วันนี้...เน็ตผมช้าอืดดดด สุดอืดดดดด...
ตั้งใจจะเปิดภาพน้าตู่ 87 โพส เอามาปะตรงนี้พร้อมพากษ์
ทำวิธีนี้ จริงๆผมเคยถูกแซว ลูกชาย...ลูกชายผมมันมายืนข้างหลังอ่านผมพิมพ์โพส มันว่า..."พ่อ...พ่อ...ก็พ่อลงรูปให้ดูแล้ว ทำไมยังต้องเขียน เขียนบรรยายรูป เขียนอีกทำไม"
บ๊ะ...
ครับ...อยากจะดึงรูปน้าตู่ 87 นั่งดื่มกินหน้าบ้านร้านค้าคนเขมร ผมอาบน้ำเสร็จ ที่จริงตอนนั้นที่เข้าที่พัก เจ้าของที่พักยังไม่กลับมาจากการงานข้างนอก มีแต่คนแก่เฝ้าบ้านคนเดียว ราคงราคาค่าที่พักก็ยังไม่รู้จะต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่...ไม่มีที่ไป ทั้งด้วยใจเราตกลงพักตรงนี้แน่ๆ...ถึงถูกไล่ก็คงต้องพูดจา ขอเขานอน ก็จัดการตัวเอง...จัดการอาบน้ำอาบท่า ผมนั้นลงทุนปัดกวาดห้องที่เลือกนอนด้วยตัวเอง
ส่วนน้าตู่...คอคงจะกระหายน้ำ น้ำพรรค์อย่างว่า กะพี่วรเทพ...ซึ่งเป็นบัดดี้กัน แค่เอาจักรยานเก็บในที่พักแล้ว ก็เดินเที่ยว เดินหาที่ดื่มกินไปกันสองคน
ผมอาบน้ำเสร็จ ก็เดินเที่ยวหาสองคน เจอสองคนนั่งดื่มกินอยู่หน้าบ้านคนเขมรห่างจากที่พักซักร้อยเมตร ตอนนั้นเราไม่รู้เขาค้าขายอะไร ฟังน้าตู่บอก...น้าตู่เห็นเขาขายเครื่องดื่มประเภทมีแอลกอฮอล์ที่น้าตู่อยากดื่ม ก็แวะนั่งดื่ม
สั่งเบียร์มาดื่ม น้าตู่ว่าเจ้าของร้านใจดี เห็นเราจรมาจากต่างถิ่นแถมเป็นคนต่างชาติ เอาสาระพัดกับแกล้มมาบริการให้กิน โดยไม่ได้สั่งเลย
น้าตู่มีความสุข ดื่มด่ำดื่มเบียร์พร้อมกินกับแกล้ม ปากเพ้อละเมอถึงแก่นความสุข สุขใจจริงๆ คนเขมรใจดี รับแขกบ้านแขกเมือง พี่วรเทพยังดื่มไม่ถึงจุดที่จะละเมอความสุขเช่นดังน้าตู่ ออกปากเบาๆ...แบบรำพึงกะตัว "เดี๋ยวก็รู้ ออกหมู่ออกจ่า" ประมาณนั้นละครับ
ผมไปสมทบ จากกับแกล้มที่กิน ก็กลายเป็นกินๆข้าวรองท้อง ซักพักพี่สิงขรมานั่งสมทบ บอกเจ้าของบ้านมาแล้ว เขายินดีให้พัก แต่พูดไม่รู้เรื่องจะต้องจ่ายค่าที่พักเท่าไหร่ แต่ที่พูดกันรู้ความเขาจะหุงข้าวเผื่อเราทั้งทำกับข้าวให้กิน
ในการเจรจาดังกล่าว เจรจารู้ความเพราะพี่สิงขรเดินไปจ่ายตลาดพร้อมกันกะเขา ไปซื้อวัถุดิบจำพวกเนื้อหมูเนื้อปลาทั้งผักต่างๆ พี่สิงขรควักเงินคงจะซักสามร้อยบาทเรา จ่ายค่ากับข้าวด้วยมือตน
พี่สิงขรมาบอก เพลาๆการกินที่ร้านตรงนี้ เดี๋ยวที่บ้านพักทำเสร็จ ค่อยไปกินจริงจัง
ซักพักอาจารย์ชอบก็มาสมทบ อุ้มเจ้าเด็กน้อยมาด้วย เด็กน้อยไม่งอแงอาจารย์ชอบสั่งของเด็กกินเล่นประเภทขบเคี้ยว เด็กนั่งอยู่กะเรากินของขบเคี้ยวร่วมโต๊ะกะเรา มีอาจารย์ชอบคอยดูแลพูดคุยกะแก อาจารย์ชอบเพลินหายคิดถึงหลาน ส่วนเด็กนั้นเพลิน...เพลินนั่งกะเรา
ทั้งโต๊ะที่เรานั่ง ก็เริ่มสั่งของดื่มมาเพิ่มอีกหลายกระป๋อง ทั้งกับแกล้มเติมอีก...เติมโดยเจ้าของบ้านที่เห็นเรามาสมทบ ครบกลุ่มพวกเราห้าคน จัดกับแกล้มเต็มโต๊ะ...กินกันเหลือเฟือ
น้าตู่ยืนยัน เขายกมาให้ด้วยน้ำใจ ผมเองก็เห็นจริง เพราะดูเหมือนไม่ใช่ร้านขายข้าว ก็นึกทึ่งในใจ...ว่าเขาช่างมีของกับแกล้มเยอะแยะ เอ...หรือเราเบียดบังกับข้าวของกินของเขา
นั่งกันนานจนเริ่มมืด ก็เริ่มจะเห็น เจ้าของร้านเริ่มกางโต๊ะเพิ่มเติม จากเดิมมีโต๊ะนั่งโต๊ะเดียว พูดผิดพูดใหม่ จัดเก้าอี้ครับ...จัดเก้าอี้ เอาเก้าอี้มาวาง วางเหมือนจะจัดห้องสัมมนา ด้วยจัดเก้าอี้วางเรียงเป็นแถวๆละสี่ห้าตัว มีซักห้าหกแถว ก็ประมาณเรียงเก้าอี้ทั้งในร้านและนอกร้าน มีเก้าอี้จัดวางอยู่กว่า ๒๐ ตัว
แล้วก็เริ่มเห็น ในยามโพล้เพล้ คนท้องถิ่น...คนในหมู่บ้าน จำเพาะผู้ชายทะยอยเดินมายังร้านที่เรานั่ง มาถึงยังร้านก็ยึดจับจองนั่งลงเก้าอี้ ที่เขาจัดวาง
เอ๊ะ...มาทำไม ผมยังสงสัย
ซักพักก็ได้คำถาม เจ้าของร้านยกเก้าอี้วางไว้หน้าทีวี เอาตัวตนเองปีนขึ้นไป เปิดทีวี ทีวีเขาวางไว้สูง จะเปิดแต่ละทีต้องปีนเก้าอี้ต่อตัวขึ้นไป เปิดทีวีให้คนเขาดู
การค้าของเขา เขาเป็นร้านกาแฟ เปิดบริการยามมืดค่ำ มีทีวีบริการลูกค้า ที่มานั่งกินกาแฟ เป็นแหล่งพบปะพูดจาแก่กันในหมู่คนชนบทหมู่บ้านเดียวกัน เป็นสังคมของเขา ดูทีวีที่ร้านกาแฟ พบปะเพื่อนบ้าน พักผ่อนคลายตัวหลังการทำงาน
วันหลังๆ ปั่นเที่ยวไปในเมืองใหญ่ขึ้น ถึงได้เจอบางร้านมีทีวีกว่าห้าหกเครื่อง เปิดบริการลูกค้าครับ ช่วงเช้าก็มี ใช่ว่าจะช่วงค่ำคืนเวลาเดียว
ผมนั่งที่ร้าน จนถึงเวลาสมควรกะประมาณว่าที่บ้านพักคงจะหุงหาอาหารเสร็จแล้ว ก็ชักชวนกลับที่พัก ก็เรียกเจ้าของร้านมาเก็บตังค์ รวมทั้งหมดผมไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ เห็นอาจารย์ชอบควักใส่กองกลาง ๒๐๐ บาท ส่วนผมเฉลี่ยช่วยน้าตู่ไป ๑๐๐ บาท ก็น่าจะมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดซัก ๖-๗๐๐ บาทครับในค่ำคืนมื้อพิเศษวันนั้น
ก็คุ้มครับ กับบรรยากาศการดื่มกินที่ได้รับ เพิ่งสังเกตทีหลัง ดูท่าเจ้าของร้านน่าจะเป็นคนเวียดนาม ถึงค้าขายเก่งเอาใจลูกค้าดี
