Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ผู้ดูแล: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
กฏการใช้บอร์ด
จำหน่ายจักรยาน(เก่าญี่ปุ่น) เสือภูเขาโครโมลี-อลูมิเนียมแบบตะเกียบ พร้อมซ่อมและโมดิฟายด์เสือภูเขาทางเรียบ-จักรยานเดินทางไกล โทร. 0814881440
จำหน่ายจักรยาน(เก่าญี่ปุ่น) เสือภูเขาโครโมลี-อลูมิเนียมแบบตะเกียบ พร้อมซ่อมและโมดิฟายด์เสือภูเขาทางเรียบ-จักรยานเดินทางไกล โทร. 0814881440
- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
รายงานการปั่นทางไกลครั้งล่าสุดครับพี่เมธา เป็นการปั่นไปเที่ยว งานช้างสุรินทร์ ประจำปี 2555
เดินทางเมื่อวันที่ 14-16 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ครับ
เดินทางเมื่อวันที่ 14-16 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ครับ
- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
14.11.55 กรุงเทพ-แก่งคอย-สีคิ้ว (ระยะปั่น107km)
เริ่มต้นจากแยกพงษ์เพชรปั่นไปจับรถไฟไปลงชุมทางแก่งคอย
จากนั้นปั่นไปตามถนนมิตรภาพเป้าหมายอยู่ที่อ่างเก็บน้ำห้วยซับประดู่
สภาพเส้นทางวันนี้มีเนินเขาหลักๆอยู่สามจุดคือ ก่อนเข้ามวกเหล็ก
ก่อนถึงกลางดง และลำตะคอง
การปั่นวันแรกราบรื่นดี

ข้อมูลทางสถิติของวันแรก

เริ่มต้นจากแยกพงษ์เพชรปั่นไปจับรถไฟไปลงชุมทางแก่งคอย
จากนั้นปั่นไปตามถนนมิตรภาพเป้าหมายอยู่ที่อ่างเก็บน้ำห้วยซับประดู่
สภาพเส้นทางวันนี้มีเนินเขาหลักๆอยู่สามจุดคือ ก่อนเข้ามวกเหล็ก
ก่อนถึงกลางดง และลำตะคอง
การปั่นวันแรกราบรื่นดี

ข้อมูลทางสถิติของวันแรก

แก้ไขล่าสุดโดย คำเอก เมื่อ 20 พ.ย. 2012, 11:13, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
15.11.55 อ่างเก็บน้ำห้วยซับประดู่-นางรอง (142km)
20 กิโลเมตรแรกของวันนี้ออกจะหนืดๆหน่วงๆ
พอพ้นระยะนั้นถึงกลับมารู้สึกปั่นสนุกและเพลิน
อาจจะเป็นเพราะความล้าที่สะสมจากเมื่อวาน
หรือไม่ก็ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายก่อนออกปั่น
สภาพเส้นทางครึ่งแรกของวันนี้เป็นเนินขึ้นๆลงๆไม่สูงชันมาก
ตอนแรกคิดว่าจะปั่นสบายๆ แต่เอาเข้าจริงพอเจอเนินขึ้นๆลงๆต่ำๆนั่น
ในระยะทางยาวๆกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
ปั่นไปจนกระทั่งเข้ากิโลเมตรที่ 120 ของวัน ร่างกายเริ่มประท้วงมาสองอาการ คือ
การเสียดสี เจ็บก้น และเอ็นไขว้หน้าเข่าซ้ายเริ่มมีอาการเจ็บเสียวขึ้นในบางจังหวะของการปั่น
แก้ไขปัญหาด้วยการวอยแบ่งระยะพักให้สั้นลง เหลือ 10-12 กมพักทีหนึ่ง
อาการที่เข่าซ้ายก็ไม่แสดงอีก ส่วนก้นยังคงเป็นปัญหาต่อไป
ตอนถึงที่หมายของวันยังเหลือเวลาให้ปั่นได้อีก 2 ชม. ก่อนแสงจะหมด
นั่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ว่าจะปั่นไปต่อแล้วจึงเข้าพักที่เมืองประโคนชัย ซึ่งห่างออกไปอีกราว 35 กม
ดีหรือไม่ กล้ามเนื้อและแรงยังไหว แต่ก้นบอกว่า หยุดเถอะ เลยวนหาที่พักแถวนางรอง
เข้าพักที่ริมน้ำ หนองตาหมู่

ข้อมูลทางสถิติของวันที่สอง

เข้าที่พักอาบน้ำอาบท่าเสร็จ ด้วยความที่นางรองเป็นเมืองใหญ่
เลยปั่นออกไปดูความเคลื่อนไหวของผู้คนยามค่ำคืน และหาพลังงานใส่ท้อง
แน่นอนว่าต้องไม่พลาดข้าวขาหมูของดังของเมืองนั้น
เลยได้ระยะของวันเพิ่มมาอีกนิดหน่อย

20 กิโลเมตรแรกของวันนี้ออกจะหนืดๆหน่วงๆ
พอพ้นระยะนั้นถึงกลับมารู้สึกปั่นสนุกและเพลิน
อาจจะเป็นเพราะความล้าที่สะสมจากเมื่อวาน
หรือไม่ก็ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายก่อนออกปั่น
สภาพเส้นทางครึ่งแรกของวันนี้เป็นเนินขึ้นๆลงๆไม่สูงชันมาก
ตอนแรกคิดว่าจะปั่นสบายๆ แต่เอาเข้าจริงพอเจอเนินขึ้นๆลงๆต่ำๆนั่น
ในระยะทางยาวๆกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
ปั่นไปจนกระทั่งเข้ากิโลเมตรที่ 120 ของวัน ร่างกายเริ่มประท้วงมาสองอาการ คือ
การเสียดสี เจ็บก้น และเอ็นไขว้หน้าเข่าซ้ายเริ่มมีอาการเจ็บเสียวขึ้นในบางจังหวะของการปั่น
แก้ไขปัญหาด้วยการวอยแบ่งระยะพักให้สั้นลง เหลือ 10-12 กมพักทีหนึ่ง
อาการที่เข่าซ้ายก็ไม่แสดงอีก ส่วนก้นยังคงเป็นปัญหาต่อไป
ตอนถึงที่หมายของวันยังเหลือเวลาให้ปั่นได้อีก 2 ชม. ก่อนแสงจะหมด
นั่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ว่าจะปั่นไปต่อแล้วจึงเข้าพักที่เมืองประโคนชัย ซึ่งห่างออกไปอีกราว 35 กม
ดีหรือไม่ กล้ามเนื้อและแรงยังไหว แต่ก้นบอกว่า หยุดเถอะ เลยวนหาที่พักแถวนางรอง
เข้าพักที่ริมน้ำ หนองตาหมู่

