ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- oils
- ขาประจำ
- โพสต์: 339
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มิ.ย. 2010, 17:13
- Tel: 0954069575
- team: ไอ แอม ปั่น ยาน
- Bike: rocky vertex 10+polygon cozmic 1.0 +M4+ครอบครัว fuji slm 3.0+sst1.0+altamira geox team
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ขอบคุณครับ อ่านแล้วเข้าใจดี
ไอ แอม ปั่นยาน
https://www.facebook.com/profile.php?id=100008256130620
https://www.facebook.com/profile.php?id=100008256130620
- Tkamazonrider
- ขาประจำ
- โพสต์: 110
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2011, 18:22
- team: ST13 Team
- Bike: Dragon Team Customize
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ฝั่นตอนเย็นหลังเลิกงาน ฝนตกบ่อยมาก
- RAUXZYTE
- ขาประจำ
- โพสต์: 258
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ย. 2011, 16:26
- Tel: 089-188 4254 "อาอู๋"
- team: ^ ^
- Bike: Bianchi Impulso 2012
- ตำแหน่ง: รามคำแหง
- ติดต่อ:
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้เยอะเลยครับ
" สุขภาพที่ดี...หาซื้อไม่ได้ "
Resting Heart Rate 50 bpm
zone 1 114-137
zone 2 137-160
zone 3 160-182
zone 4 182-205
zone 5 205-228
Resting Heart Rate 50 bpm
zone 1 114-137
zone 2 137-160
zone 3 160-182
zone 4 182-205
zone 5 205-228
-
pmv2008
- ขาประจำ
- โพสต์: 1941
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2010, 15:13
- team: เสือบางไทร "Bangsai cycling club"
- Bike: Giant TCR composite,Giant Anthem GT,ภูเขาทัวร์ริ่ง
- ตำแหน่ง: 51 หมู่ 3 ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.อยุธยา
- ติดต่อ:
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ขอบคุณ อ.ลู
ว่าแต่ผมเก็บ Trainer ไว้ไหนหว่า
ว่าแต่ผมเก็บ Trainer ไว้ไหนหว่า
http://www.facebook.com/pramotev
zone 1 99-119
zone 2 119-139
zone 3 139-158
zone 4 158-178
zone 5 178-198
zone 1 99-119
zone 2 119-139
zone 3 139-158
zone 4 158-178
zone 5 178-198
-
bikeman
- ขาประจำ
- โพสต์: 1674
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 17:43
- Bike: cannondale Super six Hi-MOD-1
- ตำแหน่ง: กทม.
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
อยู่ในบ้านมันอึดอัด ออกไปวิ่งสัก 10-15 km ก็พอ
- Mr.John
- ขาประจำ
- โพสต์: 634
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 มิ.ย. 2009, 22:58
- team: แม่สายไบค์คลับ
- Bike: Klein/Specialize Tamac SL 2
- ตำแหน่ง: ถ.พหลโยธิน กม.890
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ขอบคุณครับ ข้อมูลน่าสนในมากครับ

จักรยานไม่เคยทำร้ายใคร ยกเว้นกระเป๋าสตางค์
- คุณหมี
- สมาชิก
- โพสต์: 47
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2010, 17:52
- team: saturday bike fever
- Bike: klein
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดีๆครับ
- OpenEarth
- ขาประจำ
- โพสต์: 2118
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2008, 10:17
- Tel: 086แปด92สามสาม0สาม
- team: Weekend Bike Club
- Bike: จักรยานเก่าๆ สาวไม่แล คนแก่ไม่มอง
- ติดต่อ:
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
เยี่ยมครับพ่อหมอ
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ
- gameza500
- ขาประจำ
- โพสต์: 840
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มิ.ย. 2010, 17:06
- Tel: 085-0588082
- Bike: MATRIX BIKE
- ตำแหน่ง: 112/1411 ม.11 ซ.บางนา-ตราด46 ถ.บางนา-ตราด กม.4 แขวง-เขต บางนา กทม. 10260
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ขอบคุณป๋าลูฯมากครับ...สำหรับข้อมูลในครั้งนี้...ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
-
Cycling B®y
- ขาประจำ
- โพสต์: 19808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
- team: RAWAI Criterium Team. Phuket.
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ยอดเยี่ยมมาก...ขอบคุณครับ..
กำลังมองหากระทู้ปักหมุดพอดีเลยครับ..
กำลังมองหากระทู้ปักหมุดพอดีเลยครับ..
