ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
เจดีย์น้อย (เขานางเอ)
...เจดีย์น้อย สงบนิ่ง เหนือสิงขร
แต่กาลก่อน ที่เก็บอัฐิ สัตว์มากหลาย
รอบเจดีย์ นี้เล่า เกลื่อนกระจาย
สถูปทราย รายล้อม จอมอารัญ
พระสงฆ์เจ้า เฒ่าแก่ แลสูงชาติ
ยามชีวาตม์ ล่วงลับ วัยดับขันธ์
ประเพณี เมืองไชยา ถือสำคัญ
อัธินั้น ฝังลง ตรงนี้แล
คอยสถิต เตือนคน ชนรุ่นหลัง
อนิจจัง ทุกรูปนาม ตามกระแส
ต้องทิ้งร่าง ชีพวาย กายฝันแปร
ครองให้แน่ สุสานนี้ ที่ฝังดิน.
-----------------------------
เจดีย์น้อย
...บัดนี้กาล เปลี่ยนไป มิเหมือนก่อน
เจดีย์ร่อน สถูปหาย ให้เห็นผล
ไม่เที่ยงทุกข์ อนัตตา ตรำใหลวน
ทุกถ้วนตน สัตวสิ่ง ถูกพัดพา
ขอท่าน ทั้งหลาย ได้พินิจ
เป็นเช่นนี้ ทุกชีวิต กันทั่วหน้า
ทำไฉน ไม่เสียที ที่เกิดมา
ก่อนชีวา ย่อยยับ ไปกับกาล
ไม่ต้องว่าง ตายเกิด อยู่หลายหน
เที่ยวกวน เวียนไป ในสงสาร
มันแสนเบื่อ เหลือระอา นำรำคาญ
หยุดนิพาน กันทีเถิด ไม่เกิดเอย.
...เจดีย์น้อย สงบนิ่ง เหนือสิงขร
แต่กาลก่อน ที่เก็บอัฐิ สัตว์มากหลาย
รอบเจดีย์ นี้เล่า เกลื่อนกระจาย
สถูปทราย รายล้อม จอมอารัญ
พระสงฆ์เจ้า เฒ่าแก่ แลสูงชาติ
ยามชีวาตม์ ล่วงลับ วัยดับขันธ์
ประเพณี เมืองไชยา ถือสำคัญ
อัธินั้น ฝังลง ตรงนี้แล
คอยสถิต เตือนคน ชนรุ่นหลัง
อนิจจัง ทุกรูปนาม ตามกระแส
ต้องทิ้งร่าง ชีพวาย กายฝันแปร
ครองให้แน่ สุสานนี้ ที่ฝังดิน.
-----------------------------
เจดีย์น้อย
...บัดนี้กาล เปลี่ยนไป มิเหมือนก่อน
เจดีย์ร่อน สถูปหาย ให้เห็นผล
ไม่เที่ยงทุกข์ อนัตตา ตรำใหลวน
ทุกถ้วนตน สัตวสิ่ง ถูกพัดพา
ขอท่าน ทั้งหลาย ได้พินิจ
เป็นเช่นนี้ ทุกชีวิต กันทั่วหน้า
ทำไฉน ไม่เสียที ที่เกิดมา
ก่อนชีวา ย่อยยับ ไปกับกาล
ไม่ต้องว่าง ตายเกิด อยู่หลายหน
เที่ยวกวน เวียนไป ในสงสาร
มันแสนเบื่อ เหลือระอา นำรำคาญ
หยุดนิพาน กันทีเถิด ไม่เกิดเอย.
- ไฟล์แนบ
-
- เรื่อง "เจดีย์เขานางเอ"
- Surathani179.jpg (73.61 KiB) เข้าดูแล้ว 1093 ครั้ง
-
- เรื่อง "เจดีย์น้อย"
- Surathani178.jpg (74.05 KiB) เข้าดูแล้ว 1095 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
นอกจากงานวัดจะมีร้านมหสรรพ ร้านขายเสี่ยงสลากโชคดี ทำการขายของเปิดได้ทั้งวันเลย
- ไฟล์แนบ
-
- อยากได้จักรยานราคา ๑๐ บาท ก็เอา แต่ต้องเสี่ยงดวงตักไข่ให้ถูกหน่อยดิ
- Surathani188.jpg (65.28 KiB) เข้าดูแล้ว 1086 ครั้ง
-
- จ่ายลูกละ ๑๐ บาท ให้มือคลำหาลูกไข่ให้เจอเบอร์ "จักรยาน" เป็นรางวัลดีน่ะ
- Surathani187.jpg (73.95 KiB) เข้าดูแล้ว 1037 ครั้ง
-
- ร้านขายเสี่ยงโชค มีแจกของขวัญเยอะเพียบรวมถึงจักรยานที่อยากได้จริงจัง ต้องจ่าย ๑๐๐ บาท ตักได้ ๑๐ ลูกเผื่อฟลุ๊ดได้จักรยานเมื่อไหร่เสียที
- Surathani186.jpg (74.12 KiB) เข้าดูแล้ว 1037 ครั้ง
-
- จัดโต๊ะหมูพระพุทธรูปปางต่างๆ ตามประจำวันเกิด
- Surathani185.jpg (74.12 KiB) เข้าดูแล้ว 1040 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
กลับมาแล้วค่ะ ขอเล่าต่อ....
