......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ รูปภาพ

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ คุณพี่เนตร ผมกลับจากไปชาร์ทแบตเตอรี่ชีวิต ที่วัดสันติบถ ๒ คืนกับ ๓ วัน ตามสัญญากลับมาจะรายงาน ก่อนอื่นก็ขออนุญาตุ เอาบุญมาฝากคุณพี่ก่อนนะครับว่า ขอให้สุขภาพคุณพี่แข็งแรงปั่นจักรยานไปได้อีกนาน ๆ เป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนคนรุ่นหลังได้เห็นการใช้ชีวิต แบบง่าย ๆ สบาย ๆ ครับ :) :) :D

รูปภาพออกจากบ้านสาย ๆ ของวันที่ ๓๑ มีนาคม

รูปภาพไปเจอกับเพื่อนรุ่นพี่ที่เขาไปรอที่ตลาดรวมโชค รุ่นพี่ผมคนนี้อายุ ๗๔ รุ่นราวคราวเดียวกับคุณพี่เนตร ครับแกก็แข็งแรงดีครับ อานิสงค์ของปั่นจักรยานจึงทำให้แกมีวันนี้(แกพูดเองครับ)

รูปภาพยามเย็นที่หลังวัดสันติบถ(ในหมู่บ้านครับ)

รูปภาพก่อนนอนก็ทำวัตรสวดมนต์ นั่งภาวนาหาความสงบและปัญญาจากการภาวนาที่เรียกว่า ภาวนามยปัญญา

รูปภาพผมอาสาขัดระฆังที่วัดใช้เวลาขัดค่อนวัน เหนื่อยสุด ๆ แต่ก็มีความสุขอีกหน่อยคงดังเหมือนคุณพี่ เพราะการขัดระฆังแน่เลย ๕๕๕.

รูปภาพตอนเช้าเราทำอาหารถวายพระ พระก็เมตตาสอนธรรมะให้กับเรา เจ้าอาวาสท่านเป็นศิษย์หลวงปู่สิม เก่งทางการภาวนา ช่วงวันที่ ๒ มีพระและญาติโยมจากบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ได้มาอาสัยพักที่วัด พวกเราจึงได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับทำอาหารให้ญาติธรรมได้ทานกันก่อนที่คณะจะแสวงบุญไปยัง วัดดอยแม่ปั๋งต่อไป

รูปภาพหลังจากรับพรพระเสร็จเราก็รับประทาอาหารกันตามปกติครับ

รูปภาพเช้าวันที่ ๒ พิเศษหน่อย ก่อนทีคณะญาติธรรมจากบึงโขงหลงจะจากไป พระอาจารย์จากบึงโขงหลง เมตตาให้ธรรมะกับพวกเราครับ สนทนากันสนุกมากได้ความรู้เพิ่มเติมเป็นประสบการณ์กับชีวิตอีกครับ

รูปภาพกลับถึงบ้านเย็นวันที่ ๒ ครับ บุญใดที่พวกเราได้ประพฤติปฏิบัติก็ขออุทิศบุญนั้น ๆ ให้กับคุณพี่และทุก ๆ ท่านในกระทู้ของคุณพี่นี้ จงมีแต่ความสุขปราศจากทุกข์ ไร้ซึ่งโรคาพญาธิ คิดสิ่งใดและทำสิ่งใด ที่อยู่ในกรอบแห่งศีลและธรรม ขอให้จงสำเร็จ ๆ ทุกประการทุกท่านทุกคนเทอญ

สวัสดีครับพี่ :) :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพรถหรูหวิดตกทางเดินริมคลอง คนขับอ้าง 'GPS นำทาง' เป็นเหตุ

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ "เรารักด่านตรวจ" ซึ่งโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจ GPS (พี่ก็ยังกล้าขับเข้าไปนะ)"

ในภาพเป็นรถโตโยต้า อัลพาร์ด จอดอยู่บนทางคนเดินริมคลอง ซึ่งเป็นสะพานปูนขนาดเล็ก สำหรับคนเดิน ขี่จักรยาน และรถ จยย.เท่านั้น สภาพรถฝั่งคนขับล้อเอียงตกจากสะพานปูน และรถหวิดตกคลอง ก่อนจะมีการนำรถเครนมาดำเนินการยกรถคันดังกล่าวออกเรียบร้อยแล้ว โดยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า คนขับรถอ้างว่า ใช้ระบบ GPS นำทาง เลยคิดว่าน่าจะสามารถผ่านได้

ภายหลังภาพดังกล่าวมีผู้เข้ามาชมแล้วจำนวนมาก ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์และแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยบ้างบอกว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุอาจเป็นเช้ามืดทำให้มองไม่เห็นเส้นทาง ประกอบกับคนขับรถไม่ชินทาง อาจจะทำให้เบรกไม่ทัน หรือคนขับอาจเพลินไม่ทันระวัง เพราะมัวแต่ขับตาม GPS บอกทางอย่างเดียว

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กเรารักด่านตรวจ


8-) 8-) ใครที่ใช้ จีพีเอส.ก็พึงระวังบ้าง ผมเจอบ่อยครับ ครั้งนี้ก็เจอตามไปนะครับมีอยู่ช่วงหนึ่งก่อนเข้าเวียตนาม ต้องเสียเวลาไปนานพอสมควร ก็ได้ความคิดว่า จีพีเอส.ต้องประกอบด้วยแผนที่ และ ปาก เป็นตัวช่วยจึงจะปลอดภัยครับ

:) :D เรามาเดินทางเข้าเมือง Kep กันต่อนะครับ ออกจากเมือง Kampot เรียกว่ากว่าจะออกเขตเมืองได้ ต้องอาศัยถามชาวบ้านเป็นช่วง ๆ สุดท้ายก็สามารถทะลุออกเส้นหลักมุ่งสู่เมือง Kep ตามประสงค์แต่กว่าจะถึงก็เป็นเวลาเย็นแล้ว ที่เมือง Kep ที่พักค่อนข้างจะแพงเราพยายามหาที่ ๆ พอสมควร โชคดีที่ได้ชาวบ้านแนะนำให้คือต้องออกจากจุดที่เป็นที่ ๆ นักท่องเที่ยวนิยมจริง ๆ แถว ๆ ชายหาดที่พักจะแพงมาก เราต้องย้อนออกไปทางห่างชายทะเลพอสมควรไปได้ที่พักซึ่ง เจ้าของเป็นคนอเมริกันเห็นพวกเราปั่นจักรยาน ชอบใจคิดให้ในราคาพิเศษแค่ ๕๐๐ บ.นอน ๓ คนสะบาย ๆ ครับ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ

เข้าเขตเมืองKepแล้วครับ ถนนกำลังขยายเป็น ๔ เลนกว้าง ฝุ่นฟุ้งอีกหน่อยคงเจริญสุด ๆ เหมือนกัน คิดว่ามาครั้งหน้าคงเปลี่ยนแปลงไปเยอะทีเดียว

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพเราสามคนปั่นเข้าไปชายหาดเมืองเพื่อที่จะหาที่พักนอนใกล้ ๆ กับชายหาดให้มากที่สุด แต่ปรากฏว่าหาที่พักที่พอจะสู้ราคาไม่ได้ครับ ในที่สุดได้ชาวบ้านแนะนำให้ออกไปหาแถบข้างนอก ห่างไปอีก ๒ - ๓ กม.จะมีเกสต์เฮ้าส์หรือเรือนพักที่พอพักอาศัยได้และราคาพอสมควร เป็นไปตามที่แนะนำเราปั่นออกมาหาจนเจอเกสต์เฮ้าส์ชือ Boat House เจ้าของเป็นฝรั่งตามที่บอก ใจดีด้วยลดราคาให้เพราะเห็นเราปั่นจักรยานมา แกคงชอบใจจักรยานด้วย

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D หลังจากที่เราได้ที่พักก็เข้าไปยังที่พักจัดการชำระร่างกาย และออกมาทำอาหารข้างนอก แต่เตาแก๊สของเรามันไม่เก็บเสียงในขณะที่เรากำลังประกอบอาหาร ก็มีฝรั่งฟังสำเนียงเป็นชาวฝรั่งเศส(พักนอนอยู่หลังเดียวกัน) แกขึ้นมาขอร้องให้เราใช้เสียงให้เบา ๆ หน่อยห้ามรบกวนชาวบ้าน ผมก็อธิบายให้ทราบเราประกอบอาหารขอเวลา ๓๐ นาทีคงเสร็จ พวกฝรั่งพวกนี้ถ้าเป็นสิทธิ์ของเขาเราเข้าใจ แต่เราก็ขออนุญาตุแล้วว่าแค่ ๓๐ นาที มันคงไม่ดูเวลาแต่มันเอาความสุขของมันเป็นหลัก มันนั่งสักครู่ก็ขึ้นมาบอกให้เรายุติการประกอบอาหาร หากเป็นชายคงได้มีปัญหากันบ้าง แต่บังเอิญคุณเธอเป็นสาวโสด เราก็มึนทำจนเสร็จเรื่องก็พอยุติลงได้ด้วยดี
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพรูปภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพตื่นเช้าเรางดทำอาหารเนื่องจากเกรงใจฝรั่งที่เขากำลังหลับกันอย่างสบายอารมณ์ มารยาทเป็นเรื่องสำคัญมากครับ เตาแก๊สเล็กของเราเวลาจุดไฟเสียงฟู่จะดังแม้ไม่รำคาญ แต่ก็เป็นมลพิษทางเสียงสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน เราจึงเลี่ยงตกลงกันว่าค่อยไปหาแถว ๆ ชายทะเลเป็นที่ประกอบอาหารก็แล้วกัน เราเก็บข้าวของและอำลาจาก Boat House แต่เช้าวันนั้นปั่นเลาะเข้าชายทะเลหาทำเลต่อไป

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพบรรยากาศยามเช้าสุดแสนจะบรรยายให้เห็นภาพ มันสงบ สวย เย็น มีความสุขมาก ๆ เราสูดอากาศพร้อมกับชื่นชมธรรมชาตินึกอิจฉาชาวเขมรขึ้นมานิด ๆ ธรรมชาติของบ้านเมืองเขายังอยู่ดีมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

จบศึกน้ำพริก! ลูกกอดแม่ประนอมทั้งน้ำตา 'ปนัดดา' ไกล่เกลี่ยสำเร็จ

รูปภาพทั้ง 2 ฝ่ายปรับความเข้าใจกันได้เรื่องมรดก เบื้องต้นยอมคืนทรัพย์สินให้แม่ตามที่ขอ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

เมื่อเวลา 18.20 น.วันที่ 5 เม.ย.2559 ที่ วังวรดิศ ถ.หลานหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวโผเข้ากอดนางประนอม แดงสุภา ผู้เป็นแม่ทั้งน้ำตาต่อหน้าสื่อมวลชน หลังจากที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เชิญทั้งคู่มาพบปะปรับความเข้าใจกันเรื่องความขัดแย้งในทรัพย์สินมรดกที่เป็นคดีความฟ้องร้องต่อศาลในข้อหาปลอมแปลงเอกสารกันมาก่อนหน้านี้ โดยใช้เวลาเจรจานานประมาณ 2 ชั่วโมง

เบื้องต้น หลังจากการพูดคุยไกล่เกลี่ย นางประนอมได้หุ้นและที่ดินคืน โดยนางศิริพร ยินดีคืนให้ผู้เป็นมารดา และทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีอะไรติดค้างกัน และนางประนอมจะถอนฟ้องคดีความทั้งหมด ส่วนนางศิริพรขอไม่ตอบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจครอบครัวในครั้งนี้ ขณะที่ หม่อมหลวงปนัดดา ระบุว่าอยากให้ทุกครอบครัวดูกรณีนี้เป็นตัวอย่างว่าคนไทยทุกคนควรมีความกตัญญูต่อครอบครัว (เครดิตจาก ไทยรัฐออนไลน์ ขอบคุณครับ)

ระยะนี้มีข่าวลูกเนรคุณหลายเรื่องรู้สึกได้ว่าพลอยเศร้าไปด้วย มีเศร้าก็ต้องมีสุขครับ ซึ่งเป็นธรรมดาครับที่ต้องดีใจกับข่าวนี้ หลังจากที่ได้ทราบข่าวก็มีคำถามเข้าสู่ใจว่า "ศีลธรรม จริยธรรม มันหายไปจริง ๆ แล้วหรือ" เราคงไม่ต้องไปล้วงอะไรให้มันลึกขอแค่ แม่-ลูกกลับมาดีกันแค่นี้ก็พอ จะได้พอมีตัวอย่างดี ๆ เหลือไว้สำหรับเล่าขานต่อไป


รูปภาพ

รูปภาพรูปภาพปั่นออกจากโบทเฮ้าส์เรามาเรื่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศยามเช้าที่แสนจะโรแมนติค (น่าอิจฉาคนที่นั่นมากครับ)ช่วงเช้าของวันนั้นเรายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ปั่นมาสักระยะท้องก็เริ่มฟ้องว่าได้เวลาเติมพลังแล้วนะ ผมปั่นไปก็มองหาทำเลไปหาที่เหมาะ ๆ ถูกใจไม่ได้พลันก็คิดนะ เมืองท่องเที่ยวก็จะเป็นแบบนี้แหละมักจะไม่เอื้อคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ให้ดำรงการท่องเที่ยวได้ ชั่วที่จิตคิดแป๊บเดียวจริง ๆ ผมก็เห็นสถานที่ ๆ เหมาะกับการประกอบอาหารของพวกเรา (ขอบคุณเทวดาครับ) นึกว่าจะไม่มีซะแล้ว พอเจอที่สัปปายะผมไม่รอช้าเข้าไปใช้บริการเลย ในใจยังกริ่ง ๆ นะว่าสถานที่รมรื่นแบบนี้เขามีข้อห้ามอะไรบ้างน๊าาาา แต่ก็ช่างเถอะเอาไว้ก่อนละกัน ๕๕๕.

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพต้นหญ้ากระดุมทองที่ผมเก็บมาจากบนเขาก็เอาตากท้าย จย.มาด้วยทุกเย็นเราจะต้มดื่มเป็นสมุนไพรสุดยอดเลยครับ กระดุมทองในไทยนิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ดอกไม้ประดับเป็นหลัก นอกจากนั้น ส่วนดอก และลำต้นยังสามารถใช้เป็นสมุนไพรหรือใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น สีผสมอาหาร และสีย้อมผ้า เป็นต้น มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา พบมากในแถบประเทศอบอุ่น และเขตร้อนชื้น รวมถึงประเทศไทยด้วย เป็นพืชที่เติบโตเร็ว และเติบโตได้ดีบริเวณดินชื้นแฉะ สามารถแตกกิ่งก้าน และเหง้าใหม่ขยายคลุมหน้าดินได้เป็นบริเวณกว้างภายในไม่กี่เดือนจนมีศักยภาพเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง

ต้นกระดุมทองนี้มีสรรพคุณทางยาที่สามารถช่วยรักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจและความดันได้เป็นอย่างดี กระดุมทองช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับ ระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ส่วนตัวผมนั้นปวดหลังครับเมื่อดื่มน้ำต้มหญ้ากระดุมทองมันหายไปก็ขอเพิ่มคุณประโยชน์ แก้ปวดหลังได้อีกหนึ่งสรรพคุณก็แล้วกัน(ทุกวันนี้ก็ต้มเป็นชาดื่มครับ)

สำหรับสมุนไพรกระดุมทอง นิยมทำเป็น “ชา” ครับ โดยการนำต้นกระดุมทอง หั่นตากแห้ง ต้มกับน้ำให้เดือด นานประมาณ ๓-๔ นาที จนน้ำมีสีเหลืองอ่อนๆ กรองน้ำชาใส่ขวดทิ้งให้เย็น แล้วแช่ตู้เย็นไว้ดื่มแทนน้ำ เป็นชาดอกไม้ (ไม่ควรต้มทิ้งไว้ในหม้อเพื่อรินดื่มแต่ละครั้ง เพราะจะเกิดการหมักบูดทำให้ท้องเสียได้)โชคดีเป็นของผมนะครับถ้าไม่มีชาตัวนี้เราต้องเดินทางกลับกันแล้วครับ อาการปวดหลังมันไม่ธรรมดานะครับ ขอบคุณเทวดาที่มาแก้ไขสถานการณ์ให้ :lol: :lol:

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

จากเด็กซ่อมรถสู่ผู้พิพากษา 'ณัฐปกรณ์ พิชญปัญญาธรรม'
รูปภาพ"แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ผมก็ยังไม่เคยลืมความยากจนในวัยเด็ก อาจเพราะความลำบากนี้เอง ที่ผลักดันให้ผมก้าวมามีวันนี้" เป็นเสียงจาก ณัฐปกรณ์ พิชญปัญญาธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.หนองบัวลำภู ที่บอกเล่าชีวิตในอดีต ก่อนจะก้าวมาพบความสำเร็จในปัจจุบัน ซึ่งวันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” มีแง่มุมน่าคิดจากผู้พิพากษาท่านนี้มานำเสนอ

ก่อนหน้าที่จะได้รับตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.หนองบัวลำภู ก่อนหน้านี้ผู้พิพากษาท่านนี้เคยดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัว จ.มุกดาหาร ซึ่งนอกจากภารกิจประจำแล้ว ยังออกเดินสายให้ความรู้กับเยาวชนและผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานะเป็นวิทยากรอบรมอีกด้วย แต่ทั้งนี้ เส้นทางชีวิตกว่าจะมาถึงจุดนี้...ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!!!

ผู้พิพากษาท่านนี้เล่าไว้ว่า สมัยเด็กฐานะทางบ้านนั้นยากจนมาก โดยไม่มีคุณพ่อคอยดูแล เพราะคุณพ่อทิ้งคุณแม่ซึ่งเป็นใบ้ไป ทำให้ต้องอาศัยอยู่กับคุณยาย และเนื่องจากคุณยายเสียใจที่ลูกเขยทิ้งลูกสาวไปโดยไม่ยอมดูแล ทำให้คุณยายเสียใจและฝังใจมาก ๆ จนผลกระทบก็มาตกกับหลาน “ผมจึงถูกเลี้ยงมาแบบลูกกาฝาก เพราะคุณยายฝังใจที่คุณพ่อทิ้งลูกสาวของท่านไป” ...เป็นเรื่องราวในอดีตที่ผู้พิพากษาท่านนี้เล่าย้อนให้ฟัง

พร้อมเล่าถึงประวัติชีวิตให้ฟังต่อไปว่า ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2509 เกิดที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยเรียนจบชั้น ป.6 จากโรงเรียนบ้านควนพลี และไปต่อที่โรงเรียนบ้านควนขนุน ซึ่งเป็นการเรียนในระบบ กศน. จนจบ ม.3 จึงไปเรียนต่อที่ โรงเรียนผู้ใหญ่สตรีพัทลุง ซึ่งเป็นโรงเรียน กศน.เช่นกัน จนจบ ม.6

"ตั้งแต่ ป.6 ผมไม่ได้เรียนตามระบบปกติเลย เพราะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงคุณยาย โดยใช้เวลาช่วงกลางคืนไปเรียน กลางวันก็ต้องทำงาน เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก” ผู้พิพากษาท่านนี้กล่าว และยังได้เล่าเพิ่มเติมไว้อีกว่า จากความทรงจำในวัยเด็ก บ้านคุณยายที่ใช้พักอาศัยนั้น เป็นบ้านเรือนไม้เก่า ๆ ที่ใต้ถุนยกสูง หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา

“ปัจจุบันมองไม่เห็นสีเดิมของกระเบื้องดินเผาแล้ว เพราะเก่ามากแล้ว บ้านคุณยายที่จำได้นั้น ปลูกอยู่กลางสวนยางพารา กลางวันจะดูร่มรื่น แต่กลางคืนก็ชวนให้วังเวงใจได้ไม่น้อย” เป็นภาพความทรงจำ

คุณยาย ซึ่งชื่อ ด้วง ต้องรับภาระเลี้ยงดูหลาน 3 คน คือ ด.ญ.เจิด ด.ช.ช้าง และ ด.ช.ณัฐปกรณ์ โดยคุณยายมีลูกทั้งหมด 8 คน คุณแม่ของเขาเป็นลูกคนที่ 2 เกิดมาเป็นใบ้หูหนวกแต่กำเนิด

ทั้งนี้ กับความพิการของคุณแม่ เด็กอย่างเขาในตอนนั้น ตั้งคำถามว่าทำไมต้องมาเป็นลูกของคนใบ้ และทำไมคุณยายถึงไม่รัก ซึ่งทางน้าเขียว (น้องสาวคุณแม่) ที่คอยดูแลคุณแม่ของเขาและเขามาตลอด ก็จะบอกว่า เพราะคุณแม่ตั้งท้องโดยไม่ได้แต่งงานกับคุณพ่อให้ถูกต้องตามประเพณี แถมคุณพ่อยังมาทิ้งลูกสาวคุณยายไปอีก จึงทำให้คุณยายโกรธมาก

“น้าเขียวจะรับภาระดูแลคุณแม่กับผมมาตลอด คุณแม่บอกว่า ตอนคุณแม่ท้องแก่ ก็ได้น้าเขียวคอยช่วยเหลือมาตลอด จนผมคลอดมา คุณยายก็ยังไม่หายโกรธ ผมจึงโตมาโดยมีคุณยายพูดกรอกหูตลอดว่า ทำไมไม่บีบจมูกผมให้ตายไปเลย เพราะคุณยายไม่อยากเห็นหน้าลูกคนเลวอย่างคุณพ่อที่ทิ้งคุณแม่ไป ขนาดโตมา ผมก็ยังได้ยินคุณยายพูดบ่อย ๆ เวลาที่ท่านโมโหว่า ถ้าเกิดกลางคืนจะเอารกปิดจมูกให้ตายไปนานแล้ว” เป็นอีกส่วนจากเสียงบอกเล่า

อย่างไรก็ดี คุณยายก็เลี้ยงหลานคนนี้มาจนเติบใหญ่ตามอัตภาพ ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยคิดถือโทษโกรธเคืองคุณยายแม้แต่น้อย เพราะเข้าใจดีถึงสภาวะคุณยายในขณะนั้น เนื่องจากคุณยายเป็นคนที่รักศักดิ์ศรีและหน้าตาของวงศ์ตระกูลมาก เมื่อผิดหวังก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนทุก ๆ คน ที่จะโกรธ ที่จะเกลียด ที่จะเสียใจ

เขาเล่าอีกว่า หลังจากเรียนจบ ม.3 แล้ว ก็ไปสอบโรงเรียนตำรวจ โดยทำข้อเขียนผ่าน แต่ไม่ได้ทดสอบสมรรถภาพร่างกายเนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเสียก่อน จนทำให้เท้าบวมเดินไปไหนไม่ได้ จึงทำได้แค่มองคนอื่น ๆ แบบต้องทำใจ

หลังเรียนจบโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ ก็ได้มีเพื่อนรุ่นพี่ชวนให้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขาจึงเข้าไปขออนุญาตคุณยาย ซึ่งคุณยายก็ไม่ได้ห้าม เพียงแต่บอกว่าไม่มีทุนพอที่จะส่งเสีย ถ้าอยากเรียนก็ต้องหาเงินเรียนเอง ซึ่งเขาก็ตัดสินใจเดินหน้า

“ผมเลือกเรียนนิติศาสตร์ สำหรับชีวิตช่วงนั้น ลำบากจนเอาตัวแทบไม่รอด อดมื้อกินมื้อ โดยก่อนหน้าที่ผมจะมาเรียนต่อ อาชีพตอนนั้นคือ ช่างซ่อมรถ ตอนที่ซ่อมรถ ผมก็ตั้งใจไว้ว่าจะทำงานนี้สัก 5 ปี แล้วจะออกมาเปิดอู่เป็นเจ้าของเอง แต่หลังจากเพื่อนซึ่งคุณพ่อเขาก็เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถที่ผมทำงานให้ กลับมาจากกรุงเทพฯ เขาก็บอกว่า ผมน่าจะเรียนต่อนะ ตอนนั้นก็ลังเล คิดแล้วคิดอีก เพราะไม่มีเงิน แต่เขาก็บอกว่าคนเราจะพบความสำเร็จได้นั้น ต้องกล้าที่จะก้าวเดินนะ ผมจึงตัดสินใจลุยเลย ทั้งที่แทบไม่มีเงิน”

จากชีวิตเด็กซ่อมรถ มาเป็นชีวิตนักศึกษาในเมืองกรุงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเขาเล่าว่า ตอนนั้นมีเงินติดตัวเพียง 7,000 บาท และเป็นเงินก้อนสุดท้าย ถ้าหมดแล้วก็หมดเลย จึงคิดที่จะทำให้เงินก้อนนี้งอกเงยขึ้น ด้วยการนำไปลงทุนเปิดร้านขายน้ำเต้าหู้ ส่วนค่าหอพักก็อาศัยแชร์กับเพื่อน ๆ ที่อาศัยอยู่รวมกัน จนขึ้นปี 2 ก็ตัดสินใจไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุ ที่ซุ้มรามบูชาธรรม เพื่อที่จะอาศัยใช้พื้นที่ของซุ้มเป็นที่นอน หวังจะลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด แต่ก็มีเรื่องระทึกปนขำเกิดขึ้นในช่วงนี้

“ผมตัดสินใจเข้าเป็นเด็กซุ้ม รับหน้าที่เฝ้าของให้ เพราะจะได้ใช้ซุ้มเป็นที่นอน เพื่อประหยัดค่าหอพัก แต่แล้ววันหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีสาวประเภทสองคนหนึ่ง เข้ามาขอนอนด้วย ทำให้ผมต้องหนีไปนอนใต้หลังคา ในห้องน้ำส้วมร้าง”

เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม และยังเล่าต่อไปว่า หลังเรียนจบได้รับปริญญาตรีแล้ว ก็ไปสมัครเรียนเนติบัณฑิตยสภา และสามารถสอบได้ภายใน 1 ปี ซึ่งทำให้ดีใจมาก ๆ จากนั้นจึงได้เข้าไปทำหน้าที่ทนายความอาสา ที่สำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน แห่งเนติบัณฑิตยสภา พร้อมกับการทำงานที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ซึ่งเป็นมูลนิธิให้ความช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน

“เส้นทางผู้พิพากษา” ของเขานั้น ณัฐปกรณ์ บอกว่า เริ่มจากการเป็น ผู้ช่วยผู้พิพากษาช่วยงานศาลจังหวัดแขวงสมุทรปราการ, ผู้พิพากษาศาล จ.นราธิวาส, ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สงขลา, ผู้พิพากษาศาล จ.ขอนแก่น, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาล จ.กาฬสินธุ์, ผู้พิพากษารองหัวหน้าศาล จ.เชียงใหม่, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัว จ.มุกดาหาร ตามลำดับ โดยล่าสุดเมื่อ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.หนองบัวลำภู

ทำไมถึงเลือกเรียนด้านกฎหมาย? ผู้พิพากษาท่านนี้บอกว่า อันดับแรกคือ เป็นค่านิยมของคนใต้ในยุคนั้น อีกเรื่องหนึ่งคือ เป็นความท้าทายสำหรับเขา ที่อยากทดสอบว่า...จะทำได้ไหม? ภายใต้ชีวิตที่มีข้อจำกัดแบบนี้

และวันนี้เขาก็คงค้นพบคำตอบไปแล้ว ทั้งนี้ เขาบอกว่า ได้เคยอ่านบทความจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ในบทความนั้น ระบุว่า ปัญหาของมนุษย์ทุกคนนั้น ขึ้นอยู่กับความคิด โดยคนที่ไม่ประสบความสำเร็จนั้น จะมีแต่คำถามในหัวว่า... จะลำบาก-จะเรียนไปทำไม? ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จ กลับมีแต่คำตอบว่า... เรียนเพราะอะไร-ลำบากเพื่ออะไร?

“การก้าวจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งสำคัญมาก ผมเคยกลับมานั่งคิดนะ ถ้าวันนั้นผมไม่กล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยน ไม่แน่ ผมอาจไม่มีวันนี้ก็ได้” ...เป็นอีกส่วนจากคำกล่าวที่น่าคิด

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.หนอง บัวลำภู ท่านนี้ ทิ้งท้ายบทสนทนาไว้ว่า... จะพูดให้ลูก ๆ ฟังเสมอว่า การศึกษาคือการลงทุน เปรียบเหมือนการทำนา ก่อนจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นั้น ก็ต้องลงมือลงแรงเสียก่อน กับชีวิต กับการศึกษา ก็เช่นเดียวกัน

“ผมเองกว่าจะถึงวันนี้ ก็ต้องผ่านอะไรมามากมาย แต่เมื่อสำเร็จ มันก็คุ้มค่า ผมจึงอยากให้ชีวิตของตัวเองช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้กับใคร ๆ อีกหลาย ๆ คนว่า ขอเพียงแค่อย่าหยุดสู้ ชีวิตจะพบความสำเร็จ เพราะ...โอกาสนั้นมีให้เฉพาะคนไม่ยอมแพ้”

สุชาติ สูงเรือง : รายงาน / ทีมวิถีชีวิต : เรียบเรียง




รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพเราสามคนปั่นชมธรรมชาติยามเช้าของเมือง Kep ซึ่งเป็นเมืองชายหาดธรรมชาติสวยจริง ๆ อากาศแสนจะสดชื่นรื่นรมย์ เราที่ ๆ จะประกอบอาหารมื้อเช้าก็ได้ที่อันสัปปายะสุด ๆ เรียกว่าสมความปรารถนาของเราหลังจากที่เสร็จภารกิจอันจำเป็น เราก็ออกเดินทางต่อมุ่งสู่ชายแดนเวียตนามที่เมือง Hatien เราได้แผนที่การท่องเที่ยวจากเมือง Kampot มาหลายแผ่นมีแผ่นหนึ่งได้แสดงเส้นทางลัดที่จะออกจาก Kep - Hatien เราก็สอบถามชาวบ้านโดยแสดงแผนที่ให้เขาดู เขาก็บอกทางให้กระหยิ่มใจครับว่าคงไปได้สวย เอาเข้าจริง ๆ ทางมันยังสร้างไม่เสร็จเราต้องลุยเข้ารกเข้าพง สนุกสนานมาก ผมจะพยายามหาภาพมาให้ได้ชมเยอะ ๆ นะครับ :lol: :lol:

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพครับแผนที่ ๆ ทำให้เราต้องผจญภัยเพิ่มขึ้นในแดนเขมร เป็นอะไรที่ไม่ลืมครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ



:) :D ....https://www.youtube.com/watch?v=OSwzLD1 ... tml5=False.... :) :D


รูปภาพรูปภาพ


:idea: :idea: สวัสดีปีใหม่เมืองเหนือปีนี้ ๒๕๕๙ ขอให้ทุก ๆ ท่าน จงมีความสุข สดชื่นสมหวัง แม้จะมีอุปสรรคต่าง ๆ เวียนเข้ามา ก็ขอให้เป็นเพียงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ทำปัจจุบันให้มีความสุขเพราะชีวิตล้วนมีแต่ทุกข์ทั้งสิ้น ทำอย่างไรจะให้ความทุกข์มันลดน้อยลง เพียงแค่นี้เราก็จะมีความสุขเพิ่มขึ้น ปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ใช่มีไว้ให้กลุ้มครับ

ฟังเพลงและภาพเก่า ๆ ทำให้คิดถึงอดีต แต่ก่อนเราคิดว่ามันเป็นความสุข เมื่อคิดให้ลึกซึ้งมันไม่ใช่ครับล้วนแล้วแต่ทุกข์ทั้งสิ้น ผมยังแปลกใจว่าผ่านมาได้อย่างไร เลือดตาแทบกระเด็นนี่ถ้าไม่ใช่เพราะบุญที่เราทำมาแต่ปางก่อน จะผ่านเหตุการณ์นั้น ๆ มาได้หรือ ขอให้เชื่อผมนะครับ บุญ อันเกิดจาก ทาน ศีล ภาวนา นี่แหละที่ทำให้ชีวิตผมผ่านมาจนกลายมาเป็นคนแก่คนหนึ่ง เรียกว่าโชคดีที่ได้ "ตายเฒ่า" เพื่อน ๆ ที่ร้ายกาจมาด้วยกัน บุญเก่าเขาหมด ตายไปก่อนหลายสิบคนหมดโอกาสที่จะกลับเนื้อกลับตัว ขอบคุณมัจจุราชที่เมตตาให้โอกาสได้กลับจิตกลับใจ หันมาประพฤติปฏิบัติธรรม จนมีวันนี้ที่ความทุกข์มันได้ลดน้อยถอยลง

ขอให้สงกรานต์ปีนี้เป็นสงกรานต์ที่จะนำพาชีวิตทุกท่าน ให้เข้าสู่เส้นทางของ "สัมมาทิฏฐิ" กันอย่างแท้จริงครับ :) :D



รูปภาพรูปภาพรูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพดูแผนที่ที่เราได้จากเมืองกัมปอตแล้วมีทางลัดตัดตรงเลียบชายทะเล มุ่งสู่ด่านชายแดน กัมพูชา-เวียตนาม เมื่อสอบถามชาวบ้าน(กางแผนที่ให้ดู) เขาก็ชี้ทางให้พวกเราและแสดงท่าทางว่าไปได้ แต่ทางไม่ค่อยดีประมาณนั้น เราก็บอกจักรยานไม่มีปัญหา ว่าแล้วก็ไปตามเส้นทางที่เราหมายตา

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพธรมชาติประทับตราตรึงใจมาก ๆ ครับ สวยงามลมเย็นสดชื่นปั่นกันเพลินเต็มไปด้วยความสุข เราแวะชมธรรมชาติเก็บภาพกันมาตลอดทาง จนมาถึงบ้านชาวเลที่เหมือนจะเป็นร้านค้าย่อย ๆ เราก็แวะเข้าไปพักทักทาย อัชฌาศัยดีมาก ๆ หามันแกวมาปอกใช้ลูกสาวตำเกลือจิ้มให้พวกเราทดลองชิม คุยกันก็ไม่รู้เรื่องแต่สีหน้าแววตาเราเข้าใจกัน มันเป็นธรรมชาติจริง ๆ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ :lol: :lol: เรากินมันแกวจิ้มเกลือคุยภาษาใบ้กับชาวบ้านพร้อมกับพักไปในตัว จนพอสมควรแก่เวลาก็อำลา แต่พอออกมาได้สักหน่อยเห็นทางแล้วเริ่มไม่แน่ใจ แต่ก็ไหน ๆ มาแล้วดันหน้าต่อไปอย่างไรเสียมันต้องมีทางออก ในที่สุดทางก็สิ้นสุดลง เราไปต่อไม่ได้แล้ว ทางหมดสิ้นสุดแค่นี้เราจึงตัดสินใจ พากันลัดเลาะเข้าไปในหมู่บ้านที่พอมีทางให้ปั่นเข้าไป เพราะเชื่อว่าอย่างไรก็ต้องหาทางออกจนได้ ปั่นเลาะลัดลึกเข้าไปโดยอาศัยทิศเป็นตัวนำทาง มันยิ่งพาเราลึกเข้าไป ๆ ในความโชคร้ายอย่าตื่นเต้น คิดดี ทำจิตให้ดี อย่าตื่นตกใจสวดมนต์อธิษฐานจิตไว้ ไม่ช้าจะพบทางออก เช่นกันครับเราปั่นลัดเลาะทุ่งนาเข้าไปลึกจนไปเจอกับ เด็กหนุ่มลูกชาวนาแต่งตัวดีภูมิฐาน น่าจะเป็นนักศึกษาพูดภาษาได้ อาสาพาพวกเราออกไปถนนใหญ่แกขี่มอไซด์นำหน้า คุณนายตามหลังส่วนผมต้องคอยประคองลุงป๊อก ที่ลุงแกสนใจแต่ถ่ายภาพจนตามหลังไม่ทัน เด็กหนุ่มคงมีธุระด้วยแกก็พาคุณนายลิ่ว ๆ ไปก่อน ผมต้องพะวงหน้าห่วงหลัง ทิ้งระยะห่างคุณนายพอสมควรและทิ้งลุงป๊อกพอให้แกมองเห็น ครับทุลักทุเลพอควรในที่สุดเราก็ทะลุออกถนนใหญ่จนได้ ต้องขอบคุณเทวดาที่ส่งเทพบุตรมานำทางพวกเรา ถ้างมกันเฉพาะพวกเรากว่าจะออกได้คงเย็นนั่นแหละ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพย้อนมาเล่าน้ำใจของคนบ้านนอกกันสักนิดครับ ไม่ว่าที่ไหน ๆ ในโลกคนชนบทจะแตกต่างกับคนในเมืองก็เรื่องของน้ำใจครับ คนในเมืองต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้ความเห็นแก่ตัวจะสูงมาก ๆ คือเอาตัวให้รอดก่อน ซึ่งคนบ้านนอกกลับตรงกันข้ามเขาจะช่วยเหลือดูแลเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยน้ำใสใจจริง และนี่คือควมเจริงสองด้าน วัตถุ+จิตใจ เจริญวัตถุจิตใจเสื่อม เจริญจิตใจยากไร้ทางด้านวัตถุ โลกนี้หาความสมดุลยาก

เรา หลงทาง จะเรียกว่าหลงคงไม่ได้นะเพราะทางมันสิ้นสุด(กำลังก่อสร้างยังไม่เสร็จ) คำว่า หลง นี่นะฟังแล้วมันน่ากลัวนะครับ ใครที่ หลง เป็นอันหมดสิทธิ์ เช่น หลงทางเสียเวลาหลงติดยาเสียอนาคต หลงเมียลืมแม่ หลงตัวลืมแก่ เป็นต้น ทีนี้ใครเคยได้ยินคำว่า "โมหะ" บ้างไหม? โมหะเป็นภาษาพระซึ่งแปลว่า หลง เช่นกันแต่หลงตัวนี้รุนแรงมาก ๆ เรียกว่าเวียนว่ายตายเกิดเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ชาติทีเดียว คำอธิบายง่าย ๆ ของคำว่า โมหะ ซึ่งเป็นภาษาบาลี: Moha แปลว่า ความหลง ความเขลา ความโง่ หมายถึงความไม่รู้ตามที่เป็นจริง เป็นกิเลสอย่างหนึ่งในบรรดากิเลสใหญ่ 3 อย่าง คือ โลภะ โทสะ โมหะ ซึ่งได้แก่อวิชชา นั่นเอง

โมหะ เกิดจากความคิดเห็นที่ผิด จากการไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้ประจักษ์ในเรื่องนั้นๆ ให้ถ่องแท้ถี่ถ้วนก่อน เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เป็นเหตุให้ไม่รู้บุญไม่รู้บาป ไม่เชื่อบุญไม่เชื่อบาป ชักนำให้ไปทำความชั่วความไม่ดีต่างๆ เช่น ประมาท ทะเลาะวิวาท แก่งแย่งชิงดี อวดดี เกียจคร้าน บ้ากาม อกตัญญู เชื่อง่าย หูเบา

โมหะ กำจัดได้ด้วยปัญญา คือใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นประจักษ์ในสิ่งนั้นๆ โมหะ ในคำไทยนำมาใช้ว่า โมโห ซึ่งมีความหมายเพี้ยนไปว่าโกรธ (โกรธโทษมันน้อยกว่า หลง มากครับ) โมหะ เป็นอาการที่รู้ไม่เท่าทันถึงสภาวธรรมที่แท้จริงของอารมณ์ที่เข้ากระทบกับจิต ทำให้เกิดความวิปริต เห็นผิดไปจากสภาวธรรมที่แท้จริง ได้แก่ ความไม่รู้ในทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรคสัจ ทั้งสี่ เร่งพากันศึกษาประพฤติปฏิบัติธรรมให้เห็น "โมหะ" เพื่อความหลุดพ้นจะได้ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดกันอีก อย่าลืมนะครับ "การเกิดเป็นทุกข์ ทุกครา" เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ :idea: :idea:


รูปภาพรูปภาพรูปภาพจังหวัด Kep ของกัมพูชานี้นอกจากจะมีชายหาดที่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังมีทุ่งนาเกลือสุดลูกหูลูกตา ผมคิดนะครับเขาสร้างอนุเสาวรีย์คนหาบเกลือ น่าจะยกย่องว่าการทำนาเกลือก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชาติ(คิดเองนะ) ก็ชื่นชมที่เขายังให้เกีรยติ แต่ชาวนาไม่ยักกะมีอนุเสาวรีย์ให้ หรือว่าผมคิดผิดไป ไม่ว่ากันนะ ๕๕๕.

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพในที่สุดเราก็พากันปั่นจนถึงด่านชายแดนเวียตนามที่ Hatien เราจอดจักรยานไว้เข้าไปทำกรรมวิธีผ่านแดน เพื่อเข้าสู่เวียตนามต่อไป


รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพด่านเวียตนามตั้งอยู่ห่างจากด่านกัมพูชาสักประมาณ ๕๐๐ เมตรแต่มองไม่เห็นกันนะ เราออกจากด่านกัมพูชาหลังจากที่ทำกรรมวิธีเสร็จ ก็ปั่นเข้าด่านเวียตนาม ที่ด่านนี้เราก็เจอเข้ากับกลเม็ดของกลุ่มเจ้าหน้าที่เข้าให้ คือผมจอดจักรยานไว้ข้าง ๆ ที่ทำการแล้วเข้าไปเพื่อทำการปั๊มพาสปอร์ตเข้า ช่วงนั้นเป็นเวลาอาหารกลางวัน เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ครับแต่มีอีกกลุ่มหนึ่งก็น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่เรียกพวกเราไป และแจกใบกรอกรายละเอียดแบบฟอร์มพร้อมเรียกเก็บเงิน ๕๐ บาทแต่เราให้ไปเป็นเงินดอลลล่าร์เสียคนละ ๑ ดอลล่าร์ ซึ่งเขาบอกว่าให้รอเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงเราก็ยื่นแบบฟอร์มถูกเรียกเก็บเงินอีกคนละ ๓ ดอลล์ ผมฉุนกึกทันทีก็บอกเจ้าหน้าที่ว่าเราจ่ายแล้ว มันไม่ยอมครับ ผมก็กลับไปหาเจ้าหน้าที่คนเดิมพร้อมแจ้งให้ทราบมันพูดหน้าตาเฉยว่า ความจริงไม่ต้องจ่ายและไม่รับผิดชอบอะไร ไอ้เจ้าหน้าที่ ๆ เรายื่นมันคงยืนกราน ๓ ดอลล์ลูกเดียวผมจำคำของ กูรูจักรยานผมที่สอนผมไว้และให้ผมท่องให้ขึ้นใจว่า "เข้าเมืองเขา เขาจะเอาอะไรก็ให้เขา" เมื่อเราเห็นว่าทะเลาะกันคงไม่เป็นผลดีกับเรา ตัดใจเสียไปอีกคนละ ๓ ดอลล์

เสร็จจากกรรมวิธีที่เราไม่พึงพอใจแต่ต้องทำใจ เราก็เข้าสู่บรรยากาศของคนเวียตนาม จากเขมรที่อบอุ่นมีความสุข มาเวียตนามทำให้เราต้องระมัดระวังตัวความสุขมันมลายหายไปดื้อ ๆ แปลกครับ ผมขุ่นใจพอประมาณพอมาเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านแล้ว ค่อยคลายยิ่งเห็นความมานะของคนเวียต ก็น่าสงสารครับเขาต้องดิ้นรนหนักเอาเบาสู้ เช่นการบรรทุกของผมเห็นแล้วต้องยกนิ้วให้ สุดยอดจริง ๆ แต่ก่อนเห็นในเน็ตที่เขาโพสต์กันไม่อยากเชื่อนะ
:lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ

:) :) ....เทศกาลงานบุญประจำปีของคนภาคเหนือ....



รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน เป็นวันรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ครอบครัว"เพียนอก" ก็ได้ทำตามจารีตประเพณีอันดีงามมาทุกปี ปีนี้ก็ได้ดำหัวขอพรจาก "แม่" หลังจากรดน้ำดำหัวเสร็จก็พากันไปเลี้ยงฉลอง ที่ร้านอาหารเอกทิพย์ เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อยของครอบครัว เนื่องในเทศกาลขึ้นปีใหม่คนเมืองและงานสงกรานต์ :) :D

รูปภาพคุณยายสง่าอายุ ๙๐ ย่าง ๙๑ เป็นเพื่อนรุ่นพี่แม่ปีหนึ่งยังแข็งแรงทุกปีในวันสงกรานต์ก่อนรดน้ำดำหัวแม่ ผมจะต้องไปรดน้ำดำหัวยายสง่าก่อนเสมอ ๆ เพราะยายสง่าเมื่อครั้งเป็นเด็กจะคอยดูแลผมมาตลอด บุญคุณนี้ไม่มีวันลืมครับ :) :)

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ญาติธรรมเดินทางมาจาก จ.นครศรีธรรมราช พาลูกชายลูกสาวมารดน้ำดำหัวที่บ้าน พร้อมฝากลูกชายที่เบื่อทางโลก อายุแค่ ๑๘ จบชั้น ปวช.ไม่ขอเรียนต่อขอเดินทางธรรมให้เหตุผลว่า ถ้ายังขืนอยู่กับทางโลกคงหนีไม่พ้นความชั่วร้ายที่กำลังกระพือโหมกระหน่ำ คุณพ่อซึ่งเป็นปลัดอำเภอได้ปรึกษาและพร้อมใจกันให้ลูกชายเดินทางธรรมตามปรารถนา จึงได้นำมาฝากให้ช่วยดูแล เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน จึงได้พาไปที่วัดสันติบถ อ.แม่แตง วัดนี้ซึ่งสมัยเมื่อบวชอุทิศส่วนกุศลให้สมเด็จย่า ผมก็ได้มาอาศัยจำวัดที่วัดนี้เป็นเวลา ๕ เดือนก่อนจะลาสิกขา พระอาจารย์ท่านมีเมตตามาก ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่สิม รับเป็นภาระอบรมสั่งสอน ได้ให้กุฏิหนึ่งหลังสำหรับหลานชาย ก็ได้อยู่ดูแล ๒ คืน ๓ วัน ได้ทำอาหารถวายพร้อมทั้งรดน้ำขอพรจากหลวงพี่ท่านเจ้าอาวาสด้วย ในช่วงเวลาสองคืนกับสามวันนั้นเป็นโอกาสเหมาะ ได้พาเจ้าหลานชายที่เบื่อโลกไปกราบรดน้ำดำหัวพระอาจารย์เปลี่ยน และหลวงปู่สังข์ ที่วัดเพื่อขอบารมีเป็นบุญของเจ้าตัวที่จะได้เป็นที่พึ่งทางธรรมสมปรารถนา :) :D

รูปภาพรูปภาพรูปภาพเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พวกเรานักเรียนชั้นประถมปี ๒๕๐๒-๒๕๐๕ โรงเรียนหอพระได้รวมตัวกันรดน้ำดำหัวคุณครูสมัยที่พวกเรายังเป็นเด็ก ๆ ปีนี้เป็นปีที่ ๔ ที่เรารวมตัวกันทำกิจกรรมนี้ ขณะนี้ครูที่ยังเหลือให้พวกเราได้กราบไหว้ เหลือไม่กี่คนแล้ว เป็นไปตามวัฏจักร อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็ขอให้คุณครูมีสุขภาพแข็งแรงอยู่ให้ถึงปีหน้า พร้อมขอพรจากคุณครูว่าขอให้เราได้อยู่พบครูในปีหน้าเช่นกัน :lol: :lol: :?
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพบังเอิญเหลือเกินไปเจอในไลน์เขาให้อรรถาธิบายสัญญลักษณ์ของการแสดงอารมณ์ เห็นว่าน่าจะเกิดประโยชน์กับบรรดา สว.ทั้งหลายที่หันมาทำตัวทันสมัยจะได้ศึกษาไว้เวลานำไปใช้จะได้ใช้ให้ตรงกับความประสงค์ครับ :lol: :lol:

รูปภาพสลัดความขุ่นข้องหมองใจออกไปคิดเสียว่า มาบ้านเขาเขาต้องการอะไรก็ให้เขาไป(ซื้อความสะดวก) เรา ๓ คนมีเป้าหมายที่ Hochiminh City คราวนี้เราคงไม่เร่งร้อนอะไรเพราะวีซาอยู่ได้ ๓๐ วันต่างกับกัมพูชาที่อยู่ได้เพียง ๑๔ วัน กังวลเล็กน้อยเกรงจะไม่ทัน แต่เอาเข้าจริง ๆ เราก็เร็วกว่ากำหนดอยู่ในกัมพูชาได้ ๙ วันก็ทะลุถึงเวียตนามแล้ว :) :D

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

:) :D เราปั่นชมธรรมชาติกันไปเรื่อย ๆ มีภูเขามีทะเล มีผู้คนหนาแน่นรีบเร่งทำมาหากิน ชีวิตช่างเป็นทุกข์แตกต่างกับของเราที่ปั่นเที่ยวมา ดู ๆ เหมือนจะเป็นสุขในสายตาของผู้พบเห็น พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า "ชีวิตทุกชีวิตล้วนมีแต่ทุกข์ทั้งสิ้น" ครับในสายตาที่ผู้พานพบเราอาจจะมองเราแบบอิสสา เห็นเราท่องเที่ยวไป ๆ เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่ฟังภาษาเป็นผมก็จะบอกเขาว่า การปั่นจักรยานมันไม่ใช่ความสุขนะ ต้องปวดเมื่อยร่างกายต้องอ่อนเปลี้ยเพลียแรงต่าง ๆ แต่มันเป็นความพอใจต่างหาก ความทุกข์มันจึงลดน้อยถอยลง

เราปั่นผ่านเมืองจวบจนเข้าสู่ Tu Phu น่าจะเป็นเขตของจังหวัด Hatien เราปั่นเข้าตลาดเพื่อหาโรงแรมที่พัก ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่งอาสาที่จะพาเราไปส่ง โดยสัญชาติญาณการระวังภัย ผมรีบปฏิเสธทันทีไม่ต้องการความช่วยเหลือ แต่เราก็ถูกลูกตื๊อเหมือนที่เมืองสีหนุวิลด์ แต่คราวนี้เราสื่ออาการเฉยเมยไม่เสวนาด้วยคงปั่นไปตามถนน แม้มันจะขี่มอไซด์ตามมาติด ๆ เราก็ไม่สนใจ พอเข้าตลาดเราเห็นโรงแรมที่พัก มันเข้าไปเจรจาก่อนทันที เรา ๓ คนก็ปั่นหนีไปที่อื่น ค่อยวกกลับมาอีกครั้ง บอกตรง ๆ ครับเข้าเวียตนามต้องระมัดระวังตัวพอสมควร เมื่อเห็นว่าแผนที่เราทำสำเร็จเราวกกลับมาที่เดิม(ตลาด) เราก็เข้าไปติดต่อที่พักได้รับการต้อนรับจากพนักงานโรงแรมดีมาก ๆ พาเราขึ้นห้องตรวจสอบความพอใจตกลงราคาเรียบร้อย ก็อาบน้ำชำระร่างกายก่อนที่จะพากันไปเดินตลาดหาอาหารทาน แต่เป็นเวลาที่เขาเก็บข้าวของกันแล้วและร้านอาหารก็หาไม่ได้ เราได้หาซื้อผลไม้เท่านั้นแล้วกลับที่พัก เรามีมามาตุนไว้แล้วเย็นนั้นจึงเป็นมามาต้มก่อนนอนครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

อีกมุมมองหนึ่งของเมืองฮาเตียนจากกล้องของคุณนาย ก่อนที่จะเข้าโรงแรมที่พักครับ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพรูปภาพรูปภาพกรุงเทพธุรกิจ (BangkokBizNews) ผู้สื่อข่าวรายว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ (23 เม.ย.) ว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ด้วยอาการสงบในวัย 83 ปี 8 เดือน หลังเข้ารับการรักษาตัวเนื่องจากอาการภูมิแพ้ หอบหืด กำเริบ ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ ทางศิริราชพยาบาล จะเป็นผู้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง อย่างไรก็ตามทางญาติจะมีการเคลื่อนศพไปวัดเทพศิรินทร์ในวันเดียวกัน

สำหรับอาการป่วยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกนำตัวส่งมาที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นการด่วน เมื่อช่วงเช้าวันที่21เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการของโรคภูมิแพ้ ทำให้หายใจไม่สะดวก ขณะนี้ บรรหารยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤต

​ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่บึงฉวาก สุพรรณบุรี "บรรหาร" วัย 84 ปี ได้เปิดให้ชาวสุพรรณบุรี เข้ามาขอพรและรดน้ำขอพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย

​ดังที่ทราบ บรรหารเป็นนักการเมืองในดวงใจของชาวสุพรรณบุรีมานานร่วม 40 กว่าปี ​เมื่อหลายปีก่อน บรรหารได้สร้างพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร หรือ อุทยานมังกรสวรรค์ ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี เพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษของเขาที่มาข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน ​แน่นอน บรรพบุรุษของบรรหาร ก็อพยพหนีความยากจนมาสร้างเนื้อสร้างตัวที่ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี ​ที่ตลาดทรัพย์สิน ต.ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณ ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ไม่กี่เดือน เซ่งกิม กับ สายเอ็ง แซ่เบ๊ ได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อ เต็กเซียง แซ่เบ๊ หรือชื่อไทย บรรหาร ศิลปะอาชา ​บรรหารจบการศึกษาชั้นประถมที่จังหวัดสุพรรณบุรี เข้ากรุงเทพมาเรียนหนังสือชั้นมัธยม แต่ต้องหยุดเรียนไป เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะหันไปทำงานกับพี่ชาย

​ปี 2499 บรรหารก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นของตัวเองชื่อ บริษัท สหะศรีชัยก่อสร้าง จำกัดถัดจากนั้น บรรหารได้แต่งงานกับ "แจ่มใส" สาวลูกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดท่าพี่เลี้ยง คนบ้านเดียวกัน ​บรรหารกับคุณหญิงแจ่มใส มีลูก 3 คน คือ กัญจนา ,ปาริชาติ และวราวุธ ​ปี 2533 บรรหารก่อตั้งบริษัท สหศรีชัย เคมีคอลล์ จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายคลอรีนให้การประปาส่วนภูมิภาค ​บรรหารเริ่มสะสมความมั่งคั่งจากธุรกิจก่อสร้าง และขายเคมีภัณฑ์ให้การประปาฯ ทำให้เขากลายเป็น "นายกรัฐมนตรีที่ร่ำรวยที่สุด" ​อีกด้านหนึ่ง บรรหารเริ่มเข้าสู่วงการเมือง โดยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี และได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ปี 2518

การเลือกตั้ง 4 เมษายน 2519 บรรหาร ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และได้เป็น ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย สมัยแรก ​นับตั้งแต่นั้นมา บรรหารได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.มาทุกสมัยที่มีการเลือกตั้ง ​บรรหาร ได้ก่อตั้งมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส พัฒนาการศึกษาภายในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงสร้างตึกคนไข้ตามโรงพยาบาลต่างๆ วัด สวนดอกไม้ สร้างถนนหนทาง หอนาฬิกา อาคารสาธารณประโยชน์ ฯลฯ ​ผลงานการพัฒนาท้องถิ่นที่โดดเด่น ทำให้สื่อมวลชนขนานนามสุพรรณบุรี เป็น "บรรหารบุรี" ​ปี 2538 บรรหารได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 อันเป็นความฝันสูงสุดของเขา ​ด้วยความรักของชาวสุพรรณ จึงมีการสร้างหอเกียรติยศ บรรหาร ศิลปอาชา ด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ภายในมีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติชีวิตของ บรรหาร ศิลปอาชา ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงปัจจุบัน


รูปภาพรูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพรูปภาพ

รูปภาพเราตื่นกันตามปรกติมองลอดหน้าต่างที่พักเห็นแม่ค้าแม่ขายมาขายของกันเต็มตลาด ครั้งแรกว่าจะหาซื้อของสดมาทำกินกันแต่คิดไปคิดมาอย่าเลย เอาง่าย ๆ ค่อยไปหากินข้างหน้าสักวัน ว่าแล้วก็ต้มกาแฟขนมปังง่ายสุด ๆ เรียบร้อยกับการเติมพลังมื้อเช้าพวกเราก็อำลาเดินทางต่อ

รูปภาพรูปภาพระหว่างทางเจอร้านรวงมากมายแต่ไม่เข้าตา จนมาถึงร้านอาหารตามสั่งเห็นว่าเป็นร้านที่สะอาดพอนั่งได้ แวะเข้าไปคุยด้วยมีผู้ชายคนหนึ่งแกพยายามพูดภาษาอังกฤษ เราก็พอฟังและรู้เรื่องจึงทำให้การสั่งอาหารเป็นไปด้วยดี ร้านนี้ขายดีมากช่วงที่เราเข้าร้านอาหารเกือบหมดแล้วด้วย ผมและคุณนายสั่งข้าวไข่เจียวน้ำซุป ซุปเป็นซุปผักเรียกว่าสวรรค์เป็นใจมาก ๆ ๕๕๕.ลุงป๊อกสั่งข้าวหมูทอดวุปผัก ก็ถูกใจตรงข้ามร้านเห็นเขาขายกาแฟก็ขอให้สั่งให้คนละแก้ว เป็นกาแฟเย็นที่รสชาดไม่เลวครับ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

:) :D เสร็จจากอาหารมื้อเช้า+เทียง เราปั่นต่อเป้าหมายของเราอยู่ที่ปากแม่น้ำโขงเพื่อไปชมจุดที่แม่น้ำโขงไหลลงสู่ทะเล ตามแผนที่แล้วจะเห็นว่าแม่น้ำโขงไหลเข้ากัมพูชาออกเวียตนาม แผ่ออกไปหลายสายเราต้องเลือกครับว่าเส้นทางไปที่น่าไปเที่ยวชมที่สุด เราปั่นเข้าจนถึงเมือง Rach Gia โชคดีครับสาวน้อยสองนางปั่นจักรยานคุยกับคุณนายอาสาพาพวกเราหาที่พักจนได้ ขอบคุณน้ำใจไมตรีนึกว่าจะหาไม่ได้ซะแล้ว ตามไปนะครับว่าผมจะพาคณะไปถึงตามเป้าหมายหรือไม่อย่างไร :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

..เข้ามาอ่านถึงที่สุดของการสรุปแล้วครับ..

..พบสิ่งดี ๆ มากมาย อาทิ ภาพถ่าย เส้นทางปั่น ประสบการณ์ชีวิตของท่านผู้พิพากษา และธรรมะ กับคำคม ต่าง ๆ

..ทริปนี้ของน้องแดง สารภี ยิ่งใหญ่มาก ได้ประสบการณ์พบเห็นสิ่งต่าง ๆ มากมาย

..เส้นทางนี้เคยคิดไว้เหมือนกันว่า น่าปั่นเป็นวงกลมเลยจาก จ.ตราด - เกาะกง ผ่านเขมร ไปเข้าเวียดนามตามที่ให้ทราบมาแล้ว - เข้าเวียดนามจากใต้สุด ขึ้นไปเหนือสุดเลยที่ฮานอย เลยขึ้นไปจนถึงซาปา - อุดมไชย - หลวงน้ำทา - ห้วยทราย เข้าประเทศไทยที่ อ.เชียงของ คงได้ประสบการณ์และระยะทางมากมายพอสมควรทีเดียว

..ขอบคุณมากครับ จะติดตามต่อไป และขอบคุณมากครับ ที่ไปเสนอตัวด้วยใจของผู้คิดจะให้ความรู้กับพี่ ที่กระทู้ "ลุงเนตรคุย - คุยกับลุงเนตร"

*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

ลุงเนตร เขียน:..ฯ

..เส้นทางนี้เคยคิดไว้เหมือนกันว่า น่าปั่นเป็นวงกลมเลยจาก จ.ตราด - เกาะกง ผ่านเขมร ไปเข้าเวียดนามตามที่ให้ทราบมาแล้ว - เข้าเวียดนามจากใต้สุด ขึ้นไปเหนือสุดเลยที่ฮานอย เลยขึ้นไปจนถึงซาปา - อุดมไชย - หลวงน้ำทา - ห้วยทราย เข้าประเทศไทยที่ อ.เชียงของ คงได้ประสบการณ์และระยะทางมากมายพอสมควรทีเดียว

..ขอบคุณมากครับ จะติดตามต่อไป และขอบคุณมากครับ ที่ไปเสนอตัวด้วยใจของผู้คิดจะให้ความรู้กับพี่ ที่กระทู้ "ลุงเนตรคุย - คุยกับลุงเนตร"

:) :D อรุณสวัสดิ์พี่เนตร ที่เคารพ ขอบพระคุณพี่ครับที่เข้ามาให้กำลังใจกับผมอีกครั้ง เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ๕๕๕ ทริปนี้ของผมช่วงหลังเจอมรสุมความฝันเลยพลังครืน ผมจะพยายามรวบรวมพลังกายใจ วิริยะ ขันติ นำมาเล่าสู่กันฟังติดตามไปเรื่อย ๆ นะครับผิดพลาดตรงไหนเมตตาสอนสั่ง แนะนำด้วยจักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

พี่พูดถูกต้องเลยครับ เส้นทางที่พี่วางแผนไว้ถือว่าสุดยอดของทริป ๔ ประเทศ ไทย-กัมพูชา-เวียตนาม-ลาว ที่สมบูรณ์ที่สุดครับ ผมจะกลับไปล้างตาอีกหนแน่นอนครับ เช้านี้มาท่องราตรีเมือง Rach Gia กันต่อครับ :) :D


รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”