......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
techno00
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 346
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2012, 10:08

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย techno00 »

ตีมือ..ติดตาม
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

techno00 เขียน:ตีมือ..ติดตาม
:shock: :) :D กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ คุณ "techno00" นี่ก็คืออีกหนึ่งแรงใจที่เป็นพละกำลังในการที่จะนำเสนอประสบการณ์ต่าง ๆ ทั้งในแง่การเดินทาง แง่ของธรรมะ ตลอดจนมุมมองของสรรพชีวิตที่ผมได้ไปประสบมา หากคิดว่าจะมีประโยชน์ผมก็จะรีบนำมาเผยแพร่เป็นบุญกุศล ขอขอบพระคุณอีกครั้งครับ

และขณะนี้ก็เป็นเวลาที่ออกพรรษาแล้ว กำลังอยู่ในระหว่างกฐินซึ่งปีนี้ผมได้มีโอกาสร่วมกฐินถึง ๒ แห่งผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไปก็คงจะเป็นการออกธุดงค์ของพระท่าน ผมมีลูกชายบุญธรรมซึ่งได้ขออนุญาตุไปบวชแล้วไม่สึก ท่านจะอยู่ในผ้าเหลืองตลอดชีวิต(ปีนี้เข้าปีที่ ๖ แล้ว) และปีนี้ทราบว่าท่านจะออกธุดงค์ไปพม่า ในโอกาสนี้ผมก็ขออุทิศส่วนบุญกุศลทั้งหมดทั้งสิ้นที่ผมและพระลูกชายได้บำเพ็ญมา มอบให้แก่ทุก ๆ ท่านที่เข้าเยี่ยมชมกระทู้นี้ จงได้รับผลบุญตลอดจนอานิสงค์โดยทั่วกัน ขอให้มีความสุขความเจริญทุกท่านทุกคนเทอญ...สา..ธุ.


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผมไปร่วมทอดกฐินที่วัดสันป่าสักวรอุไร ก็ได้เจอกับลูกพระ พระท่านก็บอกว่าหลังเสร็จงานกฐินแล้วท่านก็จะออกธุดงค์ประมาณกลางเดือนธันวาคมปีนี้(ไปพม่า) ผมก็ได้บอกกับพระลูกชายว่า โยมพ่อ-โยมแม่ ก็จะไป "จักรยานธุดงค์" เช่นกัน พระลูกชายก็แสดงอาการเป็นห่วงโดยเฉพาะกับโยมแม่ ซึ่งพอ ๆ กับโยมพ่อ พระลูกจะถามถึงอาการป่วยเสมอ ๆ และขอบิณฑบาตรว่า ไม่ให้ไปไหนไกล ๆ แลไม่อยากให้ออกจากบ้านนานวันเกิน ปีนี้ก็ไม่บอกพระลูกว่าจะ จักรยานธุดงค์ไปที่ใด เกรงพระจะไม่สบายใจ

เมื่อมีผู้ "ตีมือ...ติดตาม" ผมก็ขอนำเสนอที่ตรงนี้เลยว่า รักรถรักธรรม มีแผนที่จะ จักรยานธุดงค์ เพื่อไปต้อนรับ AEC.ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยเราจะไปกันรวม ๔ ประเทศ ตามภาพที่นำเสนอข้างล่างนี้ เราจะเริ่มด้วยการนั่งรถทัวร์ไปลงที่ ระยอง ปั่นเข้า จันทบุรี ตราด แล้วเข้าเขมรที่คลองเล็ก มุ่งเกาะกง-สีหนุวิลด์ ผ่านไปเข้าเวียตนามใต้- เวียตนามเหนือ(ซาปา เดียนเบียนฟู) เข้าลาวที่อุดมไชย เข้าไทยที่เชียงของ กลับถึงสารภีเชียงใหม่ เป็นเส้นหลักที่วางแผนไว้

แต่มีแผนสำรอง คลองเล็ก - สีหนุวิลด์ - เวียตนามใต้ - เวียตนามกลาง แล้วเข้าสะหวันเขต เข้ามุกดาหาร ปั่นขึ้นเมืองน่าน กลับถึงสารภีเชียงใหม่ ส่วนวันเวลาน่าจะเป็นกลาง ๆ เดิอน พ.ย.นี้ หวังใจว่าท่านที่ ตีมือ..ติดตาม จะตามติด ๆ ไปตลอดนะครับ.และใครสนใจที่จะไปร่วมก็ยินดีต้อนรับครับ มีข้อแม้ว่า "รวยจริง ใจถึง" แค่นี้ครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

เราออกจากโรงแรมก็มุ่งลงใต้ไปทางเวียงจันทร์ ไม่ลืมที่จะแวะซื้อ Power Bars คุณยูร ฯ ยังอาลัยกับโรงแรมที่เคยนอนอยากจะไปหาให้ได้ ก็ไม่ว่ากันตามใจนะ แต่เอาเข้าจริงแกก็ไม่ไปหรอกครับ ผ่านไปทางสนามกีฬาหลวงพระบาง มุ่งตรงไปจนถึงสถานีขนส่งสายใต้ต่อไปก็จะเป็นทางขึ้นเขากันนิดหน่อย เข้าเมืองสับปะรดมีวางขายเหมือนกับที่ บ.ดู่เชียงราย ที่ขายสับปะรดนางแลตลอดเส้นทาง สอบถามเป็นสับปะรดพันธ์ปัตตาเวียแต่คนลาวเขาเรียกอะไร(๕๕จำไม่ได้ครับ) หวานอร่อยพอใช้ ทำให้นึกถึงสับปะรดห้วยมุ่น(สับปะรด เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากบริเวณทวีปอเมริกาใต้ ลำต้นมีขนาดสูงประมาณ 80-100 เซนติเมตร การปลูกสามารถปลูกได้ง่ายโดยการฝังกลบหน่อหรือส่วนยอดของผลที่เรียกว่า จุก เปลือกของผลสับปะรดภายนอกมีลักษณะคล้ายตาล้อมรอบผล)

ประวัติสับปะรดห้วยมุ่น

"สับปะรดห้วยมุ่น" ของดีจากตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ดินแดนแห่งผลไม้รสดีหลายชนิด ซึ่งสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาและเป็นดินทรายเหมาะกับการปลูกสับปะรด สับปะรดห้วยมุ่นจึงมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด และมีชื่อเสียงไม่แพ้สับปะรดภูเก็ตและสับปะรดภูแล แต่ละวันจะมีพ่อค้าจากทั่วประเทศไปรับซื้อถึงไร่ เพื่อส่งขายตามตลาด และส่งโรงงานแปรรูป

สับปะรดห้วยมุ่น คือ สับปะรดพันธ์ปัตตาเวียที่ถูกนำเข้าไปปลูกในตำบลห้วยมุ่นประมาณ 50 ปีมาแล้ว(บ้างก็ว่า 100 ปีแล้ว) จนกลายเป็นพันธุ์ท้องถิ่น และมีคุณลักษณะแตกต่างไปจากพันธุ์ดั้งเดิมโดยเฉพาะ รสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานิ่ม ตาตื้น เนื้อมีสีเหลืองอมน้ำผึ้ง รสชาติหวานฉ่ำ ตาไม่ลึกทำให้มีส่วนของเนื้อมาก ผลค่อนข้างเล็ก รับประทานแล้วไม่ระคายคอ เพียงปอกเปลือกบางๆ ก็หมดตาแล้ว และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้น คือเนื้อสับปะรดสีเหลืองฉ่ำ ได้ชิมสักครั้ง จะต้องยอมยกให้ "สับปะรดห้วยมุ่น" เป็นสุดยอดสับปะรดในดวงใจอย่างแน่นอน


ประโยชน์และสรรพคุณของ สับปะรด

1. ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง รับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซี ที่สำคัญคือวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ การรับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นจึงเป็นการเพิ่มแรงต้านทานโรคให้แก่ร่าง กายแต่ในผู้ที่มีเลือดจางไม่ควรกินมากนัก

2. ช่วยในการย่อยอาหาร สับปะรดมีกากใยอาหารอาหารมากซึ่งมีความสำคัญกับการย่อยอาหาร และเป็นที่รู้กันอยู่ว่ากากใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือดและช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งเพราะในสับปะรดมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า “บรอมีเลน” สามารถช่วยย่อยอาหารได้ทั้งใสภาวะเป็นกรดและด่าง จึงเหมาะมากที่จะพาไปช่วยย่อยในกระเพาะซึ่งเป็นกรด หากกินสัปปะรดหลังอาหารเป็นประจำ จะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายด้วยนะครับ (ใครที่กำลังอยากลดความอ้วนนี่ ผมคอนเฟริมเลยครับ ได้ผลดีจริงๆ )

3. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี สับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีสที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของ เซลล์ และอาจทำให้เป็นโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนี้ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย หลอดเลือด หลอดลมไหลเวียนดี

4. ป้องกันความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำและลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม เพราะสับปะรด มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์ร้ายในปอด ป้องกันมะเร็งรังไข่

5. ช่วยป้องกันโรคต่างๆ การรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ 5 กำมือจะช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมะเร็งได้ถึง 20% อีกทั้งยังเสริมสร้างการดูดซึมอาหาร เพราะสับปะรดมีกรด และวิตามินหลายชนิดครับ

6. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง สับปะรดช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง เนื่องจากสับปะรดมีวิตามินสูงที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากโรคเหงือกได้

7. ช่วยยับยั้งการอักเสบ เอนไซม์ Bromelain ในสับปะรดจะช่วยยับยั้งการอักเสบ ทั้งนี้ ชาวอเมริกาใต้โบราณใช้สับปะรดเป็นยารักษาโรคผิวหนังและรักษาบาดแผล

สับปะรดดีต่อสุภาพสตรีและผู้ป่วย

สำหรับสุภาพสตรีที่มีอาการปวดประจำเดือน อาการอักเสบจากริดสีดวงทวาร หรือผู้ป่วยอาการที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดดำ โรคกระดูก ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ เก๊าท์ หากรับประทานสับปะรดเป็นประจำ จะช่วยบรรเทาอาการต่างๆเหล่านี้ได้ รวมไปถึงสมานแผลให้ทุเลาได้เร็วขึ้นด้วยครับ

วิธีรับประทานสับปะรดให้ถูกต้อง

วิธีกินสับปะรด สำหรับการรับประทานที่ถูกวิธีนะครับ ให้ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียงเป็นแถว ๆ เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที การทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้วยังเป็นการทำลายสารจำพวก Glycoalkaoid และเอ็มไซม์บางชนิด ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้หลังรับประทานครับ

ข้อแนะนำของสับปะรด

ถึงแม้ว่าสับปะรด จะเป็นผลไม้ที่เยี่ยมยอดเลยก็ว่าได้สำหรับเรานะครับ แต่หากรับประทานในปริมาณมากๆ อาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ ควรรับประทานสับปะรด ควบคู่ไปกับการทานอาหาร และผักผลไม้อื่นๆด้วยนะครับ อย่าลืมบอกต่อเคล็ดลับดีๆให้เพื่อนๆต่อได้นะครับ ขอขอบคุณ ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต



ฯฯฯฯ.... มีสักกี่คนที่เข้าใจและปอกสับปะรดเป็น มาเรียนการปอกสับปะรดกันนะ https://www.youtube.com/watch?v=X26qSFKYCzA .......ฯฯฯฯฯ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: ๔ คนกินสับปะรดหมดไป ๕ ลูก ไม่ธรรมดานะครับเพราะลูกใหญ่จริง ๆ เรียกว่ากินอิ่มแทนข้าว ก็ไม่ใช่อะไรครับสับปะรดหวาน กรอบจริง ๆ นึกตั้งนานกว่าจะนึกถึงห้วยมุ่น เพราะนางแลฝังชิปส์ไว้ในหัวนานแล้ว เมื่อครั้งปั่นไปทางภูสอยดาวผ่านห้วยมุ่น ก็ได้ลองชิมเรียกว่าไม่แพ้นางแล(และช่วงนั้นดีกว่านางแลแน่นอน)ปัจจุบันนางแลลดบทบาทลงมากแล้ว เพราะการไม่รักษาคุณภาพไปสร้าง ภูแล(ลูกเล็ก ๆ พอคำ) มาแทนนางแลยังไงก็ไม่ใช่ครับ มาเห็นที่ สปปล.ลาว แล้วทำให้นึกเสียดายนางแลเป็นที่สุด แต่โชคดีเรายังมี ห้วยมุ่นมาคานกันอยู่ ก็ว่ากันไป ผมก็พร่ำไปตามความรู้สึกนึกคิดของผม ใครจะว่าผิด(เถียงนะ เถียงตายเลย) :lol: :lol:
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 04 พ.ย. 2015, 06:43, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
techno00
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 346
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2012, 10:08

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย techno00 »

ถ้าอยู่ไกล้จะตามไปเป็นศิษย์ปั่น ทั้งที่บ้านหลังนี้เข้ามานานมากตั้งแต่เริ่มต้น ลมพัดลมเพอย่างไรจึงมาเจอ และผมกำลังเตรียมสอบนักธรรมศึกษาชั้นเอกอยู่ อยากทดทดสอบความสามารถตัวเองห่างเหินมาเกือบสามสิบปีว่าความรู้เดิมยังมีอยู่หรือไม่ ประกอบกับภาเด็กสอบด้วย
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :) เรียนท่าน techno00 "และผมกำลังเตรียมสอบนักธรรมศึกษาชั้นเอกอยู่ อยากทดทดสอบความสามารถตัวเองห่างเหินมาเกือบสามสิบปีว่าความรู้เดิมยังมีอยู่หรือไม่" ผมขอแนะนำท่านว่าให้ท่านได้เข้ามาร่วมแจมโดยนำเสนอธรรมะต่าง ๆ ที่ท่านได้ร่ำเรียนมา นำมาเผยแพร่ในกระทู้นี้ ก็จะเป็นการทบทวนและเตรียมตัวสอบได้เป็นอย่างดี เพียงแต่เรียงหัวข้อ/หรือตั้งหัวข้อให้ผสมกลมกลืนกัน กับเรื่องราวที่เรากำลังดำเนินไปเป็นช่วง ๆ เรียนเชิญนะครับไม่ต้องเกรงใจ เรามาร่วมด้วยช่วยกันเผยแพร่สิ่งดี ๆ ให้กับสังคมเอาบุญกันครับ

สับปะรดหลวงพระบาง ห้วยมุ่น นางแล ปัตตาเวียภูเก็ต ทานแล้วตัดสินไม่ได้ว่าของใครอร่อยกว่าของใคร ผมไม่ใช่ผู้ชำนาญการ แต่ถ้าให้ตัดสินเอาเป็นว่าเสมอกันทุกที่ แต่ถ้ามีอคติบ้างขอเลือก นางแลที่ถูกฝังในหัวมานาน เหมือนกับท่านกินลางสาด แล้วไปได้ชิมลองกอง ครั้งต่อ ๆ ไป ท่านจะเมินลางสาดเอาทีเดียวเพราะความเปรี้ยวของลางสาด มันฝังใจเมื่อไปเทียบกับลองกอง อคตินี้น่ากลัวนะครับ : อคติ แปลว่า ไม่ควรถึง หมายถึงไม่ควรประพฤติ ในศาสนาพุทธใช้ในความหมายว่าลำเอียง อคติเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ยังมีกิเลส ซึ่งจะต้องมีอยู่ด้วยกันทุกคน เพราะปกติคนเราจะทำอะไรก็ตาม มักจะคิดถึงประโยชน์ของตนเอง ญาติพี่น้อง หรือพวกพ้องก่อนเสมอ ซึ่งการกระทำในลักษณะเช่นนี้ เป็นสาเหตุให้ความถูกใจอยู่เหนือความถูกต้อง ความผิดอยู่เหนือความถูก หรือผิดเป็นชอบ

ประเภทของอคติ ๔

พุทธศาสนาแบ่งอคติออกเป็น ๔ ประเภท ตามพื้นฐานแห่งจิตใจ คือ

๑. ฉันทาคติ ความลำเอียงเพราะความรักใคร่ หมายถึง การทำให้เสียความยุติธรรม เพราะอ้างเอาความรักใคร่หรือความชอบพอกัน ซึ่งมักเกิดกับตนเอง ญาติพี่น้อง และคนสนิทสนม การแก้ฉันทาคติ ต้องทำใจให้เป็นกลาง โดยการปฏิบัติต่อทุกคนให้เหมาะสมเหมือนๆกัน

๒. โทสาคติ ความลำเอียงเพราะความไม่ชอบ เกลียดชัง หรือโกรธแค้น หมายถึง การทำให้เสียความยุติธรรม เพราะความโกรธ หรือลุอำนาจโทสะ การแก้ไขโทสาคติ ทำได้ด้วยการทำใจให้หนักแน่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และพยายามแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกจากกัน

๓. โมหาคติ ความลำเอียงเพราะความไม่รู้ หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หมายถึง การทำให้เสียความรู้สึกธรรมเพราะความสะเพร่า ความไม่ละเอียดถี่ถ้วน รีบตัดสินใจก่อนพิจารณาให้ดี วิธีแก้ไข ทำด้วยการเปิดใจให้กว้าง ทำใจให้สงบ มองโลกในแง่ดี และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

