Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
กฏการใช้บอร์ด
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
-
Black Tiger
- ขาประจำ
- โพสต์: 350
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2011, 12:11
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: Tiger, Carry Boy, Trek
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ขอบคุณสำหรับคริปสวยๆ แล้วจะชวนเพื่อนมาแอบชม จะรอดูอีกนะ ....สุดยอด
-
k la
- ขาประจำ
- โพสต์: 219
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2008, 20:53
- team: Smoking Cycling
- Bike: -
- ติดต่อ:
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
เข้ามารายงานตัวคร๊าบ....เสือกล้า แอบแซงเป็นระยะๆ ก็แรงน่ะพอมี แต่ลวดขาดบ่อย ปั่นไปไหนต้องพกค่าแท๊กซี่ติดตัวด้วยเสมอ มาแล้วจ้า[/color] 
เฟสบุ๊คผมครับ.... https://www.facebook.com/the.duangkao
- Mameawfha
- ขาประจำ
- โพสต์: 739
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2010, 14:29
- team: เสือศรีสวัสดิ์
- Bike: Mosso Merida
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ลุงพี เขียน:Mamaewfha เขียน:![]()
แล้วเห็นสาว รูปแรก ใครนะคร้าบ
สวยจัง อยากรู้จักนะคร้าบ..![]()
เธอคือ เจ้าแม่ศรีสวัสดิ์ จ้า สวยจริง ยิงปืนไม่เป็น ได้แต่ปั่น เป็นหัวลากทีไร แม่ลาก ตับแลบเลย จ้า
-
M-SODA
- สมาชิก
- โพสต์: 15
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ย. 2011, 13:42
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ลุงพี เขียน:Mamaewfha เขียน:![]()
แล้วเห็นสาว รูปแรก ใครนะคร้าบ
สวยจัง อยากรู้จักนะคร้าบ..![]()
เธอคือ เจ้าแม่ศรีสวัสดิ์ จ้า สวยจริง ยิงปืนไม่เป็น ได้แต่ปั่น เป็นหัวลากทีไร แม่ลาก ตับแลบเลย จ้า
ขอบคุณนะครับ...
แล้วปั่นกันอยู่แถวไหนครับ
เผื่อเจอ..จะได้ขอปั่นไปด้วยคนครับ
- Katingthon
- ขาประจำ
- โพสต์: 2630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
- team: เสือสายสี่...
- Bike: แอลเอ merida.
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
จะปั่นด้วยคนก็ได้ครับM-SODA เขียน:ลุงพี เขียน:Mamaewfha เขียน:![]()
แล้วเห็นสาว รูปแรก ใครนะคร้าบ
สวยจัง อยากรู้จักนะคร้าบ..![]()
เธอคือ เจ้าแม่ศรีสวัสดิ์ จ้า สวยจริง ยิงปืนไม่เป็น ได้แต่ปั่น เป็นหัวลากทีไร แม่ลาก ตับแลบเลย จ้า![]()
![]()
ขอบคุณนะครับ...
แล้วปั่นกันอยู่แถวไหนครับ
เผื่อเจอ..จะได้ขอปั่นไปด้วยคนครับ
แต่ต้องระวัง... ตอนตามเจ้าแม่
ให้เก็บตับรูดซิปไว้ให้มิดชิด...
ระวังตับจะแลบ.
แก้ไขล่าสุดโดย Katingthon เมื่อ 04 ต.ค. 2011, 01:14, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- ININE
- สมาชิก
- โพสต์: 52
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2010, 21:34
- team: only one
- Bike: GARY FISHER
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ขอเป็นกำลังใจ ชาวจักรยาน ปั่นด้วยใจ สู่ดวงดาว ที่เราเฝ้าใฝ่ฝัน
...ฝันให้ไกล...ไปให้ถึง....ที่พึงพอใจ...ฝันมากไป...ใจกลายเป็นนรก ชัดชัด...
