ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
กฏการใช้บอร์ด
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
- ฅนเสรีไท
- ขาประจำ
- โพสต์: 2387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
- Tel: 029199391
- team: ฅนเสรีไท
- Bike: Specialized Sirrus
- ติดต่อ:
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
สวัสดียามเช้าคร๊...................................บ
- sabadee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
- Tel: 089-109-9536
- team: ฅนเสรีไทย
- Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
รายชื่อผู้ที่สั่งเสื้อและกางเกงฅนเสรีไท
1.คุณสกล...............880.฿.............แขนยาว 1
..........................780.฿............. แขนสั้น 1
..........................880.฿............... กางเกงสั้น 1
........................1230.฿................. กางเกงยาว 1
2.มูฮำหมัด.............1230.฿................. L กางเกงยาว 1
3.บังมัด.................880.฿................ S กางเกงสั้น 1
4.กฤษฎา...............880.฿..................XL เสื้อแขนยาว
5.ช่างสี.................880.฿....................เสื้อแขนยาว XL
6.จูโซด...............1230.฿........... ........ L กางเกงขายาว 1
7.อาจาร์หมอกมล......880.฿................. เสื้อ2xl แขนยาว 1
.........................1230.฿.................... กางเกง ขายาว 1
8.พี่เล็ก..................880.฿.................. ..กางเกงขาสั้น M 1
9.พี่สุวิทย์................880.฿.....................กางเกงขาสั้น 2XL 1
10.ฮาฟิต................880.฿......................เสื้อแขนยาว M 1
...........................980.฿.........................กางเกงครึ่งน่อง M 1
11.บังวุด ................880.฿........................เสื้อแขนยาว 2XL
12.น้ามงคล..............880.฿........................ กางเกงขาสั้น M
13.เล็กดอนอีกา..........880.฿.......................เสื้อ
14.บังดล..................880.฿......................เสื้อแขนยาว S
15.บังโต...................880.฿.......................กางเกงขาสั้น M
เสื้อเสรีไทมีคนสั่งบ่อยมาก เลยอยากได้กางเกงด้วย มูฮำหมัดเรียกร้องผมเลยจัดให้
โดยเสื้อราคา
เสื้อแขนยาว........880.฿
เสื้อแขนสั้น.........780.฿
กางเกงสั้น..........880.฿
กางเกงยาว.......1,230.฿
กางเกงครึ่งน่อง.....980.฿
ดูsize ที่นี้เลยครับ
http://www.sdlwonga.com/size.pdf
(สรุปยอด สิ้นเดือนมิถุนายนนี้นะครับ)
1.คุณสกล...............880.฿.............แขนยาว 1
..........................780.฿............. แขนสั้น 1
..........................880.฿............... กางเกงสั้น 1
........................1230.฿................. กางเกงยาว 1
2.มูฮำหมัด.............1230.฿................. L กางเกงยาว 1
3.บังมัด.................880.฿................ S กางเกงสั้น 1
4.กฤษฎา...............880.฿..................XL เสื้อแขนยาว
5.ช่างสี.................880.฿....................เสื้อแขนยาว XL
6.จูโซด...............1230.฿........... ........ L กางเกงขายาว 1
7.อาจาร์หมอกมล......880.฿................. เสื้อ2xl แขนยาว 1
.........................1230.฿.................... กางเกง ขายาว 1
8.พี่เล็ก..................880.฿.................. ..กางเกงขาสั้น M 1
9.พี่สุวิทย์................880.฿.....................กางเกงขาสั้น 2XL 1
10.ฮาฟิต................880.฿......................เสื้อแขนยาว M 1
...........................980.฿.........................กางเกงครึ่งน่อง M 1
11.บังวุด ................880.฿........................เสื้อแขนยาว 2XL
12.น้ามงคล..............880.฿........................ กางเกงขาสั้น M
13.เล็กดอนอีกา..........880.฿.......................เสื้อ
14.บังดล..................880.฿......................เสื้อแขนยาว S
15.บังโต...................880.฿.......................กางเกงขาสั้น M
เสื้อเสรีไทมีคนสั่งบ่อยมาก เลยอยากได้กางเกงด้วย มูฮำหมัดเรียกร้องผมเลยจัดให้
โดยเสื้อราคา
เสื้อแขนยาว........880.฿
เสื้อแขนสั้น.........780.฿
กางเกงสั้น..........880.฿
กางเกงยาว.......1,230.฿
กางเกงครึ่งน่อง.....980.฿
ดูsize ที่นี้เลยครับ
http://www.sdlwonga.com/size.pdf
(สรุปยอด สิ้นเดือนมิถุนายนนี้นะครับ)
แก้ไขล่าสุดโดย sabadee เมื่อ 28 มิ.ย. 2012, 15:56, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
-
Mr.Green99
- ขาประจำ
- โพสต์: 609
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2011, 16:42
- Tel: 092-698-9233
- Bike: Araya Muddy Fox 9sp ,Surly Long Hual Trucker 9sp,Bridgestone WN 2000 NEO-COT, Tokyo Bike Mini
- ติดต่อ:
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
มีใครไปบ้างครับ
การแข่งขันจักรยานทางเรียบ "ใจสั่งมา" ถนนคลองส่งน้ำ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ระยะทาง 60 กิโล มีถ้วยรางวัลสำหรับทุกท่านที่ปั่นเข้าเส้นชัยภายใน 2.30 ชม.
ไม่จำกัดประเภทรถจักรยาน แข่งขันได้ทุกชนิด*ห้ามติด แอร์โร่บาร์ ห้ามติดเครื่องยนต์
วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2555
ชิงถ้วยรางวัล จ้าวความเร็ว 9 อันดับ จากนักกีฬาทั้งหมด
สนับสนุนถ้วยรางวัลจ้าวความเร็วโดย นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ
แบ่งออกเป็น
จ้าวความเร็วประเภท เสือภูเขา อันดับที่ 1 2 3
จ้าวความเร็วประเภท เสือหมอบ อันดับที่ 1 2 3
จ้าวความเร็วประเภท ฟิกเกียร์ อันดับที่ 1 2 3
**มีจับฉลากแจกเฟรมรถ MTB ของ KHS 2 คัน (อะลูมิเนียม เบอร์ 7000) **
**ผู้รับรางวัลสามารถเปลี่ยนเฟรมรถ MTB ตามความสูงของตนเองได้ มีเบอร์ 15-16-17-18-19 ได้ที่ร้านอมรไบค์ซิเคิล**
**มีจับฉลากแจก รถฟิกเกียร์ MEADOW 2 คัน
วัตถุประสงค์
1.เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน รุ่นใหม่ใส่ใจเล่นกีฬาเพื่อหลีกเลี่ยงยาเสพติด
2.เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน รุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจในการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ
3.เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน รุ่นใหม่พัฒนาทักษะการขี่จักรยานไปสู่นักกีฬาในอนาคต
4.รายได้ส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่าย นำไปสมทบทุนสร้างอาคารเรียน โครงการจำปีเหล็กเพื่อเด็กดอย ครั้งที่ 7 / 2555 ที่ โรงเรียนบ้านสงินใต้ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
ระยะทางการแข่งขัน ปั่น 3 รอบๆละ 20 กม. รวมระยะทางประมาณ 60 กม.
จุดให้น้ำ อยู่บริเวณจุด START นักกีฬาต้องจอดรถจักรยานและลงมารับน้ำด้วยตนเอง
ลักษณะเส้นทาง เป็นทางลาดยาง 100 % ถนนเป็นแอ่งลูกคลื่นเป็นช่วงๆ อันเกิดจากการทรุดตัวของการวิ่งรถบรรทุก นักกีฬาโปรดใช้ความระมัดระวังขณะแข่งขัน
ค่าสมัครและชำระเงิน ภายในกำหนด
ค่าสมัครท่านละ 400 บาท สมัครหน้างาน ท่านละ 500 บาท
สมัครภายในวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2555
ชำระเงินภายในวันที่ 25 มิถุนายน – 30 มิถุนายน 2555 มีประกันอุบัติเหตุขณะแข่งขันวงเงิน 5,000บาท ตามใบเสร็จโรงพยาบาล เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุขณะแข่งขัน วงเงิน 100,000 บาท
**สมัครหน้างานไม่มีประกันอุบัติเหตุ**
**เก็บค่าสมัครหน้างานแพงเพราะเจตนาที่จะให้สมัครเข้ามาก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมของงาน**
ชำระค่าสมัครแข่งขันจักรยานและเข้าร่วมกิจกรรม :
บัญชีชื่อ คุณณัฐนันท์ กุศลธนพงษ์สิน
บัญชีเลขที่ 155-7500-517 ธนาคารกรุงเทพ สาขา สมุทรปราการ ประเภท ออมทรัพย์
โปรดเก็บใบ pay in ไว้เป็นหลักฐานและแฟกซ์มาพร้อมใบสมัครที่ 02-175-7806
การรับสมัคร
1.ทางอีเมล์ thaipowerbike@hotmail.com (โปรดกรอกรายละเอียดในใบสมัครให้ครบถ้วน)
2.ส่งใบสมัครทางแฟกซ์ 02-175-7806
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
คุณณัฐนันท์ กุศลธนพงษ์สิน (ครูน้อง ) 086-3042128 / 090-0071681
โทร.02-175-7805 โทรสาร.02-175-7806
ทีมงานภาคสนาม : กติกาทั่วไป : ทีมงานราชบุรี โดย
นายวรชาติ ปรัชญาดำรงพล (ตี๋ HARO ) 082-292-2266
รางวัลการแข่งขัน
ถ้วยรางวัล+ เสื้อที่ระลึก เมื่อปั่นครบระยะทาง 60 กิโล ภายในเวลา 2.30 ชั่วโมง
-มีอาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้เข้าแข่งขันท่านละ 1 ชุด (ผู้ติดตามต้องจัดหาอาหารมาเอง)
เสื้อที่ระลึก กรุณาระบุ SIZE เสื้อมาในใบสมัคร หากสมัครหน้างานอาจจะไม่ได้เสื้อ SIZE ที่ต้องการ
size M รอบอก 38 นิ้ว
size L รอบอก 40 นิ้ว
size XL รอบอก 42 นิ้ว
กำหนดการ
06.00 น. – 07.00 น. มีข้าวต้มตอนเช้าเลี้ยงนักกีฬา
07.00 น. – 08.30 น. ลงทะเบียนพร้อมรับหมายเลขประจำตัว
08.30 น. – 08.45 น. กล่าวเปิดงาน
09.00 น. ปล่อยจักรยานเสือหมอบ
09.03 น. ปล่อยตัวจักรยานเสือภูเขา
09.06 น. ปล่อยตัวจักรยานฟิกเกียร์
11.30 น. นักกีฬากลับเข้าเส้นชัย และรับถ้วยรางวัล + เสื้อที่ระลึก
12.00 น. – 13.00 น. รับประทานกลางวันร่วมกัน
13.00 น. – 13.30 น. แจกถ้วยรางวัลจ้าวความเร็ว โดยแยกประเภทจักรยานและ จับฉลากแจกของที่ระลึก
หมายเหตุ เนื่องจากผู้จัดการแข่งขันยังไม่มีสปอร์นเซอร์มาช่วยสนับสนุนการแข่งขัน จึงขอความอนุเคราะห์ นักกีฬาทุกท่านลงทะเบียนสมัครเข้ามาก่อน เพื่อที่ทางทีมงานจะได้เตรียมถ้วยรางวัล เสื้อที่ระลึกและอาหาร น้ำดื่ม ให้พอเพียงกับจำนวนนักกีฬา เพราะถ้าเตรียมไว้ไม่พอก็จะโดนต่อว่า เตรียมมากเกินก็เปลืองงบประมาณ ขอบคุณค่ะ
กติกาและเงื่อนไขการแข่งขัน
1.ไม่จำกัดประเภทรถจักรยาน แต่งได้เต็มที่
**รถจักรยานฟิกเกียร์ โปรดติดเบรกเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม**
2.ผู้เข้าแข่งขันต้องสวมหมวกกันกระแทกศีรษะตลอดการแข่งขัน ถ้าไม่สวมหมวกจะตัดสิทธิ์การแข่งขัน
3..ห้ามใช้แอร์โร่บาร์ ห้ามติดเครื่องยนต์
4.ผู้เข้าแข่งขันที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
5.ผู้เข้าแข่งขันจะต้องติดป้ายหมายเลขสำหรับแข่งขันที่หน้ารถจักรยานและด้านหลังเสื้อทุกคน
6.ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งขันครบตามจำนวนรอบ และผ่านจุดเช็คพ้อยส์จากเจ้าหน้าที่
7.ระหว่างเส้นทางการแข่งขันจะมีป้ายกำกับเส้นทาง และเจ้าหน้าที่พร้อมวิทยุสื่อสาร
8.ความเสียหายใดๆอันเกิดแก่รถจักรยานหรือผู้เข้าแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันและผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้จัดการแข่งขันได้
8.การตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด
9.การประท้วงผลการตัดสินต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันภายใน 15 นาทีหลังประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ และต้องวางเงินประกันการประท้วงเป็นเงิน 1,000.บาท ( หากการประท้วงเป็นผลจะคืนเงินประกันให้ )
10.ภาพการแข่งขันถือเป็นสิทธิ์ของผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งสามารถนำไปใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์ใดๆได้
ดาวโหลดระเบียบการ http://www.swimfanclub.com/uppdf/2012-0 ... -25-38.pdf
ดาวโหลดใบสมัครบุคคล http://www.swimfanclub.com/uppdf/2012-0 ... -19-47.pdf
ดาวโหลดใบสมัครประเภททีม http://www.swimfanclub.com/uppdf/2012-0 ... -19-22.pdf
ดาวโหลดแผนที่ http://www.swimfanclub.com/uppdf/2012-0 ... -58-43.doc
แบบถ้วยรางวัล
การแข่งขันจักรยานทางเรียบ "ใจสั่งมา" ถนนคลองส่งน้ำ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ระยะทาง 60 กิโล มีถ้วยรางวัลสำหรับทุกท่านที่ปั่นเข้าเส้นชัยภายใน 2.30 ชม.
