ton40 เขียน:คุณ sakalot นี้ไม่ธรรมดาจริงๆนะครับ ขอบคุณมากครับที่มาร่วมด้วยช่วยกันตอบกระทู้ จะได้เกิดประโยชน์กับเพื่อนๆชาวจักรยานด้วยกันครับ สาธุๆ...
คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
- sakalot
- ขาประจำ
- โพสต์: 55569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 15:20
- Tel: Inferno Call☎
- team: ...endless team.. ☭....
- Bike: La blackline...& JaVa Team ♫ ♬ ♪ ♩
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
❤..ต้องใช้หินสองก้อนถึงจะเกิดไฟได้.....ไม่อาจขาดไป แม้เพียงก้อนใดก้อนหนึ่ง....
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
*..จะเดินเคียงข้างกัน ตลอดไป..*♡♡ ♡☀
♂➸....สู้ต่อไป ทาเคชิ....★♡
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
จะได้ A++,....,D-- ถ้าคิดถึงผลสอบไม่ถูกทางก็จะเกิดมานะขึ้นอีก(มานะว่าเก่งกว่าเขา มานะว่าเก่งเท่าเขา มานะว่าเก่งน้อยกว่าเขา...) ที่สำคัญคือเราได้อะไรจากการสอบจะดีกว่าsakalot เขียน:ton40 เขียน:คุณ sakalot นี้ไม่ธรรมดาจริงๆนะครับ ขอบคุณมากครับที่มาร่วมด้วยช่วยกันตอบกระทู้ จะได้เกิดประโยชน์กับเพื่อนๆชาวจักรยานด้วยกันครับ สาธุๆ...![]()
...สอบได้แค่ d+...คำถามนี้ก็อยู่ในข้อสอบสัมภาษณ์ครับ
![]()
![]()
บริษัทอะไรเนี่ยครับ มีสอบสัมภาษณ์อภิธรรมด้วย สุดยอดจริงๆ.....เพื่อจะไปสมัครบ้างครับ....ฮิฮิ
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
" วิสัชชนา.....กุศลจิตจะเกิดในอารมณ์ทั้งหลาย วัตถุทั้งหลายเหล่านั้นได้ด้วย เหตุ 5 ประการคือSaturn Sky เขียน:ปัจจัยให้เกิดโลภะton40 เขียน:ปุจฉา ... อารมณ์ทั้งหลาย วัตถุทั้งหลายที่ประณีต ที่น่าปรารถนา น่ายินดี น่าพึงพอใจของคนทั้งหลาย อันเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดโลภะนั้น กุศลจิตจะเกิดในอารมณ์ทั้งหลาย วัตถุทั้งหลายเหล่านั้นได้อย่างไร ?กุศลจิตจะเกิดในอารมณ์ทั้งหลาย วัตุทั้งหลายเหล่านั้นได้อย่างไร?
ขึ้นชื่อว่าโลภะก็คือ อกุศล แต่เมื่ออกุศลเกิดจะทำอย่างไรให้เป็นกุศล ง่ายนิดเดียวอะ ๆ ล้อเล่น
ต้องจริงจังหน่อยใช่ป่ะไม่งั้นไม่ขลัง![]()
วิสัชชนา....ปรโตโฆสะ สติมา สัมปชาโน อาตาปี หมายถึง
สติมา คือมีสติตั้งมั่นอยู่ที่ฐานทั้ง ๔ คือ กาย เวทนา จิต และธรรม โดยเท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น
สัมปชาโณ คือมีสัมปชัญญะ รู้ตัวเสมอว่ากำลังกำหนดอะไร ดูอะไร สิ่งที่กำหนดอยู่นั้นเป็นรูปอะไร นามอะไร
อาตาปี คือต้องมีความเพียรประคองจิต ๔ ประการ
หรือวางโยนิโสมนสิการ..