๔. ภยาคติ ความลำเอียงเพราะความกลัว หมายถึง การทำให้เสียความยุติธรรม เพราะมีความหวาดกลัว หรือเกรงกลัวภยันตราย วิธีแก้ทำได้ด้วยการพยายามฝึกให้เกิดความกล้าหาญ โดยเฉพาะความกล้าหาญทางจริยธรรม คือ กล้าคิด กล้าพูดในสิ่งที่ดีงาม


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เราทานสับปะรดเรียกว่าอิ่มกันทีเดียว ออกเดินทางต่อจนไปถึงทางแยกไปแขวงชัยบุรี พักเหนื่อยนิดหน่อยก็ออกเดินทางต่อ ไปกันแบบเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก จวบจนได้เวลาเที่ยงเราก็พากันพักทำอาหารที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการปิดเทอม ทราบว่าปิดเทอมช่วยพ่อแม่ทำนา ๓ เดือน ไม่ลืมที่จะต้มยาเสพติด(กาแฟ) คนละแก้ว ก่อนออกเดินทาง ไม่หวังที่จะถึงตัวแขวงชัยบุรี จากทางแยกไปจนถึงจุดที่เราพักค้างคืนเป็นทางดอยชัน เป็นช่วง ๆ และก่อนจะเข้าเมืองนาน ทางชันมาก ๆ ขาลงถึงกับต้องจูงกันก็มี ก่อนเข้าเมืองนานฝนก็ตก เราอยากจะนอนที่ร้านคาราโอเกะ แต่คุณยูร ฯ ปั่นไปรออยู่ที่ตัวเมืองนานแล้ว เรา ๓ คนจึงต้องปั่นตามไป เราเจอโรงแรมก่อนเข้าเมืองเป็นของคนจีนมาได้ภรรยาเป็นชาวหลวงน้ำทาและพากันมาเช่าโรงแรมทำมาหากินที่เมืองนาน เราได้รับการต้อนรับและเอาใจใส่จากสองสามีภรรยาเป็นอย่างดี ให้ประกอบอาหารที่ล๊อบบี้ของโรงแรมได้ ทั้งมื้อเช้ามื้อเย็น ก่อนจากก็ไม่ลืมจะเชื้อเชิญพวกเราให้กลับมาดูกิจการ แสดงว่ามีแนวความคิดที่จะขยายกิจการโรงแรมให้ใหญ่โตขึ้นแน่นอน เราอวยพรให้จงประสบผลสำเร็จครับ :) :)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

ออกจากโรงแรมเมืองนานเหลือระยะทางอีกไม่กี่ กม.ก็จะถึงเมืองชัยบุรี เราจึงไม่เร่งรีบกันคงปล่อยอารมณ์กันตามสบาย เพราะการที่เราปล่อยอารมณ์ตามสบายเราจึงได้เจอของดีชาวลาวครับ นั่นคือเราสดุดใจป้ายวัดป่าทำให้เอาได้คิดอยากจะสัมผัสกับวัดป่า จึงพากันเข้าไปชมก็ได้เห็นศรัทธา ปชช.ชาว สปปล.ลาวอยู่กันเต็มวัด เขามาทำบุญกันทราบว่ามีพระที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อคูณ(วัดบ้านไร่) มาจำพรรษาที่นี่เราได้กราบนมัสการและคุยกับท่านด้วย ชาวบ้านใจดีมากครับจัดสำรับกับข้าวให้พวกเราแถมห่อให้อีกต่างหาก แต่เราก็เอาเท่าที่จำเป็นแค่นั้น ขึ้นไปบนวัดมองลงมาเห็นทิวทัศน์ของเมืองนานชัดเจน ก่อนจากพวกเราก็ได้ถวายปัจจัยร่วมสร้างบุญกับพระท่านด้วย

ปั่นแวะมาตามรายทางเรื่อย ๆ จอดที่ใดก็ได้สนทนากับชาวลาวเป็นที่ม่วนชื่น คนลาวเขาสนใจคุณนายครับไม่น่าเชื่อว่าจะมากับผู้ชายได้ ก็ต้องอรรถาธิบายให้ฟังเป็นเรื่องเป็นราว เรียกว่าได้เผยแพร่จักรยานให้ได้เห็นหนทางการเดินทางแบบที่ใช้จักรยานกัน ซึ่งชาวลาวก็เหมือนกับคนทั่ว ๆ ไปที่ฝึกศึกษาไปในทางหาความสุขสนุกสนาน สบาย ๆ ดังนั้นมอไซด์จึงเป็นคำตอบ เมื่อเจอพวกเราก็ไม่แน่ว่าเขาอาจมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงไปก็ได้..สา..ธุ (ถ้าเขาเปลี่ยน๕๕)

ผ่านสะพานข้ามน้ำโขงเข้าเขตตัวเมืองชัยบุรี ซึ่งสะพานสร้างเสร็จเรียร้อยไม่แน่ใจเสร็จคงไม่นานนี้แหละ การสัญจรสดวกยิ่ง ๆ ขึ้นแต่ก่อนต้องนั่งแพข้าม เราหยุดชมแม่น้ำโขงกันก่อนจะข้ามสะพานไป ใกล้เที่ยงเจอตลาดเล็ก ๆ ขายผักสดคุณนายแวะจ่ายตลาด ลุงป๊อกอาสาล่วงหน้าไปหาสถานที่ประกอบอาหาร เราได้วัดที่ร่มรื่นเย็นสบาย มื้อเที่ยงผ่านไปตามด้วยกาแฟกับการแผ่หราหลับกันคนละงีบมีความสุขมากเลย Slow Life เป็นชีวิตสุดยอดครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ



................... https://www.youtube.com/watch?v=tHsg4vzLXIA ..............



.................................................................................
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

อรุณสวัสดิ์ครับท่านผู้เข้ามาเยี่ยมชม(อ่าน)กระทู้ เช้านี้ผมก็มีเรื่องนำเสนอคั่นรายการอีกแล้ว เนื่องด้วยเมื่อวาน(๖ พ.ย.๕๘) เป็นวันที่ผมและคุณนายจะได้รับอิสระภาพอย่างแท้จริงอีกครั้งหนึ่งของชีวิต ชีวิตของคนเรามีวงจรชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายมาก ๆ เริ่มแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย วนไปเวียนมา ภพแล้วภพเล่า ไม่มีที่สิ้นสุดตราบใดที่เรายังไม่หลุดพ้นในวัฏฏะสงสารนี้ได้ ผมเลิกสิ่งชั่วร้ายอบายมุขทั้งหมดทั้งสิ้นมาได้ ๒๖ ปีหันหน้าเข้าปฏิบัติธรรมเพื่อแสวงหาทางหลุดพ้นตามแนวที่พระพุทธองค์ท่านทรงสั่งสอน แต่เมื่อเริ่มต้นก็ล้มลุกคลุกคลานจนบัดนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่า อีกไม่กี่ภพชาติผมคงหลุดพ้นวังวนของวัฏฏะสงสารไปได้ แต่จะเมื่อไรนั้นคงไม่มีสิทธิ์ฟันธงแต่แม้จะเกิดชาติใดภพใด อธิษฐานจิตขอให้ได้เกิดเป็นมนุษย์และได้พบพระพุทธศาสนาได้ฟังพระสัทธรรมและได้ปฏิบัติธรรมเหมือนเช่นทุกวันนี้ จนกว่าจะหลุดพ้น

ผมมีลูกชายคนเดียวเรียกว่าหัวแก้วหัวแหวน เลี้ยงแบบลูกเทวดาทีเดียว วันหนึ่งที่เขาไม่อยู่ในร่องรอยความทุกข์ใจก็ประดังเข้ามา บางครั้งอยากจะฆ่า ทำลายให้จบ ๆ กันไป แต่ก็ด้วยบารมีของพระพุทธศาสนาและการหันหน้าเข้าปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ทุกสิ่งอย่างกลับแปรผันจากร้ายค่อย ๆ กลายเป็นดี ผมฝึกสติ สมาธิ ศีล จนเกิดปัญญาได้ดวงตาเห็นธรรมที่ว่า "คนเราเกิดมาเพราะมีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ทำกรรมใดไว้ก็จะได้รับผลของกรรมนั้น ๆ สืบไป" และท้ายสุดที่รำลึกได้ด้วยปัญญาอย่างแท้จริงคือ "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" เมื่อหวนกลับมามองดูตัวเองก็พบว่า กรรมที่เราได้ทำไว้กับผู้บุพการีอย่างไร กรรมนั้นสนองตอบแก่เราเป็นร้อยเท่าทวีคูณ

