เมื่อสักครู่ ได้รับโทรศัพท์จากเฮียฮ้อแจ้งว่า ได้จองที่พักที่นครปฐมไว้ให้แล้วชื่อ โรงแรมพานทอง
- .... ขอขอบคุณเฮียฮ้อมา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่งที่เป็นธุระจัดการให้เป็นอย่างดี
..... ไม่ต้องเอาถุงนอนไปแล้วจ้า .....
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
[color=#8000BF]ธวัชชัย เอกธุระประคัลภ์ (mr.t)[/color] เขียน: "ความฝันของผม ไม่ใช่มีรถยนต์ราคาหลายล้านหรือมีบ้านราคาหลายสิบล้าน
เพียงแต่ผมฝันว่า สักวันหนึ่งถ้าผมมีสุขภาพที่ดีแล้วผมขี่จักรยานได้เหมือนคนอื่นๆ เขา ผมจะขี่จักรยานไปไกลๆ ให้ไกลที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้
แต่ผมก็ทำไม่ได้สักที ผมขี่แต่ละครั้งก็ได้แค่สามสี่กิโลเมตร เป็นเพราะว่าผมมีโรคประจำตัวถึง 15 โรค ผมเป็นโรคไต ฝ่าตัดเปลี่ยนไตเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นม้ามโตตัดม้ามทิ้งแล้ว
ต่อมา ผมก็ได้มาขี่จักรยานกับชมรมจักรยานนครปฐม เมื่อออกทริปผมก็ขี่ได้แค่สามสี่กิโลเหมือนเดิมอีก
จนกระทั่งประมาณกลางปี 2549 ผมได้รับเลือกเป็นประธานชมรมจักรยานนครปฐม
ผมออกทริปร่วมกับสมาชิกทุกวันอาทิตย์ ผมก็ขี่ได้สามสี่โลเหมือนเดิม ตลอดเวลาผมก็พยายามฝึกขี่พัฒนาตนเองคือขี่ตอนเช้าทุกวัน มีทริปขี่จักรยานที่ไหนผมไปหมด ถึงผมจะขี่ได้เพียงสามสี่กิโลเมตรก็ตาม
จนกระทั่งความพยายามของผมเริ่มประสบความสำเร็จ ประมาณกลางปี 50 ผมเริ่มขี่ได้วันละ 20 กม. และออกทริปวันอาทิตย์ผมขี่ได้ 20-30 กม. และผมก็พยายามฝึกฝนให้มากขึ้น โดยขี่ตอนเช้าทุกวัน จนกระทั่งทุกวันนี้ผมแทบไม่เคยขาดการขี่จักรยานเลยแม้กระทั่งวันเดียว
ผมขี่ทุกวัน ปีหนึ่งมี 365 วันไม่เคยเว้น เฉพาะวันพุธ-ศุกร์ผมขี่ทั้งเช้าและเย็น ทุกวันนี้ตอนเช้าผมขี่ได้วันละ 40 กม. ส่วนทริปวันอาทิตย์ผมขี่ได้ถึง 150 กม.
จนทุกวันนี้เขาเรียกผมว่า "ฮ้อร้อยโล" ถ้าทริปไหนไม่ถึงร้อยโลผมจะวนให้ครบร้อย กม.
ผมใช้ความพยายามกว่าจะถึงวันนี้ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 ปี
ผมบอกทุกคนได้เลย การขี่จักรยาน (ซึ่งเป็นชีวิตจิตใจของผม) ทำให้มีสุขภาพที่ดี เพราะว่าตอนที่เปลี่ยนไต หมอบอกว่าผมอยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี และต่อมาผมได้เป็นโรคอีกหลายโรค
แต่ปัจจุบันโรคทั้งหมดหายหมดแล้ว
ทุกวันนี้ ผมคิดย้อนหลังไปตอนนี้ผมอายุ 60 ปี แต่ผมมีสุขภาพดีกว่าตอนที่ผมอายุ 40 กว่าปี มันเป็นไปได้อย่างไร ผมคิดว่าคงเป็นเพราะผมขี่จักรยานแน่นอน
สุดท้ายนี้ผมขอให้กำลังใจแก่ทุกๆ คนที่มีโรคภัยไข้เจ็บ อย่าได้ท้อนะครับถ้าท้อก็คิดถึงผม ผมเป็นถึง 15 โรค ผมยังต่อสู้และยังทำได้ แล้วพวกท่านๆ ทั้งหลาย ยังไงก็มีโรคไม่เท่าผมหรอกแล้วทำไมจะทำไม่ได้ล่ะครับ อย่าท้อนะครับเชื่อผม ใจต้องอยู่เหนือกายครับ ยังไงเสียก็ขอให้ทุกๆ ท่านช่วยให้กำลังใจผมให้ผมประสบความสำเร็จในการเดินทางครั้งนี้
กราบขอบคุณอย่างสูงครับ ผมจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะให้รางวัลแก่ชีวิตของผมตามที่ผมฝันไว้
ผมจึงได้ปรึกษาสมาชิกชมรมฯว่าผมต้องการเดินทางไกลด้วยจักรยานสักครั้งหนึ่ง ซื่งเป็นทางไกลที่สุดในชีวิตของผม โดยผมกำหนดเส้นทางนครปฐม-เชียงใหม่" (4-8 ก.ค. 2552)
[color=#BF0000]TigerSmile'Hy[/color] เขียน:
อ.แก่ ... กำลังแชร์ความประทับใจที่ได้จากการปั่นจักรยาน ว่าได้อะไรหลายๆ อย่าง ... 1 ในหลายๆ อย่างที่ว่า คือ...![]()
แต่กว่าที่ อ.แก่ จะพูดจบฯ คงต้องรอ 4 โมงครึ่ง ... อ.พีรพันธ์ จึงทำหน้าที่แปลภาษาไทย(ช้า) เป็นไทย(เร็ว) ... จน อ.แก บอกว่าพูดเองให้หมดซิ ... ไอ้เพื่อน..........................................................................เกลอ![]()
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=229
[color=#FF00FF]mr.t[/color] เขียน: นิตยาสารหมอชาวบ้าน สัมภาษณ์เมื่อเดือนที่แล้วครับ มาลงไว้เป็นวิทยาทานครับ
Life Change Change Life 383 March.54 หมอชาวบ้าน ฉบับที่ 383 เดือนมีนาคม พ.ศ.2554
เปลี่ยนชีวิต ชีวิตเปลี่ยน
นิชานันท์ นาไชย
คุณธวัชชัย เอกธุระประคัลภ์
รอดได้เพราะการออกกำลังกาย
ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
ประโยคข้างต้นนี้ หลายคนหวังจะได้ใช้กับตนเอง แต่ถ้าอยู่เฉยๆ หรือปล่อยปละละเลย ไม่ลงมือลงแรงทำอะไรเพื่อสุขภาพที่ดีของตน ก็อาจจะมีสภาพไม่ต่างกับคุณธวัชชัย เอกธุระประคัลภ์ เมื่อ ๑๗ ปีที่แล้ว ร่างกายถูกรุมเร้าด้วยสารพัดโรคที่มากถึง ๑๕ โรค ทั้งๆ ที่แพทย์เจ้าของไข้บอกว่าคงจะอยู่ได้ไม่น่าจะเกิน ๕ ปีเท่านั้น แต่ “รอดได้เพราะการออกกำลังกาย” ปัจจุบันด้วยวัย ๖๒ ปี สามารถขี่จักรยานต่อเนื่องได้ ๒๐๐ กิโลเมตร และยังเป็นประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดนครปฐมอีกด้วย
สุขภาพทรุดโทรม เพราะโหมงานหนัก
คุณธวัชชัยเป็นเจ้าของร้านฮาร์ดแวร์และโรงเรียนสอนภาษาต่างประเทศ เล่าให้ฟังว่า อดีตที่ผ่านมาไม่สนใจดูแลสุขภาพตนเองเลย มุ่งทำแต่งาน ไม่เคยคิดเลยว่าเครื่องจักรที่มีเลือดเนื้อของตัวเองจะเป็นอย่างไรบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งมีอาการไตวายเฉียบพลัน ราวๆ ปี พ.ศ.๒๕๓๗ ต้องฟอกเลือดและทำไตเทียม ๓ ปี ทรมานมากๆ อีกทั้งช่วงที่ฟอกเลือดมีอาการแทรกซ้อนหลายอย่างตามมา เช่น ม้ามโตจนต้องตัดม้ามทิ้ง
เดินทางไปผ่าตัดเปลี่ยนไตที่สาธารณรัฐประชาชนจีน กลับมาได้ไม่นานติดเชื้อในกระแสเลือดจากมูลนกพิราบบนดาดฟ้า ต้องหามส่งโรงพยาบาลและมีอาการหัวใจล้มเหลวจนต้องปั๊มหัวใจตั้ง ๓ ครั้ง รวมถึงเลือดไปเลี้ยงไตได้น้อย ไตทำงานได้ไม่เต็มที่ ต้องผ่าตัดทำบอลลูนหลอดเลือดบริเวณไต สาเหตุจากการเชื่อมต่อหลอดเลือดจากการผ่าตัดเปลี่ยนไตทำไม่ดี หลอดเลือดมีรอยพับจึงทำให้เลือดไปเลี้ยงไตได้นิดเดียวไม่พอกับความต้องการ แต่หลังจากทำบอลลูนแล้วเหมือนเกิดใหม่
หมดปัญหาเรื่องไตคิดว่าไม่น่าจะมีโรคอะไรอีกแล้ว จู่ๆ ปวดท้องมาก ไปโรงพยาบาลพบว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดี... ต้องผ่าตัดอีก ตามมาด้วยต้อกระจก... ต้องผ่าตัดอีกแล้ว รวมถึงการผ่าตัดเนื้องอกบริเวณกกหู ซึ่งอันตรายมากเพราะใกล้เส้นประสาท ยังมีวัณโรคปอด และอาหารเป็นพิษด้วย
ซูเปอร์มาร์เก็ตสารพัดโรคยังไม่หมดแค่นั้น ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากทั้งๆ ที่เคยผ่าตัดรักษาต่อมลูกหมากโตมาแล้ว คราวนี้ต้องฝังแร่และฉายแสงอีก ๑๘ ครั้ง ตามด้วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ต้องฉายแสงมากถึง ๒๘ ครั้ง
ฮึดสู้... สู่ชีวิตใหม่
