vann09 เขียน:ไม่รู้พี่คนไหนเข้าไปตอบไว้โดนใจจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 34 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]
...ผมว่าคุณจั๊กกะจี๋คนนี้น่าจะเกินเยียวยาแล้วหละครับ การอธิบายกับเขาน่าจะเป็นการเปลืองน้ำลายเปล่า
ทว่าผมยังไม่หมดหวังครับ ขอตอบคุณจั๊กกะจี๋ให้หายข้องใจแล้วกันครับ
จั๊กกะจี๋ : "การที่รถเฉี่ยวชนจักรยาน หลายๆ ครั้งนั่นไม่ใช่เพราะไม่เห็น แต่เพราะความไม่มีน้ำใจของรถใหญ่ต่างหาก"
เป็นได้ทั้ง 2 กรณีครับ -รถยนต์หลายคันเมื่อเฉี่ยวหรือชนจักรยาน เกินครึ่งจะตอบว่า "มองไม่เห็น"
...จริงมั้ยครับ?
ส่วนกรณีเรื่องน้ำใจ -อันนี้แน่นอนครับ เห็นได้ชัดจากการที่ไฟกระพริบนิดหน่อยก็รำคาญ คือเอาความรำคาญ
หงุดหงิด-หยุมหยิม มายกว่าสำคัญเหนือความกลัวตายของคนปั่นจักรยาน ...อืม ชัดจริงๆด้วยครับ...
หรือเป็นประโยคนี้ก็ชัดเช่นกันครับ ว่าไร้น้ำใจ "ถ้าจะลงมาร่วมใช้ถนน"(มันหมายความว่ายังไงเหรอครับ?
ไอ้ประโยคที่ว่า"ลง"นี้ คุณคิดว่าที่ทางของจักรยานคือ "บน" ไหนครับ? ฟุตบาทเหรอ? ...ไม่เอาน่า!..)
จั๊กกะจี๋ :
"ถ้าเปิดไฟกระพริบแล้วปลอดภัย
วันหลังมอเตอร์ไซค์บอกขอกระพริบมั่ง เพราะเนื้อหุ้มเหล็กเหมือนกัน
รถเก๋งบอกขอเปิดไฟผ่าหมากกระพริบ เพราะกลัวสิบล้อชน
ทุกคนพร้อมใจกันเปิดแล้วเป็นไง จักรยานมี "สิทธิ" อะไรมาละเมิดสิทธิผู้ใช้ถนนคันอื่นครับ"
...แถแบบไม่น่ารักเลยครับ.... คุณจั๊กกะจี๋รู้จักคำว่า "กำลังไฟ" มั้ยครับ?
เอาเป็นว่าผมขอแยกอธิบายเป็น 2 ข้อแล้วกันครับ
-กำลังไฟของยานพาหนะที่คุณว่ามันต่างกันชัดๆเลยนะครับ?
-จักรยานเป็นพาหนะบนท้องถนน-(ก็ถนนของคุณจั๊กกะจี๋นั่นแหล่ะครับ!!แหม... มันจะมีถนนไหนเป็นของจักรยานล่ะครับ!? 555)
-ที่บอบบางที่สุด ผมจึงไม่อยากพูดถึงกฏหมายละกันครับ แต่ขอยกประเด็นเรื่อง
จริยธรรม/บทบาทหน้าที่/จิตสำนึก และสิ่งที่บังควรทำต่อสังคมมากกว่า เช่น การลุกให้คนชรานั่งบนรถเมล์
/การพาเด็กอนุบาลข้ามถนน หรือเวลาผัวเมียทะเลาะตบตีกันรุนแรงเราควรรั้งตัวผู้ชายและแยกเขาออกมา
ก่อนจะหันไปจัดการกับทางผู้หญิง ซึ่งเหล่านี้ไม่ใช่กฏหมายครับ มันคือ "จิตสำนึกอันดีงาม" ล้วนๆครับ
ซึ่งดูแล้วก็เหมือนจะให้ "สิทธิ" กับผู้ที่ด้อยกว่าในทางกายภาพไงครับ ....อย่ามัวแต่อ้างกฏหมายเพราะคุณ
รำคาญลูกกะตาสิครับ ลองดูความเป็นจริงบ้าง "กฏหมาย" ในประเทศไทยสร้างสถานการณ์ห่วยๆ
มากี่ครั้งแล้ว เช่นเรื่อง "เด็กชายหิวโซขโมยซาลาเปาให้น้องสาวที่กำลังจะอดตาย เลยถูกตำรวจจับ"
หรือกรณีที่ผู้มีอำนาจสร้าง "กฏหมาย" มาเข้าข้างตัวเองเพื่อผลประโยชน์ ...เคยคิดเล่นๆมั้ยครับ?
ว่าโดยรวมๆแล้วกฏหมายในบ้านเราที่ถูกสร้าง-ถูกปรับมาจนถึงทุกวันนั้น มันใช้ได้ผลจริงหรือ? มันอิง
ผลประโยชน์ให้ใครอยู่หรือไม่?
*ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เคารพกฏหมายนะครับ ผมไม่เคยปั่นออกนอกเลนตัวเอง, ผมใช้สัญญาณมือทุกครั้ง/ทุกกรณี
, ไม่เคยปั่นเกินอัตราความเร็วกำหนด(555), ไม่ฝ่าไฟแดง, ฯลฯ -แต่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ผมพอ
จะขอได้มั้ยครับ? (อ๊ะๆๆ!! อย่าอ้างเรื่องที่ว่าพาหนะอื่นขอทำบ้างได้ไหม?นะครับ เพราะผมจะตอบว่า
ได้!! -ได้จริงๆนะเอ้า ถ้าลดกำลังไฟให้เหลือเท่ากัน และเมื่อเกิดอุบัติเหตุปะทะกันต้องมีสิทธิ์ตายเท่ากันทั้งคู่
ถ้าจักรยานตาย คนบนรถยนต์ต้องฆ่าตัวตายตกตามกันไปด้วย -ยุติธรรมมั้ยครับ?)
(**และขอเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ ว่าถ้าไฟกระพริบมันทำให้คุณตาพร่า, แปลกใจ, ตกใจได้จริง จนเกิด
อุบัติเหตุ มันจะเป็นอุบัติเหตุจากอะไรครับ?ถ้ารถยนต์ขับกันไม่เร็ว/ระวังการขับขี่ของตนเองและรถคันอื่น
/ให้เกียรติกัน ไม่ใช่แปลงโฉมความเย่อหยิ่งของตัวเองเป็นยี่ห้อต่างๆ แล้วขับไปโดยที่คิดว่าตนเป็น
จ้าวถนน เพราะเป็นกันอย่างนั้นไงครับ ถึงได้ตายกันทุกวี่ทุกวัน คนนี้ก็รถแรง คนโน้นก็รถแพง อีโก้เลวๆ
2 อันก็พุ่งเข้าปะทะกัน ผลคือซากศพเละสะพายแล่งคาเศษเหล็กให้ผู้เป็นที่รักใจสลายกับภาพเบื้อหน้า
(ขออภัยผู้ที่มีญาติมิตรซึ่งสูญเสียจากอุบัติเหตุรถยนต์ด้วยครับ ที่ผมยกมานั้น เป็นแค่ตัวอย่างในบางกรณีเท่านั้น
ไม่ได้เหมาไปหมดนะครับ เอาแค่สัก 50% ก็พอครับ)
หรือเคยได้ยินเรื่องจักรยานชนกันตายมั้ยครับ?(เอาแค่เจียนตายก็พอ) / หรือว่าจักรยานมีเรื่องกันเพราะ
ไม่สบอารมณ์ใน style การขับขี่ของอีกฝ่าย จนต้องง้างมีดง้างปืนมาฆ่าแกงกันกลางถนนมั้ยครับ? ...
เรื่องนี้พอจะบอกได้ถึงสภาวะจิตใจของผู้ใช้ยานพาหนะต่างประเภทกันมั้ยครับ?(เน้นไปเฉพาะกับคุณจั๊กกะจี๋
นะครับ ไม่ใช่คนขับรถทุกคน ---ก็เหมือนกันทุกสังคมแหล่ะครับ คนปั่นจักรยานที่ใจแคบมากๆก็คงมีเหมือนกัน
ทว่า...นี่มันเรื่องไฟกระพริบครับพี่น้องคร้าบบบบบบ!! ป๊าดดด!!! ---ถึงจะเป็นคนจักรยานด้วยกัน แต่
ถ้าทำน่าเกลียดเช่นขับฉวัดเฉวียน หรือปั่นบนฟุตบาทแบบไม่ให้เกียรติคนใช้ทางเท้า ผมก็คงด่าพ่อล่อแม่ในใจ
เหมือนกันแหล่ะครับ)
และขอร้องคุณจั๊กกะจี๋ว่า อย่ามัวใช้คำสวยหรู เช่น **มี "อภิสิทธิ์" อะไร ถึงละเมิด "สิทธิ" ผู้อื่น**
เพราะมันเป็นแค่การเล่นภาษาให้ดูว่าชาวจักรยานนั้นแย่-เป็นพวกชอบละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นชัดๆเลยนะ
ลองคิดดูในความเป็นจริงสิครับ -จักรยานทำอะไรคุณได้มากกว่าแสงกระพิบระคายนัยย์ตาเหรอครับ?
หรือเราเคยปล่อยควันเสียเก็บสะสมไว้ในโลกให้ลูกหลานคุณดมเล่น? หรือเคยมีข่าวจักรยานชนคนตาย?
----แต่รถยนต์ทำได้ครับ!(และทำมาหมดทุกกรณีแล้ว อย่างซ้ำซากซะด้วย) -แค่คนขับหลับในวูบเดียว
เท่านั้น คนบนอานจักรยานก็ตายได้ง่ายๆแล้วครับ (ในกรณีนี้ ไฟกระพริบจึงอาจช่วยชีวิตคนได้หนึ่งคน
เลยนะครับ ....ลองคิดดูสิครับ คุณจั๊กกะจี๋ยอมแลกมั้ยครับ? ความรำคาญตาของคุณ กับชีวิตคนทั้งคน
-คนสำนึกดีที่อยากให้พวกเราๆท่านๆ และลูกหลานมีอากาศบริสุทธิ์ไว้หายใจน่ะครับ)
และอีกอันหนึ่ง -
จั๊กกะจี๋ : "เช่น กรณีคนข้ามถนน รถยนต์ต้องให้ "สิทธิ์" คนข้ามไปก่อน โดยเฉพาะบนทางข้าม
แต่คนข้ามถนนไม่มี "อภิสิทธิ์" ในการเดินลอดใต้สะพานลอย
จักรยานก็เช่นกันมี "สิทธิ์" ใช้ทางร่วมกับพาหนะอื่น
แต่ไม่มี "อภิสิทธิ์" ในการทำร้าย และก่อความรำคาญกับเพื่อนร่วมทาง
รวมทั้งไม่มีอภิสิทธิ์ ในการละเมิดกฏหมาย"
....ถามจริงๆเถอะครับ ที่ว่ารถยนต์ต้องให้ "สิทธิ์" คนข้ามไปก่อนนั้น คนขับรถยนต์ปฏิบัติจริงหรือ?
