ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

ผู้ดูแล: Jumnoi

กฏการใช้บอร์ด
99 City Bike
หัวหน้ากลุ่ม คือ เสือเมือง เบอร์โทร 081-6418595
ผู้ดูแลบอร์ด คือ Jum เบอร์โทร 081-93-93-191 (jakapan9393)


ขอบ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

แต่มีบ้างช่วงที่ใกล้จะสุดเนินใช้เกียร์1-3 , 1-2 ก็ยังมีอาการจักรยานแทบจะไม่ขยับ ทำให้รู้สึกว่าการควบคุมรถเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในกรณีนี้ถ้าผมใช้เกียร์ให้หนักขึ้นซัก1-2เฟืองแล้วยืนปั่นจะดีกว่าไหม หรือใช้เกียร์เดิม1-2,1-3 แต่เพิ่มรอบขาให้มากขึ้น หรือว่าพี่เป็กมีเทคนิคอื่นแนะนำครับ
เปลี่ยนเกียร์คงไม่ทันครับ และเสี่ยงกับเรื่องโซ่ขาดเปล่าๆ

ผมว่าถ้าเปลี่ยนเกียร์น่าจะเป็นเกียร์ที่เบาขึ้นมากกว่า แต่หากเป็นระยะทางสั้นๆ ช่วงเกือบจะสุดเนินอย่างนี้ยืนปั่นฯ ที่เกียร์เดิมออาจจะพอช่วยได้ครับเพราะน้ำหนักตัวเราจะช่วยกดบันใดแทนแรงขาที่แทบจะหมดก๊อกไปแล้วนะครับ
ก่อนขึ้นเขาใหญ่2อาทิตย์ ผมฝึกรอบขาโดยใช้จาน2ที่รอบขาประมาณ100รอบ จาน3ที่90รอบ ผมฝึกเน้นรอบขาอยู่ที่เกียร์2-7ความเร็วที่27 ประมาณ10กิโล แล้วต่อด้วย2-8ความเร็ว30ซัก 10-15กิโล แล้วต่อด้วยเกียร์ 3-6ความเร็ว30...........
รอบขาสูงเกินกว่า "ความเคยชินของร่างกาย" จะเป็นตัวเร่งให้ชีพจรขึ้นสูงและ "หม้อน้ำเดือด" ก่อนถึงปลายทางครับ ในทางราบเกียร์ที่ให้ความหนักใกล้เคียงการขึ้นเขาน่าจะเป็นเกียร์หนักที่ "รอบขาต่ำ" มากกว่าครับอย่างเช่นปรกติเราใช้เกียร์ 2 - 7 ปั่นฯ รอบขาสัก 90 รอบ/นาที ถ้าเราขยับไปใช้เกียร์ 3-7 น่าจะได้ Feeling ใกล้เคียงการปั่นฯ ขึ้นเขาบนทางเรียบยาวๆ ครับ ความเร็วอาจจะตกลงกว่าปรกติเล็กน้อย รอบขาก็อาจจะตกตามไปด้วย เรื่องสำคัญคือเราจะยืนรอบขาคงที่กับเกียร์หนักได้นานแค่ใหนมากกว่าครับ หากไม่ใหวก็อย่าฝืนเพราะเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บของหัวเข่าซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้วอาจจะไม่ได้ปั่นฯ อีกยาวเป็นปีๆ เลยครับ

ลองค้นกระทู้ที่คุยกันเรื่องปั่นฯ ขึ้นเขาอ่านหาข้อมูลดูน่าจะดีกว่าครับ เพราะผมเองส่วนตัวก็ไม่เน้นทักษะการปั่นฯ ขึ้นเขาเท่าไรนักครับ ข้อมูลอาจจะผิดพลาดก็ได้ครับ

