๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ทัวร์เปิดโลกกว้าง สนุกมากขอบคุณครับ 
- foresthang
- ขาประจำ
- โพสต์: 1571
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2009, 16:13
- Tel: 088-7687291
- team: เพียง๒ล้อกับ๑ใจก็ไปได้
- Bike: Surly LHT
- ติดต่อ:
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
อ่านเพลินเลย...ขอบคุณครับ
- suttirote
- ขาประจำ
- โพสต์: 403
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.พ. 2013, 14:15
- Bike: เสือภูเขา Cr-Mo เก่า
- ตำแหน่ง: ถ.อุทยาน พุทธมณฑล นครปฐม
-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ปูเสื่อนอนรอครับ 
- เล้งชลบุรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 754
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2008, 02:44
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอบคุณที่แบ่งปันครับ

-
khemmawan
- สมาชิก
- โพสต์: 54
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2011, 09:26
- team: ไม่มี
- Bike: Brompton 1991 / Dahon Classic / Surly Long Haul Trucker
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
แปลก สนุก
มา คอย ตามอ่าน ครับ 
-
ชาติ เสือประแสร์
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 10:11
- Tel: 0894044820
- Bike: scott
- ติดต่อ:
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ติดตามชมครับ
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ
........จะปล่อยวางเสียบ้างเป็นไร
ปล่อยไว้ตามสบายดีกว่า.........
ปล่อยไว้ตามสบายดีกว่า.........
- Mr_iCard
- ขาประจำ
- โพสต์: 228
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ค. 2013, 15:03
- Tel: 0819296060
- team: ทัวร์กากๆ
- ตำแหน่ง: 1004/411 คูณสุขวิวล นวมิทร157 กทม
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
สุดยอดครับพี่ จุดใหนที่เราต้องถอดรถแผ็คหรือเอาโดยสารไปได้ทั้งคันพร้อมปั่นถ้าลงสักกนิดจะเป็นพระคุณมากครับเป็นกระทู้ที่คอยติดตามขอบคุณมากครับ
..
ท่องเที่ยวด้วยใจไปด้วยสองล้อ
ท่องเที่ยวด้วยใจไปด้วยสองล้อ
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
วันที่ ๑๖ (วันจันทร์ที่ ๕ พฤษภาคม)
อยู่บนเรือ - วลาดิวอสตอก
เมื่อคืนหลับสบายทั้งคืน ทะเลสงบแทบไม่รู้สึกว่าเรือโคลงเลย ตอนเช้าเดินออกไปดาดฟ้าดูท้องทะเลยามเช้า ลมแรงมากและอุณหภูมิคงต่ำด้วย เพราะหนาวจนสะท้าน ต้องรีบหลบเข้าข้างใน กว่าพระอาทิตย์จะโผล่พ้นเมฆก็ประมาณ ๗ โมงเช้า เวลาเกาหลีไม่รู้ว่ากลางทะเลตอนนั้นกี่โมงกี่ยาม

ตอนสายแดดจัดผู้คนเริ่มออกมาชมวิวบนดาดฟ้า แต่อากาศยังหนาวและลมยังแรง แต่ไม่นานฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา อากาศค่อนข้างแปรปรวน ประมาณ ๑๑ โมง เริ่มเห็นแผ่นดินทางด้านซ้ายของเรือแล้ว

ที่ผ่านมาเดาว่าเรือเดินทางอ้อมน่านน้ำเกาหลีเหนือ พอเข้าใกล้วลาดิวอสตอกก็เห็นเรือสินค้าแล่นกันขวักไขว่

เรือเข้าเทียบท่าเวลา ๑๔:๓๐ น. แต่กว่าจะลงจากเรือได้ก็ ๑๖:๓๐ เพราะต้องให้ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ทะยอยลงก่อน ก๋อนจะถึงคิวชั้นประหยัด กว่าจะหลุดจาก ต.ม ไปเอากระเป๋า จะพ้น Terminal ก็เกือบหกโมงเย็น ท่าเทียบเรือกับสถานีรถไฟวลาดิวอสตอกห่างกันแค่ถนนคั่นเท่านั้นเอง ออกมาก็กางแผนที่ ปั่นจักรยานไปที่พัก หลงทางอีกแล้วครับ กว่าจะถามทางกว่าจะหาเจอถึงที่พักเกือบสองทุ่ม เข้าห้องได้ก็นอนครับ หมดแรง คืนนี้นอนคนเดียวในห้องแปดเตียง
ชาวรัสเซียที่วลาดิวอสตอกที่ จขกท.เจอมามีน้ำใจมากครับทุกคนให้ความช่วยเหลือเต็มที่ พอยื่นใบจองที่พักให้ดูเค้าก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดแผนที่ ชี้ให้ดูว่าต้องไปทางไหน ถึงแม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ไม่เป็นอุปสรรค ในการให้ความช่วยเหลือ
วันที่ ๑๗ (วันอังคารที่ ๖ พฤษภาคม)
เที่ยวชม วลาดิวอสตอก
ออกจากที่พักก็เดินไป Vladivostok Central Square เป็นลานกว้างที่มีอนุสาวรีย์ Fighters for the Soviet government ตั้งตระหง่านอยู่ ข้อมูลภาษารัสเซียที่จารึกอยู่ จขกท. ไม่สามารถอ่านออก มาหาในอินเตอร์เน็ต ก็ไม่มีรายละเอียด จะบอกแค่ว่า นักต่อสู้เพื่อรัฐบาลโซเวียต