ข้อมูลทางสถิติของวันที่สอง

เข้าที่พักอาบน้ำอาบท่าเสร็จ ด้วยความที่นางรองเป็นเมืองใหญ่
เลยปั่นออกไปดูความเคลื่อนไหวของผู้คนยามค่ำคืน และหาพลังงานใส่ท้อง
แน่นอนว่าต้องไม่พลาดข้าวขาหมูของดังของเมืองนั้น
เลยได้ระยะของวันเพิ่มมาอีกนิดหน่อย

- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
16.11.55 นางรอง-สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ (91km)
วันสุดท้ายของการเดินทางเหลือระยะไม่มาก สภาพเส้นทางราบเรียบเป็นส่วนใหญ่
มีเนินบ้างเล็กน้อย จากสภาพก้นและเข่าเมื่อวาน ร่วมกับระยะทางที่ไม่ไกลนัก
เลยวางแผนว่าวันนี้จะซอยช่วงพักที่ 12-15 กม ต่อครั้ง
เข่าซ้ายไม่แสดงอาการผิดปกติ จนกระทั่งใกล้ถึงที่หมายจึงเริ่มมีอาการเสียวแปลบขึ้นนิดหน่อย
ส่วนก้นยังคงแสดงอาการต่อไป แต่การแบ่งช่วงพักที่ถี่ขึ้น ก็ช่วยให้อาการไม่หนักกว่าเดิม
และสามารถเดินทางต่อไปได้โดยไม่ลำบากมากนัก
การปั่น 20 กิโลเมตรแรกของวันยังหนืดหน่วงต่อไป และกลับมาไหลลื่นหลังจากนั้นเช่นเดียวกับเมื่อวาน
เส้นทางที่ราบเรียบทำให้ง่ายต่อการปั่น แต่สายลมที่แรงกว่าทุกวันในวันนี้กลายเป็นอุปสรรคประจำวันนี้
(หลังจากถึงที่หมาย คืนนั้นฝนตกที่สุรินทร์หนักทีเดียว)

ข้อมูลทางสถิติของวันที่สาม

จบทริปนี้ด้วยการเข้าพักที่ รพ.ช้าง สุรินทร์ ปาร์ตี้หมูหันต่อ
และเที่ยวงานช้างอีกสองวัน จากนั้นเดินทางกลับโดยขนจักรยานขึ้นรถกลับ
รวมระยะทางทั้งหมดในครั้งนี้ 345.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางสามวัน
วันสุดท้ายของการเดินทางเหลือระยะไม่มาก สภาพเส้นทางราบเรียบเป็นส่วนใหญ่
มีเนินบ้างเล็กน้อย จากสภาพก้นและเข่าเมื่อวาน ร่วมกับระยะทางที่ไม่ไกลนัก
เลยวางแผนว่าวันนี้จะซอยช่วงพักที่ 12-15 กม ต่อครั้ง
เข่าซ้ายไม่แสดงอาการผิดปกติ จนกระทั่งใกล้ถึงที่หมายจึงเริ่มมีอาการเสียวแปลบขึ้นนิดหน่อย
ส่วนก้นยังคงแสดงอาการต่อไป แต่การแบ่งช่วงพักที่ถี่ขึ้น ก็ช่วยให้อาการไม่หนักกว่าเดิม
และสามารถเดินทางต่อไปได้โดยไม่ลำบากมากนัก
การปั่น 20 กิโลเมตรแรกของวันยังหนืดหน่วงต่อไป และกลับมาไหลลื่นหลังจากนั้นเช่นเดียวกับเมื่อวาน
เส้นทางที่ราบเรียบทำให้ง่ายต่อการปั่น แต่สายลมที่แรงกว่าทุกวันในวันนี้กลายเป็นอุปสรรคประจำวันนี้
(หลังจากถึงที่หมาย คืนนั้นฝนตกที่สุรินทร์หนักทีเดียว)

ข้อมูลทางสถิติของวันที่สาม

จบทริปนี้ด้วยการเข้าพักที่ รพ.ช้าง สุรินทร์ ปาร์ตี้หมูหันต่อ
และเที่ยวงานช้างอีกสองวัน จากนั้นเดินทางกลับโดยขนจักรยานขึ้นรถกลับ
รวมระยะทางทั้งหมดในครั้งนี้ 345.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางสามวัน
- เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- ขาประจำ
- โพสต์: 8726
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2009, 20:08
- Tel: 0814881440
- team: จักรยานทางไกลเอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: Diamond Back,JT Park,Nishiki,Shogun Cromo,Ritchey P23
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
รุ่นใหม่ไฟแรงทุกท่านเลยครับคำเอก เขียน:16.11.55 นางรอง-สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ (91km)
วันสุดท้ายของการเดินทางเหลือระยะไม่มาก สภาพเส้นทางราบเรียบเป็นส่วนใหญ่
มีเนินบ้างเล็กน้อย จากสภาพก้นและเข่าเมื่อวาน ร่วมกับระยะทางที่ไม่ไกลนัก
เลยวางแผนว่าวันนี้จะซอยช่วงพักที่ 12-15 กม ต่อครั้ง
เข่าซ้ายไม่แสดงอาการผิดปกติ จนกระทั่งใกล้ถึงที่หมายจึงเริ่มมีอาการเสียวแปลบขึ้นนิดหน่อย
ส่วนก้นยังคงแสดงอาการต่อไป แต่การแบ่งช่วงพักที่ถี่ขึ้น ก็ช่วยให้อาการไม่หนักกว่าเดิม
และสามารถเดินทางต่อไปได้โดยไม่ลำบากมากนัก
การปั่น 20 กิโลเมตรแรกของวันยังหนืดหน่วงต่อไป และกลับมาไหลลื่นหลังจากนั้นเช่นเดียวกับเมื่อวาน
เส้นทางที่ราบเรียบทำให้ง่ายต่อการปั่น แต่สายลมที่แรงกว่าทุกวันในวันนี้กลายเป็นอุปสรรคประจำวันนี้
(หลังจากถึงที่หมาย คืนนั้นฝนตกที่สุรินทร์หนักทีเดียว)
ข้อมูลทางสถิติของวันที่สาม
จบทริปนี้ด้วยการเข้าพักที่ รพ.ช้าง สุรินทร์ ปาร์ตี้หมูหันต่อ
และเที่ยวงานช้างอีกสองวัน จากนั้นเดินทางกลับโดยขนจักรยานขึ้นรถกลับ
รวมระยะทางทั้งหมดในครั้งนี้ 345.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางสามวัน
ร้านเอ็ม.เจ.ไบค์ เราให้คุณมากกว่าจักรยาน
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
-
สุธรรม
- สมาชิก
- โพสต์: 16
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2009, 02:18
- Tel: -
- team: -
- Bike: -
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
แหม...คุณคำเอกละก้อ ค่อยๆเลื่อนอ่านอยู่เพลินๆ
ไหลลงมาเจอ นายแบบใส่แว่นทำตาโต ต๊กใจหมดเลย
ล้อเล่นนะครับ
หายเจ็บก้นยังเอ่ย ไปเที่ยวไหนแล้วมาลงให้อ่านอีกนะครับ
ไหลลงมาเจอ นายแบบใส่แว่นทำตาโต ต๊กใจหมดเลย
หายเจ็บก้นยังเอ่ย ไปเที่ยวไหนแล้วมาลงให้อ่านอีกนะครับ
- T_lek
- ขาประจำ
- โพสต์: 622
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2011, 07:40
- Tel: 0818914972
- team: TEPSATREE CYCLING CLUB (รถถีบค่ายเืทพ)
- Bike: PEUGEOT Black Rock Cromo By MJ
- ตำแหน่ง: นครศรีธรรมราช
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ปั่นไม่ไว แต่จะ ไปให้ถึง
- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
แฮ่ๆ หายดีแล้วครับ กลับมาปั่นยืดเส้นยืดสายยังที่มั่นแล้วครับสุธรรม เขียน:แหม...คุณคำเอกละก้อ ค่อยๆเลื่อนอ่านอยู่เพลินๆ
ไหลลงมาเจอ นายแบบใส่แว่นทำตาโต ต๊กใจหมดเลยล้อเล่นนะครับ
หายเจ็บก้นยังเอ่ย ไปเที่ยวไหนแล้วมาลงให้อ่านอีกนะครับ
ขอบคุณครับ
เพื่อนผมมันบอกว่า "อยากเท่ห์ต้องเหงา"T_lek เขียน:อ่านเพลินเลย ปั่นเดี่ยว เที่ยวเรื่อยๆ....
![]()
แต่ปั่นเหงาๆบ่อยๆ มันก็ท่าจะไม่ดีเหมือนกันครับ แฮ่ๆ
ขอบคุณนะครับ
- T_lek
- ขาประจำ
- โพสต์: 622
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2011, 07:40
- Tel: 0818914972
- team: TEPSATREE CYCLING CLUB (รถถีบค่ายเืทพ)
- Bike: PEUGEOT Black Rock Cromo By MJ
- ตำแหน่ง: นครศรีธรรมราช
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ถ้ามีเวลาจะไปเหงาด้วยครับ..คำเอก เขียน:แฮ่ๆ หายดีแล้วครับ กลับมาปั่นยืดเส้นยืดสายยังที่มั่นแล้วครับสุธรรม เขียน:แหม...คุณคำเอกละก้อ ค่อยๆเลื่อนอ่านอยู่เพลินๆ
ไหลลงมาเจอ นายแบบใส่แว่นทำตาโต ต๊กใจหมดเลยล้อเล่นนะครับ
หายเจ็บก้นยังเอ่ย ไปเที่ยวไหนแล้วมาลงให้อ่านอีกนะครับ
ขอบคุณครับ![]()
เพื่อนผมมันบอกว่า "อยากเท่ห์ต้องเหงา"T_lek เขียน:อ่านเพลินเลย ปั่นเดี่ยว เที่ยวเรื่อยๆ....
![]()
แต่ปั่นเหงาๆบ่อยๆ มันก็ท่าจะไม่ดีเหมือนกันครับ แฮ่ๆ
ขอบคุณนะครับ
ปั่นไม่ไว แต่จะ ไปให้ถึง
- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ครบรอบหนึ่งปีที่เจ้าเคราแดงได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยฝีมือพี่เมธา
เลยแวะเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวครับ
ระยะสะสมถึงวันนี้ถึงหลักกิโลที่สามพันหน่อยแล้วครับ(ติดไมล์วัดระยะเมื่อ พย 55)
ยังห่างไกลจากระยะที่พี่เมธาเคยพูดเล่นกับผม(หรือพี่พูดจริงก้ไม่รู้)
อยู่เยอะเลยครับ (หนึ่งในสามเอง - -")
เหอๆ
ไม่รู้ว่าที่นครสวรรค์มีสมาชิกเอ็มเจไบค์อยู่บ้างไหมครับ
เพราะตอนนี้ผมย้ายมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่แล้ว
ภาพถ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ

เลยแวะเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวครับ
ระยะสะสมถึงวันนี้ถึงหลักกิโลที่สามพันหน่อยแล้วครับ(ติดไมล์วัดระยะเมื่อ พย 55)
ยังห่างไกลจากระยะที่พี่เมธาเคยพูดเล่นกับผม(หรือพี่พูดจริงก้ไม่รู้)
อยู่เยอะเลยครับ (หนึ่งในสามเอง - -")
เหอๆ
ไม่รู้ว่าที่นครสวรรค์มีสมาชิกเอ็มเจไบค์อยู่บ้างไหมครับ
เพราะตอนนี้ผมย้ายมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่แล้ว
ภาพถ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ

- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
สวัสดีครับคุณคำเอก....ปั่นจักรยานไปเที่ยวงานช้างสุรินทร์...เยี่ยมมากครับ
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
- เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- ขาประจำ
- โพสต์: 8726
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2009, 20:08
- Tel: 0814881440
- team: จักรยานทางไกลเอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: Diamond Back,JT Park,Nishiki,Shogun Cromo,Ritchey P23
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
คำเอก เขียน:ครบรอบหนึ่งปีที่เจ้าเคราแดงได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยฝีมือพี่เมธา
เลยแวะเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวครับ
ระยะสะสมถึงวันนี้ถึงหลักกิโลที่สามพันหน่อยแล้วครับ(ติดไมล์วัดระยะเมื่อ พย 55)
ยังห่างไกลจากระยะที่พี่เมธาเคยพูดเล่นกับผม(หรือพี่พูดจริงก้ไม่รู้)
อยู่เยอะเลยครับ (หนึ่งในสามเอง - -")
เหอๆ
ไม่รู้ว่าที่นครสวรรค์มีสมาชิกเอ็มเจไบค์อยู่บ้างไหมครับ
เพราะตอนนี้ผมย้ายมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่แล้ว
ภาพถ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ![]()
สามพัน กม ก็ใช้ได้แล้วครับ แล้วย้ายมาอยู่นครสวรรค์ เลี้ยงช้าง เหมือนเดิมหรือเปล่าครับ
ร้านเอ็ม.เจ.ไบค์ เราให้คุณมากกว่าจักรยาน
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ขอบคุณมากครับพี่ประจันทร์ศรี
พี่เมธา ผมแค่ช่วยดูแลสุขภาพช้างให้คนอื่นๆ เขาน่ะครับ - -"
ไม่ได้มีช้างไว้เลี้ยงเองหรอกครับ เหอๆ
ตอนนี้ผมเปลี่ยนงานมาช่วยทำที่ ม.มหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์
เรื่องช้างเลยไม่ได้ทำเต็มตัวเหมือนเก่าแล้วครับ
เพียงแต่ถ้าพอมีเวลาว่างช่วงไหนก็แว้บเข้าไปข้องเกี่ยวอยู่บ้างเป็นระยะๆครับ
ปีหน้าจะพยายามทำระยะให้มากกว่านี้ครับ
ปีนี้ข้ออ้างเยอะไปหน่อยครับไม่ว่าจะ ฝนตก ถนนเปียก ฟ้าครึ้ม แฮ่ๆ
อ่อ เจ้าเคราแดงนี่ดูแลง่ายดีครับ ยังไม่งอแงอะไรเลย
โชว์ตัวเคราแดงบ้างครับ
หนุ่มน้อยนั่นหลานผมเอง ตอนนี้รับช่วงเจ้าดำเกิงต่อจากผมไปขี่อยู่ครับ

พี่เมธา ผมแค่ช่วยดูแลสุขภาพช้างให้คนอื่นๆ เขาน่ะครับ - -"
ไม่ได้มีช้างไว้เลี้ยงเองหรอกครับ เหอๆ
ตอนนี้ผมเปลี่ยนงานมาช่วยทำที่ ม.มหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์
เรื่องช้างเลยไม่ได้ทำเต็มตัวเหมือนเก่าแล้วครับ
เพียงแต่ถ้าพอมีเวลาว่างช่วงไหนก็แว้บเข้าไปข้องเกี่ยวอยู่บ้างเป็นระยะๆครับ
ปีหน้าจะพยายามทำระยะให้มากกว่านี้ครับ
ปีนี้ข้ออ้างเยอะไปหน่อยครับไม่ว่าจะ ฝนตก ถนนเปียก ฟ้าครึ้ม แฮ่ๆ
อ่อ เจ้าเคราแดงนี่ดูแลง่ายดีครับ ยังไม่งอแงอะไรเลย
โชว์ตัวเคราแดงบ้างครับ
หนุ่มน้อยนั่นหลานผมเอง ตอนนี้รับช่วงเจ้าดำเกิงต่อจากผมไปขี่อยู่ครับ

- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
สวัสดีครับพี่เมธา
แวะมาเล่าทริปปั่นเล็กๆให้ฟังสองทริปครับ
(1) 09.11.56 >>> ลุยเดี่ยว อุตรดิตถ์-แพร่-ปั่นในตัวเมืองแพร่ (133 km)
เรื่องราวมันเริ่มจากเพื่อนผมกับรุ่นพี่ผมแต่งงานกันที่เมืองแพร่
ด้วยความไม่อยากขับรถไปคนเดียว (เนื่องจากพี่ๆน้องๆที่จะมางานกันนั้นส่วนใหญ่อยู่เชียงใหม่
ส่วนผมอยู่นครสวรรค์) เพราะแน่ใจได้ว่าต้องมีสังสรรค์กันจนเลยเถิด
เพราะพี่ๆน้องๆที่คุ้นเคยกันสมัยเรียนมารวมกันทั้งที
ถ้าขับรถไปคนเดียว ขากลับคงลำบาก
นั่งดูกูเกิ้ลแมพเช็คระยะไปมา
เอาว่ะ ขนเคราแดง(จักรยาน)ขึ้นรถทัวร์ไปลงอุตรดิตถ์แล้วปั่นต่อดีกว่า
จะได้ลองขนจักรยานขนรถทัวร์ด้วย
ว่าแล้วก็ขี่เคราแดงดุ่มๆ ไปที่ขนส่งนครสวรรค์ถามหารถไปอุตรดิตถ์
ที่สามารถขนจักรยานไปด้วยได้ดีกว่า
ในที่สุดก็ได้รถเที่ยว 02.30 น. น่าจะไปถึงใกล้สว่าง
เวลากำลังสวย
ได้รถได้ตั๋วรถเรียบร้อยก็กลับบ้านมานอนรอเวลาด้วยความเย็นทรวง
แต่การห่างหายจากทริปคนเดียวก็ทำให้ตื่นเต้นพอสมควร
พาลทำเอาหลับได้ไม่สนิท...
รถพามาถึงอุตรดิตถ์ตีห้าครึ่ง บนรถพยายามข่มตาหลับได้นิดหน่อย
แต่ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลมาก ราวแปดสิบโล มีเขาพลึงขวางอยู่ลูกเดียว
เวลาเหลือเฟือ(งานเริ่มหกโมงเย็นและพี่ๆน้องก็น่าจะมาถึงไม่เร็วนัก)
คิดในใจอย่างมากก็ถึงแยกเด่นชัยสักเที่ยงหาอะไรใส่ท้องพักสักประเดี๋ยว
ปั่นต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงแพร่แล้ว...
ล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำห้องท่า ซัดหมูปิ้งเสร็จ ก็ได้เวลาออกเดินทาง
ประเดิมด้วยสักการะพระยาพิชัยดาบหักเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเลย
จากนั้นก็ปั่นเรื่อยๆออกจากอุตรดิตถ์ไปตามถนนหมายเลข
1045 ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าหมายเลข 11 มุ่งหน้าสู่เด่นชัย
ออกปั่นรอบนี้ค่อนข้างสบายๆ ไม่ได้กะเกณฑ์อะไรให้ตัวเองมากนัก
มีน้ำมีเสบียงติดตัวนิดหน่อย ปั่นเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุด

อากาศเย็นสบายทำให้การปั่นออกจะเป็นอะไรที่รื่นรมย์ใจ
เส้นทางช่วงแรกเป็นเนินเตี้ยๆบวกทางราบ ผ่านไปสักพักก็เริ่มเข้าสู่
การไต่ขึ้นสู่เขาพลึงซึ่งวางตัวขวางเส้นทางอยู่
ตอนแรกก็กังวลอยู่นิดหน่อยกับความสูงชันที่ตั้งตระหง่านรออยู่
เหตุเพราะเมื่อคืนได้พักผ่อนไม่เต็มที่นั่นเอง
แต่เอาเข้าจริง การขึ้นเขาพลึงก็ไม่ได้ลำบากจนเกินไปนัก
กับวิธีการที่ได้ศึกษาเอาจากที่พี่เมธาเขียนมา
ผมจอดพักก่อนถึงจุดชมวิวเขาพลึงเล็กน้อย
เพื่อทำให้แน่ใจว่าตอนจะตัดข้ามถนนไปฝั่งขวาที่เป็นจุดชมวิว
เพื่อพักยืดเส้นยืดสายนั้น ร่างกายผมจะพร้อมมากพอที่จะไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาด
ถึงจุดชมวิวเขาพลึงไม่เต็มเก้าโมงเช้าดี โทรเช็คทีมงานจากเชียงใหม่ ปรากฏว่ายังไม่ออกจากเชียงใหม่กันเลย
เลยได้ทีนั่งกินลม ชมวิวที่มีหมอกบางๆ คลอเคลียอยู่เคียงข้างขุนเขา
ใช้เวลาที่จุดชมวิวเขาพลึงอยู่พักใหญ่จนกาแฟหมดแก้ว และร่างกายรู้สึกสดชื่นดี
ก็ได้เวลาไปต่อ หนทางข้างหน้าเป็นทางลงยาวๆ ไปถึงเด่นชัย
โอ้สวรรค์รอเราอยู่เบื้องหน้า....