อีกคำถามครับพี่เป็ก เกียร์1-4ความเร็ว14กม.นี่มันได้รอบขากี่รอบต่อนาทีครับ
มันไม่มีรายละเอียดเรื่องจำนวนฟันของจานหน้ากับเฟืองหลังนะครับ แต่ถ้าอนุโลมว่าจานหน้า 22 ฟัน เฟืองหลัง 18 ฟัน ความเร็ว 14 กม./ชม.จะได้รอบขาอยู่ที่ช่วง 95-99 รอบ/นาทีครับ
สมมุติถ้าผมเปลี่ยนขนาดหน้ายางเป็น1.25 จะทำให้ผมสามารถทำความเร็วได้เพิ่มขึ้นซักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ และที่สำคัญกับพฤติกรรมการปั่นในสไตล์ของผม กับขนาดหน้ายาง1.25จะมีโอกาสเกิดอันตรายได้มากน้อยเพียงไรครับ
คำตอบมันคล้ายๆ กับเรื่องของเสือหมอบ VS เสือภูเขาครับ ยาง 1.25 นี่เทียบขนาดหน้ายางก็คือยาง Touring ของล้อเสือหมอบนั่นเองครับ เสือหมอบเน้นยางเส้นเล็ก-หน้าแคบ ส่วนเสือภูเขาออกไปทางยางเส้นใหญ่-หน้ากว้างครับ ลงเขานี่ไม่ค่อยต้องใช้เรื่องแรงปั่นฯ เท่าไรดังนั้นยางใหญ่กว่าได้เปรียบครับเพราะจะเกาะถนนได้ความมั่นใจมากกว่า แถมแฮนด์แบบเสือภูเขาก็ช่วยให้มองเส้นทางลงเขาได้ง่ายกว่าแฮนด์แบบเสือหมอบครับ

บนทางราบยาง 1.25 ได้เปรียบกว่ายางใหญ่ระดับหนึ่งครับ ความเร็วที่ได้เพิ่มขึ้นก็อยู่กับกำลังขาของแต่ละคนครับอยู่ระหว่าง +1 ถึง +5 กม./ชม. เรื่องใหญ่ๆ จริงๆ คือช่วยให้เราไม่ล้าง่ายๆ สำหรับระยะทางยางมากๆ ระดับ 100 กม. + แต่หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคและสไตล์การปั่นฯ ครับ เสือหมอบ ยางเล็กเน้นทางเรียบและใช้วิธีหลบหลีกหลุมมากกว่าที่จะลุยครับ จากประสพการณ์ส่วนตัวต้องใช้ความสังเกตุและระวังมากกว่าการปั่นฯ สไตล์เสือภูเขาอย่างที่คุณ เล็ก เล่ามาครับ แค่ปั่นฯ จากใหล่ทางขึ้นผิวถนนที่มีความต่างระดับกันก็อาจจะแฉลบล้มได้แล้วครับสำหรับยาง 1.25 รวมไปถึงร่องบนผืวถนน ผมเคยปั่นฯ ผ่านโรงงานร้าง ที่ถนนหน้าโรงงานเป็นผิวคอนกรีตแต่ไม่มีการใช้งานตามร่องถนนก็เลยมีหญ้าขึ้นปกคลุมจนมองไม่เห็น ประกอบกับไม่คุ้นเส้นทาง ปั่นฯ ไล่กวดกลุ่มที่ความเร็วประมาณ 25 กม./ชม. พอผ่านร่องล้อหน้ายาง 1.25 ก็ตกลงไป "ติดแน่น" อยู่ในร่องเหมือนโดนกดเบรคกระทันหันเลยครับ ผลก็คือตัวผมลอยออกนอกรถไปตกลงบนกอต้นไม้ข้างถนน แค่ตัวเปื้อนฝุ่นและติดยางไม้นิดหน่อย แต่หากเปลี่ยนภาพเหตุการณ์เป็นกลางถนนที่มีรถยนต์แล่นอยู่ก็คงไม่ได้มานั่นพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดอย่างนี้แน่นอนครับ