- ไฟล์แนบ
-
- โรงหนังตะลุงกลางคืน
- Surathani190.jpg (74.66 KiB) เข้าดูแล้ว 1023 ครั้ง
-
- ร้านกาแฟเคลื่อนที่ มีเครืองดื่มสารพัดทุกรสทำได้
- Surathani189.jpg (73.25 KiB) เข้าดูแล้ว 1025 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
ประเพณีการทอดผ้าป่า
...ประเพณีการทอดผ้าป่า มีมาแต่ครั้งพุทธกาล คือ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสรู้ใหม่ ๆ ยังไม่ได้ทรงอนุญาตให้ภิกษุรับคฤหบดีจีวร คือ จีวรที่ชาวบ้านถวายโดยเฉพาะ ทรงอนุญาตแต่เพียงให้ภิกษุแสวงหาผ้าบังสุกุล คือผ้าเปื้อนฝุ่นที่ไม่มีเจ้าของ เขาทิ้งแล้ว หรือผ้าที่เขาห่อซากศพทิ้งไว้ตามป่าช้า และเศษผ้าที่ทิ้งอยู่ตามถนนหนทาง นำมาซักฟอกตัดเย็บเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งที่ต้องการ แล้วใช้นุ่งห่ม ชนผู้นับถือพระพุทธศาสนาส่วนมากในสมัยนั้นเห็นความลำบากของภิกษุในเรื่องนี้ มีความประสงฆ์จะบำเพ็ญกุศลไม่ให้ขัดต่อพระพุทธบัญญัติ ในขณะนั้น จึงได้จัดหาผ้าที่สมควรแก่สมณบริโภคไปทอดทิ้งไว้ตามที่ต่าง ๆ โดยมากเป็นในป่าช้าที่รู้ว่าภิกษุผู้แสวงหาเดินไป เห็นจะเป็นด้วยเหตุนี้จึงได้เรียกว่า “ผ้าป่า” ในภาษาไทยเรา
...การทอดผ้าป่าที่ทำกันในประเทศไทย มีทำกันหลายอย่าง อย่างที่เรียกว่า ผ้าป่าแถมกฐิน คือ ทอดกฐินแล้วเลยทอดผ้าป่าด้วยก็มี ทำกันอย่างสัณฐานประมาณ คือ เอาเครื่องไทยธรรมบรรจุกระถาง กระบุง กระจาด หรือถังสังกะสี แล้วเอากิ่งไม้ปักเอาผ้าห้อย อุทิศตั้งไว้ตามทางที่พระเที่ยวบิณฑบาตผ่านมา หรือนำไปตั้งไว้ตาม พระอารามแล้วให้พระรู้ว่ามีผ้าป่ามาถึงที่ก็มี เครื่องผ้าป่านี้อย่างน้อยมีแต่ผ้าผืนหนึ่งห้อยกิ่งไม้ ไปปักตามที่ดังกล่าวแล้วก็มีที่ทำกันอย่างขนาดใหญ่ถึงป่าวร้องหรือ แจกฎีกาให้ทายกรับไปคนละองค์สององค์จนครบจำนวนภิกษุสามเณรทั้งวัด แล้วนำมาทอดพร้อมกันตามกำหนด ทำกันครึกครื้นถึงแห่แหนสนุกสนานประกวดประชันกันพอถึงวัดแล้วก็ประชุมถวายอุทิศต่อหน้าพระสงฆ์เช่นนี้ก็มี
...ประเพณีการทอดผ้าป่า มีมาแต่ครั้งพุทธกาล คือ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสรู้ใหม่ ๆ ยังไม่ได้ทรงอนุญาตให้ภิกษุรับคฤหบดีจีวร คือ จีวรที่ชาวบ้านถวายโดยเฉพาะ ทรงอนุญาตแต่เพียงให้ภิกษุแสวงหาผ้าบังสุกุล คือผ้าเปื้อนฝุ่นที่ไม่มีเจ้าของ เขาทิ้งแล้ว หรือผ้าที่เขาห่อซากศพทิ้งไว้ตามป่าช้า และเศษผ้าที่ทิ้งอยู่ตามถนนหนทาง นำมาซักฟอกตัดเย็บเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งที่ต้องการ แล้วใช้นุ่งห่ม ชนผู้นับถือพระพุทธศาสนาส่วนมากในสมัยนั้นเห็นความลำบากของภิกษุในเรื่องนี้ มีความประสงฆ์จะบำเพ็ญกุศลไม่ให้ขัดต่อพระพุทธบัญญัติ ในขณะนั้น จึงได้จัดหาผ้าที่สมควรแก่สมณบริโภคไปทอดทิ้งไว้ตามที่ต่าง ๆ โดยมากเป็นในป่าช้าที่รู้ว่าภิกษุผู้แสวงหาเดินไป เห็นจะเป็นด้วยเหตุนี้จึงได้เรียกว่า “ผ้าป่า” ในภาษาไทยเรา
...การทอดผ้าป่าที่ทำกันในประเทศไทย มีทำกันหลายอย่าง อย่างที่เรียกว่า ผ้าป่าแถมกฐิน คือ ทอดกฐินแล้วเลยทอดผ้าป่าด้วยก็มี ทำกันอย่างสัณฐานประมาณ คือ เอาเครื่องไทยธรรมบรรจุกระถาง กระบุง กระจาด หรือถังสังกะสี แล้วเอากิ่งไม้ปักเอาผ้าห้อย อุทิศตั้งไว้ตามทางที่พระเที่ยวบิณฑบาตผ่านมา หรือนำไปตั้งไว้ตาม พระอารามแล้วให้พระรู้ว่ามีผ้าป่ามาถึงที่ก็มี เครื่องผ้าป่านี้อย่างน้อยมีแต่ผ้าผืนหนึ่งห้อยกิ่งไม้ ไปปักตามที่ดังกล่าวแล้วก็มีที่ทำกันอย่างขนาดใหญ่ถึงป่าวร้องหรือ แจกฎีกาให้ทายกรับไปคนละองค์สององค์จนครบจำนวนภิกษุสามเณรทั้งวัด แล้วนำมาทอดพร้อมกันตามกำหนด ทำกันครึกครื้นถึงแห่แหนสนุกสนานประกวดประชันกันพอถึงวัดแล้วก็ประชุมถวายอุทิศต่อหน้าพระสงฆ์เช่นนี้ก็มี
- ไฟล์แนบ
-
- แอบนั่งข้างหลังร่วมทำบุญด้วย
- Surathani194.jpg (72.31 KiB) เข้าดูแล้ว 1050 ครั้ง
-
- ชาวบ้านจากตำบลอื่นๆ มาร่วมทำบุญ
- Surathani193.jpg (74.19 KiB) เข้าดูแล้ว 1013 ครั้ง
-
- ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ถือปิ่นโต ผ้าบังสกุลแขวนไว้กับพุ่มต้นไม้
- Surathani192.jpg (73.13 KiB) เข้าดูแล้ว 1016 ครั้ง
-
- ตรงหน้าคือผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายกเทศบาลอำเภอกาญจนดิษฐ์
- Surathani191.jpg (74.51 KiB) เข้าดูแล้ว 1016 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
พิธีทอดผ้าป่านี้จะแบบไหน ก็ตามข้อสำคัญมีอยู่ว่าให้อุทิศเป็นผ้าป่าจริง ๆ อย่าถวายแก่ใครโดยเฉพาะ
ถ้าทอดลับหลังพระสงฆ์ผู้รับเพียงแต่ตั้งใจขณะทอดว่าขออุทิศผ้าและเครื่องบริวารเหล่านี้แก่ภิกษุผู้ต้องการผ้าบังสุกุลมาถึงเฉพาะหน้า
เท่านี้ก็ได้ชื่อว่าทอดและถวายผ้าป่าแล้ว
แต่ถ้าเป็นการทอดหมู่ต่อหน้าสงฆ์ผู้รับ หัวหน้าทายกพึงนำว่าคำอุทิศถวายเป็นคำ ๆ ทั้งคำบาลี และคำแปล
ฉันบอกว่า "ทำไมมีพุ่มต้นไม้เรียงแถวหน้าวัดค่ะ" ...แม่บอกว่า "จัดพุ่มต้นไม้เหมือนต้นไม้ป่าในเขาพระสุเมร เอาผ้าบังสกุลแขวนไว้บนกิ่งต้นไม้ให้พระมารับ ผู้ถวายได้บุญผลดีด้วย" เอ..แปลกดี เห็นพุ่มต้นไม้มีเครื่องประดับตกแต่งเหมือนของกินของใช้ถวายพระภิกษุสงฆ์