ถึงได้บอกว่าอย่าอ้างอิงเอาจากหลักการอย่างเดียว -ผมเป็นมาทุกบทบาทแล้วครับ คนเดินถนน/คนโดยสารรถยนต์
/คนปั่นจักรยาน ผมจึงเห็นการกระทำภาพรวมของทุกบทบาทมาแล้ว ว่ามันไม่ได้สวยหรูอย่างที่ว่า
นั่นมันเป็นภาพท้องถนนของต่างประเทศแล้วครับ ที่รถใหญ่จะให้ "สิทธิ์" และให้ "เกียรติ "คนเดินถนน
หรือรถเล็ก ซึ่งเป็นเหตุผลที่บ้านเมืองเค้าไม่ค่อยมีสะพานลอยให้เห็น ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วสะพานลอยใน
บ้านเรา ก็เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของประโยคนี้ *"จะข้ามถนนก็เชิญเดินบากหน้าตากแดดดมควันไปขึ้น
สะพานลอย ฉันขับรถอยู่/ทำความเร็วอยู่/รีบอยู่ เรื่องอะไรต้องมาชะลอให้เธอ ...อ๋อ อยากสบายเหรอ?
-อยากเร็วเหรอ? ก็ไปหารถยนต์มาขับซี่!! มีปัญญามั้ยล่ะ?!"* มันเป็น message จากนัยยะที่ชัดเจนมาก
ครับ จนคนเดินถนนเลยคิดไปว่า "ok.!!เล่นกันหยั่งงี้ใช่มั้ย? ด้ายยยย!! งั้น_ูก็จะข้ามมันตรงใต้สะพานลอยนี่แหล่ะ!! แน่จริงก็ชนเลยเซ่!!"
....ยาวกันมาพอดู -ทนอ่านไปอีกนิดนะครับใกล้จบแล้ว 555
ว่าที่ผมพล่ามยืดมาทั้งหมดนี่เป็นข้ออธิบายให้คุณจั๊กกะจี๋ลองฟังความด้านนี้ดูบ้าง ลองตีค่ามันเป็น"ความจริง"
-เป็น"ชีวิต" มากกว่าการใช้ภาษาขัดแย้ง-โต้วาทีกันในบอร์ด หรือการเอากฏหมายมาพล่ามอย่างไม่ดูดำดูดี
...ผมไม่รู้ว่าท่านอื่นที่ใช้จักรยานเดินทางเป็นหลักนั้นด้วยเหตุผลอะไรบ้าง อาจอยากออกกำลังกาย, ไม่มี
ปัญญาซื้อรถ, ลดโลกร้อนและมลพิษ, ฯลฯ แต่สำหรับผมนั้น ผมทำเพราะความ"รัก"ครับ ----รักอะไร?!
ก็รักคุณจั๊กกะจี๋นั่นแหล่ะครับ! หรือถ้าคุณจั๊กกะจี๋มีครอบครัว ผมก็รักท่านทุกคนด้วย! / ผมรักเพื่อนๆร่วมโลก
ทุกชีวิต ไม่อยากรู้สึกว่าตนเองทำร้ายผู้อื่นๆด้วยมลพิษหรือเพื่มอัตราความเสี่ยงในการทำลายชีวิตด้วย
อุบัติเหตุ
...ผมไม่ใช่คนดีเลิศอะไรหรอกครับ ก็อย่างที่บอกไป ผมก็แค่รับมาทุกบาทแล้ว ทั้งคนเดินถนน/คนโดยสาร
รถยนต์/คนปั่นจักรยาน ผมได้สบายจากแอร์เย็นฉ่ำ-การเคลื่อนไหวที่เรียบลื่นนุ่มนวล พร้อมกับเพลงเบา
อารมณ์ของ lisa ono, ได้นั่งรอ-โดยสารรถเมล์พร้อมดมควันพิษ กับกลิ่นสาปเหงื่อไคล ของชนชั้นแรงงาน
และผู้หาเช้ากินค่ำทั้งหลาย, ได้เหนื่อยเหนียวตัวจากการปั่นจักรยาน ที่ไม่รู้เลยว่ารถยนต์
สำนึกต่ำจะมาโฉบเอาชีวิตเราไปเมื่อไหร่, ได้ข้ามถนนโดยใชัสะพานลอยเป็นที่บังแดด, ได้อารมณ์
เสียเพราะมีคนข้ามถนนตัดหน้ารถ(ใต้สะพานลอย!!), ฯลฯ
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมคงพอเข้าใจหลากหลายบทบาทบนท้องถนนได้ไม่มากก็น้อยนะครับ?