สไตล็การปั่นฯ แบบที่คุณเล็กเล่ามา ไม่ลองหายางหน้ากว้างขนาดเล็กกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างเช่นยาง Slick หน้ากว้าง 1.5 ที่พอจะลุยลงหลุมได้บ้างก็ได้ครับ สำคัญคือควรจะเน้นเรื่องน้ำหนักรวมของยางให้เบาสักหน่อยครับ ถ้าผมจำไม่ผิด ลุงแม นราธิวาส เคยใช้ยาง Maxxis (หรืออาจจะเป็นยี่ห้ออื่นก็ได้ครับ) รุ่น Phythom ยาง 2.00 + แต่น้ำหนักเบาเท่ายางหน้าแคบ ขนาดเล็ก ปั่นฯ ไล่กวดมอเตอร์ไซด์ที่ความเร็ว 40 + ระยะทางยาวมาแล้วครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
รูปประจำตัวสมาชิก
chusith
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 121
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2009, 10:04
Tel: 081-4440460
team: สิงห์สลาตัน
Bike: TREK

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย chusith »

สวัสดีค่ะ พี่เป็ก

อาการปวดที่น่อง เกิดจากการปรับเบาะ สูง หรือ ต่ำ เกินไปค่ะ
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

ขอบคุณครับพี่เป็ก
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

chusith เขียน:
สวัสดีค่ะ พี่เป็ก

อาการปวดที่น่อง เกิดจากการปรับเบาะ สูง หรือ ต่ำ เกินไปค่ะ
ถ้าความจำไม่ผิดพลาดก็คงเป็นเนื่องจากการปรับเบาะต่ำเกินไปครับ มันจะตรงข้ามกันคือเบาะสูงจะปวดประมาณต้นขาด้านหน้าหรือหน้าแข้งครับ

ใช้วิธีเช็คเอาเองก็ได้ครับ ถ้าเราหมุนบันใดให้ขาจานอยู่ในแนวเดียวกับท่อนั่งคือมองเหมือนอยู่บนเส้นตรงเส้นเดียวกัน ตำแหน่งนี้หากวัดจากเบาะถึงบันใดจะได้ระยะไกลที่สุดครับ จากนั้นลองนั่งบนเบาะ (เอามือเกาะผนังบ้านหรือเสาไว้เพื่อช่วยพยุงตัว)

- ถอดรองเท้าออก

- ใช้ "ส้นเท้า" วางบนบันใด

ถ้าเบาะสูงไปเราจะใช้ส้นเท้ากดไม่ถึงหรือ ไม่มีแรงกดบันใดครับ

ตำแหน่งที่ถูกต้องของเบาะระยะดังกล่าวจะยาวเท่ากับช่วงขาพอดีๆ ไม่มากกว่าหรือน้อยกว่าครับ เวลาวัดโดยวางส้นเท้าที่ไม่ใส่รองเท้า (รองเท้าจะทำให้การวัดระยะผิดเพี้ยน) บนบันใด ขาจะตึงเกือบเป็นเส้นตรง แต่ยังสามารถกดหรือเหยียบบันใดได้ถนัดครับ

เบาะที่เตี้ยไปทำให้ขาเรางอมากเวลาปั่นฯ ก็เลยต้องออกแรงกล้ามเนื้อที่น่องด้านหลัง "มากกว่า" ด้านหน้า ปั่นฯ นานๆ ก็เลย "ปวดน่อง" ครับ

ทดลองนั่งเก้าอี้เตี๊ยๆ แล้วพยายามลุกขึ้นยืนซ้ำๆ กันหลายๆ ครั้งเทียบกับนั่งเก้าอี้สูงพอดีขาดูสิครับ แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างด้วยตัวเองครับ เก้าอี้ที่เตี้ยมากมันต้องใช้แรงมากขึ้นในการที่จะยืนครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
รูปประจำตัวสมาชิก
chusith
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 121
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2009, 10:04
Tel: 081-4440460
team: สิงห์สลาตัน
Bike: TREK