ไม่จำกัดประเภทรถจักรยาน แข่งขันได้ทุกชนิด*ห้ามติด แอร์โร่บาร์ ห้ามติดเครื่องยนต์
วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2555
ชิงถ้วยรางวัล จ้าวความเร็ว 9 อันดับ จากนักกีฬาทั้งหมด
สนับสนุนถ้วยรางวัลจ้าวความเร็วโดย นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ
แบ่งออกเป็น
จ้าวความเร็วประเภท เสือภูเขา อันดับที่ 1 2 3
จ้าวความเร็วประเภท เสือหมอบ อันดับที่ 1 2 3
จ้าวความเร็วประเภท ฟิกเกียร์ อันดับที่ 1 2 3
**มีจับฉลากแจกเฟรมรถ MTB ของ KHS 2 คัน (อะลูมิเนียม เบอร์ 7000) **
**ผู้รับรางวัลสามารถเปลี่ยนเฟรมรถ MTB ตามความสูงของตนเองได้ มีเบอร์ 15-16-17-18-19 ได้ที่ร้านอมรไบค์ซิเคิล**
**มีจับฉลากแจก รถฟิกเกียร์ MEADOW 2 คัน
วัตถุประสงค์
1.เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน รุ่นใหม่ใส่ใจเล่นกีฬาเพื่อหลีกเลี่ยงยาเสพติด
2.เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน รุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจในการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ
3.เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน รุ่นใหม่พัฒนาทักษะการขี่จักรยานไปสู่นักกีฬาในอนาคต
4.รายได้ส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่าย นำไปสมทบทุนสร้างอาคารเรียน โครงการจำปีเหล็กเพื่อเด็กดอย ครั้งที่ 7 / 2555 ที่ โรงเรียนบ้านสงินใต้ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
ระยะทางการแข่งขัน ปั่น 3 รอบๆละ 20 กม. รวมระยะทางประมาณ 60 กม.
จุดให้น้ำ อยู่บริเวณจุด START นักกีฬาต้องจอดรถจักรยานและลงมารับน้ำด้วยตนเอง
ลักษณะเส้นทาง เป็นทางลาดยาง 100 % ถนนเป็นแอ่งลูกคลื่นเป็นช่วงๆ อันเกิดจากการทรุดตัวของการวิ่งรถบรรทุก นักกีฬาโปรดใช้ความระมัดระวังขณะแข่งขัน
ค่าสมัครและชำระเงิน ภายในกำหนด
ค่าสมัครท่านละ 400 บาท สมัครหน้างาน ท่านละ 500 บาท
สมัครภายในวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2555
ชำระเงินภายในวันที่ 25 มิถุนายน – 30 มิถุนายน 2555 มีประกันอุบัติเหตุขณะแข่งขันวงเงิน 5,000บาท ตามใบเสร็จโรงพยาบาล เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุขณะแข่งขัน วงเงิน 100,000 บาท
**สมัครหน้างานไม่มีประกันอุบัติเหตุ**
**เก็บค่าสมัครหน้างานแพงเพราะเจตนาที่จะให้สมัครเข้ามาก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมของงาน**
ชำระค่าสมัครแข่งขันจักรยานและเข้าร่วมกิจกรรม :
บัญชีชื่อ คุณณัฐนันท์ กุศลธนพงษ์สิน
บัญชีเลขที่ 155-7500-517 ธนาคารกรุงเทพ สาขา สมุทรปราการ ประเภท ออมทรัพย์
โปรดเก็บใบ pay in ไว้เป็นหลักฐานและแฟกซ์มาพร้อมใบสมัครที่ 02-175-7806
การรับสมัคร
1.ทางอีเมล์ thaipowerbike@hotmail.com (โปรดกรอกรายละเอียดในใบสมัครให้ครบถ้วน)
2.ส่งใบสมัครทางแฟกซ์ 02-175-7806
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
คุณณัฐนันท์ กุศลธนพงษ์สิน (ครูน้อง ) 086-3042128 / 090-0071681
โทร.02-175-7805 โทรสาร.02-175-7806
ทีมงานภาคสนาม : กติกาทั่วไป : ทีมงานราชบุรี โดย
นายวรชาติ ปรัชญาดำรงพล (ตี๋ HARO ) 082-292-2266
รางวัลการแข่งขัน
ถ้วยรางวัล+ เสื้อที่ระลึก เมื่อปั่นครบระยะทาง 60 กิโล ภายในเวลา 2.30 ชั่วโมง
-มีอาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้เข้าแข่งขันท่านละ 1 ชุด (ผู้ติดตามต้องจัดหาอาหารมาเอง)
เสื้อที่ระลึก กรุณาระบุ SIZE เสื้อมาในใบสมัคร หากสมัครหน้างานอาจจะไม่ได้เสื้อ SIZE ที่ต้องการ
size M รอบอก 38 นิ้ว
size L รอบอก 40 นิ้ว
size XL รอบอก 42 นิ้ว
กำหนดการ
06.00 น. – 07.00 น. มีข้าวต้มตอนเช้าเลี้ยงนักกีฬา
07.00 น. – 08.30 น. ลงทะเบียนพร้อมรับหมายเลขประจำตัว
08.30 น. – 08.45 น. กล่าวเปิดงาน
09.00 น. ปล่อยจักรยานเสือหมอบ
09.03 น. ปล่อยตัวจักรยานเสือภูเขา
09.06 น. ปล่อยตัวจักรยานฟิกเกียร์
11.30 น. นักกีฬากลับเข้าเส้นชัย และรับถ้วยรางวัล + เสื้อที่ระลึก
12.00 น. – 13.00 น. รับประทานกลางวันร่วมกัน
13.00 น. – 13.30 น. แจกถ้วยรางวัลจ้าวความเร็ว โดยแยกประเภทจักรยานและ จับฉลากแจกของที่ระลึก
หมายเหตุ เนื่องจากผู้จัดการแข่งขันยังไม่มีสปอร์นเซอร์มาช่วยสนับสนุนการแข่งขัน จึงขอความอนุเคราะห์ นักกีฬาทุกท่านลงทะเบียนสมัครเข้ามาก่อน เพื่อที่ทางทีมงานจะได้เตรียมถ้วยรางวัล เสื้อที่ระลึกและอาหาร น้ำดื่ม ให้พอเพียงกับจำนวนนักกีฬา เพราะถ้าเตรียมไว้ไม่พอก็จะโดนต่อว่า เตรียมมากเกินก็เปลืองงบประมาณ ขอบคุณค่ะ
กติกาและเงื่อนไขการแข่งขัน
1.ไม่จำกัดประเภทรถจักรยาน แต่งได้เต็มที่
**รถจักรยานฟิกเกียร์ โปรดติดเบรกเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม**
2.ผู้เข้าแข่งขันต้องสวมหมวกกันกระแทกศีรษะตลอดการแข่งขัน ถ้าไม่สวมหมวกจะตัดสิทธิ์การแข่งขัน
3..ห้ามใช้แอร์โร่บาร์ ห้ามติดเครื่องยนต์
4.ผู้เข้าแข่งขันที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
5.ผู้เข้าแข่งขันจะต้องติดป้ายหมายเลขสำหรับแข่งขันที่หน้ารถจักรยานและด้านหลังเสื้อทุกคน
6.ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งขันครบตามจำนวนรอบ และผ่านจุดเช็คพ้อยส์จากเจ้าหน้าที่
7.ระหว่างเส้นทางการแข่งขันจะมีป้ายกำกับเส้นทาง และเจ้าหน้าที่พร้อมวิทยุสื่อสาร
8.ความเสียหายใดๆอันเกิดแก่รถจักรยานหรือผู้เข้าแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันและผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้จัดการแข่งขันได้
8.การตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด
9.การประท้วงผลการตัดสินต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันภายใน 15 นาทีหลังประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ และต้องวางเงินประกันการประท้วงเป็นเงิน 1,000.บาท ( หากการประท้วงเป็นผลจะคืนเงินประกันให้ )
10.ภาพการแข่งขันถือเป็นสิทธิ์ของผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งสามารถนำไปใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์ใดๆได้
ดาวโหลดระเบียบการ http://www.swimfanclub.com/uppdf/2012-0 ... -25-38.pdf
ดาวโหลดใบสมัครบุคคล http://www.swimfanclub.com/uppdf/2012-0 ... -19-47.pdf
ดาวโหลดใบสมัครประเภททีม http://www.swimfanclub.com/uppdf/2012-0 ... -19-22.pdf
ดาวโหลดแผนที่ http://www.swimfanclub.com/uppdf/2012-0 ... -58-43.doc
แบบถ้วยรางวัล
facebook : ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพชุมชนบวบขม
เข้ามาร่วมสนุกกันได้ครับEndomondo Cycling Thailand
https://www.facebook.com/groups/193683270773728/
อยากทำอะไร อย่ารอ อย่าคิดว่าทำไม่ได้
ทำเลยครับ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ
- sabadee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
- Tel: 089-109-9536
- team: ฅนเสรีไทย
- Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
ลดความอ้วนด้วยการปั่นจักรยาน
ลดความอ้วนด้วยการปั่นจักรยานเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและใช้ระยะเวลาที่นานมากครับ
ทั้งนี้เพราะ aerobic exerciseนั้น ถึงแม้ว่าจะใช้พลังงานหลักมาจากการสลายไขมันก็ตามที แต่ปริมาณที่ใช้นั้นก็ไม่ได้มากมายนัก ทั้งนี้เนื่องจากว่าการออกกำลังกายในระดับaerobic ที่เป็นระดับที่เรียกว่า fat burningนั้น จะเป็นการออกกำลังกายในระดับที่เบา หรือ ระดับแรกของaerobicเลยทีเดียว
ดังนั้นหากหวังจะเผาผลาญไขมันด้วยการออกกำลังกายในระดับaerobicเพียงอย่างเดียว ก็จะต้องใช้ระยะเวลาในการออกกำลังแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 40 นาที และอาจจะต้องปั่นกันทุกวันเลยทีเดียว ร่วมกับการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
แต่หากต้องการหวังผลที่เร็วขึ้น ก็จำเป็นจะต้องร่วมกับการออกกำลังกายในลักษณะที่เรียกว่า weight training ครับ ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อแต่ละมัด โดยแต่ละมัดจะหดตัวรวมๆกันแล้วไม่เกิน 50 - 100 ครั้ง ( ขึ้นกับปริมาณของพลังงานพื้นฐานที่สะสมในกล้ามเนื้อของแต่ละคน ) โดยใช้น้ำหนัก(หรือแรงต้าน)ที่กำลังดี
ผลของ weight training จะทำให้กล้ามเนื้อใช้พลังงานหลักจากภายในกล้ามเนื้อก่อนที่จะเริ่มจะใช้พลังงานจากภายนอก ( พอใช้พลังงานจนพร่อง ก็หยุดออกแรงกล้ามเนื้อมัดนั้นไปแล้ว ) ร่างกายเมื่อเห็นว่าความต้องการพลังงานของกล้ามเนื้อชุดนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วน (ก็หยุดออกแรงไปแล้วนี่ ) ร่างกายก็จะค่อยสร้างพลังงานมาทดแทนให้
การสร้างพลังงานทดแทนนั้นจะไม่เร่งรีบ เมื่อไม่เร่งรีบแล้ว แหล่งกำเนิดที่ดีที่สุดก็คือจากไขมัน หลังจากออกกำลังแบบweight traing กระบวนการสลายไขมันจะยังคงดำเนินต่อเนื่องกันได้นานถึง 3ชม. ( เรียกว่า After effect ) ในขณะที่การออกกำลังกายแบบaerobicทั่วๆไปนั้น จะมีafter effectต่อเนื่องไม่นานเกินกว่า1ชม.
