อย่างเช่น ดาฮอน มีตั้งแต่ล้อ14-26, AM มีอีกหลายรุ่น
ชอบรุ่นไหนก็ว่ากันมาครับ ไม่มีผิดมีถูก
ส่วนตัวผมเป็นคนชอบรถพับอยู่เหมือนกันครับ แต่ไม่ค่อยจะได้พับเท่าไร เพราะรุ่นที่มีก็เป็นพับแบบใหญ่ๆmini bike เขียน:ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วมติดตามอ่านนะครับ
ความตั้งใจของผมที่เปิดกระทู้นี้ก็เพื่อให้หลายๆท่านที่นิยมเล่นรถพับมาแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้แก่ผู้ที่จะเข้ามาสนใจในรถประเภทนี้
ในแง่มุมต่างๆ ว่ารถที่เราจะนิยมไม่จำเป็นต้องแพง ขี่ดีที่สุด พับดีที่สุด หรือ มีคนชอบมากที่สุด แต่เป็นรถที่เราชอบลงตัวกับการใช้งานของเราๆท่านๆ
มากที่สุด เพราะรถทุกรุ่นก็จะมีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้นครับ เล่นตามกระแสก็จ่ายเงินตามกระแสครับ
เสียดายตอนนี้ยังไม่มีความเห็นจากกูรูอีกหลายๆท่านเลย ผมอยากอ่านแนวความคิดจากกูรู อย่างเฮียคากิ พี่ก๊อต พี่นิค คุณบอย บรอมตัน พี่ภูมิtiny weel และอีกหลายท่านที่นิยมและเป็นผู้มีความรู้ในรถพับ ครับ(ตามที่ผมเคยอ่านบทความต่างๆในห้องนี้มาผมเชื่อว่ามีผู้รู้อีกหลายท่านที่ผมไม่ได้กล่าวถึงนะครับ)
ถาผ่านมาเจอกระทู้นี้ และพอมีเวลา ขอรบกวนช่วยชี้แนะกันด้วยนะครับ ผมคิดว่ามีหลายท่านอยากอ่านครับ
ปล.กระทู้นี้ไม่มีเจตนาปั่นกระแสใดๆทั้งสิ้นครับ
ขอบคุณครับพี่ สำหรับบทสรุปแห่งตำนาน ที่มาของรถพับpoommm เขียน:สำหรับผมแล้วการจัดชุดเบญจภาคีรถพับจะจัดเรียงตามรุ่นปีที่เกิดเรียงตามอาวุโส
มีเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นและมีการอยู่รอดในสายการผลิตอย่างน้อยสิบปี
รถพับมีรากฐานการออกแบบมาตั้งแต่ปี 1887 ยุคล้อโต Penny Farthing
และมีตัวเด่นๆอีกหลายตัวที่ล้มหายตายจากก่อนเราเกิดหลากหลายรุ่น
เช่น Pedersen สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 BSA อบะ Puppy สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
รถพับที่มีขนาดล้อเล็กๆเกิดขึ้นอีกทีหลังปี 1963 ยุคกำเนิด Moulton F Frame ล้อ 16x1 3/8"
ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นล้อ 17" ในปี 1965
Moulton ไม่ใช่รถพับ แต่เป็นผู้จุดประกายรถล้อเล็กที่ไม่ใช่ของเล่น
แต่มีประสิทธิภาพไม่แพ้ล้อใหญ่ และเริ่มมีการตัดรถออกเป็นสองท่อน
เพื่อจับยัดเข้าไปในท้ายรถ Morris 1100 ที่ Dr Alex Moulton เป็นผู้ออกแบบช่วงล่าง Hydrolastic
ปี 1971 Mike Bickerton เป็นผู้บุกเบิกการออกแบบรถพับล้อเล็กแบบพับจริงหิ้วจริงขึ้นในประเทศอังกฤษ
เป็นจักรยานพับที่มีน้ำหนักตัวเพียง 9.6 กก. โดยใช้โครงสร้างอลูมิเนี่ยมและพลาสติก ไร้รอยเชื่อม