ถ้าทอดลับหลังพระสงฆ์ผู้รับเพียงแต่ตั้งใจขณะทอดว่าขออุทิศผ้าและเครื่องบริวารเหล่านี้แก่ภิกษุผู้ต้องการผ้าบังสุกุลมาถึงเฉพาะหน้า
เท่านี้ก็ได้ชื่อว่าทอดและถวายผ้าป่าแล้ว
แต่ถ้าเป็นการทอดหมู่ต่อหน้าสงฆ์ผู้รับ หัวหน้าทายกพึงนำว่าคำอุทิศถวายเป็นคำ ๆ ทั้งคำบาลี และคำแปล
- ไฟล์แนบ
-
- ข้างนอกมีพุ่มต้นไม้เรียงแถว รอพระภิกษุลงมารับผ้าบังสกุล
- Surathani197.jpg (74.32 KiB) เข้าดูแล้ว 1008 ครั้ง
-
- นั่งรอ
- Surathani198.jpg (73.5 KiB) เข้าดูแล้ว 1008 ครั้ง
-
- ครอบครัวยกชุดใหญ่มานั่งไหว้พระสวดอยู่
- Surathani196.jpg (74.41 KiB) เข้าดูแล้ว 1010 ครั้ง
-
- ผู้คนมาร่วมคับคั่งเต็มที่นั่งหมด
- Surathani195.jpg (73.56 KiB) เข้าดูแล้ว 1011 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
...การทอดผ้าป่านั้น เคยมีมาแต่ครั้งพุทธกาล ที่เป็นครั้งสำคัญที่สุดก็คือ เมื่อครั้งนางบุณณทาสี ธิดาของเศรษฐีตระกูลหนึ่งถึงแก่มรณะ เจ้าภาพก็เอาผ้าเนื้อดี ทอดเป็นผ้ามหาบังสุกุลนี้ ได้บังเกิดมหาอัศจรรย์ มีแผ่นดินไหวถึงเจ็ดครั้ง มหาชนต่างก็นิยมการทอดผ้าป่าแต่นั้นเป็นลำดับมา แต่ก็ไม่ได้จำกัดเวลาว่า จะทอดกันเวลาไหน เมื่อใครจะมีศรัทธา และพร้อมเมื่อไรก็สามารถทอดถวายแด่พระสงฆ์ได้ทันที
ส่วนการทอดผ้าป่าแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาในวัดต่าง ๆ ในวันออกพรรษาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ นิยมจัดผ้าอันเป็นบังสุกุลจีวร พร้อมด้วยเครื่องบริวารต่าง ๆ ที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ ผ้าหนึ่งผืน เพื่อให้พระสงฆ์พิจารณา และ อาหารปิ่นโต ๑ เถา เพื่อถวายให้พระท่านได้ฉัน ส่วนสิ่งของนอกจากที่กล่าวมานั้นก็มีการจัดถวายพระสงฆ์ตามกำลังศรัทธา โดยนิยมจัดพุ่มผ้าป่าไว้บริเวณหน้าบ้าน มีเลขหมายประจำพุ่มไว้ บางบ้านก็จัดทำพุ่มผ้าป่าอย่างงดงามและมีการประกวดกัน มีกรรมการซึ่งทางเทศบาลได้จัดตั้งขึ้นพิจารณาให้ได้รับรางวัล เป็นเกียรติ เป็นที่ระลึกในการบำเพ็ญกุศล ผู้จัดการคือเทศบาลและอำเภอร่วมกัน ได้นำสลากนั้น ๆ ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยไม่จำเพาะเจาะจงแล้วแต่ท่านจะจับสลากได้แล้ว ก็นิมนต์ไปชักผ้าป่าตามสถานที่นั้น ๆ ในเวลาเช้าตั้งแต่ ๐๖.๐๐ น. เป็นต้นไป อันนับว่าเป็นกุศลสังฆทานในพระพุทธศาสนาประการหนึ่ง
ส่วนการทอดผ้าป่าแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาในวัดต่าง ๆ ในวันออกพรรษาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ นิยมจัดผ้าอันเป็นบังสุกุลจีวร พร้อมด้วยเครื่องบริวารต่าง ๆ ที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ ผ้าหนึ่งผืน เพื่อให้พระสงฆ์พิจารณา และ อาหารปิ่นโต ๑ เถา เพื่อถวายให้พระท่านได้ฉัน ส่วนสิ่งของนอกจากที่กล่าวมานั้นก็มีการจัดถวายพระสงฆ์ตามกำลังศรัทธา โดยนิยมจัดพุ่มผ้าป่าไว้บริเวณหน้าบ้าน มีเลขหมายประจำพุ่มไว้ บางบ้านก็จัดทำพุ่มผ้าป่าอย่างงดงามและมีการประกวดกัน มีกรรมการซึ่งทางเทศบาลได้จัดตั้งขึ้นพิจารณาให้ได้รับรางวัล เป็นเกียรติ เป็นที่ระลึกในการบำเพ็ญกุศล ผู้จัดการคือเทศบาลและอำเภอร่วมกัน ได้นำสลากนั้น ๆ ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยไม่จำเพาะเจาะจงแล้วแต่ท่านจะจับสลากได้แล้ว ก็นิมนต์ไปชักผ้าป่าตามสถานที่นั้น ๆ ในเวลาเช้าตั้งแต่ ๐๖.๐๐ น. เป็นต้นไป อันนับว่าเป็นกุศลสังฆทานในพระพุทธศาสนาประการหนึ่ง
- ไฟล์แนบ
-
- พระภิกษุ พระสงฆ์ สามเณร เพิ่งลงมาจากศาลาเปรียญ หลังจากจบเทศนาเสร็จแล้ว เดินไปตามใบสั่งเบอร์ที่ผู้จองพุ่มต้นไม้ไว้ที่นั่น
- Surathani201.jpg (73.83 KiB) เข้าดูแล้ว 1037 ครั้ง
-
- ผ้าบังสกุล แขวนไว้กับพุ่มต้นไม้ มีป้ายเบอร์เขียนไว้ตามลำดับ
- Surathani200.jpg (74.13 KiB) เข้าดูแล้ว 1041 ครั้ง
-
- จัดพุ่มต้นไม้ผ้าป่าดูให้สวยดี ได้ยินว่ามีการประกวดพุ่มต้นทอดผ้าป่ามีด้วย
- Surathani199.jpg (74.43 KiB) เข้าดูแล้ว 1115 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
สำหรับภิกษุผู้ชักผ้าป่า ไม่ว่าผ้าป่าแบบไหน พึงยืนสงบตรงหน้าผ้าเอื้อมมือขวาจับผ้า ให้จับหงายมือ อย่าจับคว่ำมือ แล้วกล่าววาจา หรือบริกรรมในใจว่า
"อิมํ ปํสุกูลจีวรํ อสฺสามิกํ มยฺหํ ปาปุณาติ"
ผ้าบังสุกุลผืนนี้ เป็นผืนที่ไม่มีเจ้าของหวงแหนย่อมถึงแก่ข้าพเจ้า ดังนี้ (บางอาจารย์เติมคำชักผ้าป่าเข้าในระหว่าง อสฺสามิกํ... มยฺหํ เป็นคำว่า "อิมํ ปํสุกูลจีวรํ อสฺสามิกํ โหติ อชฺช มยฺหํ ปาปุณาติ" ก็มี) กล่าววาจาหรือทำบริกรรมในใจจบแล้วชักผ้านั้นมา เป็นอันเสร็จพิธี
แต่ถ้าเป็นผ้าป่าถวายหมู่เมื่อชักแล้ว พึงอนุโมทนาด้วยบท วิเสสอนุโมทนา ในทานนี้นิยมใช้ บท สพฺพพุทธานุภาเวน... หากเป็นผ้าป่าเฉพาะรูป อนุโมทนาด้วยสามัญอนุโมทนาเท่านั้นก็ได้
ถ้าพระสงฆ์อนุโมทนา ทายกพึงกรวดน้ำขณะพระว่า ยถา... แล้วประณมมือรับพรไปจนจบ เป็นอันเสร็จพิธี.
