พอหันมาวิ่ง เห็นหลายๆ คนใช้แบบ in-ear เลยอยากลองกับเค้าบ้างก็ฟังเพลงเพลิดเพลินกันไปครับ โดยเฉพาะจังหวะดนตรีที่เลือกมาให้เข้ากับจังหวะเท้า (stride rate) ตอนซ้อมก็ทำแบบนี้ เพราะช่วยสามารถคุมจังหวะ pace ได้ด้วย หลายรายการเป็นการวิ่งบนถนนก็ไม่ค่อยมีปัญหาครับ เพราะถนนกว้างๆ ก็วิ่งหลบๆ กันไป พอผมเริ่มไปวิ่ง Trail เจอทางวิ่งที่เป็น Single Track จะลำบากใจกับคนที่ใส่หูฟัง in-ear มากครับ เพราะวิ่ง Trail มันต้องวิ่งกระโดดไปมา เจอคนที่ใส่ in-ear พอวิ่งไปใกล้ๆ กระโดดชนกันล้มก็มีครับ เพราะเค้าจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าหรือเสียงขอทางจากคนอื่นๆ เลย
จุดเปลี่ยนอยู่ตรงนี้ครับ !!
ผมไปสมัครรายการไตรกีฬาอยู่รายการนึง เป็นสนามแรกในชีวิต อ่านกฏระเบียบการแข่งขั้นแล้ว ไม่อนุญาติให้ใช้เครื่องเล่น mp3, ipod หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่จะทำให้ขัดขวางการได้ยิน ปัญหาสิครับ !! เพราะเราซ้อมวิ่ง ซ้อมปั่นจักรยานโดยนับจังหวะจากจังหวะดนตรี (BPM) มาซะจนชิน พอไม่ได้ฟังก็ปั่นป่วนเลยครับ เพราะจับจังหวะไม่ถูกเลย เร็วไปช้าไปตลอด คุมจังหวะไม่ได้เลย แต่พอเริ่มไม่ใช้ … ก็เริ่มจับจังหวะตัวเองได้ครับ แถมได้ยินเสียงรอบตัวได้ดีขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินเสียงหอบเสียงหายใจของตัวเอง ได้เห็น ได้มอง ได้ยิ้ม ได้รู้จัก ได้ทักทาย ….
ตอนนี้เลิกใส่หูหังแล้วครับ