หน้า 4 จากทั้งหมด 68

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 07 ธ.ค. 2009, 16:39
โดย s_da

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 05:53
โดย s_da
รูปภาพ

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 05:58
โดย s_da
บทความดีดีจาก www.zazana.com
สิ่งที่อยู่ใกล้ มักไม่มีคุณค่า?

สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมักเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด


สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน
เราก้อคิดอยู่ว่าเราก้อต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป
ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่า

เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน
คนๆนั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน
เราก้อมักจะเห็นแค่ว่าใครคนนึงกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง่า น่ารำคาญ


จนวันนึงถ้าเราสูญเสียไป เราก้ออาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง
เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิม

หรือบางทีเราก้ออาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิตที่ปราศจากความรำคาญ
แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง ความรู้สึกของคนที่ให้อยู่บ้าง



บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ
แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ
เหมือนความรักของพ่อแม่ เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ
เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ

คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม
คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง
คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า
คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณมากกว่าความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า


สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา
แต่ต้องมองด้วยหัวใจ

แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง
เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน
เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้
เรามองความดีของคนตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น
เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตา
แล้วเราก้อตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที

เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มีเวลา

เราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ
เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคนๆนั้น


แต่ถ้าลองมองย้อนดู
ทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวัน

เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ

ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป
กับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมอง

อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆต้องมีรอยร้าว
เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไป

เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี
เราจะได้ไม่รู้สึกผิดว่า
เรายังทำดีกับเขาไม่เพียงพอ

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 06:02
โดย s_da
ที่มา www.zazana.com
วันหยุดและวันทำงาน
“ วันหยุด” ใครๆก็ชอบวันหยุด ได้พักไม่ต้องทำงาน
แต่ในปีหนึ่งๆ เรามีวันหยุดสักกี่วัน?
วันส่วนใหญ่เป็นวันทำงาน

หากเปรียบกับ"ชีวิต" วันหยุด คือ ความสุข
วันทำงาน เหมือน ความทุกข์ ความลำบาก อุปสรรค และปัญหา
แน่นอนในชีวิต ความทุกข์ มีมากกว่าความสุข
เหมือนวันหยุดทีมีน้อยกว่าวันทำงานเสมอ


แต่เรา ได้เงินเลี้ยงชีวิต และ ครอบครัว
สร้างเนื้อสร้างตัว ก็ไม่ใช่จากวันทำงานรึ?

ความทุกข์ อุปสรรค ปัญหา ล้วนแล้วแต่ทำให้เราได้เรียนรู้ ทำให้เข็มแข็ง และเก่งขึ้น
ความสุข ทำให้เราได้เรียนรู้น้อย ยิ่งมีความสุขมาก เรายิ่งอ่อนแอ และเปราะบาง!!


ดังนั้นถ้าเราต้องกลับมาเจอกับวันทำงาน เจอ ความทุกข์ในชีวิต
ก็ไม่ต้องกลุ้มใจ หรือ ท้อใจ
เพราะนี้จะเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เรียนรู้ เราจะเก่ง แข็มแข็ง
และอดทน มากขึ้น!!


แล้วถ้าเราคิดว่าเราทำผิดพลาดไป ก็ไม่ต้องคิดมาก
มนุษย์เกิดมาคู่กับการทำผิดพลาด อยู่แล้ว มันเป็นธรรมดาของคน
เราทำผิดพลาด ก็เพื่อเราจะได้แก้ไขและเรียนรู้การทำให้"ถูก!!"


ไม่มีคำว่า" ตัดสินใจผิด"การตัดสินใจก็เป็นแค่"การเลือกทางเดินชีวิต"
ว่าเราจะเดินไปอย่างไร จากจุดที่เราเลือก การตัดสินใจที่ไม่เหมือนกัน
ก็แค่ การเลือกทางเดินทางไปที่เป้าหมาย ด้วยวิธีที่ต่างกัน ก็แค่นั้นเอง... "


การเลือกเส้นทางเดินของชีวิต ไม่มีใครบอกได้ว่า เส้นทางไหนมันจะดีกว่ากัน
เราบอกไม่ได้ว่าถ้าได้แต่งงานกับคนนี้จะต้องดีกว่าคนโน้น!!
เราเลือกอาชีพโน้นคงต้องดีกว่าอาชีพนี้!!
ทุกอย่างมันไม่แน่เสมอไป ขอแค่เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด!!