- G_MATT_S5
- ขาประจำ
- โพสต์: 473
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 15:14
- Tel: 028088973
- team: เสือสายสี่ ดีแต่ปาก (มีคนเดียวนะครับ 55+)
- Bike: MERIDA MATT SUB5
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
วันนี้มีสาระมาฝากนิดหน่อยครับ
การออกกำลังแบบคาร์ดิโอเพื่อลดความอ้วน
โดยทั่วไปการออกกำลังกายแบบ cardio (หรือจะเรียก aerobic ก็ได้) เพื่อลดน้ำหนักหรือเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายจะแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบโดยแบ่งตามระดับความเข้มข้นของการฝึกดังนี้
1. Low Intensity -คาร์ดิโอแบบความเข้มข้มต่ำ โดย Target Heart Rate (THR) อยู่ที่ 55% - 65% ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกาย คาร์ดิโอระดับนี้ทำได้ง่ายจึงส่งผลให้สามารถทำได้นานตั้งแต่ 30 - 60 นาที คาร์ดิโอที่ระดับนี้ร่างกายจะเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานหลักในขณะออกกำลังกายมากที่สุด (หรือที่นิยมเรียกกันว่า Fat Burning Zone) แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคาร์ดิโอระดับนี้ดีที่สุดในการเผาผลาญไขมันเพื่อลดน้ำหนัก เนื่องจากความเข้มข้นต่ำของมัน จึงทำให้ใช้พลังงานในขณะออกกำลังกายไม่มากนัก ดังนั้นจึงพลอยทำให้การเผาผลาญไขมันน้อยไปด้วย
แต่ข้อดีคือ มันเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ทำได้ง่าย เหมาะสำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้หัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิต (cardiovascular) ทำงานได้ดีขึ้น ไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ จึงเหมาะสำหรับคนทุกระดับตั้งแต่มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายซึ่งร่างกายยังไม่ค่อยแข็งแรงจนไปถึงคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจนมีร่างกายแข็งแรง ส่วนข้อเสียอีกอย่างนอกเหนือจากการที่คาร์ดิโอระดับนี้เผาผลาญไขมันได้น้อยแล้วก็คือ มันน่าเบื่อและเสียเวลามาก ลองคิดดู หากคุณต้องเดินเร็ว ต้องวิ่งหรือปั่นจักรยานนานเป็นชั่วโมงๆ มันน่าเบื่อและเสียเวลาขนาดไหน และเมื่อมันเผาผลาญไขมันได้น้อย มันจึงเห็นผลช้า เลยทำให้คนที่ต้องการลดน้ำหนักบางคนท้อใจ หมดความพยายามจนล้มเหลวในการลดน้ำหนักไปในที่สุด ดังนั้นเราอาจจะกล่าวได้ว่า คาร์ดิโอระดับความเข้มข้นต่ำนี้ (หรือที่เรียกว่าระดับ Fat Burning Zone) ไม่ค่อยเหมาะสม ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการใช้ลดน้ำหนัก
2. Medium Intensity - คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นปานกลาง โดย THR อยู่ที่ 65% - 75% ตลอดระยะเวลาของการออกกำลังกาย คาร์ดิโอระดับนี้ทำได้ค่อนข้างง่ายจึงส่งผลให้สามารถทำได้ค่อนข้างนานตั้งแต่ 30 - 45 นาที คาร์ดิโอระดับนี้จะใช้พลังงานในขณะออกกำลังกายมากกว่าคาร์ดิโอแบบที่ 1 แต่ต่างกันที่แหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากไขมัน แต่มาจาก glycogen (รูปแบบของ carbohydrate ที่สะสมในกล้ามเนื้อเพื่อให้ร่างกายดึงมาใช้เป็นแหล่งพลังงานแบบ anaerobic) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคาร์ดิโอระดับนี้มันไม่ดีต่อการลดน้ำหนัก
เนื่องจากคาร์ดิโอระดับนี้จะไปช่วยเพิ่มระดับ metabolism (อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย) ให้สูงหลังจากที่เราออกกำลังกายอย่างน้อย 2 - 6 ชั่วโมง ดังนั้นจำนวนพลังงานโดยรวม (ขณะออกกำลังกาย + หลังออกกำลังกาย) จึงสูง ส่งผลให้จำนวนไขมันโดยรวมที่ถูกเผาผลาญมาเป็นพลังงานพลอยสูงตามไปด้วย (สูงกว่าคาร์ดิโอแบบแรก) ส่วนข้อดีอีกอย่างของคาร์ดิโอระดับนี้คือ ช่วยฝึกความแข็งแรงทนทานให้กับร่างกายได้เป็นอย่งดี ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย เพราะคาร์ดิโอระดับนี้ทำให้หัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิต (cardiovascular) ทำงานได้ดีขึ้นมาก กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ปอดแข็งแรง เลือดสูบฉีดได้เต็มที่ ซึ่งนี่คือที่มาของคำว่าการออกกำลังกายแบบ cardio ซึ่งบางตำราใช้แบ่งแยกระหว่างการออกกำลังกายแบบ aerobic (หรือคาร์ดิโอระดับ 1) กับการออกกำลังกายแบบ cardio ส่วนข้อเสียที่เห็นได้ชัดของคาร์ดิโอระดับนี้คือ มันทำได้ยากกว่า เหนื่อยกว่าคาร์ดิโอระดับแรก และอาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ จึงทำให้คนบางกลุ่ม เช่นคนสูงอายุที่ต้องการลดน้ำหนักอาจจะไม่สามารถออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ได้