"อิมํ ปํสุกูลจีวรํ อสฺสามิกํ มยฺหํ ปาปุณาติ"
ผ้าบังสุกุลผืนนี้ เป็นผืนที่ไม่มีเจ้าของหวงแหนย่อมถึงแก่ข้าพเจ้า ดังนี้ (บางอาจารย์เติมคำชักผ้าป่าเข้าในระหว่าง อสฺสามิกํ... มยฺหํ เป็นคำว่า "อิมํ ปํสุกูลจีวรํ อสฺสามิกํ โหติ อชฺช มยฺหํ ปาปุณาติ" ก็มี) กล่าววาจาหรือทำบริกรรมในใจจบแล้วชักผ้านั้นมา เป็นอันเสร็จพิธี
แต่ถ้าเป็นผ้าป่าถวายหมู่เมื่อชักแล้ว พึงอนุโมทนาด้วยบท วิเสสอนุโมทนา ในทานนี้นิยมใช้ บท สพฺพพุทธานุภาเวน... หากเป็นผ้าป่าเฉพาะรูป อนุโมทนาด้วยสามัญอนุโมทนาเท่านั้นก็ได้
ถ้าพระสงฆ์อนุโมทนา ทายกพึงกรวดน้ำขณะพระว่า ยถา... แล้วประณมมือรับพรไปจนจบ เป็นอันเสร็จพิธี.
- ไฟล์แนบ
-
- หลังรับผ้าป่าได้แล้ว ชาวบ้านจัดปิ่นโตถวายพระฉัน พระภิกษุนั่งลงมารับฉันเพล ก่อนเที่ยง
- Surathani206.jpg (74.9 KiB) เข้าดูแล้ว 1032 ครั้ง
-
- ร่วมอนุโมทนาบุญให้ด้วย
- Surathani205.jpg (74.89 KiB) เข้าดูแล้ว 1031 ครั้ง
-
- แม่ลูกสองจัดปิ่นโตทำอาหารประเคนสามเณรรับฉันเพล
- Surathani204.jpg (73.29 KiB) เข้าดูแล้ว 1032 ครั้ง
-
- พระเดินมายืนรับผ้าไปแล้ว กล่าววาจาให้ชาวบ้านรับไหว้ฟังนิมนต์
- Surathani203.jpg (74.24 KiB) เข้าดูแล้ว 1033 ครั้ง
-
- เริ่มรับทอดผ้าป่าแล้ว รับฉันเพลต่อ
- Surathani202.jpg (73.96 KiB) เข้าดูแล้ว 1035 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
ชีวประวัติเจ้าของต้นตำรับจัดงานประเพณีทอดผ้าป่า

ภาพถ่าย "นางพยอม สารสิน" ผู้ริเริ่มงานประเพณีทอดผ้าป่าออกพรรษาของวัดท่าไทร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นมรดกไทย มรดกโลก
...ประเพณีการทอดผ้าป่าในเทศกาลวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามที่ได้กระทำกันอยู่ ณ บัดนี้ ได้มี นางพยอมนามสกุลเดิม คือ เริ่มก่อสกุล (ธิดาของนายเอม นางขำ เริ่มก่อสกุล) ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตลาดท่าทองใหม่ ตำบลท่าองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นผู้ริเริ่มจัดให้มีประเพณีทอดผ้าป่าออกพรรษาขึ้น ณ วัดท่าไทร ตำบลท่าองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุกวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ (หลังออกพรรษา ๑ วัน) ขณะเดียวกันได้จัดให้มีการชักพระ (ชักลากพระ) โดยใช้เรือทางน้ำ เรือทางบก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะบูชาให้เกิดสิริมงคลในโอกาสออกพรรษา เทียบเคียงการจัดฉลองวันเทโวโรหณะในอดีตกาลครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ และมีการละเล่นกีฬาทั้งทางบกและทางน้ำอย่างสนุกสนาน ซึ่งประเพณีดังกล่าวยังคงได้รับการอนุรักษ์ให้มีอยู่จวบจนกระทั่งปัจจุบัน
...ต่อมานางพยอม เริ่มก่อสกุล ต่อมาภายหลัง สมรสกับนายฉาย สารสิน จึงได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น สารสิน ตามสามี ได้ย้ายไปอยู่ กับสามี ที่ตรอกไม้ไผ่งาช้าง ข้างวัดกลาง ในตลอดบ้านดอน และได้ได้จัดให้มีประเพณีดังกล่าวขึ้นอีกที่บ้านดอน (อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ในปัจจุบัน) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ โดยเริ่มแรกได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จากวัดท่าไทรเป็นหลักในการไปพิจารณาผ้าบังสุกุล ซึ่งภายหลังเจ้าอาวาสวัดท่าไทรในขณะนั้น ก็ได้แนะนำให้นิมต์พระภิกษุซึ่งจำพรรษาอยู่ในวัดที่อยู่ในบ้านดอนซึ่งใกล้บ้านไปพิจารณาชักผ้าบังสุกุล (ผ้าป่า)ด้วย จึงถือเป็นประเพณีปฏิบัติซึ่งได้กระทำกันสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
...ครั้นกาลล่วงมาถึง หลวงพ่อชม คุณาราโม (ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูดิตถารามคณาศัย) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าไทร พ.ศ. ๒๔๗๑ ท่านได้พิจารณาเห็นว่าไม่เป็นการสะดวกแก่พระภิกษุสามเณรในการที่จะไปพิจารณาผ้าบังสุกุล (ชักผ้าป่า) ซึ่งนางพยอมได้นิมนต์เอาไว้ เพราะจัดในวันเดียวกันกับประชาชนพุทธบริษัทบ้านท่าทองใหม่ จึงได้เลื่อนการจัดประเพณีดังกล่าวของวัดท่าไทรจากวันแรม ๑ ค่ำ ไปเป็น แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ (หลังจากที่นางพะยอมจัดทำและทอดผ้าป่าที่ตลอดล่าง บ้านดอนเป็นเวลา ๗ วัน)
...และต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๒ (๑๒ พ.ย. ๒๕๒๒) พระครูดิตถารามคณาศัย ได้มรณภาพลง
...พ.ศ. ๒๕๒๒ พระมหาสนอง วิโรจโน ป.ธ. ๙ ได้รับหน้าที่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดท่าไทร และได้สืบสานประเพณีดังกล่าวไว้เช่นเดิม
...ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๓ พระมหาชูชาติ กนฺตวณฺโณ(พระราชทินนามปัจจุบัน คือ พระราชพิพัฒนาภรณ์) ได้เป็นเจ้าอาวาส และท่านได้พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้เกิดกายสามัคคีจึงได้ริเริ่มให้จัดตั้งพุ่มผ้าป่าในบริเวณวัดท่าไทรแทนการตั้งพุ่มที่บ้านของชาวบ้านเหมือนครั้งในอดีต ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นต้นมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
โดย... พระมหาบุญโฮม ปริปุณฺณสีโล (ไชยฤทธิ์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าไทร
(เขียนลงใน นสพ.กระแสข่าว (ภาคใต้) ฉบับประจำเดือน พ.ย. ๒๕๔๗ หน้า ๑๒ คอลัมน์ศาสนา
ที่มาจากเว็บไซต์วัดท่าไทร
ภาพถ่าย "นางพยอม สารสิน" ผู้ริเริ่มงานประเพณีทอดผ้าป่าออกพรรษาของวัดท่าไทร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นมรดกไทย มรดกโลก
...ประเพณีการทอดผ้าป่าในเทศกาลวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามที่ได้กระทำกันอยู่ ณ บัดนี้ ได้มี นางพยอมนามสกุลเดิม คือ เริ่มก่อสกุล (ธิดาของนายเอม นางขำ เริ่มก่อสกุล) ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตลาดท่าทองใหม่ ตำบลท่าองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นผู้ริเริ่มจัดให้มีประเพณีทอดผ้าป่าออกพรรษาขึ้น ณ วัดท่าไทร ตำบลท่าองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุกวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ (หลังออกพรรษา ๑ วัน) ขณะเดียวกันได้จัดให้มีการชักพระ (ชักลากพระ) โดยใช้เรือทางน้ำ เรือทางบก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะบูชาให้เกิดสิริมงคลในโอกาสออกพรรษา เทียบเคียงการจัดฉลองวันเทโวโรหณะในอดีตกาลครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ และมีการละเล่นกีฬาทั้งทางบกและทางน้ำอย่างสนุกสนาน ซึ่งประเพณีดังกล่าวยังคงได้รับการอนุรักษ์ให้มีอยู่จวบจนกระทั่งปัจจุบัน
...ต่อมานางพยอม เริ่มก่อสกุล ต่อมาภายหลัง สมรสกับนายฉาย สารสิน จึงได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น สารสิน ตามสามี ได้ย้ายไปอยู่ กับสามี ที่ตรอกไม้ไผ่งาช้าง ข้างวัดกลาง ในตลอดบ้านดอน และได้ได้จัดให้มีประเพณีดังกล่าวขึ้นอีกที่บ้านดอน (อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ในปัจจุบัน) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ โดยเริ่มแรกได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จากวัดท่าไทรเป็นหลักในการไปพิจารณาผ้าบังสุกุล ซึ่งภายหลังเจ้าอาวาสวัดท่าไทรในขณะนั้น ก็ได้แนะนำให้นิมต์พระภิกษุซึ่งจำพรรษาอยู่ในวัดที่อยู่ในบ้านดอนซึ่งใกล้บ้านไปพิจารณาชักผ้าบังสุกุล (ผ้าป่า)ด้วย จึงถือเป็นประเพณีปฏิบัติซึ่งได้กระทำกันสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
...ครั้นกาลล่วงมาถึง หลวงพ่อชม คุณาราโม (ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูดิตถารามคณาศัย) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าไทร พ.ศ. ๒๔๗๑ ท่านได้พิจารณาเห็นว่าไม่เป็นการสะดวกแก่พระภิกษุสามเณรในการที่จะไปพิจารณาผ้าบังสุกุล (ชักผ้าป่า) ซึ่งนางพยอมได้นิมนต์เอาไว้ เพราะจัดในวันเดียวกันกับประชาชนพุทธบริษัทบ้านท่าทองใหม่ จึงได้เลื่อนการจัดประเพณีดังกล่าวของวัดท่าไทรจากวันแรม ๑ ค่ำ ไปเป็น แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ (หลังจากที่นางพะยอมจัดทำและทอดผ้าป่าที่ตลอดล่าง บ้านดอนเป็นเวลา ๗ วัน)
...และต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๒ (๑๒ พ.ย. ๒๕๒๒) พระครูดิตถารามคณาศัย ได้มรณภาพลง
...พ.ศ. ๒๕๒๒ พระมหาสนอง วิโรจโน ป.ธ. ๙ ได้รับหน้าที่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดท่าไทร และได้สืบสานประเพณีดังกล่าวไว้เช่นเดิม
...ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๓ พระมหาชูชาติ กนฺตวณฺโณ(พระราชทินนามปัจจุบัน คือ พระราชพิพัฒนาภรณ์) ได้เป็นเจ้าอาวาส และท่านได้พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้เกิดกายสามัคคีจึงได้ริเริ่มให้จัดตั้งพุ่มผ้าป่าในบริเวณวัดท่าไทรแทนการตั้งพุ่มที่บ้านของชาวบ้านเหมือนครั้งในอดีต ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นต้นมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
โดย... พระมหาบุญโฮม ปริปุณฺณสีโล (ไชยฤทธิ์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าไทร
(เขียนลงใน นสพ.กระแสข่าว (ภาคใต้) ฉบับประจำเดือน พ.ย. ๒๕๔๗ หน้า ๑๒ คอลัมน์ศาสนา
ที่มาจากเว็บไซต์วัดท่าไทร
- ไฟล์แนบ
-
- เข้าไปที่กุฎิเจ้าอาวาส
- Surathani210.jpg (74.95 KiB) เข้าดูแล้ว 1027 ครั้ง
-
- ท่านพระมหาชูชาติ เจ้าอาวาสวัดท่าไทร เดินมารับผ้าป่าแล้ว หันไปบอกแม่ว่า "จำได้ โยมพี่เอื้อน(ชื่อของแม่ฉันเอง)กลับมาเมื่อไหร่"
- Surathani209.jpg (74.5 KiB) เข้าดูแล้ว 1028 ครั้ง
-
- ท่านเจ้าอาวาสเดินรับทอดผ้าป่าตามเรียงพุ่มต้นไม้ที่ชาวบ้านนั่งรอนิมนต์พระ
- Surathani208.jpg (74.34 KiB) เข้าดูแล้ว 1029 ครั้ง
-
- แม่ฉันยังไม่ได้จัดการเรื่องพุ่มต้นไม้นั้น เดินไปขอร่วมทำบุญกับชาวบ้านคนหนึ่งที่ไม่รู้จักกัน สามารถร่วมสามัคคีทำบุญด้วยกันได้
- Surathani207.jpg (74.62 KiB) เข้าดูแล้ว 1030 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
ฉันบอกว่าท่านเจ้าอาวาสวัดท่าไทร มีชื่อว่า "พระเทพพิพัฒนาภรณ์" (ชูชาติ กนฺตวณฺโณ -พัฒนเจริญ) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ท่านพระมหาชูชาติ"
วุฒิ ป.ธ.๕, น.ธ.เอก, ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต กิตติมศักดิ์ ขณะนี้มีอายุ ๖๘ พรรษา ๔๖ ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าไทร และเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี พระปริยัตินิเทศก์จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซึ่งมีเกี่ยวข้องกับแม่ฉันคือ เป็นน้องชายคนสุดท้องในครอบครัวตาชื่น-ยายมล นับเป็นญาติเครือเดียวกัน ฉันเป็นหลานเจ้าอาวาสค่ะ
วัดท่าไทร เป็นวัดที่เก่าแก่ ซึ่งสร้างและตั้งเป็นวัดมากว่า ๓๔๗ ปี (พ.ศ. ๒๕๔๗ - ๒๒๐๐ = ๓๔๗ ปี)
วุฒิ ป.ธ.๕, น.ธ.เอก, ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต กิตติมศักดิ์ ขณะนี้มีอายุ ๖๘ พรรษา ๔๖ ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าไทร และเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี พระปริยัตินิเทศก์จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซึ่งมีเกี่ยวข้องกับแม่ฉันคือ เป็นน้องชายคนสุดท้องในครอบครัวตาชื่น-ยายมล นับเป็นญาติเครือเดียวกัน ฉันเป็นหลานเจ้าอาวาสค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- พระเทพพิพัฒนาภรณ์ (ชูชาติ กนฺตวณฺโณ ป.ธ.5,น.ธ.เอก) เจ้าอาวาสวัดท่าไทร และเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี
- Surathani213.jpg (73.53 KiB) เข้าดูแล้ว 1024 ครั้ง
-
- โยมพี่ช่วยอบรมสั่งสอนหลานออยด้วย
- Surathani212.jpg (67.63 KiB) เข้าดูแล้ว 1026 ครั้ง
-
- คุณแม่บริจาคเงินทำบุญพันบาทให้ท่านพระมหาชูชาติ
- Surathani211.jpg (74.15 KiB) เข้าดูแล้ว 1027 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
ประเพณีห่อข้าวต้มลูกโยนออกพรรษา
โดยจัดให้มีการห่อข้าวต้มลูกโยนเพื่อแจกจ่ายกันนำไปรับประทาน เนื่องใน “งานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า ประจำปีของจังหวัด สุราษฎร์ธานี” เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของไทย
...วัดท่าไทร อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี จัดให้มีการห่อข้าวต้มลูกโยน (ภาษาถิ่นเรียก แทงต้ม) เพื่อสืบสานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสืบสานประเพณีห่อข้าวต้มลูกโยนของชาวพุทธให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน
โดยในแต่ละปีจะมีชาวบ้านหลายร้อยคนจากหลายอำเภอทั้งใกล้ ไกล ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและต่างจังหวัด ได้ร่วมกันทำขนมต้ม ในวันขึ้น ๑๔ - ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (ในเทศกาลวันออกพรรษา) ของทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ตั้งแต่เช้ามืด จนกระทั่งดึก ชาวบ้านจะพร้อมใจกันเดินทางมายังวัดท่าไทร เพื่อร่วมกันห่อข้าวต้มลูกโยนที่วัดท่าไทร ด้วยความสมัครสมานสามัคคีกัน เพื่อจะได้ใช้ทำบุญตักบาตร และแจกจ่ายประชาชนที่มาร่วมงานบุญชักพระ-ทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่จะมีขึ้นในเช้าตรู่ของวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ โดยคณะพุทธบริษัทจะนำขนมต้มไปไว้ในรถพนมพระ และแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาทำบุญและร่วมงานประเพณีชักพระของสุราษฎร์ธานี
...สำหรับการทำขนมต้มของวัดท่าไทร กระทำสืบทอดมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ เป็นต้นมา พร้อมกับประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือวันออกพรรษา โดยเจริญรอยตามแบบอย่างชาวพุทธครั้งในอดีต ตามพุทธประวัติที่ปรากฏว่า พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อเทศนาอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดาจนครบไตรมาสแล้ว ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ จึงเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่ประตูเมืองสังกัสสะ ประชาชนพากันไปต้อนรับพระพุทธองค์และทำบุญตักบาตรอย่างเนืองแน่น และได้มีการห่อข้าวต้มลูกโยน ทำบุญใส่บาตรตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ซึ่งการจัดทำข้าวต้มลูกโยน ในแต่ละปีจะมีจำนวนประมาณ ๖๔ - ๙๙ ถัง ตามโอกาสที่เห็นสมควร ด้วยความร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจของพุทธศาสนิกชน
ขั้นตอนการทำนั้น คือ การผัดข้าวเหนียวด้วยกะทิสด พอได้ที่แล้วก็จะใส่ถั่ว และน้ำตาล จนได้ที่ ก่อนมาห่อด้วยใบกะพ้อ ที่สอดมัดกันเองโดยไม่ต้องใช้ตอกหรือเชือก และ "ห่อมัด" ซึ่งคล้ายกับห่อต้ม ต่างกันก็แต่ห่อด้วยใบจากหรือมะพร้าวอ่อน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวประมาณ 4-5 นิ้ว แล้วใช้เชือกมัดเป็นเปลาะ ๆ ก่อนนำไปต้มแล้วนำไปนึ่งประมาณ ๔๕ นาที จึงจะสุกนำมารับประทาน และแจกจ่ายได้
-------------------------------------------------------------------------------------------
"ให้ฉันเหรอคะ" ฉันสงสัยที่ไม่เคยรู้เรื่อง ท่านเจ้าอาวาสบอกว่าเป็น "ข้าวต้มลูกโยน" เอาแจกให้หนูออยกลับบ้านกินได้เลยนะ
กินได้หรือ? น้อมรับไหว้ขอขอบคุณ หยิบไป ๕ ถุง (ถุงหนึ่งมี ๕ มัด)
โดยจัดให้มีการห่อข้าวต้มลูกโยนเพื่อแจกจ่ายกันนำไปรับประทาน เนื่องใน “งานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า ประจำปีของจังหวัด สุราษฎร์ธานี” เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของไทย
...วัดท่าไทร อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี จัดให้มีการห่อข้าวต้มลูกโยน (ภาษาถิ่นเรียก แทงต้ม) เพื่อสืบสานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสืบสานประเพณีห่อข้าวต้มลูกโยนของชาวพุทธให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน
โดยในแต่ละปีจะมีชาวบ้านหลายร้อยคนจากหลายอำเภอทั้งใกล้ ไกล ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและต่างจังหวัด ได้ร่วมกันทำขนมต้ม ในวันขึ้น ๑๔ - ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (ในเทศกาลวันออกพรรษา) ของทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ตั้งแต่เช้ามืด จนกระทั่งดึก ชาวบ้านจะพร้อมใจกันเดินทางมายังวัดท่าไทร เพื่อร่วมกันห่อข้าวต้มลูกโยนที่วัดท่าไทร ด้วยความสมัครสมานสามัคคีกัน เพื่อจะได้ใช้ทำบุญตักบาตร และแจกจ่ายประชาชนที่มาร่วมงานบุญชักพระ-ทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่จะมีขึ้นในเช้าตรู่ของวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ โดยคณะพุทธบริษัทจะนำขนมต้มไปไว้ในรถพนมพระ และแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาทำบุญและร่วมงานประเพณีชักพระของสุราษฎร์ธานี
...สำหรับการทำขนมต้มของวัดท่าไทร กระทำสืบทอดมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ เป็นต้นมา พร้อมกับประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือวันออกพรรษา โดยเจริญรอยตามแบบอย่างชาวพุทธครั้งในอดีต ตามพุทธประวัติที่ปรากฏว่า พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อเทศนาอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดาจนครบไตรมาสแล้ว ถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ จึงเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่ประตูเมืองสังกัสสะ ประชาชนพากันไปต้อนรับพระพุทธองค์และทำบุญตักบาตรอย่างเนืองแน่น และได้มีการห่อข้าวต้มลูกโยน ทำบุญใส่บาตรตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ซึ่งการจัดทำข้าวต้มลูกโยน ในแต่ละปีจะมีจำนวนประมาณ ๖๔ - ๙๙ ถัง ตามโอกาสที่เห็นสมควร ด้วยความร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจของพุทธศาสนิกชน
ขั้นตอนการทำนั้น คือ การผัดข้าวเหนียวด้วยกะทิสด พอได้ที่แล้วก็จะใส่ถั่ว และน้ำตาล จนได้ที่ ก่อนมาห่อด้วยใบกะพ้อ ที่สอดมัดกันเองโดยไม่ต้องใช้ตอกหรือเชือก และ "ห่อมัด" ซึ่งคล้ายกับห่อต้ม ต่างกันก็แต่ห่อด้วยใบจากหรือมะพร้าวอ่อน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวประมาณ 4-5 นิ้ว แล้วใช้เชือกมัดเป็นเปลาะ ๆ ก่อนนำไปต้มแล้วนำไปนึ่งประมาณ ๔๕ นาที จึงจะสุกนำมารับประทาน และแจกจ่ายได้
-------------------------------------------------------------------------------------------
- ไฟล์แนบ
-
- นี่ หล่ะ ข้าวต้มลูกโยนแบบโบราณ ที่กินได้หลังพระฉันเพล แล้วแจกให้ชาวบ้านรับไป
- Surathani214.jpg (71.61 KiB) เข้าดูแล้ว 1019 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
หลังจากเสร็จงานแล้ว เดินข้ามถนนไปกินข้าวเที่ยงที่ ร้านกันลืม ตรงข้ามหน้าวัดท่าไทร ของกินอร่อยสมชื่อว่า สูตรแม่ครัวกันลืม เป็นไปได้จริงมั้ย
- ไฟล์แนบ
-
- ริมถนนยังมีจัดพุ่มต้นไม้ทอดผ้าป่าอยู่หน้าบ้าน
- Surathani217.jpg (74.48 KiB) เข้าดูแล้ว 998 ครั้ง
-
- ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ชื่อ "กันลืม"
- Surathani216.jpg (74.42 KiB) เข้าดูแล้ว 1018 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
เมื่อกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว ขึ้นรถสองแถวไปส่งที่วัดเขาแก้ว ตำบลทุ่งกง อำเภอกาญจนดิษฐ์ ห่างกันใกล้วัดท่าไทรไม่ไกลมาก ซึ่งมีเนินเป็นภูเขาสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร คุณแม่บอกว่า เดี๋ยวแวะไปเยี่ยมหลวงปู่ด้วยนะ