ช่วงลงจากเขาพลึงเป็นอะไรที่เพลินและใช้เวลาสั้นมาก
เพียงครึ่งชั่วโมง เคราแดงก็พาผมมายืนอยู่ที่แยกเด่นชัยเสียแล้ว
ยังไม่ถึงสิบโมงเช้าเลย ว่าแล้วก็นั่งหาอะไรกินเป็นการรอ
ทีมงานทางเชียงใหม่ไปในตัว
เหลือระยะทางอีกไม่ไกล

สักสิบโมงครึ่งอากาศก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทันทีที่แดดจ้า ความเย็นสบายก็หายไปพลัน
เห็นท่าไม่ดีเลยตัดสินใจออกปั่นต่อดีกว่า แล้วค่อยไปหาที่หลบแดดเย็นๆในเมืองแพร่
และก็ท่าไม่ดีจริงๆ ระยะทางแค่ยี่สิบโลแถมเป็นทางราบนั้น นับเป็นช่วงที่ลำบากของวันเลยทีเดียว (แดดเปรี้ยงส่องสวนหน้าเต็มๆ)
ไปถึงแพร่ก็เลยต้องเข้าไปพักยาวๆที่สวนสาธารณะ เพราะรู้สึกร้อนและเหนื่อยมาก
เผอิญที่สวนสาธารณะมีวงบิ๊กแบนด์นั่งเรียนกำลังซ้อมดนตรีไปเล่นที่ไหนไม่รู้
เลยได้ทีนั่งพักไปฟังเพลงไปสบายอารมณ์
พอหายเหนื่อยก็ได้เวลาปั่นเที่ยวเล่นเมืองแพร่ การบงการบ้านก็ไม่ได้ทำอะไรมา
อาศัยอ่านป้ายดูป้ายไปเรื่อยเปื่อย ก็สนุกไปอีกแบบ



ในที่สุดพวกพี่ๆน้องๆจากเชียงใหม่มากันพร้อมหน้า (ห้าโมงเย็น รู้สึกโชคดีมากที่เอาจักรยานมาด้วย ไม่งั้นคงได้นอนเหี่ยวรออยู่แต่ในโรงแรม)
จึงเข้าที่พัก อาบน้ำแต่งตัวไปร่วมงาน สรุปได้ระยะปั่นในวันนี้มารวม 123 กิโลเมตร

รุ่งเช้าตื่นมายังพอมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย เนื่องจากรถขากลับออกเวลา 10.30 น.
จึงปั่นวนเล่นในเมืองได้ระยะอีกเล็กน้อย
สรุปรวมทริปนี้ได้ระยะ 133 กิโลเมตร

แวะมาเล่าทริปปั่นเล็กๆให้ฟังสองทริปครับ
(1) 09.11.56 >>> ลุยเดี่ยว อุตรดิตถ์-แพร่-ปั่นในตัวเมืองแพร่ (133 km)
เรื่องราวมันเริ่มจากเพื่อนผมกับรุ่นพี่ผมแต่งงานกันที่เมืองแพร่
ด้วยความไม่อยากขับรถไปคนเดียว (เนื่องจากพี่ๆน้องๆที่จะมางานกันนั้นส่วนใหญ่อยู่เชียงใหม่
ส่วนผมอยู่นครสวรรค์) เพราะแน่ใจได้ว่าต้องมีสังสรรค์กันจนเลยเถิด
เพราะพี่ๆน้องๆที่คุ้นเคยกันสมัยเรียนมารวมกันทั้งที
ถ้าขับรถไปคนเดียว ขากลับคงลำบาก
นั่งดูกูเกิ้ลแมพเช็คระยะไปมา
เอาว่ะ ขนเคราแดง(จักรยาน)ขึ้นรถทัวร์ไปลงอุตรดิตถ์แล้วปั่นต่อดีกว่า
จะได้ลองขนจักรยานขนรถทัวร์ด้วย
ว่าแล้วก็ขี่เคราแดงดุ่มๆ ไปที่ขนส่งนครสวรรค์ถามหารถไปอุตรดิตถ์
ที่สามารถขนจักรยานไปด้วยได้ดีกว่า
ในที่สุดก็ได้รถเที่ยว 02.30 น. น่าจะไปถึงใกล้สว่าง
เวลากำลังสวย
ได้รถได้ตั๋วรถเรียบร้อยก็กลับบ้านมานอนรอเวลาด้วยความเย็นทรวง
แต่การห่างหายจากทริปคนเดียวก็ทำให้ตื่นเต้นพอสมควร
พาลทำเอาหลับได้ไม่สนิท...
รถพามาถึงอุตรดิตถ์ตีห้าครึ่ง บนรถพยายามข่มตาหลับได้นิดหน่อย
แต่ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลมาก ราวแปดสิบโล มีเขาพลึงขวางอยู่ลูกเดียว
เวลาเหลือเฟือ(งานเริ่มหกโมงเย็นและพี่ๆน้องก็น่าจะมาถึงไม่เร็วนัก)
คิดในใจอย่างมากก็ถึงแยกเด่นชัยสักเที่ยงหาอะไรใส่ท้องพักสักประเดี๋ยว
ปั่นต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงแพร่แล้ว...
ล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำห้องท่า ซัดหมูปิ้งเสร็จ ก็ได้เวลาออกเดินทาง
ประเดิมด้วยสักการะพระยาพิชัยดาบหักเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเลย
จากนั้นก็ปั่นเรื่อยๆออกจากอุตรดิตถ์ไปตามถนนหมายเลข
1045 ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าหมายเลข 11 มุ่งหน้าสู่เด่นชัย
ออกปั่นรอบนี้ค่อนข้างสบายๆ ไม่ได้กะเกณฑ์อะไรให้ตัวเองมากนัก
มีน้ำมีเสบียงติดตัวนิดหน่อย ปั่นเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุด

อากาศเย็นสบายทำให้การปั่นออกจะเป็นอะไรที่รื่นรมย์ใจ
เส้นทางช่วงแรกเป็นเนินเตี้ยๆบวกทางราบ ผ่านไปสักพักก็เริ่มเข้าสู่
การไต่ขึ้นสู่เขาพลึงซึ่งวางตัวขวางเส้นทางอยู่
ตอนแรกก็กังวลอยู่นิดหน่อยกับความสูงชันที่ตั้งตระหง่านรออยู่
เหตุเพราะเมื่อคืนได้พักผ่อนไม่เต็มที่นั่นเอง
แต่เอาเข้าจริง การขึ้นเขาพลึงก็ไม่ได้ลำบากจนเกินไปนัก
กับวิธีการที่ได้ศึกษาเอาจากที่พี่เมธาเขียนมา
ผมจอดพักก่อนถึงจุดชมวิวเขาพลึงเล็กน้อย
เพื่อทำให้แน่ใจว่าตอนจะตัดข้ามถนนไปฝั่งขวาที่เป็นจุดชมวิว
เพื่อพักยืดเส้นยืดสายนั้น ร่างกายผมจะพร้อมมากพอที่จะไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาด
ถึงจุดชมวิวเขาพลึงไม่เต็มเก้าโมงเช้าดี โทรเช็คทีมงานจากเชียงใหม่ ปรากฏว่ายังไม่ออกจากเชียงใหม่กันเลย
เลยได้ทีนั่งกินลม ชมวิวที่มีหมอกบางๆ คลอเคลียอยู่เคียงข้างขุนเขา
ใช้เวลาที่จุดชมวิวเขาพลึงอยู่พักใหญ่จนกาแฟหมดแก้ว และร่างกายรู้สึกสดชื่นดี
ก็ได้เวลาไปต่อ หนทางข้างหน้าเป็นทางลงยาวๆ ไปถึงเด่นชัย
โอ้สวรรค์รอเราอยู่เบื้องหน้า....