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย chusith »

ขอบคุณมากค่ะ พี่เป๊ก
:)
ไฟล์แนบ
R8-19.gif
R8-19.gif (20.42 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
kungpranol
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 373
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2009, 23:41
Tel: 0869715990
team: บ้านฟ้า
Bike: LA

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย kungpranol »

พี่ ครับ ผมมีปัญหา คือว่าผมได้เฟรม เอล เอ แบบใช้ ดีส แต่ อยากใส่ วีเบรค เพราะจะไดไม่ต้องซื้อใหม่
ใช้ของเดิม ที่มีอยู่เเล้ว พี่ ครับพอจะมีแนวทางแก้ไขไหมครับ ขอบคุณครับ
เดียวก็ถึง.....
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

มี 2 วิธีครับ

1. หาหลัก V-Brake มาเชื่อมติดกับตะเกียบ ซึ่งเป็นวิธีที่เสือฯ นัก โมฯ รถพับใช้กันอยู่ แต่มักจะทำกับเฟรมเหล็กนะครับ หากเป็นเฟรมอลูฯ อาจจะยุ่งยากขึ้นไปอีกเนื่องจากการเชื่อมเฟรมอลูฯ ทำยากและต้องตามหาช่างเชื่อมที่มีฝีมือพอสมควรครับ

วิธีนี้เชื่อมเสร็จแล้วต้องส่งเฟรมไปทำสีใหม่เนื่องจากรอยเชื่อมจะทำลายสีเก่าด้วยครับ

2. เคยผ่านตาว่าจักรยาน BMX มีอุปกรณ์แปลงให้ใช้ V-Brake ได้โดยยึดอุปกรณ์เข้ากับรูตรงกลางที่ใช้ยึดบังโคลนหรือตะแกรงหลัง แต่อุปกรณ์ตัวนี้ราคาประมาณชิ้นละ 1000 + ครับ ต้องตามหาตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ BMX ครับ

แต่จริงๆ แล้วตอนนี้ Disc Brake เป็น Trend ที่เขากำลังนิยม อุปกรณ์ Disc Brake ก็มีราคาถูกลงเยอะแล้วครับ ลองเทียบระหว่างแปลงเฟรมหรืออุปกรณ์กับซื้อชุด Disc Brake แบบสายรุ่นล่าง ราคาน่าจะใกล้เคียงกันนะครับ

Disc แบบสายทั้งชุดหน้า-หลังตอนนี้ราคาราวๆ 2000 บาท หรือหาดีๆ อาจจะได้ราคาต่ำกว่านี้ก็มีครับ

วงล้อก็เปลี่ยนแค่ดุมก็ได้ ดุม Disc ราคาปานกลาง บอร์ดคุณ M-Bike มีขายครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
รูปประจำตัวสมาชิก
kungpranol
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 373
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2009, 23:41
Tel: 0869715990
team: บ้านฟ้า
Bike: LA

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย kungpranol »

พี่ ครับ ขอถามหน่อยครับ
ล้อ 700 เสือหมอบ กับ ล้อ 27นิ้วในรถแม่บ้าน ขนาดเท่ากัน ,เหมื่อนกันเปล่าครับ รบกวนด้วยครับ
เดียวก็ถึง.....
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

ขนาดวงล้อไม่เท่ากันและไม่สามารถใช้ยางร่วมกันได้ครับ ล้อ 27 นิ้วหายางนอกและยางในได้ยากกว่าของเสือหมอบสีกหน่อยเนื่องจากมักจะมีขนาดยางอยู่แค่ 1 หรือ 2 ขนาดให้เลือกในท้องตลาดครับ (27 X 1 3/8 นิ้วและ 27 X 1 1/4) อ่านรายละเอียดได้จากกระทู้นี้ครับ