แต่ก็จริงของคุณจั๊กกะจี๋ที่ว่าไฟกระพริบของจักรยานมันน่ารำคาญ
(ผมลองนึกกลับกัน ว่าถ้าผมขับรถอยู่ก็คงรำคาญพิลึก!!)
แต่ยังไงก็ขอให้อดทน และให้อภัยชาวจักรยานสักนิดหนึ่งเถิดครับ เราไม่ได้กระพริบกันเพราะความโรคจิต
อยากแกล้งเพื่อนร่วมทางหรอกครับ หรือเราก็ไม่เคยไปได้เสียกับกระสือจนติดใจไฟแว๊บๆหรอกครับ ที่เรา
ทำไปเพราะเป็นห่วงชีวิตตัวเองหลังจากที่เป็นห่วงสุขภาพและชีวิตอื่นๆในโลก บ้างก็เท่านั้น
....อย่างที่บอกไป ผมรักทุกชีวิต รวมทั้งคุณจั๊กกะจี๋และตัวผมเองด้วย
เพราะฉะนั้นอย่าทำให้คนปั่นจักรยานรู้สึกลำบากกาย-ใจมากกว่านี้เลยครับ เราเอาสุขภาพที่แข็งแรง และ
อากาศดีๆมาฝาก บางเรื่องที่ทำให้ไม่พอใจ ต้องขออภัยจากใจอย่างสัตย์จริง แต่อย่ากดดันกันมากเกินไปเลยครับ
ตอนนี้ผู้ใช้จักรยานในกรุงเทพเพื่อการเดินทางน่าจะมีไม่ต่ำกว่าพันคน ลองคิดดูว่าถ้าเขาเหล่านั้นไม่ไดัรับ
การสนับสนุนจากสังคม แถมไม่พอเท่านั้น ยังถูกบีบให้ลำบากขึ้นไปอีก วันดีคืนดีเขาท้อกันหมด
*"พอ! เลิก! ยอมแพ้แล้ว!! ขับรถยนต์เหมือนเดิมก็ได้!! ขับๆมันให้เต็มถนนเข้าไปอีก, ปล่อยควันเสีย
เข้าอีก, เพิ่มอัตราอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนนไปอีกก็ได้!! _ูไม่แคร์แล้ว!! _ูไม่สนอะไรแล้ว!! ขอสบายบ้างเถอะวะ?!"*
....ลองคิดดูเถอะครับว่ามันจะเป็นอย่างไร?
.....เอาอย่างนี้ละกันนะครับคุณจั๊กกะจี๋ ยังไงต่อจากนี้ผมขอฝากชีวิตไว้ที่คุณด้วยนะครับ
ผมจะหยุดเปิดไฟกระพริบแล้ว จะเปิดแช่นิ่งๆไว้ไม่ว่าในกรณีไหน แต่ถ้าวันหนึ่งผมตายไปเพราะโดนรถยนต์
เลวๆชน กับข้ออ้างที่ว่า "ก็ไม่เห็นนี่หว่า..." ผมขอเป็นผีมารับเอาวิญญาณคุณจั๊กกะจี๋และครอบครับไปอยู่
เป็นเพื่อนแก้เหงาได้มั้ยครับ? .....ตายจากอุบัติเหตุเนี่ย...เค้าว่าเฮี้ยนนาาาาา บรื๋อออออยยยส์!!!
55555 ล้อเล่นนะครับ/ รักดอกจึงหยอกเล่น!!(-แต่อันนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ -ผมรักคุณจั๊กกะจี๋จริงๆ..)
แก้ไขเมื่อ 02 ต.ค. 53 07:32:09
จากคุณ : น้องเอื้อย [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 2 ต.ค. 53 07:24:20 [แก้ไข]