ช่วงลงจากเขาพลึงเป็นอะไรที่เพลินและใช้เวลาสั้นมาก
เพียงครึ่งชั่วโมง เคราแดงก็พาผมมายืนอยู่ที่แยกเด่นชัยเสียแล้ว
ยังไม่ถึงสิบโมงเช้าเลย ว่าแล้วก็นั่งหาอะไรกินเป็นการรอ
ทีมงานทางเชียงใหม่ไปในตัว
เหลือระยะทางอีกไม่ไกล

สักสิบโมงครึ่งอากาศก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทันทีที่แดดจ้า ความเย็นสบายก็หายไปพลัน
เห็นท่าไม่ดีเลยตัดสินใจออกปั่นต่อดีกว่า แล้วค่อยไปหาที่หลบแดดเย็นๆในเมืองแพร่
และก็ท่าไม่ดีจริงๆ ระยะทางแค่ยี่สิบโลแถมเป็นทางราบนั้น นับเป็นช่วงที่ลำบากของวันเลยทีเดียว (แดดเปรี้ยงส่องสวนหน้าเต็มๆ)
ไปถึงแพร่ก็เลยต้องเข้าไปพักยาวๆที่สวนสาธารณะ เพราะรู้สึกร้อนและเหนื่อยมาก
เผอิญที่สวนสาธารณะมีวงบิ๊กแบนด์นั่งเรียนกำลังซ้อมดนตรีไปเล่นที่ไหนไม่รู้
เลยได้ทีนั่งพักไปฟังเพลงไปสบายอารมณ์
พอหายเหนื่อยก็ได้เวลาปั่นเที่ยวเล่นเมืองแพร่ การบงการบ้านก็ไม่ได้ทำอะไรมา
อาศัยอ่านป้ายดูป้ายไปเรื่อยเปื่อย ก็สนุกไปอีกแบบ



ในที่สุดพวกพี่ๆน้องๆจากเชียงใหม่มากันพร้อมหน้า (ห้าโมงเย็น รู้สึกโชคดีมากที่เอาจักรยานมาด้วย ไม่งั้นคงได้นอนเหี่ยวรออยู่แต่ในโรงแรม)
จึงเข้าที่พัก อาบน้ำแต่งตัวไปร่วมงาน สรุปได้ระยะปั่นในวันนี้มารวม 123 กิโลเมตร

รุ่งเช้าตื่นมายังพอมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย เนื่องจากรถขากลับออกเวลา 10.30 น.
จึงปั่นวนเล่นในเมืองได้ระยะอีกเล็กน้อย
สรุปรวมทริปนี้ได้ระยะ 133 กิโลเมตร

- คำเอก
- สมาชิก
- โพสต์: 28
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2011, 10:38
- Bike: เคราแดง (Miyata modified by MJ Bike)
- ติดต่อ:
Re: Miyata Alu-Alloy แบบที่ 2 ล้อ26" ของคุณคำเอกเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
(2) 23.11.56 >>> แม่สอด-โรงสีปูเต้อ-น้ำตกธารารักษ์-น้ำตกพาเจริญ-น้ำตกนางครวญ-บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก-แม่สอด (120km+51km)
ทริปนี้มีสมาชิกสามหนุ่ม : คำเอก & คำเสก ศิษย์เอ็มเจไบค์ และเจมส์ สามสิบคำหวาน
พาหนะ คำเอก(เคราแดง),คำเสก(ปสทช),เจมส์(ภูผา)
หลังจากติดใจการปั่นไปร่วมงานแต่งเมื่อต้นเดือนที่แพร่ พอมีงานหมั้นเพื่อนสนิทที่แม่สอด
เลยชวนสองเสือ คำเสกและเจมส์ ปั่นเที่ยวเล่นแดนดินชายแดนเล่นเสียหน่อย
เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นที่ผมเคยทำงานสมัยเป็นสัตวแพทย์ผู้ดูแลช้างให้มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย
เลยร่างเส้นทางขึ้นได้ไม่ยาก และคิดว่าซอยแบ่งระยะไว้น่าจะเหมาะสมพอสมควร
แต่....ทุกอย่างก็ไม่เป็นดั่งที่คิดเสมอไป
เราออกจากแม่สอดกันแต่เช้า ซัดข้าวมันไก่ตุนพลังงานเสร็จก็มุ่งหน้าออกจากแม่สอด
ไปตามเส้นทางที่มุ่งสู่อุ้มผาง เป้าหมายแรกคือโรงสีปูเต้อซึ่งห่างออกไปราว 15 km จากตัวแม่สอด
แวะเยี่ยมเยียนพี่ผจญ ผู้นำกลุ่มคนเลี้ยงช้างบ้านปูเต้อที่คุ้นเคยกันดี

นั่งสนทนากับพี่ผจญอยู่พักใหญ่ก็ได้เวลาร่ำลาออกเดินทางต่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไปคือ น้ำตกธารารักษ์ที่ตั้งอยู่แถวบ้านเจดีย์โค๊ะ
ก่อนจากกันได้รับมอบข้าวก่ำนึ่งจากพี่สุ ภรรยาพี่ผจญเป็นเสบียงติดตัวมาอีกถุงใหญ่
ระหว่างเส้นทางพอมาถึงม่อนหินเหล็กไฟ มีสองทางเลือกว่าจะเลี่ยงม่อน หรือจะเผชิญหน้ากับม่อนหินเห็ลกไฟ
ที่มีทางขึ้นความชันราวสามสิบองศาขึ้นต่อเนื่องระยะทางราวสองกิโลเมตร
หันไปถามคำเสก เอาไงชาเล้นจ์กันหน่อยไหม
คำเสกดันตอบว่า.....เอา

ไอ้ผมเนื่องจากรู้แกวว่าเส้นทางเป็นยังไงสองขาเลยค่อยๆ กดบันไดกระดึบๆขึ้นไปบนม่อนหินเหล็กไฟอย่างมุ่งมั่น
ท่องคาถาพี่เมธาไป ถีบบันไดไป
ส่วนภูผาผู้ซึ่งคุ้นเคยกับการขึ้นดอย เพราะขี่ขึ้นดอยสุเทพมาประจำ เหมือนเจอของถนัด
กดบันไดแซง เคราแดง และ ปสทช ไปฉิว
พอเลี้ยวซ้ายพ้นโค้งซ้ายหักขึ้น ภูผาผู้ถนัดการปีนดอย ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี
หลบพักข้างทางกันแถบไม่ทัน ส่วนเคราแดง กับ ปสทช ก็ใช่ว่าจะรอด
จอดไม่ต้องแจวเหมือนกัน ดีอยู่หน่อยตรงที่หัวใจยังเต้นอยู่ในช่วงที่ไม่เร็วไปนัก
ยกแรกกับม่อนหินเหล็กไฟได้ระยะมาราว 1 km

อีกครึ่งที่เหลือก็เลยได้ค่อยๆกระดึบขึ้นไปทีละราว 200 เมตร ประคองอาการภูผา
ที่คำนวณแรงผิดใส่ไปเต็มจนหัวใจเต้นเป็นกลองสะบัดชัย
แต่ในที่สุดก็ผ่านม่อนหินเหล็กไฟไปได้โดยที่ไม่มีใครบอบช้ำกันจนเกินไปนัก
พ้นจากม่อนหินเหล็กไฟก็เป็นทางเนินเตี้ยๆสลับขึ้นลง ไม่ยากนัก
ในที่สุดก็มาถึงปากทางเข้าน้ำตกธารารักษ์ที่เห็นสายน้ำหล่นมาจากผาได้ตั้งแต่บนถนน
ภูผามาถึงปากทางด้วยอาการไม่ค่อยดีนัก บ่นงึมงัมๆ ว่าล้อหน้าฝืดๆ
เจมส์จัดการหงายท้องภูผาดูแล้วก็พบว่าดิสก์เบรคมันเบียดวงล้ออยู่นั่นเอง
จึงจัดการตั้งดิสก์เสียหน่อยล้อก็เลยกลับมาหมุนลื่นไหลเหมือนเดิม
เจ้าภูผาเลยได้ที เฮ้ยสามสิบโลที่ผ่านมานั่นต่อให้นะเนี่ย
เบรกมาตลอดทาง

พอซ่อมบำรุงภูผาเสร็จก็ขี่เข้าไปยลโฉมน้ำตกธารารักษ์ และเก็บภาพกันมาคนละหน่อย



ได้ภาพกันจนพอใจก็ได้เวลามุ่งสู่เป้าหมายต่อไปน้ำตกพาเจริญ
เส้นทางจากน้ำตกธารารักษ์ไปน้ำตกพาเจริญนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเนินลง
มีเพียงห้ากิโลเมตรสุดท้ายที่ต้องขึ้นเนินสูงหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรเท่าม่อนหินเหล็กไฟอีกแล้ว

คำเสกนอนเกลือกกลิ้งเล่นบนใบต้นอะไรไม่รู้ระหว่างทางไปน้ำตกพาเจริญ



ในที่สุดสามหนุ่มสามมุมก็มาถึงเป้าหมายหลักของทริปนี้ น้ำตกพาเจริญ

น้ำตกจะงามแค่ไหนไม่สนกันละครับ หาของกินใส่ท้องเสร็จแล้วค่อยว่ากันนะน้ำตกเอ๋ย
ข้าวก่ำจากพี่ผจญได้แสดงบทบาทก็ตอนนี้แหละ
"ข้าวเหนียวไม่เอาครับ พอดีพกมาเอง"

อิ่มหนำแล้วก็ได้เวลาแช่น้ำให้เย็นสดชื่นเสียที
แต่น้ำเย็นมากไม่กล้าลงทั้งตัว เลยได้แค่เอาขาแหย่ๆ
วักน้ำลูบหน้าทาจมูก
เส้นทางช่วงต่อมาสู่เป้าหมายต่อไปคือน้ำตกนางครวญและบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก
เป็นช่วงที่เพลิดเพลินกับการปั่นมากกกกก (แทบจะลงอย่างเดียว)
เลยไม่ค่อยจะมีภาพถ่ายช่วงนี้สักเท่าไหร่

มีภาพแวะเติมของเหลวกันภาพเดียวเองครับ

โผล่อีกทีก็ถึงบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนักแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่าจะแช่ยืดเส้นยืดสายก่อนแล้วค่อยไปต่อ
แต่ดูเวลาเทียบกันระยะทางที่เหลือแล้ว ไปต่อดีกว่าเดี๋ยวจะไปไม่ทันงาน

เริ่มมีชีวิตขาขึ้นเข้ามาท้าทายกันอีกครั้งในช่วงสุดท้ายของการปั่นที่เหลืออีกราว 40 km

หมดแรงก็พักกันเสียหน่อย ระยะทางในช่วงสุดท้ายนี้เป็นทางขึ้นเขาชันพอสมควร
สลับกับทางลงเป็นระยะ 20 km ก่อนเข้าสู่ทางราบอีก 20 km เข้าตัวแม่สอด

ในที่สุดก็กลับถึงตัวแม่สอดห้าโมงครึ่ง อาบน้ำอาบท่าไปร่วมงานทันพอดี
จบทริปได้ระยะมารวม 120 km
วันรุ่งขึ้นลุกขึ้นมาปั่นเที่ยวตลาดชายแดนเล่นกับคำเสกอีกเล็กน้อยได้ระยะมาราว 16 km
ก่อนมีเหตุให้ต้องปั่นเดี่ยวเพิ่มในตอนบ่ายสองอีกราว 35 km กลับบ้าน
สิริรวมทริปนี้ได้ระยะทางไป 171 km
ทริปนี้มีสมาชิกสามหนุ่ม : คำเอก & คำเสก ศิษย์เอ็มเจไบค์ และเจมส์ สามสิบคำหวาน
พาหนะ คำเอก(เคราแดง),คำเสก(ปสทช),เจมส์(ภูผา)
หลังจากติดใจการปั่นไปร่วมงานแต่งเมื่อต้นเดือนที่แพร่ พอมีงานหมั้นเพื่อนสนิทที่แม่สอด
เลยชวนสองเสือ คำเสกและเจมส์ ปั่นเที่ยวเล่นแดนดินชายแดนเล่นเสียหน่อย
เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นที่ผมเคยทำงานสมัยเป็นสัตวแพทย์ผู้ดูแลช้างให้มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย
เลยร่างเส้นทางขึ้นได้ไม่ยาก และคิดว่าซอยแบ่งระยะไว้น่าจะเหมาะสมพอสมควร
แต่....ทุกอย่างก็ไม่เป็นดั่งที่คิดเสมอไป
เราออกจากแม่สอดกันแต่เช้า ซัดข้าวมันไก่ตุนพลังงานเสร็จก็มุ่งหน้าออกจากแม่สอด
ไปตามเส้นทางที่มุ่งสู่อุ้มผาง เป้าหมายแรกคือโรงสีปูเต้อซึ่งห่างออกไปราว 15 km จากตัวแม่สอด
แวะเยี่ยมเยียนพี่ผจญ ผู้นำกลุ่มคนเลี้ยงช้างบ้านปูเต้อที่คุ้นเคยกันดี