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
- อ่อนล้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 2782
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 12:14
- Tel: 080-3118737
- Bike: bianchi..lemond..K2..yeah
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
สอบถามเพิ่มเติมครับ....แบบผมใช้ สามลูกกลิ้ง บางทีปรับเกียร์หนัก ปั่นเร็ว ..... มันจะไม่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อเลยเหรอครับ ..... แบบปั่นบนเทรนเนอร์ผมว่ามันเหนื่อยกว่าถนนจริง แบบพอผ่อนขาปุ๊บมันก็จะล้ม เลยต้องปั่นต่อเนื่อง แล้วยิ่งปรับเกียร์หนักความเร็วสูงๆ มันเหนื่อยจริงๆครับ .... กล้ามเนื้อมันจะพัฒนาน้อยกว่าการปรับแรงต้านได้เหรอครับ......
- sickchild
- ขาประจำ
- โพสต์: 456
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 14:32
- Bike: จักรยานมือสอง
- ตำแหน่ง: พระราม 9
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
สามลูกกลิ้งก็สร้างกล้ามเนื้อได้ครับ แต่อาจจะไม่มากเท่าแบบปรับแรงต้านได้
ผมใช้ยี่ห้อนึงที่แบบปรับแรงต้านได้ 7 ระดับ ข้อดีคือปรับหนืดได้เหมือนปั่นขึ้นเขา ซึ่งเทรนเนอร์แบบสามลูกกลิ้งทำไม่ได้
ผมใช้จาน 53 * 12 ปรับระดับความหนักไปที่ระดับ 4 นั่งปั่นยังกดไม่ค่อยลงเลยครับ
ผมว่ามันเหนื่อย และหนักกว่าแบบ 3 ลูกกลิ้งเยอะครับ แต่ทั้ง 2 ตัวก็มีดีไปคนละแบบครับ
ตอนนี้ผมก็ยังอยากได้เทรนเนอร์แบบสามลูกกลิ้งอยู่เหมือนกัน ไม่น่าปล่อยให้เพื่อนไปเลย
ผมใช้ยี่ห้อนึงที่แบบปรับแรงต้านได้ 7 ระดับ ข้อดีคือปรับหนืดได้เหมือนปั่นขึ้นเขา ซึ่งเทรนเนอร์แบบสามลูกกลิ้งทำไม่ได้
ผมใช้จาน 53 * 12 ปรับระดับความหนักไปที่ระดับ 4 นั่งปั่นยังกดไม่ค่อยลงเลยครับ
ผมว่ามันเหนื่อย และหนักกว่าแบบ 3 ลูกกลิ้งเยอะครับ แต่ทั้ง 2 ตัวก็มีดีไปคนละแบบครับ
ตอนนี้ผมก็ยังอยากได้เทรนเนอร์แบบสามลูกกลิ้งอยู่เหมือนกัน ไม่น่าปล่อยให้เพื่อนไปเลย
-
PuNkLo
- ขาประจำ
- โพสต์: 751
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 10:13
- ติดต่อ:
- somchaitu
- ขาประจำ
- โพสต์: 748
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2011, 01:29
- Bike: MTB - ROAD BIKE
- ติดต่อ:
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
ได้ประโยชน์มากมายครับ
http://www.iamboon.bloggang.com
Do You Hear The People Sing....
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ปัญหา in Trend สำหรับหน้าฝน : ซื้อ Trainer แบบไหนดี
พอคุณฟิตขึ้นถึงระดับหนึ่ง คุณจะทราบถึงข้อจำกัดของมันครับ มันก็เหมือนกับที่ผมบอกว่า มันไม่ได้แตกต่างอะไรกับปั่นจักรยานดูดท้ายรถพ่วง 18 ล้อ เพราะบางทีผมก็ทำ โดยเฉพาะในบางทีที่เบื่อๆ ผมปั่นขึ้นไปแตะหลัก 50 กม/ชม. สบายๆ ก้มดูwatt meter ปรากฏว่าความหนักอยู่แค่ระดับ endurance แต่หัวใจมันโดดขึ้นไปหลัก 90% ( ก็มันตื่นเต้นออกจะแย่อ่อนล้า เขียน:สอบถามเพิ่มเติมครับ....แบบผมใช้ สามลูกกลิ้ง บางทีปรับเกียร์หนัก ปั่นเร็ว ..... มันจะไม่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อเลยเหรอครับ ..... แบบปั่นบนเทรนเนอร์ผมว่ามันเหนื่อยกว่าถนนจริง แบบพอผ่อนขาปุ๊บมันก็จะล้ม เลยต้องปั่นต่อเนื่อง แล้วยิ่งปรับเกียร์หนักความเร็วสูงๆ มันเหนื่อยจริงๆครับ .... กล้ามเนื้อมันจะพัฒนาน้อยกว่าการปรับแรงต้านได้เหรอครับ......