700c VS27''

http://www.bikeloves.com/webboard/01219.shtml

เสือหมอบสับถัง 5 หรือ 6 เกียร์รุ่นเก่าบางคันที่ขายกันในราคาถูกก็ใช้ล้อ 27 นิ้วเหมือนกันครับ เสือฯ บางท่านซื้อมาแล้วก็เอามาแปลงเบรค และใส่ล้อเสือหมอบลงไปแทนก็มี แต่ก็มีค่าใช้จ่ายอีกเยอะเหมือนกันครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

สวัสดีครับพี่เป็ค...ผมเอาปัญหา2-3เรือง มารบกวนให้พี่เป็ค ช่วยคลี่คลายหน่อยครับ ปรกติน้ำหนักตัวผมจะควบคุมอยู่ที่72-74ก.ก.มาโดยตลอด ช่วงก่อนปีใหม่ผมไปทองผาภูมิ 4วัน3คืน ออกปั่น4รอบ ระยะทางไม่มากนัก แต่เป็นเขา ทุกรอบที่ออกกลับมาเหนื่อย ถึงเหนื่อยมาก ยกเว้นรอบสุดท้ายที่กลับมาร่างกายยังo.k. อาการกินในช่วงนั้น ค่อนข้างอุดมถ์สมบูรณ์ กินวันละ4-5มื้อ แต่ละมื้อหนักๆด้วยครับ เรื่องน้ำดื่มไม่เคยขาด พอกลับมาถึงกรุงเทพน้ำหนักเหลือเพียง69.5ก.ก. หายไป3-4กิโล ทำให้ผมเริ่มหันมาใส่ใจกับเรื่องอาหารมากขึ้น เริ่มกินเพิ่มอาหารในแต่ละมื้อ และมีการกินอาหารว่างเพิ่มเติมในระหว่างมื้อด้วย บางวันกินมื้อหนักถึง4มื้อ ว่าง2มื้อ ส่วนการออกไปปั่นก็ยังเหมือนเดิม คืออยู่ที่ประมาณ2.5-3ชม.ติดต่อกัน3วันแล้วพัก หลังจากปั่นวันที่3ขึ้นชั่งน้ำหนัก ตอนนั้นก็อยู่ที่71ก.ก.กว่า ผมก็คิดว่าถ้ากินอาหารเพิ่มเหมือนที่ผ่านมา น้ำหนักน่าจะขึ้นเป็นปรกติ การซ้อมก็ยังเหมือนเดิม หยุดวันจันทร์ ปั่นอังคาร -พุธปั่นเบาประมาณ2.5ชม.พฤหัสปั่นเอาระยะประมาณ7-90กิโล หยุดศุกร์ ปั่นเสาร์ เบา2.5ชม. และหนักสุดวันอาทิตย์ 120กม.อัพ น้ำหนักในช่วงอาทิตย์ที่แล้ว ที่แล้วก็แกว่งอยู่ที่70-72 วันอาทิตย์ที่ไปร้านแปร มีอาการน้องQมาเยือนตั้งแต่ออกจากวัดดอนหอยหลอดมาได้พักเดียว แต่ผมก็ประคองตัว2ชม.กว่ากลับถึงบ้านได้สำเร็จโดยน้องQไม่สามารถมาเกาะกล้ามเนื้อผมได้ วันรุ่งขึ้นออกปั่นอีกถึงได้รู้ว่าน้องQมาเยือนก็เพราะ จมูกอานมันเชิดไปหน่อย เพราะก่อนออกทริปเอารถไปล้าง ถอดเบาะ หลักอานมาทำความสะอาดใหญ่ ปรับระดับอานผิดไปนิดเดียว เล่นเอากล้ามเนื้อไม่คุ้นเคย วันที่กลับมาจากร้านแปรถึงบ้านขึ้นชั่งน้ำหนัก น้ำหนักหลือเพียงเกือบ69ก.ก. แฟนผมทักว่าผอมและโทรมมาก อาทิตย์ที่ผ่านมาก็เพิ่มอาหารมากเข้าอีก และก็ยังออกปั่นเหมือนเดิม ดูเหมือนน้ำหนักจะคงที่อยู่ราว71.5-72ก.ก.ดูเหมือนว่าน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ จนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาออกปั่นกับพรรคพวกขาแรง ผลัดกันลาก ระดับ28-32 มีบางช่วงสปิ้นบ้างสั้นๆ2-300เมตร ความเร็วที่45ระบายอารมณ์บ้าง มีอัดตามหมอบ36-37ได้ซํก2โลมั้ง ถือว่าใช้กำลังไปไม่เยอะมาก ปั่นกลับมาถึงบ้านได้ระยะทาง130ก.ม.ไม่รู้สึกเหนื่อยมาก และยังมีอารมณ์ที่จะปั่นต่อด้วยซ้ำ ขึ้นชั่งน้ำหนัก น้ำหนักกลับลดลงเหลือ69ก.ก.อีก หลังจากอาบน้ำกินข้าว ก็ยังไปเดินสวนจตุจักรต่อ แต่ซัก2ชม.ก้เกิดอาการง่วง เพลีย อยากนอนก็เลยกลับมาบ้าน แต่ก็นอนไม่หลับ โดยปรกติผมจะเป็นคนนอนหลับยาก คุณหมอที่ดูแลผม ให้ยานอนหลับโดมิคุ้ม กับยาคลายเครียด มาตลอด3-4ปีที่ผ่านมา แต่ทุกครั้งผมจะใช้เพียงครึ่งโดสที่หมอสั่งแล้วก็จะหลับ เมื่อเช้าตื่นขึ้นมานั่งดูจักรยาน แล้วรู้สึกเบื่อๆ เหมือนกับว่าไม่อยากเห็น ตอนนี้ก็ตี1กว่า กินยาโดมิคุ้มไปแล้วก็ไม่รู้สึกง่วง ตัดสินใจโพสถามพี่เป็คดีกว่า น่าจะได้คำตอบและคำแนะนำที่ถูกต้องครับ ผมขอถามเป็นข้อๆลยก็แล้วกันครับ