ถนนด้านหน้าจตุรัส

สถานีรถไฟ

จากนั้นก็เดินไปสถานีรถไฟที่อยู่ละแวกเดียวกัน จะสอบถามเรื่องเอาจักรยานขึ้นรถไฟ ถาม จนท. ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เดินวนไปมาบังเอิญเจอนักปั่นชาวเกาหลีสองคน คุยกันได้ความว่าเดินทางมาด้วยเรือลำเดียวกัน จะเดินทางไปทะเลสาปไบคาล แต่เมื่อวานลงจากเรือช้าเลยไม่ทันรถไฟ ติดอยู่สถานีรถไฟมาคืนหนึ่งแล้ว วันนี้ไม่รู้จะได้ไปหรือไม่ เพราะ จนท. บอกเอาจักรยานขึ้นรถไฟไม่ได้ พอได้ฟังก็กังวล แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าถ้าเอาจักรยานใส่กระเป๋าน่าจะเอาขึ้นได้ ลานักปั่นเกาหลีแล้วก็เดินออกมาด้านหลังสถานีรถไฟ เดินเลาะริมทะเลชมเมืองมาเจอเรือดำน้ำตั้งโชว์อยู่ ซึ่งก็คือพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ
พิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ

อนุสาวรีย์ทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ระหว่างปี ๑๙๔๑ - ๑๙๔๕

เดินถัดมาอีกหน่อยก็จะเจอ Nikolai's Triumphal Arch หรือประตูแห่งชัยชนะของเจ้าชายนิโคลาส

วันที่ ๑๘ (วันพุธที่ ๗ พฤษภาคม)
วลาดิวอสตอก
เช้านี้อุณหภูมิ ๒ องศา แต่แดดดี ฟ้าใส ก็ไปเดินชมเมืองต่อ อันที่จริงวลาดิวอสตอกไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากนัก มีเวลาแค่ ๒ วันก็น่าจะเที่ยวทั่ว วันนี้เดินไปดูพิพิธภัณฑ์อาวุธสงคราม
พิพิธภัณฑ์อาวุธสงคราม

Vladivostok's hitch-hiker

กาแฟสักถ้วยไหมครับ

รูปปั้นคนนั่งดื่มกาแฟ หน้าร้านกาแฟ Zern
ตลาดนัดวลาดิวอสตอก

๒ โบสถ์นี้ (ไม่มีข้อมูลครับ)


สิ่งก่อสร้างที่สำคัญของวลาดิวอสตอกก็จะมีสะพาน Golden Horn และ สะพาน Russky ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Engineering wonder เป็นสะพานขึงที่ยาวที่สุดในโลก ช่วงกลางยาวถึง ๑๑๐๔ เมตร สร้างท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย อุณหภูมิอยู่ระหว่าง -๓๑ และ ๓๗ องศาเซลเซียส ความเร็วลมพายุอยู่ที่ ๓๖ เมตร/วินาที คลื่นสูง ๖ เมตร และน้ำแข็งปกคลุมหนา ๗๐ เซ็นติเมตร ในหน้าหนาว
Russky bridge

Picture credit: Wikipedia
เดินเที่ยวได้ไม่เท่าไหร่ ฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาอีกแล้ว ต้องกลับเข้าที่พัก ตกเย็นว่าจะออกไปดูแสงสีวลาดิวอสตอก แต่ รอ รอ แล้วท้องฟ้าก็ยังสว่างจนสี่ทุ่มกว่าแล้วยังไม่มืดเลย เลยเปลี่ยนใจเก็บของจัดกระเป๋า พรุ่งนี้จะเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟ บนเส้นทางสายทรานส์ไซบีเรียไปเมือง Khabarov
วันที่ ๑๙ (วันพฤหัสฯ ที่ ๘ พฤษภาคม)
วลาดิวอสตอก - คาบารอฟ
พาหนะ รถไฟ
วันนี้อุณหภูมิ ๒ องศา ฟ้าครึ้มมีละอองฝนเล็กน้อย เนื่องจากวันนี้จะเดินทางด้วยรถไฟ เลยต้องจำใจออกไปหาซื้อเสบียงเตรียมไว้รับประทานบนรถไฟ ไปซื้อของในซุเปอร์มาร์เก็ตต้องเตรียมถุงไปใส่ด้วย มิฉะนั้นจะต้องจ่ายค่าถุงพลาสติกใบละ ๔ รูเบิ้ล ก็ประมาณ ๔ บาท ได้เสบียงแล้วก็กลับโฮสเต็ล เก็บของเช็คเอาท์ ปั่จักรยานไปสถานีรถไฟ สถานีรถไฟวลาดิวอสตอกเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมาก จะเข้าสถานีต้องผ่านเครื่องสแกนเหมือนตามสนามบิน
เครื่องสแกน

จขกท. ต้องเอากระเป๋าออกจากจักรยานเข้าเครื่องสแกน แล้วเข็นจักรยานผ่านเครื่องสแกนเข้าไปในสถานี จากนั้นก็นำตั๋ว eticket ที่ทางบริษัท Realrussia ส่งมาให้ไปเปลี่ยนเป็นตั๋ว
ห้องขายตั๋ว และ ประชาสัมพันธ์

ตั๋วรถไฟ

ตามกำนดรถไฟจะออกเวลา ๑๐:๐๙ น. ซึ่งเป็นเวลามอสโคว์ (เวลาเดินรถไฟจากทุกสถานี เป็นเวลามอสโคว์ทั้งหมด เนื่องจากความแตกต่างด้านเวลาถึง ๘ เขตเวลาเลยต้องใช้เวลามอสโคว์เป็นมาตราฐาน) หมายความว่าจะต้องนั่งรอไปอีก ๕ ช.ม. โชคดีที่มารอที่สถานีเพราะฝนตกทั้งวัน จัดการถอดจักรยานใส่กระเป๋า
จุดเริ่มต้นทางรภไฟทรานส์ไซบีเรีย

