......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

thaicom เขียน:...การเล่าเรื่องผมว่า "ลางเนื้อชอบลางยา" เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด เพราะการเล่าในแบบของตนเองจะได้ไม่พะวงว่า
แบบนี้จะถูกใจไหมน้อ กับใครหลายๆคน ทำให้ไม่เข้าถึงอารมณ์ในบางประเด็น เล่าแบบธรรมชาติสไตล์เราดีกว่าครับ

....ในส่วนของรายละเอียดทริปเพิ่มเติมในกระทู้ "พาคุณนายไปทัวร์ริ่ง" ว่างๆ จะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียน นะครับ :D
:lol: :lol: ขอบพระคุณมาก ๆ ครับ...ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ.... ปกติผมก็ไม่คิดที่จะมานั่งขีด ๆ เขียน ๆ อะไรหรอกครับ แต่บังเอิญว่าครูบาอาจารย์ท่านสั่งไว้ครับ "ให้ไปนำศีลธรรมกลับมา..ก่อนโลกาจะวินาศ" ผมก็ งง งง จะไปนำกลับมาได้อย่างไร ขนาดพ่อ แม่ ครูอาจารย์ ยังหมดสิทธิ์ จนมาถึงที่หลวงปู่อุทัย ศิษย์หลวงตาวัดเขาใหญ่ญาณสัมปันโน ท่านเมตตาอรรถาธิบายเรื่อง "แนวทางการเผยแผ่ธรรม" ซึ่งเราปั่นจักรยานอยู่แล้วก็ให้ยึดแนวของจักรยาน ไปแห่งหนตำบลใดให้นำศีลธรรมไป พูดคุย สนทนากับชาวบ้าน กับคนที่เขามีทุกข์ให้คลายทุกข์

อีกหนึ่งแนวคิดคือ คุณ เมธา เปรมแสง แห่งค่าย M.J.Bike นครปฐม ได้ให้ข้อคิดว่าเขามีกระทู้ของเขา อนุญาตุให้ผมเข้าไปเขียนอะไรก็ได้เกี่ยวกับการเดินทางด้วยจักรยาน ในกระทู้ของ M.J.Bike แล้วยังบอกอีกว่า เขียนไป ๆ นาน ๆ เข้าก็จะได้หนังสือเล่มโต ขณะนี้มีแล้ว ๒ เล่มครับ คือ "๒๔๐๐ กม.ลาวใต้กับพี่แดงสารภี" และ "พาคุณนายไปทัวร์ริ่ง" เล่มที่ ๓ ก็คือ "จักรยานธุดงค์" นี้แหละครับ ว่าง ๆ ใครเข้าไปไปเยี่ยมชมได้นะครับ ขอบคุณท่าน "thaicom" ที่ให้ข้อคิดและกำลังใจครับ :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ ดอยที่เห็นอยู่คนละฝั่งน้ำกกครับเรียกว่า บ้านแม่สะลัก ถ้านั่งเรือล่องน้ำกกจะเห็นครับ ที่ท่าแม่สะลักนี้ สามารถเดินทางขึ้นไปยัง ดอยปางกิ่ว และดอยปางชาวาวี ตอนนี้โด่งดังมากกับเรื่อง ชา และ กาแฟ ครับ (ไม่มั่นใจ)ถนนเขาสร้างดีแล้ว? น่าปั่นมากครับใครอยากทดลองไปอาจจะเป็นทีมแรกก็ได้ ครั้งหน้าทีมผมคงไม่พลาดครับสำหรับเส้นทางนี้ (รอหน้าหนาวครับ) :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

แต่ก่อน(๓๐ กว่าปี) ข้ามน้ำ กก ที่ท่าตอนเราผ่าน(จำได้) เข้าห้วยศาลา ที่ห้วยศาลาเลยไปนิดจะมี หาดนางเล่น ซึ่งครั้งนั้นแปลก ๆ ใจ อยู่ชื่อหาดนางเล่น ยังไม่พอมี เมืองงาม ที่เมืองงามนี้มีวัดเก่าแก่(บริเวณเหล่านี้ที่ว่ามาน่าจะเป็นนครเก่าแก่ที่ร้างมานาน) รกร้างหลายวัดมีการขุดได้พระกัน ต่อจากหาดนางเล่นก็บ้านสันต้นดู่ ที่บ้านสันต้นดู่นี้มี รร.ตชด.สมัยนั้นดังมาก เพราะสมเด็จย่าท่านนำแง่งสิบตรีมาติดให้ครูใหญ่ที่นี่ด้วย สาเหตุมาทุกปีครูก็รายงานตัว "ผมพลตำรวจ" มีอยู่ปีหนึ่งพระองค์ทรงสอบถาม "เอ้ายังไม่ได้เลื่อนยศหรือ?" ท่านเลยประดับยศให้ในวันนั้นเลย เดือนร้อนผู้ใหญ่ซิครับ "สมน้ำหน้า" :lol: :lol: โรงเรียนดีเด่นแต่ครูจะโดนขัง แปลกไหม? "ที่นี่ สยามครับ" :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผ่านบ้านสันต้นดู่ก็เข้าบ้านท่ามะแกง แต่ก่อนที่บ้านนี้เคยมีคนฆ่างูเหลือมมาแกล้มเหล้า เชื่อไหมครับ ฉิบหายทั้งบ้าน เรียกว่าไปกันคนละทิศละทาง ชั่วแค่เดือนเดียว แต่ก่อนได้ฟังเขาเล่าก็ไม่เชื่อไปเห็นที่นี่แหละครับ เรื่องลึกลับเหล่านี้บางครั้งเราต้อง "ฟังหูไว้หู" หรือ "ไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่" ปลอดภัยครับ ต่อจากท่ามะแกงก็เป็นบ้านเมืองงาม ที่บ้านเมืองงามนั้นสมัยนั้นเป็นของชนเผ่ากระเหรี่ยง ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ มีคนแก่คนหนึ่งชื่อ "แก่ลิ" คนนี้ไม่ธรรมดาแกมีคาถาอาคมหลาย ๆ อย่าง เช่นหน้าไม้แกท้าให้ยิง(ผมไม่กล้ายิง) หนังสะติกแกก็ถ้าให้ยิง ผมกล้าครับใช้ลูกดินเหนียวยิงไป แกจับได้หมดเลย ไม่น่าเชื่อ ยังมีอีกครับ ลุงทูลิ แกมีคาถา "ก้นตั๋ง" (นั่งแล้วลุกไม่ขึ้น) มีคนเมืองชอบไปเที่ยวเกาะแกะสาวกระเหรี่ยงไปโดนเข้าหลานลุงทูลิ แกเตือนเด็กหนุ่มนั้นแล้วไม่ฟัง แถมยังอวดดี วันหนึ่งก็เลยโดน "นั่งอยู่ที่เดิมไปไหนไม่ได้ ทั้งขี้ - เหยี่ยว เหม็นทั้งบ้าน ต้องให้พ่อ - แม่มาขอขมาและเสียผี จึงลุกได้ สิ่งเหล่านี้เป็นบุญตาของผมที่ได้มาเจอะเจอ จึงสามารถยืนยันให้ทราบว่าของที่โบราณเล่าไว้ "มีจริง" เดี๋ยวนี้คงหายากครับ

ที่หายากเพราะคนสมัยนี้ "ไร้สัจจะครับ" ผมคือตัวอย่าง ทั้งลุงทูลิ และลุงแก่ลิ เขาจะสอนวิชาให้ แต่ผมทำตัวไม่ดีลุงทั้งสองจึงบอกว่า "ของเหล่านี้ถ้าเรียนไปจะทำร้ายตนเอง" เขาเลยไม่สอนให้ผม นั่นเห็นไหม ๆ "สัจจะ คือ ศีลธรรมข้อที่ ๑ ของฆราวาสธรรมนะครับ" :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:( :( ออกจากสามแยกเข้าเมืองงาม เวลาเคลื่อนคล้อยค่ำลง ๆ ผมล่วงหน้าไปก่อนเพื่อหาทำเลที่พัก ตาสอดส่ายหาวัดครับ เจออยู่วัดเป็นลักษณะเหมือนกำลังก่อสร้าง มีบ่อน้ำร้อนด้วย โอ...ดีใจครับจะได้แช่น้ำร้อนสักหน่อย แต่ปรากฏว่าคนเฝ้ามีอาการเหมือน ๆ ไม่ค่อยอยากให้พัก เห็นใจเขาครับก็เดินทางต่อ ไปเจอโรงเรียนจำได้น่าจะเป็น รร.สุขฤทัย ประมาณนี้สถานที่ดีมากครับ ผมเข้าไปติดต่อ ผอ.ยังไม่ทันเจอ ผอ.คุณนายแกถูกนักเรียนพาไปวัด โทร ฯ ตามผมให้รีบไปยังวัดเพราะทั้งสามคนไปรอที่วัดแล้ว

เป็นวัดฝ่ายมหายาน (วัดจีน) แม่ชีเป็นผู้ดูแล ใจดีมากครับ ต้อนรับขับสู้อย่างดี ให้ที่นอน น้ำท่า บริการ แต่เราขอกางเต้นท์ข้างล่างสบายกว่า แม่ชีก็อนุญาตุและเปิดห้องน้ำให้ใช้ กราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ครับ :lol: :lol: ที่นี่มีตุ๊กแกด้วยมัน ร้อง ๖ ครั้งนับกี่ครั้ง ๆ ก็ได้ ๖ ผมชอบใจมากเลยครับ :lol: :lol:


:idea: :idea: ฆราวาสธรรม (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) ประกอบด้วย 2 คำ "ฆราวาส" แปลว่า ผู้ดำเนินชีวิตในทางโลก, ผู้ครองเรือน และ "ธรรม" แปลว่า ความถูกต้อง, ความดีงาม, นิสัยที่ดีงาม, คุณสมบัติ, ข้อปฏิบัติ

ฆราวาสธรรม แปลว่า คุณสมบัติของผู้ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตทางโลก ประกอบด้วยธรรมะ 4 ประการ คือ

1.สัจจะ แปลว่า จริง ตรง แท้ มีความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐาน เป็นคนจริงต่อความเป็นมนุษย์ของตน
2.ทมะ แปลว่า ฝึกตน ข่มจิต และรักษาใจ บังคับตัวเองเพื่อลดและละกิเลส และรักษาสัจจะ
3.ขันติ แปลว่า อดทน ไม่ใช่แพียงแต่อดทนกับคำพูดหรือการกระทำของผู้อื่นที่เราไม่พอใจ แต่หมายถึงการอดทนอดกลั้นต่อการบีบบังคับของกิเสส
4.จาคะ แปลว่า เสียสละ บริจาคสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในตน โดยเฉพาะกิเลสเพราะนั้นคือสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่กับตน ละนิสัยไม่ดีต่างๆ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
thaicom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 935
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2009, 15:26
Tel: 083-6207115
team: ไร้สังกัด แต่บัตรอยู่อุตรดิตถ์
Bike: LA
ติดต่อ:

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย thaicom »

...ผมชอบบรรยากาศการเดินทางแบบนี้จัง ครึ้มๆ แดดร่ม ลมตก
เหมาะแก่การปั่นจักรยาน ขอบคุณที่นำธรรมะมาเผยแพร่ครับ
คนสมัยนี้ไม่ค่อยรักษา สัจจะ ทำให้วิชาเก่าๆ หายไป ;)
เก่งไม่กลัว กลัวขยัน ^_^
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: ต้องขออนุญาตุเล่าซะก่อนที่จะเดินทางกันต่อ "สัจจะ" ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนไร้สัจจะนะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด ความจริงแล้วสัจจะนั้นมันฝังแน่นในหัวใจตลอด แต่ความลึกซึ้งในความหมายมันเกินกว่าที่จะเข้าใจในเวลานั้น เรื่องมีอยู่ว่า "ผมนั้นศรัทธาในวิชาที่ลุงแก่ลิ และลุงทูลิ ได้แสดงให้เห็นจึงได้ขอเรียนจากท่าน มีวันหนึ่งประมาณว่าขึ้น ๑๕ ค่ำ เป็นวันดีที่ผมควรจะเรียนวิชาดังกล่าว ลุงแก่ลิจึงเรียกให้ผมไปหาและบอกว่าจะสอนวิชาทั้งหมดที่มีให้ แต่เราต้องทำพิธีแสดงตัวเป็น อาจารย์+ลูกศิษย์กันก่อน ลุงแก่ลิท่านนั่งลับมีด (ฝนมีด) เป็นมีดดาบยาว ฝนจนคมกริบแบบว่าขลิบผมขาด(คมมาก ๆ ) เมื่อลับมีเสร็จท่านได้มอบดาบนั้นให้ผมถือ แล้วพาเข้าป่า ท่านกำชับห้ามฟันสรรพสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้นนะ

ลุงแกพาเดินเข้าป่ารกทึบแกพาลอดไปตามสุมทุมพุ่มไม้ บางทีผมก็แอบเอาดาบเลาะ ๆ กิ่งที่มันจะทิ่มผม แกพาไปเรื่อย ผมขณะนั้นไม่เข้าใจคำว่า ห้ามใช้ดาบ คงคิดว่าห้ามฟันไม้ต่าง ๆ ประมาณนั้น ผมเดินตามลุงแกไปมือที่กำดาบก็คอยกวัดแกว่งไม่ให้กิ่งไม้หนามไม้มาทิ่มตัวผม จวบจนทะลุออกจากป่า ลุงแกพาผมเดินกลับที่พัก(บ้าน) ไม่พูดอะไรสักคำ ตกตอนเย็นแกเรียกผมไป ผมดีใจนึกว่าคงจะได้เรียน คาถาอาคมแล้วล่ะ ที่ไหนได้ แกบอกว่า ผมละเมิดคำสั่งครูอาจารย์ ขณะเดินไปแอบใช้ดาบฟันนั่นโน่นนี่ ผมก็เถียงนะผมแค่เขี่ยไม่ให้มันถูกตัวเท่านั้น"

ลุงแกก็บอกว่า ครู(แกเรียกผม) อย่าเรียนเลยอันตรายคนที่จะเรียนคาถาอาคม ต้องเป็นคนที่หนักแน่น อดทน น้ำตาไม่ตกถึง ๓ ครั้งเขาจะไม่ใช้วิชานี้เป็นอันขาด แกบอกว่า ผมคงทนไม่ได้อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะใช้คาถาอาคมตลอดไป แบบนี้อันตราย คือเตรียมไปนรกเท่านั้น ลุงแกบอกให้อยู่แบบไม่มีอะไรนี่แหละปลอดภัยกว่า ทั้งนี้รวมไปถึงลุงทูลิ ก็ไม่สอนให้ เป็นอันอดได้วิชา ก็นับว่าเคราะห์ดีครับถ้าผมมีวิชานี้ติดตัว ไม่แน่ นายใหญ่ ๆ กร่าง ๆ ไร้คุณธรรมคงโดนหลายราย ๕๕๕.


ชาวกระเหรี่ยงไม่ได้ร่ำเรียนอะไรมา ศีลธรรมจรรยาสูงยิ่งกว่าคนจบ ป.ตรี ป.โท ป.เอกนะครับ โลกของเขาจึงเป็นโลกของสันติอย่างแท้จริง สา....ธู เรามาเดินทางกันต่อครับ :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: ผมได้พาทุกท่านชมบรรยากาศภายในสถานธรรมของวัดฝ่ายมหายานบางส่วนไปแล้ว ก่อนที่จะผ่านไปยังสถานที่ต่อไป ผมขอแนะนำคำว่ามหายานซึ่งไป Copy มาจากวิกิมีเดีย พิจารณาแล้วพอเข้าใจได้ง่ายครับว่า

"มหายาน (สันสกฤต: महायान, จีน: 大乘; ญี่ปุ่น: 大乗; เวียดนาม: Đại Thừa; เกาหลี: 대승) มาจากธาตุศัพท์ภาษาบาลี-สันสกฤต มหา + ยาน แปลว่า พาหนะที่ใหญ่ เป็นคำเรียกที่อาศัยการเปรียบเทียบ จากคำว่า หีนยาน ซึ่งแปลว่า พาหนะที่เล็ก ๆ มหายานยังมีความหมายว่า “ยานที่สูงสุด” ตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชนฝ่ายมหายาน คำว่ามหายาน ไม่เพียงแต่เป็นยานใหญ่และสูงสุดเท่านั้น หากเป็นยานที่รื้อขนสรรพสัตว์ได้ทุกประเภททุกวัย รวมทั้งสัตว์โลกทุกรูปนาม เพื่อไปสู่พระนิพพาน และยานนี้ยังหมายถึงยานที่จะไปถึงพุทธภูมิ แล้วสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

คำว่า มหายาน จึงเป็นการเปรียบเทียบหมายถึงการขนสัตว์ให้ข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากกว่าสาวกยาน ในคัมภีร์มหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์ คุรุนาคารชุนะ ปราชญ์ฝ่ายมหายาน ได้อธิบายความหมายของมหายานไว้ว่า “พระพุทธธรรมมีเอกรสเดียว คือ รสแห่งวิมุตติ ความรอดพ้นจากปวงทุกข์ แต่ชนิดของรสมี 2 ชนิด คือ ชนิดแรกเพื่อตัวเอง ชนิดที่สองเพื่อตัวเองและสรรพสัตว์ด้วย” อันหมายความว่า ฝ่ายสาวกยานมุ่งเพียงความหลุดพ้นเป็นอรหันต์สิ้นกิเลสเฉพาะตน ไม่มีปณิธานในการโปรดสรรพสัตว์ให้ถึงความหลุดพ้นด้วย แต่ฝ่ายมหายานย่อมมีอุคมคติตรงกันข้าม กล่าวคือ ย่อมมุ่งพุทธภูมิมีปณิธานจะตรัสรู้เป็นพระพุทธะเพื่อขนสัตว์ให้พ้นทุกข์จนหมดสิ้น อธิบายว่า พุทธศาสนิกชนฝ่ายสาวกยานโดยทั่วไปมุ่งแต่สาวกภูมิเป็นสำคัญ ฉะนั้น จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สาวกยาน ส่วนพุทธศาสนิกชนฝ่ายมหายานย่อมมุ่งพุทธภูมิทั้งนั้น จึงมีอีกชื่อว่า โพธิสัตวยาน หรือ พุทธยาน"

ลัทธิฝ่ายมหายานตามการติดตามของผมเองเห็นว่าเขาเผยแพร่พุทธศาสนาไปไกลกว่าฝ่าย หินยายของเรานะครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:( :( เช้าวันนั้นตั้งแต่เราทานอาหารเช้าฝนก็เริ่มเทลงมา เรานั่งรอให้ฝนหยุดก็ไม่หยุดสักที จึงตัดสินใจเดินทางท่ามกลางสายฝน ชาวอีก้อเห็นพวกเราปั่นฝ่าสายฝนแกตะโกน..."สู ๆ ๆ..จะปายหนายกัน" ผมตอบกลับ "ไปเที่ยว" แกหัวเราะคงคิดนะว่า "เออไอ่พวกนี้..ไม่บ้า ก็ บอ" ผ่านด่านตำรวจเห็นมีศาลเพียงตาแฉลบ จย.เข้าไปดูเป็นอนุสรณ์ที่ลูกน้องทำให้เจ้านายคงเป็นที่รักของเขา ชีวิตตำรวจหนึงชีวิตก็เพียงแค่สุนัขล่าเนื้อ ชีวิตนี้ผมผ่านมานักต่อนัก นักรบคุณค่าจะแตกต่างกันที่ สถาบัน ถ้าพวกคุณมาจากสถาบันอันทรงเกียรติ แม้คุณเลวเพียงใดแต่ถ้าตายในสนาม เขาก็นำมายกย่อง ส่วนคุณที่ไร้สถาบันรองรับ คุณก็แค่ได้คำสรรเสริญวันที่เผาหลังจากนั้น ทุกสิ่งหายไปกับสายลมแสงแดด

ปิดทองหลังพระ...จะไม่มีวันชอกช้ำระกำทรวง :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อเราออกเดินทางฝนก็เป็นใจคือแทนที่จะลงหนัก ก็เพราให้ปั่นได้ทางเริ่มชันขึ้น ๆ เส้นทางนี้เรียกว่าโหด หิน มีคนตั้งชื่อให้ว่า ดอยกูจะตาย หมายถึงเมื่อจะข้ามเขตแดนจาก อ.แม่อาย เข้าสู่เขต อ.แม่จัน ต้องผ่านหมู่บ้านสุดท้ายคือบ้านเผ่อีก้อ กิ่วสะไต แต่ก่อนนั้นต้องใช้เวลาเดินจาก เมืองงามมาที่กิ่วสะไตเป็นวัน เคยมากับพระธรรมทูตมาหานักเรียนชาวเขานำไปบวชที่วัดศรีโสดา ได้ไปหลายคนบวชเณรและเรียนหนังสือ มีหลายคนได้ลาสิกขาและกลับมาเป็นตำรวจก็มี และเหลือเป็นพระไม่สึกก็น่าจะพอมี

ช่วงนี้คุณประยูรแกขออนุญาติปั่นล่วงหน้าไปก่อน แกเป็นประเภทปั่นจักรยานรักษาโรค หมอให้กินยาแต่แกปฏิเสธ อาศัยการปั่นให้ถึงจุดเหนื่อยสุด ๆ อาทิตย์ละ ๓-๔ วัน แกเล่าว่ายาไม่ต้องกินก็ไม่เห็นเป็นไร ผมตามแกมาได้ถึงเนินก่อนขึ้นดอยย่าพายก็จอดรถรอลุงป๊อกกับคุณนาย ปรากฏว่าแว่นตาหล่นหายแต่เมื่อใดไม่ทราบ ต้องย้อนกลับไปหาก็ไปพบหล่นอยู่หน้าบ้านคนอีก้อ โชคดีที่ไม่มีใครเห็น ปั่นขึ้นไปอีกรอบได้กำไรแต่ก็ได้ความเหนื่อยสุด ๆ ๕๕๕.


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เรา ๓ คนค่อย ๆ ปั่น จูง เข็น กันกว่าจะผ่านดอยย่าพาย ก็เล่นเอาน้ำลายเหนียวครับ ครั้งแรกสงสารคุณนายว่าจะไหวไหม ? แต่ชื่นชมครับ ขันติ - วิริยะ - เป็นเยี่ยม ไม่บ่นแต่บอกว่า "เห็นสัจธรรมที่ว่า เมื่อเห็นทุกข์จึงเห็น ธรรม" ก็ถามธรรมะที่เห็นได้แก่อะไรบ้าง มองหน้าผมเหมือน ๆ จะโกรธ "ก็ถ้าไม่มี ขันติ วิริยะ มันจะขึ้นมาได้เหรอ" ผมชื่นใจครับที่เห็นคุณนายแกเริ่มเข้าใจว่า "ทุกข์มาได้อย่างไร ตั้งอยู่อย่างไร และจะหายไปอย่างไร" เรียกว่าเห็นทุกข์เห็นธรรมอย่างเป็นรูปธรรม :lol: :lol:

ที่ยอดดอยย่าพายเป็นเขตติดต่อระหว่างเชียงใหม่(ท่าตอน) กับเชียงราย(แม่จัน) คุณประยูรแกไปนั่งจีบแม่ค้า กินไอติมรอพวกเราอยู่แล้ว เราเข้าไปสมทบก็เลือกสั่งกินตามที่คุณยูรแกแนะนำ แม่ค้าใจดีมาก ๆ ปอกสับปะรดที่ปลูกเองมาให้ลองชิม หวานกรอบอร่อย เราต้องขอซื้อและให้แกปอกเพิ่ม เราคุยไปคุยมา ก็รู้ว่า แม่ค้าเป็นแม่หม้าย สามีติดคุกเพราะไปมีเมียน้อยแล้วคงไปร่วมกันค้ายาบ้า ถูกจับได้ "สมน้ำหน้า(แม่ค้าว่านะ)" มีลูกสองคน ตอนนี้การค้าซบเซาไปแต่ก็พออยู่ได้ เพราะอาหารไม่ต้องซื้อปลูกเองกินเอง เงินค้าขายได้เก็บ :o :o


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จากดอยย่าพาย ก็จะเข้าดอยกิ่วจะตาย(กิ่วสะไต) ติดตามกันต่อไปนะครับ :) :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพย้อนกลับมาชมดอยย่าพายก่อนจะไปถึงดอยกิ่วจะตายครับ เมื่อผ่านเส้นความทุกข์หันหลังย้อนกลับมาชม ความภาคภูมิใจมักเกิดขึ้นเสมอ ๆ เช่นกันดอยลูกนี้เป็นที่เรื่องลือ คุณนายก็สามารถผ่านได้แบบไม่ยากเย็น ความมั่นใจกับการเดินทางมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ๆ :lol: :lol:

พวกเราอำลาจากแม่ค้าชนชาวเผ่าอีก้อผู้ใจดี มุ่งหน้าสู่ดอยกิ่วจะตายต่อไป เมื่อเราไปถึงสิ่งปรากฏคือดอยกิ่วจะตายกลับไม่ยากดังที่คิด แพ้ดอยย่าพายอยู่หลายขุมครับ ที่กิ่วสะไตมีด่านตรวจที่ตรงทางสามแยก เราพากันพักเพื่อชมกิจกรรมของบริเวณแถบนั้นเขาทำอะไรกันบ้าง เป็นบรรยากาศปกติของเส้นทางยุทธศาสตร์ มีการตรวจสอบคนผ่านเข้าออกและตรวจรถที่ผ่านไปมา ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ฝนปรอย ๆ ผมย้อนคิดไปถึงอดีตเมื่อ ๓๐ ปีที่ผ่านมาจุดนี้เคยนำกำลังมาคุมเส้นทาง เกือบจะได้ยิงกับกองคาราวานจีนฮ่อ ที่บรรทุกม้าต่างผ่านมาไม่ยอมให้ตรวจ เราจำเป็นต้องบังคับให้หยุดและเปิดการเจรจาขณะเจรจาบรรยากาศตรึงเครียดพอสมควร แต่ก็สามารถผ่านวิกฤตนั้นได้เนื่องจากผมเคยสอนนักเรียนที่ โรงเรียนห้วยไคร้ ทหารจีนมันเคยเห็นมันเรียกผมว่า ต๋าเลาเซอ (ครูใหญ่) พอทราบว่าผมคือครูของลูก ๆ มัน ๆ ก็เลยให้ตรวจค้นผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งใด สงสัยคงเดินทางไปรับที่ดอยแม่สลองพันเปอร์เซ็นต์ :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เราพักอยู่ที่สามแยกกิ่วสะไตพอหายเหนื่อยก็ไหลจักรยานลงไปทางแม่จัน ผ่านน้ำพุร้อนบ้านป่าตึง อยากจะแวะเข้าไปแช่น้ำร้อนแต่เวลายังพอไปได้อีกไกล เราประมาณกันว่าน่าจะถึงดอยหลวง จึงตกลงไม่แวะปั่นผ่านเลย ระหว่างทางมีร้านอาหารเปิดขายเราเลือกร้านที่พอสั่งได้ เป็นคนมาจากอีสานมาได้ภรรยาที่แม่จัน มาเปิดร้านอาหารทำอาหารตามสั่ง เรียกว่าอร่อยพอใช้ได้ทีเดียว หลังจากที่ทานอาหารเรียบร้อยก็มุ่งหน้าสู่แม่จัน ถึงสามแยกแม่จันที่ถนนไฮเวย์ปั่นเส้นบายพาสเข้าแม่จัน เลี้ยวขวาไปทางเชียงแสน ช่วงนั้นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว เราเห็นศาลาเหมาะที่จะต้มกาแฟเติมสารเสพติดให้กระปี้กระเปร่า ไม่รอช้าทำตามที่ใจสั่ง และหลังจากที่เสร็จกิจก็ออกเดินทางต่อ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพเห็นว่าตะวันบ่ายคล้อยแล้วเวลานี้ควรเป็นเวลาที่ต้องหาที่พัก ผมทำหน้าที่หาที่พัก มองหาที่สัปปายะไม่มีสักที่ วัดที่เห็น ๆ ส่วนใหญ่เป็นวัดบ้านชั่งใจแล้วเกรงว่าจะได้รับการปฏิเสธ ก็เลยผ่านไปหลาย ๆ วัด จนมาเจอเข้ากับวัด จีน ความประทับใจที่เราได้นอนวัดจีนเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ผมตัดสินใจเข้าไปสนทนากับท่านเจ้าอาวาส เป็นพระจีนพูดไทยได้พอสมควร ท่านมีเมตตาสูงมาก ท่านสอบถามและตรวจสอบผมเล็กน้อยเช่น "จะปฏิบัติธรรมแบบไหน" ผมก็อธิบายว่า "พวกเราคือพวกที่เตรียมตัวตาย เราปั่นจักรยานเพื่อปฏิบัติธรรม เราจึงชอบที่จะนอนวัด ช่วงเย็นเราจะมีการสวดมนต์นั่งภาวนา ช่วงเช้าเราชอบจะทำอาหารถวายพระ ฯ " ท่านเจ้าอาวาสพอทราบอย่างคร่าว ๆ ท่านรีบดำเนินการจัดแจงให้พวกเราเลือกสถานที่จะนอนตรงไหนที่ใด ตามสบาย ขออย่างเดียวอย่าให้เป็นที่เดือดร้อนพระเป็นใช้ได้ เราพากันสำรวจรอบวัด ปรากฏว่าเป็นสถานที่ศึกษามีพระนักเรียนอยู่เป็นร้อยองค์ คุณนายเห็นว่าคงไม่เหมาะ(ไม่เต็มใจพัก) ผมจึงตามขึ้นไปบอกลาท่าน เดินทางต่อไป :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รู้สึกได้ว่าอารมณ์ขุ่นพอควร เรื่องมากจัง(คุณนาย)ท่านเจ้าอาวาสอุส่าห์เมตตาอนุญาต และให้พระเณรลงมาจัดการ แต่เมื่อเห็นว่ามวลสมาชิกไม่แฮปปี้ ผมก็ถือโอกาสฝึกใจของตัวเองไม่ให้ขุ่นข้องหมองใจ เก็บไว้ข่มไว้และพยายามฝืน แต่จิตใจนะครับมันพลอยจะยักลงต่ำเสมอ ๆ ถ้าไม่ทดไว้จะกลายเป็นอกุศลจิตได้ (ช่วงนั้นเกิดการต่อสู้ระหว่าง ดี - เลว )ใจหนึ่งอยากปั่นไปให้ถึงดอยหลวงซะเลยให้สะใจ แต่อีกใจหนึ่งก็สงสารลูกทีมถ้าเราทำอย่างนั้นความสุขในทีมไม่เกิดแน่นอน สุดท้ายปั่นไปคิดไปค่อย ๆ ตล่อมจิตให้ลงสู่ความเมตตาให้มาก ๆ ประกอบกับฝนเริ่มจะตก ผมตัดสินใจปั่นเข้าไปที่วัดป่าแดงผ่านศึก (ถ้าเจ้าอาวาสมีปัญหาแน่นอนถึงดอยหลวงครับ) เป็นความโชคดีท่านเจ้าอาวาสอยู่องค์เดียว ท่านมีปฏิปทาที่น่าสนใจ ท่านให้ความอนุเคราะห์และเข้าใจเจตนาพวกเรา ให้พวกเราพักนอนได้เต็มที่ ท่านเปิดวัดให้ตามสบาย สรุปคืนที่สามนี้พวกเราพักนอนที่วัดป่าแดงผ่านศึก รุ่งเช้าได้ทำอาหารถวายท่านและร่วมถวายปัจจัยในการบูรณะซ่อมแซมวัดกับท่าน ก่อนอำลาเดินทางมุ่งเข้า อ.เชียงของ ต่อไป :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ รูปภาพ

:lol: :lol: สารภาพตามตรงวันนั้นผมมีอารมณ์กับคุณนายพอสมควร แต่ต้องกดข่มไว้วัดจีนที่นั่นน่าศึกษามากครับ ถ้าได้นอนปฏิบัติธรรมที่นั่นคงได้ความรู้อะไรเพิ่มเติมอีกมาก แต่คุณนาย+ลุงป๊อกได้ไปเดินสำรวจทุกซอกมุมแล้วลงความเห็นว่าไม่สัปปายะโดยให้เหตุผลว่า "พระนักเรียนมีเป็นร้อย คงไม่สดวกแน่นอน" ส่วนใจผมนั้นไม่ได้หวั่นไหวหรือเป็นเพราะความอยาก?? :) แต่อย่างไรเสียก็ผ่านวิกฤตนั้นมาได้ ก็เพราะการรู้จักข่มใจและตรองเหตุผลก็เห็นว่าความคิดเขาก็ถูกของเราก็ถูก แต่เขาน่าจะถูกมากกว่าเราหรือความคิดเราอาจจะผิดก็ได้ ย้ำที่ตรงนี้นะครับ จักรยานส่วนใหญ่แล้วเป็น "ปัจเจกชน" ถ้าไม่คิดถนอมน้ำใจกันรับรองครับปั่นกับใครไม่ได้ ต้องรู้จัก "ยอมครับ" :) :D

รูปภาพรูปภาพรูปภาพความจริงแล้วผมเห็นวัดป่านี้ก่อนแล้วแต่ปรากฏว่าต้องปั่นเข้าไปอีกหลายกิโล อีกประเด็นฝนตั้งท่าจะเทลงมาเป็นห่าใหญ่ ก็เลยตัดใจไปที่วัดป่าแดงผ่านศึก ก็ไม่ผิดหวังพอไปถึงฝนก็เทลงมาพอดี ผมทิ้งให้คุณยูรรอคุณนายและลุงป๊อกที่ปากทางเข้าวัด ส่วนผมปั่นเข้าไปในวัดก่อน เมื่อ ๓ คนตามหลังมาก็ปรากฏว่าได้ลุยฝนมาจนถึงวัด เมื่อถึงได้รับการต้อนรับจากท่านเจ้าอาวาส ทุกคนก็ลืมความทุกข์ทั้งมวล ครับชีวิตก็เป็นแบบนี้ สุข-ทุกข์คละเคล้ากันไป คุณนายและลุงป๊อกคงรู้ว่าผมมีอารมณ์ รุ่งเช้าทั้งสองต่างชื่นชมผมว่ารักษาอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมมาก :lol: :lol:

เราออกจากวัดอำลาท่านเจ้าอาวาส ก่อนอำลาได้ถวายปัจจัยบำรุงวัดเป็นค่าน้ำค่าไฟและค่าร่วมการก่อสร้าง ตามแต่ท่านจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับศาสนา ต่อไปจุดหมายวันนี้ของพวกเราคือ อ.เชียงของ ครับ :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

8 ปีครูจูหลิงที่จากไป...กับโศกนาฏกรรมร้ายที่ยังไม่จบบริบูรณ์ เขียนวันที่ วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม 2558 เวลา 21:04 น.เขียนโดย สุเมธ ปานเพชร (สำนักข่าวอิศรา )

เมื่อเอ่ยถึงชะตากรรมครูชายแดนใต้ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับความรุนแรง ณ ดินแดนปลายด้ามขวานตลอด 11 ปีที่ผ่านมาแล้ว คงไม่มีใครลืมเรื่องราวของ ครูจูหลิง ปงกันมูล


รูปภาพ

8 ม.ค.ที่ผ่านมา ชาว จ.เชียงราย ก็ยังร่วมจัดงานรำลึก 8 ปีการจากไปของครูจูหลิง ซึ่งเป็นชาว ต.ปงน้อย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ต่อเมื่อสำเร็จการศึกษาเธอจึงได้เดินทางไปสอนหนังสือ เป็นครูสอนศิลปะที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วถูกผู้ก่อเหตุรุนแรงรุมทำร้ายที่บ้านกูจิงลือปะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2550

ผลพวงจากการเสียชีวิตของครูจูหลิง ไม่ได้มีเฉพาะการจัดงานรำลึกถึงเธอ ณ ดินแดนบ้านเกิดเท่านั้น แต่ในพื้นที่ชายแดนใต้ก็ยังมีเหตุการณ์เชื่อมร้อยโยงถึงครูจูหลิงเป็นข่าวอยู่เนืองๆ เช่น เมื่อกลางเดือน ธ.ค.57 ทหารพรานได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นและยิงปะทะกับกลุ่มติดอาวุธต้องสงสัยในพื้นที่ อ.ระแงะ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีความมั่นคงได้ 2 คน หนึ่งในนั้น คือ นายบารูวัน บากา ชาวบ้านกูจิงลือปะ ซึ่งมีประวัติเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีจับตัวและกรุ้มรุมทำร้ายครูจูหลิง

โศกนาฏกรรมของครูสาวชาวเหนือที่ต้องมาสละชีวิตถึงปลายสุดด้ามขวาน จึงยังสะท้อนก้องไปมาในรูปแบบต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ชายแดนใต้ให้ได้ระลึกถึงอยู่ตลอด

ย้อนรอยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครูสาวไทยพุทธเมื่อ 8 ปีที่แล้วนั้น เริ่มต้นจากช่วงเช้าของวันที่ 19 พ.ค.49 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองจำนวนกว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมพื้นที่บ้านกูจิงลือปะ เนื่องจากสืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงทหารเสียชีวิต 2 นายที่สถานีรถไฟลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้าน

ผลจากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน คือ นายอับดุลการีม มาแต และ นายมูหะมะสะแปอิง มือลี พร้อมยึดอาวุธปืนพกสั้นขนาด .45 ได้ 1 กระบอก และนำตัวทั้งสองไปสอบปากคำ พร้อมถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากหมู่บ้านกูจิงลือปะ

เวลาเที่ยงวันเดียวกัน เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีเสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียงในหมู่บ้านให้ผู้หญิงไปรวมตัวกันที่หน้าโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ ทำให้มีสตรีในหมู่บ้านไปรวมตัวกันเกือบร้อยคน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ ครูจูหลิง และ ครูสิรินาถ ถาวรสุข สองครูสาวไทยพุทธกำลังทานอาหารอยู่ที่ร้านข้างๆ มัสยิดพอดี

จากนั้นก็มีหญิงชาวบ้านหลายคนกรูเข้าจับตัวครูสาวทั้งสอง แล้วนำตัวไปขังไว้ที่ห้องเก็บของภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห่างจากโรงเรียน 300 เมตร

การจับตัวครูสาวทั้งสองคนของกลุ่มสตรีบ้านกูจิงลือปะ เพื่อเป็นข้อต่อรองให้ปล่อยตัว นายอับดุลการีม มาแต และ นายมูหะมะสะแปอิง มือลี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวนเมื่อช่วงเช้า

ระหว่างที่ครูจูหลิงและครูสิรินาถถูกขังอยู่นั้น ผู้หญิงในหมู่บ้านอีกกลุ่มหนึ่งและบรรดาเพื่อนครูได้พยายามเจรจาขอร้องให้ชาวบ้านปล่อยตัวครูสาวทั้งสองคน แต่ก็ไม่เป็นผล ซ้ำร้ายในช่วงเวลาเดียวกันยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ใช้ผ้าคลุมปิดบังใบหน้า บุกเข้าไปทำร้ายครูสาวทั้งสอง โดยใช้ไม้ทุบตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและสลบไป

ต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้เข้าไปเจรจาพูดคุยกับชาวบ้าน จนสามารถช่วยเหลือและนำครูสาวทั้งสองออกมาได้ ก่อนจะรีบนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส แต่อาการสาหัส ต้องส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ครูสิรินาถอาการเบากว่า เธอจึงหายเป็นปกติ แต่ครูจูหลิงอาการสาหัสมาก เนื่องจากถูกตีด้วยไม้เข้าที่ศีรษะ สมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ระหว่างรักษาตัว ครูจูหลิงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และยังได้รับกำลังใจมากมายจากประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ

แต่แล้วเมื่อเย็นวันที่ 8 ม.ค.50 ครูจูหลิงก็จากไป สุดความสามารถที่คณะแพทย์จะยื้อชีวิตเอาไว้

รูปภาพ

และก็อย่างที่เกริ่นในตอนต้น แม้เหตุการณ์จะผ่านไปนานถึง 8 ปีเต็ม แต่เรื่องราวที่เกี่ยวกับครูจูหลิงยังไม่จบ โดยเฉพาะคดีความต่างๆ

พ.ต.ท.เฉลิม ยิ่งคง รองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช (รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.นครศรีธรรมราช) ซึ่งเคยเป็นพนักงานสอบสวน สภ.ระแงะ และเคยรับผิดชอบคดีครูจูหลิงมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุ เล่าให้ฟังว่า หากย้อนไปถึงคดีในตอนนั้น มีผู้ถูกออกหมายจับทั้งหมด 58 ราย ได้เข้ามอบตัวและควบคุมตัวได้ 27 ราย จึงได้ทำสำนวนส่งอัยการและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง คดีจึงไปอยู่ในชั้นศาล และอยู่ในกระบวนการของศาล จนประมาณปี 54 ศาลตัดสินยกฟ้อง เนื่องจากไม่มีประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ

"ในตอนนั้น สำนวนคดีที่ส่งอัยการมีข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกาย หลังจากอัยการสั่งฟ้องและเข้าสู่กระบวนการศาล ก็จะเป็นการสืบพยาน ในขั้นตอนนี้ใช้เวลานานมาก จนสุดท้ายแล้วไม่มีพยานหลักฐาน โดยเฉพาะประจักษ์พยาน ทำให้ศาลยกฟ้อง จำได้ว่ามีเพียงคนเดียวที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 3 เดือน ฐานเป็นผู้ที่พูดผ่านเครื่องขยายเสียงปลุกระดมให้คนมารวมตัวกัน ส่วนรายอื่นๆ ที่ถูกออกหมายจับในคดีเดียวกัน และมีบางรายถูกจับได้ภายหลัง ก็ต้องดำเดินการเหมือนกันในข้อหาเดียวกัน เมื่อศาลยกฟ้องก็จบ ขณะที่บางรายเสียชีวิตไปก่อน ก็ต้องจำหน่ายคดีไป" พ.ต.ท.เฉลิม ระบุ

ขณะที่ พ.ต.ท.สมใจ สิงเกลี้ยง พนักงานสอบสวน สภ.ระแงะ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดีต่อจาก พ.ต.ท.เฉลิม กล่าวว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีในชั้นศาลไปแล้ว และศาลได้ตันสินยกฟ้อง ทำให้คดีก็สิ้นสุดไป มีประมาณ 30 ราย ทั้งที่มอบตัวสู้คดีตั้งแต่ต้น และเป็นที่ผู้ถูกติดตามจับกุมตามหมายจับได้ในภายหลัง รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตระหว่างดำเนินคดี

"คดีนี้ก็ยังคงมีผู้ที่ถูกออกหมายจับอีก 20 ราย และยังคงหลบหนีอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีหมายจับในคดีอื่นๆ รวมอยู่ด้วย ทำให้ต้องหลบหนีการจับกุม หากถูกจับกุมได้ต้องนำตัวมาดำเนินคดีตามกระบวนการเช่นเดียวกัน เพราะคดีนี้มีอายุความ 20 ปี"

เรื่องราวความรุนแรงที่เกิดกับครูจูหลิง แม้จะผ่านมากว่า 8 ปีแล้ว และได้รับการคลี่คลายไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ถือว่าจบบริบูรณ์


ขอร่วมไว้อาลัยและรำลึกถึง คุณครูจูหลิง ขอวิญญาณสู่สุขคติในสัมปรายภพครับ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

นึกถึงครูจูหลิง จุกตรงที่คอหอย พวกเรา ตชด.เจ็บปวดกันมากครับ...ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี...แต่เรารู้ !! ตาต่อตา:ฟันต่อฟัน ( :(

รูปภาพรูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: ก็เป็นที่แปลกใจคนที่ปฏิบัติธรรมทำไมรุนแรง กรณีคำว่า "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ก็ขออนุญาตุชี้แจงครับ ภาษานี้เป็นภาษาที่สมัยผมยังคงจับปืนเฝ้าชายแดน(ทำหน้าที่) ณ เวลานี้หันมาทำหน้าที่ของความเป็นมนุษย์จะไม่ใช้แล้วคำนี้คงเปลี่ยนเป็น "สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม" แผ่เมตตาให้ทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำขอให้อโหสิกรรมแก่กันและกัน จบการพยาบาทแก้แค้นซึ่งกันและกัน เกิดภพใดชาติใดก็ขอให้ได้พบพระพุทธศาสนา เพื่อจะได้บำเพ็ญบารมีไม่ให้ชีวิตต้องเป็นทุกข์(ไปนิพพานกันให้หมด) :) :D

เรามาเดินทางกันต่อครับที่ดอยหลวง ผมติดใจคำว่ากาแฟดอยหลวง ซึ่งเคยไปซื้อมาไว้ชงทานที่บ้านมันหอมอร่อย เขาก็เล่าให้ฟังแต่สัญญาความจำได้หมายรู้ผมก็ยังติดดอยหลวงเชียงรายแถวเชียงของ(เคยอยู่นาน) เห็นร้านกาแฟก็เลยเข้าไปสอบถามเพื่อจะหาซื้อติดไป ก็ได้รับคำบอกว่าขณะนี้กำลังปลูกเป็นพัน ๆ ไร่แต่ผลผลิตยังไม่ออกคาดว่าปลายปีนี้คงได้ชิม ส่วนกาแฟที่นำมาขายเป็นของจากที่อื่น แสดงว่าดอยหลวงคนละดอยหลวง(หายข้องใจครับ)

เราเดินทางกันด้วยความสุขสนุกสนานเพราะเส้นทางนี้น่าปั่นจริง ๆ ขอแนะนำครับไม่ผิดหวังธรรมชาติยังมีให้ชื่นชมรถลาก็ไม่พลุกพล่านอากาศดีมาก ๆ เจอศาลาข้างทางเราก็อดที่จะแวะพักให้หายเหนื่อย โชคดีครับผมเจอจักรยานอาชีพคือ เขาปั่นจักรยานบรรทุกเครื่องมือทำสวน(จอบ มีด คราด)เข้าไปขายตามในหมู่บ้านเรียกว่า Direct sale น่าสนใจครับเข้าไปคุยด้วย แกเล่าว่าพออยู่ได้เลี้ยงปากท้องไปวัน ๆ แต่จะให้มีเงินพอเก็บไม่มีอยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นยังคิดไม่ออก :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

พักทานผลไม้ขนมนมเนยจนพอใจก็ออกเดินทางชมธรรมชาติไปเรื่อย ๆ ช่วงนี้ต่างคนต่างปั่นไม่สนใจกันเพราะแต่ละจิตมีจริตต่างกัน การเก็บภาพตามมุมมองก็แตกต่างกัน มีคุณประยูรคนเดียวที่ไม่สนใจการถ่ายภาพ แต่แกมุ่งมั่นใจการปั่นอย่างเดียว(ไม่ว่ากัน) แต่แกจะปั่นนำแต่ไม่ทิ้งพอได้ระยะแกก็จะวนกลับมารับพวกเรา :lol: :lol: ปั่นจนได้เวลาอาหารเราก็เจอร้านถูกใจแวะไปสั่งอาหาร คุยไปคุยมาเป็นคนเชียงใหม่ ย้ายถิ่นฐานมาทำมาหินที่แถบนี้เป็นเด็กวัยรุ่นเรียนจบแล้ว ย้ายตามแม่ที่รับราชการครู มาเปิดร้านอาหาร ก็พออยู่ได้

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ออกจากร้านอาหารก็มุ่งหน้าเข้า อ.เชียงของ ก่อนจะถึงแยกเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง มีร้านขายเสื้อผ้ากีฬา เห็นก็สนใจแวะเข้าไปชม และถือโอกาสพักด้วย เจ้าของร้านเป็นคนสารภีบ้านเดียวกัน ดีใจที่เจอกันสอบถามที่อยู่แกอยู่แถว ๆ หน้าอำเภอห่างจากบ้านผม ๔ กม.แม้ไม่รู้จักกันแต่เป็นคนย่านเดียวกัน ถือเป็นคนพลัดถิ่นย่อมดีใจเป็นธรรมดามีเรื่องคุยกันมากมาย จะเหมือนคนไทยต่างแดนที่เห็นคนไทยด้วยกันมักจะดีใจ กระโดเข้าคุยกันเป็นนานสองนาน ประมาณนั้น

เจ้าของร้านยังมีน้ำใจจัดหากล้วยน้ำหว้า ไอส์ครีมมาเลี้ยงพวกเรา ขอได้รับคำขอคุณครับ ไปครั้งหน้าจะไปแวะเยี่ยมอีกนะ :lol: :lol:
รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

พักดื่มน้ำทานไอส์ครีม,กล้วยที่ร้านขายส่งเสื้อและชุดกีฬา คนบ้านเดียวกัน(สารภี)นำมาเลี้ยงต้อนรับ(ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน)เป็นน้ำใจที่สุดจะบรรยาย คุณนายคุยกับแม่ค้าสนุกสนานจนเวลาล่วงเลยไปพอสมควร ก่อนที่จะอำลาจากแม่ค้าสัญญาว่ากลับถึงบ้าน จะได้ไปบอกเล่าให้ญาติ ๆ ของแม่ค้าฟังว่าเจอกันแล้วเขาฝากความคิดถึงมานะ (ประมาณนั้น) ออกจากร้านมุ่งตรงเข้า อ.เชียงของ จะไปหาที่พักแถว ๆ ในเมือง ช่วงที่กำลังปั่นออกมาได้สัก ๑๐ นาทีจักรยานของคุณนายก็เจอแจ็กพอต(ยางรั่ว)ไปเหยียบเอาเศษลวดเย็บกระดาษ ต้องจอดเปลี่ยนยางใหม่ ในขณะกำลังเปลี่ยนยาง มีเพื่อนนักปั่นเป็นคนสุรินทร์เลี้ยวจักรยานเข้ามาทักทาย แกเล่าว่าพึ่งกลับมาจากเมืองจีนแกก็เล่าการเดินทางคร่าว ๆ ให้ฟังแกตั้งใจไปให้ถึงต้าลี่ - ลี่เจียง แต่ไม่ถึงเนื่องจากมีปัญหาหลาย ๆ อย่างเช่นเดียวกับที่เราไปประสบมา (หัวอกเดียวกัน) ได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก โอกาสหน้าไม่แน่อาจได้ปั่นร่วมกัน คุยกันสักพักแกขอตัวจะไปขึ้นรถทัวร์กลับเชียงใหม่ไปเยี่ยมลูก แล้วค่อยกลับสุรินทร์ เราเสร็จจากการเปลี่ยนยางก็เดินทางต่อ บังเอิญโชคดีผ่านหมวดการทาง จึงตัดสินหักรถเลี้ยวเข้าไปขอพัก เจ้าหน้าก็บริการอย่างดีเราเลือกทำเลกางเต้นท์ ซักผ้าบ้าง ประกอบอาหารมื้อเย็น ชำระร่างกายกว่าจะได้ทานมื้อเย็นก็เข้าใต้เข้าไฟแล้ว เราหาที่นั่งทานให้ได้บรรยากาศครับ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ก่อนนอนเราสวดมนต์แผ่เมตตาและนั่งภาวนาเอาบุญกันก่อนนอนเพื่อให้หลับอย่างเป็นสุขครับ ช่วงตีสามผมตื่นมาหากำไรด้วยการเดินจงกรมและนั่งสมาธิรอเวลาจนตี ๕ คุณยูรตื่นมาสมทบพร้อมขอชงกาแฟซดแต่เช้า ซึ่งผมเตรียมน้ำร้อนไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ประมาณหกโมงเช้าเราก็ตื่นกันหมด คุณนายเริ่มประกอบอาหารแบบง่าย ๆ หลังจากเรียบร้อยก็เก็บสัมภาระเตรียมออกเดินทาง

ขออุตริสักนิดครับ (มันแปลกดี)เช้านี้ขณะจงกรมมีตุ๊กแกออกมาร้องดักหน้าเส้นทางจงกรม มันร้อง ๙ ครั้งกี่ครั้ง ๆ ก็ ๙ ผมก็นึกไปถึงที่นอนปางมะขามป้อม ร้อง ๕ ที่ศาลเจ้าร้อง ๖ ที่วัดป่าแดงผ่านศึกร้อง ๗ ที่หมวดการทางนี่ร้อง ๙ เกิดอารมณ์ครึ้ม ๆ อยากลองวิชาก็ Line กลับไปบ้านเชียงใหม่เล่าให้เขาฟังแล้วตบท้ายว่า งวดนี้ขอให้ระวัง ๕๖๗ นะเชิญตามสดวกสบาย (ตัวผมเองเลิกเด็ดขาดมา ๒๐ กว่าปีแล้ว)กำชับว่าถ้าจะเล่นให้อุดหนุนรัฐบาลนะ แล้วอย่าไปหวังรวย เอาแค่พอซื้อของนิด ๆ หน่อย ๆ หลังจากที่กลับจากทริปปรากฏว่า หวยออก ๓ ตัวล่าง ๕๖๗ จริง ๆ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เราพากันออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่ด่านเพื่อข้ามไปฝั่งห้วยทราย เพื่อจะเดินทางเข้าเวียงภูคา ตามเป้าหมาย ก่อนถึงด่านจะมีเมืองใหม่ที่นักลงทุนไปสร้างเป็นตลาดการค้าใหญ่โต คงเรียนแบบมาจากโรงเกลือที่ชายแดนเขมรนั่นแหละ คุณนายกับผมแวะไปหาซื้อแก็สกระป๋องเพิ่ม เกรงว่าจะไม่พอเพียงได้มาอีก ๒ แพค (๖ กป.) ลุงป๊อกกับคุณยูรไปรอที่ด่านแล้วถึงด่านเราก็ทำกรรมวิธีข้ามแดน มีชาวฝรั่งต่างชาติพากันข้ามไปฝั่งลาวเยอะมากครับวันนั้น

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: อำเภอเชียงของ(จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) คำขวัญ หลวงพ่อเพชรคู่เมือง ลือเลื่องปลาบึกหาดไคร้ แหล่งผ้าทอน้ำไหล ประตูใหม่อินโดจีน

ข้อมูลทั่วไป : พื้นที่ 836.9 ตร.กม. ประชากร 62,691 คน (พ.ศ. 2557)ความหนาแน่น 74.90 คน/ตร.กม.

อำเภอเชียงของ (คำเมือง: Lanna-Chiang Khong.png)[1] เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ลักษณะภูมิประเทศพื้นที่ราบ สลับกับเทือกเขา มีพื้นที่ด้านทิศตะวันออกบางส่วนติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งฝั่งตรงข้ามคือ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่หลายเชื้อชาติ เช่น ไตลื้อ ขมุ ชาวมูเซอ แม้ว เย้า โดยกลุ่มไทลื้อโดยมากจะอาศัยอยู่ที่ บ้านห้วยเม็ง และบ้านศรีดอนชัย อพยพมาจากทาง สิบสองปันนา ทางตอนใต้ของประเทศจีนปัจจุบันยึดอาชีพเกษรตกรเป็นหลัก เคยทำสวนส้มกันจนมีชื่อเสียงโด่งดังแต่ปัจจุบันด้วยโรคภัยเยอะชาวบ้านเลยเลิกทำสวนส้มไปหลายราย หันไปทำไร่ข้าวโพดเหมือนกับชาวบ้านใกล้เคียงแทน เชื้อชาติขมุตั้งอยู่ที่บ้านห้วยกอกเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีประชากรไม่มากนัก ประชากรในอำเภอเชียงของโดยส่วนมากทำอาชีกเกษรตกรรม เช่นทำนา ไร่ข้าวโพด สวนส้ม สวนลิ้นจี่ สวนส้มโอ และพืชผักต่างๆเป็นต้น

มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น น้ำตกห้วยเม็งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาพื้นที่บ้านห้วยเม็งสามารถเดินทางไปได้โดยออกจากตัวอำเภอเชียงของมุ่งหน้าไปทางอำเภอเชียงแสนจากตัวอำเภอระยะทาง 3 กิโลเมตรจะถึงหมู่บ้านห้วยเม็ง เลี้ยวซ้ายเข้าไปผ่านหมู่บ้าน ระยะทางอีกประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพเส้นทางเป็นลูกลัง โดยผ่านตามแนวเขาไปยังน้ำตก เหมาะแก่การเดินเท้าสัมผัสธรรมชาติ และปั่นจักรยาน สำหรับรถยนต์ต้องเป็นรถกระบะถึงสามารถเข้าไปยังน้ำตกห้วยเม็งได้ โดยตัวน้ำตกจะมี 2 ฝั่งคือฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือปลายฝนต้นหนาว

จากตัวอำเภอเชียงของมุ่งหน้าไปทาง อ.เชียงแสน ประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึงที่ตั้งของสวนป่าห้วยทรายมาน มีจุดชมวิว 2 ฝั่งของระหว่างไทย - ลาวได้พื้นที่ติดน้ำโขงบริเวณตัวอำเภอเชียงของจะมีการสร้างถนนเรียบน้ำโขงเริ่มตั้งแต่บ้านหาดไคร้ไปถึงบ้านหัวเวียงนักท่องเที่ยวสามารถแวะชมบรรยากาศริมโขงได้ ท่าจับปลาบึกทุกวันที่ 17-19 เมษายน บริเวณท่าจับปลาบึก (ลานหน้าวัดหาดไคร้) จะมีการบวงสรวงและจับปลาบึกซึ่งหาดูได้ที่เดียวในโลก ปัจจุบันการล่าปลาบึกจะล่าได้ปีละครั้งในช่วงเดือนเมษายนของทุกปีเพื่อเป็นการอนุรักษ์ปลาบึก การล่าจึงทำเพื่อเป็นการสืบทอดการล่าปลาบึกให้คงอยู่ตามประเพณีของชาวบ้านหาดไคร้ และช่วงสงกรานต์บริเวณท่าปลาบึก(ลานหน้าวัดหาดไคร้)และท่าเรือบั๊กจะจัดงานมหาสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ทุก ๆ ปี สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์มีมากมาย เช่น กล้วยอบเนยศรีลานนา ผ้าทอศรีดอนชัยที่มีการสืบทอดมาแต่โบราณจากบรรพบุรุษของชนชาวไตลื้อสามารถแวะชมได้ที่และศูนย์ผ้าทอไทลื้อตำบลศรีดอนชัย และสินค้าหัตถกรรมบ้านสถาน ศูนย์หัตถกรรมบ้านสถาน

ในทุกปีช่วงเดือนเมษายน บริเวณแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของชาวบ้านจะลงไปเก็บไก (สาหร่ายน้ำจืดที่เกิดในแม่น้ำโขง เป็นชื่อเรียกของคนในพื้นที่) โดยจะนำมาตากแห้งบนคา (ชนิดเดียวกับที่ใช้มุงหลังคา) โดยอาจจะมีใส่เครื่องปรุงเช่น งา ข่า ตะไคร้ ต่าง ๆ ลงไป สามารถนำมาทอดกิน รสชาติหวาน กรอบ ปัจจุบันนำมาจัดเป็นสินค้าโอทอป

ปัจจุบัน อำเภอเชียงของเป็นอำเภอที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเริ่มให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น สิ่งก่อสร้างที่พักอาศัยเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณบ้านหัวเวียง จะมีที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวที่มายังอำเภอเชียงของสามารถข้ามไปยัง เมืองห้วยทรายได้ที่ท่าเรือบ้านหัวเวียง สามารถทำหนังสือเดินทางชั่วคราวเพื่อข้ามไปท่องเที่ยวได้และสามารถใช้พาสปอร์ตข้ามได้เช่นกัน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือจากท่าเรือบ้านหัวเวียงล่องน้ำโขงไปยังเมืองหลวงพระบางได้ ทุกๆเย็นวันเสาร์จะมีการจัดงานถนนคนเดินที่ชาวบ้านในพื้นที่จะนำพืชผล ผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมา มาจำหน่ายกันยังบริเวณถนนสายหลักตั้งแต่บ้านวัดแก้วไปจนถึงบ้านหัวเวียง นักท่องเที่ยวสามารหาซื้อของฝากที่ผลิตในท้องถิ่นได้ในวันดังกล่าว
:) :D

เนื่องจากเราข้ามฝั่งไปห้วยทรายสายมากแล้ว จะเดินทางต่อไปให้ถึงเวียงภูคาไม่น่าจะทัน เราก็คิกคำนวณนะครับ จะอย่างไรดี ตามไปนะครับคืนนี้เราจะนอนกันที่ไหน



https://www.youtube.com/watch?v=OHv-y_6mJYw จะนอนไหนเอย..... :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
sompong39
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2664
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 08:33
Tel: 0981019695
team: แอบขี่ ...
Bike: แม่บ้าน พับ หมอบ ภูเขา ทัวร์ริ่ง

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย sompong39 »

สุดยอด!!!!!!!!!
___H__
_/\ \
/\__\\__ __\
| | "" | |''''||`
~~~""""`"""""`~~* ความรัก..คือ อะไร .....
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

sompong39 เขียน:สุดยอด!!!!!!!!!
ผมคิดไม่ออกครับว่า สุดยอด คือ ? แต่ผมมี"สุดยอด" เป็นแบบใน VDO.ที่นำเสนอนี้ น่าทึ่งและถือว่า "สุดยอดจริง ๆ " แน่นอนคงเห็นด้วยกับผมนะครับ ขอบพระคุณมากครับที่เข้ามาร่วมเป็นสีสันและเป็นเกียรติแก่กระทู้ครับ ขอบพระคุณอีกครั้งครับ เชิญชมรวมคริปสุดยอดได้แล้วครับ :lol: :lol:

.........https://www.youtube.com/watch?v=y1tD6iFCBq4......................

.........https://www.youtube.com/watch?v=EPQ1UB1nrWk......................


เป็นอย่างไรบ้างครับรวมคลิปสุดยอด ถือว่าสุดยอดจริง ๆ เขาทำได้อย่างไรนะ นั่นนะซิ ตานี้มาเรื่อง "ลับสุดยอดของผมครับ" ยินดีนำมาเล่าสู่กันฟัง เรื่องนี้เป็นเวลา ๓๐ กว่าปีมาแล้ว(หมดอายุความ)ที่ไม่เคยแพร่งพรายให้ใครได้ทราบนอกจากคนใกล้ชิดสนิทกันเท่านั้น มาเชียงของทีไรผมต้องแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร เสมอ ๆ เพราะผมมีวีรกรรมโหดกำลัง ๕ ละทิ้งไว้ที่เมืองนี้หลายกระทง ที่ถือเป็นบาปกรรมหนักที่สุด และนี่ก็อีกหนึ่งวีรกรรมครับ

ก็คือ การทำร้ายทำลายชีวิตสัตว์โลก แต่วันนั้น เวลานั้น ความมั่นคงของชาติบ้านเมือง และชีวิตประชาชนสำคัญกว่า ทั้ง ๆ ที่เป็นการปิดทองหลังพระเราก็ยินดีทำ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เวียตนาม-ลาว มีกำลังและขีดความสามารถในการแทรกซึมบ่อนทำลายมาก ฐานปฏิบัติการของพวกเรามักถูกโจมตีบ่อยครั้ง รวมทั้งประชาชนก็ไม่ปลอดภัย จึงมีการคิดกันขึ้นจะแก้ไขอย่างไร ผมได้รับคำสั่งให้ไปเป็นผู้บังคับหมวดประจำทีฐานบ้าน โจโก้ อ.เชียงของ และมีคำสั่งลับให้ผมรีบแก้ไขจะด้วยวิธีใดก็ตามต้องรีบทำ ทำแบบเงียบที่สุดไม่มีใครรู้จนถึงทุกวันนี้(ผมรับกรรมนั้นมาแล้วครับอย่าเลียนแบบนะ)

เมื่อได้รับคำปรารภจาก"นาย" ผมจัดกำลังที่ใจถึงเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว คอยเฝ้าตรวจชายแดนและเป็นหน่วยเพชรฆาตุ เรียกว่าไร้เงาจริง ๆ เราสืบสวนสอบสวนจนได้ข่าวเชื่อได้เต็ม ๑๐๐% ว่าบุคคลเหล่านี้คือบ่อนทำลายเป็นสายให้ฝ่ายตรงกันข้าม และคอยส่งสะเบียงให้ข้าศึก เราก็จะส่งวิญญาณเขาขึ้นไปหายมบาลโดยวิธีการต่าง ๆ แบบแนบเนียนที่สุด ทำไปได้สักไม่กี่รายปรากฏว่าเหตุการณ์กลับสู่ภาวะสงบสุขอย่างคาดไม่ถึง จนหลาย ๆ ฝ่ายแปลกใจ มีครั้งหนึ่งถึงขั้นกระทบความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน(ห้วยทราย) ผมถูกย้ายด่วนภายใน ๒๔ ชั่วโมง (สงสัยฝ่ายตรงข้ามรู้กลยุทธของเรา ๕๕๕.)ใครอยากรู้ละเอียดลึกกว่านี้เจอผมสอบถามได้ผมยินดีเล่าให้ฟังครับ และนี่ก็คือ "ตา:ตา,ฟัน:ฟัน" และนี่คือการปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง ไม่มีชื่อเสียงไม่มีรางวัล มีแต่ความภูมิใจ ภูมิใจที่เราทำให้บ้านเมืองประชาชนกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติสุขได้ คิดถึงทุกทีก็ภาคภูมิใจทุกครา ถามมีใครรู้บ้างไหม? คำตอบมีแต่คนสงสัยแค่นั้น :lol: :lol:


:) :D นักรบทางโลก=ตาต่อตาและฟันต่อฟัน : นักรบทางธรรม=อภัย อโหสิกรรม (สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม,ใครทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือเลวก็ตาม ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ๆ สืบไป,และไม่มีใครใหญ่เกินกรรม :lol: :lol:

พวกเราทำกรรมวิธีข้ามแดนจากฝั่งไทยไปฝั่งลาว เราขออนุญาตุว่าจะปั่นข้ามสะพานสักครั้งจะได้ไหม เพื่อเป็นอนุสรณ์ครั้งหนึ่งเคยได้ปั่นมาแล้ว ก็ได้รับคำตอบ ไม่ได้ แม้เราจะพยายามเล่าว่าที่ เวียงจันทร์พวกเราปั่นข้ามยังได้เลย เจ้าหน้าที่แอบกระซิบผมครับว่า "เจ้านาย อีกไม่นานก็คงได้ปั่นข้ามหรอก ตอนนี้คงหาทุนคืนก่อน" ฝั่งไทยปัญหาน้อยครับแต่ฝั่ง สปปล.ลาว นี่ซิเราต้องรักษากฏกติกาไว้ ผมเข้าใจครับแต่ก็ถามไปแบบนั้นแหละเผื่อ ฟลุคไง :lol: :lol:

ค่ารถข้ามสะพานคนละ ๒๕ บ.แต่จักรยานนี่ซิคันละ ๑๐๐ บ.นะครับ แค่นี้คุณ ๆ ทั้งหลายคงคิดได้นะครับ ภาคธุรกิจเขารู้จักฉวยโอกาสซึ่งแตกต่างกับภาครัฐบาลมาก จย.นาน ๆ จะมากันสักที มาทีก็ไม่กี่คัน เรียกว่าถัวเฉลี่ยเป็นเดือนก็ได้หลายตังว่างั้น เราข้ามไปถึงฝั่งลาว เราต้องถูกรีดเงินเป็นค่าเหยียบแผ่นดิน(ไม่เข้าใจ) อีกคนละ ๔๐ บ.ถ้าเป็นดอลล่าร์ก็ ๑ ดอลล์ เราจ่ายเงินดอลล์คนละ ๑ ดอลล์ดีกว่าถูกกว่า หลังจากที่เสร็จจากกรรมวิธีเข้าเมืองแล้วพวกเราก็ปั่นเข้าไปยังห้วยทราย คุยกันครั้งแรกจะนอนที่ห้วยทรายเที่ยวห้วยทรายสักคืนก่อน แต่โรงแรมที่เราเคยนอนเต็มถูกจองโดยฝรั่งทั้งนั้น จึงตัดสินใจปั่นมุ่งหน้าเข้าเวียงภูคา ตกลงว่าถึงไหนก็นอนนั่นกันเลย

เราไม่ลืมที่จะแวะที่ท่ารถเพื่อหาข้าวกินกัน ได้ร้านกาแฟที่ร้านนี้ก็เป็นสาวลาวที่ไปได้สามีเป็นคนไทย อยู่สารภีด้วย เราก็เลยได้รับความสะดวกด้วยประการทั้งปวง ขณะที่นั่งทานข้าวนั้นก็มีการปรึกษาหารือกัน ถ้าสมมุติว่าเรามีรถส่งเราถึงเวียงภูคาคงดีเป็นแน่ เอาไหมล่ะ ปรากฏว่าเป็นเอกฉันท์ลุงป๊อก คุณประยูร ปั่นทางนี้หลายรอบแล้ว(เบื่อดอย๕๕) ส่วนผมต้องการให้คุณนายได้ปั่นเพื่อรสชาด แต่ถูกสองท่านโน้มน้าวให้ไปรถดีกว่า ขบวนการตัดสินใจก็เริ่มขึ้น คิดว่าถ้าเรานอนที่ห้วยทรายเราเสียค่าห้อง ๑๐๐๐-๒๐๐๐ บาท ถ้าเราเหมารถได้ไม่เกิน ๒๐๐๐ พันให้ถึงเวียงภูคา รุ่งเช้าปั่นเข้าหลวงน้ำทาเป็นหนทางที่ดีแน่ ๆ ได้ความดังนั้นเราก็นั่งทานข้าวต่อไป ไม่รู้อีท่าไหนมีคนรถเข้ามาประสานจะอาสาไปส่งเขาขอค่าน้ำมัน ๒๕๐๐ บาท เราก็พูดกันเล่น ๆ ว่า ๑๕๐๐ ไปไหม สุดท้ายลงเอยกันที่ ๒๐๐๐ บาท.เป็นการเหมาลำไปเลย รถก็ใหญ่นั่งสบาย เขารอเรากินข้าวจนเสร็จจึงได้พาเรามุ่งหน้าถึงเวียงภูคา สรุปนกขมิ้นทีมนี้คืนนี้ได้นอนที่เวียงภูคา ตามโปรแกรมครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

คำสอนสมเด็จพระสังฆราช(สมเด็จพระญาณสังวร สกลมหาสังฆปริณายก )
ตนรักชีวิตของตน สะดุ้งกลัวความตายฉันใด สัตว์อื่นก็รักชีวิตตนและสะดุ้งกลัวความตายฉันนั้น ฉะนั้น จึงไม่ควรฆ่าเอง ไม่ควรใช้ให้ผู้อื่นฆ่า อนึ่ง ตนรักสุขเกลียดทุกข์ฉันใด สัตว์อื่นก็รักสุขเกลียดทุกข์ฉันนั้น จึงไม่ควรสร้างความสุขให้ตนเองด้วยการก่อความทุกข์ให้แก่คนอื่น


.......https://www.youtube.com/watch?v=ZOneriHO65Y..............

:lol: :lol: :lol: จงอย่าทำและอย่าคิดทำ กรรมตามสนองแน่ ๆ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
sompong39
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2664
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 08:33
Tel: 0981019695
team: แอบขี่ ...
Bike: แม่บ้าน พับ หมอบ ภูเขา ทัวร์ริ่ง

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย sompong39 »

ขอบคุณสำหรับคลิปน้าแดง ส่งให้ครับ แต่ใจยังชอบการเดินทาง ด้วยจักรยาน ผมจะปั่นลงทางสายใต้^^
___H__
_/\ \
/\__\\__ __\
| | "" | |''''||`
~~~""""`"""""`~~* ความรัก..คือ อะไร .....
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

sompong39 เขียน:ขอบคุณสำหรับคลิปน้าแดง ส่งให้ครับ แต่ใจยังชอบการเดินทาง ด้วยจักรยาน ผมจะปั่นลงทางสายใต้^^
:lol: :lol: ใจตรงกันเลยครับ ทีมน้าแดงก็มีแผนที่จะปั่นลงใต้ โดยจะเริ่มที่ประจวบหรืออาจจะเป็นที่สุราษฏร์เข้าระนอง-พังงา-ภูเก็ต-สตูล-หาดใหญ่-สงขลา-ชุมพร-ประจวบ (อยู่ในใจเรียบร้อย)

แต่ที่แน่นอนกลางเดือนพฤศจิกายนหลังออกพรรษาแล้ว เรามีแผนเดินทางไประยอง-เขมร-เวียตนามใต้-กลาง-เหนือ-ลาว- ประชุมปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแต่ ๒๐ ส.ค.๕๘ ที่บ้านลุงป๊อกครับ :) :)


รูปภาพ

รูปภาพเป็นการปรึกษาหารือและแสวงข้อตกลงใจ สุดท้ายสรุปเป็นเอกฉันท์ ออกเดินทางกลางเดือน พ.ย.๕๘ แน่นอนกำหนดระยะเวลาน่าจะ ๓๐ วัน + - ๕ ครับ :) :D

รูปภาพ

รูปภาพและนี่คือแผนการเดินทางโดยเริ่มต้นที่ จ.ระยอง(นั่งรถจาก ชม.) - ตราด - คลองลึก-เขมร-โฮจิมินซิตี้-ดานัง-ฮานอย-ซาปา-เดียนเบียนฟู-เมืองขวา-หลวงน้ำทา-เชียงของ-เชียงใหม่ ทริปนี้เป็นทริปเปิดใครคิดว่าร่ำรวยแล้ว(เวลา)จะร่วมเดินทางด้วยเรายินดีครับ แต่ต้องอยู่ในกฏกติกาของ "รักรถรักธรรม" นะครับ คร่าว ๆ ง่าย ๆ เบื้องต้นคือ งดเว้นอบายมุขทั้งหมดทั้งสิ้น สวดมนต์ภาวนา แค่นี้คงไม่ยาก?? :) :D

...........https://www.youtube.com/watch?v=UgeGb3MZUWk...
ชีวิตคือการเดินทางแสวงหาโมกขธรรม :o :?