การที่เราคิดว่าแบบนี้ดีกว่าแบบนั้น คนนี้ดีกว่าคนนั้น
ถ้าเราได้เป็นเขา เราคงมีความสุข มากกว่านี้


ไม่จริงเลย ทุกคนมีปัญหาทั้งนั้น
ความทุกข์ ก็แค่เปลี่ยนรูปแบบ และหน้าตามาเท่านั้นเอง!!

คนจนก็มีความทุกข์ แบบคนจน แต่พอรวยก็ ทุกข์แบบคนรวย
เด็กก็ทุกข์ แบบเด็ก ผู้ใหญ่ก็ทุกข์แบบผู้ใหญ่
ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ



สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เรายอมรับในสิ่งที่เราเลือก!! เราเป็น!!
เรียนรู้มันที่จะอยู่กับมัน!!

มาดูซิ!!ว่าเราจะทำอะไรได้จาก สิ่งที่เรามีอยู่
และถ้าเกิดความผิดพลาด
1 ยอมรับมัน
2 ให้อภัย
3เรียนรู้แก้ไข และ ก้าวไปข้างหน้า

ชีวิตก็เท่านี้....


บทความจากบล็อกย่าชอบเล่า

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 06:07
โดย s_da
ที่มา www.zazana.com

อย่าดูคนเพียงลักษณะภายนอก

คุณรู้จัก "ดักแด้" ไหม มันเป็นอย่างไร?
เขาจะเป็นคนอย่างที่เราเห็นเพียงภายนอกเหรอ?


คนที่ท่าทางขึงขัง ดุดัน ดูภูมิฐานมั่นคง
มักจะอ่อนแอกว่าที่เห็นภายนอก เสียน้ำตาง่ายๆ กับบางเรื่อง


คนที่ท่าทางอ่อนแอ ถูกรังแกเสมอ จะเป็นคนเข้มแข็ง
เพราะเขาผ่านช่วงเวลาแสนเจ็บปวดมามากมาย


คนที่อารมณ์ดี ร่าเริงตลอดเวลา มักจะโมโหร้าย
และพร้อมที่จะระเบิดตลอดเวลาที่โมโห
เพราะเขาไม่เคยรู้จักยับยั้ง จะปล่อยออกมาทุกสภาพอารมณ์

คนที่หน้ามุ่ย ดูอารมณ์เสียตลอดเวลา
จะไม่เที่ยวพาลคนอื่น เพราะเขาจะเก็บความเครียดเอาไว้เอง


คนที่มีเพื่อนเยอะ มักจะไม่พบเพื่อนแท้ เมื่อเขาโกรธเพื่อนคนไหน
เขาก็จะแยกไปอยู่กับคนอื่นเสมอจะไม่มีการคุยปรับความเข้าใจกัน
เพราะเขาจะคิดเสมอว่าเขามีเพื่อนเยอะเขาไม่จำเป็นต้องง้อใคร

คนที่มีเพื่อนเพียงแค่หนึ่งหรือสองคน
เขาจะไม่มีที่พึ่งที่ไหนนอกจากเพื่อนสนิทของเขา
ดังนั้นไม่ว่าเขาจะโกรธกันแค่ไหนก็ตาม
เขาจะให้เวลาเพื่อปรับความเข้าใจกัน
เพราะต่างคนต่างรู้ดีว่า เพื่อนนั้นมีค่ามากแค่ไหน


คนที่ไม่เคยพ่ายแพ้ มักจะทนไม่ได้ที่จะดูความอับอายของตนเมื่อ
ได้ทำพลาดไป และจะโทษคนอื่นเสมอ


คนที่ไม่เคยได้พบกับความสำเร็จ
มักจะไม่กระตือรือร้นที่จะสร้างชื่อเสียง
เพราะเขารู้สึกชินชาที่ไม่ได้รับการสรรเสริญ

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 06:14
โดย s_da
ที่มา www.zazana.com


ร่างกายเราทำอะไรบ้างใน24ชั่วโมง

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้วิจัยและค้นคว้าร่างกายของมนุษย์เราว่า
ทำอะไรบ้างในแต่ละชั่วโมง

*01.00 น. คนส่วนใหญ่จะนอนหลับ
ร่างกายจะมีความรู้สึกไวต่อความเจ็บปวดมาก

02.00 น. นอกจากตับแล้ว ส่วนต่างๆ
ของร่างกายจะเคลื่อนไหวช้ามาก

03.00 น. ร่างกายทั้งหมดจะพักผ่อน กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย
ความดันจะต่ำ ชีพจรจะเต้นช้า การหายใจก็จะช้า


*04.00 น. สมองได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยมาก
ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ตายไปในระยะเวลานี้

05.00 น. ไตจะไม่ทำหน้าที่กรอง
เนื่องจากเราได้พักผ่อนมาระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น
ในเวลาตื่นนอนอารมณ์จะรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ

06.00 น. ความดันเลือดจะสูงขึ้น หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น

07.00 น. ภูมิต้านทานโรคในช่วงนี้จะดีมาก
เพราะร่างกายได้พักผ่อนมาแล้ว


*08.00 น. ตับจะทำหน้าที่ขับพิษออกจากร่างกาย
ในช่วงนี้ไม่ควรดื่มสุรา


09.00 น. จิตใจ อารมณ์ การทำงานจะดีมากในช่วงนี้ 10.00 น. เป็นช่วงที่ร่างกายและสุขภาพจะดีมาก
เหมาะที่จะทำงาน


11.00 น. เป็นช่วงที่ขยันขันแข็งในการทำงาน
ร่างกายยังไม่อ่อนเพลีย

12.00 น. ช่วงตอนที่จะหยุดงาน
ทางที่ดีที่สุดอย่าเพิ่งรับประทานอาหาร ควรจะรอช้ากว่าไปอีกสักหน่อย
แล้วทานเอาช่วงเวลาประมาณ 12.30 หรือ 13.00 น. ก็จะดี

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 06:16
โดย s_da
13.00 น. ตับจะพักผ่อน
เนื่องจากเวลาการทำงานที่ดีได้ผ่านไปแล้ว
ร่างกายในช่วงนี้จะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย


*14.00 น. เป็นช่วงระยะเวลาที่ร่างกายรู้สึกอืดอาด
เชื่องช้าที่สุดในระยะหนึ่งของแต่ละวัน

15.00 น. ระบบต่างๆ ของร่างกายจะมีปฏิกิริยาที่ไวมาก
สมรรถภาพของพละกำลังเริ่มฟื้นฟูขึ้น

16.00 น. ในกระแสเลือด จะมีน้ำตาลเพิ่มขึ้น
แต่ก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว

17.00 น. สมรรถภาพในการทำงานจะเพิ่มขึ้น
จะเห็นได้จากนักกีฬาที่ออกกำลังกาย จะมีเรี่ยวแรงเพิ่มมากขึ้น

18.00 น. ความรู้สึกต่ออาการเจ็บปวดจะลดน้อยลง
ขอให้เพิ่มการออกกำลังกาย


*19.00 น. ความดันของเลือดจะเพิ่มสูงขึ้น
อารมณ์จะไม่ค่อยดีนัก มักจะเกิดงขึ้นได้ด้วยสาเหตุเล็กๆน้อยๆ

20.00 น. น้ำหนักตัวจะรู้สึกเพิ่มมากขึ้น
สะท้อนออกถึงความผิดปกติอย่างรวดเร็ว

*21.00 น. อารมณ์จะกลับเข้าสู่สภาพปกติ ความจำจะดีขึ้น
สามารถคิดสิ่งต่างๆ ออกได้

22.00 น. ในกระแสโลหิต จะเต็มไปด้วยเม็ดเลือดขาว
อุณหภูมิในร่างกายจะลดต่ำลง


*23.00 น. ร่างกายตระเตรียมพักผ่อน
เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ที่สึกหรอ

24.00 น. เข้าสู่ชั่วโมงแห่งการหลับไหล

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 16:50
โดย s_da
บทความดีๆ ความจำสั้นแต่รักฉันยาว

คุณเคยถามตัวเองบ้างหรือเปล่า ว่าอีก 20 - 30 ปีข้างหน้าจะมีใครคอยอยู่ คอยดูแลกัน

คอยเป็นห่วงเป็นใย ยามเจ็บป่วยไม่สบาย......

ลองอ่านเรื่องนี้ดูนะ.....แล้วคุณจะรู้ว่าควรบอกรักคนที่คุณรัก...อย่ารอให้สายเกินไป.....


มีตายายคู่หนึ่งอยู่กินกันมาหลายปี...คุณตาเป็นคนอารมณ์ดี ส่วนคุณยายขี้งอนนิดๆ แต่ก็ได้คุณตาคอยง้อคอยตามใจตลอด....

คุณตาคุณยายอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทุกเช้าคุณตาจะไปตลาดเพื่อซื้อข้าวของมาประกอบอาหาร ส่วนคุณยายก็มีหน้าที่ปรุงอาหารรสเลิศ ถ้ามีเวลาคุณยายก็จะทำขนมขาย


เช้าวันหนึ่งคุณตาคุณยายกำลังเตรียมตัวไปขายขนมกันที่ตลาดใกล้บ้าน วันนี้คุณตาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันครบรอบแต่งงานของทั้งคู่ คุณตาถามคุณยายว่า

" ยายจำได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร" คุณยายตอบว่า "วันเสาร์ไงตา วันนี้เราต้องไปขายขนม"



คุณตาโกรธคุณยายมาก บอกว่ายายทำไมจำไม่ได้.....แล้วคุณตาก็ก้มหน้าก้มตาดืมกาแฟที่คุณยายเตรียมไว้ให้ แต่ทว่ารสชาดกาแฟมันเปลี่ยไปไม่เหมือนกาแฟที่ดื่มมากว่า 10 ปี

คุณตากลับมาด้วยความน้อยใจคุณยาย ขึ้นไปบนห้องนอน คุณตากลับพบกล่องหนึ่ง


ในกล่องเต็มไปด้วยแว่นตาของคุณยาย ที่คุณยายบอกว่าหาไม่เจอ
แล้วคุณตาได้พบกับเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาท แล้วเขียนว่า " เงินไว้ซื้อที่ใส่ตาให้คุณตา"....

คุณตามองไปที่ประตูห้อง มีเสียงเรียกหนึ่งบอกคุณตาว่า "ตาเอ้ยไปกินข้าวได้แล้ว"


คุณตายิ้มอย่างมีความสุข อย่างน้อยภาวะสมองเสื่อมของคุณยายก็ไม่ได้ทำให้ความรักที่คุณยายมีต่อคุณตาน้อยลงไปกว่าเดิมเลย....




ที่มา FW mail

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 17:30
โดย s_da
ง่ายที่จะ...ตัดสินความผิดพลาดของคนอื่น
ยากที่จะ...สำนึกถึงความผิดของตนเอง

ง่ายที่จะ...พูดโดยไม่คิด
ยากที่จะ...ไม่พูด

ง่ายที่จะ...ทำร้ายคนที่รักเรา
ยากที่จะ...เยียวยาบาดแผลที่เราทำไว้กับเขา



ง่ายที่จะ...อภัยให้คนอื่น
ยากที่จะ...ขอให้คนอื่นอภัยให้

ง่ายที่จะ...ตั้งกฎเกณฑ์
ยากที่จะ...ทำตามกฎนั้น

ง่ายที่จะ...ฝันทุกค่ำคืน
ยากที่จะ...สู้เพื่อฝันนั้น



ง่ายที่จะ...อวดความสำเร็จ
ยากที่จะ...ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี

ง่ายที่จะ...ชื่นชมความงามของดวงจันทร์
ยากที่จะ...เห็นอีกด้านของมันที่ไม่สวยงามนัก

ง่ายที่จะ...สะดุดหกล้ม
ยากที่จะ...ลุกขึ้นมาใหม่


ง่ายที่จะ...มีความสุขในทุกวัน
ยากที่จะ...เห็นคุณค่าที่แท้จริงของความสุขนั้น

ง่ายที่จะ...สัญญากับใคร ๆ
ยากที่จะ...ทำตามสัญญานั้น

ง่ายที่จะ...บอกว่ารัก
ยากที่จะ...แสดงความรักนั้น


ง่ายที่จะ...วิจารณ์คนอื่น
ยากที่จะ...ปรับปรุงตนเอง

ง่ายที่จะ...ทำผิด
ยากที่จะ...เรียนรู้จากความผิดนั้น

ง่ายที่จะ...ทุกข์ทรมานเพราะสูญเสียความรัก
ยากที่จะ...รักษารักนั้นเพื่อที่จะไม่ต้องสูญเสียมันไป


ง่ายที่จะ...คิดที่จะปรับปรุง
ยากที่จะ...เลิกคิด แล้วทำให้มันเกิดขึ้นจริงซะที

ง่ายที่จะ...คิดกับคนอื่นในแง่ร้าย
ยากที่จะ...ให้โอกาส และคิดว่าเขาอาจจะไม่เป็นเช่นที่เราคิด

ง่ายที่จะ...รับ
ยากที่จะ...ให้


ง่ายที่จะ...รักษาความเป็นเพื่อนด้วยคำพูด
ยากที่จะ...ทำตามความหมายของคำว่าเพื่อน



มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้
มนุษย์อาจถูกทำลายได้แต่จะไม่ยอมแพ้

ที่มา ที่นี่ดอทคอม

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 08 ธ.ค. 2009, 20:52
โดย s_da

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 09 ธ.ค. 2009, 06:23
โดย s_da
รูปภาพ

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 09 ธ.ค. 2009, 06:27
โดย s_da
คำพูดกับความรู้สึก........ที่พูดออกไป

คุณเคยใช้คำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ ความคะนอง
แต่แล้วคำพูดที่พูดออกไป ทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่าย
ผู้ฟังฟังแล้วเสียความรู้สึกดีๆไป....


........จะเป็นด้วยความตั้งใจที่จะพูดออกไปหรือไม่ก็ตามแต่
สุดท้ายคนที่รับฟังประโยคเหล่านั้นรู้สึกผิดหวังที่ได้ยินอย่างนั้น


........คุณอาจจะรู้สึกดีที่ได้พูดอย่างนั้นออกไป ได้ระบายความรู้สึก
แต่ภายหลัง...คุณกลับมานั่งขบคิดในสิ่งที่คุณทำลงไป
คุณกำลังทำลายความรู้สึกดีๆระหว่างกันลงไป
คุณเริ่มรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป


.......คำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว
มันคืออดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย
มีแต่สติเท่านั้นที่ควบคุมคำพูดที่จะออกจากปากไม่ให้พลั้งเผลอพูดในสิ่งไม
่สมควร เพียงแต่เราขาดสติควบคุม
คำพูดที่หลุดออกไปก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งทันที


........บางครั้งคุณอยากจะเป็นฝ่ายกล่าวขอโทษในสิ่งที่คุณกล่าวซึ่งทำร้าย
ความรู้สึก ดีๆของอีกฝ่าย
เพียงแต่คุณไม่กล้า คุณมีทิฐิ
คุณเป็นฝ่ายลังเลที่จะกล่าว อยากให้อีกฝ่ายยกโทษให้คุณ แต่ในใจคุณ
ความมีทิฐิ กลัวเสียหน้า
ข่มความกล้าที่จะทำให้คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน
คุณกลับรอเวลาให้ผ่านไปด้วยหวังว่าเวลาที่ผ่านไป...ทุกอย่างก็จะดีเอง


.......คุณเคยคิดบ้างไหมว่า
เวลาที่ผ่านไปยิ่งทำให้ทุกอย่างไม่ดีขึ้นเลย อีกฝ่ายที่รับฟังคำพูดของคุณ
ถึงแม้ว่าคำพูดที่ผ่านไปมันกลายเป็นอดีต
แต่ความรู้สึกมันยังคงค้างอยู่ในใจ


.......ถ้าทิฐิมันทำลายความรู้สึกที่ดีระหว่างกัน
มีประโยชน์อะไรที่คุณจะถือทิฐิเอาไว้กับตัว คุณควรจะปล่อยทิฐิตรงนั้นไป
การกล่าวขอโทษ
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และยากในยามที่ความรู้สึกดีๆระหว่างกันเกิด
รอยร้าวขึ้น

ความรู้สึกดีๆจะกลับมาก็เพียงแต่คุณกล้าที่จะเริ่มต้นกล่าวคำขอโทษออกไป


.............ถามใจตัวคุณเองว่า
คุณยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่ไหม
ไม่ต้องกลัวเสียหน้าถ้าคุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน หลังจากกล่าวออกไป
คุณจะรู้สึกว่าจิตใจคุณบางเบา
อีกฝ่ายคงรู้สึกดีที่ได้ยินอย่างนั้นและยินดีจะให้อภัยคุณ


......ผมเคยมีทิฐิและไม่ยอมที่จะลดละความมีทิฐิ
สุดท้ายผมพบว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรจากการทำแบบนั้น
แล้วกลับมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแทน
ถ้าความรักหมายถึง การไม่โกรธ และให้อภัย
คนที่คุณรักเขาคงยินดีและไม่โกรธเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคุณ
และเขาก็ยินดีที่จะให้อภัยคุณตราบเท่าที่เขายังรักคุณอยู่



fw mail

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 09 ธ.ค. 2009, 06:33
โดย s_da
คนท้อไม่แท้ คนแท้ไม่ท้อ

คำว่าพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสนั้นมีจริง
เพราะคนชนะ จะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
พอตกงาน เค้าก็จะไปทำอย่างอื่น
จนประสบความสำเร็จ และร่ำรวยขึ้นมาได้


แต่คนแพ้ จะคิดว่าการชนะเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้...
มีเด็กจบปริญญาตรีคนหนึ่ง
ไปมองหาลู่ทางขายของ
เมื่อเห็นว่ามีก๋วยเตี๋ยวขายเยอะแล้ว
ก็หันมาขายข้ามหมกไก่
ขายได้วันล่ะหมื่น แต่อยากเพิ่มเป็นวันล่ะแสน
ก็ขยายเป็น 10 สาขา
ทำให้เดือนหนึ่งมีรายได้มากถึง 3 ล้านบาท


ฉะนั้นแล้ว
อย่าเป็นคนด้านได้ อายอด ใจหด หมดกำลังใจ
เราต้องต่อสู้ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

อย่าไปหมดหวัง ท้อแท้กำลังใจ
"คนท้อ ไม่แท้
คนแท้ ไม่ท้อ"

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต จากหนังสือธรรมะยกกำลังสอง

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 09 ธ.ค. 2009, 06:37
โดย s_da
เพราะชีวิตนับหนึ่งได้เสมอ......


บางช่วงเวลาของชีวิต เคยรู้สึกบ้างไหมว่า "ตัวเองกำลังประสบกับความล้มเหลว"
ถ้าเคย ... ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้ามีคำว่า "ความสำเร็จ" ก็ต้องมีคำว่า "ล้มเหลว"
เป็นของคู่กัน เพียงแต่ว่าคุณจะต้องรับกับสถานการณ์ความล้มเหลวแล้วลุกขึ้นสู้
อีกครั้งได้อย่างไร? ชีวิตนับหนึ่งได้ และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ โดยยึดหลักง่าย ๆ
ไว้เตือนใจตัวเองว่า....


'๑' = ทำดีที่สุดแล้ว = '๑'
--------------------

คนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย คนที่ประสบความล้มเหลว
คือคนที่น่ายกย่องมากกว่า เพราะอย่างน้อยก็ได้ลงมือทำ อย่ากลัวกับ
ความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้น เพราะมันจะเป้นบทเรียนและประสบการณ์อันยิ่งใหญ่
ให้เราได้เรียนรู้ว่า หนทางแห่งความสำเร็จอยู่ตรงไหน ... อย่างไร?
ให้คิดเสียว่า ... "เราทำดีที่สุดแล้ว"


'๒' = อย่ายอมแพ้ = '๒'
------------------

ไม่มีใครจะแพ้ตลอด และไม่มีใครจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล ฉะนั้น จงอย่ายอมแพ้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแพ้ใจตัวเอง ทุกครั้งที่คุณหกล้มหรือก้าวพลาด จงอย่า
ยอมแพ้ ให้ลุกขึ้นสู้และก้าวเดินต่อไปอย่างสง่างามอีกครั้ง แพ้อะไรก็แพ้ได้แต่
อย่าแพ้ใจตัวเองก็แล้วกัน เพราะถ้าเราแพ้ใจตัวเอง นั้นหมายถึงเราโดนน๊อคตั้งแต่
ยังไม่เริ่มชกแล้ว จงบอกกับตัวเองว่า หนทางแห่งชัยชนะยังรอคุณอยู่ข้างหน้า
ค่อย ๆ ตั้งสติ คิดอย่างมีสติ และรอบคอบ แล้วลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง


'๓' = นับหนึ่งถึงร้อย = '๓'
--------------------

ทุกครั้งที่ท้อถอย หรือหมดกำลังใจ ก่อนจะเดินถอยหนี หยุดคิดสักนิด ลองนับ
หนึ่งถึงร้อยก่อน อย่าตัดปัญหาด้วยการทิ้งปัญหา และหันหลังเดินจากไป นั่นไม่ใช่
วิธีการแก้ปัญหาที่ดี เพราะปัญหามันยังคงหมักหมมอยู้ตรงนั้น จงบอกกับตัวเอง
ให้อดทน..อดทน...และอดทน รอวันเวลาและโอกาสที่จะมาถึง แล้วค่อย ๆ เดิน
หน้าสู้ต่อไป



'๔' = เหนื่อยนักก็พักก่อน = '๔'
--------------------------

วันนี้อาจจะเหนื่อย และท้อแท้กับปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดีอย่าง
หนึ่งที่คอยเตือนให้เรารู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดพักเสียบ้าง
หยุดพักเพื่อที่จะทบทวนกับปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หยุดพักเพื่อถอยออกมา
หนึ่งก้าว แล้วมองย้อนไปมองดูปัญหาในอีกมุมหนึ่ง บางที่อาจทำให้เรามองเห็น
ปัญหาในมุมที่กว้างขึ้น
การหยุดพักไม่ได้หมายถึงการทำให้เราต้องยอมแพ้ หรือถอยหลัง แต่การหยุด
พักจะทำให้เราได้ชาร์ทแบตเตอรี่ หรือเติมกำลังใจให้เข้มแข็งขึ้น และมีเรียวแรง
ที่จะสู้กับปัญหาต่อไป



'๕' = หยุดคิดเพื่อทบทวน = '๕'
-------------------------

การหยุดคิดเพื่อทบทวนจะทำให้เราแก้ปัญหาได้ดีขึ้น เพราะบางทีการหมกมุ่นอยู่
กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน ๆ อาจทำให้เรามองไม่เห็นปัญหา หรือวนอยู่กับปัญหานั้นซ้ำ ๆ
ซาก ๆ และถึงทางตันจนหาทางออกไมเจอ
อย่าลืมว่าในมุมมืดที่สุดก็ต้องมีมุมสว่างเล็ดลอดอยู่บ้าง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทบทวน
แล้วเราจะค้นพบทางสว่างและหาทางออกเจอในที่สุด
๐ บางทีทางออกใหม่จะดีกว่าทางเดิมที่เราเคยเดินมาเสียอีก ๐

Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52

โพสต์: 09 ธ.ค. 2009, 06:39
โดย s_da
'๖' = โอกาสต้องเป็นของคุณ = '๖'
-----------------------------

วันนี้ ... เวลานี้ โอกาสอาจยังไม่เป็นของเรา แต่วันข้างหน้าโอกาสต้องเป็นของ
เราไม่ช้าก็เร็ว อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีเวลาอย่าเพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวความรู้
ประสบการณ์ ความเชื่อมั่น และพลังใจที่จะฝ่าฟันอุปสรรคให้ประสบความสำเร็จ
ได้ต่อไป


'๗' = ต้องชนะ = '๗'
--------------

เมื่อเราเรียนรู้ที่จะแพ้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะชนะด้วย ชัยชนะอาจไม่ได้มาง่าย ๆ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะแพ้ตลอดไป "อย่ากลัวที่จะแพ้ และอย่าประมาท
กับชัยชนะที่จะมาถึง"
จงเรียนรู้จากบทเรียนของความพ่ายแพ้ และนำสิ่งนั้นมาเป็นหนทางสู้ต่อเพื่อให้ได้
มาซึ่งชัยชนะ เมื่อเราเคยแพ้ เรายิ่อมรู้ดีว่าวิธีที่จะนำมาซึ่งชัยชนะนั้นต้องทำ
อย่างไร? จงบอกกับตัวเองว่า เราจะต้องเป็นผู้ชนะให้ได้



'๘' = กล้าที่จะฝัน = '๘'
-----------------

คนที่ไม่เคยมีความฝันคือคนที่ตายแล้ว ไม่ผิดที่ทุกคนจะฝัน เพราะมนุษย์ทุกคน
ย่อมมีความฝัน และฝันของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป
จงกล้าที่จะฝัน และทำสิ่งที่ท้าทายความฝันนั้น แต่อย่าทะเยอทะยานจนเกินความ
เป็นจริง จงก้าวทีละขั้น ก้าวช้า ๆ ก้าวอย่ามั่นใจ เพื่อทำให้ทุกความฝันของเรา
เป็นจริง



'๙' = คิดและวางแผน = '๙'
---------------------

จะถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่เป็นไร แต่จงคิดและวางแผนของเราเสียแต่วันนี้บางทีความ
คิดของเราอาจจะเข้าทางใครสักคน หรือเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ อย่าดูถูกความคิดของ
ตัวเอง อย่าคิดว่าความคิดของเราเป็นเรื่องประหลาด บางทีความคิดประหลาดอาจ
เป็นความคิดที่เข้าท่าก็ได้
อย่าลืมว่า ความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในโลกมามากแล้ว
ลองคิดดัง ๆ แล้วบอกความคิดของเราให้คนรอบข้างได้รู้บ้าง บางทีความคิดดี ๆ
ของเราอาจจะเป็นของขวัญชิ้นโบว์แดงสำหรับโลกก็ได้ ใครจะรู้



'๑๐' = ไปให้ถึงเป้าหมาย = '๑๐'
-----------------------

มนุษย์ทุกคนต่างก็มุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จข้างหน้าด้วยกันทั้งนั้น จะไป
ได้ช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่วิธีการและแนวทางของแต่ละคน
กว่าจะถึงภูเขาที่สูงชันย่อมต้องเจอกับขวากหนามที่แหลมคม สติและสมาธีที่
มุ่งมั่นเท่านั้นที่จะทำให้เราเดินผ่านขวากหนามได้
ผู้ฉลาดเท่านั้นย่อมเรียนรู้ที่จะใช้ข้อผิดพลาดนั้นให้เป็นประโยชน์ และผู้ที่อดทน
เท่านั้นที่จะก้าวไปสู่ยอดเขาอันสูงชันได้
ยอดเขาสูงชัน ... ยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่เราจะไม่เหน็บหนาวเพียงลำพัง ถ้าเราไม่
ลืมว่าบรรยากาศบนพื้นดินที่เคยเดินผ่านมานั้นเป็นอย่างไร

๐ ให้โอกาสและกำลังใจกับตัวเอง และจงบอกกับตัวเองเสมอว่า ๐

.......... ชีวิตนับหนึ่งได้เสมอ ..........



ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเน็ต(ธัมมทินทร์)