1.อาการที่กล่าวมาข้างต้นเป็นลักษณะของอาการ OEVR TRAIN หรือเปล่าครับ

2.ถ้าเป็นอาการOVER TRAIN ผมควรจะแก้ไขอย่างไรบ้างครับ

3.ถ้าผมมีอาการOVER TRAIN ผมยังสามารถปั่นไปทริปหัวหินได้หรือไม่ จะมีผลเสียในระยะยาวหรือเปล่าครับ

ตอนนี้ผมยังปั่นMTBเป็นหลัก แต่ใจมันก้ยังไปอยู่กับหมอบตัวใหม่ แต่ไม่ค่อยได้เอาหมอบไปปั่นสักเท่าไหร่ เนื่องด้วยผมยังไม่คุ้นกับมันมากนัก ถนนที่จะไปปั่นก็ไม่สะดวก อันนี้ก็เป้นอีกสาเหตุหนึ่งของความเครียด ที่เกิดข้นในช่วงนี้ ประกอบไปด้วยในวันอาทิตย์ที่24 ทริปประเพณีสวนธน กรุงเทพ-หัวหิน ผมยังหารถกลับไม่ได้เลย (พรรคพวกถึง3กลุ่มที่ชวนกันไปช่วงแรก เกิดเปลี่ยนใจกันกระทันหัน ด้วยสาเหตุที่ช่วงนี้คนที่รู้จักกันเกิดอุบัตติเหตุไปหลายคน )ทำให้ผมไม่รู้ว่าปั่นไปแล้วจะหารถกลับมาอย่างไร :?: :?: :?:

ขอบคุณครับพี่เป็ค
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

พรุ่งนี้เช้าผมคงเข้าไปปั่นในสวนลุมเบาๆ แล้วเดี๋ยวช่วงสายๆจะมารายงานว่าผลเป็นอย่างไรบ้างครับ
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
รูปประจำตัวสมาชิก
จ๊าบ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1185
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 20:32
Tel: ๐๘๑-๔๐๗๐๕๕๙(D)
team: 99 City Bike
Bike: 我徐先生MTB Merida Hasa Dahon Fuji

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย จ๊าบ »

พี่เป๊ก พี่เล็กเขานอนไม่หลับจริงๆด้วย ดูดิมานั่งโพสท์ตอนตี1-2อ่ะ :shock: :shock:
รูปประจำตัวสมาชิก
max69
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 965
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ต.ค. 2008, 13:50
Tel: 0894958842
team: 99 City Bike
Bike: เสือหมอบ-ภูเขา-พับ

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย max69 »

สวัสดีคับพี่เสือ Spectrum
ผมกับพ่อใช้ KHS F20-T3 แต่ผมดึงหลักอานมาจนถึงขีด MAX พอดี แต่ก็ปั่นมานานแล้วแต่กลัวว่าปั่นๆไปมันจะมีปัญหาหลักอานงอหักหรือมันจะงัดตัวเฟรมบิ่นหรือแตกไหมคับ ไปตามร้านหาหลักอานที่มันยาวกว่าก็ไม่เคยเจอ มีที่ไหนหรือข้อแนะนำมังคับพี่ :)
ปั่นเร็วผมไม่สู้ แต่ถ้าเรื่องกินจุผมสู้ตาย
iceskate05
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 502
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2008, 20:22
Tel: 02-9349253
team: Freelance
Bike: Freestyle

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย iceskate05 »

พี่ครับ ทำอย่างไร ผมถึงจะปั่นได้ แข็ง แรง ขึ้นครับ ตอนนี้ ปั่นตามหมอบ ไม่เคยแซงได้เลย ครับ ตามหลังมาตลอดประมาณว่า หันหลังมาก็เห็นหน้ากันตลอดทริป มีวิธีแก้ไข่ เอ้ย ไข อย่างไรดีครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

ตอบคุณ THE LECK ครับ

อาการ OverTrainning เท่าที่ผมจำได้ (แต่ไม่แม่นเท่าไรแล้ว) มีเรื่องของการนอนไม่หลับร่วมด้วยครับ แต่ที่เห็นเด่นชัดคือจะมีอาการเหมือนภูมิคุ้มกันในร่างกายตกลงไปครับ คือไม่สบายง่าย จาม มีน้ำมูก

ถ้าเป็น OverTrainning ผมเกรงว่าร่างกายจะฟื้นตัวไม่ทันสิครับ เพราะเราจะไม่ทราบเลยว่าต้องพักนานเท่าไรร่างกายถึงจะกลับเข้าภาวะปรกติครับ แต่ที่แน่ๆ คือไม่ควรซ้อมต่อ แต่ควรหยุดพักเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวครับ

เคยคุยกับนักปั่นฯ รุ่นเก่า เขาบอกว่าเคล็ดลับของการซ้อมเพื่อแข่งหรือเพื่อไปปั่นฯ ทางไกลคือ พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันจริงสัก 2 - 3 วันครับ

ก่อนหน้านี้จะซ้อมหนักเท่าไรก็ได้ แต่ก่อนวันจริงต้อง "หยุด" ครับถึงจะไปแข่งได้

เรื่องรายละเอียดของ OverTrainning คงต้องรบกวนให้ตามอ่านในกระทู้แล้วครับ

โอเวอร์เทรน

http://www.bikeloves.com/webboard/01539.shtml

Overtrain ถามหา~~~

http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=8433

เพื่อนผมเกือบ..ตาย

http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=4913
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
ตอบกลับ

กลับไปยัง “99 City Bike”