ถ้าเข้าฟิตเนสก็ควรจะออกกำลังกายแบบผสมผสานครับ เพราะaerobicจะช่วยสร้างความอดทนให้แก่ร่างกาย โดยสร้างความฟิตให้แก่ระบบหัวใจ และหลอดเลือด รวมไปถึงระบบหายใจ ในขณะที่เวทเทรนนิ่งจะสร้างความแข็งแรงให้กับระบบกล้ามเนื้อ
ลดความอ้วนด้วยการปั่นจักรยานเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและใช้ระยะเวลาที่นานมากครับ
ทั้งนี้เพราะ aerobic exerciseนั้น ถึงแม้ว่าจะใช้พลังงานหลักมาจากการสลายไขมันก็ตามที แต่ปริมาณที่ใช้นั้นก็ไม่ได้มากมายนัก ทั้งนี้เนื่องจากว่าการออกกำลังกายในระดับaerobic ที่เป็นระดับที่เรียกว่า fat burningนั้น จะเป็นการออกกำลังกายในระดับที่เบา หรือ ระดับแรกของaerobicเลยทีเดียว
ดังนั้นหากหวังจะเผาผลาญไขมันด้วยการออกกำลังกายในระดับaerobicเพียงอย่างเดียว ก็จะต้องใช้ระยะเวลาในการออกกำลังแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 40 นาที และอาจจะต้องปั่นกันทุกวันเลยทีเดียว ร่วมกับการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
แต่หากต้องการหวังผลที่เร็วขึ้น ก็จำเป็นจะต้องร่วมกับการออกกำลังกายในลักษณะที่เรียกว่า weight training ครับ ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อแต่ละมัด โดยแต่ละมัดจะหดตัวรวมๆกันแล้วไม่เกิน 50 - 100 ครั้ง ( ขึ้นกับปริมาณของพลังงานพื้นฐานที่สะสมในกล้ามเนื้อของแต่ละคน ) โดยใช้น้ำหนัก(หรือแรงต้าน)ที่กำลังดี
ผลของ weight training จะทำให้กล้ามเนื้อใช้พลังงานหลักจากภายในกล้ามเนื้อก่อนที่จะเริ่มจะใช้พลังงานจากภายนอก ( พอใช้พลังงานจนพร่อง ก็หยุดออกแรงกล้ามเนื้อมัดนั้นไปแล้ว ) ร่างกายเมื่อเห็นว่าความต้องการพลังงานของกล้ามเนื้อชุดนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วน (ก็หยุดออกแรงไปแล้วนี่ ) ร่างกายก็จะค่อยสร้างพลังงานมาทดแทนให้
การสร้างพลังงานทดแทนนั้นจะไม่เร่งรีบ เมื่อไม่เร่งรีบแล้ว แหล่งกำเนิดที่ดีที่สุดก็คือจากไขมัน หลังจากออกกำลังแบบweight traing กระบวนการสลายไขมันจะยังคงดำเนินต่อเนื่องกันได้นานถึง 3ชม. ( เรียกว่า After effect ) ในขณะที่การออกกำลังกายแบบaerobicทั่วๆไปนั้น จะมีafter effectต่อเนื่องไม่นานเกินกว่า1ชม.
ถ้าเข้าฟิตเนสก็ควรจะออกกำลังกายแบบผสมผสานครับ เพราะaerobicจะช่วยสร้างความอดทนให้แก่ร่างกาย โดยสร้างความฟิตให้แก่ระบบหัวใจ และหลอดเลือด รวมไปถึงระบบหายใจ ในขณะที่เวทเทรนนิ่งจะสร้างความแข็งแรงให้กับระบบกล้ามเนื้อ
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
- ฅนเสรีไท
- ขาประจำ
- โพสต์: 2387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
- Tel: 029199391
- team: ฅนเสรีไท
- Bike: Specialized Sirrus
- ติดต่อ:
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
สลามฯ สวัสดียามเช้าที่อากาศแจ่มใสขึ้น


- sabadee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
- Tel: 089-109-9536
- team: ฅนเสรีไทย
- Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
หก วิธีในการฝึกขี่ สำหรับมือใหม่

1. หัดขี่เป็นวงกลมสลับไปมาเป็นรูปเลข 8 พยายามให้รัสมีวงกลมเล็กที่สุดเท่าที่ จะทำได้ โดยค่อยๆหัดจากวงกลมใหญ่ๆก่อนนะครับ จะทำให้เราสามารถเข้าโค้งที่ แคบๆ ยากๆได้
2. ฝึกเบรค โดยการขีดเส้นบนพื้น สมมุติว่าเป็นจุดที่ต้องหยุด ให้ขี่มาแล้วพยายาม ใช้เบรคหยุดรถที่เส้นให้ได้ ห้ามเลย และเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ และหัดกระจายการ เบรคทั้งเบรคหน้า และเบรคหลัง
3. ฝึกหยุดทรงตัวและไปต่อ โดยการขีดเส้นสมมุติบนพื้น ให้ขี่รถตรงมายังเส้นแล้ว เบรคหยุดรถ โดยไม่เอาขาลงพื้น แล้วปล่อยเบรคออกรถไปต่อ ช่วงเวลาที่หยุดพยา ยามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็น 5 วิ 10 วิ และเปลี่ยนจากทางราบเป็นทางลาด ทำอย่าง เดียวกันทั้ง uphill และ Downhill
4. ข้ามสิ่งกีดขวาง ให้หาหินหรือท่อนไม้ขนาดเล็กๆมา คิดว่าท่อนไม้น่าจะดีกว่านะครับ สูงซัก 3 นิ้วก่อนวางขวางไว้ แล้วขี่รถช้าๆไปที่ท่อนไม้ ถ่ายน้ำหนักมาด้านหลังเล็กน้อย ให้ล้อหน้าชนแล้วข้ามไป ถ่ายน้ำหนักมาข้างหน้าอีกเล็กน้อย ให้ล้อหลังปีนข้ามไป จะได้ หัดการถ่ายน้ำหนักเล็กๆ และหัดข้ามอุปสรรค สิ่งกีดขวาง ให้เพิ่มความสูงถ้าชำนาญมาก ขึ้น * ไม่ให้กระโดดข้ามนะครับ ผิดวัตถุประสงค์
5. หัดลงพื้นต่างระดับ ง่ายสุดคือหัดลงจากฟุตบาทล่ะครับ โดยถ่ายน้ำหนักมาข้างหลังแล้ว หย่อนล้อหน้าลงไป แล้วรีบถ่ายน้ำหนักมาหน้าหย่อนล้อหลังลงมา ** ใครทำได้ จะมีการลงจากหินที่สนาม pattaya ครับ สนุกดี
6. หัดปล่อยมือขณะขี่ โดยการขี่ในพื้นราบ ช้าๆ แล้วปล่อยมืออกมา 1 ข้างเพื่อหยิบกระ ป๋องน้ำ หยิบ PowerBar ออกมาแทะ หรือทำกิจกรรมต่างๆ โดยที่ขายังคงปั่นต่อไปเรื่อยๆ ให้หัดทั้งทางราบ และ Uphill แต่ห้าม !!! ทำตอน downhill ครับ
ผู้ที่เริ่มขี่ให้หัด 6 วิธีนี้ครับ เพื่อเป็นพื้นฐานในการขี่ครับ

1. หัดขี่เป็นวงกลมสลับไปมาเป็นรูปเลข 8 พยายามให้รัสมีวงกลมเล็กที่สุดเท่าที่ จะทำได้ โดยค่อยๆหัดจากวงกลมใหญ่ๆก่อนนะครับ จะทำให้เราสามารถเข้าโค้งที่ แคบๆ ยากๆได้
2. ฝึกเบรค โดยการขีดเส้นบนพื้น สมมุติว่าเป็นจุดที่ต้องหยุด ให้ขี่มาแล้วพยายาม ใช้เบรคหยุดรถที่เส้นให้ได้ ห้ามเลย และเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ และหัดกระจายการ เบรคทั้งเบรคหน้า และเบรคหลัง
3. ฝึกหยุดทรงตัวและไปต่อ โดยการขีดเส้นสมมุติบนพื้น ให้ขี่รถตรงมายังเส้นแล้ว เบรคหยุดรถ โดยไม่เอาขาลงพื้น แล้วปล่อยเบรคออกรถไปต่อ ช่วงเวลาที่หยุดพยา ยามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็น 5 วิ 10 วิ และเปลี่ยนจากทางราบเป็นทางลาด ทำอย่าง เดียวกันทั้ง uphill และ Downhill
4. ข้ามสิ่งกีดขวาง ให้หาหินหรือท่อนไม้ขนาดเล็กๆมา คิดว่าท่อนไม้น่าจะดีกว่านะครับ สูงซัก 3 นิ้วก่อนวางขวางไว้ แล้วขี่รถช้าๆไปที่ท่อนไม้ ถ่ายน้ำหนักมาด้านหลังเล็กน้อย ให้ล้อหน้าชนแล้วข้ามไป ถ่ายน้ำหนักมาข้างหน้าอีกเล็กน้อย ให้ล้อหลังปีนข้ามไป จะได้ หัดการถ่ายน้ำหนักเล็กๆ และหัดข้ามอุปสรรค สิ่งกีดขวาง ให้เพิ่มความสูงถ้าชำนาญมาก ขึ้น * ไม่ให้กระโดดข้ามนะครับ ผิดวัตถุประสงค์
5. หัดลงพื้นต่างระดับ ง่ายสุดคือหัดลงจากฟุตบาทล่ะครับ โดยถ่ายน้ำหนักมาข้างหลังแล้ว หย่อนล้อหน้าลงไป แล้วรีบถ่ายน้ำหนักมาหน้าหย่อนล้อหลังลงมา ** ใครทำได้ จะมีการลงจากหินที่สนาม pattaya ครับ สนุกดี
6. หัดปล่อยมือขณะขี่ โดยการขี่ในพื้นราบ ช้าๆ แล้วปล่อยมืออกมา 1 ข้างเพื่อหยิบกระ ป๋องน้ำ หยิบ PowerBar ออกมาแทะ หรือทำกิจกรรมต่างๆ โดยที่ขายังคงปั่นต่อไปเรื่อยๆ ให้หัดทั้งทางราบ และ Uphill แต่ห้าม !!! ทำตอน downhill ครับ
ผู้ที่เริ่มขี่ให้หัด 6 วิธีนี้ครับ เพื่อเป็นพื้นฐานในการขี่ครับ
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
- sabadee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
- Tel: 089-109-9536
- team: ฅนเสรีไทย
- Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
sabadee เขียน:รายชื่อผู้ที่สั่งเสื้อและกางเกงฅนเสรีไท
1.คุณสกล...............880.฿.............เสื้อแขนยาว L 1
..........................780.฿............. เสื้อแขนสั้น L 1
..........................880.฿............... กางเกงสั้น L 1
........................1230.฿................. กางเกงยาว L 1
2.มูฮำหมัด.............1230.฿................. L กางเกงยาว 1
3.บังมัด.................880.฿................ S กางเกงสั้น 1
4.กฤษฎา...............880.฿..................XL เสื้อแขนยาว
5.ช่างสี.................880.฿....................เสื้อแขนยาว XL
6.จูโซด...............1230.฿........... ........ L กางเกงขายาว 1
7.อาจาร์หมอกมล......880.฿................. เสื้อ2xl แขนยาว 1
.........................1230.฿.................... กางเกง ขายาว 1
8.พี่เล็ก..................880.฿.................. ..กางเกงขาสั้น M 1
9.พี่สุวิทย์................880.฿.....................กางเกงขาสั้น 2XL 1
10.ฮาฟิต................880.฿......................เสื้อแขนยาว M 1
...........................980.฿.........................กางเกงครึ่งน่อง M 1
11.บังวุด ................880.฿........................เสื้อแขนยาว 2XL
12.น้ามงคล..............880.฿........................ กางเกงขาสั้น M
13.เล็กดอนอีกา..........880.฿.......................เสื้อ
14.บังดล..................880.฿......................เสื้อแขนยาว S
15.บังโต...................880.฿.......................กางเกงขาสั้น M
16.ป๋าสมศักดิ์..............880.฿......................กางเกงขาสั้น M
เสื้อเสรีไทมีคนสั่งบ่อยมาก เลยอยากได้กางเกงด้วย มูฮำหมัดเรียกร้องผมเลยจัดให้
โดยเสื้อราคา
เสื้อแขนยาว........880.฿
เสื้อแขนสั้น.........780.฿
กางเกงสั้น..........880.฿
กางเกงยาว.......1,230.฿
กางเกงครึ่งน่อง.....980.฿
ดูsize ที่นี้เลยครับ
http://www.sdlwonga.com/size.pdf
(สรุปยอด สิ้นเดือนมิถุนายนนี้นะครับ)
แก้ไขล่าสุดโดย sabadee เมื่อ 30 มิ.ย. 2012, 09:08, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
- อั่งซิ่วย้ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 258
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 19:01
- Bike: Dahon Curve SL 2009 16" Hang Ten 20"
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
sabadee เขียน:หก วิธีในการฝึกขี่ สำหรับมือใหม่
1. หัดขี่เป็นวงกลมสลับไปมาเป็นรูปเลข 8 พยายามให้รัสมีวงกลมเล็กที่สุดเท่าที่ จะทำได้ โดยค่อยๆหัดจากวงกลมใหญ่ๆก่อนนะครับ จะทำให้เราสามารถเข้าโค้งที่ แคบๆ ยากๆได้
2. ฝึกเบรค โดยการขีดเส้นบนพื้น สมมุติว่าเป็นจุดที่ต้องหยุด ให้ขี่มาแล้วพยายาม ใช้เบรคหยุดรถที่เส้นให้ได้ ห้ามเลย และเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ และหัดกระจายการ เบรคทั้งเบรคหน้า และเบรคหลัง
3. ฝึกหยุดทรงตัวและไปต่อ โดยการขีดเส้นสมมุติบนพื้น ให้ขี่รถตรงมายังเส้นแล้ว เบรคหยุดรถ โดยไม่เอาขาลงพื้น แล้วปล่อยเบรคออกรถไปต่อ ช่วงเวลาที่หยุดพยา ยามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็น 5 วิ 10 วิ และเปลี่ยนจากทางราบเป็นทางลาด ทำอย่าง เดียวกันทั้ง uphill และ Downhill
4. ข้ามสิ่งกีดขวาง ให้หาหินหรือท่อนไม้ขนาดเล็กๆมา คิดว่าท่อนไม้น่าจะดีกว่านะครับ สูงซัก 3 นิ้วก่อนวางขวางไว้ แล้วขี่รถช้าๆไปที่ท่อนไม้ ถ่ายน้ำหนักมาด้านหลังเล็กน้อย ให้ล้อหน้าชนแล้วข้ามไป ถ่ายน้ำหนักมาข้างหน้าอีกเล็กน้อย ให้ล้อหลังปีนข้ามไป จะได้ หัดการถ่ายน้ำหนักเล็กๆ และหัดข้ามอุปสรรค สิ่งกีดขวาง ให้เพิ่มความสูงถ้าชำนาญมาก ขึ้น * ไม่ให้กระโดดข้ามนะครับ ผิดวัตถุประสงค์
5. หัดลงพื้นต่างระดับ ง่ายสุดคือหัดลงจากฟุตบาทล่ะครับ โดยถ่ายน้ำหนักมาข้างหลังแล้ว หย่อนล้อหน้าลงไป แล้วรีบถ่ายน้ำหนักมาหน้าหย่อนล้อหลังลงมา ** ใครทำได้ จะมีการลงจากหินที่สนาม pattaya ครับ สนุกดี
6. หัดปล่อยมือขณะขี่ โดยการขี่ในพื้นราบ ช้าๆ แล้วปล่อยมืออกมา 1 ข้างเพื่อหยิบกระ ป๋องน้ำ หยิบ PowerBar ออกมาแทะ หรือทำกิจกรรมต่างๆ โดยที่ขายังคงปั่นต่อไปเรื่อยๆ ให้หัดทั้งทางราบ และ Uphill แต่ห้าม !!! ทำตอน downhill ครับ
ผู้ที่เริ่มขี่ให้หัด 6 วิธีนี้ครับ เพื่อเป็นพื้นฐานในการขี่ครับ
+++ ขอบคุณมากค่ะ... ความรู้หยั่งเงี้ยแหละที่มือใหม่อยากได้... เดี๋ยวลองเลยค่า +++
+++ และขอแสดงความยินดีในการขึ้นทำเนียบเป็นชมรมอย่างเป็นทางการด้วยค่ะ +++
“He who fights with monsters should look to it that he himself does not become a monster”
― Friedrich Nietzsche
― Friedrich Nietzsche
- moobinchai
- ขาประจำ
- โพสต์: 2583
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 07:22
- Tel: 0818065034
- team: NOVICE BKK
- Bike: GIANT SOMA TREK DAHON MIYATA KONA
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
มาแอบดูค่ะ ยินดีด้วยในบ้านใหม่
- sabadee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
- Tel: 089-109-9536
- team: ฅนเสรีไทย
- Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
การวางตำแหน่งของร่างกายในการปั่นจักรยาน

มีผู้ขี่จักรยานและนักกีฬาจักรยานหลายคนที่ขี่จักรยานแล้วไม่ประทับใจ เช่น ปวดก้น ปวดขา ปวดแขน เมื่อยหลัง เป็นตะคริว ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะเราขาดการเรียนรู้ในเทคนิคทักษะของการวางตำแหน่งของร่างกาย กล่าวคือขณะปั่นจักรยานจะมีตำแหน่งที่สำคัญอยู่ 3 ที่ คือ1.การนั่งอาน ปกติจะนั่งเต็มก้นกันทุกๆคนก็จริง แต่ระดับของอานที่ถูกต้องจะต้องไม่เงยขึ้นหรือก้มลง อานจะต้องปรับให้ขนานกับพื้นเสมอ ทำให้การจัดตำแหน่งในการขี่จักรยาน(ทั้งนั่งและยืนปั่น)ทำได้ง่าย เช่น เวลาขี่ขึ้นเขาชัน:ให้เถิบก้นขึ้นไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มแรงกดลูกบันได ถ้าขึ้นเขายาวๆ:ให้เลื่อนก้นเถิบมาอยู่ข้างหลัง เพื่อเพิ่มแรงดันลูกบันได ทางราบ:ขี่เร็วให้เถิบก้นเลื่อนมาข้างหน้า ขี่เสมอให้นั่งเต็มงอาน 2.การวางตำแหน่งของมือขณะขี่ ถ้าเป็นรถจักรยานธรรมดาก็เพียงแต่จับแฮนด์สะบายๆ แต่ถ้าเป็นรถเสือภูเขาควรจับที่ยางแฮนด์โดยใช้นิ้ว ชี้ และกลาง แตะมือเบรกเอาไว้ตลอดเวลาพร้อมที่จะเบรก หรือชะลอความเร็วเมื่อต้องเปลี่ยนทิศทาง หรือหลบหลีกเครื่องกีดขวางในเส้นทางที่ต้องขี่ผ่าน ส่วนเสือหมอบเราสามารถจะวางมือบนแฮนด์ได้หลายแบบ เช่น จับแฮนด์ด้านในสุด(Drop In ) จับบนแฮนด์ใกล้ๆคอแฮนด์ จับตรงยางมือเบรก และจับส่วนโค้งของแฮนด์ด้านบน เป็นต้น การวางตำแหน่งของมือบนแฮนด์ที่ถูกต้องเพื่อทำให้เกิดความสะบายในการขี่ ลดอาการเมื่อยล้าของแขน และลำตัว 3. การวางตำแหน่งของเท้า: เป็นเรื่องที่สำคัญมากถ้าวางตำแหน่งได้ไม่สมดุลจะทำให้แรงที่ปั่นจักรยานสูญเปล่าไบอย่างน่เสียดาย นักแข่งหลายคนติดคริ๊บใต้รองเท้าไม่เท่ากัน ทำให้การปั่นลูกบันไดไม่เป็นวงกลม ถ้ามองดูโซ่จะเห็นว่ามันวิ่งไม่เรียบ ในขณะที่บางคนติดคริ๊บสั้นหรือยาวเกินไป ถ้าติดสั้น จะทำให้ปวดข้อเท้าเวลาปั่นนานๆไกลๆเพราะข้อต่อข้อเท้าต้องทำงานหนักคือหมุนจำนวนรอบที่มากเกิน แต่ถ้าติดคริ๊บยาวเกินไป จะทำให้เมื่อยข้อเท้าเช่นกันและรอบขาที่ปั่นได้จะไม่เร็วเหมือนคนอื่น สมมุติว่าทุกคนติดคริ๊บพอดีกับขนาดของรองเท้าตนเอง การวางตำแหน่งของเท้าในการปั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ คือถ้าปั่นทางราบควรวางปลายเท้าและส้นเท้าเสมอกันขณะปั่นลูกบันได แต่ถ้าขึ้นเขาให้เชิดปลายเท้าขึ้นส้นเท้าต่ำลงขณะปั่น แต่สปริ้นท์ให้จิกปลายเท้าลงเสมอ สรุปว่า: การวางตำแหน่งของร่างกายในการปั่นจักรยาน เป็นเทคนิคทักษะที่เราชาวเสือจะต้องฝึก และทดลองทำดู ถึงจะค้นพบตำแหน่งที่หมาะสมของตนเองครับ โดยการปรับการนั่งอาน การวางมือและเท้า ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ของการขี่นั้นๆ การวางตำแหน่งของร่างกายที่ถูกต้องช่วยประหยัดแรง และทำให้เกิดความสมดุลในการปั่นทำให้ง่ายต่อการบังคับรถจักรยานของคุณครับ

มีผู้ขี่จักรยานและนักกีฬาจักรยานหลายคนที่ขี่จักรยานแล้วไม่ประทับใจ เช่น ปวดก้น ปวดขา ปวดแขน เมื่อยหลัง เป็นตะคริว ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะเราขาดการเรียนรู้ในเทคนิคทักษะของการวางตำแหน่งของร่างกาย กล่าวคือขณะปั่นจักรยานจะมีตำแหน่งที่สำคัญอยู่ 3 ที่ คือ1.การนั่งอาน ปกติจะนั่งเต็มก้นกันทุกๆคนก็จริง แต่ระดับของอานที่ถูกต้องจะต้องไม่เงยขึ้นหรือก้มลง อานจะต้องปรับให้ขนานกับพื้นเสมอ ทำให้การจัดตำแหน่งในการขี่จักรยาน(ทั้งนั่งและยืนปั่น)ทำได้ง่าย เช่น เวลาขี่ขึ้นเขาชัน:ให้เถิบก้นขึ้นไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มแรงกดลูกบันได ถ้าขึ้นเขายาวๆ:ให้เลื่อนก้นเถิบมาอยู่ข้างหลัง เพื่อเพิ่มแรงดันลูกบันได ทางราบ:ขี่เร็วให้เถิบก้นเลื่อนมาข้างหน้า ขี่เสมอให้นั่งเต็มงอาน 2.การวางตำแหน่งของมือขณะขี่ ถ้าเป็นรถจักรยานธรรมดาก็เพียงแต่จับแฮนด์สะบายๆ แต่ถ้าเป็นรถเสือภูเขาควรจับที่ยางแฮนด์โดยใช้นิ้ว ชี้ และกลาง แตะมือเบรกเอาไว้ตลอดเวลาพร้อมที่จะเบรก หรือชะลอความเร็วเมื่อต้องเปลี่ยนทิศทาง หรือหลบหลีกเครื่องกีดขวางในเส้นทางที่ต้องขี่ผ่าน ส่วนเสือหมอบเราสามารถจะวางมือบนแฮนด์ได้หลายแบบ เช่น จับแฮนด์ด้านในสุด(Drop In ) จับบนแฮนด์ใกล้ๆคอแฮนด์ จับตรงยางมือเบรก และจับส่วนโค้งของแฮนด์ด้านบน เป็นต้น การวางตำแหน่งของมือบนแฮนด์ที่ถูกต้องเพื่อทำให้เกิดความสะบายในการขี่ ลดอาการเมื่อยล้าของแขน และลำตัว 3. การวางตำแหน่งของเท้า: เป็นเรื่องที่สำคัญมากถ้าวางตำแหน่งได้ไม่สมดุลจะทำให้แรงที่ปั่นจักรยานสูญเปล่าไบอย่างน่เสียดาย นักแข่งหลายคนติดคริ๊บใต้รองเท้าไม่เท่ากัน ทำให้การปั่นลูกบันไดไม่เป็นวงกลม ถ้ามองดูโซ่จะเห็นว่ามันวิ่งไม่เรียบ ในขณะที่บางคนติดคริ๊บสั้นหรือยาวเกินไป ถ้าติดสั้น จะทำให้ปวดข้อเท้าเวลาปั่นนานๆไกลๆเพราะข้อต่อข้อเท้าต้องทำงานหนักคือหมุนจำนวนรอบที่มากเกิน แต่ถ้าติดคริ๊บยาวเกินไป จะทำให้เมื่อยข้อเท้าเช่นกันและรอบขาที่ปั่นได้จะไม่เร็วเหมือนคนอื่น สมมุติว่าทุกคนติดคริ๊บพอดีกับขนาดของรองเท้าตนเอง การวางตำแหน่งของเท้าในการปั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ คือถ้าปั่นทางราบควรวางปลายเท้าและส้นเท้าเสมอกันขณะปั่นลูกบันได แต่ถ้าขึ้นเขาให้เชิดปลายเท้าขึ้นส้นเท้าต่ำลงขณะปั่น แต่สปริ้นท์ให้จิกปลายเท้าลงเสมอ สรุปว่า: การวางตำแหน่งของร่างกายในการปั่นจักรยาน เป็นเทคนิคทักษะที่เราชาวเสือจะต้องฝึก และทดลองทำดู ถึงจะค้นพบตำแหน่งที่หมาะสมของตนเองครับ โดยการปรับการนั่งอาน การวางมือและเท้า ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ของการขี่นั้นๆ การวางตำแหน่งของร่างกายที่ถูกต้องช่วยประหยัดแรง และทำให้เกิดความสมดุลในการปั่นทำให้ง่ายต่อการบังคับรถจักรยานของคุณครับ
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
- sookchat
- ขาประจำ
- โพสต์: 12814
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
- Tel: 089-9831559
- team: ฅนชานเมือง
- Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
- ติดต่อ:
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
สวัสดีครับ ขอบคุณครับพักนี้ไม่ได้เจอกันเลยนะครับ ว่างๆแวะมาเยี่ยมกันบ้างนะครับmoobinchai เขียน:มาแอบดูค่ะ ยินดีด้วยในบ้านใหม่
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
- ฅนเสรีไท
- ขาประจำ
- โพสต์: 2387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
- Tel: 029199391
- team: ฅนเสรีไท
- Bike: Specialized Sirrus
- ติดต่อ:
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
สวัสดียามบ่ายๆคร๊า.......................บ
- sabadee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
- Tel: 089-109-9536
- team: ฅนเสรีไทย
- Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
อู๊ด-พีระ เขียน:56.ระบบที่ใช้ในการฝึกซ้อมปั่นจักรยาน
ระบบที่ใช้ในการฝึกซ้อม
1.Recovery(REC)(ระบบการฟื้นคืนสู่สภาพปกติ) ต่ำกว่า 60 %
2.Low intensity Endurance (ระบบความทนทานในระดับต่ำ) 60 - 75%
3.high intensity Endurance(ระบบความทนทานในระดับสูง) 75 - 80%
.Recovery(REC)(การฟื้นคืนสู่สภาพปกติ)
การขี่จักรยานเพื่อฟื้นคืนสภาพเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากเพราะการปั่นเบาๆเกียร์สบายๆอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เราทำการฝึกช้อมหรือแข่งขันอย่างเข้มข้นกรดที่เหลือจากขบวนการเผาผลาญพลังงานคือกรดแลคติกที่ตกค้างอยู่ตามกล้ามเนื้อและระบบการไหลเวียนของเหลวในร่างกายรวมถึงในเลือด ที่แผ่กระจายไปทั่วกล้ามเนื้อนี้หัวใจจะสูบฉีดเลือดไหลเวียนแบบสบายๆมีความสุข นำพาสิ่งที่มีคุณค่าทางสารอาหาร,ออกซิเจนและจะทำการ เคลื่อนย้ายของเสียที่เกิดจากการออกกำลังในความเข้มข้นระดับสูง อย่างรวดเร็วการขี่ฟื้นคืนสู่สภาพควรทำหลังแข่งขันเสร็จหรือซ้อมหนักนอกเหนือจากการ cool down(ลดระดับความหนักของการปั่นลง)ถ้าหนักมากเช้าควรขี่ recovery ประมาณ 30 นาที และเช้าอีกวันปั่นประมาณ30-60 นาที แต่ถ้าต้องการฝึกความชำนาญในการเลี้ยวหรือควบคุมรถการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 60 % ของอัตราการเต้นของหัวใจที่สงวนไว้เพื่อฝึกซ้อม(หัวใจเต้นสูงสุด - หัวใจเต้นตอนตื่นเช้า)ดูที่หัวข้อ การใช้ MAXIMUM HEART RATE ไปคำนวนเปอร์เซ็นต์ในการฝึกซ้อม
Recovery(REC)(การฟื้นคืนสู่สภาพปกติ)
ความเข้มข้นของการฝึก...อัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 60 %
ระยะเวลาการฝึก...........30 - 2 ชั่วโมง
ความถี่ต่อ 1 สัปดาห์.......1- 3 วันต่อสัปดาห์แล้วแต่ช่วงฝึกหนัก ปานกลาง เบา
สภาพพื้นที่ใช้ฝึก...........บนถนนหรือทางราบเรียบลูกรังหรือทางป่าที่ไม่เป็นลูกคลื่นขึ้นลง
รอบขา.......................80-100 รอบต่อนาที rpm เกียร์เบาเน้นพัฒนารอบขาและการผ่อนคลาย(คลายไม่คลายอยู่ที่ตัวเรา คุณผ่อนคลายหรือยัง?)
ชนิดของพลังงานหลักที่ใช้..ระบบแอโรบิคใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลือน
เยาวชน:1-2 ชั่วโมง, สุภาพสตรี:1-2 ชั่วโมง, ผู้เริ่มต้นปั่นใหม่ 30 นาที-1 ชั่วโมง นักกีฬา 1 - 2 ชั่วโมง
Lowintensity
2.Low intensity Endurance (ระบบความทนทานในระดับต่ำ) 60 - 75%
ระบบการทำงานนี้เป็นระบบที่ทำง่ายแต่บางที่เราก็ไม่ชอบเพราะคิดว่ามันปั่นไม่ค่อยเร็วกลัวว่าขี่มากแล้วจะทำให้ปั่นช้าแต่แท้จริงแล้วการปั่นความเร็วในระดับปานกลางนี้มีประโยชน์มากมายซ่อนอยู่ เปรียบเสมือนโครงสร้างของบ้านต้องเริ่มตั้งแต่ปรับพื้นดิน ตั้งเสาก็คือความแข็งแรง เทคานบ้านเพื่อรองรับน้ำหนักบ้านทั้งหมดคือ Low intensity Endurance ก็คือพื้นฐานของความทนทาน ถ้าเรามีความอดทน ความทนทานเราก็จะพัฒนาสิ่งต่างๆได้ทุกอย่างคุณว่าจริงหรือเปล่าครับ
แต่โดยปกติเวลาคุณซ้อมคุณจะไม่ยอมใครมีเท่าไหร่ก็ปั่นผลัดกันขึ้นเร็วลงเร็วจนหมดไม่ค่อยมีโอกาสที่จะปั่นLow intensity Endurance เพราะฉะนั้นต้องตกลงกันก่อนที่จะปั่นเพื่อพัฒนาต้องควบคุมความเร็วเพื่ออะไร คำตอบคือเพื่อสอนให้ร่างกายเรารู้จักเรียนรู้ในการเผาผลาญไขมันมาเป็นพลังงานผลที่ตามมาคือน้ำหนักตัวค่อยๆลดลง อย่างมีระบบไม่เพลียเหมือนการควบคุมอาหาร มีหลอดเลือดที่สะอาดมีไขมันอุดตันน้อยการสูบฉีดโลหิตมีประสิทธิภาพสมบูรณ์มากขึ้น ระบบหัวใจแข็งแรงเกิดกรด แลคติกขึ้นในปริมาณที่เหมาะสม ร่างกายมีโอกาสในการเรียนรู้ที่จะขจัดมันออกจากร่างกายได้มากขึ้นหรือง่ายและ เคยชินนั้นเอง ร่างกายจะใช้พลังงานน้อยแต่มีคุณค่ามากกว่าในการเปลี่ยนการเผาผลาญไขมัน ไกลโคเจนคือพลังานที่สำรองไว้ที่มีค่ามากต่อตัวเราเมื่อต้องการความเร็วที่เพิ่มขึ้นหรือความเข้มข้นขึ้นไกลโคเจนจะถูกนำออกมาใช้แต่พลังงานตัวนี้มีอยู่จำกัดเราจะใช้เวลาที่จำเป็นเช่นการออกตัวเพื่อเกาะกลุ่ม การฉีกหนีจากกลุ่ม การเร่งเพื่อเข้าเส้นชัยหรือแม้แต่ การเกาะคนที่เขามีความเร็วสูงมากกว่าเรา ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนเรามีเงินเหรียญและแบงค์อยู่ในตัวเวลาเราเดินทางเราก็จะเลือกใช้เงินเหรียญก่อนเพราะเราจะได้ไม่หนักตัว มันคือ fat (ไขมัน) แบงค์ก็เอาไว้ใช้เวลาจำเป็นเพราะจ่ายง่ายจ่ายเร็วเปรียบเหมือน glycogen higher octane การขี่Low intensity Endurance นี้จะทำกันในช่วงการเตรียมตัวระยะแรก general preparation ประมาณ 6-7 อาทิตย์และประมาณ 16 อาทิตย์ในหนึ่งฤดูการแข่งขันหรือ 10 อาทิตย์สำหรับมือโปรที่จะฝึกระบบนี้ครับรายละเอียดคงต้องเพิ่มเติมตอนหลังเอาเป็นว่าขี่ช้าลงบ้างแล้วจะพัฒนาไปสู่การปั่นเร็วขึ้นได้ครับ
ความเข้มข้นของการฝึก...อัตราการเต้นของหัวใจ 60 - 75%
ระยะเวลาการฝึก...........1- 4ชั่วโมง
ความถี่ต่อ 1 สัปดาห์....... 5วันต่อสัปดาห์แล้วแต่ช่วงฝึกหนัก ปานกลาง เบารักษาสภาพก่อนแข่งขัน
สภาพพื้นที่ใช้ฝึก...........บนถนนหรือทางราบเรียบลูกรังหรือทางป่าที่ไม่เป็นลูกคลื่นขึ้นลง
รอบขา.......................80-100 รอบต่อนาที rpm เกียร์ปานกลางไม่หนักแต่มีรอบเน้นพัฒนารอบขา
ชนิดของพลังงานหลักที่ใช้..ระบบแอโรบิคใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนก่อนควรมีอาหารขนมปังหรือผลไม้พกไปทานหลังปั่นผ่านไป 40-50 นาทีเพื่อเป็นพลังงานชดเชยสำรอง
เยาวชน:2-3 ชั่วโมง, สุภาพสตรี:1-3 ชั่วโมง, ผู้เริ่มต้นปั่นใหม่ 1-2 ชั่วโมง นักกีฬา
2-4ชั่วโมง
.
3.high intensity Endurance(ระบบความทนทานในระดับสูง) 75 - 80%
ระบบการทำงานนี้เราค่อนข้างจะคุ้นเคยและปั่นผ่านอยู่ในย่านนี้บ่อยๆคนที่ปั่นในย่านนี้ได้ดีจะเป็นผู้ที่ขี่ไทม์ไทรอัลได้ดี ทางไกลก็ดี ถ้าสนามไหนมีทางราบ มาก ไม่กระตุก บ่อย ตำแหน่งของเขามักออกมาดี แต่ละสนามไม่แน่นอนมืออาชีพจะขี่ได้แถบทุกเส้นทางแต่ตอนนี้เราไม่ต้องสนใจมืออาชีพเพราะเรากำลังจะเป็นมืออาชีพได้เหมือนกัน เกาะกลุ่มตอนออกตัวไม่ได้ ตามกลุ่มไม่ได้ตลอด หนีเดี่ยวก็ไม่พ้นไปได้ไม่ไกลก็มอบตัวให้กลุ่มทำไมเป็นเช่นนั้นทุกอย่างมีเหตุและผล สาเหตุเพราะเราไม่ได้ฝึกให้ร่างกายได้คุ้นเคยกับความเร็วที่ค่อนข้างสูงเป็นเวลานาน ขี่ longEndurance ก็ยังไม่ถูกวิธียังระบายให้ระบบนี้ยังไม่เข้มพอ เพราะไม่ได้ฝึกนำกลุ่มให้เร็วและยาวขึ้นแต่ขึ้นไปลากสั้นแล้วจี้เร็วร่างกายก็ไม่ชินความเร็วสักที ไทม์ไทรอัลก็ไม่ได้จับเวลา 10 Km เพื่อเช็คร่างกายว่าพัฒนาขึ้นเท่าไหร่ มี จักรยานยนต์แต่ก็ยังนำมาใช้จี้ไม่เป็นลืมไปเลยครับเริ่มใหม่ ฝึกปั่นนำให้เร็วขึ้นยาวขึ้น เหนื่อยลงมาพักนำเร็วและลากยาวขึ้นเรื่อยๆ อยู่ที่ 75-80%ตลอดทาง และฝึกขี่ไทม์ไทรอัลมากขึ้นครับแล้วคุณจะพัฒนาระบบhigh intensity Enduranceได้ดีขึ้น รูปแบบตัวอย่างการปั่น 15นาที X4 เที่ยว 20 นาที x 3 เที่ยว 30 นาที X 2 เที่ยว 1ชมX2เที่ยว ระหว่างเที่ยวพัก 5 - 10 นาที
ความเข้มข้นของการฝึก...อัตราการเต้นของหัวใจ 75 - 80 %
ระยะเวลาการฝึก...........40 - 60 นาที
ความถี่ต่อ 1 สัปดาห์....... ไม่เกิน 2 วันต่อสัปดาห์แล้วแต่ช่วงฝึกหนัก ปานกลาง เบารักษาสภาพก่อนแข่งขัน
สภาพพื้นที่ใช้ฝึก...........บนถนนหรือทางเขาที่ขึ้นยาวไม่เป็นลูกคลื่นขึ้นลงขุรขระ
รอบขา.......................80-100 รอบต่อนาที rpm เกียร์ปานกลางไม่หนักแต่มีรอบเน้นพัฒนารอบขา
ชนิดของพลังงานหลักที่ใช้..ระบบแอโรบิค/ไกลโคเจน ใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนก่อนควรมีอาหารขนมปังหรือผลไม้พกไปทานหลังปั่นผ่านไป 40-50 นาทีเพื่อเป็นพลังงานชดเชยสำรอง
เยาวชน:45 -60 นาที , สุภาพสตรี:30-60 นาที ผู้เริ่มต้นปั่นใหม่ 15-30 นาที นักกีฬา
1-2 ชั่วโมง
(เมื่อคุณปั่นอยู่ในเกมส์การแข่งขันได้นานขึ้นและจบการแข่งขันให้มากขึ้นคุณกำลังจะประสบความสำเร็จ) คุณทำได้ครับ you can do it..
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
- sabadee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 18:58
- Tel: 089-109-9536
- team: ฅนเสรีไทย
- Bike: MONGOOSE............เต่าตกมัน............
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
sabadee เขียน:sabadee เขียน:รายชื่อผู้ที่สั่งเสื้อและกางเกงฅนเสรีไท
1.คุณสกล...............880.฿.............เสื้อแขนยาว L 1
..........................780.฿............. เสื้อแขนสั้น L 1
..........................880.฿............... กางเกงสั้น L 1
........................1230.฿................. กางเกงยาว L 1
2.มูฮำหมัด.............1230.฿................. L กางเกงยาว 1
3.บังมัด.................880.฿................ S กางเกงสั้น 1
4.กฤษฎา...............880.฿..................XL เสื้อแขนยาว
5.ช่างสี.................880.฿....................เสื้อแขนยาว XL
6.จูโซด...............1230.฿........... ........ L กางเกงขายาว 1
7.อาจาร์หมอกมล......880.฿................. เสื้อ2xl แขนยาว 1
.........................1230.฿.................... กางเกง ขายาว 1
8.พี่เล็ก..................880.฿.................. ..กางเกงขาสั้น M 1
9.พี่สุวิทย์................880.฿.....................กางเกงขาสั้น 2XL 1
10.ฮาฟิต................880.฿......................เสื้อแขนยาว M 1
...........................980.฿.........................กางเกงครึ่งน่อง M 1
11.บังวุด ................880.฿........................เสื้อแขนยาว 2XL
12.น้ามงคล..............880.฿........................ กางเกงขาสั้น M
13.เล็กดอนอีกา..........880.฿.......................เสื้อ
14.บังดล..................880.฿......................เสื้อแขนยาว S
15.บังโต...................880.฿.......................กางเกงขาสั้น M
16.ป๋าสมศักดิ์..............880.฿......................กางเกงขาสั้น M
เสื้อเสรีไทมีคนสั่งบ่อยมาก เลยอยากได้กางเกงด้วย มูฮำหมัดเรียกร้องผมเลยจัดให้
โดยเสื้อราคา
เสื้อแขนยาว........880.฿
เสื้อแขนสั้น.........780.฿
กางเกงสั้น..........880.฿
กางเกงยาว.......1,230.฿
กางเกงครึ่งน่อง.....980.฿
ดูsize ที่นี้เลยครับ
http://www.sdlwonga.com/size.pdf
(สรุปยอด สิ้นเดือนมิถุนายนนี้นะครับ)
ปั่นไป คุยไป เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
จิตเเจ่มใส ร่างกายแข็งแรง
ไปกับฅนเสรีไท
ครูฟุรกอน......(HS0QAY)......ฅนเสรีไท
- ฅนเสรีไท
- ขาประจำ
- โพสต์: 2387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 13:51
- Tel: 029199391
- team: ฅนเสรีไท
- Bike: Specialized Sirrus
- ติดต่อ:
Re: ชมรมจักรยานคนเสรีไท Serithai Bike Club
ประวัตินายเลิศ เศรษฐบุตร อย่างละเอียด
โดย เขตหนองจอก แนะนำแหล่งท่องเที่ยว เมื่อ 1 มกราคม 2012 เวลา 13:28 น. •
พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิด เศรษฐบุตร) เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายชื่น และนางทิพย์ เกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2415 ที่บ้านปลายสะพานวัดบพิตรพิมุข ปากคลองโอ่งอ่าง จังหวัดพระนคร ท่านเป็นลูกชายคนกลาง มีพี่ชาย 1 คน คือ มหาอำมาตย์โท พระยานรเนติบัญชากิจ (ลัด เศรษฐบุตร) และน้องสาว 1 คน ชื่อ ละม่อม เนื่องจากบิดาค่อนข้างเชื่อถือในโชคลาง และไสยศาสตร์ต้องการให้บุตรชายได้เป็นใหญ่เป็นโต จึงตั้งชื่อให้เป็นมงคลว่า "เลิดมันเตา" ซึ่งมี ความหมายว่า "เป็นเลิศเหนือผู้อื่น"
เมื่อมีอายุได้พอสมควร บิดาได้ส่งเข้าเรียนที่โรงเรียนสวนอนันต์ ท่านเรียนอยู่โรงเรียนนี้ 5 ปี จึงได้ย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนสุนันทาลัย จนจบหลักสูตรเมื่ออายุ 16 ปี นับว่าท่านได้รับการศึกษาอย่างดี มีความรู้ทางภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษท่านรู้จริงในขั้นใช้การได้ทีเดียว
ในตอนกลางสมัยรัชกาลที่ 5 ค่านิยมของคนไทยส่วนใหญ่ยกย่องข้าราชการ ดังมีคำกล่าวว่า "สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง" แต่ความใฝ่ฝันของนายเลิด แตกต่างไปจากคนสมัยเดียวกัน ท่านมีความฝันจะเป็น "นายห้าง" แทนที่จะเป็นข้าราชการ ดังนั้นเมื่อจบการศึกษาท่านจึงสมัครเข้าทำงานเป็นเสมียนฝึกหัดที่ห้างสี่ตา (ห้างวินเซอร์) ยอมทำงานทุกอย่างโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ทั้งนี้เพื่อเรียนรู้ การทำงานทุกขั้นตอน ดังคติประจำใจของท่านที่ว่า "ไม่เคยเป็นลูกจ้าง จะเป็น นายห้างง่ายๆ นั้นเป็นไปไม่ได้"
หลังจากอดทนทำงานมา 1 ปี ด้วยหวังว่านายจ้างคงเห็นความดีและ ตอบแทนค่าจ้างให้อย่างเหมาะสม แต่แล้วก็ไม่เป็นผล นายเลิดจึงลาออกจากห้าง สี่ตาและสมัครเข้าทำงานที่โรงภาษี ที่นี่ท่านไม่ได้รับค่าตอบแทนตามเคย ท่านทำงานนี่อยู่ 8 เดือน จึงลาออกอีกครั้ง และเข้ารับราชการครูที่โรงเรียนสุนันทาลัย ทั้งที่ไม่ได้ชอบอาชีพครูนัก คราวนี้ท่านได้รับเงินเดือนเป็นครั้งแรก เดือนละ 20 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีพอสมควรสำหรับสมัยนั้น พร้อมกันนั้นท่านยังได้ใช้เวลาว่างตอนเย็นรับจ้างสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ คิดค่าสอนชั่วโมงละ 1 บาท นับเป็นรายได้ที่ดีพอสมควร
นายเลิดรับราชการครูได้ประมาณ 1 ปี หนทางเข้าสู่วงการค้าของท่านได้เริ่มมีเค้าขึ้น คือ ท่านได้ลาออกจากครูและเข้าทำงานเป็นเสมียนในแผนกจำหน่ายโซดาและน้ำหวาน ในห้างสิงห์โปร์สเตท (ห้างนี้ คือ บริษัทเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ในปัจจุบัน) ตามคำชักชวนของ แหม่มแม็คฟาร์แลนด์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า แม็คฟ้าลั่น มิชชันนารีชาวอเมริกา ได้รับเงินเดือนๆ ละ 25 บาท และด้วยเหตุที่ท่านสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ทั้งมีความตั้งใจในการทำงาน ทำให้ท่านมีตำแหน่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนได้ถือหุ้นในบริษัทด้วย กิจการของบริษัทดำเนินไปได้ด้วยดี จากเงินเดือน 25 บาท เพียงไม่กี่ปีต่อมา ท่านมีรายได้เดือนละ 1,000-1,500 บาท ซึ่งในสมัยนั้นนับว่ามาก
ด้วยความมานะอุตสาหะ ทุ่มเทกำลังความคิดศึกษางานรอบด้านอย่างจริงจัง นายเลิดก็บรรลุความหวังตั้งแต่เยาว์วัยที่จะเป็น "นายห้าง" ด้วยวัยเพียง 22 ปี ท่านสามารถรวบรวมทุนเปิด "ห้างนายเลิด" ขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2437 จำหน่ายจักรเย็บผ้า ซิงเกอร์ เครื่องกระป๋องและสินค้า ต่างประเทศ และเริ่มขยายกิจการมาขาย น้ำโซดา ที่เรียกกันว่า "น้ำมะเน็ด" ร่วมกับบริษัทบอร์เนียว ซึ่งขายดีมาก ท่านจึงคิดจะแยกตัวมาทำการค้าโซดาและน้ำมะเน็ดเพียงผู้เดียว แต่ทางบริษัทบอร์เนียว ผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่ยอม ท่านจึงเลิกกิจการและ หันมาจำหน่ายน้ำมันมะพร้าว และหนังสือ ต่างประเทศ พอมีเงินทุนมากขึ้นท่านก็เริ่มค้าสังกะสีแต่ก็โชคร้ายขาดทุน ต่อมาท่านสั่งจักรยานเข้ามาขายแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จอีกตามเคย