....https://www.youtube.com/watch?v=rBVSKBwVTdk :lol: :lol:
เพราะชีวิตก็คือชีวิต :) :D

............https://www.youtube.com/watch?v=5T9Mi2CgE4I..........
ถ้าชีวิตคือการเดินทาง :lol: :lol:


............http://www.thaiticketmajor.com/Travel-N ... -3401.html ชีวิตคือการเดินทาง เพื่อแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ขัดเกลากิเลสของตนเองตามแนวพระธุดงค์ซึ่งชีวิตฆราวาสหมดสิทธิ์ที่จะทำได้ แต่เราก็มีหนทางโดยอาศัย "ปัญญา" เป็นตัวชี้นำ การประยุกต์ใช้คือ ปัญญา คนธรรมดาถ้าไปเดินเป็นพระธุดงค์ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่นานติดคุกครับ แต่ถ้าประกอบเข้ากับจักรยาน คุณสามารถเดินทางไปทุกหนทุกแห่ง ในคราบนักท่องเที่ยว(Touring)ปลอดภัย ดังนั้นยามที่คุณ จักรยานธุดงค์ ต้องดำรงสติมั่นในอุดมการณ์ของแนวทางไว้ อย่าหลงเพลิดเพลินไปกับ กาม อันจะพาให้จิตเสื่อม ถดถอยระวัง ๆ :lol: :lol:

..........https://www.youtube.com/watch?v=XDMOg1M ... พระโสดาบัน ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว ค่อย ๆ สั่งสมบารมีกันไปเรื่อย ๆ ครับอย่าลืมว่าชีวิตนี้มีแต่ ทุกข์ ปฏิบัติธรรมก็อย่าให้มันทุกข์ นะครับ :lol: :lol: [/b]
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
sompong39
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2664
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 08:33
Tel: 0981019695
team: แอบขี่ ...
Bike: แม่บ้าน พับ หมอบ ภูเขา ทัวร์ริ่ง

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย sompong39 »

:shock: โห เจ๋งอะน้าแดง เดินทางได้ขนาดนี้ ลงใต้เมื่อไหร่บอกด้วยครับ งบเท่าไหร่ อาจจะขอแจมด้วย :mrgreen:
___H__
_/\ \
/\__\\__ __\
| | "" | |''''||`
~~~""""`"""""`~~* ความรัก..คือ อะไร .....
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

sompong39 เขียน::shock: โห เจ๋งอะน้าแดง เดินทางได้ขนาดนี้ ลงใต้เมื่อไหร่บอกด้วยครับ งบเท่าไหร่ อาจจะขอแจมด้วย :mrgreen:
:) :D ได้ครับแต่ช่วงในพรรษานี้ไม่ไปไหนครับ ถ้าไปคงทริปสั้น ๆ ๒-๓ คืนครับ ยินดีต้อนรับครับ :) :D

รูปภาพรถและโชว์เฟอร์ที่ไปส่งพวกเราที่ เวียงภูคา อายุเท่ากับลูกชายเขาขออนุญาตุเรียกคุณนายว่า "แม่" ใจดีครับ แม่ก็แม่ โอกาสหน้าคุณแม่ต้องเรียกใช้บริการอีกแน่นอน ๕๕๕.

รูปภาพรีสอทร์ที่เจ้าลูกชาย(โชเฟอร์)พาไปนอน ราคาถูกได้ใจ คืน ๑๖๐ บาท :) :D

รูปภาพถึงรีสอร์ทเวลายังเหลือ ต้มกาแฟสดกันตามนิสัย(ไม่ดี) :lol: :lol:

รูปภาพซักผ้าอีกต่างหาก :lol: :lol:

รูปภาพ

:) :o :( เราใช้เวลาในการพักผ่อนซักผ้า เก็บของเสร็จเรียบร้อยผม+คุณนาย+คุณประยูร ก็พากันไปเที่ยวกาดแลง(ตลาดเย็น)ของเวียงภูคา ไปหาซื้อวัตถุดิบพวกผักสดผลไม้ต่าง ๆ มาไว้ทำอาหารมื้อเย็น ที่เวียงภูคานี้ถือเป็นเขตชนบทจริง ๆ ตลาดเราจะได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของที่นั่น บอกได้คำเดียวว่าน่าสงสารมาก ๆ ครับ ชาวบ้านส่วนใหญ่ค่อนไปทางยากจน มาก ๆ สิ่งของที่นำมาวางขาย คุณนายแทบจับไม่ได้ ผมต้องเตือนว่าสิ่งใดพออุดหนุนเขาได้ก็อุดหนุนไป อีกอย่างเราต้องนำไปผ่านความร้อนก่อน ดังนั้นไม่ต้องกลัวหรอก แต่ก็อย่างว่าครับคุณนายผมนี่ เรื่องนี้พิถีพิถันมากสรุปไปก็เกือบจะไม่ได้อะไร

มิหนำซ้ำยังไปเห็นภาพแสนจะน่าสงสารคือ ชาวบ้านไปยิงนกตัวเล็ก ๆ มัดรวมกันเป็นพวง ๆ ละ ๒๐ บาท คุณนายแกไม่มองเลยดึงแขนผมเดินหนีด่วน และกำชับภาพพวกนี้ห้ามนำมาเผยแพร่ สงสารพวกเขาไม่ควรนำเขามาประจาน มันเป็นวิถีชีวิตที่น่าสงสารจริง ๆ ผมรับปากครับ(ทุกท่านก็เลยอดชมภาพที่เขาว่า เด็ด ๆ ๕๕) ต้องขออภัยครับ

ไปอยู่ตลาดไม่นานก็รีบกลับ แล้วมาทำอาหาร ช่วงที่ทำอาหารผมได้สำรวจที่พักเห็นเจ้าของ ทำอบแห้งลูกกฤษณาขายให้กับตนจีน มีชาวจีนมากำกับดูแลการอบแห้ง เขาบอกจีนเอาไปทำยา(แกยังให้ลูกอบแห้งแก่ผมให้นำมาต้มเป็นชาซด อร่อย หอมครับ) แต่ก่อนเราคิดว่ากฤษณานำไปกลั่นเป็นน้ำหอมอย่างเดียว ไม่ใช่นะครับ ตอนนี้ที่ลาวกำลังขายดีมีเท่าไหร่ไม่อั้น น่าสนใจนะครับ ชมการทำอุตสาหกรรมกฤษณาเสร็จก็มาสมทบกับทีมเพื่อเติมพลังมื้อเย็น ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน คืนนี้ผมกับคุณนายสวดมนต์สองคน(แยกบ้านกันครับ) :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพรูปภาพ :idea: :idea: กฤษณา:กฤษณา ชื่อสามัญ Eagle wood, Agarwood, Aglia, Aloewood, Akyaw, Calambac, Calambour, Lignum Aloes

กฤษณา ชื่อวิทยาศาสตร์ Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Aquilaria crasna Pierre) จัดอยู่ในวงศ์กฤษณา (THYMELAEACEAE)

สมุนไพรกฤษณา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สีเสียดน้ำ (บุรีรัมย์), ตะเกราน้ำ (จันทบุรี), ไม้หอม (ภาคตะวันออก, ภาคใต้), ไม้พวงมะพร้าว (ภาคใต้), กายูการู กายูกาฮู กายูดึงปู (ปัตตานี, มาเลเซีย), เซงเคง (ภาษากะเหรี่ยง), อครุ ตคร (บาลี), ติ่มเฮียง (ไม้หอมที่จมน้ำ) (จีน), จะแน, พวมพร้าว[1],[2],[3],[5] ปอห้า (คนเมือง), ชควอเซ ชควอสะ

ไม้กฤษณา จัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ข. และไม่อนุญาตให้ทำการตัดฟัน (เฉพาะในป่า) จึงมีการลักลอบตัดเพื่อนำแก่นไม้หอมมาขาย ทำให้ไม้กฤษณานั้นใกล้จะสูญพันธุ์เข้าไปทุกที โดยไม้ในสกุล Aquilaria มีอยู่ด้วยกันประมาณ 15 ชนิด มีการกระจายพันธุ์ทั่วไปในแถบเอเชียเขตร้อน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงฟิลิปปินส์ ในเอเชียใต้ในประเทศอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา ภูฐาน รัฐอัสสัม เบงกอล รวมทั้งกระขายพันธุ์ไปทางเอเชียเหนือไปจนถึงประเทศจีน

:o :o ในตำรายาที่เข้ากฤษณามีอยู่หลายชนิด เช่น ยากฤษณากลั่นตรากิเลย สรรพคุณช่วยบำบัดอาการปวดท้อง จุกเสียดแน่นท้อง หรือยาหอมที่เข้ากฤษณาก็มีอยู่ด้วยหลายขนานหลายยี่ห้อ ซึ่งมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ช่วยแก้ลมวิงเวียนหน้ามืดตาลาย คลื่นไส้อาเจียน มีอาการอ่อนเพลีย บำบัดโรคปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้อาการจุกเสียด ขับลมในลำไส้ เป็นต้น เช่น “ยาหอมสุคนธ์โอสถตราม้า” ซึ่งประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญดังนี้ กฤษณา กานพลู โกฐหัวบัว โกฐพุงปลา ชะเอม ชะมด พิมเสน สมุลแว้ง อบเชย ฯลฯ หรือใน “ยอหอมตรา 5 เจดีย์” ซึ่งประกอบไปด้วย กฤษณา กานพลู โกฐกระดูก โกฐสอ เกล็ดสะระแหน่ ชวนพก พิมเสน โสยเซ็ง อบเชย ฯลฯ หรือใน “ยาหอมทูลฉลองโอสถ” ที่ประกอบไปด้วย กฤษณา โกฐสอ โกฐเชียง ฯลฯ หรือใน “ยาหอมหมอประเสริฐ” ซึ่งประกอบไปด้วย กฤษณา เกล็ดสะระแหน่ จันทร์เทศ ผิวส้มจีน ฯลฯ หรือใน “ยาหอมตราเด็กในพานทอง” ที่ประกอบไปด้วย กฤษณา กานพลู โกฐหัวบัว ดอกบุนนาค สมุลแว้ง ฯลฯ เป็นต้น



.........https://www.youtube.com/watch?v=IMx8b5I ... พลาดชมครับ...... :) :D

.........https://www.youtube.com/watch?v=CYXZn-zkr-c...... :) :D


จากการบอกเล่าของ จรูญ ดำเที่ยงป้อม อดีตลูกจ้างศูนย์เพาะชำกรมป่าไม้ จ.ปราจีนบุรี ผู้เคยยึดอาชีพหาไม้กฤษณามากว่า 30 ปี แต่ปัจจุบันหันมาเป็นลูกจ้างในบริษัทปลูกต้นกฤษณาแทน ระบุว่าการหาไม้กฤษณาของชาวบ้านที่นี่ลดน้อยลงไปจากอดีตมีผู้หาไม้กฤษณา มากกว่า 30 คน ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 10 คน แต่ยืนยันว่าการลักลอบหาไม้กฤษณายังมีอยู่

“เมื่อ 2 เดือนก่อนใน อ.กบินทร์บุรี มีคนหาไม้แก่นขายไปได้ 250,000 บาท เป็นไม้เกรดซูเปอร์” ผู้มีประสบการณ์หาไม้กฤษณาบอกเล่าและว่า การลักลอบของคนไทยไม่น่ากลัวเท่ากับคนชาวเขมร

ตอนนี้ข้ามเขามาทางป่าประจันตคามกันเยอะ เจ้าหน้าที่ตรวจตราไม่ทั่ว เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ ไม่ชำนาญเส้นทาง และการหาไม้กฤษณาของเขมรจะเก่งกว่าคนไทย จะเลือกเฉพาะไม้ที่เป็นเกรดซูเปอร์จริง ๆ คือไม้ที่มีเนื้อสีดำทั่วมีน้ำมันมากราคาตกกิโลกรัมละเป็นแสน ส่วนไม้คุณภาพรองลงมาคือ “ไม้ต้มกลั่น” ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3,500 บาท เขมรไม่ต้องการ แต่คนไทยเก็บมาหมดเพราะมีแหล่งรับซื้อ( ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ) :o :o
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
sompong39
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2664
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 08:33
Tel: 0981019695
team: แอบขี่ ...
Bike: แม่บ้าน พับ หมอบ ภูเขา ทัวร์ริ่ง

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย sompong39 »

:mrgreen:
___H__
_/\ \
/\__\\__ __\
| | "" | |''''||`
~~~""""`"""""`~~* ความรัก..คือ อะไร .....
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”