..
..ตอนใช้ แคนนอน 7D ใหม่ๆผมถ่ายคู่ทั้ง JPEG และ RAW ตลอด โคตรเปลืองฮาร์ดดิสมากๆ ถ่าย RAW แล้วใช้โปรแกรม รูปออกมาเป็น TIFF รูปหนึ่งออกมาโคตรใหญ่เลย รูปละแปดสิบกว่าเม็กนี่แหละ แล้วผมก็เอารูป JPEG ที่ออกมาคู่กันมาแต่ง โฟโตช๊อป ซึ่งรูปมีขนาดเล็กกว่า ผลคือเอามาขยายดู แทบไม่แตกต่างกันเลย ในขณะที่เราทำไฟล์ RAW มันกินเวลาและพื้นที่ฮาร์ดดิส มหาศาล
รูปที่ผมเอามาโชว์ทั้งหมดก็เป็น JPEG ที่ตั้งค่าสูงสุดของกล้อง นะครับ
...
...
ยังไม่มีโอกาส จับ MKIII เทสอย่างจริงจัง แล้วจะเทสให้ดูทั้ง JPEG และ RAW รวมทั้ง ISO สูงๆขั้นเทพ ที่ถ่ายแล้วรูปยังเนียนอยู่ มาให้ชมนะครับ ตอนนี้ยังยุ่งๆอยู่หลายประการ แต่จับคราวๆแล้ว พระเจ้าจอร์ด มันยอดมาก
..
..
สมัยนี้เราอยู่กับเทคโนโลยี่ ที่มันพัฒนาซะเราแทบตามไม่ทัน กล้องรุ่นใหม่ย่อมดีกว่ากล้องที่แพงกว่าเมื่อห้าปีที่แล้วแน่นอน นี่คือเหตุผลที่ราคามันล่วงลงอย่างมโหฬารกับตอนเราซื้อ ผมเป็นช่างอาชีพ ผมได้เงินคืนมาจนคุ้มแล้วครับ ถ่ายไปสองปีเอาไปโยนทิ้งก็ยังคุ้มแล้ว สงสารแต่มือสมัครเล่นที่เล่นกล้องแพงๆแล้วถ่ายน้อยๆซิครับ ไม่มีทางคุ้มค่าเลย
..
..เปรียบเทียบก่อนยุคดิจิตอลนะครับ ผมซื้อกล้องมาใช้ พอใช้งานไปแปดเก้าปี แล้วผมขาย ปรากฏว่าเราขายได้เกินราคาที่ซื้อมาเมื่อแปดปีที่แล้ว เพราะค่าเงินและราคากล้องมันจะขยับขึ้นทุกปี แต่ในขณะเดียวกันกล้องมันก็ยังใช้งานได้ดี และคนก็ยังต้องการ ทำให้มันยังขายได้ เพราะไมมีเทคโนโลยี่ มาเป็นตัวกำหนดที่ทำให้การทำงาน มันล้าสมัย เรียกได้ว่าเอามาถ่ายได้เงินแล้ว ขายออกไปยังกำไรอีก
..ตอนกล้องดิจิตอลออกใหม่ๆ ปี 2001 ผมซื้อ Nikon D1 ราคาเกือบ สองแสน เป็นตัวท๊อปของตอนนั้น การ์ด CF 94m การ์ดละ 12,000 ย้ำนะครับ ว่าซื้อมาจริงๆการ์ด เก้าสิบสี่เมค ของโกดัก
หนึ่งหมื่นสองพันบาท ซื้อมาสองการ์ด เพราะการ์ดเดียวไม่พอถ่ายงาน เสียค่าการ์ดไป สองหมื่นสี่พันบาท ....โอว์พระเจ้า
..
..
แล้วหันมาดูกล้องซิครับ ถ้าเอา นิคอนD1 มาขายตอนนี้ 5000 บาท ผมว่าคนซื้อก็คิดหนักอ่ะครับ ถ้าเทียบกับตอนซื้อมา เกือบสองแสน.....
พระเจ้าจอร์ด เทคโนโลยี่ มันมาพร้อมข้อดี ข้อเสียจริงๆ