การออกกำลังแบบคาร์ดิโอเพื่อลดความอ้วน
โดยทั่วไปการออกกำลังกายแบบ cardio (หรือจะเรียก aerobic ก็ได้) เพื่อลดน้ำหนักหรือเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายจะแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบโดยแบ่งตามระดับความเข้มข้นของการฝึกดังนี้
1. Low Intensity -คาร์ดิโอแบบความเข้มข้มต่ำ โดย Target Heart Rate (THR) อยู่ที่ 55% - 65% ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกาย คาร์ดิโอระดับนี้ทำได้ง่ายจึงส่งผลให้สามารถทำได้นานตั้งแต่ 30 - 60 นาที คาร์ดิโอที่ระดับนี้ร่างกายจะเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานหลักในขณะออกกำลังกายมากที่สุด (หรือที่นิยมเรียกกันว่า Fat Burning Zone) แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคาร์ดิโอระดับนี้ดีที่สุดในการเผาผลาญไขมันเพื่อลดน้ำหนัก เนื่องจากความเข้มข้นต่ำของมัน จึงทำให้ใช้พลังงานในขณะออกกำลังกายไม่มากนัก ดังนั้นจึงพลอยทำให้การเผาผลาญไขมันน้อยไปด้วย
แต่ข้อดีคือ มันเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ทำได้ง่าย เหมาะสำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้หัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิต (cardiovascular) ทำงานได้ดีขึ้น ไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ จึงเหมาะสำหรับคนทุกระดับตั้งแต่มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายซึ่งร่างกายยังไม่ค่อยแข็งแรงจนไปถึงคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจนมีร่างกายแข็งแรง ส่วนข้อเสียอีกอย่างนอกเหนือจากการที่คาร์ดิโอระดับนี้เผาผลาญไขมันได้น้อยแล้วก็คือ มันน่าเบื่อและเสียเวลามาก ลองคิดดู หากคุณต้องเดินเร็ว ต้องวิ่งหรือปั่นจักรยานนานเป็นชั่วโมงๆ มันน่าเบื่อและเสียเวลาขนาดไหน และเมื่อมันเผาผลาญไขมันได้น้อย มันจึงเห็นผลช้า เลยทำให้คนที่ต้องการลดน้ำหนักบางคนท้อใจ หมดความพยายามจนล้มเหลวในการลดน้ำหนักไปในที่สุด ดังนั้นเราอาจจะกล่าวได้ว่า คาร์ดิโอระดับความเข้มข้นต่ำนี้ (หรือที่เรียกว่าระดับ Fat Burning Zone) ไม่ค่อยเหมาะสม ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการใช้ลดน้ำหนัก
2. Medium Intensity - คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นปานกลาง โดย THR อยู่ที่ 65% - 75% ตลอดระยะเวลาของการออกกำลังกาย คาร์ดิโอระดับนี้ทำได้ค่อนข้างง่ายจึงส่งผลให้สามารถทำได้ค่อนข้างนานตั้งแต่ 30 - 45 นาที คาร์ดิโอระดับนี้จะใช้พลังงานในขณะออกกำลังกายมากกว่าคาร์ดิโอแบบที่ 1 แต่ต่างกันที่แหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากไขมัน แต่มาจาก glycogen (รูปแบบของ carbohydrate ที่สะสมในกล้ามเนื้อเพื่อให้ร่างกายดึงมาใช้เป็นแหล่งพลังงานแบบ anaerobic) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคาร์ดิโอระดับนี้มันไม่ดีต่อการลดน้ำหนัก
เนื่องจากคาร์ดิโอระดับนี้จะไปช่วยเพิ่มระดับ metabolism (อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย) ให้สูงหลังจากที่เราออกกำลังกายอย่างน้อย 2 - 6 ชั่วโมง ดังนั้นจำนวนพลังงานโดยรวม (ขณะออกกำลังกาย + หลังออกกำลังกาย) จึงสูง ส่งผลให้จำนวนไขมันโดยรวมที่ถูกเผาผลาญมาเป็นพลังงานพลอยสูงตามไปด้วย (สูงกว่าคาร์ดิโอแบบแรก) ส่วนข้อดีอีกอย่างของคาร์ดิโอระดับนี้คือ ช่วยฝึกความแข็งแรงทนทานให้กับร่างกายได้เป็นอย่งดี ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย เพราะคาร์ดิโอระดับนี้ทำให้หัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิต (cardiovascular) ทำงานได้ดีขึ้นมาก กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ปอดแข็งแรง เลือดสูบฉีดได้เต็มที่ ซึ่งนี่คือที่มาของคำว่าการออกกำลังกายแบบ cardio ซึ่งบางตำราใช้แบ่งแยกระหว่างการออกกำลังกายแบบ aerobic (หรือคาร์ดิโอระดับ 1) กับการออกกำลังกายแบบ cardio ส่วนข้อเสียที่เห็นได้ชัดของคาร์ดิโอระดับนี้คือ มันทำได้ยากกว่า เหนื่อยกว่าคาร์ดิโอระดับแรก และอาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ จึงทำให้คนบางกลุ่ม เช่นคนสูงอายุที่ต้องการลดน้ำหนักอาจจะไม่สามารถออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ได้
ต้องแอบแซง เพราะแรงมันน้อย
- G_MATT_S5
- ขาประจำ
- โพสต์: 473
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 15:14
- Tel: 028088973
- team: เสือสายสี่ ดีแต่ปาก (มีคนเดียวนะครับ 55+)
- Bike: MERIDA MATT SUB5
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
3. High Intensity - คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นสูง โดย THR อยู่ที่ 75% - 85% ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกาย คาร์ดิโอระดับนี้ทำได้ยากจึงส่งผลให้ทำได้ในระยะเวลาอันสั้นคือตั้งแต่ 10 - 30 นาที คาร์ดิโอระดับนี้จะใช้พลังงานงานอย่างมากในหนึ่งหน่วยเวลาเมื่อเทียบกับคาร์ดิโอระดับที่ 1 และ 2 แต่แหล่งพลังงานหลักในขณะออกกำลังกายส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากไขมัน แต่มาจาก glycogen เช่นเดียวกับคาร์ดิโอระดับที่ 2 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคาร์ดิโอระดับนี้ไม่ดีต่อการลดน้ำหนัก ตรงกันข้าม คาร์ดิโอระดับนี้มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันดีกว่าคาร์ดิโอ 2 แบบแรก
เพราะความแตกต่างที่สำคัญคือ คาร์ดิโอระดับนี้จะไปเพิ่ม metabolism ให้สูงขึ้นหลังจากการออกกำลังกายสูงถึง 4 - 24 ชั่วโมง ดังนั้นจำนวนพลังงานโดยรวม (ขณะออกกำลังกาย + หลังออกกำลังกาย) จึงสูง ส่งผลให้จำนวนไขมันโดยรวมที่ถูกเผาผลาญมาเป็นพลังงานพลอยสูงมากตามไปด้วย (มากกว่าคาร์ดิโอระดับที่ 2) และความแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างคือ คาร์ดิโอระดับนี้จะใช้ glycogen ที่สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานแบบ anaerobic จึงส่งผลให้สามารถป้องกันไม่ให้ร่างกายนำ carbohydrate ส่วนเกินจากอาหารที่เรากินไปสะสมเป็นไขมัน เพราะร่างกายต้องนำ carbohydrate ส่วนใหญ่ไปสะสมเป็น glycogen ในกล้ามเนื้อแทนของเก่าที่ถูกใช้ไปเกือบหมด ดังนั้นคาร์ดิโอระดับนี้จึงมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันดีกว่าคาร์ดิโอระดับที่ 1 และ 2 ด้วยเหตุที่กล่าวไป แต่ข้อเสียก็เหมือนกับคาร์ดิโอระดับที่ 2 คือมันทำได้ยาก
4. Extra High Intensity - คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นสูงที่ใช้เทคนิคการฝึกแบบพิเศษเข้าช่วย เช่น Fartlek Training, Interval Training, High Intensity Interval Training (HIIT) หรือ Tabata Protocal หรือ Guerilla Cardio และวิธีอื่นๆ
คาร์ดิโอชนิดพิเศษพวกนี้จะต้องทำให้ THR อยู่เหนือระดับ 85% ขึ้นเป็นช่วงๆ โดยทั่วไปจะให้ THR อยู่ที่ 90% - 95% หรือมากกว่าจนเฉียด 100% ของ Maximum Heart Rate คาร์ดิโอชนิดพิเศษพวกนี้ทำได้ยากมาก เลยส่งผลให้สามารถทำได้ในระยะเวลาที่สั้นมากๆ เท่านั้น คือตั้งแต่แค่ 4 - 15 นาทีเท่านั้น ไม่อย่างนั้นร่างกายจะรับสภาพความรุนแรงไม่ไหว
หากไม่นำปัจจัยอื่นๆ เช่นความแข็งแรงของผู้ฝึกมาร่วมพิจารณา อาจจะกล่าวได้ว่า คาร์ดิโอแบบ Extra High Intensity บางประเภท เช่น High Intensity Interval Training (HIIT) หรือ Tabata Protocal หรือ Guerilla Cardio คือหนึ่ง (หรืออาจจะเป็นที่หนึ่ง เท่าที่วิทยาศาสตร์การกีฬาจะสามารถค้นพบได้ในขณะนี้) ในการออกกำลังกายที่ดีที่สุดในการเผาผลาญไขมันและเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายโดยรวมทั้งในแบบ aerobic และ anaerobic
HIIT cardio เป็นการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันในแบบที่เรียกว่า post-exercise effect กล่าวคือ HIIT บางรูปแบบที่ทำอย่างถูกต้องและหนักหน่วงที่สุดเพียงแค่ 4 นาที แต่สามารถใช้พลังงานโดยรวมและเผาผลาญไขมันได้มากกว่าคาร์ดิโอแบบที่ 1 และ 2 ถึงประมาณ 9 เท่า เนื่องจากผลสืบเนื่องที่มีต่อร่างกายหลังการออกกำลังกายเช่น การเพิ่ม metabolism ให้สูงขึ้นมากยาวนานถึงประมาณ 48 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย ช่วยเพิ่ม growth hormone เพิ่มค่า VO2max (อัตตราออกซิเจนสูงสุดที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ ยิ่งมากยิ่งดี) และอื่นๆ ทั้งยังป้องกันไม่ให้ร่างกายนำ carbohydrate ส่วนเกินจากอาหารที่เรากินไปสะสมเป็นไขมัน (เหมือนคาร์ดิโอรูปแบบที่ 3) อีกด้วย ส่วนข้อเสียของคาร์ดิโอรูปแบบนี้ก็คือ มันทำได้ยากมาก ผู้ฝึกจะเหนื่อยอย่างรุนแรง จึงเหมาะสำหรับนักกีฬา (เช่นฟุตบอล เทนนิส นักวิ่งระยะสั้น) ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย หรือเหมาะสำหรับคนซึ่งร่างกายแข็งแรงแต่ต้องการลดไขมันในร่างกาย (เช่นพวกนักเพาะกายที่ต้องการลดไขมัน แต่ไม่ต้องการเสียมวลกล้ามเนื้อ) เท่านั้น ข้อเสียอีกอย่างคือ เพราะการที่มันเป็น post-exercise effect จึงทำให้ร่างกายต้องการระยะเวลาพักฟื้นนาน อย่างน้อย 48 ชั่วโมงขึ้นไป
เพราะความแตกต่างที่สำคัญคือ คาร์ดิโอระดับนี้จะไปเพิ่ม metabolism ให้สูงขึ้นหลังจากการออกกำลังกายสูงถึง 4 - 24 ชั่วโมง ดังนั้นจำนวนพลังงานโดยรวม (ขณะออกกำลังกาย + หลังออกกำลังกาย) จึงสูง ส่งผลให้จำนวนไขมันโดยรวมที่ถูกเผาผลาญมาเป็นพลังงานพลอยสูงมากตามไปด้วย (มากกว่าคาร์ดิโอระดับที่ 2) และความแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างคือ คาร์ดิโอระดับนี้จะใช้ glycogen ที่สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานแบบ anaerobic จึงส่งผลให้สามารถป้องกันไม่ให้ร่างกายนำ carbohydrate ส่วนเกินจากอาหารที่เรากินไปสะสมเป็นไขมัน เพราะร่างกายต้องนำ carbohydrate ส่วนใหญ่ไปสะสมเป็น glycogen ในกล้ามเนื้อแทนของเก่าที่ถูกใช้ไปเกือบหมด ดังนั้นคาร์ดิโอระดับนี้จึงมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันดีกว่าคาร์ดิโอระดับที่ 1 และ 2 ด้วยเหตุที่กล่าวไป แต่ข้อเสียก็เหมือนกับคาร์ดิโอระดับที่ 2 คือมันทำได้ยาก
4. Extra High Intensity - คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นสูงที่ใช้เทคนิคการฝึกแบบพิเศษเข้าช่วย เช่น Fartlek Training, Interval Training, High Intensity Interval Training (HIIT) หรือ Tabata Protocal หรือ Guerilla Cardio และวิธีอื่นๆ
คาร์ดิโอชนิดพิเศษพวกนี้จะต้องทำให้ THR อยู่เหนือระดับ 85% ขึ้นเป็นช่วงๆ โดยทั่วไปจะให้ THR อยู่ที่ 90% - 95% หรือมากกว่าจนเฉียด 100% ของ Maximum Heart Rate คาร์ดิโอชนิดพิเศษพวกนี้ทำได้ยากมาก เลยส่งผลให้สามารถทำได้ในระยะเวลาที่สั้นมากๆ เท่านั้น คือตั้งแต่แค่ 4 - 15 นาทีเท่านั้น ไม่อย่างนั้นร่างกายจะรับสภาพความรุนแรงไม่ไหว
หากไม่นำปัจจัยอื่นๆ เช่นความแข็งแรงของผู้ฝึกมาร่วมพิจารณา อาจจะกล่าวได้ว่า คาร์ดิโอแบบ Extra High Intensity บางประเภท เช่น High Intensity Interval Training (HIIT) หรือ Tabata Protocal หรือ Guerilla Cardio คือหนึ่ง (หรืออาจจะเป็นที่หนึ่ง เท่าที่วิทยาศาสตร์การกีฬาจะสามารถค้นพบได้ในขณะนี้) ในการออกกำลังกายที่ดีที่สุดในการเผาผลาญไขมันและเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายโดยรวมทั้งในแบบ aerobic และ anaerobic
HIIT cardio เป็นการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันในแบบที่เรียกว่า post-exercise effect กล่าวคือ HIIT บางรูปแบบที่ทำอย่างถูกต้องและหนักหน่วงที่สุดเพียงแค่ 4 นาที แต่สามารถใช้พลังงานโดยรวมและเผาผลาญไขมันได้มากกว่าคาร์ดิโอแบบที่ 1 และ 2 ถึงประมาณ 9 เท่า เนื่องจากผลสืบเนื่องที่มีต่อร่างกายหลังการออกกำลังกายเช่น การเพิ่ม metabolism ให้สูงขึ้นมากยาวนานถึงประมาณ 48 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย ช่วยเพิ่ม growth hormone เพิ่มค่า VO2max (อัตตราออกซิเจนสูงสุดที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ ยิ่งมากยิ่งดี) และอื่นๆ ทั้งยังป้องกันไม่ให้ร่างกายนำ carbohydrate ส่วนเกินจากอาหารที่เรากินไปสะสมเป็นไขมัน (เหมือนคาร์ดิโอรูปแบบที่ 3) อีกด้วย ส่วนข้อเสียของคาร์ดิโอรูปแบบนี้ก็คือ มันทำได้ยากมาก ผู้ฝึกจะเหนื่อยอย่างรุนแรง จึงเหมาะสำหรับนักกีฬา (เช่นฟุตบอล เทนนิส นักวิ่งระยะสั้น) ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย หรือเหมาะสำหรับคนซึ่งร่างกายแข็งแรงแต่ต้องการลดไขมันในร่างกาย (เช่นพวกนักเพาะกายที่ต้องการลดไขมัน แต่ไม่ต้องการเสียมวลกล้ามเนื้อ) เท่านั้น ข้อเสียอีกอย่างคือ เพราะการที่มันเป็น post-exercise effect จึงทำให้ร่างกายต้องการระยะเวลาพักฟื้นนาน อย่างน้อย 48 ชั่วโมงขึ้นไป
ต้องแอบแซง เพราะแรงมันน้อย
- G_MATT_S5
- ขาประจำ
- โพสต์: 473
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 15:14
- Tel: 028088973
- team: เสือสายสี่ ดีแต่ปาก (มีคนเดียวนะครับ 55+)
- Bike: MERIDA MATT SUB5
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
รูปแบบคาร์ดิโอที่กล่าวทั้ง 4 แบบนี้มีข้อดีข้อเสีย ข้อเด่นข้อด้อย ด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่ดีที่สุดสำหรับคนทุกคน แต่ถ้าถามว่ารูปแบบไหนที่ดีที่สุดสำหรับการเผาผลาญไขมัน (โดยไม่พิจารณาปัจจัยอื่นๆมาร่วมพิจารณา) คำตอบก็คือ คาร์ดิโอรูปบบที่ 4 โดยเฉพาะ High Intensity Interval Training (HIIT) หรือ Tabata Protocal หรือ Guerilla Cardio ทุกวันนี้ผมก็ใช้ HIIT cardio ซึ่งมันได้ผลในการกำจัดไขมันได้ดีมาก ผมใช้ดัมเบลล์เพียงแค่คู่เดียวเองในการทำ HIIT cardio โดยไม่ต้องไปที่โรงยิมหรือใช้เครื่องออกกำลังกายราคาแพง ทุกอย่างอยู่ที่จินตนาการและการประยุกต์ใช้อ่ะ
การที่คุณจะประสบความสำเร็จในการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเพื่อลดน้ำหนักนั้น สิ่งสำคัญคือ คุณต้องรู้ว่าคุณต้องการอะไรและต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ รู้ความสามารถของตัวเอง เมื่อรู้แล้วก็ลงมือศึกษาหาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเอามาประมวลและรวบรวม จากนั้นก็นำมาลองปฏิบัติให้เหมาะสมกับความสามารถของตัวเอง หากไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะกับตัวเองก็เลิกทำ หากมันได้ผลก็ทำต่อไป เมื่อถึงจุดหนึ่งควรมีความคิดแบบหัวก้าวหน้า คือพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปเรื่อยๆ หรือมองหารูปแบบวิธีที่ดีกว่าเก่าอะไรแบบนี้ครับ
อาจเป็นประโยชน์บ้างนะครับ
ข้อมูลจาก Bloggang.com
Written by Mr. A
การที่คุณจะประสบความสำเร็จในการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเพื่อลดน้ำหนักนั้น สิ่งสำคัญคือ คุณต้องรู้ว่าคุณต้องการอะไรและต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ รู้ความสามารถของตัวเอง เมื่อรู้แล้วก็ลงมือศึกษาหาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเอามาประมวลและรวบรวม จากนั้นก็นำมาลองปฏิบัติให้เหมาะสมกับความสามารถของตัวเอง หากไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะกับตัวเองก็เลิกทำ หากมันได้ผลก็ทำต่อไป เมื่อถึงจุดหนึ่งควรมีความคิดแบบหัวก้าวหน้า คือพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปเรื่อยๆ หรือมองหารูปแบบวิธีที่ดีกว่าเก่าอะไรแบบนี้ครับ
อาจเป็นประโยชน์บ้างนะครับ
ข้อมูลจาก Bloggang.com
Written by Mr. A
ต้องแอบแซง เพราะแรงมันน้อย
- G_MATT_S5
- ขาประจำ
- โพสต์: 473
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 15:14
- Tel: 028088973
- team: เสือสายสี่ ดีแต่ปาก (มีคนเดียวนะครับ 55+)
- Bike: MERIDA MATT SUB5
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
เคยถามตัวเองไหมครับว่ามาปั่นจักรยานทำไม
- ปั่นเพื่อออกกำลังกาย
- ปั่นเพราะมันเท่ห์ดี
- ปั่นเพราะหลงไหลในอุปกรณ์
- ปั่นเพราะอยากมีเพื่อน
- ปั่นเพื่อหนีจากโรคภัยไข้เจ็บ
- ปั่นเพื่อแข่งขัน
แต่ส่วนตัวผมเองมาปั่นจักรยานก็เพระว่า "มันสนุก ก็เท่านั้น......"
- ปั่นเพื่อออกกำลังกาย
- ปั่นเพราะมันเท่ห์ดี
- ปั่นเพราะหลงไหลในอุปกรณ์
- ปั่นเพราะอยากมีเพื่อน
- ปั่นเพื่อหนีจากโรคภัยไข้เจ็บ
- ปั่นเพื่อแข่งขัน
แต่ส่วนตัวผมเองมาปั่นจักรยานก็เพระว่า "มันสนุก ก็เท่านั้น......"
ต้องแอบแซง เพราะแรงมันน้อย
- G_MATT_S5
- ขาประจำ
- โพสต์: 473
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 15:14
- Tel: 028088973
- team: เสือสายสี่ ดีแต่ปาก (มีคนเดียวนะครับ 55+)
- Bike: MERIDA MATT SUB5
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ฟังเพลงสบาย ๆ MV สวย กันดีกว่าครับ
[youtube]CHLtVhTaZjA&feature=related[/youtube]
[youtube]CHLtVhTaZjA&feature=related[/youtube]
ต้องแอบแซง เพราะแรงมันน้อย
- G_MATT_S5
- ขาประจำ
- โพสต์: 473
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2009, 15:14
- Tel: 028088973
- team: เสือสายสี่ ดีแต่ปาก (มีคนเดียวนะครับ 55+)
- Bike: MERIDA MATT SUB5
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ผมแนะนำให้พี่ลองซี่ลวดของ DT SWISS นะครับเมื่อก่อนของผมก็ขาดบ่อยแต่มาใช้ยี่ห้อนี้แล้วดีจริง ๆ ครับk la เขียน:เข้ามารายงานตัวคร๊าบ....เสือกล้า แอบแซงเป็นระยะๆ ก็แรงน่ะพอมี แต่ลวดขาดบ่อย ปั่นไปไหนต้องพกค่าแท๊กซี่ติดตัวด้วยเสมอ มาแล้วจ้า[/color]
ต้องแอบแซง เพราะแรงมันน้อย
- Katingthon
- ขาประจำ
- โพสต์: 2630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
- team: เสือสายสี่...
- Bike: แอลเอ merida.
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ขอบคุณท่านเสือเก้สำหรับบทความการฝึกดีๆ
หวังว่าคงได้รับความรู้ดีๆอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกนะครับ.
หวังว่าคงได้รับความรู้ดีๆอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกนะครับ.
- Katingthon
- ขาประจำ
- โพสต์: 2630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
- team: เสือสายสี่...
- Bike: แอลเอ merida.