ฉันได้เข้ามารำลึกเมื่อตอนเด็กๆ เคยวิ่งไต่ปีนเขาบนยอดเขา มีอุโบสถ์เก่าร้าง และสุสานที่ฝังศพหลายร้อยคนที่เก่าแก่ที่สุด และมีน้ำผุดบนยอดเขาด้วย ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่าต่อจากชาวบ้านบอกว่า
"เขาแก้ว" เป็นเขาเล็ก ๆ อยู่ในเขตตำบลทุ่งกง อำเภอกาญจนดิษฐ์ มีวัดอยู่ ๑ วัด เรียกว่า "วัดเขาแก้ว" มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่าแต่เดิมบนยอดเขานี้มีแก้วส่องไปไกลถึงทะเลบ้านดอน ต่อมาได้มีผู้มาเอาแก้วบนเขานี้ไปเสีย คนจึงเรียกเขานี้ว่า เขาแก้ว ที่เชิงเขามีน้ำพุใสสะอาดอยู่แห่งหนึ่ง น้ำจากน้ำพุแห่งนี้เรียกว่าน้ำเขาแก้ว นำไปประกอบพระราชพิธี
แต่ตอนนี้สิ่งแวดล้อมรอบตัวในวัดกำลังจะหายไปด้วย เพราะขาดคนดูแลรักษาอนุรักษ์ไว้ค่ะ
ฉันได้เข้ามารำลึกเมื่อตอนเด็กๆ เคยวิ่งไต่ปีนเขาบนยอดเขา มีอุโบสถ์เก่าร้าง และสุสานที่ฝังศพหลายร้อยคนที่เก่าแก่ที่สุด และมีน้ำผุดบนยอดเขาด้วย ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่าต่อจากชาวบ้านบอกว่า
"เขาแก้ว" เป็นเขาเล็ก ๆ อยู่ในเขตตำบลทุ่งกง อำเภอกาญจนดิษฐ์ มีวัดอยู่ ๑ วัด เรียกว่า "วัดเขาแก้ว" มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่าแต่เดิมบนยอดเขานี้มีแก้วส่องไปไกลถึงทะเลบ้านดอน ต่อมาได้มีผู้มาเอาแก้วบนเขานี้ไปเสีย คนจึงเรียกเขานี้ว่า เขาแก้ว ที่เชิงเขามีน้ำพุใสสะอาดอยู่แห่งหนึ่ง น้ำจากน้ำพุแห่งนี้เรียกว่าน้ำเขาแก้ว นำไปประกอบพระราชพิธี
แต่ตอนนี้สิ่งแวดล้อมรอบตัวในวัดกำลังจะหายไปด้วย เพราะขาดคนดูแลรักษาอนุรักษ์ไว้ค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- หน้าศาลาเปรียญเก่าที่ทรุดโทรม
- Surathani221.jpg (74.52 KiB) เข้าดูแล้ว 1009 ครั้ง
-
- กุฎิเก่ายังคงเดิมไว้
- Surathani220.jpg (73.8 KiB) เข้าดูแล้ว 1012 ครั้ง
-
- ต้นไทรยังอยู่โตมากขึ้น
- Surathani219.jpg (74.14 KiB) เข้าดูแล้ว 1013 ครั้ง
-
- วัดเขาแก้ว เป็นวัดเก่าแก่ติดภูเขาหัวโค้ง ที่จะมองเห็นได้ว่ามาถึงวัดเขาแก้วแล้ว
- Surathani218.jpg (73.66 KiB) เข้าดูแล้ว 1012 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
เก็บตกจากวัดเขาแก้วยังมีของเก่ารักษาซากหอยเบี้ยยักษ์สะสมไว้เพื่อเป็นที่แขวนหน้าศาลา
- ไฟล์แนบ
-
- ไก่แจ้ เดินหนีหน้ากล้องฉันแอบถ่าย แต่ไก่แจ้เห็นรู้แล้วเมินเลย
- Surathani229.jpg (73.13 KiB) เข้าดูแล้ว 1004 ครั้ง
-
- หอยเบี้ยเก่าที่แขวนไว้ยังเหมือนเดิม
- Surathani228.jpg (72.2 KiB) เข้าดูแล้ว 1004 ครั้ง
-
- หอยอะไรไม่รู้ มีขนาดใหญ่เท่ากับฝ่ามือสองเท่าอุ้มได้ ถ้าของจริงก็มีน้ำหนักมากกว่านี้
- Surathani227.jpg (71.61 KiB) เข้าดูแล้ว 1007 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
เยี่ยมอดีตท่านเจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว ยังป่วยเป็นอาพาธอยู่มานานสิบปีกว่า ยังทนอยู่ได้ แต่ความทรงจำค่อนข้างเลือนหน่อย แม้ว่าจำคุณแม่ได้ง่ายกว่าหลานนี่..จำบ่ได้ค่ะ
...ฉันบอกว่าคุณแม่เอื้อน เคยมาบวชเป็นแม่ชีจำวัดเขาแก้วมานานแล้วตั้งแต่แตกสาวค่ะ
...ฉันบอกว่าคุณแม่เอื้อน เคยมาบวชเป็นแม่ชีจำวัดเขาแก้วมานานแล้วตั้งแต่แตกสาวค่ะ
- ไฟล์แนบ
-
- อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว
- Surathani226.jpg (72.32 KiB) เข้าดูแล้ว 1000 ครั้ง
-
- กำลังอ่านหนังสือที่คุณแม่ถวายให้
- Surathani225.jpg (71.68 KiB) เข้าดูแล้ว 1002 ครั้ง
-
- จำรูปท่านตัวเองได้หรือเปล่า....สวยไหมค่ะ
- Surathani224.jpg (71.54 KiB) เข้าดูแล้ว 1001 ครั้ง
-
- ท่านอดีตเจ้าอาวาสเพิ่งตื่นขึ้นมา เห็นจำหน้าคุณแม่ได้ดี
- Surathani222.jpg (74.43 KiB) เข้าดูแล้ว 1003 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี
- oiltrips
- ขาประจำ
- โพสต์: 4277
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 14:24
- Tel: 08-92039125
- team: อิสระ
- Bike: ฮาโร่ ที-6 /ดาฮอน (มดแดง2) / LA 24 นิ้ว
- ตำแหน่ง: ซ.จรัญสนิทวงศ์ 65 บางพลัด กทม.
Re: ของดีจากบ้านที่สุราษฎร์ธานี..มีภาพเก็บตกที่น่าสนใจมาให้ชมค่ะ
หลังจากจบการเยี่ยมอดีตเจ้าอาวาสไปแล้ว เดินขึ้นศาลาเล็กที่มีการสวดมนต์วัตรตอนบ่าย คุณแม่บริจาคเงินและหนังสือให้แม่ชี และชาวบ้านห่มขาวมาทำบุญ
- ไฟล์แนบ
-
- ขอหนังสือสักเล่มนึงได้มั้ย..คุณยายอยากได้น่ะ
- Surathani232.jpg (71.64 KiB) เข้าดูแล้ว 997 ครั้ง
-
- คุยกันหลังสวดมนต์จบหนึ่งบท
- Surathani231.jpg (74.62 KiB) เข้าดูแล้ว 998 ครั้ง
-
- เริ่มสวดมนต์กิจวัตรตอนบ่าย
- Surathani230.jpg (73.78 KiB) เข้าดูแล้ว 1001 ครั้ง
รักการเดินทางเป็นรักชีวิตของตัวเองในสิ่งที่ชอบทำเป็นนักเดินทางผจญภัยที่เก่งกาจ กล้าหาญ และมีชื่อเสียงดี