..........ที่ต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเพราะมันเป็นเรื่องสำคัญว่า รอบขาที่น้อยลงเพราะแรงเสียดทานมีมากขึ้นหรือใช้เกียร์หนักขึ้นนั้นมันทำให้หัวเข่าทำงานหนัก ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าลงได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น การพยายามรักษารอบขาให้ได้ 60 รอบต่อนาทีนั้นช่วยให้เราสามารถปรับความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อให้เข้ากับรอบขาได้ ในขณะที่ทั้งรอบขาและ hr ยังไม่เปลี่ยนแปลง
..........ประโยชน์ของรอบขาสูงๆในเวลาซ้อม ก็คือมันจะช่วยให้กล้ามเนื้อบิดตัวช้าที่จะช่วยให้ปั่นจักรยานได้นานๆได้แข็งแกร่งขึ้นแล้วนอกจากนี้การปั่นด้วยรอบขาจัดๆนั้นก็ยังเป็นผลดีต่อการปั่นฟื้นสภาพด้วย เพราะมันจะไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเป็นเสมือนการเติมเชื้อเพลิงให้แก่กล้ามเนื้อ
.........การวัดรอบขานั้นแม้ว่าจะไม่ต้องใช้เครื่องมือเหมือนอย่าง hrm ก็สามารถคำนวนได้แต่มันจะยุ่งยากและไม่แน่นอน แต่ถ้าในขณะที่เราต้องการวัดรอบขาแล้วไม่มีเครื่องมือทั้งสองอย่าง วิธีการก็คือการนับครั้งที่เท้าข้างใดข้างหนึ่งกดลูกบันไดลงในตำแหน่งที่ต่ำที่สุดนาน 6 วินาที ได้จำนวนครั้งเท่าไรแล้วคูณด้วย 10 ก็จะเป็นรอบขาที่ได้ภายใน 1 นาที
...Intensity (ความเข้ม) หรือความเข้มของ heartrate (การเต้นของหัวใจนับเป็นเปอร์เซ็นต์จากค่า max hr ) ก็คือระหว่างการออกกำลังกายจะมีค่าตั้งแต่ 50 - 95% ยิ่งเปอร์เซ็นต์สูงใกล้ค่า max hr เท่าไร ก็หมายความว่าค่าความเข้มข้นมากเท่านั้น และความเข้มจะเป็นเท่าไรก็ต้องขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสภาพความฟิตของตัวเราด้วย
......ค่าความเข้มนี้ที่จริงสามารถวัดด้วยวิธีอื่นได้แต่สำหรับนักจักรยานเรามักใช้ค่า hr เป็นตัววัดควบคู่ไปกับความรู้สึกที่ตัวเองมีเมื่อออกแรงปั่นจักรยานเช่นรู้สึกเหนื่อย อ่อนล้า
เครดิต คุณเป้ มหาชัย