เมื่อผมบรรลุถึงจุดนี้ได้ก็พลิกผันเข้าปฏิบัติธรรมเพื่อหนีบาปกรรมนั้น และได้ขออโหสิกรรมจากผู้บุพการีชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางดีวันดีคืน ในที่สุดเมื่อวานนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุดของชีวิต ผมได้ส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปจนถึงฝั่งได้อีกขั้นหนึ่ง กว่าจะมีวันนี้ได้เชื่อไหมครับสองคนตา-ยายแทบตายประคับประคองกันมา(นี่ละครับที่เขาเรียกว่าเจ้ากรรมนายเวรตัวจริงเสียงจริง)วันที่ผมตัดสินใจประกาศตนเลิกอบายมุขทั้งหมดทั้งสิ้น ผมมีสุราอย่างดีในสมัยนั้นเหลืออยู่ ๑ ขวดลิตร ผมตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ ว่า "วันใดที่ส่งลูกถึงฝั่งจะนำขวดนี้มาฉลอง" จากปี ๓๒ - ๕๘ คิดซิครับกี่ปีแล้ว ที่สุดคือ ติดมือมาจากประเทศอินโดนีเชียด้วยครับ(ไปดูงาน)

ขอบคุณท่าน อ.ประสาท ฯ พิธีกรที่ได้อรรถาธิบายจนเห็นภาพพจน์ และดำเนินกรรมวิธีหาทีมที่เป็นเจ้าของ(อ.ประสาท สุขเกษม เป็นนักศึกษาสมัยเรียน ป.ตรีด้วยกันกับผม ปัจจุบันยังทำการสอนที่ ม.มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เป็นโฆษกชื่อดังเก่งกาจพอสมควรปฏิบัติธรรมด้วย) เมื่อถึงเวลาหาผู้โชคดีในงานแขกที่มาในงานพิจารณาแล้วมี ๔ พวกกลุ่ม จัดรวมกลุ่มเป็นทีมก็มี ๔ ทีม ทีมที่ควรได้รับ ๔ ทีมด้วยกันได้แก่... ๑.ทีมยุพราช ๐๘ ซึ่งเป็นรุ่นนักเรียนกับผมสมัยเด็กขาสั้นที่เกาะกลุ่มกันมาอย่างเหนียวแน่นจนถึงทุกวันนี้... ๒.ทีมนักรบ ตชด.รุ่น ๒ ค่ายดารารัศมีทีมนี้เรียกตายแทนกันมานับครั้งไม่ถ้วน... ๓.ทีมเก๊าลิ้นจี่เป็นทีมเพื่อนของลูกชายที่ทำงานด้วยกันและปั่นจักรยานด้วย... และทีมที่ ๔ สุดท้าย คือทีมแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานในครั้งนี้

ในงานสนุกสนานมากเรียกว่าลุ้นกันสุด ๆ ตื่นเต้นกันพอสมควร ทุกคนก็อยากจะให้โชคตกอยู่กับทีมของตัวเอง เรียกว่าลุ้นกันเรียกเสียเฮฮา ให้อื้ออึงทั้งงาน เมื่อการจับฉลากโดยเจ้าลูกชายผมเป็นผู้จับ ผลมันเหลือเชื่อคนจับฉลากคัดทีมผู้โชคดี(ลูกชาย)จับได้ทีมที่ ๒ ทีมของ ตชด.รุ่น ๒ เรียกว่าเหนือความคาดหมายภาพที่ ตชด.เป็นทีมโชคดี ผมอยากให้ท่าน ๆ ได้เห็นเสียงแสดงความดีใจดังสนั่นหวั่นไหวทั้งงาน จินตนาการซิครับก็ ตชด.(ตำรวจป่า)นี่ขนาดแก่ ๆ กันทั้งนั้นมีกระโดดโรดเต้นเรียกว่าลืมแก่ บรรยากาศของงานสนุกสนานกันมาก เรามาชมภาพกันครับ :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพHilight ของงานที่มีสีสันมาก ๆ :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D :) :D :) :D https://www.youtube.com/watch?v=kWRdVzqPvcs :) :D :) :D :) :D



:shock: :shock: :shock: https://www.youtube.com/watch?v=RSLVpaLd704 :cry: :cry: :cry:



สุดยอดครับ....... https://www.youtube.com/watch?v=1gT3pZnU-S0 นับถือครับ :( :( :cry: :cry:



....................................................................................................
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อวันที่ ๖ พ.ย.๕๘ เป็นวันแห่งความสุขของเราสองคน ปู่-ย่า (ในอนาคต)ที่ได้ส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวน(เจ้านายน้อย)ให้ไปถึงอีกฝั่งหนึ่งของชีวิต ต่อแต่นี้ไปเราสองคนก็เหมือน ๆ จะมีอิสระภาพมากยิ่งขึ้น พระพุทธองค์ทรงสอนสั่งเรื่องของหน้าที่พ่อแม่ไว้ บทบาทของมารดาบิดาผู้เป็นทิศเบื้องหน้า ควรแสดงความอนุเคราะห์แก่บุตรธิดา ๕ สถาน คือ

๑. สอนให้งดเว้นจากการทำความชั่ว
๒. สอนให้ตั้งอยู่ในคุณความดี
๓. ส่งเสริมให้ได้รับการศึกษาศิลปวิทยาแขนงต่าง ๆ
๔. หาภรรยา (สามี) ที่มีความเหมาะสมให้
๕. มอบทรัพย์สมบัติให้ในสมัย (ในเวลาที่สมควร)

ผมได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว มีเพื่อน ๆ หลายคนได้ให้ข้อคิดในอนาคตว่า "อีกหน่อยจะไปไหนไม่ได้เพราะมีหลานให้มาติดอีก เขาบอกว่ารักหลานจะยิ่งกว่ารักลูก " ผมได้ค้นหาในพระไตรปิฏกตลอดจนสอบถามผู้รู้ ไม่มีเลยว่าหน้าที่ของ พ่อ-แม่ ต้องมาเลี้ยงหลานต่ออีก ผมและคุณนายพูดคุยกันเสมอ ๆ ว่าเราสองคนตกลงกันแล้ว เราจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องเลี้ยงดูลูกของเขา เรียกว่า "ลูกใครลูกมัน"(คุยกับเจ้าลูกชายเรียบร้อย) ทั้งนี้เพื่อเราสองคนจะได้เดินทางไปแสวงหาและปฏิบัติธรรมเพื่อเตรียมตัวตายต่อไป มัวแต่มานั่งเลี้ยงหลานชีวิตนี้ไม่พ้น เวียนเกิดเวียนตายอยู่อีกแน่นอน แต่ใช่ว่าเราจะละเลยก็หาไม่ ความเป็น พ่อ-แม่ ไม่ได้หายไปไหนยามใดที่ลูกเดือดร้อนต่อให้โตขนาดไหน ก็ไม่พ้นหัวอกคนเป็น พ่อ-แม่ (เรียกว่าไม่ปฏิเสธ)ภาวนาว่าเรื่องแบบนี้อย่ามาเกิดกับตัวเราสองคนเลย

ต่อไปนี้ก็จะเห็นเราสองคนปั่นจักรยานเดินทางไกลไปในที่ต่าง ๆ ถี่ยิ่งขึ้น ฝันของเราคือเราจะปั่นให้ทั่วไทยครับ :lol: :lol:


เรามาเดินทางกันต่อนะครับ....ถึงเมืองชัยบุรี คุณนายก็ไปจ่ายตลาดหาซื้ออุปกรณ์มาประกอบอาหารและเตรียมไว้สำหรับเช้า จากเมืองนานถึงชัยบุรีไม่กี่กิโลเราปั่นกันมาสบาย ๆ พักนอนจิบกาแฟสนุกสนานเบิกบานใจ

แขวงไชยบุรี จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


ไชยบุรี ໄຊຍະບູລີ ที่ตั้งของแขวงไชยบุรีในประเทศลาว พิกัดภูมิศาสตร์: 19.25°N 101.75°Eพิกัดภูมิศาสตร์: 19.25°N 101.75°E อยู่ใต้การปกครองของไทย ( พ.ศ. 2484 - 2489) แขวงไชยบุรี (ลาว: ໄຊຍະບູລີ; ไซยะบูลี; อักษรละติน: Xaignabouli) เป็นหนึ่งในแขวงของประเทศลาวที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของประเทศ มีพื้นที่ติดกับประเทศไทย ทางด้านจังหวัดเชียงราย, จังหวัดพะเยา, จังหวัดน่าน, จังหวัดอุตรดิตถ์, จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเลย เคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยก่อนเสียดินแดนเมื่อปี พ.ศ. 2447 ทำให้แขวงนี้ไปขึ้นกับอินโดจีนของฝรั่งเศส

ไทยได้กลับคืนมาชั่วคราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อได้กลับคืนมาจึงตั้งเป็นจังหวัดลานช้าง แต่ต้องคืนกลับไปเหมือนเดิมหลังสงคราม เมื่อแขวงไชยบุรีกลับคืนไปเป็นของลาวอีกครั้ง จึ่งได้ตั้งชื่อว่า ไชยบุรี ซึ่งแปลว่า เมืองแห่งชัยชนะ ชัยชนะที่แขวงได้กลับคืนเป็นของลาวอีกครั้ง (แต่ก่อนไชยบุรีเป็นส่วนหนึ่งของแขวงหลวงพระบาง)



รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพเจอนักปันเดินทางไกลชาวเกาหลีใต้เดินทางรอบโลกขณะนี้มาได้ ๓ เดือนแล้วมาจากมองโกล เราปั่นเข้าเมืองหงสาด้วยกัน :) :)

รูปภาพ



รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
thaicom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 935
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2009, 15:26
Tel: 083-6207115
team: ไร้สังกัด แต่บัตรอยู่อุตรดิตถ์
Bike: LA
ติดต่อ:

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย thaicom »

ไม่ได้แวะมานาน ขออ่านยาวๆ เลย ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังครับผม :D :D :D
เก่งไม่กลัว กลัวขยัน ^_^
รูปประจำตัวสมาชิก
techno00
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 346
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2012, 10:08

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย techno00 »

แจมด้วยครับ....จากใจถึงใจ
https://www.facebook.com/meter.techbo/v ... =2&theater
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

thaicom เขียน:ไม่ได้แวะมานาน ขออ่านยาวๆ เลย ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังครับผม :D :D :D
:) :D ขอบพระคุณมากครับ มีกำลังใจเป็นอย่างแรงเลยครับ ผิดพลาดเมตตา ช่วยตักเตือนเพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง จะได้เกิดประโยชน์กับสาธุชนต่อ ๆ ไปครับ ขอบพระคุณอีกครั้งครับ
techno00 เขียน:แจมด้วยครับ....จากใจถึงใจ
https://www.facebook.com/meter.techbo/v ... =2&theater
Sorry, this content isn't available right now.
The link you followed may have expired, or the page may only be visible to an audience you're not in.
Go back to the previous page · Go to News Feed · Visit our Help Center

:( :( เสียดายครับที่เปิดอ่านไม่ได้ พยายามแล้วก็ได้ตามที่ Copy มาเป็นหลักฐานครับ กรุณาส่งอีกสักครั้งสิครับ

รูปภาพใกล้ชายแดนไทยเข้ามาทุกขณะแล้วละครับเมืองชัยบุรีติดเขตไทยที่พวกเรากำลังมุ่งหน้าเข้าทาง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่านครับ

รูปภาพ

รูปภาพข้างทางมักจะมีชาวบ้านนำสินค้ามาวางขาย ก็เหมือนบ้านเรานั่นแหละครับทำมาหากินตามประสาคนบ้านนอกคอกนา เงินเพียงน้อยนิดถ้าเทียบกับคนกรุงเขาเรียกว่าเศษเงิน คุณนายคนขี้สงสารมักจะแวะแล้วอุดหนุนไปตลอดทาง เช่นกันเจ้านี้ก็แวะอุดหนุนเป็นปรกติ

รูปภาพทางก็โหดแถมด้วยฝนมากระหน่ำหาที่หลบก็ไม่ได้เรียกว่าปั่นท่ามกลางสายฝน ทำเอานักปั่นเกาหลี เป่าปาก ปั่นไปตะโกนไปคงให้กำลังใจตัวเอง พวกเราก็อดหัวเราะไม่ได้
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพจากชัยบุรีมาจนถึงภูแล้งนี่ปั่นได้แค่ห้าสิบกว่าโล เรียกว่าปั่นกันทั้งวันจนเหนื่อย(ดอยทั้งนั้น)คิดว่าต้องหาที่พักกันแล้ว ผมปั่นไปก็อธิษฐานไปขอให้ได้ที่ ๆ พักพอสบาย ๆ เถิดเพี้ยง!!

รูปภาพวาสนาช่วยเราแวะตามบ้านเล็ก ๆ ไม่มีที่พอจะกางเต้นท์กันได้ ก็ลุยฝนกันมาจนเจอเข้ากับสุขศาลาเขตภุแล้ง ขณะนั้นเขามีคนป่วยอยู่พวกเราก็เข้าไปขออนุญาติพักสักคืน พยาบาลประจำสถานีใจดีมาก ๆ ช่วยจัดแจงปัดกวาดสถานที่ให้พวกเราได้กางเต้นท์กัน เอาตรงข้าง ๆ ห้องคนป่วยนั้นด้วยเป็นที่โล่ง โอ...สวรรค์ครับ :) :D

รูปภาพ

รูปภาพเพราะความขี้สงสารที่คุณนายมีแวะอุดหนุนข้างทาง วันนั้นกลายเป็นอาหารมื้อเย็นสบาย ๆ ส่วนเจ้าเกาหลีมีแค่ เส้นมามานำออกมาต้ม คืนนั้นได้ทดลองอาหารฝีมือคนไทยติดใจยกนิ้วให้ อิ่มหนำสำราญกันก่อนนอนก็จิบชาร้อน ๆ สวดมนต์กันก่อนนอนหลับกันเป็นตาย

รูปภาพ

:idea: :idea: คนเป็นลูกศึกษาไว้นะครับ :เครดิตจาก วิกูล โพธิ์นาง (OK nation)...

ในทางพระพุทธศาสนาได้แสดงหน้าที่ของลูกพึงปฏิบัติต่อแม่และพ่อ ๕ ประการ ดังนี้

๑. ท่านเลี้ยงเรามาแล้ว ต้องเลี้ยงท่านตอบแทน ข้อนี้มิได้หมายถึงว่าแม่พ่อเลี้ยงเรามา ก็เพื่อหวังมาเอาคืนในภายหลัง ความรู้สึกนั้นไม่มีแน่นอนกับแม่พ่ออย่างแท้จริง แต่ให้เราคิดว่าถ้าเราไม่เลี้ยงท่านแล้วใครจะเลี้ยง เหมือนเช่นเราครั้งเป็นทารก ถ้าหากท่านไม่เลี้ยงเราใครจะเลี้ยง แม้นปล่อยทิ้งๆขว้างๆก็คงลำบากยากแค้นไปแล้ว

๒.ทำกิจธุระของท่าน งานของท่านที่ได้ทำมาแล้ว และยังคงดำเนินการอยู่ หรือภาระใดๆที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ลูกควรต้องสอบถาม แสดงน้ำใจทั้งช่วยท่านแบ่งเบาภาระ เพราะอายุท่านก็เยอะแล้ว คนอื่นทำก็คงไม่ทำให้ท่านสบายใจได้มากเท่ากับลูกของท่าน

๓.ดำรงรักษาวงศ์สกุล ให้คงอยู่และไม่เสื่อมเสียหาย การได้กำเนิดลูกมาคนหนึ่ง อย่างน้อยก็หวังให้ได้สืบทอดวงศ์สกุล ไม่ให้สังคมได้ดูแคลนว่าลูกบ้านนั้นบ้านนี้ไปทำเสื่อมเสีย จนต้องออกมาถามว่า “ลูกใครหนาช่างเป็นเช่นนี้” การที่จะให้สกุลคงอยู่ได้ลูกจึงต้องคบหาแต่เพื่อนที่ใฝ่ดี ไม่ชักชวนไปในทางเสื่อม โดยเฉพาะต้องทำหน้าที่ของตน ในเบื้องต้นคือเชื่อฟังคำสั่งสอนท่าน เรียนและศึกษาตามหน้าที่อย่างสมบูรณ์ แม้ไปทำงานจะมีครอบครัว ก็ต้องปรึกษาท่านเพื่อให้ได้มาซึงสามีภรรยาที่ดี

๔.ปฏิบัติตนเป็นคนดี เป็นผู้สมควรรับมรดก มรดกสมบัติที่ท่านมีอยู่ สุดท้ายก็มอบให้กับผู้เป็นลูก แต่ก็จะเป็นผู้รับมรดกนั้น ต้องทำตนให้สมควรรับ เพื่อให้ท่านได้สบายใจว่าสมบัตินี้จะไม่สูญไปเมื่อมอบให้ นั้นคือต้องเป็นผู้อยู่ในศีล ในธรรม อย่างน้อยก็ศีล ๕ นอกจากนั้นก็ต้องศึกษาวิชาการที่เหมาะสมกับมรดกนั้นว่า จำเป็นต้องใช้ศิลปวิทยาใดบ้างจึงจะรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ก็ต้องศึกษาเรื่องนั้นๆอย่างเต็มที่

๕.เมื่อท่านล่วงลับ ทำบุญอุทิศให้ เป็นหน้าที่ของลูกโดยตรง ที่จะต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน เพราะนอกจากจะได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแล้ว ยังได้รู้จักบริจาคทาน เข้าหาพระ เข้าหาวัด นี้เองที่จะเป็นสิ่งไม่ให้เราเสื่อมไป แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว


รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:( :( พระนอกรีต โบกรถตร.สภ.บึงกาฬ ระหว่างทางควักขวดเหล้าขึ้นดื่ม จึงพาไปโรงพักจับสึก แต่ไม่ยอมโวยวาย ส่งเข้าห้องขังสงบสติอารมณ์

เหตุพระธุดงค์เมาแล้วถูกตำรวจจับสึกครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 18 พ.ค.58 ร.ต.ท.พิทักษ์ จันตา ร้อยเวร สภ.เมืองบึงกาฬ ได้นำตัว นายคำแสน คงพาน อายุ 48 ปี อดีตพระคำแสน ธีรธัมโม ไปที่วัดภูมิบาลสโมสร หรือวัดกลาง อ.เมือง จ.บึงกาฬ เพื่อเปล่งวาจาลาสิกขากับพระครูอุทัยวรคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เนื่องจากดื่มสุราจนเมามายครองสติไม่อยู่ เอะอะโวยวายด่าทอตำรวจบนโรงพัก ซึ่งนายคำแสนยินยอมเปล่งวาจากล่าวคำลาสิกขาด้วยความเต็มใจ

หลังจากสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จ รองเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬได้ให้ศีล 5 และได้สั่งสอนว่าถ้าชอบดื่มก็ต้องลาสิกขา และอย่ากลับมาบวชอีกให้เสื่อมเสียพระพุทธศาสนา ก่อนจะเดินออกจากวัดยังได้ขอเงินค่ารถจาก ร.ต.ท.พิทักษ์ ร้อยเวร เป็นเงิน 300 บาทเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 พ.ค. ขณะที่ ร.ต.ท.พิบูลย์ สูงกลาง หัวหน้าฝ่ายการเงิน สภ.เมืองบึงกาฬ ได้ขับรถกลับจากไปทำธุระผ่านมาตามถนนสาย 222 บึงกาฬ-ศรีวิไล เขตบ้านกำแพงเพชร อ.เมือง พบพระธุดงค์ยืนโบกรถอยู่ริมถนนจึงหยุดรถรับแจ้งว่าจะไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพหลวงปู่ทองพูล สิริกาโม หรือพระญาณสิทธาจารย์(วิ.) พระเกจิดังของภาคอีสานสายวิปัสสนา ที่วัดภูกระแตที่พึ่งละสังขารไปเมื่อวันที่ 12 พ.ค.58 สิริอายุ 83 พรรษา โดยขอนั่งมาในกระบะรถด้านหลัง ระหว่างทางได้ควักขวดเหล้ายี่ห้อดังออกจากย่ามมาดื่ม ร.ต.ท.พิบูลย์ส่องกระจกมองหลังเห็นตลอดทาง จึงพามาส่งโรงพักเพื่อสอบสวนและพาไปลาสิกชากับรองเจ้าคณะจังหวัด แต่ขัดขืนไม่ยอมสึกแถมด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย จึงถูกควบคุมตัวกลับมาโรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์ จนถึงรุ่งเช้าจึงยอมกล่าวคำลาสิกขาดังกล่าว


พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า พระองค์จะปรินิพพานต่อเมื่อพุทธบริษัท ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ทั้งหลายทั้งปวง คือ พระภิกษุ ทั้งเถระ ทั้งมัชฌิมะ ทั้งนวกะ ภิกษูณีก็เช่นเดียวกัน พร้อมทั้ง อุบาสก อุบาสิกา ทั้งที่ถือพรหมจรรย์ และที่เป็นที่ครองเรือนทั้งหมด ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะรักษาพระศาสนาได้ คือ

(๑) ต้องเป็นผู้มีความรู้ เข้าใจหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ดี และประพฤติปฏิบัติตนตามคำสอน
(๒) นอกจากรู้เข้าใจเอง และปฏิบัติได้ดีแล้ว ยังสามารถบอกกล่าว แนะนำสั่งสอนผู้อื่นได้ด้วย
(๓) เมื่อมีการปรับวาทเกิดขึ้น คือคำจ้วงจาบสอนคลาดเคลื่อนจากพระธรรมวินัย ก็สามารถชี้แจงแก้ไขได้ด้วย

ตอนที่พระองค์จะปรินิพพานนั้น มารก็มากราบทูลว่า เวลานี้พุทธบริษัททั้ง ๔ มีคุณสมบัติพร้อมอย่างที่พระองค์ได้ตรัสเหมือนกับเป็นเงื่อนไขไว้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นว่าเป็นอย่างนั้น จึงทรงรับที่จะปรินิพพานโดยปลงพระชนมายุสังขาร

พุทธดำรัสนี้ ก็เหมือนกับว่าพระพุทธเจ้าทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัททั้ง ๔ แต่ต้องมองให้ตลอดด้วยว่า ทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัทที่เป็นอย่างไร

ที่มา:คัดมาจากหนังสือธรรมะทวิพากษ์ พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตโต)


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

บังเอิญผมเข้าเที่ยวอ่านไปตามเวปป์ต่าง ๆ ไปเจอเข้ากับข่าวพระเมาเหล้า ถูกจับสึกก็นึกขึ้นได้ว่าน่าจะนำมาเสนอไว้ในกระทู้นี้เพื่อแจ้งเตือนว่า ทุกวันนี้พุทธศาสนาของเราคลอนแคลน หมิ่นเหม่ต่อการล่มสลายมาก ๆ เพราะเนื่องมาจากความย่อหย่อนของชาวพุทธเอง กับการรุกคืบของศาสนาบางศาสนาที่จะพยายามให้พุทธะหายไปจากแผ่นดินไทย เป็นหน้าที่ของพุทธสานิกชนที่จะช่วยกันขจัดมาร เหลือบที่แฝงเข้ามาทำลายพุทธศาสนาของเรา ขอชื่นชมตำรวจที่ได้ทำหน้าที่นี้ครับ สมัยรับราชการผมก็เคยจับพระสึกหลายรูปครับ ถ้าพูดตามความจริงแล้วตามธรรมวินัย การสึกหรือสิ้นความเป็นพระมีเพียง ๔ ข้อเท่านั้นดื่มสุรา เมาสุราเป็นโลกาวัชชะครับ(โลกติเตียน)ไม่เข้าขั้นสึก

แต่ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา ๒๙ กำหนดให้พนักงานสอบสวน “มีอำนาจจัดดำเนินการให้พระภิกษุที่ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาสละสมณเพศได้” เมื่อพนักงานสอบสวนและอัยการเห็นว่าไม่ควรปล่อยชั่วคราว สมควรควบคุมตัวไว้ แต่

๑. เจ้าอาวาสที่พระรูปนั้นสังกัด ไม่ยอมรับตัวไว้ควบคุม หรือ
๒. เห็นว่าไม่ควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือ
๓. พระรูปนั้นไม่มีสังกัด หรือเป็นพระจรจัดนั่นเอง

การจัดดำเนินการให้พระภิกษุดังกล่าวสละสมณเพศเสีย ก็เพื่อไม่ต้องการให้พระภิกษุในผ้าเหลืองต้องเข้าไปอยู่ในคุกนั่นเอง


มาเดินทางกันต่อครับ เราพักนอนกันที่สุขศาลากันอย่างสบายอารมณ์ ตื่นเช้ามาอากาศสดใสเพราะเป็นฟ้าหลังฝน สังเกตุเห็นคุณ แดวู มีอารมณ์ดีสดชื่นยิ้มระรื่น หลังจากที่เราทำภารกิจต่าง ๆ เสร็จสิ้นรวมทั้งประกอบอาหารมื้อเช้าเรียบร้อย เราก็ช่วยกันทำความสะอาดสุขศาลาให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยเหมือนเดิม(ดีกว่าเดิม๕๕.) เราก็ออกเดินทาง จุดสูงสุดของดอยลูกนี้คือ ดอยภูแลงกา สูงได้ใจจนเจ้า แดวู ตะโกนร้องเป่าปากมาตลอดทาง ได้หัวเราะกัน ขึ้นถึงยอดภูชมความงามจนอิ่มใจ ต่างคนก็ไหลลงเพื่อเข้าเมืองหงสาต่อไป สนุกมากครับ เส้นนี้เขาเรียกเส้นทางปราบเซียน :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D จากยอดสูงภูแลงกาก็จะไหลลงแบบชันพอควรมุ่งตรงเข้าเมืองหงสา แต่ใช่ว่าจะหมดดอยก็หาไม่ คงมีให้ได้เหนื่อยกันอีก แต่ถือว่าไม่ชันเหมือนภูแลงกา คุณแดวูแห่งเกาหลีดูเหมือนจะถอดใจนอนแผ่หลาริมถนนพร้อมร้องตะโกนเพื่อผ่อนคลาย ก็ดีไปอีกแบบเรียกว่าสลายความเครียด ทดลองทำดูกันครับ(ผมก็เคยทำแต่ต้องแอบทำเกรงคนอื่นจะท้อ)คุณยูรแกก็ทำแต่แกใช้วิธีกู่ก้องร้องเหมือนชะนีก็น่ารักครับ มาเจอร้านค้าข้างทางที่ขายสับปะรดคุณแดวูดิ่งเข้าหา พร้อมเหมา ๕ ลูกปอกแจกทุกคนแดวูคนเดียว ๒ หัวครึ่งแสดงว่าชอบสับปะรดลาวเอามาก ๆ

ไหลลง ปั่นขึ้นจนถึง บ้านนาเปือย(ถ้าไม่ผิด)เป็นจุดแยกที่จะเข้าไปหลวงพระบาง ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางลัดถึงหลวงพระบางแค่ ๖๗ กม.แต่หนทางมหาโหดเคยไปมาครั้งหนึ่ง ที่หลวงพระบางข้ามน้ำโขงตรงตลาด(มุมข้าวจี่กาแฟอาหารเช้าที่ขึ้นชื่อ) จะมีท่าเรือข้ามฝากเป็นเส้นทางที่ยังไม่เปิดการสัญจร คงเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์มีทหารคุมพื้นที่ตั้งด่านรักษาการระดับหมวดอยู่ระหว่างทาง ซึ่งเราก็ได้ขอกางเต้นท์พักนอนที่นั่นด้วยและเส้นทางนี้ผมต้องประสบกับอุบัติเหตุ ตีลังกาทำเอาล้อเป็นเลข ๘ ไปต่อไม่ได้โชคดีที่คนลาวมีน้ำใจช่วยเหลือพาส่งถึงบ้านนาเปือยที่ว่า แล้วเหมารถต่อจนถึงเมืองหงสา เหมารถอีกทอดส่งถึงด่านชายแดนลาว-อ.เฉลิมพระเกียรติ แล้วเหมารถอีกทอดส่งถึงท่ารถ น่าน-เชียงใหม่ ที่ อ.ทุ่งช้าง


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพคงเห็นนะครับตรงจุดนี้ถ้าเราตรงไปก็ทะลุถึงหลวงพระบางใกล้มาก ๆ อีกหน่อยออกจาก อ.เฉลิมพระเกียรติไม่ต้องไปเมืองชัยบุรีแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าหลวงพระบางได้เลยใกล้มาก แต่ก็คงอีกนานครับ สำหรับนักปั่นหากจะใช้เส้นทางนี้ ต้องเตรียมสะเบียงให้พร้อมโดยเฉพาะน้ำ หายากนะต้องอาศัยตามลำห้วยเป็นหลัก ถ้าชอบผจญภัยเส้นนี้ล่ะครับ..ใช่เลย :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพมาทบทวนความหลังกับเส้นทางหฤโหด หลวงพระบาง-หงสา ภาพนี้ออกเดินทางข้ามเรือที่ท่าหลวงพระบาง ครั้งแรกนึกว่าไม่เท่าไหร่ ที่ไหนได้ไม่ธรรมดาน้ำก็ลำบาก อาหารการกินต้องใช้ก๊อกสุดท้าย (มาม่ากับข้าวที่เหลือก้นเป้) ต้มผสมกันแล้วแบ่งกันกินพอประทัง

รูปภาพ

รูปภาพก่อนจะประสบอุบัติเหตุเพียงชั่วโมงเดียว (เก็บภาพเส้นทางช่วงจอดพัก)

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพภาพนี้มานอนรอรถเหมาเข้าเมืองหงสาหลังจากที่ทำแผลเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการใช้วิบากกรรมที่ทำไว้แต่หนหลังอย่างสาสม(ดี..ที่ไม่คอหักตาย๕๕.) และเหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดอีกแล้ว(เชื่อเรื่องกรรมวิบากครับ)สนใจไว้เจอกันก็ถามนะครับแล้วจะเล่าให้ฟัง คงไม่เหมาะที่บันทึกไว้มันเกี่ยวกับความมั่นคงและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ แม้เหตุการณ์มันผ่านนานนับ ๓๐ ปีก็ไม่ควรบันทึก ให้มันติดไว้ที่ใจผมก็พอ :( :(

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
techno00
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 346
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2012, 10:08

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย techno00 »

อ่านเรื่องนี้แล้ว คิดถึงวารสาร ฟ้าเมืองไทย ลุงคงเคยติดตามนะ ...........จักรยานธุดงค์.......... ผมว่านะ กลั่นจากสายเลือด....
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

techno00 เขียน:อ่านเรื่องนี้แล้ว คิดถึงวารสาร ฟ้าเมืองไทย ลุงคงเคยติดตามนะ ...........จักรยานธุดงค์.......... ผมว่านะ กลั่นจากสายเลือด....
:lol: :lol: บอกตามตรงครับเคยอ่านเป็นบางฉบับไม่ได้ติดตามอย่างแฟนประจำครับ..สำหรับธุดงค์จักรยาน เป็นเรื่องจริงเหตุการณ์จริง ที่ผมได้ไปประสบมาและก็มีโอกาสได้นำมาเล่าไว้ ตามที่พ่อ-แม่-ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำไว้แค่นั้นครับ

ขอสารภาพนะครับว่า สมัยเรียนหนังสือสำหรับวิชาภาษาไทย ผมสอบเกือบได้เกือบตกมาโดยตลอด ผมเสียดายจริง ๆ ที่สมัยเรียนหนังสือไม่ได้ให้ความสนใจภาษาไทยเท่าที่ควร จวบจนได้มีโอกาสมานั่งขีด ๆ เขียน ๆ จึงรู้ซึ้งว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่สวยงาม สามารถที่จะให้ความสุขสนุกสนานได้ทุกที่ ถ้าผมเอาใจใส่หรือตั้งใจเรียนเอกไทย เชื่อนะว่าผมคงจะสามารถทำให้ทุก ๆ ท่านได้สนุกสนานยิ่งกว่านี้ ต้องกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยที่ไม่สันทัดจริง ๆ ที่มานั่งขีดเขียนก็เพราะใจ(รัก)อยากได้บุญกุศลครับ หากพลาดผิดต้องกราบแทบเท้าครูภาษาไทยเป็นอย่างสูงครับ :lol: :lol:


เราผ่านสามแยกที่จะไปเมืองหลวงพระบางแล้วก็มุ่งเข้าสู่เมืองหงสา ตลอดทางที่ปั่นผ่านเป็นเส้นทางที่ลาดยางดีแล้ว ปั่นด้วยความสบายแตกต่างกับทางห้วยแลงกาที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง มีคนเล่าให้ฟังนักปั่นทั้งหลายที่ปั่นมาจากด่านชายแดนเมืองเงิน-น่าน จะเข้าหงสาผ่านทะลุไปยังเมืองชัยบุรี ช่วงที่ถึงเมืองหงสา ยังยิ้มระรื่อกันสนุกสนานกันดี เมื่อเข้าภูแลงกาแล้วแต่ละคนเปลี่ยนไปบางคนต้องถอดใจขอตัวช่วย และกว่าจะถึงเมืองชัยบุรีก็ดึกแล้วทุกราย มีผู้ประสบความสำเร็จไม่กี่ราย ใครไปพิสูจน์ได้นะครับ รีบ ๆ ไปอีกหน่อยเจริญแล้วหมดสิทธิ์ครับ :lol: :lol:

เราถึงเมืองหงสายังไม่เย็นมากนัก ยังมีเวลาซักเสื้อผ้าทำอาหารมื้อเที่ยง(กินบ่าย) พักนอนได้คนละงีบเมื่อตะวันบ่ายแก่ ๆ ผมสองคนคุณนายก็ออกไปปั่นชมเมืองและหาซื้ออาหารมาทำกินมื้อเย็นอีก ส่วน ๓ หนุ่มไม่ออกไปคงนั่งสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์อยู่ในเกสต์เฮาส์ที่พัก (เราสองคนตา-ยาย ไม่สนใจที่จะนั่งนิ่ง ๆ อยากชมเมืองมากกว่า) หลังจากเสร็จมื้อเย็นก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อน ก็ทราบว่าคุณแดวู แกขอพักที่เมืองหงสาอีกคืนหนึ่ง(แกบอกเหนื่อยมาก ๆ )ส่วนพวกเราคงไม่แล้วล่ะ ไม่ว่ากันตามสดวก เรา ๔ คนอย่างไรก็ต้องเดินทางแล้ว(ใกล้ถึงบ้านแล้วนี่ )

