หลังจากฟ้าฝนไม่เป็นใจและติดภาระกิจครอบครัว ทำให้เราต่างคนก็ซุ้มฝึกซ้อมกันไป ทริปนครปฐมที่เราตกลงกันตั้งแต่ต้นเดือนมีอันต้องเลื่อนมาเป็นเกือบสิ้นเดือน แต่เราก็ยังได้ไปในที่สุด ทริปนี้เราออกกันสองคนเน้น ๆ เลย เจ้าน้ำว้า กะ เจ้าหวานเย็น ก็ได้มีการปรับแต่งกันอีกนิดหน่อยเพื่อความสบายในการปั่น เจ้าน้ำว้าไปเพิ่มตะแกรงหน้าเพื่อใส่กระเป๋าคู่หน้า เพื่อนโบ้บอกรถนิ่งขึ้นมาก (จริงป่าววะ

หลังจากนัดเจอที่จุดนัดพบ จุดแรกที่เราแวะบันทึกภาพครับ
อากาศวันนั้นครึ้ม ๆ นิดหน่อยแดดไม่มีเลย ใจคิดว่าคงสบาย ๆ ไม่มีแดดก็ดีเหมือนกันไม่ร้อน ไม่ดำ นาน ๆ ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เราเริ่มนับหนึ่งจากจุดนี้เก็บภาพ ตั้งอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายแหล่ได้เรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางต่อ จนมาถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านหลังป้อมสันติชัยปราการ แวะเก็บภาพบรรยากาศอีกสักนิดนึง เพื่อนำมาเล่าเรื่องราวให้ผู้ติดตามได้ชมบ้าง

เจ้าน้ำว้า กะ เจ้าหวานเย็น ชมแท่น้ำเจ้าพระยา

โชว์รูป จกย. สะท้อนแสงหลังเสื้อซะหน่อย

เช้า ๆ อย่างนี้เพื่อนโบ้ยังนึก Action ไม่ออก


บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยามเช้าสวยงามดีครับ เสียดายแดดน้อยไปหน่อย
ไปครับพอหอมปากหอมคอออกเดินทางต่อ ยาวครับคราวนี้ ขึ้นสะพานปิ่นเกล้า เพื่อนโบ้เชี่ยวชาญชำนาญเส้นทางมาก ๆ พาลัดเลาะคดเคี้ยวไปมา ผมก็ตามอ่านชื่อถนนไม่ค่อยทันมาสอบถามทีหลังได้ความมาว่า ลงจากสะพานปิ่นเกล้าแล้ว เลี้ยวไปเลี้ยวมา ก็มาขึ้น สะพานอรุณอัมรินทร์ (มีชื่อผมด้วย

ชาวนักปั่นที่วันนี้มานอกเครื่องแบบ กำลังทักทายอวยชัยให้พรเพื่อนโบ้อยู่
เราทั้งสองพูดคุยทักทายกับพี่ที่เป็น Biker อยู่สักพักก็ออกเดินทางไปตาม ถนนบรมราชชนนี ต่อไปอีกได้สักพักก็เลี้ยวเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 2 (น่าจะจำไม่ผิดนะครับ

เฮ้ยโบ้ มอไซด์แซงละ ยอมได้ไงวะ

กินลมชมวิว สบายจริงนะเพื่อน

สบาย ๆ อากาศไม่ร้อนเพื่อนโบ้ว่างั้น

ก้มมานานคลายเส้นซะหน่อย

เรายังคงมุ่งหน้าต่อไป ทาเคชิ
ดื่มด่ำพร้อมชมบรรยากาศสองข้างทาง และพูดคุยวางแผนการเดินทางต่อในระหว่างปั่น รวมถึงการแวะทานอาหารเช้าที่ไหนดี เพราะนี่ก็เก้าโมงนิด ๆ ละ ตั้งแต่ออกมาเรายังไม่ได้ทานอาหารหลักเลย สรุปได้ใจความเราก็เริ่มออกแรงกดลูกบันได เพื่อเร่งความเร็วไปหาร้านอาหารเช้าของเรา มาจนสุดถนนเราก็มาเจอพุทธมณฑลขวางหน้าเราอยู่ เลี้ยวขวาและเข้าซ้ายเข้าถนนรอบพุทธมณฑล เส้นนี้มีต้นไม้เป็นอุโมงค์เลยครับ และมี Biker หลายกลุ่มมานัดประลองความเร็วกันส่วนเราสองคนไม่ได้สนใจพวกเขา จัดท่าแปลงกายกันดีกว่าเพื่อน



สีหน้าเปื้อนความสุขจริง ๆ เพื่อนผม



ความสุขบนหลังอานโดยแท้จริง ๆ ครับ


I Belief I Can Fly
พอหลุดจากถนนเส้นอุโมงค์ต้นไม้เราทั้งคู่ก็ปั่นลัดเลาะมาตามชุมชน น่าจะเป็นด้านข้างศาลายา ได้สักพักใหญ่ ๆ ก็มาเจอตลาดน้ำดอนหวาย เราทั้งคู่ไม่ได้แวะเนื่องจากปกติเราก็มากันบ่อย เราจึงเลยไปร้านอาหารเช้าของเราซึ่งอยู่ด้านข้างร้าน SDL ศาลายา ร้านขายเสื้อผ้าของนักจักรยานที่หลายท่านคุ้นเคยดี พร้อมเข้าเยี่ยมชมและซื้อของติดมือมานิดหน่อยก่อนที่เราจะออกเดินทางต่อ


เติมพลังเรียบร้อยพร้อม Shopping ได้กางเกงลำลอง และ ปอกแขน มาคนละคู่ ก็ออกเดินทางต่อไปวัดไร่ขิง วนเวียนวัดถ่ายรูปแล้วย้อนกลับเส้นทางเดิม เพื่อมุ่งสู่จุดหมายต่อไปคือ เจษฎามิวเสียม ขาออกเลยตลาดดอนหวายมานิดหน่อนฝนก็เริ่มตั้งเค้ามาแล้ว คิดว่าทริปนี้ต้องลุยฝนแน่ ๆ เพราะเราก็เตรียมใจมาจากบ้านเหมือนกัน ว่าอาจจะต้องโดนฝนกันแน่ ๆ ยังไม่ถึงจุดหมายฝนก็เริ่มเทลงมาแต่เราก็ลุยต่อครับไม่มีหยุด แต่จู่ ๆ เพื่อนโบ้ก็ให้สัญญาณให้ผมขึ้นไปบังบ้างขณะกำลังจะขึ้น เพื่อนโบ้บอกว่าความเร็วตกกูดูดมึงบ้าง (ในใจผมคิด มึงนึกว่ากูมีเหลือหรือไงวะ

ออกจากเจษฎามิวเสียม เราก็มาแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารเป็นแพริมแม่น้ำนครชัยศรี ได้เจอกับกลุ่มจักรยานที่ปั่นตาม ๆ กันมาเข้ามาแวะทานกันหลายกลุ่ม และได้พูดคุยทักทายกันไปตามประสา ส่วนเราสองคนมาหาสาเหตุที่อยู่ ๆ ก็หมดแรงไปเฉย ๆ ในระหว่างทาง คงเป็นเพราะมื้อเช้าเราเติมช้าไปพลังงานที่ได้มันนำมาใช้ไม่ทันเวลา มันไม่ใช่หมดแรงนะครับแต่เหมือนมันโหย ๆ ยังไงบอกไม่ถูก
ปั่นลัดเลาะไปตามถนนสายรองเพื่อมุงสู่นครปฐม จนในที่สุดเราก็มาถึงท่ามกลางสายฝนหนักบ้างเบาบ้าง แต่เราก็ตะลุยปั่นไม่มีท้อมันดีครับ





ในที่สุดเราก็มาถึง จังหวัดนครปฐม องค์พระปฐมเจดีย์ เก็บภาพปั่นวนเวียนโดยรอบชมบรรยากาศเราก็ไปเช็ครอบรถไฟ ในขณะที่เพื่อนโบ้กำลังเข้าคิวรอซื้อตั๋วก็มีโทรศัพท์เข้า ผมยังนึกว่าเมียมันโทรตามเลยรีบเก็บภาพเอาไว้กะว่าจะเอามาแซวในกระทู้ แต่โทรศัพท์สายนั้นกลายเป็นเพื่อนสนิทของเราทั้งคู่อีกคนนึงโทรมาแจ้งข่าวร้ายว่าพ่อของมันเสียแล้ว เศร้าเลยเรา



สรุปทริป เปียกปอนไป ครฐม
อีกหนึ่งจังหวัดที่เราสองคนเก็บไมล์มาได้อีก ทริปนี้ที่ว่ามันส์สุด ๆ คือเราได้ทดสอบสมรรถนะทั้งรถและคนแบบเต็ม ๆ คือเราได้ไปแบบเต็มกำลังของเราทั้งคู่ ชัดกันยาว ๆ ไม่ถึงจุดหมายที่วางไว้ก็ไม่แวะพักว่ากันอย่างนั้นเลย บทเรียนอีกบทที่ได้มาจากทริปนี้คือเรื่องของการเติมพลังในขณะเดินทาง ครั้งนี้เราเติมพลังให้ตนเองช้าไปอยู่ ๆ ก็ช๊อตปั่นไม่ออกไปเฉย ๆ เลย น้ำหวานก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกันสำหรับนำไปใช้เป็นพลังงาน เส้นทางทริปนี้มีขึ้นสะพานสูงหลายสะพานเหมือนกัน การใช้เกียร์เพื่อเข้ามาช่วยผ่อนแรงเราก็สำคัญ ทั้งในเรื่องการปั่นลุยฝนได้คำแนะนำดี ๆ จากเพื่อนโบ้อีกเช่นเคยคือต้องคอยเบรคเพื่อรีดน้ำไว้บ่อย ๆ ในทริปนี้เรามีความเป็นทีมมากขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง กว่าจะถึงทริปแห่งความท้าทาย กทม.-เชียงใหม่ ถึงวันนั้น น้ำว้า กะ หวานเย็น และเราทั้งคู่คงมีความพร้อมเต็มที่....(ต้น กะ โบ้)

จบทริป เปียกปอนไป ครฐม ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ















































