ก่อนที่จะเกิด Brompton และ Dahon ในเวลาต่อมา
BT และ DH เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในอังกฤษและอเมริกาด้วยแรงบันดาลใจที่ต่างกัน
Andrew Ritchey เห็นรถ Bickerton และตั้งใจจะออกแบบรถพับที่พับได้ดีกว่า
จึงเริ่มออกแบบตั้งแต่ปี 76-78 และเริ่มผลิต BT หลังหัก MK1 ครั้งแรกในปี 1981
บ้านเรามีเจ้าหลังหัก MK1 ตัวเป็นๆอยู่ตัวนึง ปี 82 เคยโชว์ตัวในงานชุมนุมชาว Brompton เมื่อปีก่อนที่ ม.เกษตรฯ
ในฝั่งอเมริกายุค 76 เกิดวิกฤติเรื่องน้ำมัน Dr.David Hon เข้าคิวจอดรถรอเติมน้ำมัน
และเกิดปิ๊งไอเดียที่จะออกแบบจักรยานพับได้เพื่อเก็บไว้ท้ายรถ
จึงได้ออกแบบเจ้าค้ำคอคลาสสิคขึ้นและเริ่มผลิตในจีนประมาณปี 81-82
สองตัวเอกในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมีเอกลักษณ์และแนวทางที่เหมือนกันและต่างกันอยู่เล็กน้อย
รถพับในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็น Bickerton,Brompton,Dahon ล้อใช้เกียร์ดุม 3 สปีด Sturmey กระป๋องนมด้วยกันทั้งสิ้น
ขนาดของตัวรถจะเน้นรองรับสรีระของ Inventor เป็นหลัก
Brompton เมื่อพับแล้วจะเก็บจานไว้ตรงกลางเหมือนกันกับ Bickerton
BT ใช้ล้อ 16-349 ในขณะที่ BT ใช้ล้อ 16-305
ทั้งคู่พยายามทำให้ขนาดของรถเมื่อพับแล้วใหญ่กว่าล้อน้อยที่สุด
และเมื่อกางออกจะค่อนข้างพอดีกับรูปร่างของนักออกแบบ
หลังจากเปิดสายการผลิตมาจนถึงปัจจุบัน
Brompton ยังคงรักษาสไตล์การพับไว้แทบไม่เปลี่ยนแปลง
ในขณะที่ Dahon เน้นวิจัยพัฒนาจดสิทธิบัตรงานออกแบบเพิ่มเติมตลอดเวลา
และมีการออกรุ่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันแตกหักอยกออกเป็น Dr.Hon และ Tern ในปัจจุบัน
Brompton มีการปรับรูปแบบของเฟรมเล็กน้อยปัจจุบันเป็น MK3 ที่มีฐานล้อยาวกว่าตัวเก่าเล็กน้อย
จึงยากที่จะปฎิเสธตำแหน่งสมเด็จพิมพ์ใหญ่รถพับไม่ได้ สำหรับ Brompton รถพับที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดสายการผลิตอยู่
1982 Mark Sander ได้รับรางวัลออกแบบปี 82 เข้าธุรกิจปี 85 ผลิตจริง MK1 ปี 87
อีกหนึ่งในสุดยอดรถพับที่จำทวนท่อหลักของเฟรมเพียง 3 ท่อ แต่สามารถพับกางขี่ได้จริง
ตัวรถสามารถรองรับผู้ขับขี่มี่มีความสูงถึง 192 cm เพราะฉะนั้นจงอย่าแปลกใจที่คนรูปร่างเล็กกว่า
จะมีอาการหน้าไวเมื่อขับขี่เจ้าจัดรยานทรงสามเหลี่ยมมหัศจรรย์นี้
Strida เป็นจักรยานที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบสายพาน แต่ไม่ใช่เจ้าแรก
เพราะในปี 1982 Bridgestone Pinica ได้เปิดตัวจัดรยานพับสายพานรุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบสายพาน
ตัวเด่นๆในโลกรถพับตัวต่อมาคือ Bike Friday ปี 91 เป็นรถล้อเล็กโครโมลี่ที่ให้ความนุ่มนวล
และสามารถถอดรื้อแยกร่างลงไปบบรจุในกระเป๋า Samsonite ได้ทุกรุ่น
ตัวที่เป็น Folding แท้จะเป็น Tickit ที่ออกมาในช่วงปี 2007
1992 Reise & Muller 2 นักศึกษาเยอรมันได้รับรางวัลการออกแบบจักรยานพับ Birdy
ได้หอบหิ้วแบบมาหาผู้ผลิตในไต้หวัน จนในที่สุดได้โรงงาน Pacific เป็นผู้ผลิตให้ในปี 1995
โดย Birdy ที่ส่งไปขายในญี่ปุ่นมีผู้นำเข้า 2 ราย จึงได้มีการจดยี่ห้อใหม่สำหรับตลาดญี่ปุ่น
เจ้าหนึ่งคือ Peoguat ต่อมาเปลี่ยนเป็น Bianci อีกเจ้าหนึ่งใช้ยี่ห้อ BD1 (RM-BD1)
ในช่วงปี 1992-2002 เป็นข่วงที่ Brompton เพิ่มฐานผลิตในไต้หวันโดยโรงงาน Neo Bike
จนเกิดตำนานหมวยแหม่ม และ Neobike Classic ทรงดาฮอนแฮนด์บรอมตั้นขึ้น
ค่าย Pacific เองก็มีการออกรถพับล้อจิ๋ว Carry Me ทีีออกแบบโดย George Lin
และตระกูล IF ที่ผส่นงานออกแบบของ Mark Sander เข้าไว้ด้วยกัน
รถพับมีหลากหลายร้อยยี่ห้อพันรุ่นหมื่นแบบ
ขุดเบญจภาคีสำหรับผมแบ่งตามยี่ห้อและปีที่เกิดเป็นหลัก
รถที่เกิดมาอายุยังไม่ถึงสิบปี ต้องรอดูว่าจะอยู่ยงคงกระพันเหมือนพี่ๆในตำนานหรือไม่
เพราะรถเก๋ๆอย่าง Go Bike แคนาดา ปัจจุบันน่าจะล้มหายตายจากไปแล้ว
หลังจากพยายามฝ่าฟันมาช่วงปลายยุค 90
รวมไปถึง A Bike, Mobiky, Mora ดูดีแต่ทำท่าว่าจะไปไม่รอด
...
การจัดลำดับรถด้วยความชอบเป็นเรื่องหนึ่ง
การจัดรถตามรุ่นปีเป็นเรื่องหนึ่ง
การเปรียบเทียบรถพับรถพับผิดประเภทอีกเรื่องหนึ่ง
รถพับที่สมบูรณ์แบบครบรสเต็มร้อยทุกแขนงไม่มี
แต่ละตัวต่างมีดีเท่าที่ตัวเองจะมีได้
เลือกรถที่ชอบและตอบโจทย์ที่สุด
ไม่มีถูกทุกข้อครับ
..
.
"รถพับที่สมบูรณ์แบบครบรสเต็มร้อยทุกแขนงไม่มีpoommm เขียน:สำหรับผมแล้วการจัดชุดเบญจภาคีรถพับจะจัดเรียงตามรุ่นปีที่เกิดเรียงตามอาวุโส
มีเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นและมีการอยู่รอดในสายการผลิตอย่างน้อยสิบปี
รถพับมีรากฐานการออกแบบมาตั้งแต่ปี 1887 ยุคล้อโต Penny Farthing
และมีตัวเด่นๆอีกหลายตัวที่ล้มหายตายจากก่อนเราเกิดหลากหลายรุ่น
เช่น Pedersen สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 BSA อบะ Puppy สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
รถพับที่มีขนาดล้อเล็กๆเกิดขึ้นอีกทีหลังปี 1963 ยุคกำเนิด Moulton F Frame ล้อ 16x1 3/8"
ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นล้อ 17" ในปี 1965
Moulton ไม่ใช่รถพับ แต่เป็นผู้จุดประกายรถล้อเล็กที่ไม่ใช่ของเล่น
แต่มีประสิทธิภาพไม่แพ้ล้อใหญ่ และเริ่มมีการตัดรถออกเป็นสองท่อน
เพื่อจับยัดเข้าไปในท้ายรถ Morris 1100 ที่ Dr Alex Moulton เป็นผู้ออกแบบช่วงล่าง Hydrolastic
ปี 1971 Mike Bickerton เป็นผู้บุกเบิกการออกแบบรถพับล้อเล็กแบบพับจริงหิ้วจริงขึ้นในประเทศอังกฤษ
เป็นจักรยานพับที่มีน้ำหนักตัวเพียง 9.6 กก. โดยใช้โครงสร้างอลูมิเนี่ยมและพลาสติก ไร้รอยเชื่อม
ก่อนที่จะเกิด Brompton และ Dahon ในเวลาต่อมา
BT และ DH เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในอังกฤษและอเมริกาด้วยแรงบันดาลใจที่ต่างกัน
Andrew Ritchey เห็นรถ Bickerton และตั้งใจจะออกแบบรถพับที่พับได้ดีกว่า
จึงเริ่มออกแบบตั้งแต่ปี 76-78 และเริ่มผลิต BT หลังหัก MK1 ครั้งแรกในปี 1981
บ้านเรามีเจ้าหลังหัก MK1 ตัวเป็นๆอยู่ตัวนึง ปี 82 เคยโชว์ตัวในงานชุมนุมชาว Brompton เมื่อปีก่อนที่ ม.เกษตรฯ
ในฝั่งอเมริกายุค 76 เกิดวิกฤติเรื่องน้ำมัน Dr.David Hon เข้าคิวจอดรถรอเติมน้ำมัน
และเกิดปิ๊งไอเดียที่จะออกแบบจักรยานพับได้เพื่อเก็บไว้ท้ายรถ
จึงได้ออกแบบเจ้าค้ำคอคลาสสิคขึ้นและเริ่มผลิตในจีนประมาณปี 81-82
สองตัวเอกในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมีเอกลักษณ์และแนวทางที่เหมือนกันและต่างกันอยู่เล็กน้อย
รถพับในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็น Bickerton,Brompton,Dahon ล้อใช้เกียร์ดุม 3 สปีด Sturmey กระป๋องนมด้วยกันทั้งสิ้น
ขนาดของตัวรถจะเน้นรองรับสรีระของ Inventor เป็นหลัก
Brompton เมื่อพับแล้วจะเก็บจานไว้ตรงกลางเหมือนกันกับ Bickerton
BT ใช้ล้อ 16-349 ในขณะที่ BT ใช้ล้อ 16-305
ทั้งคู่พยายามทำให้ขนาดของรถเมื่อพับแล้วใหญ่กว่าล้อน้อยที่สุด
และเมื่อกางออกจะค่อนข้างพอดีกับรูปร่างของนักออกแบบ
หลังจากเปิดสายการผลิตมาจนถึงปัจจุบัน
Brompton ยังคงรักษาสไตล์การพับไว้แทบไม่เปลี่ยนแปลง
ในขณะที่ Dahon เน้นวิจัยพัฒนาจดสิทธิบัตรงานออกแบบเพิ่มเติมตลอดเวลา
และมีการออกรุ่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันแตกหักอยกออกเป็น Dr.Hon และ Tern ในปัจจุบัน
Brompton มีการปรับรูปแบบของเฟรมเล็กน้อยปัจจุบันเป็น MK3 ที่มีฐานล้อยาวกว่าตัวเก่าเล็กน้อย
จึงยากที่จะปฎิเสธตำแหน่งสมเด็จพิมพ์ใหญ่รถพับไม่ได้ สำหรับ Brompton รถพับที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดสายการผลิตอยู่
1982 Mark Sander ได้รับรางวัลออกแบบปี 82 เข้าธุรกิจปี 85 ผลิตจริง MK1 ปี 87
อีกหนึ่งในสุดยอดรถพับที่จำทวนท่อหลักของเฟรมเพียง 3 ท่อ แต่สามารถพับกางขี่ได้จริง
ตัวรถสามารถรองรับผู้ขับขี่มี่มีความสูงถึง 192 cm เพราะฉะนั้นจงอย่าแปลกใจที่คนรูปร่างเล็กกว่า
จะมีอาการหน้าไวเมื่อขับขี่เจ้าจัดรยานทรงสามเหลี่ยมมหัศจรรย์นี้
Strida เป็นจักรยานที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบสายพาน แต่ไม่ใช่เจ้าแรก
เพราะในปี 1982 Bridgestone Pinica ได้เปิดตัวจัดรยานพับสายพานรุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบสายพาน
ตัวเด่นๆในโลกรถพับตัวต่อมาคือ Bike Friday ปี 91 เป็นรถล้อเล็กโครโมลี่ที่ให้ความนุ่มนวล
และสามารถถอดรื้อแยกร่างลงไปบบรจุในกระเป๋า Samsonite ได้ทุกรุ่น
ตัวที่เป็น Folding แท้จะเป็น Tickit ที่ออกมาในช่วงปี 2007
1992 Reise & Muller 2 นักศึกษาเยอรมันได้รับรางวัลการออกแบบจักรยานพับ Birdy
ได้หอบหิ้วแบบมาหาผู้ผลิตในไต้หวัน จนในที่สุดได้โรงงาน Pacific เป็นผู้ผลิตให้ในปี 1995
โดย Birdy ที่ส่งไปขายในญี่ปุ่นมีผู้นำเข้า 2 ราย จึงได้มีการจดยี่ห้อใหม่สำหรับตลาดญี่ปุ่น
เจ้าหนึ่งคือ Peoguat ต่อมาเปลี่ยนเป็น Bianci อีกเจ้าหนึ่งใช้ยี่ห้อ BD1 (RM-BD1)
ในช่วงปี 1992-2002 เป็นข่วงที่ Brompton เพิ่มฐานผลิตในไต้หวันโดยโรงงาน Neo Bike
จนเกิดตำนานหมวยแหม่ม และ Neobike Classic ทรงดาฮอนแฮนด์บรอมตั้นขึ้น
ค่าย Pacific เองก็มีการออกรถพับล้อจิ๋ว Carry Me ทีีออกแบบโดย George Lin
และตระกูล IF ที่ผส่นงานออกแบบของ Mark Sander เข้าไว้ด้วยกัน
รถพับมีหลากหลายร้อยยี่ห้อพันรุ่นหมื่นแบบ
ขุดเบญจภาคีสำหรับผมแบ่งตามยี่ห้อและปีที่เกิดเป็นหลัก
รถที่เกิดมาอายุยังไม่ถึงสิบปี ต้องรอดูว่าจะอยู่ยงคงกระพันเหมือนพี่ๆในตำนานหรือไม่
เพราะรถเก๋ๆอย่าง Go Bike แคนาดา ปัจจุบันน่าจะล้มหายตายจากไปแล้ว
หลังจากพยายามฝ่าฟันมาช่วงปลายยุค 90
รวมไปถึง A Bike, Mobiky, Mora ดูดีแต่ทำท่าว่าจะไปไม่รอด
...
การจัดลำดับรถด้วยความชอบเป็นเรื่องหนึ่ง
การจัดรถตามรุ่นปีเป็นเรื่องหนึ่ง
การเปรียบเทียบรถพับรถพับผิดประเภทอีกเรื่องหนึ่ง
รถพับที่สมบูรณ์แบบครบรสเต็มร้อยทุกแขนงไม่มี
แต่ละตัวต่างมีดีเท่าที่ตัวเองจะมีได้
เลือกรถที่ชอบและตอบโจทย์ที่สุด
ไม่มีถูกทุกข้อครับ
..
.
ผมว่าเจ้า mora กับ bike friday tikit นี่ มีส่วนที่คล้ายๆกัน หลายจุดเลยครับmini bike เขียน:สำหรับMora. รถเสปนผมเคยสนใจเพราะเป็นแสตนเลสทั้งคันหนัก11กิโล เลยส่งเมลไปติดต่อขอซื้อว่าจะให้ส่งให้เพื่อนที่ฝรั่งเศสขนมาให้ แต่ทางนั้นแจ้งมาว่ามีปัญหาในการใช้งานตรงส่วนพับหลักอานที่เป็นเฟืองเลยระงับการผลิตและปรับปรุงรูปแบบอยู่ครับ ในเมืองไทยแว่วๆว่ามีใครเคยได้มาใช้แล้ว รบกวนรีวิวให้ข้อมูลกันเป็นความรู้บ้างก็ดีนะครับ ผมชอบในความเรียบง่ายของงานดีไซด์ของนักออกแบบชาวเสปนคนนี้ครับ