การทำในใจให้แยบคาย หรือ การพิจารณาโดยแยบคาย กล่าวคือ ความเป็นผู้ฉลาดในการคิด คิดอย่างถูกวิธีถูกระบบ
พิจารณา ไตร่ตรองสาวไปจนถึงสาเหตุหรือต้นตอของเรื่องที่กำลังคิด คือคิดถึงรากถึงโคนนั่นเอง
แล้วประมวลความคิดรอบด้านจนกระทั่งสรุปออกมาได้ว่าสิ่งนั้นควรหรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี
เป็นวิถีทางแห่งปัญญา เป็นธรรมสำหรับกลั่นกรองแยกแยะข้อมูลหรือแหล่งข่าวหรือที่เรียก "ปรโตโฆสะ"
อีกชั้นหนึ่ง กับทั้งเป็นบ่อเกิดแห่งความคิดชอบหรือ "สัมมาทิฐิ" ทำให้มีเหตุผล และไม่งมงาย...
ดังมีพระพุทธพจน์ที่ว่า
"เราไม่พิจารณาเห็นแม้เหตุอันหนึ่งอย่างอื่น กระทำเหตุที่มี ณ ภายในว่ามีอุปการะมาก เหมือนโยนิโสมนสิการนี้เลย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุมนสิการโดยแยบคาย ย่อมละอกุศลเสียได้ ย่อมยังกุศลให้เกิด ธรรมอย่างอื่นอันมีอุปการะมาก
เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุดแห่งภิกษุผู้เป็นพระเสขะ เหมือนโยนิโสมนสิการนี้ ไม่มีเลย "![]()
1. ด้วยอำนาจกำหนดใจไว้ก่อนว่า "เราพึ่งทำแต่กุศลเท่านั้น"
2. ด้วยอำนาจการหักห้ามความเป็นไปแห่งอกุศลที่ประจวบเข้า แล้วน้อมใจไปในกุศล
3. ด้วยอำนาจแห่งความชำชองชำนาญแห่งกุศลที่ได้ส้องเสพแล้วเนื่องๆ
4. ด้วยอำนาจธรรมที่เป็นอุปนิสัยให้แก่จิต มีการคบคาสัตบุรุษเป็นต้น
5. ด้วยอำนาจการคำนึงโดยอุบายอันแยบคาย
ที่มา คัมภีร์ โมหวิจเฉทนี พรรณนาความแห่งอภิธรรมมาติกา หน้า 46"
คุณ Saturn Sky ตอบมา จะเข้าข้อไหนบ้างเนี่ยน่ะ...
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ที่ย้อนถามกลับมานี้ เข้าสูตรทิฏฐสังสันทนาปุจฉาหรือเปล่าคะton40 เขียน:" วิสัชชนา.....กุศลจิตจะเกิดในอารมณ์ทั้งหลาย วัตถุทั้งหลายเหล่านั้นได้ด้วย เหตุ 5 ประการคือSaturn Sky เขียน:ปัจจัยให้เกิดโลภะton40 เขียน:ปุจฉา ... อารมณ์ทั้งหลาย วัตถุทั้งหลายที่ประณีต ที่น่าปรารถนา น่ายินดี น่าพึงพอใจของคนทั้งหลาย อันเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดโลภะนั้น กุศลจิตจะเกิดในอารมณ์ทั้งหลาย วัตถุทั้งหลายเหล่านั้นได้อย่างไร ?กุศลจิตจะเกิดในอารมณ์ทั้งหลาย วัตุทั้งหลายเหล่านั้นได้อย่างไร?
ขึ้นชื่อว่าโลภะก็คือ อกุศล แต่เมื่ออกุศลเกิดจะทำอย่างไรให้เป็นกุศล ง่ายนิดเดียวอะ ๆ ล้อเล่น
ต้องจริงจังหน่อยใช่ป่ะไม่งั้นไม่ขลัง![]()
วิสัชชนา....ปรโตโฆสะ สติมา สัมปชาโน อาตาปี หมายถึง
สติมา คือมีสติตั้งมั่นอยู่ที่ฐานทั้ง ๔ คือ กาย เวทนา จิต และธรรม โดยเท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น
สัมปชาโณ คือมีสัมปชัญญะ รู้ตัวเสมอว่ากำลังกำหนดอะไร ดูอะไร สิ่งที่กำหนดอยู่นั้นเป็นรูปอะไร นามอะไร
อาตาปี คือต้องมีความเพียรประคองจิต ๔ ประการ
หรือวางโยนิโสมนสิการ..
การทำในใจให้แยบคาย หรือ การพิจารณาโดยแยบคาย กล่าวคือ ความเป็นผู้ฉลาดในการคิด คิดอย่างถูกวิธีถูกระบบ
พิจารณา ไตร่ตรองสาวไปจนถึงสาเหตุหรือต้นตอของเรื่องที่กำลังคิด คือคิดถึงรากถึงโคนนั่นเอง
แล้วประมวลความคิดรอบด้านจนกระทั่งสรุปออกมาได้ว่าสิ่งนั้นควรหรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี
เป็นวิถีทางแห่งปัญญา เป็นธรรมสำหรับกลั่นกรองแยกแยะข้อมูลหรือแหล่งข่าวหรือที่เรียก "ปรโตโฆสะ"
อีกชั้นหนึ่ง กับทั้งเป็นบ่อเกิดแห่งความคิดชอบหรือ "สัมมาทิฐิ" ทำให้มีเหตุผล และไม่งมงาย...
ดังมีพระพุทธพจน์ที่ว่า
"เราไม่พิจารณาเห็นแม้เหตุอันหนึ่งอย่างอื่น กระทำเหตุที่มี ณ ภายในว่ามีอุปการะมาก เหมือนโยนิโสมนสิการนี้เลย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุมนสิการโดยแยบคาย ย่อมละอกุศลเสียได้ ย่อมยังกุศลให้เกิด ธรรมอย่างอื่นอันมีอุปการะมาก
เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุดแห่งภิกษุผู้เป็นพระเสขะ เหมือนโยนิโสมนสิการนี้ ไม่มีเลย "![]()
1. ด้วยอำนาจกำหนดใจไว้ก่อนว่า "เราพึ่งทำแต่กุศลเท่านั้น"
2. ด้วยอำนาจการหักห้ามความเป็นไปแห่งอกุศลที่ประจวบเข้า แล้วน้อมใจไปในกุศล
3. ด้วยอำนาจแห่งความชำชองชำนาญแห่งกุศลที่ได้ส้องเสพแล้วเนื่องๆ
4. ด้วยอำนาจธรรมที่เป็นอุปนิสัยให้แก่จิต มีการคบคาสัตบุรุษเป็นต้น
5. ด้วยอำนาจการคำนึงโดยอุบายอันแยบคาย
ที่มา คัมภีร์ โมหวิจเฉทนี พรรณนาความแห่งอภิธรรมมาติกา หน้า 46"
คุณ Saturn Sky ตอบมา จะเข้าข้อไหนบ้างเนี่ยน่ะ...
..ร้ายนักนะ..
แก้ไขล่าสุดโดย Saturn Sky เมื่อ 22 ก.ค. 2011, 14:27, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว อะไรจะใหญ่เสมอใจหามีไม่..
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
สัตว์ที่เกิดขึ้นโตทีเดียวโดยแน่นอนมีกี่จำพวก? คืออะไรบ้าง?

แก้ไขล่าสุดโดย Saturn Sky เมื่อ 23 ก.ค. 2011, 05:08, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ถ้าไม่เคยอ่านผ่านมาก็เป็น อทิฏฐโชตนาปุจฉา( ลักษณะใดที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่พิจารณา ไม่เทียบเคียง
ไม่กระจ่าง ไม่แจ่มแจ้งโดยปกติ บุคคลย่อมถามปัญหาเพื่อจะรู้ เพื่อเห็น เพื่อพิจารณา เพื่อ
เทียบเคียง เพื่อกระจ่าง เพื่อแจ่มแจ้ง ซึ่งลักษณะนั้นนี้ชื่อว่า อทิฏฐโชตนาปุจฉา ) เหมือนกันนั่นแหละครับ....
ไม่กระจ่าง ไม่แจ่มแจ้งโดยปกติ บุคคลย่อมถามปัญหาเพื่อจะรู้ เพื่อเห็น เพื่อพิจารณา เพื่อ
เทียบเคียง เพื่อกระจ่าง เพื่อแจ่มแจ้ง ซึ่งลักษณะนั้นนี้ชื่อว่า อทิฏฐโชตนาปุจฉา ) เหมือนกันนั่นแหละครับ....
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
มีข้อความจากพระไตรปิฏก เรื่อง การจุติ(การตาย)ของเทวดา มาให้อ่านกันครับ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตะกะ เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้าที่ ๕๐๑
๔. จวมานสูตร
ว่าด้วยเทวดาจุติมีนิมิต ๕ ประการ
" ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เทวดาเป็นผู้จะต้องจุติจากเทพนิกาย
เมื่อนั้น นิมิตร ๕ ประการ ย่อมปรากฏแก่เทวดานั้น คือ ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑
ผ้าย่อมเศร้าหมอง ๑ เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑ ผิวพรรณเศร้าหมองย่อม
ปรากฏที่กาย ๑ เทวดาย่อมไม่ยินดีในทิพอาสน์ของตน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เทวดาทั้งหลายทราบว่า เทพบุตรนี้จะต้องเคลื่อนจากเทพนิกาย ย่อมพลอยยินดี
กะเทพบุตรนั้นด้วยถ้อยคำ ๓ อย่างว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ขอท่านจากเทวโลกนี้ไปสู่
สุคติ ๑ ครั้นไปสู่สุคติแล้ว ขอจงได้ลาภที่ท่านได้ดีแล้ว ๑ ครั้นได้ลาภที่ท่านได้
ดีแล้ว ขอจงเป็นผู้ตั้งอยู่ด้วยดี ๑ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นส่วนแห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย
อะไรเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลายได้ดีแล้ว อนึ่ง อะไรเป็นส่วนแห่งการ
ตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดาทั้งหลาย พระเจ้าข้า ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์แล เป็นส่วน
แห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย เทวดาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ย่อมได้ศรัทธา
ในธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว นี้แลเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลาย
ได้ดีแล้ว ก็ศรัทธาของเทวดานั้นแล เป็นคุณชาติตั้งลง มีมูลเกิดแล้วประดิษฐาน
มั่นคง อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก พึงนำ
ไปไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นส่วนแห่งการตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดา
ทั้งหลาย ฯ
เมื่อใด เทวดาจะต้องจุติจากเทพนิกายเพราะความสิ้นอายุ
เมื่อนั้น เสียง ๓ อย่างของเทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดี
ย่อมเปล่งออกไปว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ท่านจากเทวโลกนี้ไป
แล้วจงถึงสุคติ จงถึงความเป็นสหายแห่งมนุษย์ทั้งหลายเถิด
ท่านเป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอย่างยิ่งในพระสัทธรรม
ศรัทธาของท่านนั้นพึงเป็นคุณชาติตั้งลงมั่น มีมูลเกิดแล้ว
มั่นคงในพระสัทธรรมที่พระตถาคตประกาศดีแล้ว อันใครๆ
พึงนำไปมิได้ตลอดชีพ ท่านจงละกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต และอย่ากระทำอกุศลกรรมอย่างอื่นที่ประกอบ
ด้วยโทษ กระทำกุศลด้วยกาย ด้วยวาจาให้มาก กระทำกุศล
ด้วยใจหาประมาณมิได้ หาอุปธิมิได้ แต่นั้นท่านจงกระทำบุญ
อันให้เกิดสมบัตินั้นให้มาก ด้วยทาน แล้วยังสัตว์แม้เหล่า
อื่นให้ตั้งอยู่ในพระสัทธรรม ในพรหมจรรย์ เมื่อใด เทวดา
พึงรู้แจ้งซึ่งเทวดาผู้จะจุติ เมื่อนั้น ย่อมพลอยยินดีด้วยความ
อนุเคราะห์นี้ว่า แน่ะเทวดา ท่านจงมาบ่อยๆ ฯ "
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตะกะ เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้าที่ ๕๐๑
๔. จวมานสูตร
ว่าด้วยเทวดาจุติมีนิมิต ๕ ประการ
" ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เทวดาเป็นผู้จะต้องจุติจากเทพนิกาย
เมื่อนั้น นิมิตร ๕ ประการ ย่อมปรากฏแก่เทวดานั้น คือ ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑
ผ้าย่อมเศร้าหมอง ๑ เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑ ผิวพรรณเศร้าหมองย่อม
ปรากฏที่กาย ๑ เทวดาย่อมไม่ยินดีในทิพอาสน์ของตน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เทวดาทั้งหลายทราบว่า เทพบุตรนี้จะต้องเคลื่อนจากเทพนิกาย ย่อมพลอยยินดี
กะเทพบุตรนั้นด้วยถ้อยคำ ๓ อย่างว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ขอท่านจากเทวโลกนี้ไปสู่
สุคติ ๑ ครั้นไปสู่สุคติแล้ว ขอจงได้ลาภที่ท่านได้ดีแล้ว ๑ ครั้นได้ลาภที่ท่านได้
ดีแล้ว ขอจงเป็นผู้ตั้งอยู่ด้วยดี ๑ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นส่วนแห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย
อะไรเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลายได้ดีแล้ว อนึ่ง อะไรเป็นส่วนแห่งการ
ตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดาทั้งหลาย พระเจ้าข้า ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์แล เป็นส่วน
แห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย เทวดาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ย่อมได้ศรัทธา
ในธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว นี้แลเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลาย
ได้ดีแล้ว ก็ศรัทธาของเทวดานั้นแล เป็นคุณชาติตั้งลง มีมูลเกิดแล้วประดิษฐาน
มั่นคง อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก พึงนำ
ไปไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นส่วนแห่งการตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดา
ทั้งหลาย ฯ
เมื่อใด เทวดาจะต้องจุติจากเทพนิกายเพราะความสิ้นอายุ
เมื่อนั้น เสียง ๓ อย่างของเทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดี
ย่อมเปล่งออกไปว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ท่านจากเทวโลกนี้ไป
แล้วจงถึงสุคติ จงถึงความเป็นสหายแห่งมนุษย์ทั้งหลายเถิด
ท่านเป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอย่างยิ่งในพระสัทธรรม
ศรัทธาของท่านนั้นพึงเป็นคุณชาติตั้งลงมั่น มีมูลเกิดแล้ว
มั่นคงในพระสัทธรรมที่พระตถาคตประกาศดีแล้ว อันใครๆ
พึงนำไปมิได้ตลอดชีพ ท่านจงละกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต และอย่ากระทำอกุศลกรรมอย่างอื่นที่ประกอบ
ด้วยโทษ กระทำกุศลด้วยกาย ด้วยวาจาให้มาก กระทำกุศล
ด้วยใจหาประมาณมิได้ หาอุปธิมิได้ แต่นั้นท่านจงกระทำบุญ
อันให้เกิดสมบัตินั้นให้มาก ด้วยทาน แล้วยังสัตว์แม้เหล่า
อื่นให้ตั้งอยู่ในพระสัทธรรม ในพรหมจรรย์ เมื่อใด เทวดา
พึงรู้แจ้งซึ่งเทวดาผู้จะจุติ เมื่อนั้น ย่อมพลอยยินดีด้วยความ
อนุเคราะห์นี้ว่า แน่ะเทวดา ท่านจงมาบ่อยๆ ฯ "
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ตลอดดดดดดดดดดด ตลอดดดดดดดดดดดดดดton40 เขียน:ถ้าไม่เคยอ่านผ่านมาก็เป็น อทิฏฐโชตนาปุจฉา( ลักษณะใดที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่พิจารณา ไม่เทียบเคียง
ไม่กระจ่าง ไม่แจ่มแจ้งโดยปกติ บุคคลย่อมถามปัญหาเพื่อจะรู้ เพื่อเห็น เพื่อพิจารณา เพื่อ
เทียบเคียง เพื่อกระจ่าง เพื่อแจ่มแจ้ง ซึ่งลักษณะนั้นนี้ชื่อว่า อทิฏฐโชตนาปุจฉา ) เหมือนกันนั่นแหละครับ....
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ถ้าเทวดาทะเลาะกันจะเป็นไงคะton40 เขียน:มีข้อความจากพระไตรปิฏก เรื่อง การจุติ(การตาย)ของเทวดา มาให้อ่านกันครับ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตะกะ เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้าที่ ๕๐๑
๔. จวมานสูตร
ว่าด้วยเทวดาจุติมีนิมิต ๕ ประการ
" ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เทวดาเป็นผู้จะต้องจุติจากเทพนิกาย
เมื่อนั้น นิมิตร ๕ ประการ ย่อมปรากฏแก่เทวดานั้น คือ ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑
ผ้าย่อมเศร้าหมอง ๑ เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑ ผิวพรรณเศร้าหมองย่อม
ปรากฏที่กาย ๑ เทวดาย่อมไม่ยินดีในทิพอาสน์ของตน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เทวดาทั้งหลายทราบว่า เทพบุตรนี้จะต้องเคลื่อนจากเทพนิกาย ย่อมพลอยยินดี
กะเทพบุตรนั้นด้วยถ้อยคำ ๓ อย่างว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ขอท่านจากเทวโลกนี้ไปสู่
สุคติ ๑ ครั้นไปสู่สุคติแล้ว ขอจงได้ลาภที่ท่านได้ดีแล้ว ๑ ครั้นได้ลาภที่ท่านได้
ดีแล้ว ขอจงเป็นผู้ตั้งอยู่ด้วยดี ๑ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นส่วนแห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย
อะไรเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลายได้ดีแล้ว อนึ่ง อะไรเป็นส่วนแห่งการ
ตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดาทั้งหลาย พระเจ้าข้า ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์แล เป็นส่วน
แห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย เทวดาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ย่อมได้ศรัทธา
ในธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว นี้แลเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลาย
ได้ดีแล้ว ก็ศรัทธาของเทวดานั้นแล เป็นคุณชาติตั้งลง มีมูลเกิดแล้วประดิษฐาน
มั่นคง อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก พึงนำ
ไปไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นส่วนแห่งการตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดา
ทั้งหลาย ฯ
เมื่อใด เทวดาจะต้องจุติจากเทพนิกายเพราะความสิ้นอายุ
เมื่อนั้น เสียง ๓ อย่างของเทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดี
ย่อมเปล่งออกไปว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ท่านจากเทวโลกนี้ไป
แล้วจงถึงสุคติ จงถึงความเป็นสหายแห่งมนุษย์ทั้งหลายเถิด
ท่านเป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอย่างยิ่งในพระสัทธรรม
ศรัทธาของท่านนั้นพึงเป็นคุณชาติตั้งลงมั่น มีมูลเกิดแล้ว
มั่นคงในพระสัทธรรมที่พระตถาคตประกาศดีแล้ว อันใครๆ
พึงนำไปมิได้ตลอดชีพ ท่านจงละกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต และอย่ากระทำอกุศลกรรมอย่างอื่นที่ประกอบ
ด้วยโทษ กระทำกุศลด้วยกาย ด้วยวาจาให้มาก กระทำกุศล
ด้วยใจหาประมาณมิได้ หาอุปธิมิได้ แต่นั้นท่านจงกระทำบุญ
อันให้เกิดสมบัตินั้นให้มาก ด้วยทาน แล้วยังสัตว์แม้เหล่า
อื่นให้ตั้งอยู่ในพระสัทธรรม ในพรหมจรรย์ เมื่อใด เทวดา
พึงรู้แจ้งซึ่งเทวดาผู้จะจุติ เมื่อนั้น ย่อมพลอยยินดีด้วยความ
อนุเคราะห์นี้ว่า แน่ะเทวดา ท่านจงมาบ่อยๆ ฯ "
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
จะมีผู้ใจดี+ใจบุญตอบคำถามเราไหมนะSaturn Sky เขียน:สัตว์ที่เกิดขึ้นโตทีเดียวโดยแน่นอนมีกี่จำพวก? คืออะไรบ้าง?![]()
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ไฟไม่อิ่มด้วยหญ้าและไม้
ทะเลไม่อิ่มด้วยแม่น้ำทั้งหลาย
บันฑิตย่อมไม่อิ่มสุภาษิต
พระไตรปิฏกเล่า 18 มหาสุตโสมชาดกข้อ 345
ทะเลไม่อิ่มด้วยแม่น้ำทั้งหลาย
บันฑิตย่อมไม่อิ่มสุภาษิต
พระไตรปิฏกเล่า 18 มหาสุตโสมชาดกข้อ 345
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- Saturn Sky
- ขาประจำ
- โพสต์: 40184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
- Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
- team: ช่วงสับสน555
- Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
- ตำแหน่ง: secret
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
มีทุ่นเป็นบ่วงรูเดียวลอยอยู่ในมหาสมุทร
ทุ่นถูกลมพัดไปทิศนั้นทิศนี้ตลอดเวลา
เต่าตัวหนึ่งอยุ่ในมหาสมุทร
๑๐๐ปีจะโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำหนึ่งครั้ง
เต่าตาบอดเอาตัวสวมเข้ารูทุ่นได้
ยังเร็วกว่าคนพาลผู้ไปสู่วินิบาต(ถูกทรมาน)คราวหนึ่ง
แล้วจะพึงได้เกิดเป็นมนุษย์ จึงจะยากกว่านั้น
เพราะตัวคนพาลนี้ไม่มีประพฤติธรรม
ไม่มีความประพฤติสงบ
ไม่มีการทำกุศล ไม่มีการทำบุญ
มีแต่การกินกันเอง การเบียดเบียนคนอ่อนแอ
พระไตรปิฏกเล่ม๑๔ พาลบันฑิตสูตร ข้อ ๔๘๑
ทุ่นถูกลมพัดไปทิศนั้นทิศนี้ตลอดเวลา
เต่าตัวหนึ่งอยุ่ในมหาสมุทร
๑๐๐ปีจะโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำหนึ่งครั้ง
เต่าตาบอดเอาตัวสวมเข้ารูทุ่นได้
ยังเร็วกว่าคนพาลผู้ไปสู่วินิบาต(ถูกทรมาน)คราวหนึ่ง
แล้วจะพึงได้เกิดเป็นมนุษย์ จึงจะยากกว่านั้น
เพราะตัวคนพาลนี้ไม่มีประพฤติธรรม
ไม่มีความประพฤติสงบ
ไม่มีการทำกุศล ไม่มีการทำบุญ
มีแต่การกินกันเอง การเบียดเบียนคนอ่อนแอ
พระไตรปิฏกเล่ม๑๔ พาลบันฑิตสูตร ข้อ ๔๘๑
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
ถ้าโทสะมีกำลังมาก ก็จะเป็นเทวดาตกสวรรค์(ตายจากเทวดา)คงจะไปเกิดในที่ที่ไม่ดีแน่ เพราะจิตเศร้าหมองทุคติย่อมเป็นที่หวังได้Saturn Sky เขียน:ถ้าเทวดาทะเลาะกันจะเป็นไงคะton40 เขียน:มีข้อความจากพระไตรปิฏก เรื่อง การจุติ(การตาย)ของเทวดา มาให้อ่านกันครับ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตะกะ เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้าที่ ๕๐๑
๔. จวมานสูตร
ว่าด้วยเทวดาจุติมีนิมิต ๕ ประการ
" ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เทวดาเป็นผู้จะต้องจุติจากเทพนิกาย
เมื่อนั้น นิมิตร ๕ ประการ ย่อมปรากฏแก่เทวดานั้น คือ ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑
ผ้าย่อมเศร้าหมอง ๑ เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑ ผิวพรรณเศร้าหมองย่อม
ปรากฏที่กาย ๑ เทวดาย่อมไม่ยินดีในทิพอาสน์ของตน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เทวดาทั้งหลายทราบว่า เทพบุตรนี้จะต้องเคลื่อนจากเทพนิกาย ย่อมพลอยยินดี
กะเทพบุตรนั้นด้วยถ้อยคำ ๓ อย่างว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ขอท่านจากเทวโลกนี้ไปสู่
สุคติ ๑ ครั้นไปสู่สุคติแล้ว ขอจงได้ลาภที่ท่านได้ดีแล้ว ๑ ครั้นได้ลาภที่ท่านได้
ดีแล้ว ขอจงเป็นผู้ตั้งอยู่ด้วยดี ๑ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นส่วนแห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย
อะไรเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลายได้ดีแล้ว อนึ่ง อะไรเป็นส่วนแห่งการ
ตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดาทั้งหลาย พระเจ้าข้า ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์แล เป็นส่วน
แห่งการไปสู่สุคติของเทวดาทั้งหลาย เทวดาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ย่อมได้ศรัทธา
ในธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว นี้แลเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาทั้งหลาย
ได้ดีแล้ว ก็ศรัทธาของเทวดานั้นแล เป็นคุณชาติตั้งลง มีมูลเกิดแล้วประดิษฐาน
มั่นคง อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก พึงนำ
ไปไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นส่วนแห่งการตั้งอยู่ด้วยดีของเทวดา
ทั้งหลาย ฯ
เมื่อใด เทวดาจะต้องจุติจากเทพนิกายเพราะความสิ้นอายุ
เมื่อนั้น เสียง ๓ อย่างของเทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดี
ย่อมเปล่งออกไปว่า แน่ะท่านผู้เจริญ ท่านจากเทวโลกนี้ไป
แล้วจงถึงสุคติ จงถึงความเป็นสหายแห่งมนุษย์ทั้งหลายเถิด
ท่านเป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอย่างยิ่งในพระสัทธรรม
ศรัทธาของท่านนั้นพึงเป็นคุณชาติตั้งลงมั่น มีมูลเกิดแล้ว
มั่นคงในพระสัทธรรมที่พระตถาคตประกาศดีแล้ว อันใครๆ
พึงนำไปมิได้ตลอดชีพ ท่านจงละกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต และอย่ากระทำอกุศลกรรมอย่างอื่นที่ประกอบ
ด้วยโทษ กระทำกุศลด้วยกาย ด้วยวาจาให้มาก กระทำกุศล
ด้วยใจหาประมาณมิได้ หาอุปธิมิได้ แต่นั้นท่านจงกระทำบุญ
อันให้เกิดสมบัตินั้นให้มาก ด้วยทาน แล้วยังสัตว์แม้เหล่า
อื่นให้ตั้งอยู่ในพระสัทธรรม ในพรหมจรรย์ เมื่อใด เทวดา
พึงรู้แจ้งซึ่งเทวดาผู้จะจุติ เมื่อนั้น ย่อมพลอยยินดีด้วยความ
อนุเคราะห์นี้ว่า แน่ะเทวดา ท่านจงมาบ่อยๆ ฯ "![]()
เนื่องจากกายของเทวดาเป็นกายที่ละเอียดประณีตกว่ากายของมนุษย์ซึ่งเป็นกายหยาบ ขณะที่เกิดโทสะย่อมทำให้หทัยวัตถุ(หัวใจ)ที่เป็นที่เกิดของโทสะนั้นเร้าร้อนด้วยกำลังของเตโชธาตุ ยิ่งมีโทสะมากหทัยวัตถุก็เร้าร้อนมาก ถ้าเกิดกับมนุษย์ก็ทำให้หัวใจวายได้ ถ้าเกิดกับเทวดาเตโชธาตุก็ย่อมเผาทำลายหทัยวัตถุและกายที่ละเอียดประณีตนั้น
- ton40
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
- team: ทั่วริ่งอิสระ
- Bike: BERGAMONT
Re: คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
สัตว์ที่เกิดแล้วมีอัตภาพร่างกายใหญ่โตทันที ที่เรียกว่า โอปปาติกะ นั้นมี 2 จำพวกคือ โอปปาติกะที่เกิดในกามภูมิ กับโอปปาติกะที่เกิดในรูปภูมิSaturn Sky เขียน:สัตว์ที่เกิดขึ้นโตทีเดียวโดยแน่นอนมีกี่จำพวก? คืออะไรบ้าง?![]()
1.โอปปาติกะ ที่เกิดในกามภูมิ ได้แก่ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย มนุษย์ในสมัยต้นกัปป์ เทวดาชั้นต่างๆ
2.โอปปาติกะ ที่เกิดในรูปภูมิ ได้แก่ รูปพรหม 16 ชั้น