๙๒๘๘ ก.ม. คือระยะทางจากวลาดิวอสตอก ถึงกรุงมอสโคว์ ต่อจากนี้ไปก็จะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟ บนทางสายทรานส์ไซบีเรีย เริ่มจากวลาดิวอสตอก จนถึง มอสโคว์ ครบ ๙,๒๘๘ ก.ม. ได้เวลาก็สะพายกระเป๋าจักรยาน พร้อมหิ้วกระเป๋าข้างสองใบไปขึ้นรถไฟ อยากบอกว่าถ้าจะเอาจักรยานขึ้นรถไฟในรัสเซียให้ใส่กระเป๋าจักรยานครับ ไม่งั้นป้า(Provodnitsa)ที่ดูแลตู้โดยสารอาจไม่ยอมให้เอาขึ้น และคำสั่งป้าถือเป็นเด็ดขาด จขกท.โดนป้ายึดที่นั่งด้วย คือตั๋วของ จขกท. ได้ที่นั่งหมายเลข ๑ แต่ช่องนั้นทั้งช่องป้ายึด ยังดีป้าให้เอากระเป๋าจักรยานไว้ได้
กระเป๋าจักรยาน

ออกจากวลาดิวอสตอก รถไฟวิ่งเลียบชายทะเลมา จขกท. นั่งมากับป้า(แหะ แหะ วัยเดียวกัน) นักศึกษาสาวสามคนและอดีตพนักงานรถไฟอีกหนึ่งคน ป้าชาวรัวเซียก็ชวนคุยผ่านหนังสือสนทนาภาษาอังกฤษ เล่าว่าเคยมาเที่ยวเมืองไทยที่พัทยาและภูเก็ต คุยได้หน่อยก็ไปต่อไม่ได้ เดือดร้อนนักศึกษาสาวต้องช่วย ก็ค่อนข้างวุ่นวายเพราะต้องใช้ทั้งโทรศัพท์ โน๊ตบุ๊ค และกระดาษเขียนกันให้วุ่น เฮอากันจนป้า Provodnitsa แอบมาร่วมวงด้วย
ป้าที่มาเที่ยวเมืองไทยชื่อโลล่า นักศึกษาคนหนึ่งชื่อ อโยน่า รู้ภาษาอังกฤษมากกว่าเพื่อน อีกคนชื่อ ลีอานน่า อยากจะคุยแต่ไม่ค่อยกล้าพูด พอเห็นอโยน่าพูดๆได้ ก็รวบรวมความกล้าพูดคุยบ้าง สาวสุดท้ายชื่อชเนียนย่า(ออกเสียงคล้ายๆอย่างนี้) สาวนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้ภาษาอักฤษนัก แต่สามารถแปลคำยากๆให้เพื่อนเข้าใจได้แถมขอหนังสือเดินทาง จขกท. ไปถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย
จังหวะหนึ่งป้าโลล่าเหมือนจะนึกได้ก็พูดว่าแกชอบสมุยแล้วก็หันไปอธิบายให้อโยน่าแปล สาวนี้ก็แปลว่า มันขี้ มันขี้ จขกท. ก็งงๆ เค้าเลยเอามือสองข้างจับหู แล้วก็แลบลิ้น ฮาเลยครับ ลิงนี้เอง เค้าค่อนข้างขี้เล่นมีตอนหนึ่งถามว่า จขกท. มีลูกกี่คนทำงานอะไร พอบอกว่าลูกกี่คน ทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ แล้วถาว่าแต่งงานหรือยัง พอบอกว่ายัง เค้าก็ถามต่อว่าลูกสนใจจะแต่งงานกับสาวรัสเซียไหม ก็บอกว่าไม่รู้ เลยถามกลับไปว่าสาวรัสเซียสนใจจะแต่งงานกับพ่อเค้าไหม อโยน่าถึงกับปล่อย ก๊าก หันไปตีขาลีอานน่า พอรู้ว่า จขกท.อายุ ๖๓ ก็กรี๊ดกันใหญ่ ถามว่าทำไมถึงหน้าอ่อนกินวิตามินหรืออะไร ก็เลยบอกว่าคนเอเชียหน้าจะดูอ่อนกว่าคนยุโรป ประมาณสี่ทุ่มครึ่งรถไฟถึงสถานีอะไรไม่รู้ อโยน่ากับชเนียนย่าก็ลง ป้าโลล่าก็ปีนขึ้นไปนอน ส่วนลัอานน่าก็นั่งอ่านหนังสือ ประมาณตีหนึ่งครึ่งป้าโลล่ากับลีอานน่าก็ลง จขกท.ก็หลับยาว ตื่นอีกทีตีห้ากว่า ได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น เสียดายกระจกหน้าต่างสกปรกไปหน่อย

อยู่บนเรือ - วลาดิวอสตอก
เมื่อคืนหลับสบายทั้งคืน ทะเลสงบแทบไม่รู้สึกว่าเรือโคลงเลย ตอนเช้าเดินออกไปดาดฟ้าดูท้องทะเลยามเช้า ลมแรงมากและอุณหภูมิคงต่ำด้วย เพราะหนาวจนสะท้าน ต้องรีบหลบเข้าข้างใน กว่าพระอาทิตย์จะโผล่พ้นเมฆก็ประมาณ ๗ โมงเช้า เวลาเกาหลีไม่รู้ว่ากลางทะเลตอนนั้นกี่โมงกี่ยาม

ตอนสายแดดจัดผู้คนเริ่มออกมาชมวิวบนดาดฟ้า แต่อากาศยังหนาวและลมยังแรง แต่ไม่นานฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา อากาศค่อนข้างแปรปรวน ประมาณ ๑๑ โมง เริ่มเห็นแผ่นดินทางด้านซ้ายของเรือแล้ว

ที่ผ่านมาเดาว่าเรือเดินทางอ้อมน่านน้ำเกาหลีเหนือ พอเข้าใกล้วลาดิวอสตอกก็เห็นเรือสินค้าแล่นกันขวักไขว่

เรือเข้าเทียบท่าเวลา ๑๔:๓๐ น. แต่กว่าจะลงจากเรือได้ก็ ๑๖:๓๐ เพราะต้องให้ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ทะยอยลงก่อน ก๋อนจะถึงคิวชั้นประหยัด กว่าจะหลุดจาก ต.ม ไปเอากระเป๋า จะพ้น Terminal ก็เกือบหกโมงเย็น ท่าเทียบเรือกับสถานีรถไฟวลาดิวอสตอกห่างกันแค่ถนนคั่นเท่านั้นเอง ออกมาก็กางแผนที่ ปั่นจักรยานไปที่พัก หลงทางอีกแล้วครับ กว่าจะถามทางกว่าจะหาเจอถึงที่พักเกือบสองทุ่ม เข้าห้องได้ก็นอนครับ หมดแรง คืนนี้นอนคนเดียวในห้องแปดเตียง
ชาวรัสเซียที่วลาดิวอสตอกที่ จขกท.เจอมามีน้ำใจมากครับทุกคนให้ความช่วยเหลือเต็มที่ พอยื่นใบจองที่พักให้ดูเค้าก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดแผนที่ ชี้ให้ดูว่าต้องไปทางไหน ถึงแม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ไม่เป็นอุปสรรค ในการให้ความช่วยเหลือ
วันที่ ๑๗ (วันอังคารที่ ๖ พฤษภาคม)
เที่ยวชม วลาดิวอสตอก
ออกจากที่พักก็เดินไป Vladivostok Central Square เป็นลานกว้างที่มีอนุสาวรีย์ Fighters for the Soviet government ตั้งตระหง่านอยู่ ข้อมูลภาษารัสเซียที่จารึกอยู่ จขกท. ไม่สามารถอ่านออก มาหาในอินเตอร์เน็ต ก็ไม่มีรายละเอียด จะบอกแค่ว่า นักต่อสู้เพื่อรัฐบาลโซเวียต

ถนนด้านหน้าจตุรัส

สถานีรถไฟ

จากนั้นก็เดินไปสถานีรถไฟที่อยู่ละแวกเดียวกัน จะสอบถามเรื่องเอาจักรยานขึ้นรถไฟ ถาม จนท. ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เดินวนไปมาบังเอิญเจอนักปั่นชาวเกาหลีสองคน คุยกันได้ความว่าเดินทางมาด้วยเรือลำเดียวกัน จะเดินทางไปทะเลสาปไบคาล แต่เมื่อวานลงจากเรือช้าเลยไม่ทันรถไฟ ติดอยู่สถานีรถไฟมาคืนหนึ่งแล้ว วันนี้ไม่รู้จะได้ไปหรือไม่ เพราะ จนท. บอกเอาจักรยานขึ้นรถไฟไม่ได้ พอได้ฟังก็กังวล แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าถ้าเอาจักรยานใส่กระเป๋าน่าจะเอาขึ้นได้ ลานักปั่นเกาหลีแล้วก็เดินออกมาด้านหลังสถานีรถไฟ เดินเลาะริมทะเลชมเมืองมาเจอเรือดำน้ำตั้งโชว์อยู่ ซึ่งก็คือพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ
พิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ

อนุสาวรีย์ทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ระหว่างปี ๑๙๔๑ - ๑๙๔๕

เดินถัดมาอีกหน่อยก็จะเจอ Nikolai's Triumphal Arch หรือประตูแห่งชัยชนะของเจ้าชายนิโคลาส

วันที่ ๑๘ (วันพุธที่ ๗ พฤษภาคม)
วลาดิวอสตอก
เช้านี้อุณหภูมิ ๒ องศา แต่แดดดี ฟ้าใส ก็ไปเดินชมเมืองต่อ อันที่จริงวลาดิวอสตอกไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากนัก มีเวลาแค่ ๒ วันก็น่าจะเที่ยวทั่ว วันนี้เดินไปดูพิพิธภัณฑ์อาวุธสงคราม
พิพิธภัณฑ์อาวุธสงคราม

Vladivostok's hitch-hiker

กาแฟสักถ้วยไหมครับ

รูปปั้นคนนั่งดื่มกาแฟ หน้าร้านกาแฟ Zern
ตลาดนัดวลาดิวอสตอก

๒ โบสถ์นี้ (ไม่มีข้อมูลครับ)


สิ่งก่อสร้างที่สำคัญของวลาดิวอสตอกก็จะมีสะพาน Golden Horn และ สะพาน Russky ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Engineering wonder เป็นสะพานขึงที่ยาวที่สุดในโลก ช่วงกลางยาวถึง ๑๑๐๔ เมตร สร้างท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย อุณหภูมิอยู่ระหว่าง -๓๑ และ ๓๗ องศาเซลเซียส ความเร็วลมพายุอยู่ที่ ๓๖ เมตร/วินาที คลื่นสูง ๖ เมตร และน้ำแข็งปกคลุมหนา ๗๐ เซ็นติเมตร ในหน้าหนาว
Russky bridge

Picture credit: Wikipedia
เดินเที่ยวได้ไม่เท่าไหร่ ฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาอีกแล้ว ต้องกลับเข้าที่พัก ตกเย็นว่าจะออกไปดูแสงสีวลาดิวอสตอก แต่ รอ รอ แล้วท้องฟ้าก็ยังสว่างจนสี่ทุ่มกว่าแล้วยังไม่มืดเลย เลยเปลี่ยนใจเก็บของจัดกระเป๋า พรุ่งนี้จะเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟ บนเส้นทางสายทรานส์ไซบีเรียไปเมือง Khabarov
วันที่ ๑๙ (วันพฤหัสฯ ที่ ๘ พฤษภาคม)
วลาดิวอสตอก - คาบารอฟ
พาหนะ รถไฟ
วันนี้อุณหภูมิ ๒ องศา ฟ้าครึ้มมีละอองฝนเล็กน้อย เนื่องจากวันนี้จะเดินทางด้วยรถไฟ เลยต้องจำใจออกไปหาซื้อเสบียงเตรียมไว้รับประทานบนรถไฟ ไปซื้อของในซุเปอร์มาร์เก็ตต้องเตรียมถุงไปใส่ด้วย มิฉะนั้นจะต้องจ่ายค่าถุงพลาสติกใบละ ๔ รูเบิ้ล ก็ประมาณ ๔ บาท ได้เสบียงแล้วก็กลับโฮสเต็ล เก็บของเช็คเอาท์ ปั่จักรยานไปสถานีรถไฟ สถานีรถไฟวลาดิวอสตอกเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมาก จะเข้าสถานีต้องผ่านเครื่องสแกนเหมือนตามสนามบิน
เครื่องสแกน

จขกท. ต้องเอากระเป๋าออกจากจักรยานเข้าเครื่องสแกน แล้วเข็นจักรยานผ่านเครื่องสแกนเข้าไปในสถานี จากนั้นก็นำตั๋ว eticket ที่ทางบริษัท Realrussia ส่งมาให้ไปเปลี่ยนเป็นตั๋ว
ห้องขายตั๋ว และ ประชาสัมพันธ์

ตั๋วรถไฟ

ตามกำนดรถไฟจะออกเวลา ๑๐:๐๙ น. ซึ่งเป็นเวลามอสโคว์ (เวลาเดินรถไฟจากทุกสถานี เป็นเวลามอสโคว์ทั้งหมด เนื่องจากความแตกต่างด้านเวลาถึง ๘ เขตเวลาเลยต้องใช้เวลามอสโคว์เป็นมาตราฐาน) หมายความว่าจะต้องนั่งรอไปอีก ๕ ช.ม. โชคดีที่มารอที่สถานีเพราะฝนตกทั้งวัน จัดการถอดจักรยานใส่กระเป๋า
จุดเริ่มต้นทางรภไฟทรานส์ไซบีเรีย

๙๒๘๘ ก.ม. คือระยะทางจากวลาดิวอสตอก ถึงกรุงมอสโคว์ ต่อจากนี้ไปก็จะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟ บนทางสายทรานส์ไซบีเรีย เริ่มจากวลาดิวอสตอก จนถึง มอสโคว์ ครบ ๙,๒๘๘ ก.ม. ได้เวลาก็สะพายกระเป๋าจักรยาน พร้อมหิ้วกระเป๋าข้างสองใบไปขึ้นรถไฟ อยากบอกว่าถ้าจะเอาจักรยานขึ้นรถไฟในรัสเซียให้ใส่กระเป๋าจักรยานครับ ไม่งั้นป้า(Provodnitsa)ที่ดูแลตู้โดยสารอาจไม่ยอมให้เอาขึ้น และคำสั่งป้าถือเป็นเด็ดขาด จขกท.โดนป้ายึดที่นั่งด้วย คือตั๋วของ จขกท. ได้ที่นั่งหมายเลข ๑ แต่ช่องนั้นทั้งช่องป้ายึด ยังดีป้าให้เอากระเป๋าจักรยานไว้ได้
กระเป๋าจักรยาน

ออกจากวลาดิวอสตอก รถไฟวิ่งเลียบชายทะเลมา จขกท. นั่งมากับป้า(แหะ แหะ วัยเดียวกัน) นักศึกษาสาวสามคนและอดีตพนักงานรถไฟอีกหนึ่งคน ป้าชาวรัวเซียก็ชวนคุยผ่านหนังสือสนทนาภาษาอังกฤษ เล่าว่าเคยมาเที่ยวเมืองไทยที่พัทยาและภูเก็ต คุยได้หน่อยก็ไปต่อไม่ได้ เดือดร้อนนักศึกษาสาวต้องช่วย ก็ค่อนข้างวุ่นวายเพราะต้องใช้ทั้งโทรศัพท์ โน๊ตบุ๊ค และกระดาษเขียนกันให้วุ่น เฮอากันจนป้า Provodnitsa แอบมาร่วมวงด้วย
ป้าที่มาเที่ยวเมืองไทยชื่อโลล่า นักศึกษาคนหนึ่งชื่อ อโยน่า รู้ภาษาอังกฤษมากกว่าเพื่อน อีกคนชื่อ ลีอานน่า อยากจะคุยแต่ไม่ค่อยกล้าพูด พอเห็นอโยน่าพูดๆได้ ก็รวบรวมความกล้าพูดคุยบ้าง สาวสุดท้ายชื่อชเนียนย่า(ออกเสียงคล้ายๆอย่างนี้) สาวนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้ภาษาอักฤษนัก แต่สามารถแปลคำยากๆให้เพื่อนเข้าใจได้แถมขอหนังสือเดินทาง จขกท. ไปถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย
จังหวะหนึ่งป้าโลล่าเหมือนจะนึกได้ก็พูดว่าแกชอบสมุยแล้วก็หันไปอธิบายให้อโยน่าแปล สาวนี้ก็แปลว่า มันขี้ มันขี้ จขกท. ก็งงๆ เค้าเลยเอามือสองข้างจับหู แล้วก็แลบลิ้น ฮาเลยครับ ลิงนี้เอง เค้าค่อนข้างขี้เล่นมีตอนหนึ่งถามว่า จขกท. มีลูกกี่คนทำงานอะไร พอบอกว่าลูกกี่คน ทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ แล้วถาว่าแต่งงานหรือยัง พอบอกว่ายัง เค้าก็ถามต่อว่าลูกสนใจจะแต่งงานกับสาวรัสเซียไหม ก็บอกว่าไม่รู้ เลยถามกลับไปว่าสาวรัสเซียสนใจจะแต่งงานกับพ่อเค้าไหม อโยน่าถึงกับปล่อย ก๊าก หันไปตีขาลีอานน่า พอรู้ว่า จขกท.อายุ ๖๓ ก็กรี๊ดกันใหญ่ ถามว่าทำไมถึงหน้าอ่อนกินวิตามินหรืออะไร ก็เลยบอกว่าคนเอเชียหน้าจะดูอ่อนกว่าคนยุโรป ประมาณสี่ทุ่มครึ่งรถไฟถึงสถานีอะไรไม่รู้ อโยน่ากับชเนียนย่าก็ลง ป้าโลล่าก็ปีนขึ้นไปนอน ส่วนลัอานน่าก็นั่งอ่านหนังสือ ประมาณตีหนึ่งครึ่งป้าโลล่ากับลีอานน่าก็ลง จขกท.ก็หลับยาว ตื่นอีกทีตีห้ากว่า ได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น เสียดายกระจกหน้าต่างสกปรกไปหน่อย

- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
มีหลายจุดครับ แต่ในรัสเว๊ยจะเอาจักรยานใส่กระเป๋าตลอดครับ จะใส่รายละเอียดให้มากที่สุดครับMr_iCard เขียน:สุดยอดครับพี่ จุดใหนที่เราต้องถอดรถแผ็คหรือเอาโดยสารไปได้ทั้งคันพร้อมปั่นถ้าลงสักกนิดจะเป็นพระคุณมากครับเป็นกระทู้ที่คอยติดตามขอบคุณมากครับ
- paitoon2495
- ขาประจำ
- โพสต์: 267
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2013, 09:55
- Tel: 036524034
- team: ชมรมสิงห์บุรี
- Bike: BIANCHI
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
วัยเดียวกันครับ แต่ผมยังไม่ได้มีโอกาสแบบนี้เลย(อยากมากๆ)
ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว(ซ้อมทุกวัน) ติดตรงภรรยานี่แหละ(เพราะห้ามฉายเดี่ยว)
สื่อสารได้อรรถรส คงได้ติดตามการเดินทาง และให้กำลังใจตลอดเส้นทาง
ขอให้โชคดีและสนุกกับสิ่งที่พบเห็นตลอดทริปครับ
ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว(ซ้อมทุกวัน) ติดตรงภรรยานี่แหละ(เพราะห้ามฉายเดี่ยว)
สื่อสารได้อรรถรส คงได้ติดตามการเดินทาง และให้กำลังใจตลอดเส้นทาง
ขอให้โชคดีและสนุกกับสิ่งที่พบเห็นตลอดทริปครับ
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอบคุณครับสำหรับพรpaitoon2495 เขียน:วัยเดียวกันครับ แต่ผมยังไม่ได้มีโอกาสแบบนี้เลย(อยากมากๆ)
ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว(ซ้อมทุกวัน) ติดตรงภรรยานี่แหละ(เพราะห้ามฉายเดี่ยว)
สื่อสารได้อรรถรส คงได้ติดตามการเดินทาง และให้กำลังใจตลอดเส้นทาง
ขอให้โชคดีและสนุกกับสิ่งที่พบเห็นตลอดทริปครับ
ก็มีสนุกปนทุกข์ ตลอดเส้นทางครับ ได้ประสบการณ์ดีๆ ตลอดการเดินทางครับ
-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอบคุณครับ 
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
วันที่ ๒๐ (วันศุกร์ที่ ๙ พฤษภาคม)
เวลา ๐๗:๒๙ น. รถไฟเข้าเทียบสถานี คาบารอฟสก์ ตรงเวลาเป๊ะครับ จัดการขนกระเป๋าลงมากองที่ชานชาลา ท่ามกลางอุณหภูมิเลขตัวเดียว ประกอบจักรยานตรงชานชาลานั่นแหละทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟอย่างไร แคคิดว่าดีกว่าแบกกระเป๋าจักรยานและกระเป๋าข้างปีนบันได ประกอบเสร็จก็เข็นไปที่บันไดโชคดี มีรางสำหรับรถเข็นคนพิการ เลยได้อาศัยเข็นขึ้นไปอย่างไม่ค่อยหนักแรงนัก

ออกจากสถานีรถไฟก็มุ่งหน้าไปที่พัก แต่โชคร้ายเนื่องจากวันนี้ (วันที่ ๙ พฤษภาคม) เป็นวันแห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีการสวนสนามแสดงแสนยานุภาพ บนเส้นทางที่ จขกท. จะต้องปั่นไปโฮสเต็ล เลยติดอยู่ในฝูงชนจนจบการสวนสนาม




กว่าจะถึงโฮสเต็ลก็ ๑๑:๓๐ น. ที่พักชื่อ Hostel VLC พักที่นี่สามคืน จ่ายไป ๒,๔๐๐ รูเบิ้ล คิดเป็นเงินไทย ๒,๒๕๔ บาท แต่พักจริงแค่สองคืนเนื่องจากความผิดพลาดในการจองตั๋วรถไฟ




ท่านที่จำเสื้อวอร์มได้ก็ อย่าเอะอะไปครับ ไม่ใช่ของ จขกท. หรอก ปล้นลูกมาใช้งานชั่วคราว


เข้าที่พักได้ก็นอนยาวเลยครับ ชดเชยเมื่อคืนนี้ ตื่นมาอีกที่สี่โมงครึ่ง ล้างหน้าล้างตาแล้วก็ปั่นจักรยานกลับไปสถานีรถไฟ เอาตั๋วที่พิมพ์จากอีเมล์ไปเปลี่ยนเป็นตั๋วจริง โดน จนท. ไล่ให้ไปปริ้นจากเครื่อง(เดาจากท่าทางของ จนท.) จขกท.ตีหน้าเซ่อทำเป็นไม่เข้าใจ สุดท้าย จนท. ก็ออกตั๋วให้ อันนี้จะเป็นตั๋วช่วงจากคาบารอฟสก์ ไปอูลัน-อูเด ค่าตั๋ว ๙๘.๐๘ ปอนด์ เนื่องจากตั๋วรถไฟซื้อผ่าน บ.realrussia ซึ่งอยู่ในอังกฤษ เลยต้องจ่ายเป็นเงินปอนด์
สถานีรถไฟคาบารอฟสก์

อนุสาวรีย์ Yerofey Khabarov ชาว Cossack ผู้ที่ชื่อถูกนำมาเป็นชื่อเมือง

จากนั้นก็ปั่นจักรยานไปชม Transfiguration Cathedral ที่ตั้งอยู่บนถนน Lenina เป็นโบสถ์ใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปี ๒๐๐๔ (๒๕๔๗) ตัวโบสถ์มีความสูง ๘๓ เมตร นัยว่าเป็นโบสถ์ที่สูงเป็นอันดับสามในรัสเซีย ภายในเรียบง่ายแต่ใหญ่โต ไม่สามารถถ่ายรูปมาให้ดูได้เพราะไม่อนุญาต ด้านตรงข้ามจะเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์ The Eternal Flame พื้นที่บริเวณนี้จะเรียกว่า The Square of Glory


Komsomolskaya Square

เนื่องจากวันนี้เป็นวันแห่งชัยชนะผู้คนก็จะเดินทางไป Komsomolskaya Square ที่มีการจัดงานฉลองถนนหนทางเนืองแน่นไปด้วยผู้คน โบสถ์ที่เห็นอยู่ด้านหลังมีชื่อว่า Dormition Cathedral
วันที่ ๒๑ (วันเสาร์ที่ ๑๐ พฤษภาคม)
วันนี้ไม่ได้ใช้จักรยานเนื่องจากความขี้เกียจที่จะแบกจักรยานขึ้นลง เพราะโฮสเต็ลตั้งอยู่บนชั้นสอง เลยเดินแทนประกอบกับตัวเมืองคาบารฟสก์เองก็ไม่ใหญ่ ย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวอยู่ไม่ไกลกัน ช่วงเช้าจากโฮสเต็ลที่ตั้งอยู่บนถนน Lenina ก็เดินตามถนนมาเรื่อยๆ จนถึง Transfiguration Cathedral วันนี้เงียบปราศจากผู้คน ไม่เหมือนกับเมื่อวาน
ด้านหลัง Transfiguration Cathedral

แล้วก็เดินต่อไปยัง Komsomolskaya Square เช้ามีแต่คุณแม่พาลูกสาวมาให้อาหารนกพิราปเท่านั้น แตกต่างจากเมื่อวานลิลับ
Komsomolskaya Square

Dormition Cathedral ถ่ายจากสวนสาธารณะ


สวนสาธาณะริมฝั่งแม่น้ำ Amur

อนุสาวรีย์นี้ไม่มีข้อมูลครับ ตั้งอยู่บริเวณ Komsomolskaya Square เหมือนกัน

Komsomolskaya Square จะตั้งอยู่หัวถนน Muravyov-Amurskiy ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนสายหลักที่สองข้างเรียงรายไปด้วยร้านค้าและอาคารที่น่าสนใจ

อาคารที่ทำการ Duma เก่า ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุด อาคารหนึ่ง ปัจจุบันเป็นเป็นร้านสินค้าหรูไปแล้ว

เนื่องจากเกิดความผิดพลาดจากการจองตั๋วรถไฟ ทำให้มีเวลาเที่ยวคาบารอฟสก์แค่สองวัน ก็เลยแวะไปดูสวนสาธารณะ Dynamo Park เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ใจกลางเมือง ที่ประดับด้วยงานประติมากรรม สวนสนุกขนาดเล็ก ร้านกาแฟและร้านเบียร์ ช่วงที่ จขกท.ไปเดิน เป็นบ่ายวันเสาร์มีผู้คนมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก มีทั้งจับกลุ่มเล่นดนตรี ปั่นจักรยาน เล่นเสก็ตบอร์ดและอาบแดดกัน
Dynamo Park



ก่อนที่จะเดินย้อนกลับไปThe Vyborg Market เป็นตลาดคล้ายๆ ตลาดจตุจักรของไทย ตลาดนี้จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนขายสินค้าทุกชนิดภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ที่นำเข้ามาจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น เครื่องครัวหรือเสื้อผ้า และยังมีอาคารอีกสองหลังที่ขาย เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้
The Vyborg Market


ร้านขายผลไม้แห้ง

ทับทิม ราคา ก.ก.ละ ๕๐๐ รูเบิ้ล

Window display

แผงขายเนื้อสัตว์ด้านในอาคาร

แม่ค้าขายเบียร์ริมทาง


เวลา ๐๗:๒๙ น. รถไฟเข้าเทียบสถานี คาบารอฟสก์ ตรงเวลาเป๊ะครับ จัดการขนกระเป๋าลงมากองที่ชานชาลา ท่ามกลางอุณหภูมิเลขตัวเดียว ประกอบจักรยานตรงชานชาลานั่นแหละทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟอย่างไร แคคิดว่าดีกว่าแบกกระเป๋าจักรยานและกระเป๋าข้างปีนบันได ประกอบเสร็จก็เข็นไปที่บันไดโชคดี มีรางสำหรับรถเข็นคนพิการ เลยได้อาศัยเข็นขึ้นไปอย่างไม่ค่อยหนักแรงนัก

ออกจากสถานีรถไฟก็มุ่งหน้าไปที่พัก แต่โชคร้ายเนื่องจากวันนี้ (วันที่ ๙ พฤษภาคม) เป็นวันแห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีการสวนสนามแสดงแสนยานุภาพ บนเส้นทางที่ จขกท. จะต้องปั่นไปโฮสเต็ล เลยติดอยู่ในฝูงชนจนจบการสวนสนาม




กว่าจะถึงโฮสเต็ลก็ ๑๑:๓๐ น. ที่พักชื่อ Hostel VLC พักที่นี่สามคืน จ่ายไป ๒,๔๐๐ รูเบิ้ล คิดเป็นเงินไทย ๒,๒๕๔ บาท แต่พักจริงแค่สองคืนเนื่องจากความผิดพลาดในการจองตั๋วรถไฟ




ท่านที่จำเสื้อวอร์มได้ก็ อย่าเอะอะไปครับ ไม่ใช่ของ จขกท. หรอก ปล้นลูกมาใช้งานชั่วคราว


เข้าที่พักได้ก็นอนยาวเลยครับ ชดเชยเมื่อคืนนี้ ตื่นมาอีกที่สี่โมงครึ่ง ล้างหน้าล้างตาแล้วก็ปั่นจักรยานกลับไปสถานีรถไฟ เอาตั๋วที่พิมพ์จากอีเมล์ไปเปลี่ยนเป็นตั๋วจริง โดน จนท. ไล่ให้ไปปริ้นจากเครื่อง(เดาจากท่าทางของ จนท.) จขกท.ตีหน้าเซ่อทำเป็นไม่เข้าใจ สุดท้าย จนท. ก็ออกตั๋วให้ อันนี้จะเป็นตั๋วช่วงจากคาบารอฟสก์ ไปอูลัน-อูเด ค่าตั๋ว ๙๘.๐๘ ปอนด์ เนื่องจากตั๋วรถไฟซื้อผ่าน บ.realrussia ซึ่งอยู่ในอังกฤษ เลยต้องจ่ายเป็นเงินปอนด์
สถานีรถไฟคาบารอฟสก์

อนุสาวรีย์ Yerofey Khabarov ชาว Cossack ผู้ที่ชื่อถูกนำมาเป็นชื่อเมือง

จากนั้นก็ปั่นจักรยานไปชม Transfiguration Cathedral ที่ตั้งอยู่บนถนน Lenina เป็นโบสถ์ใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปี ๒๐๐๔ (๒๕๔๗) ตัวโบสถ์มีความสูง ๘๓ เมตร นัยว่าเป็นโบสถ์ที่สูงเป็นอันดับสามในรัสเซีย ภายในเรียบง่ายแต่ใหญ่โต ไม่สามารถถ่ายรูปมาให้ดูได้เพราะไม่อนุญาต ด้านตรงข้ามจะเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์ The Eternal Flame พื้นที่บริเวณนี้จะเรียกว่า The Square of Glory


Komsomolskaya Square

เนื่องจากวันนี้เป็นวันแห่งชัยชนะผู้คนก็จะเดินทางไป Komsomolskaya Square ที่มีการจัดงานฉลองถนนหนทางเนืองแน่นไปด้วยผู้คน โบสถ์ที่เห็นอยู่ด้านหลังมีชื่อว่า Dormition Cathedral
วันที่ ๒๑ (วันเสาร์ที่ ๑๐ พฤษภาคม)
วันนี้ไม่ได้ใช้จักรยานเนื่องจากความขี้เกียจที่จะแบกจักรยานขึ้นลง เพราะโฮสเต็ลตั้งอยู่บนชั้นสอง เลยเดินแทนประกอบกับตัวเมืองคาบารฟสก์เองก็ไม่ใหญ่ ย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวอยู่ไม่ไกลกัน ช่วงเช้าจากโฮสเต็ลที่ตั้งอยู่บนถนน Lenina ก็เดินตามถนนมาเรื่อยๆ จนถึง Transfiguration Cathedral วันนี้เงียบปราศจากผู้คน ไม่เหมือนกับเมื่อวาน
ด้านหลัง Transfiguration Cathedral

แล้วก็เดินต่อไปยัง Komsomolskaya Square เช้ามีแต่คุณแม่พาลูกสาวมาให้อาหารนกพิราปเท่านั้น แตกต่างจากเมื่อวานลิลับ
Komsomolskaya Square

Dormition Cathedral ถ่ายจากสวนสาธารณะ


สวนสาธาณะริมฝั่งแม่น้ำ Amur

อนุสาวรีย์นี้ไม่มีข้อมูลครับ ตั้งอยู่บริเวณ Komsomolskaya Square เหมือนกัน

Komsomolskaya Square จะตั้งอยู่หัวถนน Muravyov-Amurskiy ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนสายหลักที่สองข้างเรียงรายไปด้วยร้านค้าและอาคารที่น่าสนใจ

อาคารที่ทำการ Duma เก่า ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุด อาคารหนึ่ง ปัจจุบันเป็นเป็นร้านสินค้าหรูไปแล้ว

เนื่องจากเกิดความผิดพลาดจากการจองตั๋วรถไฟ ทำให้มีเวลาเที่ยวคาบารอฟสก์แค่สองวัน ก็เลยแวะไปดูสวนสาธารณะ Dynamo Park เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ใจกลางเมือง ที่ประดับด้วยงานประติมากรรม สวนสนุกขนาดเล็ก ร้านกาแฟและร้านเบียร์ ช่วงที่ จขกท.ไปเดิน เป็นบ่ายวันเสาร์มีผู้คนมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก มีทั้งจับกลุ่มเล่นดนตรี ปั่นจักรยาน เล่นเสก็ตบอร์ดและอาบแดดกัน
Dynamo Park



ก่อนที่จะเดินย้อนกลับไปThe Vyborg Market เป็นตลาดคล้ายๆ ตลาดจตุจักรของไทย ตลาดนี้จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนขายสินค้าทุกชนิดภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ที่นำเข้ามาจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น เครื่องครัวหรือเสื้อผ้า และยังมีอาคารอีกสองหลังที่ขาย เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้
The Vyborg Market


ร้านขายผลไม้แห้ง

ทับทิม ราคา ก.ก.ละ ๕๐๐ รูเบิ้ล

Window display

แผงขายเนื้อสัตว์ด้านในอาคาร

แม่ค้าขายเบียร์ริมทาง


-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง