เปลี่ยนเกียร์คงไม่ทันครับ และเสี่ยงกับเรื่องโซ่ขาดเปล่าๆแต่มีบ้างช่วงที่ใกล้จะสุดเนินใช้เกียร์1-3 , 1-2 ก็ยังมีอาการจักรยานแทบจะไม่ขยับ ทำให้รู้สึกว่าการควบคุมรถเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในกรณีนี้ถ้าผมใช้เกียร์ให้หนักขึ้นซัก1-2เฟืองแล้วยืนปั่นจะดีกว่าไหม หรือใช้เกียร์เดิม1-2,1-3 แต่เพิ่มรอบขาให้มากขึ้น หรือว่าพี่เป็กมีเทคนิคอื่นแนะนำครับ
ผมว่าถ้าเปลี่ยนเกียร์น่าจะเป็นเกียร์ที่เบาขึ้นมากกว่า แต่หากเป็นระยะทางสั้นๆ ช่วงเกือบจะสุดเนินอย่างนี้ยืนปั่นฯ ที่เกียร์เดิมออาจจะพอช่วยได้ครับเพราะน้ำหนักตัวเราจะช่วยกดบันใดแทนแรงขาที่แทบจะหมดก๊อกไปแล้วนะครับ
รอบขาสูงเกินกว่า "ความเคยชินของร่างกาย" จะเป็นตัวเร่งให้ชีพจรขึ้นสูงและ "หม้อน้ำเดือด" ก่อนถึงปลายทางครับ ในทางราบเกียร์ที่ให้ความหนักใกล้เคียงการขึ้นเขาน่าจะเป็นเกียร์หนักที่ "รอบขาต่ำ" มากกว่าครับอย่างเช่นปรกติเราใช้เกียร์ 2 - 7 ปั่นฯ รอบขาสัก 90 รอบ/นาที ถ้าเราขยับไปใช้เกียร์ 3-7 น่าจะได้ Feeling ใกล้เคียงการปั่นฯ ขึ้นเขาบนทางเรียบยาวๆ ครับ ความเร็วอาจจะตกลงกว่าปรกติเล็กน้อย รอบขาก็อาจจะตกตามไปด้วย เรื่องสำคัญคือเราจะยืนรอบขาคงที่กับเกียร์หนักได้นานแค่ใหนมากกว่าครับ หากไม่ใหวก็อย่าฝืนเพราะเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บของหัวเข่าซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้วอาจจะไม่ได้ปั่นฯ อีกยาวเป็นปีๆ เลยครับก่อนขึ้นเขาใหญ่2อาทิตย์ ผมฝึกรอบขาโดยใช้จาน2ที่รอบขาประมาณ100รอบ จาน3ที่90รอบ ผมฝึกเน้นรอบขาอยู่ที่เกียร์2-7ความเร็วที่27 ประมาณ10กิโล แล้วต่อด้วย2-8ความเร็ว30ซัก 10-15กิโล แล้วต่อด้วยเกียร์ 3-6ความเร็ว30...........
ลองค้นกระทู้ที่คุยกันเรื่องปั่นฯ ขึ้นเขาอ่านหาข้อมูลดูน่าจะดีกว่าครับ เพราะผมเองส่วนตัวก็ไม่เน้นทักษะการปั่นฯ ขึ้นเขาเท่าไรนักครับ ข้อมูลอาจจะผิดพลาดก็ได้ครับ
มันไม่มีรายละเอียดเรื่องจำนวนฟันของจานหน้ากับเฟืองหลังนะครับ แต่ถ้าอนุโลมว่าจานหน้า 22 ฟัน เฟืองหลัง 18 ฟัน ความเร็ว 14 กม./ชม.จะได้รอบขาอยู่ที่ช่วง 95-99 รอบ/นาทีครับ
อีกคำถามครับพี่เป็ก เกียร์1-4ความเร็ว14กม.นี่มันได้รอบขากี่รอบต่อนาทีครับ
คำตอบมันคล้ายๆ กับเรื่องของเสือหมอบ VS เสือภูเขาครับ ยาง 1.25 นี่เทียบขนาดหน้ายางก็คือยาง Touring ของล้อเสือหมอบนั่นเองครับ เสือหมอบเน้นยางเส้นเล็ก-หน้าแคบ ส่วนเสือภูเขาออกไปทางยางเส้นใหญ่-หน้ากว้างครับ ลงเขานี่ไม่ค่อยต้องใช้เรื่องแรงปั่นฯ เท่าไรดังนั้นยางใหญ่กว่าได้เปรียบครับเพราะจะเกาะถนนได้ความมั่นใจมากกว่า แถมแฮนด์แบบเสือภูเขาก็ช่วยให้มองเส้นทางลงเขาได้ง่ายกว่าแฮนด์แบบเสือหมอบครับสมมุติถ้าผมเปลี่ยนขนาดหน้ายางเป็น1.25 จะทำให้ผมสามารถทำความเร็วได้เพิ่มขึ้นซักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ และที่สำคัญกับพฤติกรรมการปั่นในสไตล์ของผม กับขนาดหน้ายาง1.25จะมีโอกาสเกิดอันตรายได้มากน้อยเพียงไรครับ
บนทางราบยาง 1.25 ได้เปรียบกว่ายางใหญ่ระดับหนึ่งครับ ความเร็วที่ได้เพิ่มขึ้นก็อยู่กับกำลังขาของแต่ละคนครับอยู่ระหว่าง +1 ถึง +5 กม./ชม. เรื่องใหญ่ๆ จริงๆ คือช่วยให้เราไม่ล้าง่ายๆ สำหรับระยะทางยางมากๆ ระดับ 100 กม. + แต่หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคและสไตล์การปั่นฯ ครับ เสือหมอบ ยางเล็กเน้นทางเรียบและใช้วิธีหลบหลีกหลุมมากกว่าที่จะลุยครับ จากประสพการณ์ส่วนตัวต้องใช้ความสังเกตุและระวังมากกว่าการปั่นฯ สไตล์เสือภูเขาอย่างที่คุณ เล็ก เล่ามาครับ แค่ปั่นฯ จากใหล่ทางขึ้นผิวถนนที่มีความต่างระดับกันก็อาจจะแฉลบล้มได้แล้วครับสำหรับยาง 1.25 รวมไปถึงร่องบนผืวถนน ผมเคยปั่นฯ ผ่านโรงงานร้าง ที่ถนนหน้าโรงงานเป็นผิวคอนกรีตแต่ไม่มีการใช้งานตามร่องถนนก็เลยมีหญ้าขึ้นปกคลุมจนมองไม่เห็น ประกอบกับไม่คุ้นเส้นทาง ปั่นฯ ไล่กวดกลุ่มที่ความเร็วประมาณ 25 กม./ชม. พอผ่านร่องล้อหน้ายาง 1.25 ก็ตกลงไป "ติดแน่น" อยู่ในร่องเหมือนโดนกดเบรคกระทันหันเลยครับ ผลก็คือตัวผมลอยออกนอกรถไปตกลงบนกอต้นไม้ข้างถนน แค่ตัวเปื้อนฝุ่นและติดยางไม้นิดหน่อย แต่หากเปลี่ยนภาพเหตุการณ์เป็นกลางถนนที่มีรถยนต์แล่นอยู่ก็คงไม่ได้มานั่นพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดอย่างนี้แน่นอนครับ
สไตล็การปั่นฯ แบบที่คุณเล็กเล่ามา ไม่ลองหายางหน้ากว้างขนาดเล็กกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างเช่นยาง Slick หน้ากว้าง 1.5 ที่พอจะลุยลงหลุมได้บ้างก็ได้ครับ สำคัญคือควรจะเน้นเรื่องน้ำหนักรวมของยางให้เบาสักหน่อยครับ ถ้าผมจำไม่ผิด ลุงแม นราธิวาส เคยใช้ยาง Maxxis (หรืออาจจะเป็นยี่ห้ออื่นก็ได้ครับ) รุ่น Phythom ยาง 2.00 + แต่น้ำหนักเบาเท่ายางหน้าแคบ ขนาดเล็ก ปั่นฯ ไล่กวดมอเตอร์ไซด์ที่ความเร็ว 40 + ระยะทางยาวมาแล้วครับ