ความเหนื่อยของคนเราเป็นความรู้สึก ผมเคยปั่นทะลุไปถึง 100%MaxHR โดยไม่รู้ตัว เพราะผมไม่รู้สึกว่าเหนื่อย นอกจากรู้สึกว่ากำลังสนุกกับเพื่อนๆที่ได้ปั่นขึ้นไปบนทางยกระดับลอยฟ้า แต่บางวันผมปั่นไปแค่ 85%MaxHR ผมกลับเหนื่อยมากมาย
การที่เราจะสร้างความกล้ามเนื้อนั้น จะประกอบด้วยองค์ประกอบตั้งแต่
1. พื้นฐานของกล้ามเนื้อ อันได้แก่ ชนิดของเส้นใย ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อแม่ให้มา การฝึกอาจจะทำให้พฤติกรรมมันเปลี่ยนไปได้ โดยเฉพาะพวกเส้นใยลูกครึ่งที่ไม่เด่นชัด แต่สุดท้ายมันก็จะไปยันขีดจำกัดโดยกำเนิดของมัน
2. BackUp ของกล้ามเนื้อ อันได้แก่ ระบบไหลเวียนภายในกล้ามเนื้อ การสร้างและเก็บสะสมพลังงาน และ ไกลโคลเจนในกล้ามเนื้อ พวกนี้จะสร้างขึ้นได้จากการฝึก
3. ความอดทน หรือ ความสามารถในการทนต่อความล้าตัวของกล้ามเนื้อ สิ่งนี้ก็ได้จากการฝึก และพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ แปลว่า ต้องเพิ่มระดับการฝึกขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาให้มันขึ้นไปเรื่อยๆตามลำดับ
4. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หรือ ความสามารถในการทำงานของกล้ามเนื้อ สิ่งนี้ก็ได้จากการฝึก และพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ แปลว่า ต้องเพิ่มระดับการฝึกขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาให้มันขึ้นไปเรื่อยๆตามลำดับ
การฝึกกล้ามเนื้อให้เกิดความแข็งแรง และทนต่อความล้านั้น จะต้องฝึกโดยการเอาชนะแรงต้านทาน สำหรับคนที่ฝึกเวทเทรนนิ่งจะเข้าใจconceptตรงนี้ได้เลย
แต่การปั่นจักรยานนั้น การจะฝึกเพื่อเอาชนะความต้านทานนั้น มีวิธีฝึกได้ 2 ลักษณะ คือ ฝึกในทางราบ โดยพยายามเอาชนะแรงต้านอากาศ ( แรงต้านอากาศเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนยกกำลัง2 ของความเร็ว ) กับ ฝึกในทางชัน โดยพยายามเอาชนะแรงดึงดูดของโลก
มาพิจารณาเทรนเนอร์ แบบลูกกลิ้ง 3 ลูก หรือ Roller กัน
หากไม่นับแรงต้านทานภายในร่างกายเอง อันได้แก่ ความต้านทานในการยืดหดของกล้ามเนื้อ ความต้านทานในการขยับของข้อต่อต่างๆ ความต้านทานต่อการขยับตัวของเอ็น และเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆแล้ว
แรงต้านทานที่เกิดขึ้นจากการปั่นลูกกลิ้ง 3 ลูกจะได้มาจาก
1. แรงเสียดทานภายในแกนหมุนของลูกกลิ้งทั้ง 3 ซึ่งน้อย เพราะผลิตมาโดยใช้ลูกปืนตลับ และมวลของลูกกลิ้งที่มีพอสมควร ซึ่งเมื่อหมุนไปได้ระดับหนึ่ง จะเกิดแรงเฉื่อย ( moment of inertia ) ทำให้ไม่ต้องออกแรงเพิ่มขึ้นเพื่อเอาชนะแรงเฉื่อยที่จะมาต้านการหมุน
2. Rolling resistance ระหว่างผิวยาง กับ ลูกกลิ้ง ซึ่งอาจจะมากกว่าปั่นบนถนน เพราะจุดสัมผัสของล้อหลังมีถึง 2 จุด แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่มีค่ามากมาย
3. แรงต้านอากาศอันเกิดจากการหมุนของล้อ ได้แก่ ซี่ล้อที่วิ่งตัดอากาศ ยางและขอบล้อที่วิ่งตัดอากาศ
4. แรงเสียดทานภายในจุดหมุนต่างๆของจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นดุมล้อ โซ่ กระโหลก และ ลูกบันได
3 ข้อหลัง เป็นสิ่งที่หาได้จากการปั่นบนถนนในดาวที่ไม่มีบรรยากาศ
อัตราชีพจรและความเหนื่อยบนลูกกลิ้ง 3 ลูกนั้น เป็นสิ่งที่มาจากองค์รวม อันแยกย่อยออกเป็น
1. Mental stress คือ ความเครียดในจิตใจของเราเอง คนที่ปั่นลูกกลิ้งส่วนใหญ่ในระยะแรกจะมีความเครียดมากๆ ( กว่าจะถึงขึ้นระดับปล่อยมือปั่น ถอดเสื้อถอดผ้า อ่านหนังสือ มันใช้เวลามากมายในการฝึก อาจจะผ่านการเรียนรู้ด้วยความเจ็บปวดมาบ้าง คล้ายๆกับตอนเด็กๆที่หลายคน(รวมทั้งผม) ปั่นจักรยานปล่อยมือจากหัวซอยไปท้ายซอย สุดท้ายก็ต้องเคยล้มถลอกปอกเปลือกกันมาแล้วทั้งสิ้น ) ความเครียดจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
2. Physical stress คือ ความเครียดทางกายภาพ เราปั่นลูกกลิ้ง จะอย่างไรกล้ามเนื้อก็ต้องทำงานครับ แต่ระดับการทำงานของมันอยู่ที่ระดับไหน ความรู้สึกว่าขาล้านั้น มันมาจากอะไร มันมาจากระดับของความเป็นกรดในกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากเราเร่งความหนักให้มาอยู่ในช่วงของ anaerobic ซึ่งในระยะแรกของการออกแรงปั่นจักรยานนั้น กว่าจะเข้าสู่ระดับของaerobicนั้น กล้ามเนื้อจะใช้พลังงานจากanaerobic stageก่อน ซึ่งของเสียมันมีแน่ครับ จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่ Aerobic stage ทุกอย่างก็จะเริ่มกลับมาดีขึ้น ( นี่คือ เหตุผลหนึ่งของความจำเป็นที่จะต้อง warm up )
ปั่นลูกกลิ้ง 3 ลูก หากยิ่งเครียดเพราะกลัวล้ม ก็ต้องยิ่งปั่นเร็ว ยิ่งอัด จะทำให้มันข้ามขั้นตอนของการwarm up ไป ( ภายใต้คอร์สการฝึกทุกคอร์ส จะต้องมีstageของwarm up เสมอๆครับ )
ลองพยายามผ่อนคลายความตื่นเต้นลง เพื่อจะได้ทำการwarm up ได้ แล้วจึงเริ่มปั่นหนักจนได้ระดับที่ต้องการ ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปครับ
การปั่นบนลูกกลิ้ง เราอาจจะปั่นเพื่อพัฒนา Muscle powerได้ไม่มาก ( ถ้าฟิตมากถึงระดับหนึ่ง จะไม่เพียงพอสำหรับพัฒนา muscle power ) แต่สิ่งที่ได้แน่ๆคือ การพัฒนาระบบbackupของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงในระดับแรกๆ และที่สำคัญคือ การฝึกเพื่อพัฒนารอบขาเพื่อเอาชนะแรงต้านทานภายในของร่างกาย เพราะในรร.จักรยานของญี่ปุ่นที่สอนปั่นรถลู่ ( ซึ่งเป็นรถ fixed gear และ ขาจานจะสั้นกว่ารถถนน เพื่อเอื้อในการควงรอบขา ) เขาฝึกปั่นในร่มด้วยลูกกลิ้ง 3 ลูก ปั่นเพื่อพัฒนารอบขาให้เอาชนะแรงต้านทานภายในของร่างกาย เพราะรถลู่ไม่มีเกียร์ ชัยชนะจึงอยู่ที่ว่าใครจะรอบจัดกว่ากัน และใครจะทนแช่รอบจัดๆนั้นไว้ได้นานกว่ากัน
แต่สำหรับคอร์สการฝึกรถถนนโดยใช้ indoor trainerนั้น จะสังเกตได้ว่า Trainerจะเป็นชนิดที่สามารถสร้างแรงต้านทานในระดับที่สูงพอที่จะเลียนแบบการปั่นต้านอากาศหรือต้านแรงดึงดูดของโลกได้ ดังด้วยเหตุผลที่ผมกล่าวไปแล้วข้างต้นครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน