หลังจากที่เราผ่านร้านน้ำมาได้นิดเดียวทางลูกรังแดงก็โผล่หน้ามาวัดใจกับเรา จะไปต่อดีหรือจะเปลี่ยนเส้นทางแต่ตัดสินใจไม่ได้เพราะหัวหน้าทริปอยู่ข้างหลัง บางคนมองไปอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำโขงตาละห้อย
ถามตัวเองในใจ" ทำไมเราไม่ไปปั่นฝั่นนู้นวะ " ต่างถามกันอีกไกลไหมจะถึงทางดำแต่ไม่มีคำตอบ เราเฝ้าภาวนาว่าถึงทางดำซะที(ซิวะ) แต่ทางกลับตอกย้ำเราด้วยสีแดงของฝุ่นลูกรังสุดสายตา เปลวแดดเต้นระยิบ
พร้อมกับน้ำที่พร่องลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาที่สำคัญของเราคือถนนอันเลวร้ายเส้นนี้รถมันจะแยะไปถึงไหน แต่ละคันขับกันขับกันปานแข่งปาริส-ดักการ์ ปั๊ด ด ด!!!!!!!! รถบรรทุกทักทายผมด้วยก้อนหินขนาดน้อง ๆ
กำปั้นที่ถูกแรงอัดจากล้อบินผ่านล้อจักรยานของเราไป น้าแดงคงคิดหวาด ๆ ถ้าโดนเราจะเป็นยังไง ขอให้คณะเราเดินทางโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะผมอธิธานในใจเจอวัดไหนก็ขออย่างนี้ แต่ใช่จะมีแต่เรื่องเลวร้าย
สิ่งสวย ๆ ก็มี วิวน้ำโขงบางช่วงมีสันทรายกลางแม่น้ำกว้างสุดสายตา และกำลังกวักมือเชื้อเชิญให้เราชื่นชม แต่เวลาก็ไม่เป็นใจเอาแส้หวดหลังเราเป็นระยะจากระยะทางบนหน้าปัดที่เพิ่งผ่านไปได้แค่ 40 กิโล
และนั้นหมายความว่ายังเหลือระยะทางอีก 100 กิโลกับเวลาที่เหลือ อ้ายก็อยากซื่นซมอยู่ดอกน้องเอ้ย แต่มื้อนี่อ้ายฟ้าว
.