นายเลิด มีนิสัยเป็นพ่อค้าเต็มตัวมีไหวพริบเชิงการค้า แม้ว่าจะประสบปัญหาใหญ่หลวงจนเกือบล้มละลาย ท่านก็มิได้ย่อท้อ ท่านถือคติที่ว่า "ไม่กังวลต่อสิ่งที่แล้วไป" ท่านจึงต่อสู้ต่อไปด้วยการริเริ่มกิจการโรงแรมขึ้นที่บริเวณสะพาน เหล็กล่าง นับเป็นคนไทยคนแรกที่เปิดกิจการโรงแรมขึ้นมา กิจการนี้ให้ผลดีแก่ นายเลิด มากว่า 10 ปี
สมัยรัชกาลที่ 4 น้ำแข็งเป็นของหายาก ต้องนำเข้ามาจากสิงคโปร์กับ เรือกลไฟ ชื่อ "เจ้าพระยา" ผู้มีสิทธิ์จะได้ลิ้มรสน้ำแข็งมีเฉพาะคนในวังเท่านั้น โดยได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 คนได้ชิมจะ ตื่นเต้นมากพากันโจษขานกันว่า นายเลิด "ปั้นน้ำเป็นตัว" ซึ่งมิใช่เป็นการว่ากล่าว แต่เป็นการนำสำนวนไทยมาทำให้เป็นเรื่องขัน ในช่วงแรกของการตั้งโรงน้ำแข็งนายเลิดต้องประสบปัญหามากมาย แต่ด้วยไหวพริบและสติปัญญาท่านก็สามารถ ฝ่าฝันอุปสรรจนกิจการเจริญก้าวกน้าขึ้นมาได้ และด้วยเหตุที่มีโรงน้ำแข็งเกิดขึ้น คุณหญิงสิน ภรรยาของท่านได้เริ่มการค้าอาหารที่เกี่ยวกับน้ำแข็งขึ้น เช่น ผลไม้ แช่เย็น น้ำแข็งกด ในสมัยนั้นถ้าใครผ่านไปย่านถนนสี่พระยาและเจริญกรุงต่างก็ต้องแวะซื้อน้ำ แข็งกดของนายเลิดกินกันทั้งนั้น
กิจการอีกประเภทหนึ่งที่ท่านริเริ่มขึ้นมา คือ บริการรถม้าเช่า ซึ่งท่านออกแบบตัวรถเอง ใครจะเช่าไปไหนๆ ก็ได้ ค้าโดยสารถ้าเป็นรถม้าเดี่ยวชั่วโมงละ 75 สตางค์ รถม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท กิจการนี้ไปได้ด้วยดี แต่นายเลิดไม่ใคร่พอใจนักเพราะท่านเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์
ในสมัยรัชการที่ 5 เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) ได้นำรถยนต์เข้ามาในเมืองไทยเป็นคันแรก หลังจากนั้นบรรดาเจ้านายทั้งหลายได้สั่งรถยนต์ จากต่างประเทศเข้ามาใช้มากขึ้นเป็นลำดับผู้คนจึงหันมาใช้มากขึ้นเป็นลำดับ ผู้คนจึงหันมาใช้รถยนต์แทนรถม้าหรือรถลากที่มีอยู่เดิมนายเลิดจึงได้สั่งรถ ยนต์เข้าและเปลี่ยนรถม้าเช่าเป็นรถยนต์เพื่อให้คนธรรมดาสามัญได้นั่งรถยนต์ บ้างต่อมาเมื่อ บ้านเมืองขยายตัวผู้คนมากขึ้นนายเลิดจึงริเริ่มกิจการรถเมล์ขึ้น
เมื่อถนนหนทางเจริญขึ้นจึงมีการจัดระบบการขับขี่รถยนต์ โดยราชการที่ 5 ทรงตราพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรกขึ้น เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2452
รถเมล์สายแรกของนายเลิด วิ่งจากประตูน้ำไปสี่พระยาและขยายออกไป อีกหลายสายจนเกือบทั่วกรุงเทพมหานคร คนทั่วไปเรียกรถของท่านว่า "รถเมล์ขาว" ตามสีของรถ กิจการนี้สร้างชื่อเสียงให้ท่านมาก ท่านวางนโยบายในการ เดินรถว่า "สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย" "รถเมล์ขาว" จึง เป็นที่ประทับใจของคนทั่วไป
กิจการรถเมล์ขาวของ นายเลิด จำกัด ดำเนินการมานานถึง 70 ปี ได้รับสัมปทานเดินรถประจำทางในกรุงเทพฯ ถึง 36 สาย มีรถประมาณ 700 คัน มีพนักงาน 3,500 คน นับเป็นบริษัทรถเมล์ที่ใหญ่ที่สุด แต่ในที่สุดบริษัทก็ต้องเลิกกิจการเมื่อ พ.ศ. 2520 เพราะรัฐบาลรวมกิจการรถเมล์ทุกสายในกรุงเทพมหานครมาเป็นกิจการของรัฐในนาม องค์การขนส่งมวลชน
ควบคู่ไปกับกิจการคมนาคมทางบก นายเลิดได้บุกเบิกกิจการคมนาคมทางน้ำด้วยเช่นกัน ท่านเปิดกิจการเรือเช่าสำหรับท่องเที่ยวทางน้ำ พร้อมบริการเรือเมล์ที่ชาวบ้านเรียก "เรือขาว" รับส่งผู้โดยสารตามลำคลองแสนแสบ ผ่านหนองจอก มีนบุรี แล้วมาสุดทางที่ประตูน้ำ เชื่อมโยงกับเส้นทางของรถเมล์ขาว ชาวกรุงเทพและเมืองตะวันออกจึงได้ใช้บริการคมนาคมนี้อย่างสะดวก
นอกเหนือจากธุรกิจเหล่านี้แล้ว ท่านยังจัดสรรที่ดินอีกด้วย สิ่งที่ทำให้ธุรกิจของท่านเจริญก้าวหน้า คือ ทุนซึ่งใช้ไม่รู้จักหมด ทุนนี้มิใช้ตัวเงิน แต่เป็นเงินอันประกอบด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต ความพากเพียร อดทน อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของท่าน
นอกจากคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการค้าแล้ว นายเลิดยังมีคุณลักษณะที่ น่ายกย่องอีกหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม ท่านสร้าง "ปาร์คนายเลิด" ขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนไทยในสมัยนั้น ท่านสร้างสนามและปลูกต้นไม้ไว้มามายเพื่อให้เด็กๆ ได้มาเที่ยวเล่น ลูกเสือก็ได้ใช้เป็นที่ผักแรม ใช้สนามเป็นที่ฝึกใช้ระเบียงบ้านเป็นที่นอน และยังได้กระโดดน้ำ ในสระอย่างสนุกสนานอีกด้วย แม้จะดูสับสนวุ่นวายบางท่านก็พอใจ เพราะ ท่านเองก็ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี้ด้วย
นายเลิดเป็นคนรักการอ่าน ความเป็นคนรักการอ่านของท่าน ทำให้ท่านเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ชอบคิดค้นสิ่งต่างๆ และริเริ่มสร้างใหม่ๆ เช่น กิจการ รถเมล์ ก็เป็นความคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือ ท่านสามารถต่อตัวถังรถเมล์ได้โดยไม่ต้องเรียนจบวิศวะหรือสถาปัตย์ ท่านสั่งซื้อเครื่องยนต์มาจากประเทศอังกฤษ แล้วเขียนแบบแปลตัวถังด้วยชอล์กบนพื้นปูน จากนั้นให้ช่างไม้ชาวเซี่ยงไฮ้เป็น คนต่อ เราอาจกล่าวได้ว่า ความคิดต่างๆ ของท่านในการทำธุรกิจ และในส่วนที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม ล้วนได้อิทธิพลมาจากการอ่านทั้งสิ้น
นอกจากเป็นคนที่รักการอ่านหนังสือมากแล้ว ท่านยังรักที่จะให้คนอื่นได้ศึกษาเล่าเรียนด้วย ท่านชอบแล่นเรือเที่ยวตามคลองแสนแสบ ชาวนา ชาวสวน แถวนั้นรู้จักท่านดี ชาวบ้านมักเอาลูกหลานมาฝากให้อยู่กับท่านเพื่อเรียนหนังสือ ท่านจะไม่เคยปฏิเสธ ท่านพูดเสมอว่า "หนังสือทำให้คนฉลาด"
การสนับสนุนให้เด็กๆ ได้รับการศึกษา ที่ท่านได้ทำเป็นรูปธรรมขึ้นมา คือ การสร้างโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญขึ้นที่มีนบุรี บริเวณริมคลองแสนแสบ ต่อมาทางราชการได้ดำริให้แยกโรงเรียนเป็นหญิงและชาย ตอนนั้นนายเลิดถึงแก่ อนิจกรรมแล้ว คุณหญิงสินภรรยาของท่านได้สืบทอดเจตนารมย์ของท่านโดยซื้อ ที่ดินและบริจาคเงินสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ขึ้นบริเวณถนนรามอินทรา คือ ที่ตั้ง โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ยปัจจุบันนี้ โดยให้ที่เดิมเป็นโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ
ในปี พ.ศ. 2468 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ นายเลิดได้ช่วยเหลือชาวนาในการอพยพควายให้พ้นจาการจมน้ำตาย ความดีงามในครั้งนี้และครั้งอื่นๆ ที่ท่านได้ทำมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่ หัว เป็น "พระยาภักดีนรเศรษฐ"
นายเลิดถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2488 สิริอายุ 74 ปี
ถึงวันนี้ แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว แต่คุณค่าของท่านยังปรากฏเป็นแบบอย่างแก่ชนรุ่นหลังตลอดไป
โดย เขตหนองจอก แนะนำแหล่งท่องเที่ยว เมื่อ 1 มกราคม 2012 เวลา 13:28 น. •
พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิด เศรษฐบุตร) เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายชื่น และนางทิพย์ เกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2415 ที่บ้านปลายสะพานวัดบพิตรพิมุข ปากคลองโอ่งอ่าง จังหวัดพระนคร ท่านเป็นลูกชายคนกลาง มีพี่ชาย 1 คน คือ มหาอำมาตย์โท พระยานรเนติบัญชากิจ (ลัด เศรษฐบุตร) และน้องสาว 1 คน ชื่อ ละม่อม เนื่องจากบิดาค่อนข้างเชื่อถือในโชคลาง และไสยศาสตร์ต้องการให้บุตรชายได้เป็นใหญ่เป็นโต จึงตั้งชื่อให้เป็นมงคลว่า "เลิดมันเตา" ซึ่งมี ความหมายว่า "เป็นเลิศเหนือผู้อื่น"
เมื่อมีอายุได้พอสมควร บิดาได้ส่งเข้าเรียนที่โรงเรียนสวนอนันต์ ท่านเรียนอยู่โรงเรียนนี้ 5 ปี จึงได้ย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนสุนันทาลัย จนจบหลักสูตรเมื่ออายุ 16 ปี นับว่าท่านได้รับการศึกษาอย่างดี มีความรู้ทางภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษท่านรู้จริงในขั้นใช้การได้ทีเดียว
ในตอนกลางสมัยรัชกาลที่ 5 ค่านิยมของคนไทยส่วนใหญ่ยกย่องข้าราชการ ดังมีคำกล่าวว่า "สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง" แต่ความใฝ่ฝันของนายเลิด แตกต่างไปจากคนสมัยเดียวกัน ท่านมีความฝันจะเป็น "นายห้าง" แทนที่จะเป็นข้าราชการ ดังนั้นเมื่อจบการศึกษาท่านจึงสมัครเข้าทำงานเป็นเสมียนฝึกหัดที่ห้างสี่ตา (ห้างวินเซอร์) ยอมทำงานทุกอย่างโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ทั้งนี้เพื่อเรียนรู้ การทำงานทุกขั้นตอน ดังคติประจำใจของท่านที่ว่า "ไม่เคยเป็นลูกจ้าง จะเป็น นายห้างง่ายๆ นั้นเป็นไปไม่ได้"
หลังจากอดทนทำงานมา 1 ปี ด้วยหวังว่านายจ้างคงเห็นความดีและ ตอบแทนค่าจ้างให้อย่างเหมาะสม แต่แล้วก็ไม่เป็นผล นายเลิดจึงลาออกจากห้าง สี่ตาและสมัครเข้าทำงานที่โรงภาษี ที่นี่ท่านไม่ได้รับค่าตอบแทนตามเคย ท่านทำงานนี่อยู่ 8 เดือน จึงลาออกอีกครั้ง และเข้ารับราชการครูที่โรงเรียนสุนันทาลัย ทั้งที่ไม่ได้ชอบอาชีพครูนัก คราวนี้ท่านได้รับเงินเดือนเป็นครั้งแรก เดือนละ 20 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีพอสมควรสำหรับสมัยนั้น พร้อมกันนั้นท่านยังได้ใช้เวลาว่างตอนเย็นรับจ้างสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ คิดค่าสอนชั่วโมงละ 1 บาท นับเป็นรายได้ที่ดีพอสมควร
นายเลิดรับราชการครูได้ประมาณ 1 ปี หนทางเข้าสู่วงการค้าของท่านได้เริ่มมีเค้าขึ้น คือ ท่านได้ลาออกจากครูและเข้าทำงานเป็นเสมียนในแผนกจำหน่ายโซดาและน้ำหวาน ในห้างสิงห์โปร์สเตท (ห้างนี้ คือ บริษัทเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ในปัจจุบัน) ตามคำชักชวนของ แหม่มแม็คฟาร์แลนด์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า แม็คฟ้าลั่น มิชชันนารีชาวอเมริกา ได้รับเงินเดือนๆ ละ 25 บาท และด้วยเหตุที่ท่านสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ทั้งมีความตั้งใจในการทำงาน ทำให้ท่านมีตำแหน่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนได้ถือหุ้นในบริษัทด้วย กิจการของบริษัทดำเนินไปได้ด้วยดี จากเงินเดือน 25 บาท เพียงไม่กี่ปีต่อมา ท่านมีรายได้เดือนละ 1,000-1,500 บาท ซึ่งในสมัยนั้นนับว่ามาก
ด้วยความมานะอุตสาหะ ทุ่มเทกำลังความคิดศึกษางานรอบด้านอย่างจริงจัง นายเลิดก็บรรลุความหวังตั้งแต่เยาว์วัยที่จะเป็น "นายห้าง" ด้วยวัยเพียง 22 ปี ท่านสามารถรวบรวมทุนเปิด "ห้างนายเลิด" ขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2437 จำหน่ายจักรเย็บผ้า ซิงเกอร์ เครื่องกระป๋องและสินค้า ต่างประเทศ และเริ่มขยายกิจการมาขาย น้ำโซดา ที่เรียกกันว่า "น้ำมะเน็ด" ร่วมกับบริษัทบอร์เนียว ซึ่งขายดีมาก ท่านจึงคิดจะแยกตัวมาทำการค้าโซดาและน้ำมะเน็ดเพียงผู้เดียว แต่ทางบริษัทบอร์เนียว ผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่ยอม ท่านจึงเลิกกิจการและ หันมาจำหน่ายน้ำมันมะพร้าว และหนังสือ ต่างประเทศ พอมีเงินทุนมากขึ้นท่านก็เริ่มค้าสังกะสีแต่ก็โชคร้ายขาดทุน ต่อมาท่านสั่งจักรยานเข้ามาขายแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จอีกตามเคย
นายเลิด มีนิสัยเป็นพ่อค้าเต็มตัวมีไหวพริบเชิงการค้า แม้ว่าจะประสบปัญหาใหญ่หลวงจนเกือบล้มละลาย ท่านก็มิได้ย่อท้อ ท่านถือคติที่ว่า "ไม่กังวลต่อสิ่งที่แล้วไป" ท่านจึงต่อสู้ต่อไปด้วยการริเริ่มกิจการโรงแรมขึ้นที่บริเวณสะพาน เหล็กล่าง นับเป็นคนไทยคนแรกที่เปิดกิจการโรงแรมขึ้นมา กิจการนี้ให้ผลดีแก่ นายเลิด มากว่า 10 ปี
สมัยรัชกาลที่ 4 น้ำแข็งเป็นของหายาก ต้องนำเข้ามาจากสิงคโปร์กับ เรือกลไฟ ชื่อ "เจ้าพระยา" ผู้มีสิทธิ์จะได้ลิ้มรสน้ำแข็งมีเฉพาะคนในวังเท่านั้น โดยได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 คนได้ชิมจะ ตื่นเต้นมากพากันโจษขานกันว่า นายเลิด "ปั้นน้ำเป็นตัว" ซึ่งมิใช่เป็นการว่ากล่าว แต่เป็นการนำสำนวนไทยมาทำให้เป็นเรื่องขัน ในช่วงแรกของการตั้งโรงน้ำแข็งนายเลิดต้องประสบปัญหามากมาย แต่ด้วยไหวพริบและสติปัญญาท่านก็สามารถ ฝ่าฝันอุปสรรจนกิจการเจริญก้าวกน้าขึ้นมาได้ และด้วยเหตุที่มีโรงน้ำแข็งเกิดขึ้น คุณหญิงสิน ภรรยาของท่านได้เริ่มการค้าอาหารที่เกี่ยวกับน้ำแข็งขึ้น เช่น ผลไม้ แช่เย็น น้ำแข็งกด ในสมัยนั้นถ้าใครผ่านไปย่านถนนสี่พระยาและเจริญกรุงต่างก็ต้องแวะซื้อน้ำ แข็งกดของนายเลิดกินกันทั้งนั้น
กิจการอีกประเภทหนึ่งที่ท่านริเริ่มขึ้นมา คือ บริการรถม้าเช่า ซึ่งท่านออกแบบตัวรถเอง ใครจะเช่าไปไหนๆ ก็ได้ ค้าโดยสารถ้าเป็นรถม้าเดี่ยวชั่วโมงละ 75 สตางค์ รถม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท กิจการนี้ไปได้ด้วยดี แต่นายเลิดไม่ใคร่พอใจนักเพราะท่านเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์
ในสมัยรัชการที่ 5 เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) ได้นำรถยนต์เข้ามาในเมืองไทยเป็นคันแรก หลังจากนั้นบรรดาเจ้านายทั้งหลายได้สั่งรถยนต์ จากต่างประเทศเข้ามาใช้มากขึ้นเป็นลำดับผู้คนจึงหันมาใช้มากขึ้นเป็นลำดับ ผู้คนจึงหันมาใช้รถยนต์แทนรถม้าหรือรถลากที่มีอยู่เดิมนายเลิดจึงได้สั่งรถ ยนต์เข้าและเปลี่ยนรถม้าเช่าเป็นรถยนต์เพื่อให้คนธรรมดาสามัญได้นั่งรถยนต์ บ้างต่อมาเมื่อ บ้านเมืองขยายตัวผู้คนมากขึ้นนายเลิดจึงริเริ่มกิจการรถเมล์ขึ้น
เมื่อถนนหนทางเจริญขึ้นจึงมีการจัดระบบการขับขี่รถยนต์ โดยราชการที่ 5 ทรงตราพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรกขึ้น เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2452
รถเมล์สายแรกของนายเลิด วิ่งจากประตูน้ำไปสี่พระยาและขยายออกไป อีกหลายสายจนเกือบทั่วกรุงเทพมหานคร คนทั่วไปเรียกรถของท่านว่า "รถเมล์ขาว" ตามสีของรถ กิจการนี้สร้างชื่อเสียงให้ท่านมาก ท่านวางนโยบายในการ เดินรถว่า "สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย" "รถเมล์ขาว" จึง เป็นที่ประทับใจของคนทั่วไป
กิจการรถเมล์ขาวของ นายเลิด จำกัด ดำเนินการมานานถึง 70 ปี ได้รับสัมปทานเดินรถประจำทางในกรุงเทพฯ ถึง 36 สาย มีรถประมาณ 700 คัน มีพนักงาน 3,500 คน นับเป็นบริษัทรถเมล์ที่ใหญ่ที่สุด แต่ในที่สุดบริษัทก็ต้องเลิกกิจการเมื่อ พ.ศ. 2520 เพราะรัฐบาลรวมกิจการรถเมล์ทุกสายในกรุงเทพมหานครมาเป็นกิจการของรัฐในนาม องค์การขนส่งมวลชน
ควบคู่ไปกับกิจการคมนาคมทางบก นายเลิดได้บุกเบิกกิจการคมนาคมทางน้ำด้วยเช่นกัน ท่านเปิดกิจการเรือเช่าสำหรับท่องเที่ยวทางน้ำ พร้อมบริการเรือเมล์ที่ชาวบ้านเรียก "เรือขาว" รับส่งผู้โดยสารตามลำคลองแสนแสบ ผ่านหนองจอก มีนบุรี แล้วมาสุดทางที่ประตูน้ำ เชื่อมโยงกับเส้นทางของรถเมล์ขาว ชาวกรุงเทพและเมืองตะวันออกจึงได้ใช้บริการคมนาคมนี้อย่างสะดวก
นอกเหนือจากธุรกิจเหล่านี้แล้ว ท่านยังจัดสรรที่ดินอีกด้วย สิ่งที่ทำให้ธุรกิจของท่านเจริญก้าวหน้า คือ ทุนซึ่งใช้ไม่รู้จักหมด ทุนนี้มิใช้ตัวเงิน แต่เป็นเงินอันประกอบด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต ความพากเพียร อดทน อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของท่าน
นอกจากคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการค้าแล้ว นายเลิดยังมีคุณลักษณะที่ น่ายกย่องอีกหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม ท่านสร้าง "ปาร์คนายเลิด" ขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนไทยในสมัยนั้น ท่านสร้างสนามและปลูกต้นไม้ไว้มามายเพื่อให้เด็กๆ ได้มาเที่ยวเล่น ลูกเสือก็ได้ใช้เป็นที่ผักแรม ใช้สนามเป็นที่ฝึกใช้ระเบียงบ้านเป็นที่นอน และยังได้กระโดดน้ำ ในสระอย่างสนุกสนานอีกด้วย แม้จะดูสับสนวุ่นวายบางท่านก็พอใจ เพราะ ท่านเองก็ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี้ด้วย
นายเลิดเป็นคนรักการอ่าน ความเป็นคนรักการอ่านของท่าน ทำให้ท่านเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ชอบคิดค้นสิ่งต่างๆ และริเริ่มสร้างใหม่ๆ เช่น กิจการ รถเมล์ ก็เป็นความคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือ ท่านสามารถต่อตัวถังรถเมล์ได้โดยไม่ต้องเรียนจบวิศวะหรือสถาปัตย์ ท่านสั่งซื้อเครื่องยนต์มาจากประเทศอังกฤษ แล้วเขียนแบบแปลตัวถังด้วยชอล์กบนพื้นปูน จากนั้นให้ช่างไม้ชาวเซี่ยงไฮ้เป็น คนต่อ เราอาจกล่าวได้ว่า ความคิดต่างๆ ของท่านในการทำธุรกิจ และในส่วนที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม ล้วนได้อิทธิพลมาจากการอ่านทั้งสิ้น
นอกจากเป็นคนที่รักการอ่านหนังสือมากแล้ว ท่านยังรักที่จะให้คนอื่นได้ศึกษาเล่าเรียนด้วย ท่านชอบแล่นเรือเที่ยวตามคลองแสนแสบ ชาวนา ชาวสวน แถวนั้นรู้จักท่านดี ชาวบ้านมักเอาลูกหลานมาฝากให้อยู่กับท่านเพื่อเรียนหนังสือ ท่านจะไม่เคยปฏิเสธ ท่านพูดเสมอว่า "หนังสือทำให้คนฉลาด"
การสนับสนุนให้เด็กๆ ได้รับการศึกษา ที่ท่านได้ทำเป็นรูปธรรมขึ้นมา คือ การสร้างโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญขึ้นที่มีนบุรี บริเวณริมคลองแสนแสบ ต่อมาทางราชการได้ดำริให้แยกโรงเรียนเป็นหญิงและชาย ตอนนั้นนายเลิดถึงแก่ อนิจกรรมแล้ว คุณหญิงสินภรรยาของท่านได้สืบทอดเจตนารมย์ของท่านโดยซื้อ ที่ดินและบริจาคเงินสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ขึ้นบริเวณถนนรามอินทรา คือ ที่ตั้ง โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ยปัจจุบันนี้ โดยให้ที่เดิมเป็นโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ
ในปี พ.ศ. 2468 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ นายเลิดได้ช่วยเหลือชาวนาในการอพยพควายให้พ้นจาการจมน้ำตาย ความดีงามในครั้งนี้และครั้งอื่นๆ ที่ท่านได้ทำมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่ หัว เป็น "พระยาภักดีนรเศรษฐ"
นายเลิดถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2488 สิริอายุ 74 ปี
ถึงวันนี้ แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว แต่คุณค่าของท่านยังปรากฏเป็นแบบอย่างแก่ชนรุ่นหลังตลอดไป