รุ่งเช้าก็ไม่มีใครอยากออกตลาดเป็นหน้าที่เราสองคนตา-ยาย ที่ปั่นไปชมตลาดและดูบรรยากาศยามเช้าของเมืองหงสา พร้อมซื้ออาหารสดมาทำกินตอนเช้าด้วย คุณแดวูแกแปลกใจ อยู่กับพวกเรามา ๒ คืน ๒ วัน เห็นพวกเราทำอาหารสดกินกันทุกมื้อ แกชื่นชมและอรรถาธิบาย(พยายาม) แบบนี้มีความสุขได้กินกันอิ่มเอม อาหารใหม่สดประมาณนั้น หลังอาหารเช้าพวกเราก็ต่างอำลาคุณแดวู ไม่ลืมที่จะเชิญชวนว่า ถ้าแกไปเมืองไทยก็ โทร ฯ หาก็แล้วกัน

ที่เมืองหงสาผ่านตลาดไปทางเมืองเงินเราจะเห็นโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ เหมือนเหมืองถ่านที่แม่เมาะลำปางมากเลย เราหยุดชมพิจารณากันหลายแง่มุม พร้อมเก็บภาพมาเป็นที่ระลึกกันคนละหลาย ๆ ภาพ ไปชมภาพกันครับ :) :)


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

โครงการเหมืองแร่หงสา มีทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2539 และเริ่มเข้าก่อตั้งบริษัทในพื้นที่ปี พ.ศ. 2545 โครงการประกอบด้วยสองส่วน ส่วนแรก การทำเหมืองแร่เพื่อป้อนลิกไนต์ให้โรงไฟฟ้า ส่วนที่สอง โรงไฟฟ้าถ่านหิน รัฐบาลลาวได้เซ็นสัญญาสัมปทานสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานกับบริษัทหงสาเพาเวอร์เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นมูลค่า 847 พันล้านกีบ

เหมืองแร่และโรงไฟฟ้าลิกไนต์หงสาตั้งอยู่ที่เมืองหงสา ของจังหวัดไชยบุรี ในประเทศลาว ห่างจากใจกลางเมืองหงสาประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนไทย ที่จังหวัดน่านเพียง 30 กิโลเมตรเท่านั้น และห่างจากเวียงจันทน์กว่า 300 กิโลเมตร ลักษณะของเหมืองเป็นเหมืองเปิดคล้ายกับเหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง มีพื้นที่เหมืองประมาณ 76.2 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เหมืองมีลักษณะเป็นป่า มีชุมชนที่จะต้องโยกย้าย จำนวน 6 หมู่บ้าน จำนวน 400 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร กลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ

การทำเหมืองถ่านลิกไนต์ มีผู้ถือหุ้นคือ ลาวโฮลดิ้งสเตสเอนเตอร์ไพส (LHSE) ถือหุ้น 25% ในกิจการเหมืองลิกไนต์ และบริษัท บ้านปูเพาเวอร์ จำกัด (BPP) ถือหุ้น 37.5% ส่วนที่เหลือเป็นของบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) คือ ถือหุ้น 37.5% ส่วนที่สอง โรงไฟฟ้าลิตกระแสไฟฟ้า ลาวโฮลดิ้งสเตสเอนเตอร์ไพส (LHSE) ถือหุ้น 20% และบริษัทบ้านปูเพาเวอร์ จำกัด (BPP) และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ถือหุ้น 40% มีการลงนามข้อตกลงกับบริษัท การก่อสร้างโรงไฟฟ้า 302 พันล้านกีบ (3.7 พันล้านดอลลาร์) มีกำหนดที่จะเริ่มต้นภายในสิ้นปีพ.ศ. 2553

โรงไฟฟ้าหงสาจะเป็นโรงไฟฟ้าลิกไนต์แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในลาว มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,878 เมกะวัตต์ ครอบคลุมพื้นที่ 60 ตารางกิโลเมตร ตามข้อตกลงในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550 ระหว่างรัฐบาลลาวและไทย ลาวจะเริ่มส่งจ่ายกระแสไฟฟ้า 7,000 เมกะวัตต์ ให้ประเทศไทยภายในปีพ.ศ. 2553 สำหรับโรงไฟฟ้าลิกไนต์หงสานั้นมีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้ประเทศไทย โดยบริษัทหงสาเพาเวอร์ จำกัด (HPC) ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในเดือนเมษายนพ.ศ. 2553 จำนวน 1,473 เมกะวัตต์ต่อปี เป็นเวลา 25 ปี ทันทีที่โรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องในปีพ.ศ. 2558 กำลังการผลิตที่เหลือระหว่าง 100-170 เมกะวัตต์ จะถูกจ่ายให้กับการไฟฟ้าลาว Electricite du Laos (EDL) เพื่อใช้ภายในประเทศ กับส่วนที่เหลือจะถูกใช้ในโครงการการทำเหมืองถ่านหิน และการดำเนินงานผลิตไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าหงสาถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2573 จะเริ่มจ่ายไฟจากโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-2 จำนวน 982 เมกะวัตต์ ภายในเดือนพฤษภาคม 2558 และโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 3 จะจ่ายไฟฟ้า 491 เมกะวัตต์ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2559

(ถ่านหิน สกปรกเมื่อขุดมาใช้ ! ถ่านหินเปื้อนเลือดเมื่อละเมิดสิทธิมนุษยชน ! ถ่านหิน ก่อหายนะเมื่อนักการเมืองยัดเยียดให้ประชาชน ! © GREENPEACE 2012 ) : ข้อมูลจาก กรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ



:o :o ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ https://www.youtube.com/watch?v=HEdF45QWqf4 ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ :o :o



:o :o :o :o https://www.youtube.com/watch?v=rvrvZ_L1NF4 :o :o :o :o




:!: :!: :!: :!: :!: :!: :!: :?: :?: :?: :?: :?: :!: :!: :!: :!: :!:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพสังเกตุสีหน้าคุณแดวู ใจจริงแกอยากที่จะเดินทางไปพร้อมกับพวกเราเพราะแกมีเป้าหมายจะเข้าเมืองน่านด้วย แต่แกขอพักอยู่หงสาอีกสักคืนหนึ่ง ผมก็สงสัยนะว่าที่เมืองหงสาแกสนใจอะไรอะไรน๊า พอมาเห็นโรงไฟฟ้าผมจึงร้อง อ๋อ มิน่าแดวู..คงอยากจะสำรวจข้อมูลเรื่องโรงไฟฟ้าแหง๋ ๆ หรือแกเป็นสายลับ เกาหลี :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพออกจากเมืองหงสาผ่านโรงไฟฟ้าขนาดมหึมา เส้นทางมุ่งสู่เมืองเงินเป็นทางลาดยางดีเยี่ยมแต่สูงชัน ๑๐% ทั้งนั้น คดเคี้ยวเลื้อยไปก็เลื้อยมาเพื่อให้ง่ายต่อการสัญจร นี่ถ้าเป็นบ้านเราอย่าหวังจะได้ปั่นสบาย ๆ คงคอชันตั้งเหนือบ่าและหมดแรงกันแน่ ๆ ดังเช่นเส้นทางแม่ฮ่องสอน ถ้ามาเทียบกับเส้นทางนี้น่าจะไม่หนีกัน แต่ของเขาปั่นสบายมาก ไปเรื่อย ๆ แทบไม่รู้สึก สนุกกันคนละแบบ เราถึงจุดสูงสุดแวะชมวิวก่อนจะไหลสู่หมู่บ้าน เป็นช่วงเวลาเที่ยงก็ได้บ้านข้างทางขออาศัยทำอาหาร ได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดี เชื้อเพลิง(แก๊ส)เราหมดแล้วได้อาศัยเตาฟืนของชาวบ้านในการประกอบอาหาร สนุกสนานย้อนยุคอดีตกันเรียกเสียง หัวเราะให้พวกเรา พราะแต่ละคนหน้ามีแต่ขี้เถ้า(เป่าไฟ) ๕๕๕.

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: จากเมืองหงสา-เมืองเงินระยะทางประมาณ ๓๕ กม.และจากเมืองเงิน-ด่านชายแดน ห้วยโก๋นแค่เพียง ๒ - ๓ กม.เท่านั้นนี่ก็แสดงว่าเรากำลังจะกลับสู่มาตุภูมิของเราแล้ว ดีใจครับจะถึงบ้านแล้ว :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”