โรงพยาบาลไม่ใช่บ้านหลังที่ ๒ คุณธวัชชัยก็คิดเช่นกัน การมีสารพัดโรครุมเร้า เฉียดตายก็หลายครั้ง จึงเบื่อหน่ายที่ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลเหมือนบ้านหลังที่ ๒ (บางช่วงอยู่โรงพยาบาลมากกว่าอยู่บ้านด้วยซ้ำ) จึงฮึดสู้... ทั้งๆ ที่แพทย์เจ้าของไข้ห้ามไปออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากๆ เพราะร่างกายไม่สมบูรณ์... เริ่มด้วยการเดินออกกำลังกายแบบเดินเร็วๆ ประมาณ ๓-๔ ปี มีปัญหาตามมาคือข้อเข่าอักเสบบ่อยๆ เพื่อนบางคนชวนไปว่ายน้ำก็ไม่ถนัด บางคนก็ชวนไปขี่จักรยาน คิดว่าจักรยานก็น่าลองดู
การขี่จักรยานช่วงแรกๆ ไปได้ ๓-๔ กิโลเมตรเท่านั้น ทดลองไปถึงกิโลเมตรที่ ๕ เหนื่อยมากจนต้องขึ้นรถยนต์กลับ แต่ด้วยความอดทน ใจสู้ และต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรง จากการขี่จักรยานระยะทาง ๓-๕ กิโลเมตร สามารถขี่ได้ต่อเนื่อง ๑๕-๒๐ กิโลเมตรได้อย่างสบาย จนกระทั่งทุกวันนี้ ระยะทางไกล ๒๐๐ กิโลเมตรก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับวัย ๖๒ ปี เพราะเส้นทางกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ ๕ วันสบายมาก เหนื่อย... แต่ร่างกายสู้ไหวและโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ไม่มารบกวน
ถึงแม้ว่าโรคต่างๆ ไม่มารบกวน คุณธวัชชัยบอกว่าก็ประมาทไม่ได้ ทุกเช้าวันจันทร์-ศุกร์ จะรวมกลุ่มกันขี่จักรยานเสือภูเขาออกกำลังกายกับเพื่อนๆ ๑๐ กว่าคนเป็นระยะทาง ๒๐-๓๐ กิโลเมตรไปตามซอยต่างๆ ด้วยเส้นทางที่ไม่ซ้ำกัน
ตอนเย็นขี่ระยะทางใกล้ๆ ในตัวเมืองนครปฐมด้วยจักรยานโบราณบ้าง จักรยานจ่ายกับข้าวบ้าง โดยเฉพาะตามตลาดต่างๆ
สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์มีการเพิ่มระยะทางเป็น ๓๐-๕๐ กิโลเมตร บางครั้งไปไกล ๑๐๐-๑๕๐ กิโลเมตร และจำนวนสมาชิกที่ไปด้วยกันเพิ่มมากขึ้นกว่าวันธรรมดา เช่น ขี่จากนครปฐมไปตลาดน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม หรือจากนครปฐมไปสุพรรณบุรี เส้นทางที่ใช้ขี่มักจะเน้นใช้ทางหลวงชนบทมากกว่า เพราะป้องกันอันตรายจากรถยนต์เฉี่ยวชน ปลอดภัย ได้สัมผัสธรรมชาติ จะจอดพักกินอาหารหรือหยุดชมวิวตรงไหนก็ได้ตามสะดวก
ขี่จักรยานกับการช่วยเหลือสังคม
ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดนครปฐม มีสมาชิกมากกว่า ๒๐๐ คน ที่ผ่านมาคุณธวัชชัยมอบจักรยานให้เด็กนักเรียนที่ต้องเดินไปโรงเรียนอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ ๕๐ คัน... เคยแจกสูงสุดครั้งแรก ๔๐๐ คัน ให้ ๒๐ กว่าโรงเรียน
นอกจากนี้ พยายามรณรงค์ให้คนหันมาออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน เพราะประหยัดพลังงานและทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย
รวมถึงการจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ หลายโครงการ เช่น "สี่ทิศรวมใจไทยเป็นหนึ่งเดียว" " ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในโครงการ"ปั่นสองล้อท่องสองแผ่นดิน" การจัดรณรงค์ “ปั่นเพื่อพ่อ” ๕ ธันวาคม โดยจัดมา ๒ ปีแล้ว และยังมีโครงการช่วยเหลือสังคม ร่วมกับ สินมั่นคงประกันภัย "ปั่นใจให้น้อง" นำอุปกรณ์การเรียนไปมอบให้แก่เด็กที่ด้อยโอกาศ ปั่นรณรงค์ ให้ช่วยกันลดปัญหาโลกร้อนโดยจัดขึ้นทุกปี ต่อเนื่องมา 5 ปีแล้ว
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=416