผลถึงความสติฟของคาร์บอนทั้งสิ้น นักออกแบบพยายามหลีกเลี่ยงพวกนี้ แต่เมื่อการออกแบบและการผลิตได้พัฒนาขึ้นถึงขั้นหนึ่ง ก็สามารถออกแบบรองรับการเก็บซ่อนสายต่างๆเข้าไว้ถายในได้ไม่ยากและไม่มีผลต่อสมรรถนะของจักรยาน มันไม่ใช่เพื่อความสวยงามครับ แต่ทำเพื่อความแอโร่ฯอันน้อยนิดสำหรับการแข่งขันที่มีค่า ที่สำคัญ ล้างรถง่ายกว่าเยอะมากๆ สำหรับช่างทีมที่ต้องล้างรถทุกวัน วันละเกือบสิบคัน ย่นเวลางานลงได้ไม่น้อย

การซ่อนสายในอนาคตคือการ"ซ่อนหมดจด" ไม่มีสายโผล่ออกมาตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงอุปกรณ์ มันอาจไม่ได้ส่งผลขนาดช้ชัดว่าชนะกันได้ แต่สำหรับการแข่งขัน เสี้ยวนึงก็เอาแล้วครับ และเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวด ตอนนี้มียี่ห้อดังๆทำมาก่อนแล้วได้แก่ "ไวแอส" และ "มาโดนเก้า" ตามมาติดๆปีนี้เมื่อ "บีเอ็มซี" ก็ออกมาตีขนาบ ส่วนยี่ห้ออื่นๆแม้จะไม่ซ่อนหมดแต่ก็เก็บจนแทบไม่เห็นสายอยู๋ในระบบแฮนด์ตัวเองอย่าง "แอโร้ด ซีเอฟ เอสแอลเอ็กซ์๋" และ "ฟอยล์" ถ้ามองกันแบบอินดี้ "สปีดเอ็กซ์ ลีโอพาร์ด" แบรนด์จีนกับ "จาว่า" รถมหาชน ก็ได้ส่งหมอบซ่อนสายเนียนๆออกมาเช่นกัน ทั้งหมดใช้เวลาในการออกแบบและพัฒนาไม่น้อยกว่าจะสำเร็จ ซึ่งผมกล้าบอกได้ว่า ยังไม่ถึงที่สุดเพราะยังมีปัญหาอยู๋หลายจุด

สปีดเอ็กซ์ เสต็มไม่สติฟ ไวแอสระบบเบรคฝืดมากๆ มาโดนเก้าดูจะสมบูรณ์สุดแต่ก็ยากจะปรับแต่งเพราะเสต็มกับแฮนด์ต้องเป็นอันเดียวกันเท่านั้น
ทั้งหมดนี้คือปัญหา และเมื่อมีปัญหา นักออกแบบต้องแก้ไข นั่นคือการออกแบบต่อไป

แต่โบราณมาแล้ว อาจารย์สอนการออกแบบพร่ำสอนเสมอมาว่าการเป็นนักออกแบบแท้ที่จริงคือนักแก้ปัญหา กระบวนการมันดูแล้วไม่ซับซ้อน
ค้นพบปัญหา รับทราบปัญหา นี่คือโจทย์ที่ต้องนำมาหาที่มาของปัญหา จากนั้นศึกษา หาข้อมูล ก็จะเข้าสู่กระบวนการรวบรวมข้อมูล สังเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัย(designe factor) และบริบท (design context) โดยคำนึงถึงเกณฑ์ในการออกแบบ (criteria) และนำไปบ่มจนเกิดเป็น
แนวคิดในการออกแบบ (design concept) เพื่อนำไปสู๋วิธีการแก้ปัญหาออกมาให้เป็นรูปธรรม แต่อย่าลืมว่าของทั้งหมดมันต้องผลิต มันต้องขายดังนั้น ในสิ่งแวดล้อมทั้งหมดนี้ถูกบีบมาด้วย วัสดุ กระบวนการผลิต ปัจจัยทางอุตสาหกรรม และ สภาพตลาดที่เป็นจริง ทำออกมาดีเลิศแต่ขายไม่ได้เพราะจักรยานเฟรมนึงราคาเท่ากระสวยอวกาศก็ไปไม่รอดเหมือนกัน

ผมถามหน่อยครับว่าอ่านมาถึงตรงนี้ ตอบกับผมดังๆชัดๆหน่อยว่า
ง่ายตรงไหนวะ!?

เนี่ยหรอครับที่คุณบอกว่ามันไม่น่าใช้ทุนเยอะ ไม่เชื่อว่ามีต้นทุน มีขั้นตอน เนี่ยหรอที่บอกว่ามาถึงทางตันครับ?
ทำขนมเบื้อง ดูๆกันไปทำไม่ยาก เอาปากมาละเลงกันได้ เอาส้นตนมาเบ่งกันก็ได้ว่าใครๆก็ทำได้ สุภาษิตไทยก็มีอยู๋แล้ว เพราะไอ้พวกพ่อค้าเฮงซวยที่เฝ้าหลอกคนอยู๋ไงครับว่าของมันถูกขายแพงเกินไปบ้าง เอากำไรเกินควรบ้าง ต้นทุนเท่ากันบ้าง โทษนะ เอาส้นตีนคิดแบบนี้ ถ้าคิดอยู๋บ้านคนนเดียวก็คงไม่เป็นไร แต่นี่คิดแล้วพูดเพื่อหากำไรในการขายของๆตนเอง กำไรเอาไปทำอะไร? ไม่รู็ ไม่ทำอะไรเลย เปิดร้าน ของไม่ต้องสั่ง พรีออเดอร์ พึ่งพาความอยากของคน กำไรได้มา เข้ากระเป๋าเต็มๆ เคยมีมั้ยคนขายของปลอมร่วมสนับสนุนนักปั่นทีมชาติ? เคยมีมั้ยเฟรมปลอมร่วมสร้างช้างเผือกนักปั่นเลือดใหม่เสริมชุดอนาคต เคยมีหรอครับหมวกปลอมร่วมจัดการแข่งขันสมทบทุนผู้จัดเป็นสปอนเซอร์ พับผ่าสิ!

ปิดท้ายว่า... หากคุณเป็นแค่เหยื่อของคนขายของพวกนี้ พึงรับรู้ครับว่าท่านอาจโดนหลอกอยู่นะครับ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร อธิบายไปก็เท่านั้น เพราะการหาเหตุผลมารองรับการกระทำตนเองย่อมเป็นสิ่งพื้นๆที่ใครๆก็เป็นทั้งนั้น แต่เตือนไว้อย่าง

โลภ + โง่ = หมูให้เชือดหรือควายให้จูงจมูก

ลดความโลภลงสักนิด แล้วจะมองเห็น ลดความโง่ลงสักหน่อย ความอยากก็จะทุเลาไปด้วย
ทรัพย์เป็นของท่าน หามาได้ ท่านมีสิทธิใช้เพื่อสนองความสุขของท่าน แต่ใช้อย่างไรให้สุขที่สุด? ใช้อย่างไรให้ภูมิใจ
ขี่คันละสามหมื่นแต่ของแท้ที่เสี้ยวเงินมีส่วนผลักดันสังคมจักรยาน ยังน่าภูมิใจขี่คันละห้าหมื่นแต่เป็นของปลอมที่โอ่โก้กับความสวยงามปลอมๆแต่ไม่มีใครได้อะไรเลยนอกจากคนสองคน (คนซื้อกับคนขาย)
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”