นั่งสนทนากับพี่ผจญอยู่พักใหญ่ก็ได้เวลาร่ำลาออกเดินทางต่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไปคือ น้ำตกธารารักษ์ที่ตั้งอยู่แถวบ้านเจดีย์โค๊ะ
ก่อนจากกันได้รับมอบข้าวก่ำนึ่งจากพี่สุ ภรรยาพี่ผจญเป็นเสบียงติดตัวมาอีกถุงใหญ่
ระหว่างเส้นทางพอมาถึงม่อนหินเหล็กไฟ มีสองทางเลือกว่าจะเลี่ยงม่อน หรือจะเผชิญหน้ากับม่อนหินเห็ลกไฟ
ที่มีทางขึ้นความชันราวสามสิบองศาขึ้นต่อเนื่องระยะทางราวสองกิโลเมตร
หันไปถามคำเสก เอาไงชาเล้นจ์กันหน่อยไหม
คำเสกดันตอบว่า.....เอา

ไอ้ผมเนื่องจากรู้แกวว่าเส้นทางเป็นยังไงสองขาเลยค่อยๆ กดบันไดกระดึบๆขึ้นไปบนม่อนหินเหล็กไฟอย่างมุ่งมั่น
ท่องคาถาพี่เมธาไป ถีบบันไดไป
ส่วนภูผาผู้ซึ่งคุ้นเคยกับการขึ้นดอย เพราะขี่ขึ้นดอยสุเทพมาประจำ เหมือนเจอของถนัด
กดบันไดแซง เคราแดง และ ปสทช ไปฉิว
พอเลี้ยวซ้ายพ้นโค้งซ้ายหักขึ้น ภูผาผู้ถนัดการปีนดอย ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี
หลบพักข้างทางกันแถบไม่ทัน ส่วนเคราแดง กับ ปสทช ก็ใช่ว่าจะรอด
จอดไม่ต้องแจวเหมือนกัน ดีอยู่หน่อยตรงที่หัวใจยังเต้นอยู่ในช่วงที่ไม่เร็วไปนัก
ยกแรกกับม่อนหินเหล็กไฟได้ระยะมาราว 1 km

อีกครึ่งที่เหลือก็เลยได้ค่อยๆกระดึบขึ้นไปทีละราว 200 เมตร ประคองอาการภูผา
ที่คำนวณแรงผิดใส่ไปเต็มจนหัวใจเต้นเป็นกลองสะบัดชัย
แต่ในที่สุดก็ผ่านม่อนหินเหล็กไฟไปได้โดยที่ไม่มีใครบอบช้ำกันจนเกินไปนัก
พ้นจากม่อนหินเหล็กไฟก็เป็นทางเนินเตี้ยๆสลับขึ้นลง ไม่ยากนัก
ในที่สุดก็มาถึงปากทางเข้าน้ำตกธารารักษ์ที่เห็นสายน้ำหล่นมาจากผาได้ตั้งแต่บนถนน
ภูผามาถึงปากทางด้วยอาการไม่ค่อยดีนัก บ่นงึมงัมๆ ว่าล้อหน้าฝืดๆ
เจมส์จัดการหงายท้องภูผาดูแล้วก็พบว่าดิสก์เบรคมันเบียดวงล้ออยู่นั่นเอง
จึงจัดการตั้งดิสก์เสียหน่อยล้อก็เลยกลับมาหมุนลื่นไหลเหมือนเดิม
เจ้าภูผาเลยได้ที เฮ้ยสามสิบโลที่ผ่านมานั่นต่อให้นะเนี่ย
เบรกมาตลอดทาง

พอซ่อมบำรุงภูผาเสร็จก็ขี่เข้าไปยลโฉมน้ำตกธารารักษ์ และเก็บภาพกันมาคนละหน่อย



ได้ภาพกันจนพอใจก็ได้เวลามุ่งสู่เป้าหมายต่อไปน้ำตกพาเจริญ
เส้นทางจากน้ำตกธารารักษ์ไปน้ำตกพาเจริญนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเนินลง
มีเพียงห้ากิโลเมตรสุดท้ายที่ต้องขึ้นเนินสูงหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรเท่าม่อนหินเหล็กไฟอีกแล้ว

คำเสกนอนเกลือกกลิ้งเล่นบนใบต้นอะไรไม่รู้ระหว่างทางไปน้ำตกพาเจริญ



ในที่สุดสามหนุ่มสามมุมก็มาถึงเป้าหมายหลักของทริปนี้ น้ำตกพาเจริญ

น้ำตกจะงามแค่ไหนไม่สนกันละครับ หาของกินใส่ท้องเสร็จแล้วค่อยว่ากันนะน้ำตกเอ๋ย
ข้าวก่ำจากพี่ผจญได้แสดงบทบาทก็ตอนนี้แหละ
"ข้าวเหนียวไม่เอาครับ พอดีพกมาเอง"

อิ่มหนำแล้วก็ได้เวลาแช่น้ำให้เย็นสดชื่นเสียที
แต่น้ำเย็นมากไม่กล้าลงทั้งตัว เลยได้แค่เอาขาแหย่ๆ
วักน้ำลูบหน้าทาจมูก
เส้นทางช่วงต่อมาสู่เป้าหมายต่อไปคือน้ำตกนางครวญและบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก
เป็นช่วงที่เพลิดเพลินกับการปั่นมากกกกก (แทบจะลงอย่างเดียว)
เลยไม่ค่อยจะมีภาพถ่ายช่วงนี้สักเท่าไหร่

มีภาพแวะเติมของเหลวกันภาพเดียวเองครับ

โผล่อีกทีก็ถึงบ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนักแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่าจะแช่ยืดเส้นยืดสายก่อนแล้วค่อยไปต่อ
แต่ดูเวลาเทียบกันระยะทางที่เหลือแล้ว ไปต่อดีกว่าเดี๋ยวจะไปไม่ทันงาน

เริ่มมีชีวิตขาขึ้นเข้ามาท้าทายกันอีกครั้งในช่วงสุดท้ายของการปั่นที่เหลืออีกราว 40 km

หมดแรงก็พักกันเสียหน่อย ระยะทางในช่วงสุดท้ายนี้เป็นทางขึ้นเขาชันพอสมควร
สลับกับทางลงเป็นระยะ 20 km ก่อนเข้าสู่ทางราบอีก 20 km เข้าตัวแม่สอด

ในที่สุดก็กลับถึงตัวแม่สอดห้าโมงครึ่ง อาบน้ำอาบท่าไปร่วมงานทันพอดี
จบทริปได้ระยะมารวม 120 km
วันรุ่งขึ้นลุกขึ้นมาปั่นเที่ยวตลาดชายแดนเล่นกับคำเสกอีกเล็กน้อยได้ระยะมาราว 16 km
ก่อนมีเหตุให้ต้องปั่นเดี่ยวเพิ่มในตอนบ่ายสองอีกราว 35 km กลับบ้าน
สิริรวมทริปนี้ได้ระยะทางไป 171 km