คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
มีข้อความที่พระพุทธองค์ได้แสดงถึง การกำเนิดโลก คน ชนชั้นต่างๆ ไว้ในพระสูตร ลองอ่านกันครับ (ตอนที่ 2)
" ว่าด้วยต้นเหตุเกิดอักขระว่ามหาสมบัติ กษัตริย์ ราชา
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะชนผู้เป็นหัวหน้า
อันมหาชนสมมติแล้วอักขระว่า มหาสมมติจึงได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะผู้เป็นหัวหน้าเป็นใหญ่แห่งเขต
ฉะนั้น อักขระว่ากษัตริย์ กษัตริย์ จึงอุบัติขึ้นเป็นคำที่ ๒. ดูก่อน
วาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะเหตุที่ผู้เป็นใหญ่ย่อมยังชนเหล่าอื่นให้
ยินดีโดยชอบธรรม ฉะนั้น อักขระว่า ราชา ราชา ดังนี้ จึงบังเกิดขึ้น
เป็นคำที่ ๓. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะเหตุดังกล่าวมานี้
แล การับเกิดขึ้นของหมู่กษัตริย์จึงเกิดมีขึ้นมาด้วยอักขระที่เข้าใจ
กันว่าเลิศเป็นของเก่า. เรื่องของสัตว์เหล่านั้นจะเหมือนกัน และไม่
เหมือนกันกับสัตว์อื่นนั้นก็ด้วยธรรม หาใช่ด้วยอธรรมไม่. ดูก่อน
วาเสฏฐะและภารทวาชะ ก็ธรรมเท่านั้นประเสริฐที่สุดในหมู่ชน ทั้ง
ในทิฏฐธรรมและอภิสัมปรายภพ.
ครั้งนั้นแล สัตว์บางจำพวกเหล่านั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ผู้เจริญ
การถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้จักปรากฏ การครหาจักปรากฏ
มุสาวาทจักปรากฏ การถือเอาท่อนไม้จักปรากฏ การขับไล่
จักปรากฏในเพราะบาปธรรมใด บาปธรรมเหล่านั้นได้ปรากฏ
ในหมู่สัตว์ทั้งหลาย อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรลอยอกุศลธรรม
อันลามกทิ้งเสียเถิดดังนี้. สัตว์เหล่านั้นจึงได้พากันลอยอกุศลธรรม
อันลามกนั้นทิ้งไป ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะสัตว์ทั้ง
หลายพากันลอยอกุศลธรรมทิ้งไป ฉะนั้น อักขระว่า พราหมณ์
ดังนี้ จึงบังเกิดขึ้นครั้งแรก. พราหมณ์เหล่านั้นจึงสร้างกระท่อมมุง
ด้วยใบไม้ไว้ในราวป่าแล้วเพ่งอยู่ในกระท่อมที่มุงด้วยใบไม้นั้น. พวก
พราหมณ์เหล่านั้นไม่มีการหุงต้ม ไม่มีการตำข้าว ในเวลาเย็นใน
เวลาเช้า พวกเขาก็พากันเที่ยวไปยังหมู่บ้านตำบลและเมืองแสวงหา
อาหาร เพื่อบริโภคในเวลาเย็นและในเวลาเช้า. พวกเขาได้อาหาร
แล้วก็เพ่งอยู่ในกุฏิใบไม้ในราวป่านั้นอีก. หมู่มนุษย์พบเขาเข้า ก็
กล่าวอย่างนี้ว่า ผู้เจริญ สัตว์เหล่านี้สร้างกระท่อมมุงด้วยใบไม้ใน
ราวป่าแล้วเพ่งอยู่ในกระท่อมซึ่งมุงด้วยใบไม้นั้น พวกเขาไม่มีการ
หุงต้ม ไม่มีการตำข้าวในเวลาเย็นในเวลาเช้า พวกเขาพากันเที่ยวไป
ยังหมู่บ้านตำบลและเมืองแสวงหาอาหาร เพื่อบริโภคในเวลาเย็นใน
เวลาเช้า. เขาได้อาหารแล้วมาเพ่งอยู่ในกุฏิที่มุงด้วยใบไม้ในราวป่า
อีก. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ อักขระว่า ฌายิกา ฌายิกา ดังนี้
จึงบังเกิดขึ้นเป็นคำที่สอง ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ บรรดา
สัตว์เหล่านั้น บางพวกเมื่อไม่ได้สำเร็จฌานในกระท่อมที่มุงด้วยใบไม้
ในราวป่า จึงเที่ยวไปรอบหมู่บ้านรอบนิคม ทำคัมภีร์ มาอยู่. มนุษย์
ทั้งหลายเห็นเขาเข้า จึงกล่าวอย่างนี้ ผู้เจริญ สัตว์เหล่านี้แลไม่ได้
บรรลุฌานในกุฏิที่มุงด้วยใบไม้ในราวป่า จึงเที่ยวไปรอบบ้านรอบ
นิคม ทำคัมภีร์มาอยู่. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ บัดนี้ชนเหล่านี้
ไม่เพ่งอยู่ ชนเหล่านี้ไม่เพ่งอยู่ในบัดนี้ฉะนั้น อักขระว่า อชฺฌายิกา
อชฺฌายิกา ดังนี้จึงบังเกิดขึ้นเป็นคำที่ ๓. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ
ก็คำนั้น โดยสมัยนั้นสมมติกันว่าเป็นคำเลว แต่ในสมัยนี้ คำนั้น
สมมติกันว่าประเสริฐ. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะการ
พรรณนาดังว่ามานี้ การบังเกิดขึ้นของหมู่พราหมณ์นั้นโดยอักขระที่
เข้าใจกันว่าเลิศเป็นของเก่าจึงได้มี เรื่องของสัตว์ทั้งหลายจะเหมือน
หรือไม่เหมือนกันโดยธรรมเท่านั้นหาใช่โดยอธรรมไม่. ดูก่อนวาเสฏฐ
และภารทวาชะ ก็ ธรรมเท่านั้นประเสริฐที่สุดในหมู่ชนทั้งในทิฏฐ-
ธรรมและอภิสัมปรายภพ
ว่าด้วยการเกิดขึ้นแห่งแพศย์
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ บรรดาสัตว์นั้นบางพวก ยึดมั่นเมถุน
ธรรมแยกประกอบการงาน. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ
สัตว์เหล่านั้นยึดมั่นเมถุนธรรมแล้ว แยกประกอบการงาน
ฉะนั้น อักขระว่า เวสฺสา เวสฺสา ดังนี้จึงบังเกิดขึ้น. ดูก่อน
วาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะเหตุดังกล่าวมานี้ การบังเกิดของพวก
แพศย์จึงมีได้อย่างนี้. ท่านย่อคำไว้แล้ว. ดูก่อนวาเสฏฐะและภาร-
ทวาชะ เพราะเหตุดังกล่าวนี้แล การบังเกิดขึ้นของหมู่ศูทรนั้น จึงมี
ได้ด้วยอักขระที่เข้าใจกันว่าเลิศเป็นของเก่า เรื่องของสัตว์เหล่านั้นจะ
เหมือนกันหรือไม่เหมือนกับสัตว์อื่น ก็โดยธรรมเท่านั้น หาใช่โดย
อธรรมไม่. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารัทวาชะ ธรรมเท่านั้นประเสริฐ
ที่สุดในหมู่ชนทั้งในทิฏฐธรรมและอภิสัมปรายภพ.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ มีสมัยที่กษัตริย์ติเตียนธรรมของตน
จึงออกจากเรือนบวชด้วยคิดว่า เราจะเป็นสมณะ.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภาทรวาชะ มีสมัยที่พราหมณ์ ฯลฯ แพศย์ ฯลฯ
ศูทร ติเตียนธรรมของตนจึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ด้วยคิด
ว่า เราจักเป็นสมณะดังนี้. ดูก่อนวาเสฏฐะสละภารทวาชะ การบังเกิด
ขึ้นแห่งหมู่สมณะจึงได้มีขึ้นด้วยหมู่ทั้ง ๔ เหล่านี้ เรื่องของสัตว์เหล่า
นั้นจะเหมือนหรือไม่เหมือนกับสัตว์เหล่าอื่นก็โดยธรรมเท่านั้น หาใช่
โดยอธรรมไม่. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ธรรมเท่านั้นประเสริฐ
ที่สุดในหมู่ชนทั้งในทิฏฐธรรมและอภิสัมปรายภพ.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ กษัตริย์ก็ดี พราหมณ์ก็ดี แพศย์ก็ดี
ศูทรก็ดี ประพฤติกายทุจจริต วจีทุจจริต มโนทุจจริตเป็นมิจฉาทิฏฐิ
ยึดถือกรรมด้วยมิจฉาทิฏฐิ เพราะการยึดถือกรรมด้วยอำนาจ
มิจฉาทิฏฐิเป็นเหตุ เบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกายแตก
ย่อมเช้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ กษัตริย์ก็ดี พราหมณ์ก็ดี แพศย์ก็ดี
ศูทรก็ดี ประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริตเป็นสัมมาทิฏฐิ
สมาทานกรรมด้วยอำนาจสัมมาทิฏฐิ เพราะการยึดถือกรรมด้วย
อำนาจสัมมาทิฏฐิเป็นเหตุ เบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกายแตก
ย่อมเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์.
ดูก่อนวาเสฎฐะและภารทวาชะ กษัตริย์ก็ดี พราหมณ์ก็ดีแพศย์ก็ดี
ศูทรก็ดี มีปกติทำกรรมทั้งสองอย่าง ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ
มีความเห็นเจือปนกัน ยึดถือกรรมด้วยอำนาจความเห็นอันเจือปนกัน
เพราะการยึดถือกรรมด้วยอำนาจความเห็น อันเจือปนกันเป็นเหตุ เบื้อง
หน้าแต่ตาย เพราะกายแตก ย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง.
ดูก่อนวาเสฎฐะและภารทวาชะ กษัตริย์ก็ดี ฯลฯ พราหมณ์ก็ดี ฯลฯ
แพศย์ก็ดี ฯลฯ ศูทรก็ดี สำรวมทางกาย สำรวมทางวาจาสำรวมทางใจ
อาศัยการเจริญโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๗ แล้ว ย่อมปรินิพพาน
ในโลกนี้แท้.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ บรรดาวรรณะทั้ง ๔ เหล่านี้
วรรณะใดเป็นภิกษุผู้อรหันต์ สิ้นอาสวะแล้ว อยู่จบแล้ว มีกรณียะอันกระทำ
แล้ว ปลงภาระได้แล้ว ตามบรรลุประโยชน์ของตนแล้ว มีสังโยชน์
เครื่องผูกสัตว์ไว้ในภพสิ้นแล้ว นับแล้ว เพราะรู้โดยชอบ วรรณะนั้น
ปรากฏว่าเป็นผู้เลศกว่าวรรณะเหล่านั้นโดยธรรม หาใช่โดยอธรรมไม่.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ธรรมเท่านั้นประเสริฐที่สุดในหมู่ชนทั้งใน
ทิฏฐธรรมและอภิสัมปรายภพ. ดูก่อนวาเสฏฐะแลภารทวาชะ แม้สนัง-
กุมารพรหมก็ได้กล่าวคาถาไว้ว่า
กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด ในหมู่ชนผู้มีความรังเกียจด้วยโคตร
ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์ดังนี้.
ดูก่อนวาเสฎฐะและภารทวาชะ ก็คาถานี้สนังกุมารพรหมขับไว้ถูกต้องไม่ผิด
ภาษิตไว้ถูก ไม่ผิด ประกอบด้วยประโยชน์ มิใช่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
เรารู้แล้ว. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ แม้เราเองก็กล่าวอย่างนี้ว่า
" กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด ในหมู่ชนผู้มีความรังเกียจด้วยโคตร
ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายดังนี้."
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระดำรัสนี้แล้ว. วาเสฏฐะและภารทวาชะ
ก็ยินดีชื่นชม ภาษิตของพระผู้มีพระภาค ฉะนี้แล. "
" ว่าด้วยต้นเหตุเกิดอักขระว่ามหาสมบัติ กษัตริย์ ราชา
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะชนผู้เป็นหัวหน้า
อันมหาชนสมมติแล้วอักขระว่า มหาสมมติจึงได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะผู้เป็นหัวหน้าเป็นใหญ่แห่งเขต
ฉะนั้น อักขระว่ากษัตริย์ กษัตริย์ จึงอุบัติขึ้นเป็นคำที่ ๒. ดูก่อน
วาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะเหตุที่ผู้เป็นใหญ่ย่อมยังชนเหล่าอื่นให้
ยินดีโดยชอบธรรม ฉะนั้น อักขระว่า ราชา ราชา ดังนี้ จึงบังเกิดขึ้น
เป็นคำที่ ๓. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะเหตุดังกล่าวมานี้
แล การับเกิดขึ้นของหมู่กษัตริย์จึงเกิดมีขึ้นมาด้วยอักขระที่เข้าใจ
กันว่าเลิศเป็นของเก่า. เรื่องของสัตว์เหล่านั้นจะเหมือนกัน และไม่
เหมือนกันกับสัตว์อื่นนั้นก็ด้วยธรรม หาใช่ด้วยอธรรมไม่. ดูก่อน
วาเสฏฐะและภารทวาชะ ก็ธรรมเท่านั้นประเสริฐที่สุดในหมู่ชน ทั้ง
ในทิฏฐธรรมและอภิสัมปรายภพ.
ครั้งนั้นแล สัตว์บางจำพวกเหล่านั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ผู้เจริญ
การถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้จักปรากฏ การครหาจักปรากฏ
มุสาวาทจักปรากฏ การถือเอาท่อนไม้จักปรากฏ การขับไล่
จักปรากฏในเพราะบาปธรรมใด บาปธรรมเหล่านั้นได้ปรากฏ
ในหมู่สัตว์ทั้งหลาย อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรลอยอกุศลธรรม
อันลามกทิ้งเสียเถิดดังนี้. สัตว์เหล่านั้นจึงได้พากันลอยอกุศลธรรม
อันลามกนั้นทิ้งไป ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะสัตว์ทั้ง
หลายพากันลอยอกุศลธรรมทิ้งไป ฉะนั้น อักขระว่า พราหมณ์
ดังนี้ จึงบังเกิดขึ้นครั้งแรก. พราหมณ์เหล่านั้นจึงสร้างกระท่อมมุง
ด้วยใบไม้ไว้ในราวป่าแล้วเพ่งอยู่ในกระท่อมที่มุงด้วยใบไม้นั้น. พวก
พราหมณ์เหล่านั้นไม่มีการหุงต้ม ไม่มีการตำข้าว ในเวลาเย็นใน
เวลาเช้า พวกเขาก็พากันเที่ยวไปยังหมู่บ้านตำบลและเมืองแสวงหา
อาหาร เพื่อบริโภคในเวลาเย็นและในเวลาเช้า. พวกเขาได้อาหาร
แล้วก็เพ่งอยู่ในกุฏิใบไม้ในราวป่านั้นอีก. หมู่มนุษย์พบเขาเข้า ก็
กล่าวอย่างนี้ว่า ผู้เจริญ สัตว์เหล่านี้สร้างกระท่อมมุงด้วยใบไม้ใน
ราวป่าแล้วเพ่งอยู่ในกระท่อมซึ่งมุงด้วยใบไม้นั้น พวกเขาไม่มีการ
หุงต้ม ไม่มีการตำข้าวในเวลาเย็นในเวลาเช้า พวกเขาพากันเที่ยวไป
ยังหมู่บ้านตำบลและเมืองแสวงหาอาหาร เพื่อบริโภคในเวลาเย็นใน
เวลาเช้า. เขาได้อาหารแล้วมาเพ่งอยู่ในกุฏิที่มุงด้วยใบไม้ในราวป่า
อีก. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ อักขระว่า ฌายิกา ฌายิกา ดังนี้
จึงบังเกิดขึ้นเป็นคำที่สอง ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ บรรดา
สัตว์เหล่านั้น บางพวกเมื่อไม่ได้สำเร็จฌานในกระท่อมที่มุงด้วยใบไม้
ในราวป่า จึงเที่ยวไปรอบหมู่บ้านรอบนิคม ทำคัมภีร์ มาอยู่. มนุษย์
ทั้งหลายเห็นเขาเข้า จึงกล่าวอย่างนี้ ผู้เจริญ สัตว์เหล่านี้แลไม่ได้
บรรลุฌานในกุฏิที่มุงด้วยใบไม้ในราวป่า จึงเที่ยวไปรอบบ้านรอบ
นิคม ทำคัมภีร์มาอยู่. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ บัดนี้ชนเหล่านี้
ไม่เพ่งอยู่ ชนเหล่านี้ไม่เพ่งอยู่ในบัดนี้ฉะนั้น อักขระว่า อชฺฌายิกา
อชฺฌายิกา ดังนี้จึงบังเกิดขึ้นเป็นคำที่ ๓. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ
ก็คำนั้น โดยสมัยนั้นสมมติกันว่าเป็นคำเลว แต่ในสมัยนี้ คำนั้น
สมมติกันว่าประเสริฐ. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะการ
พรรณนาดังว่ามานี้ การบังเกิดขึ้นของหมู่พราหมณ์นั้นโดยอักขระที่
เข้าใจกันว่าเลิศเป็นของเก่าจึงได้มี เรื่องของสัตว์ทั้งหลายจะเหมือน
หรือไม่เหมือนกันโดยธรรมเท่านั้นหาใช่โดยอธรรมไม่. ดูก่อนวาเสฏฐ
และภารทวาชะ ก็ ธรรมเท่านั้นประเสริฐที่สุดในหมู่ชนทั้งในทิฏฐ-
ธรรมและอภิสัมปรายภพ
ว่าด้วยการเกิดขึ้นแห่งแพศย์
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ บรรดาสัตว์นั้นบางพวก ยึดมั่นเมถุน
ธรรมแยกประกอบการงาน. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ
สัตว์เหล่านั้นยึดมั่นเมถุนธรรมแล้ว แยกประกอบการงาน
ฉะนั้น อักขระว่า เวสฺสา เวสฺสา ดังนี้จึงบังเกิดขึ้น. ดูก่อน
วาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะเหตุดังกล่าวมานี้ การบังเกิดของพวก
แพศย์จึงมีได้อย่างนี้. ท่านย่อคำไว้แล้ว. ดูก่อนวาเสฏฐะและภาร-
ทวาชะ เพราะเหตุดังกล่าวนี้แล การบังเกิดขึ้นของหมู่ศูทรนั้น จึงมี
ได้ด้วยอักขระที่เข้าใจกันว่าเลิศเป็นของเก่า เรื่องของสัตว์เหล่านั้นจะ
เหมือนกันหรือไม่เหมือนกับสัตว์อื่น ก็โดยธรรมเท่านั้น หาใช่โดย
อธรรมไม่. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารัทวาชะ ธรรมเท่านั้นประเสริฐ
ที่สุดในหมู่ชนทั้งในทิฏฐธรรมและอภิสัมปรายภพ.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ มีสมัยที่กษัตริย์ติเตียนธรรมของตน
จึงออกจากเรือนบวชด้วยคิดว่า เราจะเป็นสมณะ.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภาทรวาชะ มีสมัยที่พราหมณ์ ฯลฯ แพศย์ ฯลฯ
ศูทร ติเตียนธรรมของตนจึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ด้วยคิด
ว่า เราจักเป็นสมณะดังนี้. ดูก่อนวาเสฏฐะสละภารทวาชะ การบังเกิด
ขึ้นแห่งหมู่สมณะจึงได้มีขึ้นด้วยหมู่ทั้ง ๔ เหล่านี้ เรื่องของสัตว์เหล่า
นั้นจะเหมือนหรือไม่เหมือนกับสัตว์เหล่าอื่นก็โดยธรรมเท่านั้น หาใช่
โดยอธรรมไม่. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ธรรมเท่านั้นประเสริฐ
ที่สุดในหมู่ชนทั้งในทิฏฐธรรมและอภิสัมปรายภพ.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ กษัตริย์ก็ดี พราหมณ์ก็ดี แพศย์ก็ดี
ศูทรก็ดี ประพฤติกายทุจจริต วจีทุจจริต มโนทุจจริตเป็นมิจฉาทิฏฐิ
ยึดถือกรรมด้วยมิจฉาทิฏฐิ เพราะการยึดถือกรรมด้วยอำนาจ
มิจฉาทิฏฐิเป็นเหตุ เบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกายแตก
ย่อมเช้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ กษัตริย์ก็ดี พราหมณ์ก็ดี แพศย์ก็ดี
ศูทรก็ดี ประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริตเป็นสัมมาทิฏฐิ
สมาทานกรรมด้วยอำนาจสัมมาทิฏฐิ เพราะการยึดถือกรรมด้วย
อำนาจสัมมาทิฏฐิเป็นเหตุ เบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกายแตก
ย่อมเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์.
ดูก่อนวาเสฎฐะและภารทวาชะ กษัตริย์ก็ดี พราหมณ์ก็ดีแพศย์ก็ดี
ศูทรก็ดี มีปกติทำกรรมทั้งสองอย่าง ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ
มีความเห็นเจือปนกัน ยึดถือกรรมด้วยอำนาจความเห็นอันเจือปนกัน
เพราะการยึดถือกรรมด้วยอำนาจความเห็น อันเจือปนกันเป็นเหตุ เบื้อง
หน้าแต่ตาย เพราะกายแตก ย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง.
ดูก่อนวาเสฎฐะและภารทวาชะ กษัตริย์ก็ดี ฯลฯ พราหมณ์ก็ดี ฯลฯ
แพศย์ก็ดี ฯลฯ ศูทรก็ดี สำรวมทางกาย สำรวมทางวาจาสำรวมทางใจ
อาศัยการเจริญโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๗ แล้ว ย่อมปรินิพพาน
ในโลกนี้แท้.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ บรรดาวรรณะทั้ง ๔ เหล่านี้
วรรณะใดเป็นภิกษุผู้อรหันต์ สิ้นอาสวะแล้ว อยู่จบแล้ว มีกรณียะอันกระทำ
แล้ว ปลงภาระได้แล้ว ตามบรรลุประโยชน์ของตนแล้ว มีสังโยชน์
เครื่องผูกสัตว์ไว้ในภพสิ้นแล้ว นับแล้ว เพราะรู้โดยชอบ วรรณะนั้น
ปรากฏว่าเป็นผู้เลศกว่าวรรณะเหล่านั้นโดยธรรม หาใช่โดยอธรรมไม่.
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ธรรมเท่านั้นประเสริฐที่สุดในหมู่ชนทั้งใน
ทิฏฐธรรมและอภิสัมปรายภพ. ดูก่อนวาเสฏฐะแลภารทวาชะ แม้สนัง-
กุมารพรหมก็ได้กล่าวคาถาไว้ว่า
กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด ในหมู่ชนผู้มีความรังเกียจด้วยโคตร
ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์ดังนี้.
ดูก่อนวาเสฎฐะและภารทวาชะ ก็คาถานี้สนังกุมารพรหมขับไว้ถูกต้องไม่ผิด
ภาษิตไว้ถูก ไม่ผิด ประกอบด้วยประโยชน์ มิใช่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
เรารู้แล้ว. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ แม้เราเองก็กล่าวอย่างนี้ว่า
" กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด ในหมู่ชนผู้มีความรังเกียจด้วยโคตร
ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายดังนี้."
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระดำรัสนี้แล้ว. วาเสฏฐะและภารทวาชะ
ก็ยินดีชื่นชม ภาษิตของพระผู้มีพระภาค ฉะนี้แล. "
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ขนาดแบ่งเป็น 2 ตอนแล้วน่ะ....sakalot เขียน:...ยาวจังเลยคุณต้น.....
![]()
![]()
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
คุณต้นคงไ่ม่อยากให้กุศลขาดตอนค่ะก็เลยให้อ่านกันแบบไหลยาวsakalot เขียน:...ยาวจังเลยคุณต้น.....
![]()
![]()
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ขอบคุณสำหรับความรู้ที่นำมาเผยแผ่นะคะคุณต้น
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
Saturn Sky เขียน:คุณต้นคงไ่ม่อยากให้กุศลขาดตอนค่ะก็เลยให้อ่านกันแบบไหลยาวsakalot เขียน:...ยาวจังเลยคุณต้น.....
![]()
![]()
![]()
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ไม่ขาดหรอกค่ะแค่พักหายใจsakalot เขียน:Saturn Sky เขียน:คุณต้นคงไ่ม่อยากให้กุศลขาดตอนค่ะก็เลยให้อ่านกันแบบไหลยาวsakalot เขียน:...ยาวจังเลยคุณต้น.....
![]()
![]()
![]()
..ขาดเป็น 2 ตอนแล้วครับ..แต่ก็ขอบคุณมากครับ....
![]()
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
[quote="Saturn Sky""sakalot"]
..ขาดเป็น 2 ตอนแล้วครับ..แต่ก็ขอบคุณมากครับ....
[/quote]
ไม่ขาดหรอกค่ะแค่พักหายใจ
[/quote]
.....พรุ่งนี้เช้าเค้าว่าพายุจะเข้า...ผมบอกกับคุณต้นว่าจะปั่นไปตลาดนครเนื่องเขตตอนเช้า...แต่คุณต้นตีนผีพัง...ถ้าพรุ่งนี้ฝนไม่ตก ว่าจะปั่นไปคนเดียว ไม่ได้ปั่นไกลๆมานานแล้วครับ....
Saturn Sky เขียน:คุณต้นคงไ่ม่อยากให้กุศลขาดตอนค่ะก็เลยให้อ่านกันแบบไหลยาวsakalot เขียน:...ยาวจังเลยคุณต้น.....
![]()
![]()
![]()
ไม่ขาดหรอกค่ะแค่พักหายใจ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
อย่าสำคัญผิดว่า
ความดีเล็กน้อยจักไม่ให้ผล
แม้น้ำำที่หยุดลงมาทีละหยดๆ
ก็ยังเต็มตุ่มได้
นักปราญ์เมื่อสั่งสมความดีทีละเล็กละน้อย
ก็ย่อมเต็มด้วความดีเช่นกัน
ความดีเล็กน้อยจักไม่ให้ผล
แม้น้ำำที่หยุดลงมาทีละหยดๆ
ก็ยังเต็มตุ่มได้
นักปราญ์เมื่อสั่งสมความดีทีละเล็กละน้อย
ก็ย่อมเต็มด้วความดีเช่นกัน
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
พรุ่งนี้เราจะไปทำบญตอนเช้าเป็นวันพระ..แล้วก็จะพักกกกกกกกกก เหนื่อยยยยยยยยยsakalot เขียน:.....พรุ่งนี้เช้าเค้าว่าพายุจะเข้า...ผมบอกกับคุณต้นว่าจะปั่นไปตลาดนครเนื่องเขตตอนเช้า...แต่คุณต้นตีนผีพัง...ถ้าพรุ่งนี้ฝนไม่ตก ว่าจะปั่นไปคนเดียว ไม่ได้ปั่นไกลๆมานานแล้วครับ....
![]()
ตีนผีพัง ตีนคนพังหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
ดิ
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
quote="Saturn Sky"]
ตีนผีพัง ตีนคนพังหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
คุณมีตีนผีอีกหรือเปล่าเอาไปเปลี่ยนให้คุณต้น
ดิ
[/quote]
.....พรุ่งนี้วันพระ ตอนกลางคืนว่าจะสวดมนต์แบบตอนที่ทำวัด...แต่เช้าอยากออกปั่นครับ...ตีนผีมีเฉพาะตอนขับรถครับ...เอาไว้ชวนคุณต้นมานั่งรถด้วย จะได้เห็นตีนผี
พรุ่งนี้เราจะไปทำบญตอนเช้าเป็นวันพระ..แล้วก็จะพักกกกกกกกกก เหนื่อยยยยยยยยยsakalot เขียน:.....พรุ่งนี้เช้าเค้าว่าพายุจะเข้า...ผมบอกกับคุณต้นว่าจะปั่นไปตลาดนครเนื่องเขตตอนเช้า...แต่คุณต้นตีนผีพัง...ถ้าพรุ่งนี้ฝนไม่ตก ว่าจะปั่นไปคนเดียว ไม่ได้ปั่นไกลๆมานานแล้วครับ....
![]()
ตีนผีพัง ตีนคนพังหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
ดิ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
พัฒนาธรรมชาติตามความเป็นจริง
การปฏิบัติธรรมเจริญวิปัสสนา ท่านให้รู้ถึงธรรมชาติ
ที่มีอยู่จริง ๆเช่น เห็น ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส นึกคิด
ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สัตว์บุคคล ตัวตนเราเขา เพื่อจะให้รู็ว่าสิ่งเหล่านี้
เป็นเพียงธรรมชาติ ธรรมชาติ ก็หมายถึงว่า
ปฏิเสธความเป็นสัตว์เป็นบุคคลการเห็นมันเป็นเพียงธรรมชาิติชนิดหนึ่ง
ไม่ใช่เราเห็น ไม่ใช่คนเห็น แต่ปุถุชนจะหลงยึดว่าเป็นเรา ได้ยินก็ว่า
เราไ้ด้ยิน แต่ที่จริงมันเป็นธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้น ทำหน้าที่ได้ิยิน
แล้วก็ดับลง รู้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส คิดนึกนี้
คือะรรมชาิติแต่ละชนิด แต่ละอย่าง ที่มันปรากฏเกิดขึ้น
และดับไป ปฏิบัติธรรมก็เพื่อจะให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้คือธรรมชาิติ
ไม่ใช่เราเขา ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ไม่ใช่ตัวตนของเรา เป็นสิ่งที่เกิด
ขึ้นและดับไปตามธรรมดาจะเรียกว่าสิ่งต่าง ๆ
หรือธรรมชาิติที่มันมีมันเป็นโดยอิงอาศัยกัน
เพราะมีสิ่งนี้ จึงเกิดสิ่งนี้ เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ
ไม่ใช่ว่ามันเป็นสัตว์ เป็นบุคคล ไม่ใช่ตัวตนแห่งความเป็นเรา
ต้องการให้เห็นความจริงอย่างนี้
การปฏิบัติธรรมเจริญวิปัสสนา ท่านให้รู้ถึงธรรมชาติ
ที่มีอยู่จริง ๆเช่น เห็น ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส นึกคิด
ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สัตว์บุคคล ตัวตนเราเขา เพื่อจะให้รู็ว่าสิ่งเหล่านี้
เป็นเพียงธรรมชาติ ธรรมชาติ ก็หมายถึงว่า
ปฏิเสธความเป็นสัตว์เป็นบุคคลการเห็นมันเป็นเพียงธรรมชาิติชนิดหนึ่ง
ไม่ใช่เราเห็น ไม่ใช่คนเห็น แต่ปุถุชนจะหลงยึดว่าเป็นเรา ได้ยินก็ว่า
เราไ้ด้ยิน แต่ที่จริงมันเป็นธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้น ทำหน้าที่ได้ิยิน
แล้วก็ดับลง รู้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส คิดนึกนี้
คือะรรมชาิติแต่ละชนิด แต่ละอย่าง ที่มันปรากฏเกิดขึ้น
และดับไป ปฏิบัติธรรมก็เพื่อจะให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้คือธรรมชาิติ
ไม่ใช่เราเขา ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ไม่ใช่ตัวตนของเรา เป็นสิ่งที่เกิด
ขึ้นและดับไปตามธรรมดาจะเรียกว่าสิ่งต่าง ๆ
หรือธรรมชาิติที่มันมีมันเป็นโดยอิงอาศัยกัน
เพราะมีสิ่งนี้ จึงเกิดสิ่งนี้ เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ
ไม่ใช่ว่ามันเป็นสัตว์ เป็นบุคคล ไม่ใช่ตัวตนแห่งความเป็นเรา
ต้องการให้เห็นความจริงอย่างนี้
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
งั้นต่อให้นะคะ จะได้ไม่ งง
แต่ท่านทั้งหลายก็อาจจะคิดว่า ไม่เห้นจะน่าอัศจรรย์วิเศษ
อะไร การรู้อย่างนี้ เราก็รู้แล้ว ชีวิตก็คือธรรมชาติ
ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ก็รู้อยู่แล้ว อันนี้มันเป็นความรู้แบบฟัง
แล้วเข้าใจจากการนึกคิด มันไม่ใช่การเห็นจริง
ที่ปฏิบัตินั้นก็ต้องการให้เห็นด้วยตัวตนของตัวเอง
เห็นแจ่มแจ้งชัดเจนประจักษ์เฉพาะหน้า ไ่ม่ได้คิดเอา นึกเอา
ไม่ใช่เรามาคิดสรุปเอาเองว่า มันไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตนอย่างเรา
ที่เราเคยฟัง เราคิดอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่ยังไม่ใช่ปัญญาแท้
ปัญญาแท้จะต้องเกิดจากการเห็นด้วยตัวเอง เกิดญาณ เิกิดความรู้
เกิดความแจ่มแจ้งขึ้น จัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่ปรากฏนี้เป็นเพียงธรรมชาิติ
จริงๆ ปราศจากความเป็นสัตว์ บุคคลจริง ๆทีนี้การจะรู้เห็นอย่างนี้ได้
จำเป็นต้องพยายามที่จะระลึกศึกษา พิจารณาอยู่เสมอ คือ จะต้องใส
ใจ สังเกตุติดตามระลึกรู้ ระลึกเป็นตัวคอยจับอารมณ์ เป็นตัวที่ไม่ให้
เผลอ คือ ไม่ให้เผลอไปว่า ขณะเห็น ขณะได้ยินเป็นต้นนั้น
จะต้องใส่ใจกำหนดรู้ เวลาเดินก็ไม่เผลอล่องลอย
ไปเรื่อ่งอื่น ให้เกิดการระลึกขึ้นมา ขณะระลึกอยู่ก็ศึกษา
ตัวศึกษามันเป็นตัวสัมปชัญญะเป็นตัวปัญญา คือสังเกต
พิจารณา แต่ไม่ใช่คิดถึงพิจารณาแบบยืดยาวเป็นเรื่อง
เป็นราวแบบนั้นไม่ใช่
แต่ท่านทั้งหลายก็อาจจะคิดว่า ไม่เห้นจะน่าอัศจรรย์วิเศษ
อะไร การรู้อย่างนี้ เราก็รู้แล้ว ชีวิตก็คือธรรมชาติ
ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ก็รู้อยู่แล้ว อันนี้มันเป็นความรู้แบบฟัง
แล้วเข้าใจจากการนึกคิด มันไม่ใช่การเห็นจริง
ที่ปฏิบัตินั้นก็ต้องการให้เห็นด้วยตัวตนของตัวเอง
เห็นแจ่มแจ้งชัดเจนประจักษ์เฉพาะหน้า ไ่ม่ได้คิดเอา นึกเอา
ไม่ใช่เรามาคิดสรุปเอาเองว่า มันไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตนอย่างเรา
ที่เราเคยฟัง เราคิดอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่ยังไม่ใช่ปัญญาแท้
ปัญญาแท้จะต้องเกิดจากการเห็นด้วยตัวเอง เกิดญาณ เิกิดความรู้
เกิดความแจ่มแจ้งขึ้น จัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่ปรากฏนี้เป็นเพียงธรรมชาิติ
จริงๆ ปราศจากความเป็นสัตว์ บุคคลจริง ๆทีนี้การจะรู้เห็นอย่างนี้ได้
จำเป็นต้องพยายามที่จะระลึกศึกษา พิจารณาอยู่เสมอ คือ จะต้องใส
ใจ สังเกตุติดตามระลึกรู้ ระลึกเป็นตัวคอยจับอารมณ์ เป็นตัวที่ไม่ให้
เผลอ คือ ไม่ให้เผลอไปว่า ขณะเห็น ขณะได้ยินเป็นต้นนั้น
จะต้องใส่ใจกำหนดรู้ เวลาเดินก็ไม่เผลอล่องลอย
ไปเรื่อ่งอื่น ให้เกิดการระลึกขึ้นมา ขณะระลึกอยู่ก็ศึกษา
ตัวศึกษามันเป็นตัวสัมปชัญญะเป็นตัวปัญญา คือสังเกต
พิจารณา แต่ไม่ใช่คิดถึงพิจารณาแบบยืดยาวเป็นเรื่อง
เป็นราวแบบนั้นไม่ใช่
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