เรื่องของวัยกับระบบประสาทสัมผัสนักปั่น

ระบบประสาทเป็นศูนย์กลางสั่งงานจากจิตหรือสมองไปสู่ร่างกาย
ผลกระทบต่อวัย
การสูญเสียเส้นใยกล้ามเนื้อประเภทหมุนเร็ว (type II fast muscle fibres) ก็จะส่งผลต่อ
ปลายเส้นประสาทที่เขื่อมต่อกับกล้ามเนื้อให้พลอยเสื่อมถอยและตายจากไปด้วย
ทำให้ประสิทธิภาพรวมของเซลประสาทที่คอยรับส่งข้อมูลหรือปฎิกิริยาตอบสนอง
ต่อแรงกระตุ้นต่าง ๆ และสั่งให้ระบบกล้ามเนื้อทำงานถดถอยและช้าลง
แล้วมันมีความหมายต่เรายังไง?
เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ระบบประสาทสั่งงานต่าง ๆ ก็เชื่องช้าลงด้วย ว่ากันง่าย ๆ
เมื่อสมองสั่งให้กล้ามเนื้อออกแรงให้เร็วสุด ๆ และแรงสุด ๆ นั้น
(การออกแรงของกล้ามเนื้อคือการหดตัวครับ) ประสิทธิของกล้ามเนื้อในการ
ลงมือปฎิบัติตามคำสั่งของสมองนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ทันใจครับ
สำหรับนักปั่นแล้ว ย่อมหมายถึงว่าเราไม่สามารถเร่งกระทืบปันได
กระชากความเร็ว ฉีกหนีกลุ่ม อย่างที่ (อาจจะ) เคยทำได้สมัยหนุ่ม ๆ
นั่น หมดไปแล้ว ยอมรับซะเหอะ

แน่นอนเราอาจจะยังสามารถเร่งความเร็วสูง ๆ ได้อยู่ เพียงแต่ช้าไป
ไม่สามารถทำได้เร็วอย่างที่หวัง แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว วันคืนเก่า ๆ
ที่เราเคยเกาะติดกลุ่มหน้าไม่ว่าใครกระซวก โจมตี เล่นกันหนักหน่วง
ขนาดไหนหมดไปแล้ว จำได้มั๊ยที่เราได้แต่มองตาละห้อย ลิ้นก็ห้อย
ยอมให้เพื่อนฝูงเร่งหนีหายไปแค่ปลายจมูก กลายเป็นคนที่ถูกเฉือนทิ้งไป
ไดยไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ต่อต้าน ขัดขืนใด ๆ ทั้งสิ้น
ฮึ่ม! เอ็งไม่แก่มั่ง ก็ให้มันรู้ไป
มากระชากวัยประสาทกันเถอะ

อีกครั้งที่เราจะต้องใช้แนวทางเดิม ๆ ที่เคยใช้ได้ผลกับระบบกล้ามเนื้อนั่นคือ
'use it or lost it' ใช้งานมันก่อนจะไม่มีให้ใช้ครับ
มีความเป็นไปได้ถึงเหตุผลหลัก ๆ ที่เราไม่สามารถ ตอบสนองกระตุ้นกล้ามเนื้อ
ให้ทำงานได้รวดเร็วทันใจนึก ก็เพราะเราเลิกฝึกให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
ทำงานแบบนั้นมานานแสนนานแล้วนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเป็นการฝึกฝนให้ระบบ
ประสาททำงานให้รวดเร็วก็ต้องหันมาฝึกกันใหม่ครับ ไม่ว่าจะฝึกบนจักรยาน
หรือในโรงยิม ก็ทำได้ทั้งนั้น บนจักรยานก็ตั้งเป้าฝึกซ้อมในส่วนที่เราสามารถ
กระตุ้นกล้ามเนื้อให้เร่งปั่นเพื่อให้จักรยานเข้าหาความเร็วสูงสุดและให้เร็วที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ ฟังดูคล้าย ๆ อะไรนะครับ อินเทอร์วอล นั่นเอง

แนวทางก็คือ
ให้สปริ้นท์ให้เร็วที่สุด ใช้รอบเกียร์ที่หลากหลาย แต่รอบขาต้องสูงไว้
ให้มีช่วงเวลาปั่นเร็วหรือสปริ้นท์ซัก 10 วินาทีถึง30 วินาที โดยให้มีช่วงปั่นช้า 2-4 นาที
เพื่อพักฟื้น ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ
เราจะตามเก็บรายละเอียดเรื่องอินเทอร์วอลกันอีกทีตอนหน้าครับ
ในโรงยิม เน้นประเภท 'reactive strength' แทน 'maximum strength' ครับ
หมายความว่าให้เลือกใช้แรงยกหรือดึงที่น้ำหนักน้อยกว่าแต่ให้ทำเร็ว ๆ หลาย ๆ รอบ
แทนที่จะมุ่งเล่นแบบหนักสุด ๆ แต่ช้าและได้แค่ไม่กี่ครั้ง
ผมเคยทดสอบเรื่องนี้โดยให้เจ้าลูกชายวัยสิบสี่ยกน้ำหนัก 20 ครั้งและให้นับด้วย
สังเกตุดู เขาจะเลือกน้ำหนักเบา ๆ และยกขึ้นลงด้วยความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
แป็บเดียวบอกเสร็จแล้ว ผมบอกให้ sit-up 10 ครั้ง เช่นกันครับ
เขาทำด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ทำได้ ใหม่ ๆ ผมก็มักบอกให้เขาทำช้า ๆ หน่อยเสมอ
จะรีบร้อนไปไหน ถ้าเป็นผมเองเมื่อก่อนผมจะทำช้า ๆ นิ่ง ๆ นาน ๆ หายใจเข้า หายใจออก
แต่หลังจากอ่านเรื่องนี้แล้ว ผมรู้แล้วครับว่านั่นเป็นการตอบสนองโดยธรรมชาติของเด็ก ๆ
ซึ่งมีเส้นใยกล้ามเนื้อประเภท 2 อยู่เยอะ ส่วนผมเองก็ทำตามธรรมชาติของผมเช่นกัน
แบบว่ามีกล้ามเนื้อหมุนช้าเยอะ ๆ ไงครับ แต่หลังจากนี้เห็นที่ต้องหันไปเลียนแบบเจ้าลูกชายมั่งซะแล้ว