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ช่วงนี้ฝนตก ถนนลื่นอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ง่าย ชาวเสือๆระมัดระวังด้วยนะครับ
พรรคพวกเราที่ปั่นที่อักษะเพิ่งเกิดอุบัติเหตุ ลองตามไปดูลิงค์กัน
ขอบคุณคุณชัชที่นำมาลงเป็นอนุสติและแจ้งข่างให้พวกเราชาวเสือได้ทราบกันครับ
" วันนี้ผมไปปั่นออกกำลังกายที่ถนนอักษะ เวลาประมาณ 18.30 ปั่นจากหัวถนนสายสี่ไป ตามถนนอักษะ แล้วไปยูเทินร์นตรงเกือบจะถึงสายสาม กลับมาอีกฝั่งหนึ่งเลยบ้านน้ำเคียงดินมาหน่อย พบอุบัติเหตุเพื่อนนักปั่นเสือหมอบคนหนึ่งนอนแน่งนิ่งอยู่ริมถนน มีเพื่อนนักปั่นที่มาด้วยกันกำลังช่วยปฐมพยาบาล ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง เชฟโรเล็ต เอวีโอ สีขาว ทะเบียน ณง 7045 จอดอยู่ในสภาพกระจกหลังแตกเป็นรูโหว่ สอบถามคนขับรถทราบว่า ขณะกำลังจอดรถไว้ที่ข้างทางเพื่อโทรศัพท์อยู่ ก็ได้ยินเสียงดังโครมใหญ่ที่ด้านหลังรถ ลงไปดูก็พบนักปั่นเสือหมอบนอนแน่นิ่งอยู่ ผมสอบถามเพื่อนของผู้บาดเจ็บที่มาด้วยกันทราบว่า ผู้ประสบอุบัติเหตุชื่อ คุณไก่ บ้านอยู่แถวมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา
ขณะที่ปั่นมาด้วยกัน คนที่นำหน้าคงไม่เห็นรถที่จอดอยู่ก็เลยชนเข้าอย่างจัง
สภาพรถเก๋งที่กระจกหลังแตกเป็นรูโหว่ คงจะเกิดจากแรงกระแทกของหมวกกันน๊อกอย่างแรง
รถเสือหม่อบของคุณไก่ผู้ที่กระสบอับัติเหตุ สภาพรถดูไม่เป็นไรมาก ผมคิดว่าพี่เค้าหน้าจะเบรคก่อนชนหัวเลยกระแทกไปที่กระจกรถอย่างแรง"


http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p5617192
พรรคพวกเราที่ปั่นที่อักษะเพิ่งเกิดอุบัติเหตุ ลองตามไปดูลิงค์กัน
ขอบคุณคุณชัชที่นำมาลงเป็นอนุสติและแจ้งข่างให้พวกเราชาวเสือได้ทราบกันครับ
" วันนี้ผมไปปั่นออกกำลังกายที่ถนนอักษะ เวลาประมาณ 18.30 ปั่นจากหัวถนนสายสี่ไป ตามถนนอักษะ แล้วไปยูเทินร์นตรงเกือบจะถึงสายสาม กลับมาอีกฝั่งหนึ่งเลยบ้านน้ำเคียงดินมาหน่อย พบอุบัติเหตุเพื่อนนักปั่นเสือหมอบคนหนึ่งนอนแน่งนิ่งอยู่ริมถนน มีเพื่อนนักปั่นที่มาด้วยกันกำลังช่วยปฐมพยาบาล ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง เชฟโรเล็ต เอวีโอ สีขาว ทะเบียน ณง 7045 จอดอยู่ในสภาพกระจกหลังแตกเป็นรูโหว่ สอบถามคนขับรถทราบว่า ขณะกำลังจอดรถไว้ที่ข้างทางเพื่อโทรศัพท์อยู่ ก็ได้ยินเสียงดังโครมใหญ่ที่ด้านหลังรถ ลงไปดูก็พบนักปั่นเสือหมอบนอนแน่นิ่งอยู่ ผมสอบถามเพื่อนของผู้บาดเจ็บที่มาด้วยกันทราบว่า ผู้ประสบอุบัติเหตุชื่อ คุณไก่ บ้านอยู่แถวมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา
ขณะที่ปั่นมาด้วยกัน คนที่นำหน้าคงไม่เห็นรถที่จอดอยู่ก็เลยชนเข้าอย่างจัง
สภาพรถเก๋งที่กระจกหลังแตกเป็นรูโหว่ คงจะเกิดจากแรงกระแทกของหมวกกันน๊อกอย่างแรง
รถเสือหม่อบของคุณไก่ผู้ที่กระสบอับัติเหตุ สภาพรถดูไม่เป็นไรมาก ผมคิดว่าพี่เค้าหน้าจะเบรคก่อนชนหัวเลยกระแทกไปที่กระจกรถอย่างแรง"


http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p5617192
- Katingthon
- ขาประจำ
- โพสต์: 2630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
- team: เสือสายสี่...
- Bike: แอลเอ merida.
Re: Oo๐. สรวลเสเฮฮา ตามประสาศรีสวัสดิ์ (แอบแซง... เพราะแรงน้อย) .๐oO
ท่านเสือป้อม...
รางวัลชนะใจ " ปั่นสไตล์เมืองเหน่อ ปั่นให้ถึงขอให้ทัน "
ตอนนี้ส่งมาถึงแล้วนะครับ รับได้ที่บ้านเจ้เล็กครับ.

รางวัลชนะใจ " ปั่นสไตล์เมืองเหน่อ ปั่นให้ถึงขอให้ทัน "
ตอนนี้ส่งมาถึงแล้วนะครับ รับได้ที่บ้านเจ้เล็กครับ.